[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 8 : Ep.08::ความพยายามอยู่ที่ไหน ความวอดวายอยู่ที่นั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89,346
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,879 ครั้ง
    17 ส.ค. 63



Ep.08

 ความพยายามอยู่ที่ไหน ความวอดวายอยู่ที่นั่น 

 

ผมคิดว่าตัวเองกำลังจะทนไม่ไหว ร่างกายสั่นเทาเพราะเกร็งกล้ามเนื้อจนแข็งค้าง ฉับพลันนั้นฝ่าเท้าของใครอีกคนก็ยกขึ้นคล้ายจะเยียบขยี้ลงมา...และด้วยอารามตกใจกลัว  ผมเผลอปล่อยมือจากซี่ระเบียงในทันที 

ฮือออ ใจร้ายที่สุด!

ผมเบิกตากว้างยามเมื่อร่างลอยคว้างกลางอากาศ ไม่มีแม้แต่เสียงหลุดร้องใดๆ ออกมาจากลำคอ ตายแน่...คราวนี้ผมได้ตายจริงๆแน่

ติ๊ด!

ตุ้บ!

ผมเตรียมใจรับกับความเจ็บปวดจากพื้นแข็งๆ ด้านล่างไว้แล้ว  ทว่าสิ่งที่ได้สัมผัสตอนพลัดตกลงมากลับเป็นฟูกลมนุ่มนิ่มที่เคลื่อนมารองรับไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ผมกะพริบตาปริบๆ มองช่องว่างระหว่างผนังตรงหน้า หรือว่ามันจะเป็นกลไกอัตโนมัติกันนะ จำได้ว่าตอนแรกด้านล่างยังเป็นพื้นโล่งๆอยู่เลย

เหนือสิ่งอื่นใดผมไม่ควรเอาเวลาไปสนใจเรื่องพรรณ์นั้น เพราะมัจจุราชที่อยู่บนชั้นสองกำลังกดตามองลงมาคล้ายไม่ได้รู้สึกผิดที่ทำให้ผมเกือบตายเลยสักนิด ผมนั่งนิ่งและสั่นระริกไปทั้งร่างเพราะไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตตัวเองต่อไปดี 

ภารกิจนี้...ยากเกินไปหรือเปล่าครับ กว่าจะลอบฆ่าเขาได้ผมคงตายก่อนอย่างไม่ต้องสงสัย!

เนิ่นนานที่ผมนั่งนิ่งอยู่แบบนั้น จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวลงบันไดมาอย่างเชื่องช้า คิมหันต์อยู่ในชุดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำที่ไม่ได้รูดซิป เผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีขาวด้านในที่ดูโดยภาพรวมแล้วหล่อลากเสมือนไม่ใช่มนุษย์

แต่ต่อให้โซฮอตแค่ไหน...ผมก็คงทำใจชมคนที่เพิ่งเหวี่ยงตัวเองลงมาจากชั้นสองไม่ได้หรอกนะ!

ฉับพลันนั้นผมผงะกระโดดจากเบาะลมไปติดริมผนังอีกฝั่งอย่างรวดเร็ว คิมหันต์เดินเลยผ่านไปประหนึ่งว่าผมไม่เคยมีตัวตนอยู่ในห้องนี้ คิดดูเอาเถอะว่าผมเหม่อลอยนานชนิดที่เขาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปเรียนเรียบร้อยแล้ว

นัยน์ตาคมดุคู่นั้นไม่มีวี่แววว่าจะเหลือบมองมา แต่เชื่อไหม...ผมเกร็งและกลัวเสียยิ่งกว่าตอนที่เขามองมาตรงๆเสียอีก คือถ้าผมเผลอละสายตาอีกรอบอาจมีมีดบินหรือลูกปืนลอยมาเฉียดหน้าก็เป็นได้ แบบนั้นผมไม่เอาด้วยเด็ดขาด คิดพลางส่ายหัวจนผมปลิว

มือหนาหยิบกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนโซฟาขึ้นพาดบ่า จากนั้นก็เดินดุ่มๆ ออกจากห้องไป ทิ้งให้ผมยืนเอ๋อ มือทั้งสองข้างก็เกาะติดผนังไม่ปานว่าตุ๊กแก

เอ่อ...คงไม่ได้คิดจะขังผมไว้ในนี้สินะครับ

หวังว่าคิมหันต์จะไม่ได้นิยมเลี้ยงตุ๊กแก เพราะต่อให้รูปลักษณ์ของมันน่ารัก(?)มากแค่ไหน ผมก็ไม่อยากกลายเป็นสัตว์เลี้ยงของใครสักเท่าไหร่ คิดพลางค่อยๆ เคลื่อนตัวไปทางประตูอย่างระมัดระวัง โชคดีที่ไม่ได้ล็อกจากข้างนอก ฟู่ว

ผมตัดสินใจลงลิฟต์มายังชั้นล่างสุด ทุกสายตาล้วนจ้องมองมาประหนึ่งว่าพบเจอตัวประหลาด เสี้ยววินาทีนั้นผมหันมองผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังยกขวดน้ำขึ้นดื่มดังอึกๆ อยู่  แต่พอเขาเหลือบตามามองผมตอบเท่านั้นแหละ น้ำนี่พุ่งออกจากปากทันทีทันใด

“อึ่ก...แค่กๆๆ!

ผมเอียงคอมองด้วยความมึนงง ปกติทุกคนไม่สนใจผมนี่นา แล้วทำไมวันนี้ถึงได้...

“เชี่ยนั่นไออุ่น หงสาวิวัฒนวงศ์”

“ยังมีชีวิตรอดอยู่อีกหรอวะ”

“เป็นอัศวินคนแรกที่เดินเข้าห้องราชา แต่ดันกลับออกมาได้โดยไร้รอยขีดข่วนเนี่ยนะ กูว่าแม่งไม่ธรรมดาล่ะ...”

ซุบซิบๆๆ

ผมเดินเลยผ่านกลุ่มคนที่กำลังกล่าวนินทากันอย่างไม่ไว้หน้า พอได้ลองสังเกตพฤติกรรมของมนุษย์เพศชายที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่มดูแล้ว ผมคิดว่าแตกต่างกับมนุษย์เพศหญิงเล็กน้อย ก็ตรงที่เวลาจะนินทาหรือพูดถึงใคร พวกผู้ชายจะพูดออกมาโต้งๆ เลย ไม่มีป้องปากกระซิบกระซาบให้รู้สึกว่ากำลังโดนด่าลับหลังแต่อย่างใด

“ก่อนหน้านี้ตอนที่ราชาเดินผ่านมา กูคิดว่ามันจะตายห่าคาห้องไปแล้วซะอีก”

“สงสัยมืดมนเกินกว่าที่ราชาจะสนใจล่ะมั้ง”

คล้ายมีอะไรมาปักกลางใจดังจึ้กอย่างนี้นี่เอง ที่คิมหันต์ทำท่าทีเมินเฉยเป็นเพราะความมืดมนของผมงั้นสินะ อา...เป็นครั้งแรกเลยที่ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีอะไรขนาดนี้ ถ้าเกิดผมโดดเด่นสะดุดตาขึ้นมาคงเป็นเรื่องใหญ่ คิดดูสิว่าขนาดผมมืดมนยังเกือบตาย แล้วถ้าผมโดดเด่นขึ้นมาจะไม่กลายเป็นแมลงใต้ฝ่าเท้าให้คนใจร้ายนั่นเหยียบขยี้เลยเรอะ!

สภาพศพคงน่าสงสารยิ่งกว่าคุณแมลงปอยามโดนรถสิบล้อทับ...ฮือ

ผมฟุ้งซ่านคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเดินมาถึงห้องเรียนพอดี แอร์เย็นฉ่ำปะทะใบหน้ายามเปิดประตูแล้วก้าวเข้าไปภายในห้อง หลายๆ คนเหลือบตามามองเล็กน้อยก่อนจะหันไปพูดคุยกับกลุ่มของตัวเองต่อ ผมไม่ได้นึกสนใจอะไรและเดินไปนั่งข้างเพียวดังเช่นทุกครั้ง

น่าแปลกที่วันนี้เขามาก่อนผม...ทำไมกันนะ

“มาช้าจังวะ กูรอมาเป็นชาติแล้วเนี่ย”

“เพียวยังไม่ตายนะครับ...จะรอจนครบชาติหนึ่งได้ยังไง”

“หึ่ยหมั่นเขี้ยวโว้ย”

ผมกระโดดหลบผู้ชายหน้าหวานที่ทำท่าจะคว้าร่างกันเข้าไปฟัด แต่อย่าคิดว่าจะรอดพ้นเชียว...เพียวไม่มีท่าทีจะหยุดไล่ล่าผมง่ายๆ แม้จะถอยไปชิดติดริมผนังด้านข้างแล้วก็ตาม ไม่มีใครหันมาสนใจเราแม้แต่คนเดียว คงเพราะพวกผมนั่งกันตรงโซนหลังห้อง

“เอ่อ แล้วเจมส์ล่ะครับ”

ผมอึกอักหาทางเบี่ยงประเด็นความสนใจ เพียวชะงักกึกคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ ร่างที่สูงกว่าราวสามสี่เซนต์ผละถอยห่างออกไปหยิบโทรศัพท์มากดรัวๆ เขายกมือเสยผมลวกๆ คล้ายกำลังนึกเซ็งกับอะไรบางอย่าง วินาทีนั้นผมเผลอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่กลับต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเพียวยกมือขึ้นชี้หน้า

“คราวหน้าไม่รอดแน่” เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่ารอยยิ้มของเพียวมันดูน่าขนลุก...

เอียงคอมองเล็กน้อยพลางปัดความรู้สึกเล็กๆ นั่นทิ้งไป สงสัยช่วงนี้ผมจะระแวงคิมหันต์หนักไปหน่อย ก็เลยเผลอมาระแวงคนใกล้ตัวเฉกเช่นเพียวไปด้วย

ให้ตายเถอะครับ...ว่าแต่คิมหันต์มาหรือยังนะ

คิดพลางเหลือบตามองไปยังฝั่งตรงข้าม อะเฮือกนั่งนิ่งเป็นหุ่นยนต์ขนาดนั้นถึงว่าทำไมผมไม่เห็นตั้งแต่ทีแรก เอายังไงดี ผมควรทำยังไงให้ตัวเองสามารถเข้าไปในเขตอันตรายนั่นได้อย่างปลอดภัย

“เออๆ รีบมานะมึง กูลืมว่ะโทษที”

เพียวกำลังกดวางสายในจังหวะที่ผมทรุดตัวนั่งบนเก้าอี้ ผมลอบพินิจพิจารณาเพื่อนใหม่ อย่างเพียว...คนที่มีบุคลิกร่าเริงแจ่มใส น่าจะถูกเลี้ยงดูมาจากครอบครัวและสิ่งแวดล้อมที่ดี เพียวแตกต่างจากผมโดยสิ้นเชิง ถ้าเป็นเพียวล่ะก็...น่าจะเข้าใจการสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลอื่นมากพอสมควร

“เพียว...”

“หืมนานๆ ครั้งมึงจะเรียกกูก่อนนะเนี่ย มีอะไรครับคุณหนูไออุ่น” รอยยิ้มขี้เล่นปรากฏบนใบหน้าของเจ้าตัว เพียวเท้าคางมองมายิ้มๆ ทำให้ผมกล้าที่จะเอ่ยถามมากขึ้นไปอีก

“ถ้าผมอยากเข้าใกล้ใครสักคน...ต้องทำยังไงหรอครับ”

กึก!

คราวนี้เพียวชะงักกึกพลางเบิกตากว้าง ปากก็อ้าพะงาบๆ คล้ายกำลังพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ผมจ้องมองอีกฝ่ายตาแป๋ว เฝ้ารอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

“ถามอย่างกับเด็กเพิ่งหัดรัก นี่อย่าบอกนะว่ามึงจริงจังอ่ะ” เพียวเลิกคิ้วขึ้นนิด แถมยังจ้องหน้าผมเขม็งอีกต่างหาก

“ก็...ครับ” ผมครุ่นคิดก่อนตอบ คือผมจริงจังกับเรื่องนี้จริงๆ นี่นา โดยเฉพาะการศึกษานิสัยใจคอคิมหันต์ก่อนลงมือลอบฆ่า 

“เฮ้อ...ถ้าให้กูเดา มึงกำลังหาทางเข้าใกล้ราชาตะวันตกนั่นใช่ไหม” เพียวบุ้ยใบ้ไปทางฝั่งตรงกันข้ามที่มีเครื่องจักรสังหารสิงสถิตอยู่

หงึกๆ...ผมพยักหน้าตอบรับ

“เหยดเข้!” เป็นครั้งแรกที่เพียวหลุดพูดคำหยาบเสียงดังขนาดนี้ ผมเห็นผู้หญิงกลุ่มด้านหน้าหันมามองทางพวกเรากันยกใหญ่

“กูแนะนำให้มึงไปบวชซะ” ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย เพียวหัวเราะในลำคอคล้ายรู้ตัวว่าทำให้ผมงุนงงได้ แถมยังงงมากๆ ด้วย

“ทำไมต้องบวชครับ...”

“เวลาเข้าใกล้ราชาหน้านิ่งนั่น แต้มบุญมึงจะได้ไม่หมดเร็วๆ ไง”

ต่อให้บวชไป...แต้มบุญผมก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้หรอกครับ ถ้าคิมหันต์นึกอยากฆ่าเมื่อไหร่ นั่นล่ะที่เรียกว่าแต้มบุญหมดของจริง ว่าแต่...บุญมันแต่งแต้มกันได้ด้วยหรอ จะเอ่ยถามเพียวก็กลัวว่าจะโดนจับฟัดอีกรอบ เล่นขู่ด้วยการชี้หน้าไว้ซะขนาดนั้น

ทั้งที่ผมแค่สงสัยนิดเดียวเองนะ ไม่ได้ตั้งใจทำให้เพียวหมั่นเขี้ยวเลยสักนิด

“ผมอยากเข้าไปใกล้เขา...” พูดพลางเหลือบมองฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองเพียวตรงๆ

“จริงๆนะครับ” เป็นครั้งแรกที่ผมพูดคุยกับเพียวโดยไม่ถามคำตอบคำ อาจเพราะผมสัมผัสได้ล่ะมั้งว่าเพียวจะช่วยผมได้

“เอาล่ะ กูยอมแล้ว...อยากเข้าใกล้ก็จะไปยากอะไรวะ มึงก็ย้ายไปนั่งข้างๆ ราชาตะวันตกเลยก็สิ้นเรื่อง” 

คล้ายมีเสียง ‘ปิ๊ง!’ ดังขึ้นมาในหัว ผมฉีกยิ้มกว้างก่อนจะหุบยิ้มภายในเสี้ยววินาทีเมื่อนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้

“แต่เขาน่ากลัวนะครับ เขาคงไม่ให้ผมนั่งใกล้...” ขนาดเมื่อเช้าแค่ลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวยังถูกโยนมาจากระเบียงชั้นสองเลย ขืนไปนั่งใกล้ๆ ผมไม่โดนมีดปาดคอตายเลยหรอ!

“ไออุ่น จำคำกูไว้นะ ‘ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก’ ถ้ามึงไม่เริ่มหาทางใกล้ชิดตั้งแต่วันนี้ มึงจะเริ่มวันไหนวะ แม้กูจะไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ที่มึงเล็งคนนี้ไว้ แต่ถ้ามึงชอบมันจนอุตส่าห์พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว กูก็คงจะห้ามอะไรไม่ได้ ระวังตัวด้วยล่ะโตๆ กันแล้ว ถ้าคิดว่าอันตรายเกินไปก็ถอยออกมา ถึงมึงจะมืดมนขนาดหนัก แต่ก็ไม่ได้ดูแย่จนถึงขั้นหาคนรักไม่ได้”

“ผมไม่ได้ชอบ...”

“เฮ้ยเจมส์ ทางนี้ๆ” เพียวหันไปโบกไม้โบกมือให้เจมส์ในจังหวะที่ผมกำลังจะโต้แย้ง ทั้งสองพูดคุยกันเสียงดังแต่กลับไม่เข้าหูผมแม้แต่น้อย

สายตาจ้องมองสมุดลายเป็ดน้อยสักพัก...

ก่อนจะตัดสินใจหยิบมันขึ้นมา กวาดทุกอย่างที่เคยนำมาวางเรียงบนโต๊ะเข้ากระเป๋าอย่างไม่รีบร้อน เจมส์หันมองอย่างแปลกใจยามที่ผมเดินผ่านร่างของเขาไปยังฝั่งตรงกันข้าม

“จะไปไหน”

เป็นครั้งแรกที่เจมส์เอ่ยถามตั้งแต่นั่งเรียนด้วยกันมา ผมเงยหน้ามองคนที่สูงกว่าอยู่มากโข ก่อนจะชี้นิ้วไปยังโซนอันตราย...โซนของราชา

“ไปนั่งตรงนั้นครับ”

ความจริงแล้ววิชานี้มีราชาเรียนอยู่คนละห้องคละกันไป คล้ายจะมีบางวิชาที่ต้องเรียนรวม...อืม น่าจะเป็นภาคปฏิบัติ ผมจินตนาการความวุ่นวายที่ราชาและราชินีทั้งสี่ทิศมารวมตัวกันไม่ออกเลย ผมไม่รู้หรอกว่าราชากับราชินีที่เหลือน่ากลัวถึงขั้นไหน

เพราะสำหรับผม...ไม่มีใครน่าสะพรึงกลัวไปกว่าคิมหันต์อีกแล้ว

ตุ้บ...

ผมเลื่อนเก้าอี้นั่งในขณะที่วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ไอเย็นจากบางอย่างที่ไม่ใช่แอร์แผ่กระจายเป็นวงกว้างเสียจนเริ่มอึดอัด ผมรู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังถูกแรงกดดันจากร่างสูงที่นั่งห่างออกไปสองช่วงตัว จะให้ใจกล้าไปนั่งด้านข้างเขา ผมคงทำไม่ได้หรอก...คิดดูว่าขนาดนั่งห่างกันยังรู้สึกระแวงจนแทบสิ้นสติ

ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว หยิบสมุดลายเป็ดน้อยกับปากกาดินสอออกมาวางกองเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ พยายามเมินบรรยากาศน่าขนลุกโดยสิ้นเชิง สะกดจิตให้ตัวเองเป็นเพียงจุลินทรีย์ที่ลอยเข้ามาในพื้นที่อันตรายเท่านั้น

ผมเป็นจุลินทรีย์ เป็นจุลินทรีย์...แค่จุลินทรีย์เท่านั้น

พยายามท่องแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา แต่แล้วในที่สุดผมกลับทนแรงกดดันไม่ไหว เผลอหันไปจ้องตากับคนที่นั่งแถวเดียวกันเข้าอย่างจัง

อะเฮือก!

จังหวะนั้นคิมหันต์มองตอบกลับมาพอดี ดวงตาคมดุไม่มีวี่แววของอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น มันเรียบนิ่งเสียจนน่ากลัว ราวกับไม่ใช่คนอย่างไรอย่างนั้น ยอมรับว่าผมรู้สึกหลอนขึ้นมาชั่ววูบหนึ่ง...ร่างทั้งร่างเริ่มสั่นเทาทว่าผมยังคงปักหลักไม่ไปไหน

ก็ ‘ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก’ ไง หวังว่าผมจะทำมันได้ตลอดรอดฝั่งนะ...อาเมน

              เสียงเปิดประตูดังเข้ามาขัดจังหวะการจ้องตาอันแสนสยองขวัญพอดิบพอดี อาจารย์ผู้ชายวัยสามสิบวางหนังสือที่เตรียมสอนลงบนโต๊ะหน้าชั้นเรียนพลางกวาดสายตามองรอบๆ ดังเช่นปกติ แต่ที่ไม่ปกติ...ทำไมอาจารย์ถึงทำหน้าคล้ายแปลกใจยามมองมาทางผมที่นั่งใกล้กับเครื่องจักรสังหารกัน!

              “วันนี้จะเรียนทฤษฎีเป็นคาบสุดท้าย คาบหน้าเราจะไปปฏิบัติจริงกัน ขอให้ทุกคนเตรียมตัวไว้ให้ดี”

              ฉับพลันนั้นเสียงซุบซิบพลันเกิดขึ้นรอบห้อง ทุกคนดูตื่นเต้นกับการที่จะได้ยิงปืนของจริง อา...ยิงปืน เอาตามตรงตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยจับปืนยิงใครเลยสักคน เคยเรียนรู้มาบ้างว่าปืนคืออะไร เป็นยังไง เคยซ้อมยิงแต่ก็ไม่ได้แม่นแบบคนซ้อมทุกวัน แค่ซ้อมเอาไว้ป้องกันตัวตามที่อาเมฆบอกให้ซ้อมเฉยๆ

              แต่เชื่อไหมว่าผมยิงไม่ตรงเป้าสักลูกเลยครับ...สงสัยคงจะทำบาปไม่ขึ้นจริงๆ ล่ะมั้ง

              ชั่วโมงเรียนล่วงเลยผ่านไปอย่างเอื่อยเฉื่อยสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผมมันช่างยาวนานชั่วกัปชั่วกัลป์ คิมหันต์ไม่ได้มีท่าทีสนใจผมอีก คล้ายถ้าผมไม่ไปทำอะไรให้เขาขุ่นข้องหมองใจ เขาก็จะไม่มายุ่งกับผม

              หรือบางทีอีกฝ่ายอาจกำลังเก็บสะสมความไม่พอใจ...แล้วระเบิดตู้มทีเดียวก็เป็นได้!

              รู้สึกตัวอีกทีก็เลิกเรียนเสียแล้ว จากที่เช็คตารางดูวันนี้คิมหันต์ไม่มีประชุมอะไรต่อ ดังนั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องเข้าหาเพื่อพูดคุยกับเขา คิดพลางมองตามร่างสูงกำยำที่กำลังก้าวขาออกจากห้องด้วยท่วงท่าราวกับนายแบบ เหม่อมองจนกระทั่งอีกฝ่ายพ้นจากประตูไป และ...

              ปั่ก!

              “มองตามจนสุดสายตาเชียวนะสัด แม่ง...มึงกล้าดีว่ะที่ไปนั่งข้างๆ ราชาตะวักตกตามที่กูบอกอ่ะ” เพียวเดินมาตบไหล่แรงๆ ทำให้ผมเผลอสะดุ้งเล็กน้อย

              “ไม่ได้นั่งข้างๆ สักหน่อยครับ” ผมพึมพำตอบ ถ้านั่งด้านข้างจริงป่านนี้ผมคงตายไปนานแล้ว ยิ่งใกล้มือมัจจุราชยิ่งตายเร็ว สงสัยเพียวคงไม่เคยได้ยินสินะ

              “เฮ้ยเจมส์ มึงจะรีบไปไหนวะ!

              เพียวร้องเรียกเจมส์ที่เดินเร็วๆ เตรียมออกจากห้องไปโดยไม่หันมาสนใจผมกับเพียวแม้แต่นิด  ร่างสูงชะงักขาเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามองด้วยแววตาราบเรียบ

              “เสือก” เสียงทุ้มเย็นกล่าวปิดท้ายก่อนจะเดินหายลับไปในที่สุด

              “เชี่ย...ไปหงุดหงิดอะไรมาวะ”

ผมกะพริบตาสองครั้งก่อนจะหันกลับมาจับสมุดและเครื่องเขียนเข้ากระเป๋า พอลุกขึ้นยืนเพียวก็ยกยิ้มพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสดใส

              “ไปกินข้าวกับกูไหม”

              “ครับ”

              “เหยดเข้นี่กูกำลังฝันอยู่หรือเปล่าวะ” อีกฝ่ายถามกลับมาด้วยสายตาประหลาดใจ คงเพราะผมเคยปฏิเสธที่จะไปไหนมาไหนกับเขาล่ะมั้ง

              “เพียวก็ตื่นอยู่นะครับ” ผมเอียงคอมองอย่างใช้ความคิด ฉับพลันนั้นเพียวก็ทำหน้าพะอืดพะอมคล้ายปลงตกกับนิสัยบางอย่างของผมเข้าเสียแล้ว

              ทำไมล่ะ...ผมพูดอะไรผิดไปหรอพอจ้องอีกฝ่ายตาแป๋ว เพียวก็ดันทำหน้าเจ้าเล่ห์กลับคืนมา ตกลงว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่

              “มึงนี่เหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ เลยนะ”

เอ่อ...หมายความว่ายังไงกันครับ เพียวคงกำลังจะชมว่าผมน่ารักเหมือนจิ้งจก ตะขาบ แมลงสาบใช่ไหม นับว่าเขาตาถึงเพราะผมเองก็คิดว่าพวกมันน่ารักมากเช่นกัน!

“ขอบคุณครับ” ผมพยายามพูดคุยให้มากขึ้นระหว่างเดินไปยังโรงอาหาร โอกาสที่จะสร้างสัมพันธภาพกับบุคคลอื่นดังเช่นปุถุชนทั่วไปหาไม่ได้ง่ายๆ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสผมก็ควรคว้าเอาไว้

ผมกับเพียวเราเริ่มเข้ากันได้ ผมเริ่มเปิดใจให้เขาทีละนิดแต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะไว้ใจเขาเต็มร้อย เพียวคุยสนุก ยิ้มเก่ง ผมอยากเป็นแบบนี้ได้บ้าง ก็ได้เพียงแค่คิดนะครับ ผมคงไม่เปลี่ยนบุคลิกตัวเองหรอก

เท่าที่เป็นอยู่ก็สบายดี...ที่สำคัญไม่วุ่นวายอะไร

ตุ้บ!

พอพูดถึงความวุ่นวาย หายนะก็มาเยือนผมในทันที โชคดีที่ผมเพิ่งเก็บจานข้าวไปหมาดๆ ไม่งั้นเศษอาหารอาจกระเด็นไปโดนเสื้อคนที่เดินชนกับผมก็เป็นได้

“....”

พอเงยหน้าขึ้นผมก็พบกับคนที่สูงไล่เลี่ยกัน เขาคือผู้ชายหน้าสวยคนนั้น...ที่ผมเคยเจอก่อนจะถูกจับเข้าป่า

“ขอโทษครับ” ผมเอ่ยตามมารยาท ยังไงเราก็ผิดด้วยกันทั้งคู่ ทว่าอีกฝ่ายกลับปรายหางตามองก่อนจะเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง

“เป็นแค่กาในหมู่หงส์แท้ๆ ยังกล้ามาเดินเฉียดกูอีกนะ”

“ชนครับ...ไม่ใช่เฉียด อีกอย่างกามันบินอยู่บนท้องฟ้า...จะมาเดินเล่นแถวนี้ได้ยังไงล่ะครับ” ดูเหมือนคนตรงหน้าจะยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีพอ ผมไปเดินเฉียดเขาตรงไหนกัน ถ้าเดินเฉียดจริงมันจะเซจนเกือบล้มกันทั้งคู่แบบนี้ไหมล่ะ

คิดพลางเหลือบสายตาไปเห็นป้ายชื่อบนหน้าอกอีกฝ่ายเข้าพอดี

ไอฝน หงสาวิวัฒนวงศ์

หรือว่าคนๆ นี้จะเป็นคนที่อาเมฆเคยบอกไว้!

อา...จำได้แล้ว ผมมีญาติที่อยู่ต่างประเทศคนหนึ่ง นั่นคือคุณอาประกายฟ้า เดิมทีคุณปู่คุณย่ามีลูกสามคน ก็คือคุณพ่อของผม คุณอาเมฆ และคุณอาประกายฟ้า นานๆ ครั้งเธอจะมาเยี่ยมทีนึง พร้อมกับลูกชายเพียงคนเดียว ล่าสุดก็เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว

โลกคงจะกลมเกินไป...ถึงได้โคจรให้ผมมาพบกับญาติที่เกลียดขี้หน้าตัวเองอย่างกับอะไรดี!

ใช่แล้วครับ ‘ไอฝน’ เป็นญาติที่ผมเกือบลืมหน้าไปนานแล้ว อีกฝ่ายไม่ได้ใช้นามสกุลฝั่งพ่อที่เป็นชาวต่างชาติ แต่ใช้นามสกุลฝั่งแม่ที่มีอิทธิพลกว่าแทน และเรื่องที่ทำให้ไอฝนดูไม่ชอบใจผมสักเท่าไหร่ คงเป็นเพราะพี่ไอหมอกชอบด่าและกลั่นแกล้งแต่ผมล่ะมั้ง ผมสังเกตได้ว่าเวลาที่ไอฝนพยายามเรียกร้องให้พี่ไอหมอกสนใจตัวเอง พี่ไอหมอกก็เอาแต่จ้องจะดุด่าผมอยู่ร่ำไป

ชักอยากถามด้วยความสงสัย...ไอฝนครับ คุณเป็นมาโซคิสม์สินะ ถึงอยากได้รับความสนใจจากพี่ไอหมอกที่ขึ้นชื่อว่าตัวหายนะสำหรับผมขนาดนี้!

ในระหว่างที่ผมจ้องมองอีกฝ่ายตาใส ไอฝนดันจ้องกลับมาด้วยแววตาขุ่นมัวเสียอย่างนั้น ผู้คนเริ่มหยุดยืนมองพวกเราอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่ผมไม่ได้สนใจหรอก ผมกำลังสังเกตปฏิกิริยาของคนตรงหน้าอยู่นี่นา

“ไออุ่น...มีเรื่องอะไรกันวะ”

เพียวเดินเข้ามากลางวงก่อนจะมองผมสลับกับไอฝนที่มีสีหน้าเรียบนิ่ง อีกฝ่ายทำเพียงหันมองเพียวด้วยหางตาก่อนจะเดินกลับไปยังโต๊ะทานข้าวของตัวเอง

“นี่กูไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวเองนะ มึงถึงขั้นมีเรื่องกับควีนของหอตะวันออกเลยหรอวะ แม่งแสบซ่ากว่าที่คิดนะมึงเนี่ย”

“ควีน...หรอครับ” 

ผมเอียงคอมองเพียวที่กำลังหัวเราะในลำคอด้วยอารามสงสัย ควีนคือราชินี...ในคู่มือบอกว่าราชินีมีอยู่แค่หอพักทิศเหนือกับทิศใต้เท่านั้น แล้วทำไมถึงมี ‘ควีน’ ในหอตะวันออกซึ่งเป็นหอชายล้วนได้ล่ะ

คนตรงหน้าเลิกคิ้วขึ้นนิดคล้ายแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“นี่มึงไม่รู้จริงๆ หรอว่าคนที่ตัวเองทะเลาะด้วยเมื่อกี้เป็นถึงควีนอ่ะ  เดินทีนี่ผู้ชายมองตามกันเป็นพรวน เป็นกู กูก็มองว่ะ สวยซะผู้หญิงยังอายขนาดนั้น...จะว่าไปนามสกุลเดียวกับมึงเลยนี่หว่า”

เพียวพูดเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ก่อนที่อีกฝ่ายจะถอนหายใจเฮือกหนึ่ง

“คงไม่ถูกกันสินะ...อย่าเครียดไปล่ะไออุ่น ถึงกูจะชมฝ่ายนู้น แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกูจะอยู่ข้างมึงแน่นอน”

“ครับ...”

ผมตอบรับก่อนจะปัดเรื่องควีนอะไรนั่นทิ้งไปจากหัว ถ้าโชคชะตาอยากให้รู้ผมคงได้รู้เอง...จากปากใครสักคนที่ซุบซิบอยู่รอบตัวนั่นแหละ อย่าลืมสิว่าผมหูดีขนาดไหน

อืม ผมคิดว่าตัวเองกำลังใช้เวลาหายใจทิ้งไปวันๆ อย่างไร้ประโยชน์อีกแล้ว...

วันนี้เป็นวันที่สองที่ผมขึ้นมาปลุกคิมหันต์ หลังจากออกจากลิฟต์ก็ยกมือขยี้ตาพลางอ้าปากหาวหวอด ง่วงจัง...ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปผมต้องแย่แน่ๆ

คิดพลางเหลือบสายตาไปเห็นแผงควบคุมบางอย่างข้างประตูบานใหญ่เข้า มือที่กำลังจับคีย์การ์ดชะงักกึก เหประตูห้องบานเดิม สถานที่เดิม เวลาเดิม แล้วทำไมถึงไม่เหมือนเดิมล่ะ!

แผงรหัสที่ประกอบไปด้วยปุ่มกดตั้งแต่เลข 0-9 นี่มันอะไรกันครับ...

ผมจดๆ จ้องๆ อยู่นาน ก่อนจะตัดสินใจกดรหัสไปสี่ตัว หน้าจอปรากฏแสงสีแดงกะพริบถี่ๆ เป็นสัญญาณว่ารหัสผ่านไม่ถูกต้องในทันที

อะหื้อ...กะพริบเหมือนระเบิดที่ผมเคยเห็นผ่านละครหลังข่าวไม่มีผิด กดรหัสผิดผมมีสิทธิ์ตายคาที่ได้เลยนะครับ ใครจะไปรู้ว่ากดครั้งต่อไป...คิมหันต์อาจตั้งให้มันระเบิดตัวเองเมื่อรหัสผ่านไม่ถูกต้องก็เป็นได้!

อุปกรณ์แบบนี้เพิ่งเคยเห็น แถมยังใช้เวลาติดตั้งภายในวันเดียว...บอกผมทีว่าเขายังเป็นคนอยู่ใช่ไหมครับ

ผมมองแผงรหัสตาค้าง ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ แล้วหย่อนร่างลงนั่งข้างประตูอย่างไม่มีทางเลือก วันนี้ผมมีเอกสารการประชุมของราชาหอมาให้เขาด้วย ถ้าไม่ให้ตอนนี้ผมคงไม่มีโอกาสให้อีกแล้ว เพราะมันประชุมช่วงเช้าตอนที่เราไม่มีเรียนกัน

ใช่...ไม่มีเรียน แต่ผมต้องฝืนลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อเอากระดาษหนาเป็นปึกนี่มาให้เขาโดยเฉพาะ ชีวิตช่างรันทด ฮือ กว่าจะจัดการเรื่องประเด็นในที่ประชุมเสร็จก็เกือบตีสอง ไม่แปลกที่ผมจะนั่งสัปหงกหลับแหล่ไม่หลับแหล่อยู่อย่างนี้

โชคดีที่ผมเคยทำงานเอกสารมาก่อนเพราะอาเมฆเคยให้ช่วยทำเป็นบางครั้ง แต่บางงานที่เป็นความลับเขาก็ไม่ให้เด็กอย่างผมแตะต้องหรอก อย่าคิดเชียวว่าตำแหน่ง ‘อัศวิน’ จะสบาย นี่มันไม่ต่างกับคนใช้ชัดๆ ไม่สิ...คนใช้ยังได้เงินเดือน ใช้คำว่าทาสน่าจะเหมาะสมกว่า แต่บ่นไปก็ไม่ได้อะไร ในเมื่อผมเลือกแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่

เนิ่นนานที่ประตูห้องปิดอยู่แบบนั้น ขอสารภาพว่าผมเริ่มเมื่อยก้น เปลี่ยนท่านั่งไปหลายท่าคิมหันต์ก็ไม่มีท่าทีว่าจะออกมา นี่เขารู้ตัวหรือเปล่าว่าวันนี้มีประชุม...ถ้าไปประชุมสายล่ะ จะไม่เป็นอะไรแน่หรอ อีกห้านาทีก็จะถึงเวลาแล้วนะ

              จังหวะที่ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะลุกขึ้นไปเคาะประตู ต่อให้ต้องโดนยิงตายผมก็จะทำ คิมหันต์กลับเปิดประตูห้องออกมาพอดิบพอดี

              นัยน์ตาคมดุกดลงมองผมที่นั่งนิ่งชิดผนังอยู่ด้านข้าง...ใกล้กันเพียงแค่คืบ

คราวนี้ผมเงยหน้าจ้องตากลับไปแม้จะหวั่นเกรงจนแทบสิ้นสติ สองมือกุมกระดาษแน่นอย่างกดดัน ใกล้ขนาดนี้...ผม ผมเริ่มหายใจไม่ออก ฮือ!

              “ไปซะ”

              กึก!

              ผมชะงักกึกเมื่อได้ยินสุ้มเสียงทุ้มเย็นลอยมากระทบหู ฟังดูไร้อารมณ์ไม่ต่างจากหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้แม้แต่นิด คิมหันต์พูดกับผมเป็นคำแรก...อะฮึก ผมควรจะดีใจใช่ไหมครับ

              “ไม่ครับ...”

              ผมพึมพำตอบแผ่วเบา โอบกอดกระดาษปึกหนาในมือแน่น ก่อนจะเผลอสะดุ้งเฮือกเมื่อดวงตาของอีกฝ่ายฉายแววเข้มขึ้น ผ...ผมพูดอะไรผิดไปหรอ ก็ผมยังไปไหนไม่ได้จริงๆ นี่นา ยังไม่ได้เอาเอกสารการประชุมให้เขาเลยนะ ตั้งใจว่าจะยื่นให้แต่ตอนนี้ทั่วทั้งร่างกลับแข็งค้าง

คิดดูว่าแม้แต่หลบสายตาของเขาผมยังทำไม่ได้ ถ้าเผลอละสายตาล่ะก็...จะต้องตายแน่ๆ

 

 

 

 

 

 


Writer talk2

กว่าหนูคิมคนไสยจะยอมพูดก็ปาไปบทที่ 8 //ปาดเหงื่อ ไออุ่นหนูจะรอดหรือจะร่วง แม่(?)ล่ะสงสาร บทนี้เฉลยตัวละครอีกหนึ่งตัวแล้วค่ะ ไอฝนจะมีบทบาทในอนาคตมากแค่ไหนต้องรอติดตามกันต่อไป//หลบสิ่งขว้างปา อาทิตย์หน้าไรท์มีสอบ ไม่ได้อัพนะคะ TT แต่หลังจากนั้นจะกลับมาอัพน้า

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

 

Writer talk1

จะตื้อกันถึงขั้นไหนหรอคะ//หลบลูกดอก ประเด็นคือไออุ่นยังกลัวคิมหันต์ค่ะ แบบกลัวมากแต่ก็ยังหาทางเข้าใกล้ไง อันที่จริงน้องไม่อยากกลัวแต่มันดันกลัวไปเอง ถ้าลองสังเกตจะเห็นว่าน้องไม่เคยกลัวใคร มีแต่หนูคิมคนไสยนี่แหละที่ทำน้องกลัวขั้นสุดได้ น่าจะอารมณ์เหมือนเราเคยโดนจิ้งจกกระโดดใส่ตอนเด็ก โตมาเลยกลัวจิ้งจก อะไรประมาณนี้ค่ะ ครึ่งหลังคงได้เห็นบุคลิกของไออุ่นชัดเจนขึ้นนะคะ//ยิ้มหวาน

#ติดตามข่าวสารการอัพนิยายได้ที่เพจค่ะ >>คลิ๊ก<<

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.879K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,876 ความคิดเห็น

  1. #45428 crzoldyck7 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 21:03
    ชอบความคิมหันต์เอาฟูกลมมารองรับไออุ่น มันต้องมีอะไรแล้วล่ะ คนอย่างคิมมีแต่ปล่อยกระแทกพื้นอ่ะ ต้องซัมติง!!!
    #45,428
    0
  2. #45093 0931935931 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 11:24
    หงุดหงิดผมที่บังตาอ่ะอยากให้ตัดแล้วก็เปลี่ยนลุคได้แล้วมันเชยยย
    #45,093
    0
  3. #45083 B3erry (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 00:40
    นี่ชอบคาแรคเตอร์ไออุ่นนะ ดูมึนๆบื้อๆ แต่เหมือนมีอะไรอ่ะ ไม่งั้นไม่อยู่รอดปากเหยี่ยวปากกามาได้จนถึงตอนนี้หรอก แล้วเรื่องที่ไม่ได้ตัดผมหน้าอีก มันต้องมีอะไรแน่ๆ หุหุหุ
    #45,083
    0
  4. #45073 Raiserlee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 02:25
    เบื่อนายเอก
    #45,073
    0
  5. #44987 f_ckyou (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 23:16

    ทำไมเรารู้สึกรำคาญนายเอกตะหงิด ๆ แบบ...โคตรโง่ดักดานอ่ะ

    #44,987
    0
  6. #41202 aom051 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2562 / 00:03
    น้องงงง

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 ธันวาคม 2562 / 00:04
    #41,202
    0
  7. #38965 Mihoro Ki U (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 09:38

    ผู้ชายบ้านนี้ต้องให้คนอื่นมาจีบก่อนสินะ ตั้งแต่รุ่นพ่อละเนี่ย 55555+
    #38,965
    0
  8. #38471 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 00:05
    พี่ไอหมอกรักน้องไงชอบเรียกร้องความสนใจ55666คิดถึงพี่ไอหมอกเลยอ่ะ
    #38,471
    0
  9. #38470 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 00:04
    โอ้โหหหกว่าจะพูดดด!...ละเมื่อไหร่น้องจะตัดผมมมมแงง
    #38,470
    0
  10. #37112 NoneCoffee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 09:06
    สงสารยัยน้องงงงง ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าแล้วม้างงง
    #37,112
    0
  11. #36294 FreshyWaranya (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 21:11
    ตัดผมมมมมมม
    #36,294
    0
  12. #32855 Punch_9397 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 19:39

    อิพี่คิมหันต์เอ้ย. พ่อเป็นคนที่โหด ฆ่าอย่างเลือดเย็นมากกกกกกกกก พอถึงรุ่นลูก โหดกว่าหลายเท่าเลยดอกกกกกกกก โหดตรงไม่พูดเลยเนี่ยยย

    คำเเรก จะร้องห้ายยยยยยยย

    #32,855
    0
  13. #32386 pommys (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 11:07
    รู้สึกว่าไออุ่น เวิ่นเว้อ บรรยาย พรรณนาโวหาร
    #32,386
    0
  14. #30521 crzoldyck7 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 21:43
    ชอบความรักที่เพียวให้ไออุ่นอ่าา..น่าร้ากกกกก
    #30,521
    0
  15. #25866 mook (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 19:40

    อยากให้น้องลุกขึ้นมาแต่งตัวเองทำให้ตัวเองดูสวยแบบสุดไปเลย

    #25,866
    0
  16. #23874 KiHaE*129 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 00:01

    สู้เค้าลูก

    #23,874
    0
  17. #23825 97line (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 19:40
    ยัยน้องสู้เขา!
    #23,825
    0
  18. #22762 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 22:31
    รำคาญไอฝนพอๆกับแม่นางอ่ะ
    #22,762
    0
  19. #22181 0814448154 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 23:30
    ใครก็ได้! ตัดผมน้องทีขอร้องล่ะ! ชั้นเชื่อว่าน้องต้องสวยย
    #22,181
    0
  20. #21644 SkmilkSk (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 13:55
    อยากให้น้องตัดผมจัง
    #21,644
    0
  21. #20265 Phpalus (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 23:48
    อยากให้น้องร่าเริงจัง
    #20,265
    0
  22. #18394 piiyawan2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 08:51
    แงเรารู้สึกว่ามันเดินเรื่องน่าเบื่อนิดนิดง่ะ
    #18,394
    0
  23. #18393 piiyawan2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 08:51
    แงเรารู้สึกว่ามันเดินเรื่องน่าเลื่อนิดนิดง่ะ
    #18,393
    0
  24. #18359 MINERVA09 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 22:27
    รอน้องสดใสนะการกะทำน่ะสดใสอยู่แล้วแต่ภาพลักษณ์นี่สิมืดมนสินะ?
    #18,359
    0
  25. #18015 ATENNILE (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 00:02
    อยากจะบ้าตายแล้วจะรักกันได้มั้ย ถ้าบอกว่าเป็นคู่แค้นยังน่าเชื่อกว่านะเนี่ย สงสารอุ่นของแม่
    #18,015
    0