[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 7 : Ep.07 :: อัศวิน(ไม่)ซื่อสัตย์ VS ทรราชผู้เหี้ยมโหด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100,207
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,911 ครั้ง
    17 ส.ค. 63


 

Ep.07

 อัศวิน(ไม่)ซื่อสัตย์ VS ราชาผู้เหี้ยมโหด

  

              เวลาล่วงเลยมาหลายวันแล้วหลังจากผมได้รับจดหมาย....

              ให้ตายเถอะครับบอกเลยว่าตอนนี้ผมเครียดมาก เครียดแบบไม่แสดงออก เครียดจนไม่รู้จะทำยังไงกับชีวิตดี ทั้งที่สองเท้าเดินย่ำเข้าห้องเรียน แต่แววตากลับเหม่อลอยคว้างขณะพาร่างกายแข็งทื่อไปนั่งลงตรงจุดเดิม

              ก็หลังห้องนั่นไง ที่ที่อันตรายที่สุดคือที่ที่ปลอดภัยที่สุด...ผมสัมผัสได้ว่ามันจริงมาหลายวันแล้ว เพราะแม้คิมหันต์จะนั่งฝั่งตรงข้าม ทว่าเขาไม่แม้แต่จะชายตาเหลือบแลมาเลยสักนิด ดี ดีสุดๆ...เพราะตอนนี้ผมยังไม่พร้อมสู้รบปรบมือกับใครทั้งนั้น พนันได้เลยว่าต่อให้มีมีดบินโผล่มาตรงหน้า ผมก็หลบไม่พ้นเพราะเอาแต่นั่งเหม่อลอยอยู่ดี

              วิชาบริหารธุรกิจผ่านไปอย่างน่าเบื่อและเชื่องช้า ที่มันน่าเบื่อเพราะผมไม่เข้าใจเท่าไหร่ เนื้อหาลึกลับซับซ้อน ไหนจะมีศัพท์ยากๆ โผล่มาอีก บางทีผมก็แอบคิดนะว่ามันใช่เนื้อหาที่เหมาะสมกับเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะแน่หรอ เพราะสมองผมไม่รับมันเอาเสียเลย

              ทว่าเมื่อลองมองรอบด้านแล้ว...กลับมีเพียงผมที่ทำหน้างุนงงคนเดียว ดูคนอื่นจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ ผมคิดว่าพวกเขาน่าจะเคยเรียนผ่านหูผ่านตามาบ้างล่ะมั้ง เท่าที่เห็น...ส่วนมากเป็นลูกนักธุรกิจชื่อดังกันทั้งนั้นเลยนี่นา

              ที่ผมรู้เพราะเมื่อวันก่อนลองไปค้นรายชื่อผู้ร่วมชั้นเรียนมา คู่มือระบุทั้งชื่อนามสกุลพร้อมแนบรูปภาพ รวมทั้งยังมีโปรไฟล์ที่เกี่ยวข้องกับฐานะและชาติตระกูลอีก ผมใช้เวลาทั้งวันในการจดจำพวกเขาเหล่านั้น จนตอนนี้จำได้หมดทุกคนแล้วว่าใครเป็นใคร

              ที่ทำแบบนี้ผมมีเหตุผลนะ หนึ่ง...เพื่อหาข้อมูลเผื่อจะมีใครพอช่วยผมเข้าใกล้คิมหันต์ได้บ้าง สอง...เพื่อตัวเอง เพราะถ้าผมยังไม่รู้จักใครอยู่แบบนี้ ตอนโดนหาเรื่องคงระบุตัวคนร้ายได้ยากแน่ๆ อย่างน้อยผมก็ควรรู้ข้อมูลของบรรดาผู้คนที่ต้องอยู่ร่วมกันเป็นเดือนๆ ใช่ไหมล่ะ อาเมฆเคยบอกว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง มันเป็นปรัชญาของซุนวูที่ผมจดจำได้ไม่มีวันลืม

              เอ่อ...แม้ผมจะชอบทำเป็นลืมเพื่อความสงบสุขที่ตัวเองต้องการไปบ้างก็เถอะ

มือของผมขยับจดตามเสียงอาจารย์ยิกๆ ในขณะที่เพียวยังจ้องมองมาเขม็ง ใช่แล้ว เพียวนั่งข้างผม ที่สำคัญคือมีเจมส์ติดสอยห้อยตามมาด้วย ความจริงทางโรงเรียนทำการปลดกุญแจมือให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่เจมส์ยังคงตามติดเพียวเป็นเงา

จะว่าไป...เรื่องที่คิมหันต์ทำการปลดกุญแจมือเองอย่างอุกอาจ ทางโรงเรียนไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลย เพราะไม่มีกฎว่าถ้าสามารถปลดกุญแจได้เองจะต้องถูกลงโทษ เครื่องจักรสังหารนั่นเลยรอดจากการถูกหักคะแนนและรายงานความประพฤติให้ทางบ้านทราบไปอย่างหวุดหวิด

แต่ผมคิดว่าเขาจงใจปลดมันเพื่อท้าทายอำนาจมืดภายในโรงเรียนแห่งนี้มากกว่า คิมหันต์กำลังประกาศสงครามว่า ‘ไม่มีใครควบคุมเขาได้’  เท่าที่เห็นผมคิดว่าคิมหันต์มีความสามารถบางอย่างซ่อนอยู่ บางอย่างที่เขายังไม่ได้เปิดเผยมันออกมา...

ป๊อก

“อ๊ะ!

ผมหลุดร้องเมื่อเพียวดีดนิ้วลงมาบนหน้าผากอย่างไม่ออมแรง อีกฝ่ายทำหน้าตื่นตกใจเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือเข้ามาใกล้

“เฮ้ยโทษๆ กูดีดโดนตามึงหรอ” 

นิ้วเรียวทำท่าจะปัดเส้นผมด้านหน้าของผมออก ฉับพลันนั้นร่างกายก็เบี่ยงหลบโดยอัตโนมัติ เพียวชะงักมือออกห่างพลางขมวดคิ้ว สายตายังคงเจือแววห่วงใยอย่างไม่ปกปิด

“ไม่โดนตาครับ...” ผมตอบกลับไปในขณะที่เริ่มจรดปลายปากกาลงบนสมุดอีกครั้ง

“เหม่ออะไรตั้งแต่เช้าแล้ววะ อีกอย่าง...กูเห็นมึงมองไปทางราชาตะวันตกบ่อยๆ”

เพียวยกยิ้มกรุ้มกริ่มในขณะที่ผมชะงักมือเล็กน้อยแล้วเริ่มจดต่อ นี่ผมแอบมองคิมหันต์จนเพียวยังสังเกตได้เลยหรอ เปล่านะผมไม่ได้พิศวาสเขาเลยสักนิด ก็แค่เรื่องที่อาเมฆให้ลอบฆ่าเขามันวนเวียนอยู่ในหัวเต็มไปหมด

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การฆ่า แต่อยู่ที่คนๆ นั้นคือคิมหันต์ต่างหาก

ตั้งแต่เจอเหตุการณ์ถูกลักพาตัวไปในวัยเด็ก ผมก็เริ่มชาชินกับกลิ่นคาวเลือด ผมไม่ได้หวาดกลัวความตาย แต่ผมหวาดกลัวคิมหันต์...ยิ่งกว่าอะไรในโลกนี้เสียอีก

ผมมีเมตตาให้สรรพสัตว์ แต่ผมก็สามารถมองคนตายต่อหน้าต่อตาได้เช่นกัน มีหลายคนถูกอาเมฆฆ่าในบริเวณสวนหลังบ้าน อาเมฆบอกว่าพวกเขาเป็นคนเลว เราต้องฆ่าเพื่อความอยู่รอด ผมมองปากของเขาที่พูดขยับอธิบายด้วยกลัวว่าเด็กอย่างผมจะรับไม่ได้และหวาดกลัวจนเสียสติ สายตาที่มองมาคล้ายว่าผมเป็นเพียงแก้วพลาสติกแสนเปราะบางอยู่เสมอ เขาไม่ได้รู้เลยว่าผมรู้สึกยังไง...

และคงลืมไปว่าแก้วพลาสติกมันไม่มีวันแตก

ผมไม่รู้สึกอะไรเลย แรกเริ่มอาจตื่นตระหนกตกใจอยู่บ้าง ทว่ายามแอบมองศพแล้วศพเล่าที่ตายไปด้วยฝีมือของพวกพี่บอดี้การ์ดและอาเมฆมากขึ้น มากขึ้น...ผมเริ่มเคยชิน คล้ายภาพเหล่านั้นเป็นกิจวัตรประจำวันที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

จนตอนนี้ผมก็ยังคิดว่าการฆ่าคนเลวเป็นเรื่องปกติอยู่ เพราะอาเมฆบอกมาแบบนั้นผมเลยเชื่อ อาเมฆไม่เคยให้ผมจับอาวุธฆ่าใคร ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ถึงจะให้ผมประเดิมคิมหันต์เป็นศพแรกในชีวิต อันที่จริงผมไม่อยากทำร้ายใคร ผมอยากอยู่อย่างสงบสุขมากกว่า

ผมต้องแน่ใจก่อนว่าคิมหันต์เป็นคนเลว ถ้าเขาเลวจริงผมจะลงมือฆ่าเอง...ผมทรยศตระกูลหงส์ไม่ได้หรอก ไม่สิ ผมทรยศอาเมฆไม่ได้หรอก แม้มือจะต้องเปื้อนเลือดก็ตาม เขาเปรียบเสมือนพ่อบุญธรรม มีเพียงเขาที่ดีกับผมในบ้านหลังใหญ่โตแสนเงียบเหงา ไม่ว่าจะเป็นการเสแสร้งหลอกลวง หรือกระทำจากใจจริง ผมก็ขอน้อมรับไว้แต่โดยดี

ถือว่าแทนคุณที่เคยมีต่อกัน...ผมจะฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำสักครั้ง

“นี่...อย่าบอกเชียวนะเว้ยว่ามึงชอบราชาตะวันตกน่ะ”

เพียวหรี่ตาลง เสียงของเขาช่วยเรียกสติผมกลับคืนมาในขณะที่อาจารย์เดินออกจากห้องพอดี ผมกะพริบตาสองสามครั้งก่อนจะวางปากกาลงแล้วหันหน้ามองคนข้างตัวด้วยแววตาช็อกค้าง

ชอบเปล่าสักหน่อย ผมครุ่นคิดเรื่องที่ทำยังไงถึงจะเข้าใกล้คิมหันต์ได้ต่างหาก เข้าไปเพื่อหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจลอบฆ่า...ทำไมเพียวต้องบอกว่าผมชอบเครื่องจักรสังหารนั่นด้วยเล่า ฮือ แค่คิดขนก็ลุกพรึ่บขึ้นมาแล้ว!

“ทำหน้าตื่นตกใจแบบนี้แสดงว่าจริงสินะ เชรดมึงหาเรื่องใส่ตัวแล้วไงไออุ่นของกู”

“ผม...”

“จะไปกันได้หรือยัง”

ฉับพลันนั้นเจมส์กลับส่งเสียงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขาเก็บของลงกระเป๋าเสร็จแล้ว มือหนาหิ้วมันด้วยมือเดียวพลางมองผมกับเพียวสลับกัน ชั่ววูบหนึ่งที่ผมเผลอสบตา...กลับเห็นความคุกรุ่นเจือจางอยู่ในนั้น

เจมส์ไม่พอใจอะไรงั้นหรอ ผมเอียงคออย่างนึกสงสัย

“ไม่ต้องมาทำท่าแบ๊วไอ้สัด มึงรีบเก็บของซะ เหม่อลอยตั้งแต่เช้าจรดเย็นไม่สนใจเพื่อนอย่างกูแล้วมั้ง อีกอย่างอย่าหาว่าพูดเกินไปเลยนะ แต่กูว่ามึงไม่มีวันสมหวังหรอกว่ะ ส่วนเจมส์...มึงไปก่อนได้เลยเดี๋ยวกูตามไป”

เพียวตัดพ้อผมด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันไปบอกบัดดี้ของตัวเอง เจมส์เหลือบมองผมทางหางตาเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว อ่า...เพียวเป็นคนบอกให้เขาไปเองนะ แล้วทำไมถึงมองผมแทนที่จะเป็นเพียวกันล่ะ ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจ

รู้แต่ว่าผมคงกำลังโดนหมายหัวจากเจมส์อยู่แน่ๆ ทว่าตราบใดที่เจมส์ยังไม่เป็นอันตราย...ผมก็ไม่สนใจหรอก 

“ทำไมถึงไม่สมหวังล่ะครับ...”

ผมถามพลางหิ้วกระเป๋าขึ้นมาสะพายหลัง เพียวกำลังเข้าใจผิดคิดว่าผมแอบชอบคิมหันต์ และผมจงใจไม่บอกความจริงเพราะยังไม่ไว้ใจเพื่อนใหม่เท่าไหร่ แม้แววตาของเพียวจะจริงใจแต่ผมก็อดหวาดระแวงไม่ได้อยู่ดี ให้เข้าใจว่าผมชอบเครื่องจักรสังหารนั่นแหละดีแล้ว

“แม้จะไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ แต่ราชาตะวันตกน่ะ...สูงเกินเอื้อม’ ใครๆก็พูดกันแบบนี้ทั้งนั้น”

ผมเดินข้างเพียวไปเงียบๆ ในหัวก็ครุ่นคิดตามคำบอกกล่าว

สูงเกินเอื้อมงั้นหรอ...

“ก็จริงนะครับ...เขาน่าจะสูงเกือบร้อยเก้าสิบได้ มือผมเอื้อมไม่ถึงหรอก” ออกความเห็นด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานพลางยกมือทั้งสองข้างขึ้นสูงเป็นภาพประกอบ

“โว้ยกูจะบ้า”

เพียวขยี้ผมตัวเอง ดวงตาเรียวสวยจ้องมองมาอย่างปลงตกก่อนจะหัวเราะเบาๆ ผมลดมือลงก่อนจะมองคนด้านข้างอย่างนึกฉงน มีอะไรน่าขำกันนะ

“ฮะๆ จะว่าไปมึงก็น่ารักดีว่ะ”

เอ๊ะ ทำไมอยู่ๆ ถึงมาชมผมกัน ผมรู้สึกแปลกๆ เล็กน้อยที่โดนเพียวชมต่อหน้าต่อตา เกิดมาเคยมีใครบอกว่าผมน่ารักที่ไหน จะมีก็แต่พี่ไอหมอกที่ชอบตอกย้ำว่าผมมันมืดมนและจืดชืดแบบสุดๆ

“ผมไม่...” ผมเตรียมคัดค้าน ส่องกระจกทุกวันทำไมจะไม่รู้ว่าสภาพตัวเองเป็นยังไง เพียวคงล้อเล่นล่ะมั้งเลยบอกว่าผมน่ารักขึ้นมา

“มึงน่ารักที่การกระทำ ส่วนหน้าน่ะเรื่องของมึง เล่นปล่อยตัวเองให้มืดมนซะขนาดนี้ ชาตินี้มึงจะได้ราชาตะวันตกมาครองไหมล่ะ”

“ผมไม่...” ทำไมเพียวต้องพูดเหมือนผมอยากได้คิมหันต์ขนาดนั้นด้วยเล่า!

“เขินอยู่หรอไออุ่นน้อย ฮ่าๆๆ”

              ผมยู่ปากพลางถอนหายใจจนผมปลิวว่อน นอกจากจะไม่เขินแล้วเพียวยังพูดให้ผมขนลุกอีก พวกเราร่ำลากันตรงทางแยกทั้งสี่ทิศ ผมเดินต่อไปยังทางทิศตะวันตกอันเป็นที่พำนักมาหลายคืนอย่างเชื่องช้า

              วันนี้ด้านล่างหอพักมีบางอย่างผิดปกติ ผู้คนมาชุมนุมกันอย่างหนาแน่น ทุกคนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกคล้ายพบเจอปัญหาใหญ่ ผมไม่สนใจ เดินเลยผ่านไปดังเช่นทุกครั้ง...แต่หนึ่งในนั้นกลับก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าไว้

              เอ๋ ทุกทีไม่เห็นขวางผมนี่นา

              “พวกเรามีเรื่องให้นายทำหน่อย”

              ไม่ใช่ประโยคขอร้อง แต่เป็นคำสั่ง ผมเงยหน้าจ้องกลุ่มคนตรงหน้าตาปริบๆ จดจำได้ว่าทั้งหมดที่ยืนอยู่ตรงนี้คือคนของหอตะวันตก ว่าแต่จะให้ผมไปทำอะไรกันนะ

              ถ้าเป็นเรื่องยุ่งยากคงต้องขอปฏิเสธ ผมอยากอาบน้ำนอนจะแย่ อา...เหนียวตัวจัง

              “ไปเป็นอัศวินชั่วคราวแทนทีนะ จนกว่าจะหาอัศวินที่เหมาะสมได้” ผู้ชายคนเดิมพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผมนิ่งเงียบไม่โต้ตอบอะไร

อัศวิน...งั้นหรอ

จำได้ว่าในคู่มือมีตำแหน่ง ‘อัศวิน’ ระบุไว้ ทุกหอจะคัดเลือกอัศวินหลังเลือกราชาประจำหอเสร็จ เพื่อคอยปรนนิบัติรับใช้และทำงานภายใต้คำสั่งของราชา ตำแหน่งอัศวินได้สิทธิพิเศษรองลงมาจากราชาเลยมีผู้คนอยากได้ไม่น้อย คิดมาถึงตรงนี้ผมก็กวาดตามองใบหน้าซีดเซียวของทุกคนที่พำนักในหอตะวันตก

ใช่...ผู้คนในโรงเรียนอยากได้ตำแหน่งอัศวิน แต่ไม่มีใครในหอตะวันตกแห่งนี้อยากได้ตำแหน่งอัศวินแม้แต่คนเดียว ไม่สิ ผมคิดว่าพวกเขาอยากได้ตำแหน่งอัศวิน แต่ต้องเป็นอัศวินที่ไม่ได้รับใช้ราชาผู้เหี้ยมโหดต่างหาก

หลังจากเหตุการณ์ที่ผู้คุมหอคนเก่ามีสภาพเสียสติคราวนั้น ก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้คิมหันต์ในรัศมีสองเมตรอีกเลย

“ไหนๆ นายก็เคยเป็นบัดดี้กับราชามาก่อน ช่วยเป็นอัศวินชั่วคราวทีเถอะนะ” ความเป็นบัดดี้วัดความสนิทกับเครื่องจักรสังหารไม่ได้หรอกครับ

“นั่นสิ นายรอดมาได้...ดังนั้นราชาคงไม่ทำอะไรนายหรอก” ไม่ทำอะไร...แต่เกือบยิงผมตายน่ะหรอครับ

“แค่ไปคอยปลุกทุกเช้า ดูแลเรื่องเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย จัดตารางเวรการประชุม และทำตามคำสั่งราชา แลกกับการที่นายได้สิทธิพิเศษทั้งยืมหนังสือจากหอสมุดฟรี ได้โควตาขาดเรียนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าโดยไม่ถูกตัดคะแนน สามารถออกไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวภายนอกโรงเรียนได้โดยไม่ต้องใช้บัตรผ่านทาง และอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้นมาเป็นอัศวินชั่วคราวเถอะ”

ผู้ชายคนแรกที่เข้ามาขวางผมกล่าวประโยคโน้มน้าวยาวเหยียด ผมเริ่มลังเลเล็กน้อยเพราะสิทธิพิเศษยืมหนังสือไม่อั้น...ดวงตาเป็นประกายแวววาวอย่างไม่รู้ตัว สมองจินตนาการกองหนังสือมากมายจนเผลอพยักหน้าตอบรับในที่สุด

“ก็ได้ครับ”

“เยี่ยมเริ่มหน้าที่ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปนะ”

แววตาของทุกคนดูมีความสุขเหลือล้น คล้ายได้ยกภูเขาออกจากอกก็ไม่ปาน ส่วนผมที่เพิ่งมารู้สึกตัวว่าตกปากรับคำอะไรไปก็ได้แต่ทำหน้าตื่นตระหนก ทว่ามาคิดดูอีกที...นี่มันหนทางเข้าใกล้คิมหันต์ไม่ใช่หรือไง

              แม้โรงเรียนแห่งนี้จะจัดระบบให้ทุกคนที่เข้ามามีชนชั้นเทียบเท่ากัน ทว่าในส่วนของหอพักกลับจัดระบบผู้แข็งแกร่งกว่าอยู่ในจุดที่สูงกว่า ผมคิดว่ามันไม่ต่างกับสังคมภายนอกเท่าไหร่ ทั้งตำแหน่งราชา และอัศวินที่เป็นดั่งข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์

อา...พระเจ้าครับ ไม่รู้ว่าท่านมีเมตตาหรือต้องการหาความบันเทิงกันแน่ ถึงได้ผลักไสผมไปอยู่ใกล้ตัวอันตรายเร็วขนาดนี้!

 

 ให้ทายว่าเช้านี้ชีวิตผมบันเทิงขนาดไหน...

ผมงัวเงียตื่นขึ้นมาตั้งแต่ตีห้าเพราะผู้คุมหอคนปัจจุบันมาเคาะประตูเรียก แถมยังยัดเยียดสมุดเล่มหนาเข้ามาในมือโดยไม่สนใจสายตามึนงงปนง่วงหงาวหาวนอนของผมแม้แต่นิด ยังไม่จบแค่นั้นเพราะท่านผู้คุมหอดันโยนคีย์การ์ดมาให้ผมใบหนึ่งพลางถือวิสาสะปิดประตูใส่หน้าคล้ายเร่งรีบอีก

ชักไม่แน่ใจว่าเจ้าของห้องคือผมหรือผู้คุมหอคนใหม่...กะพริบตาปริบๆ มองประตูที่เพิ่งถูกปิดไปก่อนจะก้มมองคีย์การ์ดในมือแล้วอ้าปากหาวหวอด น้ำตาเล็ดตรงหางตาเล็กน้อยจนต้องยกนิ้วปาดออกเบาๆ

ผมปรือตาคลำทางอย่างโหยหาเตียงเป็นที่สุด ทว่าคล้ายคำพูดของผู้คุมหอเมื่อสักครู่นี้จะลอยแวบเข้ามาในหัว จำได้ว่าจังหวะนั้นไม่ค่อยมีสติรับฟังดีนัก...

“นี่เป็นคีย์การ์ดสำรองห้องของราชา...อยู่ชั้นบนสุดนะ”

คีย์การ์ด...ห้องของราชา?

กึก!

จากที่เปลือกตาจะปิดอยู่รอมร่อ ผมนี่เบิกตากว้างขึ้นมาเลย สองเท้าเบี่ยงทิศทางจากปลายเตียงไปยังห้องน้ำอย่างฉับไว ก่อนจะไปผมมองเตียงตาละห้อย ฮือ...คุณเตียงจ๋า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะมีวันไหนที่อุ่นจะได้นอนกับคุณเตียงจนถึงแปดโมงเช้าไหม แง

โวยวายในใจไปก็ไม่ได้อะไร ผมยู่ปากพลางพ่นลมจนเส้นผมด้านหน้าปลิวว่อน ความง่วงยังคงตกค้างแต่ความกลัวกลับมีมากกว่า กลัวจะไปไม่ทันปลุกราชาตามหน้าที่...แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมกลัวจะไปไม่ทันเจอคิมหันต์น่ะสิ

ก็ใช่ที่ผมกลัวเขาจนถึงขนาดต้องหลบหน้า แต่ตอนนี้ผมมีภารกิจสำคัญคือลอบสังหาร...ซึ่งถ้าผมไม่ทำใจให้ชินตั้งแต่ตอนนี้ผมก็คงกลัวเขาไปตลอดชีวิตแน่ๆ อย่าว่าแต่ลอบฆ่าเลย ถ้ายังทำใจเข้าใกล้ไม่ได้ผมคงไม่มีวันทำภารกิจสำเร็จ อีกอย่างโอกาสที่จะเข้าใกล้คิมหันต์ไม่ได้มีมาบ่อยๆ

หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จภายในเวลาครึ่งชั่วโมง ผมก็ขึ้นลิฟต์มาหยุดที่ชั้นบนสุด เสียงลิฟต์เปิดท่ามกลางความเงียบพาให้ใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ ภาพที่ปรากฏคือทางเดินกว้างยาวตลอดทั้งชั้นโดยมีประตูเพียงหนึ่งบานเท่านั้นอยู่ตรงหน้าผม

เอ่อ...เวิ้งว้างสุดๆ

ผมเผลอยกมือลูบแขนตัวเองเบาๆ จากนั้นก็ยกคีย์การ์ดขึ้นมาสำรวจ จะว่าไปผมยังไม่ได้เปิดสมุดเล่มหนาดูเลย เห็นแค่ชื่อปกว่าเป็นกฎระเบียบของหอกับตารางเวลาการประชุมอะไรสักอย่าง แม้จะชอบหนังสือมากแค่ไหนแต่ไม่ได้หมายความว่าผมจะอ่านหมดเล่มนั่นจบภายในวันเดียวได้หรอกนะ

ผมยกคีย์การ์ดขึ้นแตะด้านข้างประตู สัมผัสได้ว่าแอบมือสั่นนิดๆ น...นี่ผมจะบุกห้องทรราช...เอ้ยราชาจริงๆน่ะหรอ อะฮึก ให้เคี้ยวบอระเบ็ดที่ขมลิ้นเอามากๆ สักสิบชิ้นยังไม่กล้ำกลืนฝืนทนเท่านี้เลย

ติ๊ด!

เสียงสัญญาณบ่งบอกว่าประตูปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางลดมือที่กุมอกตัวเองมาดันปราการตรงหน้า จากนั้นก็แทรกตัวเข้าไปภายในห้อง

กริ๊ก!

อะเฮือก!

ผมสะดุ้งจนตัวโยนพลางเอี้ยวหน้าไปมองประตูทางด้านหลัง มะ ไม่ใช่เสียงขึ้นนกปืน...ฟู่ว สองมือยกขึ้นลูบอกตัวเองอย่างไม่รู้ตัว หัวใจเกือบหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง เมื่อครู่นี้ต้องเป็นเสียงของประตูที่ปิดเองอัตโนมัติแน่ๆ

แต่ระบบล็อกอัตโนมัติแบบนี้นี่มัน...กะจะให้ผมตายคาห้องโดยที่ไม่มีใครรู้เลยสินะครับ โฮก

พอหันหน้ากลับมาผมก็ผงะหงายเงิบอีกรอบ...

เอ่อ ผนังสีแดงทั่วทั้งห้องนี่มันคืออะไรน่ะ ผมจดจ้องอย่างนึกสนใจ ก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจใกล้ๆ พอมองดูแล้วนี่มันสีแดงเลือดหมูนี่นา ว้าว...สีสวยจัง มันคงจะเป็นห้องที่น่าอยู่สุดๆ ถ้าไม่ติดว่าคนอาศัยคือเครื่องจักรสังหารในคราบมนุษย์

ทำไมคิมหันต์ถึงอยู่ในห้องสีแดงนี่กันนะ จะว่าไปบรรยากาศมันก็ดูน่ากลัวหน่อยๆ แต่ผมคิดว่ามันดูแปลกตามากกว่า ผมไม่เคยเห็นห้องสีแดงแบบนี้มาก่อนเลย ตื่นเต้นจัง ให้อารมณ์เหมือนห้องที่ฆาตกรโรคจิตในหนังลากคนมาฆ่าเลยแหะ 

แต่สำหรับผมมันน่าอยู่มากเลยนะ ฮือ อิจฉาอ่ะ ได้เป็นราชาแล้วห้องจำเป็นต้องน่าอยู่ขนาดนี้ไหม 

ที่นี่มีสองชั้น ชั้นล่างที่ผมยืนอยู่เป็นโซนห้องนั่งเล่นที่ประกอบไปด้วยโซฟาชุดหนึ่งและเฟอร์นิเจอร์อื่นๆจำพวกโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางหนังสือและของจิปาถะ มุมด้านหนึ่งเป็นโซนครัวที่ผมทำเพียงกวาดตามองผ่านๆ ส่วนที่เหลือคือโซนติดกับผ้าม่านสีแดงดุจเลือดผืนยาวจากพื้นจรดเพดาน...ซึ่งพื้นที่ตรงส่วนนั้นมันดูโล่ง แบบโล่งเอามากๆ จนผมนึกสงสัยว่าคิมหันต์เอาไว้ใช้ทำอะไร

นอกจากสีคุมโทนแดงทั่วทั้งห้องที่ดูน่าอยู่ในสายตาของผมแล้ว...ชั้นล่างก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ ดูธรรมดาจนเกินไปเสียด้วยซ้ำ

ผมก้าวเท้าเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ชั้นนี้มีระเบียงที่สามารถมองเห็นชั้นหนึ่งได้ทั่วทุกมุม ที่สำคัญเป็นพื้นที่เปิดโล่งไม่มีห้องกั้น ยกเว้นห้องน้ำที่อยู่ทางฝั่งซ้ายมือ ผมเคลื่อนสายตาเลื่อนลอยออกจากโซนห้องน้ำไปยังฝั่งขวามืออย่างเชื่องช้า เท่านั้นล่ะ...ขนทั้งร่างก็พร้อมใจกันลุกชันขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ข...ขอถอนคำพูดที่ว่าห้องนี้ดูธรรมดาเกินไปได้ไหมครับโฮก

ผมค่อยๆ ก้าวเท้าหนักอึ้งไปหยุดยืนในอาณาเขตอันตราย...อาณาเขตหวงห้ามของราชาที่เต็มไปด้วยข้าวของจำพวกมีดทุกไซส์ซึ่งประดับข้างผนังพร้อมใช้งาน ปืนทุกรูปแบบที่วางอยู่ในตู้กระจกใสราวกับของสะสมแสนสวยงาม แม้กระทั่งดาบหรืออาวุธมีคมอย่างอื่นก็ยังมี...อือหื้อ ผมจะรอดออกจากห้องนี้ครบสามสิบสองไหมให้ทาย

นี่มันห้องมนุษย์แน่หรอ...ผมคิดว่าเขากำลังเตรียมก่อสงครามเสียอีก!

อยู่ดีๆ ก็รู้สึกน้ำตาตกใน แต่จะถอยตอนนี้คงไม่ทันเสียแล้วเพราะโซนด้านในสุดที่ผมกำลังฝืนใจพาฝ่าเท้าหนักอึ้งก้าวเข้าไป...คือเตียงสีขาวที่ทั้งหมอนและผ้าห่มเป็นสีดำสนิทสมกับบรรยากาศมืดสลัวภายในนี้

...บนเตียงขนาดคิงไซส์นั้น มีร่างหนึ่งนอนอยู่

ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดๆ แล้วถอยออกมาตั้งหลักหนึ่งก้าว ถ้าคิมหันต์ตื่นขึ้นมาผมจะทำยังไงดีประโยคแรกที่ควรพูดล่ะแล้ว...แล้วผมตัดสินใจถูกใช่ไหมที่เข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้ ถ้าผมไม่ได้ออกไปและโดนกักขังทรมานอยู่ที่นี่คุณแมงมุมใต้เตียงจะทำยังไงคุณแมงมุมต้องเหงามากแน่ๆ

ดังนั้น...ผมต้องสู้!

ฉับพลันนั้นเสียงเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างก็ทำให้ผมสะดุ้งเฮือก ร่างสูงที่ผมนึกกลัวผุดลุกขึ้นมานั่งบนเตียงอย่างเชื่องช้าให้อารมณ์หลอนๆ อย่างบอกไม่ถูก เขาไม่แม้แต่จะเสยผมที่ปรกหน้าปรกตาออกเสียด้วยซ้ำ ที่สำคัญไม่ใส่เสื้อ...

ซิกแพค...เอ่อ นั่นไม่ใช่ประเด็น คือผมยืนค้างเติ่งไปแล้วไง สัมผัสได้เลยว่าตัวเองสั่นหนักมาก สั่นยิ่งกว่าลูกนกตกจากรัง สั่นยิ่งกว่าลูกหมาตอนเห็นกะละมังใส่ข้าว!  

ผมไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ทั้งฝ่ามือฝ่าเท้าและขมับต่างชื้นเหงื่อทั้งที่แอร์เย็นเฉียบ ตามองตรงไปยังมนุษย์...ไม่สิ นี่มันหุ่นยนต์ชัดๆ ไม่มีมนุษย์ดีๆ ที่ไหนสามารถนั่งนิ่งได้เกือบจะสิบนาทีทั้งที่เพิ่งตื่นนอนหรอก ขาผมแข็งค้างไปแล้ว...สิบนาทีนี่มันก็ออกจะมากเกินไปหน่อย ผมคิดว่าถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปผมต้องแย่แน่ๆ

เกร็งจนเริ่มปวดหัวจี๊ดๆ แล้ว ฮือ

จังหวะนั้นมีนกตัวหนึ่งบินผ่านมาทางประตูระเบียงที่อยู่เยื้องกับเตียงหลังใหญ่พอดี คิมหันต์ปิดผ้าม่านไม่สนิทผมเลยเผลอเหลือบไปเห็นเข้า วิถีการบินของมันดูแปลกๆ...คล้ายบาดเจ็บมาเลย ทว่าก่อนจะได้สนใจไปมากกว่านั้น อะไรบางอย่างก็ลอยผ่านเข้ามาทางหางตาอย่างรวดเร็วจนต้องทรุดตัวหลบตามสัญชาตญาณ

ปั่กปั่กปั่ก!

ผมนั่งก้มหน้าหลับตาปี๋ ตัวก็สั่นกึกๆ ม...เมื่อกี้มันอะไรกันมีดบินลูกดอกผมไม่สามารถห้ามความสงสัยได้จึงเผลอเอี้ยวหน้าหันไปมอง ภาพที่ปรากฏคือลูกดอกคมกริบปักลงบนตำแหน่งของกระดานปาเป้าได้อย่างแม่นยำ เท่าที่เห็นคือลูกดอกทั้งสามอันดูไม่เหมือนลูกดอกที่ผมเคยเล่นเมื่อตอนเด็กๆ เลยสักนิด มันแหลมและยาวไม่ต่างกับตะปู อีกทั้งยังดูคมกริบและอันตรายอย่างน่าประหลาด

อา...ผมเพิ่งสังเกตเห็นว่าตัวเองยืนอยู่ด้านหน้ากระดานปาเป้าขนาดเล็กมาก ช่างเป็นตำแหน่งสำคัญที่ทำเอารู้สึกหดหู่ แค่วันแรกก็ดวงดี(?)เสียแล้ว

คิมหันต์คิดว่าตัวเองเป็นนินจาสินะถึงได้ปามาทีเดียวตั้งสามอัน อะฮึกถ้าหลบไม่พ้นล่ะก็...ป่านนี้คอผมคงประดับไปด้วยลูกดอกสามสีเรียบร้อยแล้วกระดานเล็กแค่นี้ยังปามาโดนอีก ผมนี่อยากก้มกราบในความเทพของเขาเลย ถ้าไม่ติดว่าการกระทำเมื่อครู่มันคือการ ‘จงใจฆ่า’ อย่างไม่ลังเลล่ะก็...

ผมแค่เผลอละสายตาออกห่างจากเขาเพียงเสี้ยววินาทีเองนะ ย้ำว่าแค่เสี้ยววินาที เอายังไงดี ผมจะมาตัวสั่นอยู่แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด สั่นศีรษะเบาๆแล้วฮึดสู้ด้วยการลุกขึ้นยืน แต่แล้วผมก็ต้องผงะอีกรอบเมื่อพบว่าเครื่องจักรสังหารมายืนอยู่ตรงหน้า...ในระยะประชิด

เฮือก มาตั้งแต่เมื่อไหร่!

ผมเบิกตากว้าง อ้าปากพะงาบๆและไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง สองขาก้าวถอยกรูดไปติดกระดานปาเป้าโดยอัตโนมัติ โชคดีที่คิมหันต์ใส่กางเกงขาสั้นนอน ไม่งั้นผมคงได้อุจาดลูกตากว่านี้แน่ แม้หุ่นของเขามันจะดีมากเสียจนผมเริ่มทนมองไม่ไหวก็ตาม คิดดูว่าแม้แต่ผู้ชายด้วยกันยังใจสั่น...

แต่กรณีของผมคือใจสั่นเพราะกลัวแขนขาทรงพลังนั่นมาฟาดคอหรอกนะ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องหวั่นไหวหรืออะไรเลยสักนิดฮือ

              ล่าสุด...ผู้คุมหอคนเก่าที่ทำเขาโกรธมีสภาพเป็นยังไงนะ?

              ผมแอบช้อนตาขึ้นมองคนตรงหน้าเล็กน้อย อะเฮือก...พอประสานสายตาเท่านั้นล่ะ ผมรีบหลบมาหลุบมองพื้นตามเดิมเลยไง  เคยบอกไปแล้วใช่ไหมว่าคิมหันต์ตาดุมาก ลองจินตนาการว่าเขาเพิ่งตื่นนอนเพราะมีผู้บุกรุกหาญกล้าเข้ามารบกวนดูสิ...

ดวงตาคมกริบน่ากลัวเกินกว่าที่ผมจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ บรรยากาศรอบร่างของเขาในตอนนี้บ่งบอกชัดเจนมากว่า ‘ผมจะไม่ได้ตายดี

ยังไม่ทันให้ผมอ้าปากอธิบาย ฝ่ามือหนาก็ตรงเข้ามากอบกุมลำคอแล้วกระชากทั้งร่างไปทางระเบียงที่ผมเคยบอกว่าสามารถมองลงไปยังชั้นหนึ่งได้

อึก ห...หายใจไม่ออก ผมยกสองมือขึ้นมาจะแกะมือของเขาออกจากคอตัวเอง แต่คิมหันต์ไม่คิดปรานี เขาตั้งท่าจะเหวี่ยงผมลงไปยังพื้นด้านล่างอย่างเงียบงัน ผมนึกกลัวในความเฉียบขาดและเลือดเย็นนี้จนตัวสั่นสะท้าน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเสียจนผมไม่ทันได้ตั้งตัวแม้แต่นิด

แค่ก้าวเท้าลุกล้ำอาณาเขตไปนิดเดียวเอง คิดจะฆ่าแกงกันเลยหรอ...ถึงด้านล่างจะไม่สูงมากแต่ถ้าลงผิดท่าก็ตายได้เลยนะ ผมกะพริบตาปริบๆ อย่างขอความเห็นใจ แต่ให้ตายเถอะครับ ผมลืมไปว่าตัวเองยังไม่ได้ตัดผมด้านหน้าออก เครื่องจักรสังหารจะมองเห็นสายตาวิงวอนของผมได้ยังไง!

“ปล่อย...”

ผมเค้นเสียงออกมาพลางดิ้นรนตามสัญชาตญาณ ทั้งเจ็บคอที่โดนบีบและเริ่มหน้ามืดเพราะขาดอากาศหายใจ เสี้ยววินาทีที่สบตากันอีกครั้ง มือหนาก็ปล่อยลำคอของผมให้เป็นอิสระตามคำขอ แต่การ ‘ปล่อย’ ของเขาช่างโหดร้าย เพราะคิมหันต์ปล่อยจริงๆ

ปล่อยให้ผมตกลงไปยังพื้นเบื้องล่าง!

หมับ!

“แค่กๆๆ”

นะ นี่ผมต้องดวงแข็งถึงขนาดไหนกันน่ะ...ถึงคว้าซี่ระเบียงไว้ได้ทันอะฮึก แต้มบุญต้องหมดแล้วแหงๆ คุณนก คุณแมงมุม คุณจิ้งจกอุ่นจะไปทำบุญ อุ่นไม่อยากดวงตกขนาดนี้อีกแล้ว

กึก!

แผ่นหลังกว้างหยุดเคลื่อนไหวในทันทีที่ได้ยินเสียงผมไอ คิมหันต์หมุนร่างกลับมาหยุดยืนที่เดิมอย่างเชื่องช้า ดวงตาของเขาไม่ฉายอารมณ์ใดๆ และทำเพียงกดมองผมที่ห้อยโหนอยู่ริมระเบียงอย่างน่าหวาดเสียวเท่านั้น

ผมควรบอกเหตุผลที่จะทำให้ตัวเองรอดตาย ผมสัมผัสได้ว่ายังมีโอกาสพูดภายในสามวินาทีก่อนที่จะตกลงไปเพราะหมดแรง หรือไม่ก็โดนฝ่าเท้าที่หยุดยืนใกล้ๆ ขยี้มือเพื่อบีบบังคับให้ตกลงไปยังพื้นเบื้องล่าง

สาม...

“แค่ก ผม...”

สอง...

“เป็น...อัศวิน”

หนึ่ง...

“...ของคุณ”

 






Writer talk2

ไม่รู้ว่ามันสมเหตุสมผลไหม แต่คิดว่าถ้าใครบุกรุกห้องน้องคิมคนไสยก็คงต้องเจออะไรประมาณนี้//ลูบแขนที่ขนลุกซู่ แอบสงสารหนูอุ่นเบาๆ สตรองไว้นะคะ เอ็นดูสุดในเซตก็หนูไออุ่นนี่แหละ//หลบมือเบนซิน พี่แสบ โซดา มาถึงตอนนี้หนูคิมคนไสยก็ยังคงไม่พูด กลัวดอกพิกุลร่วงจากปาก...แค่กๆ เอาเป็นว่ามารอลุ้นกันดีกว่าค่ะเมื่อไหร่พระเอกของเรื่องจะเปิดปากพูดเสียที ><

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

Writer talk1

ยิ่งอ่านก็จะยิ่งพบว่าตัวเอกทั้งสองคนของไรท์ใสซื่อมากขึ้น...มากขึ้น//ปาดเหงื่อ เหมือนไม่ได้อัพเรื่องนี้นาน...แค่ก มีบางช่วงที่สมองตันหรือบิ๊วอารมณ์ไม่ได้ค่ะ บวกกับไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าไหร่ แต่คาดว่าแต่งจบแน่นอนไม่ต้องห่วงนะคะ ^^ ไออุ่นกลายเป็นอัศวินไปซะงั้น แล้วทรราชย์...เอ้ย ราชาล่ะคะจะว่ายังไง

#ทรราช = ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจกดขี่ สร้างความเดือดร้อนลำบากให้แก่ผู้อยู่ใต้ปกครอง

#ติดตามข่าวสารการอัพนิยายได้ที่เพจ >>คลิ๊ก<<

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.911K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,901 ความคิดเห็น

  1. #45859 Kanitta127 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มีนาคม 2564 / 15:42
    เราก็เคยพบคนแบบไออุ่นนะเราเข้าใจคนเข้าสังคมไม่เก่งเราก็เป็นปกติก็ชอบถามเองตอบเองตลอดจะคุยเรียบเรียงคำไม่ถูกเวลาพูดคุยกับคนไม่สนิท บางครั้งก็คุยกับข้อสอบเห้ยนี่ไม่ได้เบียวนะแต่มันเป็นแบบนี้จริงๆตอนนี้ก็ดีขึ้นล่ะเพราะเริ่มเข้าสังคมได้แล้วแต่อาการหลงทิศเรียบเรียงคำพูดให้ดูดีไม่ให้พูดสลับคำยังไม่ดีเท่าไหร่
    #45,859
    0
  2. #45373 judit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 18:53
    กลับมาอ่านอีกแล้ว ทำไมจู่ๆก็เขินคำว่า ของคุณ /////////
    #45,373
    0
  3. #45276 nisworddunn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 19:55
    รักความมึนของน้อง
    #45,276
    0
  4. #45140 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 14:46
    อะโหมากจ้าาาา
    #45,140
    0
  5. #45120 sirdo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 09:41
    คือแบบว่าพ่อนิลแทบไม่พูดแล้วนะแต่ลูกคิมนิไม่พูดเลยอ่ะ5555555
    #45,120
    0
  6. #45110 พี่เพ้อ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 12:32
    สำหรับเรา เราว่าน้องไออุ่นฉลาดพอตัวนะ มองคนอื่นออก รู้ว่าใครอันตรายใครไม่มีพิษภัย แต่น้องไม่เก่งเรื่องเข้าสังคม เลยกลายเป็นคุยกับเขาไม่รู้เรื่องเฉย
    #45,110
    0
  7. #45079 0613414171 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 13:04
    นิสัยเหมือนพ่อนางมากกถ้าใครอ่านมาเเล้วจะรู้เลยใครมากวนตอนนอนเเม้เเต่เมียตัวเองก็ยังยกปืนจ่อหัว
    #45,079
    0
  8. #45048 Padcha0623060584 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 08:27
    นายเอกซื่อบื้อเกินไป เอ๋อเกิ๊น พระเอกก็น่ากลัวชิบหาย ชอบพระเอกแบบนี้ เรื่องอื่นพระเอกก็ไม่ดีเท่าเรื่องนี้ ตระกูลมังกรคือเลิศ!
    #45,048
    0
  9. #44761 Youngjaejackson (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มกราคม 2563 / 00:01
    นายเอกจากโง่เราว่าไม่ใช่แล้ว เอ๋อต่างหาก เนื้อเรื้องน่าอ่านแต่นายเอกคือเบื่อมาก ลำคาญ เหมือนคนโง่+เอ๋อ+พึ่งเกิดได้2ปี😒😒😒
    #44,761
    0
  10. #44677 ladytata15 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 13:17
    พี๊!! อ่อนโยนหน่อยโว้ยยยยย
    #44,677
    0
  11. #44657 130143m (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 00:15
    ไม่รู้จะขัดใจความซื่อของนายเอก แต่จะเรียกว่าซื่อก็ไม่เต็มปาก จะว่าโง่ก้แบบเฮ้ยย~~ ส่วนพระเอกมันดูเว่อร์ไปหน่อย ภาคของเพลิงนิลกับเบนซินก้ไม่ขนาดนี้นะ.. แต่ว่าจะรออ่านพัฒนาการของตัวละครเผื่ออ่านานๆไป จะดีขึ้นก้ได้ ส่วนตัวชอบเนื้อเรื่องมากเลยนะ อีกอย่างอ่านมาตั้งแต่ภาคของเพลิงนิลเบนซินแล้วไง เลยมาอ่านภาคลูกต่อ รอมาตั้ง 3 ปีให้อัพจบ
    #44,657
    0
  12. #42761 TsbNutchamon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 22:12
    คำว่าซื่อ กับ คำว่าโง่ มันมีเส้นบางๆกั้นอยู่ โปรดอย่าไม่รู้ อิเหน่ จนเกินไป มันทำให้ เรารู้สึกรำคาญนิสัยตัวละครมากค่ะ...ถ้าตัดตรงความเอ๋อแบบชิบหาย เราว่า คาแรกเตอร์น่าสนใจ มีความลึกลับซับซ้อนกว่าที่เห็น หวังว่าคงจะเห็นพัฒนาการของนายเอกนะคะ
    #42,761
    0
  13. #41663 eannysrr (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 21:53

    จะได้รักกันก่อน หรือน้องจะตายก่อนเอางี้ดีกว่า

    #41,663
    0
  14. #38469 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 23:32
    ปล.ตอนแรกคิดว่าเจมจะชอบเพียวไปมาดูจะชอบน้องแสนมืดมนของเรานะเนี่ยย
    #38,469
    0
  15. #38464 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 13:14
    เกินคำว่าซื่อละนะ!!!...พี่คิมก็โหดเกิ๊น
    #38,464
    0
  16. #37111 NoneCoffee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 09:01
    อิพี่โคตรโหด ยัยน้องงงง แงงง
    #37,111
    0
  17. #32385 pommys (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 10:55
    โหดร้ายแฮง
    #32,385
    0
  18. #30520 crzoldyck7 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 21:18
    โอ้ยยยย..เกือบตายแล้วลูกอีก1วิเท่านั้น
    #30,520
    0
  19. #25863 mook (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 18:18

    กว่าจะรักกันได้น้องอุ่นของแม่คงเหลือแต่กระดูกแล้วลูกเอ้ย55555

    #25,863
    0
  20. #23873 KiHaE*129 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 23:38

    วงวารน้องอุ่น

    #23,873
    0
  21. #23824 97line (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 19:31
    ยัยน้องงงง
    #23,824
    0
  22. #22185 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 04:50
    น้องทำไมดูเอ๋ออะ55555555 มาหาแม่เร็วแม่จะปกป้องเองงงงงงงงง!!!!!
    #22,185
    0
  23. #22165 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 11:47
    แล้วจะรักกันยังไงวะ555
    #22,165
    0
  24. #21345 bnreff (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 09:05
    เสียดายคาแรคเตอร์นายเอก ขัดใจมาก ดูเอ๋อไปหมด ถ้าน้องนิสัยน่ารักแต่เป็นคนปกติไม่ดูเอ๋ออย่างนี้จะดีมากค่ะ
    #21,345
    0
  25. #20908 khimmee56 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 08:47
    อุ่นสู้ๆๆๆ
    #20,908
    0
  26. #11390 Mnn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 13:02

    เนื้อเรื่องสนุกนะ แต่ขัดตรงนายเอกอ่ะ เหมือนไม่เต็ม เอ๋อๆยังไงไม่รู้ มันไม่เชิงกวนตีนเวลาตอบคำถามใครนะ แต่มันดูไม่เต็มอ่ะ5555 ไม่ค่อยชอบคาแรคเตอร์นายเอกแบบนี้เลย อยากให้พูดตอบกลับคนอื่นแบบธรรมดามากกว่า

    #11,390
    4
    • #11390-3 pinkysherbet(จากตอนที่ 7)
      1 เมษายน 2562 / 14:20
      เห็นด้วย555
      #11390-3
    • #11390-4 soadah3458200(จากตอนที่ 7)
      12 มกราคม 2563 / 09:00
      ด้วยคน5555
      #11390-4