[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 6 : Ep.06::นอกจากร้ายกาจ เขายังฉลาดแกมโกง!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 98,852
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,897 ครั้ง
    17 ส.ค. 63




Ep.06

นอกจากร้ายกาจ เขายังฉลาดแกมโกง

 

              บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความอึกครึ้ม เสียงกร่อบแกร่บของใบไม้แห้งดังเป็นระยะๆ ตามจังหวะการก้าวเดิน ผมเหลือบมองแผ่นหลังกว้างด้านหน้าเป็นรอบที่ร้อย ก่อนจะค่อยๆ ปล่อยลมหายใจออกมาอย่างเชื่องช้า

              ก็ถ้าเผลอหายใจแรง...ผมกลัวว่าตัวเองจะไม่ได้อยู่รอดปลอดภัยแบบนี้น่ะสิ!

              อันที่จริงก็ไม่ได้ปลอดภัยเท่าไหร่ รู้ไหมว่าใจผมสั่นแรงมาก ไม่ใช่เพราะตื่นเต้นหรอก แต่กำลังทำตัวไม่ถูกต่างหาก ยอมรับว่าผมชื่นชอบความเงียบ แต่ถ้าในความเงียบนั้นมีคิมหันต์อยู่ด้วย ผมก็คงทำใจชอบไม่ลง อา...อึดอัดจัง ทั้งบรรยากาศน่ากลัวที่เขาแผ่ออกมาและกุญแจมือนี่ก็ด้วย มันช่างน่าอึดอัดไปหมด

              แซ่กๆๆ

เสียงแหวกพงหญ้าและพุ่มไม้ดังขึ้นเป็นระยะ มือหนาจับกิ่งไม้ที่ขวางทางอยู่ออก ก่อนจะปล่อยในทันทีแบบไม่รีรอให้ผมได้ตั้งตัวเสียด้วยซ้ำ

ผลก็คือ...กิ่งไม้กิ่งนั้นมันฟาดหน้าผมที่เดินตามหลังมาเต็มๆ!

“....!

ผมสะดุ้งหลับตาปี๋ ไม่มีแม้แต่เสียงร้องอุทานหลุดออกมา เจ็บ...ฮือ ผมไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจงั้นหรอรู้สึกได้เลยว่าหน้าผากต้องมีรอยเลือดซิบแน่ๆ ยิ่งอากาศหนาวแบบนี้ ความแสบจากรอยกิ่งไม้บาดยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก

แม้มีผมปรกหน้าปรกตาก็ไม่ได้ช่วยอะไร คิมหันต์คิดจะทำร้ายกันทั้งทางร่างกายและจิตใจเลยสินะ ร้ายกาจที่สุด ร้ายกาจเกินไปแล้ว!

ผมอดจะบริภาษในใจไม่ได้ ที่ทำได้มีเพียงเร่งฝีเท้าก้าวตามคนขายาวไปเท่านั้น ไม่รู้ว่าจะรีบไปไหน อันที่จริงผมก็เริ่มเหนื่อยแล้วด้วย จะไม่ให้เหนื่อยได้ยังไงในเมื่อก้าวหนึ่งของเขามันเท่ากับสองก้าวของผมชัดๆ เหงื่อก็เริ่มหยดแหมะๆ ออกมาทั้งที่อากาศรอบด้านหนาวเหน็บ

คิดไปก็เท่านั้น สุดท้ายผมก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อหลีกเลี่ยงเขา ทั้งที่ตัวเราห่างกันได้เพียงสองเมตร!

ยังกับปาท่องโก๋ที่เคยกินเลย...ตะ แต่ให้ตัวติดกันแบบนั้นน่ะ ไม่เอาด้วยหรอก ผมเผลอส่ายหน้ายิกๆอย่างหวาดผวา แค่จินตนาการว่าต้องแนบชิดสนิทสนมกับเครื่องจักรสังหารในคราบมนุษย์ไปอีกห้าวันเต็มๆ ผมก็อยากนั่งลงแล้วขดตัวอยู่นิ่งๆ เสียตรงนี้ ไม่ต้องขยับไปไหนได้เลยยิ่งดี

แต่ในความเป็นจริงแล้ว คงทำได้แค่ตัดข้อมือผมออกเท่านั้นแหละ ฮือ

กึก!

“อ๊ะ...!

คราวนี้ผมหลุดร้องพร้อมเบรกเอี๊ยด หน้าแทบทิ่มแผ่นหลังกว้างของคนที่หยุดเดินกะทันหัน แต่โชคดีที่ผมทรงตัวได้ทันเลยไม่เซไปชนเขาเข้า ผมยกมือทั้งสองข้างลูบอกตัวเองเบาๆ อย่างใจหายใจคว่ำ ขวัญเอ๊ยขวัญมา เกือบไปแล้ว ฟู่ว ไม่งั้นต้องโชคเลือดแน่ๆ

ใช่ ถ้าชนคิมหันต์เข้าล่ะก็...ไม่ได้เรียกโชคร้ายหรอก ต้องเรียกว่า ‘โชคเลือด’ น่ะถูกแล้ว!

เมื่อความเงียบเริ่มปกคลุม ผมจึงเพิ่งได้สติว่าตัวเองอยู่ใกล้เขาแค่ไหน ใกล้ชนิดที่ว่ากลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูก กลิ่นที่ไม่เหมือนใคร ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่ผู้ชายชอบใช้ แต่มันเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของแต่ละคน

และกลิ่นของคิมหันต์ดิบเถื่อนยิ่งกว่ากลิ่นของพี่ไอหมอกเสียอีก ว่าแต่ทำไมผมต้องมาพร่ำพรรณนาเรื่องกลิ่นอะไรนี่ด้วยล่ะ!

ผมสะบัดหัวจนผมปลิวว่อนอีกครั้ง ไม่ๆฮือ ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่คิดอะไรแบบนี้ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน จะโทษจมูกที่ดีเกินไปหรือจะโทษคิมหันต์ที่มีเซ็กส์แอพพีลสูงไปดี

จังหวะที่ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา เป็นจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ายเอี้ยวหน้ามามองทางหางตา ประกายวาบที่แล่นผ่านเพียงเสี้ยววินาทีให้ความรู้สึกขนลุก...จนเผลอถอยกรูดออกห่างอย่างรวดเร็ว

ปกติก็ตาดุอยู่แล้ว และยิ่งจ้องมองมาด้วยสายตาแบบนั้นมันทำเอาผมสั่นหนักเข้าไปใหญ่ ลมหายใจสะดุดกึกและเริ่มขาดห้วง ผมคิดว่าตัวเองกำลังอาการหนัก ไม่รู้ว่าทำไมถึงหวาดกลัวได้ขนาดนี้ ส่วนหนึ่งผมรู้ว่าเป็นเพราะความทรงจำในวัยเด็ก แต่อีกส่วน...

ก็ ก็เขาน่ากลัวเกินไปนี่นาฮือ จะบ้าตายอยู่แล้ว ใครก็ได้รีบๆ เอาโซ่นี่ออกไปทีเถอะ

รู้ตัวอีกทีสายตาน่ากลัวนั่นก็เบี่ยงไปยังต้นเหตุที่ทำให้เขาหยุดเดิน มันคือป้ายบอกทางสองอันที่ถูกติดไว้กับต้นไม้ใหญ่ ให้อารมณ์เหมือนมาทัศนศึกษา...ทว่าแตกต่างตรงที่ตอนนี้มันเป็นเวลากลางคืน แถมยังอยู่กลางป่าปริศนาอีก ถ้าให้เดา ผมคิดว่าที่นี่คืออีกฟากหนึ่งของเกาะล่ะ

ในที่สุดร่างสูงก็เริ่มออกเดินไปทางขวา เห็นดังนั้นผมจึงก้าวเดินต่อกแต่กตามหลังไม่ปานว่าลูกเป็ดน้อยตามแม่เป็ด...ไม่ๆอย่างคิมหันต์น่ะ เปรียบเขาเป็นฉลามในขณะที่ผมเป็นเหาฉลามจะดีกว่า แต่ผมคงไม่ได้เป็นเหาฉลามที่ปลอดภัยเท่าไหร่หรอก ไม่รู้ว่าจะโดนจับกินเมื่อไหร่

ตราบใดที่ฉลามอย่างเขาไม่หันมาสนใจ ผมก็จะปลอดภัยแน่นอน!

เนิ่นนานหลายชั่วโมงที่เราเดินวนอยู่แบบนั้น ผมเหนื่อยจัง...แต่ความกลัวดันมีมากกว่า ต่อให้ขาจะล้าแค่ไหนทว่าผมก็ยังคงเดินตามคนตรงหน้าต่อไปอย่างไร้จุดหมาย ดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยกลางฟากฟ้าบ่งบอกว่ายามนี้ดึกสงัดมากแล้ว

ดึกชนิดที่เปลือกตาผมเริ่มปรือปรอย จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ทั้งๆ ที่ขายังก้าวเดินอยู่ หาว~ ผมยกมือปิดปาก รู้สึกได้เลยว่าน้ำตาเล็ดออกมาเล็กน้อยจนต้องใช้ปลายนิ้วปาดออกเบาๆ 

กึก!

อะเฮือก!

ผมตาเหลือกโพล่งก่อนจะเบรกเอี๊ยดรอบสอง มือไม้ก็กางออกไขว่คว้าอากาศเพื่อทรงตัว อย่านะอย่าเซไปข้างหน้าเด็ดขาด ผมหลับตาปี๋แล้วตั้งสติขยับปลายเท้าเพื่อทรงตัวอย่างรวดเร็ว ห...ให้ตายเถอะ เกือบไปแล้ว ผมเกือบเดินชนคิมหันต์อีกแล้ว คิดพลางถอนหายใจเฮือกและเผลอกะพริบตาถี่ๆ ด้วยความโล่งอก

จะโทษที่เขาเดินเร็วๆ แล้วดันหยุดเดินอย่างฉับพลัน หรือโทษที่ผมไม่ระมัดระวังดี ถ้าเดินชนเข้าไปล่ะก็...มีสิบหัวคงไม่พอให้อีกฝ่ายยกปืนยิงทิ้งแน่

ตุ้บ!

ผมเอียงคออย่างนึกสงสัยเมื่อเห็นว่าคิมหันต์ทิ้งร่างนั่งลงตรงโคนต้นไม้ใหญ่ เขาปิดเปลือกตาลงคล้ายต้องการพักผ่อน ในขณะที่ทิ้งผมให้ยืนคว้างอย่างคนทำอะไรไม่ถูก

หลังจดๆ จ้องๆ อยู่นาน ผมก็ค่อยๆ คืบคลานเข้าไปใกล้ทีละก้าว จากนั้นก็นั่งแหมะลงบนพงหญ้าด้านข้าง ทว่า..

พรึ่บ!

เปลือกตาที่ปิดสนิทเมื่อชั่วครู่กลับเปิดออก คิมหันต์มองมาทางหางตาอย่างดุดัน ประกายสีน้ำตาลแดงเรืองรองท่ามกลางแสงจันทร์วูบหนึ่ง คล้ายต้องการสื่อว่า ‘ไปนั่งไกลๆซะ...

ฉับพลันนั้นร่างทั้งร่างพลันสั่นระริกและกระโดดฟุบไปยังต้นไม้อีกต้นอย่างรวดเร็ว ผมเม้มปากแน่นพลางลอบมองใครอีกคนเป็นระยะ สองมือก็กุมเข้าหากันลดความหวาดผวา ความจริงแล้วผมไม่ได้นั่งใกล้เขาชนิดที่หายใจรดกันเสียหน่อยก็แค่เผลอไปนั่งด้านข้างเท่านั้นเอง

คิดว่าผมอยากเข้าใกล้เขานักหรอ สำคัญตัวเองผิดไปแล้วบู้ๆ

พอกะพริบตามองคนที่ไม่แม้แต่จะส่งเสียงออกมาตลอดการเดินทาง ผมก็พบว่าเขาหลับไปแล้ว...อา หลับง่ายจัง พอมองดูตอนหลับแบบนี้...คิมหันต์ช่างไร้พิษสง บรรยากาศไม่น่าเข้าใกล้ก็เจือจางลงไปมาก

ผมเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เห็นมวลหมู่ดาวเด่นชัด ก่อนจะวกกลับมามองป่ามืดทึบรอบด้าน เสียงจิ้งหรีดเรไรพร้อมลมหนาวที่พัดผ่านร่างทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย สองมือยกขึ้นโอบกอดตัวเองไว้ ก่อนจะปิดเปลือกตาที่ปรือปรอยตามไปอีกคน

ไม่มีอะไรน่ากังวลใจ ผมรู้สึกได้ว่าที่นี่ปลอดภัยเสียยิ่งกว่าในรั้วโรงเรียนเสียอีก

 

ผมถูกปลุกให้ตื่นเพราะแรงกระชากรั้งที่ข้อมือ พองัวเงียมองต้นเหตุก็เห็นว่าคิมหันต์ลุกยืนขึ้นอยู่ก่อนแล้ว ผมรีบลุกพรึ่บตามทั้งที่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะมองมาทางหางตา พอเผลอแสดงสีหน้าไม่เข้าใจออกไป ร่างสูงก็เดินนำลิ่วๆไปเสียก่อน

ผมก้มมองสายโซ่ที่เริ่มตึงตาปริบๆ ก่อนจะเดินตามต้อยๆ ไปเช่นเดิม

ความจริงผมพยายามทำตัวเป็นธาตุอากาศสุดความสามารถ ให้เป็นนก เป็นไม้ หรือเป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ไปกระตุ้นต่อมความอยากฆ่าคนของเครื่องจักรสังหารเข้าและดูเหมือนผมจะทำได้ดี เพราะหลายชั่วโมงมานี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะถูกฆ่า...อา ดีจัง~

กึก!

อะเฮือก!!

เสี้ยววินาทีที่ไม่ทันระวังตัว จมูกก็พลันกระแทกเข้ากับแผ่นหลังกว้างอย่างจัง ผมกะพริบตาตั้งสติในขณะที่หัวใจเต้นแรงขึ้นเป็นจังหวะหนักหน่วง สมองก็กู่ร้องเพียงคำว่า ‘ซวยแล้วล่ะ...ซวยแล้ว!’

ดูเหมือนว่าจะได้ฤกษ์ยามที่ผมจะถูกฆ่าเสียแล้ว...โฮก!

พลั่ก!

แข้งขาพลันอ่อนแรงเมื่อคิมหันต์ผลักผมติดต้นไม้ต้นที่ใกล้ที่สุดอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบด้านทวีความน่าสะพรึงกลัวเสียจนผมลืมความเจ็บที่จมูกกับหลังไปชั่วขณะ เผลอเงยหน้าขึ้นมองด้วยนัยน์ตาสั่นระริก ทว่าอีกฝ่ายคงไม่เห็นเพราะเส้นผมบดบังอยู่

“ขะ ขอโทษ...ครับ”

ผมเอ่ยออกไปเสียงสั่น ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อมือหนาหยิบมีดขึ้นมาจากทางด้านหลัง เดี๋ยวๆผมแค่ชนเขาหน่อยเดียวเองนะ นี่ถึงกับจะฆ่าแกงกันเลยหรอ...

ไม่รอให้ผมได้ตื่นตระหนกตกใจไปมากกว่านั้น มีดสั้นก็ลอยผ่านเข้ามาในครรลองสายตาจนผมเกร็งไปทั้งร่างและลืมแม้กระทั่งต้องหลับตาหนี ลมหายใจสะดุดกึกก่อนจะตัวสั่นหวั่นไหวมากกว่าเดิมเมื่อมันเลยผ่านไปตัดบางอย่างทางด้านหลังแทน

ฟึ่บ!

เสียงวัตถุขาดออกจากกันทำให้ผมเผลอเหลือบมองทางหางตา คิมหันต์ใช้มือข้างที่ว่างจับสิ่งนั้นก่อนจะลงมือตัดอีกครั้ง และแล้วลวดเส้นหนึ่งก็ปรากฏอยู่บนมือของเขา

ใช่ แค่ลวด...ละ แล้วทำไมเขาต้องทำให้ผมตื่นตกใจขนาดนี้ด้วยเล่าคนใจร้าย...เขาจงใจทำให้ผมหวาดกลัวชัดๆ ฮือ

ผมเผลออ้าปากพะงาบๆ ก่อนจะเอี้ยวตัวหันไปมองต้นเหตุด้วยแววตาฉงนสงสัย มีป้ายผุๆ อันหนึ่งกำลังห้อยต่องแต่งติดอยู่กับต้นไม้ และที่มันห้อยแบบนั้นก็เพราะลวดที่ใช้พยุงป้ายมาอยู่ในมือของคิมหันต์แล้วยังไงล่ะ

ร่างสูงผงะออกห่างจากผมเมื่อเสร็จสิ้นธุระ เขาเฉยเมยได้ชนิดที่ว่าผมเป็นเพียงฝุ่นละอองที่ลอยผ่านหน้า...ไม่มีค่าแม้แต่จะเสวนาด้วย แน่นอนว่าผมก็ไม่อยากพูดคุยกับเขาเช่นกัน ดังนั้นระหว่างเราจึงมีเพียงความเงียบเข้าปกคลุม

ตอนนี้เริ่มเช้าแล้ว ผมว่าน่าจะสักหกโมงได้ เหล่านกน้อยเริ่มบินออกหากินกันเป็นฝูง ผมเผลอเงยหน้าขึ้นมองตามด้วยแววตาเหม่อลอย ถ้ามีนกสักตัวพลัดจากฝูง มันจะรู้สึกยังไงนะ...รู้สึกเหงาเหมือนกับผมในตอนนี้หรือเปล่า

เอาตามตรงผมไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิตเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าหลังจากเรียนจบไปแล้วจะเป็นยังไงต่อ คงต้องแล้วแต่คุณอาเมฆว่าจะให้ผมทำอะไร ถ้าเป็นไปได้ผมอยากอยู่กับพวกสัตว์มากกว่า เพราะอยู่กับพวกนั้นแล้วผมไม่รู้สึกเหงาเลยสักนิด

กริ๊ก

เสียงปลดล็อกของอะไรบางอย่างเรียกให้ผมฟื้นคืนสติกลับมามอง คิมหันต์ปล่อยลวดในมือที่ถูกขดเป็นเกลียวซับซ้อนทิ้ง พร้อมกับกุญแจมือที่ร่วงหล่นพื้นดังตุ้บ!

เอ๋...กุญแจมือ?

นี่เขาเอาลวดเส้นนั้นมาไขกุญแจมือที่ทางโรงเรียนย้ำเป็นหนักหนาว่าไม่สามารถทำลายได้งั้นหรอ จะ...จะน่ากลัวเกินไปแล้วแค่มีลวดเส้นเดียวยังทำได้ถึงขนาดนี้ ผมไม่อยากรู้เลยสักนิดว่าคิมหันต์ยังมีความสามารถอะไรซุกซ่อนอยู่อีกบ้าง เพียงแค่คิดว่าพระเจ้ารักเขามากจนมอบพรสวรรค์หลายอย่างให้ ผมก็เริ่มขนลุกชันขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ

คนๆ นี้อันตราย...นอกจากมีฝีมือแล้ว เขามีสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า นั่นคือ ‘สมอง

จังหวะที่ผมกะพริบตาปริบๆ พลางจ้องมองด้วยแววตานิ่งอึ้ง ร่างสูงสมส่วนก็ก้าวขาเดินจากไปจนไกลลิบ โดยทิ้งผมไว้ตรงนี้...กับสายโซ่เส้นยาวที่ยังคงผูกติดอยู่บนข้อมือ

เอ่อ นี่ผมกำลังถูกทิ้งไว้กลางป่าโดยสมบูรณ์แบบนี่นา!

รู้สึกตัวอีกทีผมก็ไม่เห็นคิมหันต์แล้ว พอลองมองไปรอบตัวก็พบเพียงความเงียบงัน ดังนั้นผมจึงก้มเก็บกุญแจมือที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นขึ้นมา พอรวมกับน้ำหนักของสายโซ่แล้วนับว่าหนักเอาการ

หมอนั่น...ทิ้งผมจริงๆงั้นหรอ?

ผมเอียงคออย่างครุ่นคิด หรือเขาจะไม่ชอบขี้หน้าผมกันนะ อา...เป็นไปได้ ก็ผมเดินชนเขานี่นา แถมเมื่อคืนยังเผลอเข้าไปนั่งใกล้ๆ อีก

จิ๊บๆๆ

เสียงนกร้องขึ้นเหนือหัวทำให้ผมเงยหน้ามองเล็กน้อย มันเอียงคอไปมาคล้ายกำลังเอ่ยถามว่าทำไมผมจึงมาอยู่ที่นี่

“เรากำลังหาทางออก...” 

ผมพึมพำตอบกลับไป นกน้อยผงกหัวเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะบินนำหน้าไปเกาะยังต้นไม้อีกต้นหนึ่ง มันหันมาผงกหัวให้ผมอีกครั้ง ใจดีจัง...คงจะนำทางให้สินะ ผมเผยรอยยิ้มเบาบางก่อนจะเริ่มก้าวเท้าเดินตามคุณนกน้อยไป ทว่าเพราะคุณนกบินเร็วมาก จากการก้าวขาเร็วๆ จึงแปรเปลี่ยนเป็นวิ่งไล่ตามในที่สุด

สนุกจัง!

ผมไม่ได้วิ่งแบบนี้มานานแล้ว วันๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง เห็นเพียงกำแพงสีสว่างสลับกับทิวทัศน์ในสวนของคฤหาสน์ เพิ่งเคยสัมผัสกลิ่นอายของป่าจริงจังเป็นครั้งแรก สถานที่ที่สัตว์ทั้งหลายอาศัยอยู่...เป็นแบบนี้เองหรอกหรอ

สีเขียวที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย...ผมชอบสีเขียวที่สุดเลย!

“แฮ่กๆ”

วิ่งไปได้สักพักผมก็เริ่มหอบ คงเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเท่าไหร่ แต่ก่อนผมวิ่งเร็วกว่านี้มาก อาจเป็นเพราะตอนเด็กๆ ผมโดนพวกหัวโจกในโรงเรียนไล่ล่าบ่อยล่ะมั้ง ด้วยความที่ตัวเล็กที่สุดเลยมีแต่คนหมายหัว ตามประสาเด็กๆ นั่นแหละ...ทว่าโตมาก็ไม่ค่อยมีใครสนใจผมเท่าไหร่

แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ต้องขอบคุณพวกหัวโจกที่ทำให้ผมซ่อนตัวเก่งบวกกับวิ่งเร็วมากมาจนถึงทุกวันนี้ ถ้าไม่ได้เด็กพวกนั้น ผมคงโดนคุณอารัศมีหาตัวเจอตอนที่คุณอาจะลงโทษ ไม่ก็โดนพี่ไอหมอกจับตัวได้ไปนานแล้ว

เสียงกระพือปีกเริ่มจางหายไป คุณนกไปแล้วหรอผมเงยหน้าขึ้นมองทัศนียภาพรอบด้านก่อนจะพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่คนเดียว...โดยมีรั้วเหล็กสูงเสียดฟ้าอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก

ที่นี่มันด้านหลังโรงเรียนนี่นา คุณนกพาผมมาส่งจริงๆ ด้วย อา...ยังไม่ทันได้ขอบคุณเลย ถ้าครั้งหน้าได้เจอกัน ผมจะแบ่งขนมปังให้ทันทีเลยล่ะ!

ผมเดินต่อกแต่กไปทางประตูที่อยู่ด้านซ้ายของรั้วเหล็กสีดำทมิฬ พอมองลอดเข้าไปด้านในก็พบกับยามเฝ้าประตูคนหนึ่ง เขามองผมอย่างแปลกใจก่อนจะกดรีโมทดังติ๊ด ประตูพลันเปิดออกในขณะที่ผมผงกหัวขอบคุณแล้วเดินเข้ามาด้านใน

“แปลกแหะ ทางออกที่กำหนดไว้อยู่ทางประตูด้านหน้าไม่ใช่หรือไง” 

ได้ยินเสียงพึมพำตามหลังมา แต่ผมไม่ได้หันไปตอบรับอะไร แสดงว่าการทดสอบครั้งนี้...ทุกคนจะต้องเข้ามาทางประตูหน้าสินะ ความจริงแล้วผมก็ไม่ได้ตั้งใจหาทางออกจากป่าเท่าไหร่ ผมแค่วิ่งตามคุณนกมา ก็เลยมาโผล่ทางด้านหลังโรงเรียนเท่านั้นเอง

              มีคนบางกลุ่มเดินสวนทางกับผม พวกเขาเดินมากันเป็นคู่เพราะยังมีกุญแจมือพันธนาการอยู่ ที่สำคัญคนพวกนั้นมองมาทางนี้พลางเบิกตาค้าง

              “นั่นมัน....อะไรน่ะ”

              “เด็กจากตระกูลหงส์คนนั้นไม่มีบัดดี้หรอ”

              “มีสิ ฉันจำได้ว่าหมอนั่นเป็นบัดดี้กับราชาตะวันตกนะ”

              “กุญแจนั่น...อย่าบอกเชียวนะว่าราชาตะวันตกปลดมันออกได้น่าสงสารหมอนั่นแหะที่โดนทิ้งไว้กลางคันแบบนี้ โชคไม่ดีจริงๆ ที่ได้เป็นบัดดี้กับคนอันตรายพรรค์นั้น”

              “จะว่าไป ราชาตะวันตกปีนี้...สุดยอดไปเลยเนอะ”

              เสียงพูดคุยดังซ่อกแซ่กขึ้นมาโดยไม่เกรงกลัวว่าผมจะได้ยินแม้แต่นิด ผมมองคนกลุ่มนั้นเล็กน้อยก่อนจะก้มมองโซ่เส้นยาวในมือ ขาก็ก้าวเดินไปยังหอพักเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน ผมไม่ห้ามความคิดของใครหรอกนะ ในเมื่อผมก็โดนทิ้งจริงๆ นั่นแหละ

              ความจริงแล้วผมรู้สึกโล่งอกด้วยซ้ำที่ไม่ต้องผูกติดอยู่กับคิมหันต์ไปอีกหลายวัน ถ้าเป็นแบบนั้นผมต้องลำบากมากแน่ๆ ลองจินตนาการดูสิ...เจอกัน เช้า สาย บ่ายเย็น เผลอๆ อาจเจอแม้กระทั่งตอนอาบน้ำหรือนั่งกินข้าว เพียงแค่คิดผมก็รู้สึกไม่เจริญอาหารขึ้นมาแล้ว!

              “เฮ้ไออุ่น ทางนี้ๆ”

              ผมชะงักขากึก จากนั้นก็เอี้ยวหน้าไปมองต้นเสียงเล็กน้อย เพียวนั่นเอง...เขากับผมเดินมาเจอกันตรงจุดเชื่อมต่อระหว่างทางแยกของหอตะวันตกกับหอตะวันออกพอดี

              “บัดดี้มึงไปไหนล่ะวะ”

              “เขา...ไปแล้วครับ”

              ผมตอบคำถามของเพียวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ด้านข้างเพียวมีผู้ชายอีกคนยืนอยู่ ผมไม่คุ้นหน้าเขาจึงอดที่จะลอบสังเกตไม่ได้ ตัวสูงจัง...สูงกว่าเพียวอีก ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าผมกำลังจ้องตาแป๋ว เขาจึงมองกลับมาเขม็ง เก่งจังแหะ ทั้งที่ปกติไม่ค่อยมีใครรู้ตัวเวลาถูกผมจ้องเท่าไหร่

              “ข่าวที่ว่าได้บัดดี้เป็นราชาตะวันตก...คงจะจริงสินะ มึงนี่มันโชคร้ายชะมัด ดีแล้วที่ออกมาจากป่าได้อย่างครบสามสิบสอง ว่าแต่...ไม่มีส่วนไหนบุบสลายไปใช่ไหมวะ”

              เพียวยื่นหน้าเข้ามาใกล้คล้ายสำรวจ ทว่ามุมปากที่ยกยิ้มไม่น่าไว้วางใจนั้นทำให้ผมก้าวถอยหลังมาก้าวหนึ่งตามสัญชาติญาณที่ร้องเตือนถี่ยิบ อย่าลืมว่าผมไม่ชอบเข้าใกล้ใครเท่าไหร่ และตอนนี้ผมยังไม่คุ้นเคยกับเพียว ดังนั้นร่างกายจึงถอยห่างออกมาเอง

              “ลืมแนะนำไป นี่เจมส์...บัดดี้กูเอง”

              เพียวไม่ได้สนใจท่าทีของผม เขาหันไปแนะนำคนตัวสูงรูปร่างกำยำที่ยืนอยู่ด้านข้างแทน อืม...หมอนี่ชื่อเจมส์นี่เอง ผมเผลอเอียงคอเล็กน้อยอย่างนึกสงสัย ว่าแต่ทำไมเขายังจ้องผมไม่เลิกแบบนี้

              “....”

              ผมไม่รู้จะพูดอะไรกับเพื่อนใหม่ จึงทำเพียงโค้งศีรษะเป็นเชิงทักทาย แอบตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยแต่ไม่มากเท่ากับตอนโดนผลักติดต้นไม้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหรอก

              “ตระกูลหงส์...”

              เสียงทุ้มต่ำเปรยขึ้นมาเป็นประโยคแรก โดยไม่แม้แต่จะละสายตาออกห่างจากผมเลยด้วยซ้ำ เอ่อ...ผมเผลอไปทำสัตว์เลี้ยงเขาตายหรือเปล่านะ แต่เท่าที่จำได้ผมเพิ่งเจอกับเขาครั้งแรกนี่เอง จะไปทำเรื่องโหดร้ายแบบนั้นได้ยังไงกัน

              “รู้จักกันด้วยหรอวะ กูยังไม่ทันได้แนะนำเลยนะ”

              เพียวฉีกยิ้มร่าเริง คล้ายในจินตนาการผมจะเห็นหูกับหางงอกออกมาจากตัวเขาด้วย เจมส์ละสายตาออกห่างจากผม ก่อนจะหันไปมองบัดดี้ของตนแทน

“เปล่า...แค่ได้ยินข่าวลือมา เห็นมึงเรียกว่าไออุ่น เลยนึกขึ้นได้ว่าน่าจะเป็นเด็กที่มาจากตระกูลหงส์ เด็กที่ถูกลือว่าไม่เหมือนคนในตระกูลหงส์แม้แต่นิดเดียว...”

“เห...เพื่อนกูถูกลือว่ายังไงวะ”

“ไม่รู้สิ แต่ได้มาเห็นวันนี้ก็พอรู้แล้วล่ะว่าทำไมถึงลือกันแบบนั้น ไม่สมกับเป็นตระกูลหงส์ตั้งแต่หน้าตาแล้วนี่นะ ไร้เสน่ห์สิ้นดี”

“นี่มึงเป็นอะไรกับไออุ่นมากป่ะเนี่ย เพิ่งเคยเห็นพูดจาโหดร้ายกับคนอื่นเป็นครั้งแรกเลยนะเว้ย”

สีหน้าของเจมส์ดูเย็นชาต่างจากแววตาที่ฉายความเอือมระอาชั่ววูบหนึ่ง ผมกะพริบตาปริบๆ มองคนนู้นทีคนนี้ที เพียวดูโกรธขึ้นมานิดๆ แล้ว ผมขมวดคิ้วมุ่น สองคนนี้กำลังจะทะเลาะกันเพราะพูดถึงเรื่องของผมงั้นหรอ

จะว่าไปผมไม่ได้โกรธเจมส์หรอกนะที่คิดแบบนั้น ขนาดผมยังคิดเลยว่าตัวเองไม่เหมาะจะเป็นหงส์ เพราะผมคือลูกเป็ดต่างหาก!

“ไออุ่น กูต้องขอโทษแทนบัดดี้ด้วยนะ เจมส์มันเป็นคนตรงๆ คิดยังไงก็พูดยังงั้นเลยปากเสียไปหน่อย”

“ผมว่าไม่ตรง...นะครับ ลองเอาตลับเมตรมาทาบดูก็ได้”

แม้หุ่นจะบึกบึนแต่เขาก็ยังมีส่วนโค้งของร่างกายอยู่ ช่วงไหล่กว้างกว่าช่วงเอวแบบนี้ จะเป็น ‘คนตรงๆ’ ไปได้ยังไงกัน!

“นี่มึงจงใจกวนกูอีกแล้วหรอวะ อย่ามาทำหน้าใสซื่อนะเว้ย เลิกทำท่าเอียงคอแบ๊วๆ นั่นสักที แม่งจะโกรธกูก็โกรธไม่ลง! 

เพียวขยี้ผมไปมาจนยุ่งเหยิง เขาทำหน้าหัวเราะก็ไม่ใช่ร้องไห้ก็ไม่เชิง ส่วนเจมส์...จากที่จ้องผมอยู่แล้ว คราวนี้เขายิ่งมองเขม็งเข้าไปใหญ่ แต่ผมไม่ได้สนใจนักหรอก ตอนนี้ผมเริ่มง่วงขึ้นมาแล้วสิ ก็เมื่อคืนนอนไม่พอนี่นา รู้ไหมว่าผมระแวงคิมหันต์หนักแค่ไหน หลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืนเลยนะ!

“ผม...ขอตัวนะครับ”

ผมผละห่างออกมาทั้งที่เพียวยังคงอ้าปากพะงาบๆ จากนั้นก็มุ่งไปยังหอตะวันตกอย่างรวดเร็ว จิตใจจมจ่อมอยู่กับเตียงในห้องนอนจนแทบไม่รับรู้สิ่งรอบตัว ทว่าผู้ดูแลหอคนใหม่กลับเรียกไว้เสียก่อนในจังหวะที่เท้ากำลังจะก้าวเข้าลิฟต์

“นายคือไออุ่น หงสาวิวัฒนวงศ์ใช่ไหม” 

“ครับ...”

“มีจดหมายจากทางบ้านมาน่ะ”

ผู้ดูแลหอยื่นซองสีน้ำตาลเรียบหรูมาให้ ตราประทับประจำตระกูลหงส์เด่นหราอยู่หน้าซองทำให้ต้องยื่นมือไปรับในทันที ผมพึมพำกล่าวขอบคุณก่อนจะก้าวขาเข้าลิฟต์ที่เปิดค้างไว้ จะว่าไป...เรื่องผู้ดูแลหอนั้น คนเก่าได้ลาออกไปตั้งแต่เกิดเหตุนองเลือด และมีคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนอย่างรวดเร็ว

ผมเปิดประตูห้องก่อนจะปิดไว้ดังเดิม จากนั้นก็ถอดรองเท้าวางบนชั้นวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พลิกจดหมายในมือไปมาอย่างนึกสงสัย ใครกันนะที่เขียนจดหมายถึงผม...คุณอาเมฆ คุณอารัศมี หรือพี่ไอหมอกเอ่อ รายหลังสุดนี่ความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์ พี่ไอหมอกไม่มีวันเขียนจดหมายมาหาผมหรอก ดังนั้นตัดเขาออกไปได้เลย

ผมกำลังลังเลว่าจะนอนก่อนหรือเปิดจดหมายอ่านก่อนดี สุดท้ายความอยากรู้อยากเห็นก็มีมากกว่า

คิดพลางทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาแล้วเปิดซองจดหมายอย่างบรรจง ความจริงทางตระกูลหงส์จะส่งข้อความมาทางโทรศัพท์ก็ได้ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงเลือกส่งจดหมายมาแทน หรือว่ามันจะน่าสนุกกว่า ต้องใช่แน่ๆ เพราะจดหมายสามารถเก็บรักษาไว้ได้นี่นา ถ้าส่งมาเป็นข้อความในโทรศัพท์แล้วผมเผลอไปกดลบคงลำบากแย่

ผมคลี่กระดาษสีขาวขึ้นเปิดอ่าน ในนั้นมีข้อความเพียงไม่กี่บรรทัด ทว่ากลับทำให้ใจเต้นกระหน่ำรัวเร็วก่อนจะค่อยๆ เต้นช้าลงจนผิดจังหวะ ผมเบิกตากว้าง มือที่ถือจดหมายพลันสั่นระริกขึ้นมาวูบหนึ่ง


ถึง ไออุ่น หงสาวิวัฒนวงศ์

ฉันมีภารกิจเร่งด่วนให้ทำ ตลอดเวลาที่ผ่านมาหวังว่าจะสบายดีนะ คงรู้จัก คิมหันต์ ไฟร์ อภิเกียรติวงศ์ ที่มาจากตระกูลมังกรแล้วใช่ไหม หาทางเข้าใกล้เขา...ฉันเชื่อว่ามีเพียงเธอเท่านั้นที่ทำได้ จากนั้นก็ฆ่าเด็กที่มีสายเลือดของสองตระกูลนั่นซะ ทิ้งหัวใจอันบริสุทธิ์ของเธอแล้วทำเพื่อตระกูลหงส์ ฉันหวังว่าจะได้รับข่าวดีตอนเธอกลับมา และเชื่อว่าเธอจะไม่ทรยศ

เมฆา หงสาวิวัฒนวงศ์

 

...แค่มองตายังสั่น แล้วให้ไปลอบฆ่า?

 

ให้ผมไปกระโดดน้ำตายยังจะดีกว่าไหมครับอาเมฆคิดอะไรอยู่ถึงให้ผมไปต่อกรกับเครื่องจักรสังหารนั่น เขาไม่คิดบ้างหรอว่าผมจะโดนยิงกราดตั้งแต่ยกมีดตั้งท่าจะปิดชีพอีกฝ่ายน่ะ โฮก!

 

 





 


 

Writer talk2

งานนี้ใครจะรอด ใครจะร่วง...//หลบสิ่งขว้างปา เริ่มเข้าสู่เนื้อหาหลักอย่างจริงจังแล้วค่ะ มุมมองของทุกคนที่มีต่อไออุ่นเป็นแบบนี้จริงๆนะคะ คือน้องดูมืดมนไง แล้วก็ไม่ค่อยผูกมิตรกับใครเท่าไหร่ ส่วนตัวละครใหม่นั้นจะมีบทบาทอย่างไรในอนาคตต้องรอลุ้นกันอีกทีค่ะ มีหลายท่านบอกว่าหนูคิมคนไสยค่าตัวแพงมาก แทบหาบทพูดของหนูคิมไม่เจอเลย//หัวเราะลั่นแล้วหลบปืน ตอนเกิดมาเป็นยังไง โตมาก็เป็นยังงั้นแหละค่ะ(เอ๊ะ?) แล้วพบกันค่า

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

 

Writer talk1

เดี๋ยวหลงน้องขึ้นมาเมื่อไหร่แล้วจะรู้สึก...//หลบปืน ไหนใครอยากเห็นฉากสวีทของสองคนนี้บ้างคะ ก็ฉากที่น้องชนหลังหนูคิมคนใสนั่นไง//หลบสิ่งขว้างปา สอบไฟนอลเสร็จแล้วเลยมาปั่นนิยายต่อค่ะ แต่คงไม่ได้ปั่นยาวๆแบบลงทุกวัน อาจลง 2-3 วันต่อครั้งในช่วงนี้ อาทิตย์หน้าก็กลับไปเรียนต่อแล้วค่ะ TT โฮกกก อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้ไปนานๆ แล้วพบกันค่า

#ติดตามข่าวสารการอัพนิยายได้ที่เพจ >>คลิ๊ก<<

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.897K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,902 ความคิดเห็น

  1. #45868 Baozi_Ploy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 10:27
    สงสารอิหนูเค้า5555 คือทั้งบทคือบรรยายความน่ากลัวอีพี่ไป50%แล้ว
    #45,868
    0
  2. #45235 Xakas (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 23:23
    ทำไมตอนน้องคุยกับสัตว์ทีไร ฉันนึกถึงสโนไวท์ตลอดเลย แอแง
    #45,235
    0
  3. #45027 YaoiFinlism (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 10:55

    ยิ่งอ่านยิ่งชอบไออุ่น ถ้าน้องจะเข้าใจสัตว์ได้แล้วยังไงอะ 555 มันก็เกินจริงมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่ามะ ไออุ่นตลกดีออก ถึงตรงนี้ยังสงสัยอยู่ว่าโง่ ซื่อยังไงให้มีชีวิตอยู่รอดมาได้ขนาดนี้ ทั้งๆที่มีคนพยายามฆ่ามาตั้งแต่ยังเด็ก โชคช่วย ไม่ม้างง ถือถ้าไออุ่นเกินจริง น้องคิมคนสัยนี่ตั้งแต่เกิดเลยนะ555

    #45,027
    0
  4. #44759 Youngjaejackson (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 23:51
    น้องเกินคำว่าโง่ไปหลายขุมเลยอ่ะ เพลีย😒😒
    #44,759
    0
  5. #44676 ladytata15 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 13:10
    พี่คิมไม่อ่อนโยนกับน้องเลยยยย
    #44,676
    0
  6. #44653 130143m (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 23:20
    ชั้นคิดว่าไออุ่นหลุดมาจากดิสนีย์ ความคุยกับสัตว์ได้ไรงี้55555
    #44,653
    0
  7. #42695 ChanaBamphenboon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 23:49
    อาเมฆ.. คุ้นๆเหมือนเคยเป็นบอดีการ์ดเพลิงนิลหรือเปล่าคะ ใครรู้ช่วยตอบที ขอบพระคุณค่าาา
    #42,695
    1
    • #42695-1 Lady_pęarl(จากตอนที่ 6)
      26 มกราคม 2563 / 09:23
      คนละคนค่า^^
      #42695-1
  8. #38459 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 01:35
    น้องก็ซื่อเกิ๊นนนนนนน..เหนคำสั่งละเครียดแทน
    #38,459
    0
  9. #36280 6710 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 10:54
    งงเป็นไก่ตาแตกเลยจ้า ทำไมทำแบบนี้ละจ๊ะ
    #36,280
    0
  10. #32384 pommys (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 10:47
    ทำไมสั่งแบบนี้
    #32,384
    0
  11. #32383 pommys (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 10:39
    ****อึมครึม
    #32,383
    0
  12. #32260 yok__kk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 20:14
    อาเมฆทำสั่งอะไรน้องงงงง
    #32,260
    0
  13. #30727 JusOH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 22:43
    สั่งอะไรย้องเนี่ยย
    #30,727
    0
  14. #30627 ilee2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 19:46
    เอ็นดูไออุ่นนนน
    #30,627
    0
  15. #30626 ilee2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 19:22
    เอ็นดูไออุ่นน
    #30,626
    0
  16. #30519 crzoldyck7 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 20:51
    เครียดแทนไออุ่นเลย..ลูกกูตายแน่ๆๆๆ
    #30,519
    0
  17. #30517 มากิริจัง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 20:39
    จดหมายจากอาเมฆจริงหรือเปล่า
    น่ามาจากยัยป้าสองหน้ามากกว่า
    #30,517
    0
  18. #29713 NLHH12 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 11:38
    ถามจรีงงงง55555
    #29,713
    0
  19. #28644 ep.4477 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 17:39

    เอ่อ จะให้ไปฆ่าคิมหันต์ หรือไปให้คิมหันต์ฆ่าคะ

    #28,644
    0
  20. #28557 Sunflower.W (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 21:24
    สงสารคิมหันต์รอแล้วอ่ะ กลัวคิมหันต์โดนฆ่า
    #28,557
    0
  21. #28485 jeonnoeyny (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 02:05
    เมื่อไหร่น้องจะตัดผมพี่อึดอัดแทนนนโอ้ยยยยยยตายๆๆๆๆๆ
    #28,485
    0
  22. #27692 achryfern (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 20:21
    อยากให้คำแนะนำนะคะ

    คืออ่านแล้วรู้สึกอึดอัดกับไออุ่น มันแบบซื้อเกินไป
    #27,692
    0
  23. #25862 mook (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 17:46

    น้องจะทำได้ไหมละคุณอาเมฆช่างสรรหางานให้หลานตัวเองทำดีแท้

    #25,862
    0
  24. #24542 chanita1448 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 14:13
    อ่านแล้วรู้สึกอึดอัดกับตัวละครของไออุ่น
    #24,542
    0
  25. #23865 KiHaE*129 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 22:47

    ความกวนแบบไม่ตั้งใจนี่เป็นซิกเนอร์เจอร์

    #23,865
    0