[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 4 : Ep.04::เด็กชายหน้าตายด้านในวันนั้น กลายเป็นเครื่องจักรสังหารในวันนี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,212 ครั้ง
    17 ส.ค. 63




ใครยังไม่ได้อ่าน 40% ของตอนที่แล้ว กลับไปอ่านก่อนนะคะเนื่องจากเว็บเด็กดีไม่แจ้งเตือนค่ะ ^^







Ep.04

เด็กชายหน้าตายด้านในวันนั้น กลายเป็นเครื่องจักรสังหารในวันนี้ 

 

ตอนเย็น 

              หาว~ ง่วงจัง ตาผมแทบจะปิดอยู่รอมร่อ แต่คงไม่มีใครเห็นหรอกเพราะเส้นผมบดบังอยู่

              “กรี๊ด! ไบรอันเก่งชะมัด เขาล้มไปกี่คนแล้วนั่น”

              “ดูร่างกายเขากับคู่ต่อสู้ด้วย จะชนะก็ไม่แปลก อร๊าย!

              “ยังไม่ตัดสินแพ้ชนะเลย คู่ต่อสู้คนนี้ล้มเมื่อไหร่ไบรอันได้เป็นราชาตะวันตกชัวร์”

              “หมอนั่นเก่งจริงๆ ฉันพนันข้างเขาเลย”

เสียงผู้คนรอบข้างดังกระทบเข้าหูผมเรื่อยๆ จนต้องเหลือบตามองไปยังตรงกลางลานกว้าง อา...ไม่สิ ที่นี่ไม่ใช่คอลอสเซียม แต่มีลักษณะคล้ายคลึงอยู่หลายส่วน การคัดเลือกราชินีทิศเหนือกับทิศใต้จบลงไปแล้ว รวมทั้งราชาทิศตะวันออกด้วย เหลือเพียงราชาทิศตะวันตกนี่แหละที่ยังไม่จบสักที

การคัดเลือกเกิดจากความสมัครใจของคนในแต่ละหอที่ต้องการเป็นราชา จากนั้นก็จะให้ผู้สมัครลงไปต่อสู้กันเอง ใครชนะคนนั้นก็ได้เป็นราชาไป บอกเลยว่าตอนแรกมีคนสมัครเยอะมาก ไม่แปลกเท่าไหร่หรอก...เท่าที่อ่านในเอกสารมาตำแหน่งราชาน่ะสิทธิพิเศษเยอะจะตายไป 

หรือไม่ก็มักจะเป็นพวกเลือดร้อนต้องการเป็นที่หนึ่ง อาทิเช่น ไบรอัน  ฮาเกน ที่ยืนอยู่ตรงกลางลานกว้างนั่น ผมสังเกตได้ว่าเขาดูสนุกกับการต่อสู้ไม่น้อย คิดพลางกวาดตามองรอยเลือดบนพื้นที่กระจายเป็นวงกว้างรอบๆ ตัวของเขา

ไม่รู้สิ...คนอื่นอาจมองว่าหมอนี่เก่ง แต่สำหรับผม หมอนี่มีออร่าน่ากลัวไม่ได้ครึ่งของใครคนหนึ่งที่ผมเคยพบพานเสียด้วยซ้ำ

“มีใครอยากท้าประลองกับไบรอัน  ฮาเกนอีกไหมครับ!

เสียงพิธีกรดังขึ้นหลังจากคู่ต่อสู้คนสุดท้ายล้มลงจมกองเลือด ชายที่ชื่อไบรอันทำเพียงตามไปเหยียบกลางอกแล้วแสยะยิ้มเหี้ยมที่ทำเอาสาวๆ แถวนั้นกรีดร้องให้กับความแบดนี้  เขาไม่มีท่าทีอ่อนล้าจากการต่อสู้ด้วยซ้ำ มือก็ยังคงแกว่งมีดสั้นไปมาตามประสาพวกเลือดร้อน

“และแล้วราชาตะวันตกก็คือไบรอัน  ฮาเกนครับอยากได้ของรางวัลเป็นอะไรครับ”

เงียบกริบ...

คราวนี้ทั้งคอลอสเซียมต่างพากันเงียบโดยไม่ได้นัดหมาย ผู้ที่ได้ตำแหน่งราชาและราชินีทุกคนจะขอของรางวัลได้หนึ่งอย่าง ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินเงินทอง สิทธิพิเศษนอกเหนือจากในเอกสารคู่มือหรือแม้แต่ตัว ‘บุคคล’ ก็ตาม

ผมคิดว่าพวกสาวๆ คงอยากให้หมอนั่นขอตัวเองไปเป็นของรางวัลแน่ อา..จบสักทีเถอะ ผมง่วงจนจะทนไม่ไหวแล้วนะ ถ้าไม่ติดว่าทุกคนต้องมาอยู่ที่นี่ ผมคงได้หลับสบายบนเตียงไปแล้ว บู้ๆ

“ให้ตายสิเจ้าน้องบ้านั่น...ไปอยู่ที่ไหนกันนะหรือว่าจะอยู่ที่นี่”

น้ำเสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาจากหน้าประตูทางเข้า ทุกสายตาหันไปมองเธอแทบจะในทันทีรวมถึงผมด้วย จะว่าไปก็สวยดี ไม่สิ...สวยมาก เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนพลิ้วไหวรับกับใบหน้าหวานและดวงตากลมโต ผิวเธอขาวอมชมพูน่าสัมผัส ที่สำคัญมือบางกำลังแนบโทรศัพท์กับใบหูและเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ดูตาม้าตาเรืออีก

ไม่ได้ดูสถานการณ์เลยสักนิดว่าตอนนี้ทุกคนกำลังจ้องมองอยู่!

“ฉันจะเอาผู้หญิงคนนั้น”

!!!

คำพูดของไบรอันทำให้ผู้คนทั้งคอลอสเซียมฮือฮา ทว่าพิธีกรกลับหน้าซีดเผือดคล้ายระลึกได้ว่าผู้หญิงที่เพิ่งเข้ามาใหม่นั่นเป็นใคร

“ค...คนนี้คงไม่ได้หรอกครับ”

“ทำไมจะไม่ได้!

ไบรอันเริ่มเกรี้ยวกราดและเดินตรงเข้าไปฉุดกระชากข้อมือของผู้หญิงคนดังกล่าวมาที่กลางลานกว้าง เธอดูงุนงงปนแปลกใจเล็กน้อยคล้ายกำลังสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นก็บิดข้อมือออกจากมือของชายแปลกหน้า หากแต่ไบรอันไม่คิดจะปล่อย แรงผู้หญิงกับผู้ชายใครจะชนะก็คงรู้ๆ กันอยู่

“นายเป็นใครน่ะ”

ผมคิดว่าจะได้เห็นสีหน้าตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวจากเธอเสียอีก หากแต่สาวสวยกลับเอียงคอถามชายแปลกหน้าตาแป๋วซะงั้น ยิ่งมองเธอ...ผมก็ยิ่งคุ้น

“อย่าส่งเสียงมากจะได้ไหม ฉันยอมลดตัวลงมาเลือกเธอก็ดีเท่าไหร่แล้ว!

“ลิ้นนายนี่น่าตัดเอามาทำห่อหมกดีนะ” แทนที่จะสลดเพราะโดนข่มขู่ ทว่าสาวสวยกลับแสยะยิ้มหวานพลางกล่าวประโยคน่าสยดสยองออกมาเสียยังงั้น

ผมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ผ...ผู้หญิงคนนี้ ไม่ผิดแน่ ผมเริ่มจำได้แล้วว่าเธอเป็นใคร!

“อย่ามาปากดีกับฉัน!

พลั่ก!

ร่างบอบบางถูกเหวี่ยงลงพื้นอย่างรุนแรงในจังหวะที่ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาทางประตูพอดิบพอดี เสียงย่ำฝีเท้าของเขาก้องกังวานพอกันกับบรรยากาศหนักอึ้งที่แผ่ออกมาจากร่าง

ตึ่ก ตึ่ก ตึ่ก

แม้แต่ไบรอันยังชะงักมือที่ง้างขึ้นเตรียมจะทำร้ายสาวสวยอย่างไม่รู้ตัว ผมสัมผัสได้ว่าลมหายใจของตัวเองเริ่มติดขัด ไม่ใช่แค่ผม...แต่เป็นทุกคนในที่นี้เลยต่างหาก

ใบหน้าหล่อเหลามองไปยังชายร่างกำยำซึ่งยืนเด่นเป็นสง่า ก่อนจะกดตามองสาวสวยที่ยังคงนั่งนิ่งแนบพื้น เสี้ยววินาทีนั้นนัยน์ตาสีน้ำตาลแดงก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจเลือดขึ้นมาชั่ววูบหนึ่ง

“อ๊าก!

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก เพียงแค่ผมกะพริบตาร่างของไบรอันก็ลงไปนอนกองกับพื้นเสียแล้ว บนหน้าอกของเขามีรอยกรีดลึกเป็นทางยาวอีกทั้งยังนอนนิ่งคล้ายโดนสกัดจุดให้ขยับไม่ได้ ชายผู้แผ่ออร่าน่าสะพรึงกลัวตามไปเหยียบลงบนกลางท้อง...ก่อนจะชูมีดสั้นในมือขึ้นจนเห็นหยดเลือดไหลลงมาจรดปลายมีดอย่างเชื่องช้า

วินาทีนั้นสมองผมพลันขาวโพล่ง โครงหน้าแบบนี้...กลิ่นอายน่ากลัวเสียจนทำให้ขนทั้งร่างลุกชันแบบนี้ ให้ตาย...ผมอุตส่าห์ภาวนาว่า ‘ขออย่าเจอกับเขาตลอดชีวิต’ แล้วแท้ๆ!

ที่สำคัญเขากำลังจะ ‘ฆ่า’ เหยื่อใต้ร่างอย่างไม่ต้องสงสัย ทุกคนพากันอึ้งจนลืมห้ามปรามเหตุนองเลือดตรงหน้า ทุกอย่างมันกะทันหันจริงๆ แม้กระทั่งผมที่ง่วงนอนอยู่ยังตาแจ้งขึ้นมาเลย คิดดูเอาเถอะ

“ห้ามลงมือฆ่านะครับไม่งั้นจะผะ...ผิดกฎ”

พิธีกรเริ่มเสียงแผ่วในตอนท้ายเมื่อดวงตาเย็นยะเยือกตวัดมองมาอย่างคุกคาม ต่อให้เอ่ยเตือนไป...มัจจุราชในร่างมนุษย์หรือจะฟัง มือหนาขยับเตรียมปักมีดในจังหวะที่เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นกลางปล้องพอดิบพอดี

“คิมหันต์...ม๊าบอกว่าไม่ให้ฆ่าใครนะ!

ดูเหมือนสาวสวยจะเพิ่งเคยเห็นน้องชายของตัวเองในโหมดนี้เช่นกัน ไม่งั้นเธอคงไม่ช็อกไปพักหนึ่งก่อนจะได้สติมาเอ่ยเตือนหรอก ผมพอจะจำได้ว่าทั้งสองคนเป็นพี่น้อง...ไม่สิ พวกเขาเป็นฝาแฝดกันเลยล่ะ

มือหนาข้างที่กำด้ามมีดอยู่ชะงักไปเพียงนิด ผมเกือบคิดว่าเขาจะหยุดทุกอย่างลงแล้ว ทว่าการกระทำต่อมาทำให้ผมรู้ว่า คิมหันต์’ เลือดเย็นกว่าที่คิด

 ฉึก!

“อั่ก!!

กรี๊ดดดดดดด!!!

เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังก้องคอลอสเซียมเมื่อมีดปักลงบนผิวเนื้อบริเวณหน้าอกของไบรอันเสียมิดด้าม ชายที่ยังไม่หยุดแผ่ออร่าน่ากลัวยกเท้าออกห่างร่างจมกองเลือด ในขณะที่สาวสวยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เฮ้อเฉียดหัวใจไปนิดนึง เกือบห้ามไม่ทันซะแล้ว ฮะๆ คุณหน่วยปฐมพยาบาลตรงนั้นน่ะ ถ้าไม่พาเขาไปรักษาจะตายเอานะคะ”

“อ...เอ่อ ครับๆ!

ผมเอียงคอมองผู้หญิงผมสีน้ำตาลด้วยความสงสัย ทำไมเธอถึงยังฉีกยิ้มหวานได้กันนะ ทั้งที่เป็นผู้เห็นเหตุการณ์สยดสยองชัดเจนที่สุดแท้ๆ

ซุบซิบๆๆ

ค...คนๆ นั้น ใช่คิมหันต์ ไฟร์ อภิเกียรติวงศ์หรือเปล่า

นั่นมันทายาทตระกูลมังกรว่ะ พ่อฉันบอกให้อยู่ห่างๆ ไว้ เล่นไอ้ไบรอันปางตายแบบนั้น...ข่าวลือที่ว่าเป็นตัวอันตรายคงไม่เกินจริงเท่าไหร่

ผู้หญิงคนนั้นน่ารักฉิบ แต่ขอบายถ้าจะมีคนคุมโหดขนาดนี้

คุ้นๆ ว่าฉันเห็นเขาเดินไปทางหอตะวันตกนะ งั้นคนๆ นี้...คือราชาตะวันตกคนใหม่สินะ ให้ตาย ฉันอยากย้ายจากหอหญิงไปหอชายฝั่งตะวันตกชะมัด กรี๊ดดด

เงียบนะยัยบ้า เธอยังมีอารมณ์มากรี๊ดเขาทั้งที่เขาน่ากลัวขนาดนั้นหรือไง สติเลอะเลือนไปแล้วเรอะ!’

 ‘โหดร้ายอ่ะ แต่หล่อกว่าทุกคนที่ฉันเคยเจอมาเลยนะเธอ

ว่า คอลเลอร์ เอวาน หล่อแล้วนะ แต่ผู้ชายคนนี้คือแบบสุดๆ อ่ะ เดินมาครั้งแรกฉันแทบกรี๊ด แต่พอเอามีดแทงไบรอันเท่านั้นแหละ ฉันนี่กรี๊ดไม่ออกเลย ฮือ...

หล่อ...งั้นหรอ?

ผมพิจารณาคนที่ยืนมองแฝดหญิงของตัวเองพยุงร่างลุกขึ้นอย่างไม่คิดจะเข้าไปช่วยแม้แต่น้อย โครงหน้าของเขาเป็นส่วนผสมระหว่างชาติตะวันออกและตะวันตกที่ลงตัว ไม่ได้รูปร่างสูงใหญ่เป็นยักษ์แบบไบรอัน แต่ก็สูงสมส่วนเอาการ อา...เหมือนเขาจะหุ่นดีกว่าพี่ไอหมอกอีกนะเนี่ย

ส่วนผมไม่สนใจเรื่องหุ่นหรอก ขอแค่อยู่อย่างสงบและมีบรรดาสัตว์คุยแก้เหงาก็เพียงพอแล้ว

จะว่าไป...ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับพระเจ้ารักเป็นนักหนา คิ้วเข้มรับกับดวงตาคมดุสีน้ำตาลแดงที่ให้ความรู้สึกเย็นๆ อย่างบอกไม่ถูก ไหนจะจมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากสีซีดซึ่งล่อลวงให้ใครต่อใครอยากจุมพิตนั่นอีก

 ผมกะพริบตาปริบๆ เอ๋อยากจุมพิตงั้นหรอ

กับเครื่องจักรสังหารในร่างมนุษย์เนี่ยนะ!

คิดพลางสะบัดหัวไล่ความคิดน่าขนลุกออกไป ฮึก...ผมนี่ถึงกับขนลุกซู่เลยแต่เดี๋ยวนะ ความจริงแล้วเส้นผมสีดำซอยสั้นระต้นคอของเขาก็ดูนุ่มนิ่มอย่างบอกไม่ถูก อ่า นึกถึงน้องหมาขนฟูๆสีดำแถวบ้าน ผมอยากเล่นกับมันจัง

“ตัวหายไปไหนมา เค้าตามหาทุกที่เลย”

สาวสวยยกมือที่ถลอกเล็กน้อยขึ้นมาสำรวจ ก่อนจะกอดอกจ้องหน้าฝาแฝดของตัวเองเขม็ง เนื่องจากบรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความเงียบงัน ไม่แปลกนักที่ผมจะได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน

ไม่สิ...มีแค่ผู้หญิงผมสีน้ำตาลนั่นที่เป็นฝ่ายพูดเพียงฝ่ายเดียวต่างหาก!

ผู้ชายที่แผ่ออร่าไม่น่าเข้าใกล้ตลอดเวลาคนนั้นทำเพียงเหลือบตาลงมองหญิงสาว ก่อนจะเดินไปยังทางออกอย่างไม่สนใจไยดีสิ่งรอบข้างอีก ผมเห็นผู้หญิงผมสีน้ำตาลยู่ปากตามหลังฝาแฝดตัวเองด้วยท่าทางน่ารัก แล้วเดินเร็วๆ ล่วงหน้าไปยังทางออกคล้ายต้องการลดความขุ่นมัวในใจลง

ผมจับจ้องมองร่างสูงอย่างนึกสงสัยตามประสาคนช่างสังเกต ทำไมเขาถึงไม่ตอบคำถามผู้หญิงคนนั้นนะ อืม...หรือว่าจะขี้เกียจพูด อันที่จริงก็เคยมีช่วงที่ผมขี้เกียจพูดเหมือนกัน

ดูเหมือนว่าผมจะเผลอจ้องเขานานไปหน่อย เสี้ยววินาทีหนึ่งที่คิมหันต์เดินผ่าน นัยน์ตาน่าขนลุกจึงตวัดมองกลับมาให้ได้สะดุ้งเล่นๆ บ้าจริง...ผมไม่ได้เป็นคนขวัญอ่อนหรอกนะ แต่สายตาของเขามันทำเอาผมรู้สึกหวาดหวั่นแปลกๆ!

              ผมเผลอเกร็งร่างขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว อีกทั้งยังกลั้นหายใจตอนที่ดวงตาหลอนๆ คู่นั้นมองเลยผ่านไปราวกับผู้คนรอบด้านเป็นเพียงธาตุอากาศ ฟู่ว คิดว่าจะโดนหมายหัวซะแล้ว ผมกะพริบตาปริบๆ พลางปรับลมหายใจให้เป็นปกติ ไหนจะร่างกายไม่รักดีที่สั่นเทาเล็กน้อยนี่อีก

              แค่มองตายังสั่น...อะฮึก จะมีคนบ้าที่ไหนเป็นแบบผมอีกไหมเนี่ย!

              โคตรผิดปกติเลย ทั้งที่เขาไม่ได้เข้ามาข่มขู่คุกคามหรือทำร้ายร่างกายแท้ๆ แต่ทำไมผมถึงหวาดกลัวได้ขนาดนี้ เทียบกับพี่ไอหมอกที่ชอบข่มขู่ผมทุกวี่วันแล้ว...บอกเลยว่าคิมหันต์ทำให้ผมขวัญผวาได้มากกว่าพี่มันหลายร้อยเท่า

              คิดพลางเหลือบตามองมือสั่นระริกของตนเองแล้วกำไว้หลวมๆ ดวงตาก็เหม่อลอยมองมือขาวซีดอยู่นาน จนกระทั่งรู้สึกตัวอีกที...ผู้คนรอบข้างต่างอันตรธานหายไปหมดแล้ว

              ความรู้สึกง่วงนอนเริ่มเข้าแทรกความตื่นตระหนกเมื่อชั่วครู่ ผมยกมือปิดปากหาวตาปรอย ก่อนจะเดินออกมาจากคอลอสเซียมอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศยามค่ำคืนหนาวเย็นกว่าที่คิด ถ้าไม่มีแสงไฟตามรายทาง...พนันได้เลยว่าต้องมีผู้หญิงกรี๊ดร้องเมื่อเดินผ่านแน่

              เพราะนอกจากจะเงียบมากแล้ว สองข้างทางยังเป็นตึกร้างที่ถูกปิดไฟไว้อีก!

              เอาตามตรง ผมไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเลยสักนิด ขอสารภาพว่าชอบบรรยากาศแบบนี้สุดๆ อา...นี่แหละความสงบที่ผมใฝ่ฝันหาย้ายจากหอตะวันตกมานอนแถวนี้ดีไหมนะ ว่าแล้วก็เอียงหัวอย่างครุ่นคิด

              ผมเดินชมบรรยากาศมาเรื่อยๆ อย่างไม่รีบร้อน จนกระทั่งถึงหอตะวันตกที่เปิดไฟสว่างจ้าไว้ทั้งด้านในและด้านนอก ผู้คนบางส่วนยังคงยืนแออัดกันอยู่ด้านล่าง พวกเขากำลังเกาะกลุ่มพูดคุยเรื่องบางอย่างด้วยสีหน้าซีดเซียว ผมทำเพียงลอบมองเล็กน้อย ก่อนจะเดินผ่านกลุ่มคนพวกนั้นเพื่อไปกดลิฟต์

              ทว่านิ้วยังไม่ทันจะแตะปุ่มกดดี ประตูลิฟต์กลับเปิดออกพร้อมผู้ชายคนหนึ่งที่สภาพดูไม่จืด ผมเผ้าของเขากระเซอะกระเซิงแต่ยังไม่เท่ากับมือเปื้อนเลือดแดงฉานข้างหนึ่ง แถมสีหน้ายังแลดูขวัญผวาราวกับเพิ่งพบเจอปีศาจมาก็ไม่ปาน!

              ผมถอยฉากหลบโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นว่าเขาดูเร่งรีบ ไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับผู้ชายคนนั้น ผมรู้เพียงว่าเขาเป็นคนของส่วนกลางที่มีหน้าที่ดูแลหอพักแห่งนี้ คล้ายๆ กับผู้คุมหอ มีอำนาจเทียบเท่าราชาของหอเลยก็ว่าได้

              ง่วงจัง...จะล้มตัวนอนตรงนี้เลยดีไหมนะ ตาผมก็เริ่มหรี่ลงเรื่อยๆ แล้วด้วย หาว~

 

              ก่อนหน้านั้น

            “เฮ้เด็กใหม่ เรามาปรับทัศนคติกันหน่อยไหม”

              ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มร่างกำยำที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้องกว้าง เขาเลือกที่จะส่งเสียงไปก่อนเพื่อให้เจ้าตัวหันมาสนใจ ทว่านัยน์ตาสีน้ำตาลเฉดแดงกลับทำเพียงกวาดมองรอบห้องใหม่ของตนด้วยประกายตายากเดาความคิด

              ทุกอย่างเป็นสีขาวล้วน ทั้งผนัง ประตูห้อง หรือแม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ก็ตาม...

              ผู้เรียกเริ่มรู้สึกฉุน เขาเป็นผู้ดูแลและควบคุมหอมานาน มีศักดิ์เทียบเท่าราชาหอในทุกๆ รุ่น อีกทั้งยังเป็นคนของส่วนกลางที่มีหน้าที่สอดส่องรายงานความประพฤติของเจ้าพวกลูกคุณหนูทั้งหลาย

              แล้วไอ้เด็กเวรนี่มีสิทธิ์อะไรมาเมินเขาไม่ทราบทั้งที่เขามีอำนาจเทียบเท่ามันแท้ๆ เพิ่งเป็นราชาได้วันเดียวก็คิดทำกร่างใส่เสียแล้ว สงสัยเขาต้องจัดการเสียหน่อย ให้มันรู้ว่ากำลังคิดเล่นอยู่กับใคร

              “ไอ้เด็กเหลือขอ...มึงรู้ไหมกูเป็นใคร ทำหน้าแบบนี้ต้องสั่งสอนกันหน่อยล่ะมั้ง

              เขาเดินไปกระชากคอเสื้อมันอย่างข่มขู่ ทั้งที่คิดว่าจะได้เห็นแววตาหวั่นเกรงแท้ๆ ทว่าเด็กตรงหน้าไม่แม้แต่จะจ้องมองมาทางตน ดวงตาสีน้ำตาลเฉดแดงแลดูว่างเปล่าและเยือกเย็นยามเมื่อกวาดมองสำรวจรอบห้องอย่างเชื่องช้า ไม่แม้แต่จะสนใจคอเสื้อของตนที่ถูกดึงรั้งอยู่เลยด้วยซ้ำ

              ผู้คุมหอเริ่มโมโหหนักขึ้น เขากำหมัดเตรียมชกเต็มแรง

              ทว่าจังหวะที่หมัดหนักๆ กำลังจะกระทบลงบนใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลัก มือของเขากลับถูกหยุดไว้ด้วยมือของอีกฝ่ายเสียก่อน ความเจ็บแปลบมาพร้อมเสียงกระดูกลั่นดัง ‘กร๊อบ’ เสี้ยววินาทีนั้นดวงตาไร้อารมณ์หันมามองเขาตรงๆ เป็นครั้งแรก พร้อมกับแรงบีบมือที่มากขึ้นเสียจนต้องทุรนทุรายดิ้นหนี

              “ไอ้เด็กเวรมึงปล่อยกู อั่ก!

              ร่างของเขาถูกตรึงไว้กับกำแพงไม่ให้ดิ้นรนหนีด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างของตัวการกำลังโยนกระเป๋าเป้ลงบนเตียงดังตุ้บ บรรยากาศรอบด้านเริ่มทวีความน่ากลัวคล้ายมีหมอกควันที่มองไม่เห็นปกคลุมอยู่ ผู้คุมหอเริ่มเหงื่อแตกพลั่ก ใจเขาเต้นแรงด้วยความตื่นตระหนก

              ไม่ใช่ว่าฝีมือเขาอ่อนด้อย ถ้าไม่เก่งจริงเขาคงไม่มีศักดิ์เทียบเท่าราชาของหอ ทว่าเมื่อโดนจับกุมได้ภายในไม่ถึงเสี้ยววินาทีเช่นนี้ เขาคงต้องยอมรับว่าไอ้เด็กเวรนี่...ไม่ธรรมดาเสียแล้ว

              กร๊อบ!

              “อึ่ก!

              ผู้คุมหอสะดุ้งเฮือกตาเหลือกโพล่งเมื่อมือข้างที่กระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มถูกหักอย่างไม่ปรานี และยังไม่ทันให้ได้พักหายใจ มืออีกข้างของเขาก็ถูกคมมีดกรีดเป็นทางยาว ของเหลวสีแดงสดไหลซึมออกมาและหยดย้อยลงบนท้องแขน ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนดั่งสัตว์ถูกเชือด...ผู้ที่ได้ชื่อว่าราชาตะวันตกทำเพียงไล่สายตามองตามหยดเลือดเพียงเท่านั้น เขาไม่แม้แต่จะสนใจเหยื่อที่ถูกทรมานอยู่เลยสักนิด

              พรืด...!

              มือข้างที่เต็มไปด้วยเลือดถูกบังคับให้ละเลงไปตามฝาผนังสีขาวล้วน ผู้คุมหอเกร็งร่างขัดขืน ความหวาดกลัวครอบคลุมใจเขาไปกว่าครึ่ง เด็กเวรนี่มันไม่ใช่คนแล้ว...มันเป็นปีศาจชัดๆเขาเจ็บจนจะตายให้ได้มันยังไม่หยุดการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนนี้เลย

              “โอ้ยปล่อยกูเถอะ ม...มึงต้องการอะไร อึ่ก!

              เขายอมแพ้ตามสัญชาติญาณส่วนลึก มนุษย์ทุกคนล้วนหาหนทางรอดให้กับตนเอง โดยเฉพาะช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตเช่นนี้ แม้แต่ศักดิ์ศรีที่มีก็สามารถละทิ้งได้อย่างไม่นึกเสียดาย แน่นอนว่าผู้อ่อนแอย่อมตกเป็นเหยื่อของผู้ที่แข็งแกร่งกว่า มันคือสัจธรรมของชีวิต

              “...สีแดง”

              แววตาไร้อารมณ์สว่างวาบขึ้นชั่ววูบหนึ่ง ผู้คุมกฎพลันขนลุกไปทั้งร่าง เขาเริ่มตัวสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ก่อนจะพยักหน้ารัวๆเป็นเชิงเข้าใจ แม้เขาจะเดาเอามั่วๆ ก็ตามว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร

              “ได้ๆ ก...กูจะรีบทำให้ห้องนี้เป็นสีแดงทั้งหมดตามที่มึงต้องการเลย!

              มือหนาชะงักกึกก่อนจะยอมปล่อยมือเปื้อนเลือดของเขาออกจากผนังห้องในที่สุด ผู้คุมกฎผวาเฮือกถอยกรูดออกห่างตัวอันตรายและรีบวิ่งไปกดลิฟต์รัวๆ สภาพของเขาเหมือนคนขวัญเสีย ภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนประตูลิฟต์จะปิดลง...คือเด็กน่ากลัวคนนั้นกำลังจ้องมองไปที่รอยเลือดบนผนังห้องด้วยแววตานิ่งงัน

              เขาสาบานว่าจะไม่มาเหยียบย่างยังชั้นบนสุด...อันเป็นที่พำนักของเด็กอันตรายนี่อีก

 

            เช้าต่อมา

              ผมเดินออกมาจากลิฟต์อย่างเชื่องช้า เช้านี้บรรยากาศรอบด้านค่อนข้างหดหู่ ทว่าผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ชายที่กำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าซีดเซียวตรงมุมนั้น หรือจะเป็นอีกกลุ่มที่กำลังทำหน้าคล้ายไม่เชื่อในเรื่องที่เพิ่งได้ยินมาจากเพื่อนของเขาอยู่

              โครก~

              ผมก้มมองท้องตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะยกมือลูบป้อยๆ หันมองซ้ายขวาก็เห็นว่าไม่มีใครสนใจผูกมิตรด้วยเท่าไหร่นัก แน่นอนว่าผมก็ไม่ได้สนใจผูกมิตรกับ ‘คน’ เช่นกัน

              “คุณนก เมื่อคืนนี้อุ่นนอนหลับสบายมากเลยล่ะ”

              จิ๊บๆๆ

              ผมทักทายคุณนกน้อยที่เกาะกิ่งไม้หน้าหอด้วยน้ำเสียงสดใส จากนั้นก็กระชับกระเป๋าสะพายทางด้านหลังของตนแล้วออกเดินไปยังภัตตาคารอาหาร อืม...ผมขอเรียกมันว่าโรงอาหารเลยแล้วกัน

              เนื่องจากเป็นช่วงเช้าตรู่ ผู้คนจึงมีไม่มากนัก ความจริงที่นี่หรูหราไม่ปานว่าภัตตาคารอาหารระดับห้าดาว ทว่ากลับไม่มีบริการเสิร์ฟถึงที่โต๊ะ ทุกคนต้องไปเลือกซื้อมากินเอง เรียกได้ว่าเป็นการหัดใช้ชีวิตด้วยตนเองโดยสมบูรณ์แบบ พวกที่เคยชินกับการมีสาวใช้มาประเคนอาหารให้ถึงที่ก็คงต้องลำบากหน่อยล่ะนะ จะว่าไปก็น่าสงสารพวกนั้นแหะ

              ผมเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ แม้ใบหน้าจะไม่ขยับเขยื้อน ทว่าดวงตากลับลอบสำรวจบริเวณรอบข้างเงียบๆ บรรยากาศสงบจริงๆ เลยน้า อยากให้เป็นแบบนี้ตลอดไปจัง

              “เฮ้ยมึงน่ะ” หือ?

              ผมเงยหน้าขึ้นมองต้นเสียง ผู้ชายตัวโตสองสามคนกำลังยืนตระหง่านเบื้องหน้า อีกทั้งยังเริ่มเคลื่อนมาล้อมรอบร่างผมไว้ เงาของพวกเขาพาดทับผ่านทุกส่วนของร่างกายและบดบังทัศนียภาพรอบด้านเสียมิด

              ทำไมตัวโตกันจังเลยง่ะ

              ผมเผลอกัดช้อนข้าวค้างไว้พลางกะพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง แต่พวกนั้นคงไม่เห็นสีหน้าของผมเพราะเส้นผมบดบังดวงตาใสแจ๋วไปกว่าครึ่ง

              “ถ้าไม่อยากเจ็บตัว มาเป็นเบ้ให้พวกกูซะ”

              อ๋อ...ที่แท้คนพวกนี้ก็ต้องการให้ผมทำแบบนั้นนั่นเอง คิดพลางพยักหน้ากับตัวเองเบาๆ ก่อนจะดึงช้อนออกจากปากอย่างเชื่องช้า

              “ผมไม่ถนัด...งานเลขานะครับ ผมยังไม่ได้เรียนการทำงานทางด้านนั้นเลย”

              พวกคนตัวโตเริ่มมองหน้ากันด้วยแววตาคาดไม่ถึง จากนั้นก็กดตาลงมองผมอย่างคุกคาม เหผมพูดอะไรผิดไปตรงไหน เบ้ก็คือเลขาไม่ใช่หรอ ผมได้ยินสาวใช้พูดถึงเลขาของคุณอาเมฆด้วยคำนี้บ่อยๆ

              “กูหมายถึงพวกกูต้องการที่รองมือรองตีนต่างหาก ไอ้หน้าอ่อน”

              “อ๋อ พวกคุณต้องการพรมเช็ดเท้าสินะครับ...ร้านนั้นมีขาย”

ผมพยักหน้าหงึกหงักเป็นเชิงเข้าใจ จากนั้นก็ชี้นิ้วไปทางร้านที่อยู่เยื้องภัตตาคารอาหารเล็กน้อย โชคดีจริงๆ ที่ผมไปสำรวจทุกร้านรอบบริเวณนี้มาแล้ว พวกเขาคงไม่ได้ไปเดินดูเลยสินะถึงมาถามหาพรมเช็ดเท้ากับผมแทน

แย่จัง อาหารตรงหน้าเย็นหมดแล้ว แต่ผมไม่ได้โกรธอะไร กินเย็นๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ ว่าแต่ทำไมคนพวกนี้ถึงทำหน้าช็อกกันนะ แถมสีหน้าของพวกเขายังเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นกรุ่นโกรธขึ้นเรื่อยๆ

เอ่อ ผมทำอะไรผิดงั้นหรอ?

เอียงคอครุ่นคิดได้ไม่ทันไรคอเสื้อของผมก็ถูกกระชากขึ้นสูง หนึ่งในนั้นเค้นเสียงถามลั่นโรงอาหารเล่นเอาผู้คนรอบข้างต่างหันมามองทางนี้กันให้พรึ่บ

“นี่มึงกวนตีนกูหรอวะ!

“ถ้าคุณยังไม่ตัดตีนมา ผมจะเอาไปกวนได้ยังไง...ล่ะครับ”

ผมขมวดคิ้วถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา หมอนี่ถามแปลกๆ แหะ เท้าของเขาก็อยู่กับตัวเขาสิ อยู่ดีๆ จะเอามาให้ผมกวนเฉยเลย อา...แย่จัง ผมกวนอะไรไม่เป็นสักอย่าง ทำยังไงดีนะ ชีวิตนี้เคยทำแต่แอบลักขนมจากห้องครัวมากิน อุปกรณ์เครื่องครัวผมยังไม่เคยจับสักชิ้นเลย

“ไอ้เวรนี่...”

คนตรงหน้ากัดฟันกรอด หมัดของเขาเตรียมชกลงมาแต่ผมอาศัยจังหวะนั้นโหม่งหัวใส่จนอีกฝ่ายเผลอคลายคอเสื้อกันในที่สุด และด้วยความเป็นคนตัวเล็ก ผมจึงอาศัยสรีระที่ได้เปรียบนี้ลอดช่องว่างระหว่างผู้ชายตัวโตอีกสองคนออกมา

“เชี่ย ตามจับมันไว้! 

ใครจะอยู่โง่ให้โดนทำร้ายกันเล่าบ้าจริง ผมอุตส่าห์หวังดีชี้แนวทางหาซื้อพรมเช็ดเท้าให้คนพวกนี้แท้ๆ แต่พวกมันกลับหันมาทำร้ายผมเสียได้ ทั้งที่ผมยังไม่ได้ทำอะไรให้เลยสักนิด  

พวกบ้าเอ้ยข้าวก็ยังกินไม่หมด ยังไม่อิ่มเลยง่ะ ฮือ

ผมวิ่งซอกแซกมาเรื่อยตามทางที่ได้สำรวจไว้เมื่อคืนระหว่างเดินกลับหอ เสียงฝีเท้าของพวกคนใจร้ายเริ่มห่างหายไป ไม่รู้ว่าเพราะผมวิ่งเร็วมากหรือพวกมันขี้เกียจตามตัวกันแน่ แต่สีหน้าพวกนั้นดูอาฆาตอย่างกับผมไปฆ่าสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของพวกมันอย่างไรอย่างนั้น...เรื่องที่จะเลิกตามตัวผมคงเป็นไปไม่ได้

สงสัยจะเผลอวิ่งเร็วไปหน่อย แย่จัง...พวกนั้นฝีเท้าเชื่องช้ากว่าพี่ไอหมอกเสียอีกรายนั้นทำให้ผมเสียพลังงานเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของร่างกายในการหลบหนีเขาเชียวนะ เห็นได้ชัดว่าผู้ชายสามคนนั่นยังมีฝีเท้าที่ไม่เร็วพอ เพราะผมใช้พลังงานของร่างกายไปไม่ถึงครึ่งเลย

พอเห็นว่าไม่มีใครไล่ตามมาแล้ว ผมก็ลดจังหวะการวิ่งลงแล้วเปลี่ยนเป็นเดินเร็วแทน จากนั้นก็เดินอย่างเชื่องช้าตามสไตล์ นี่ก็ใกล้เวลาเข้าเรียนเต็มที โชคดีที่พวกนั้นไม่รู้ว่าผมเรียนห้องไหน แต่ถึงรู้...ผมก็ไม่ได้สนใจหรอก

เพราะคนที่ไล่ตามผมไม่ทันครั้งหนึ่ง จะไม่มีวันไล่ตามผมทันในครั้งถัดๆ ไป

 

 

 

 

 

 



Writer talk2

หายไปนานคิดถึงจังเลยค่ะ แหะๆ//ปาดเหงื่อ วันนี้มาซะดึก เพิ่งปั่นเสร็จร้อนๆพร้อมเสิร์ฟเลยค่า ครึ่งหลังก็จะทำให้เราเห็นมุมมองของตัวละครมากขึ้น เอาเป็นว่าทุกคนยังไสยๆ เอ้ย! ใสๆเหมือนเดิมค่ะโดยเฉพาะหนูคิมที่น่ารัก(?)

# เดี๋ยววันนี้ตอนช่วงเย็นหรืออาจดึกๆจะมาต่ออีก ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ในบทถัดไปนะคะ ตามที่สัญญาไว้ว่าอาทิตย์นี้จะมาลงเรื่องคิมหันต์จำนวน 100% ชดเชยของอาทิตย์ที่แล้วยุ่งจนไม่ได้ลงค่ะ เรื่องพี่แสบก็จะลงพร้อมกันเลยค่ะ ^^

รักรีดเดอร์

 

Writer talk

เห็นแบบนี้....แต่น้องคิมคนใส(?)ก็เป็นคนโหดที่รักครอบครัวมากนะคะ กำลังคิดอยู่ว่าจะมีใครกล้ามาจีบลาวา 555 ส่วนไบรอันจะรอดไม่รอดก็รอดูกันต่อไปค่ะ จะว่าไปฉากสุดท้ายที่จ้องตากับไออุ่นนั่นต้องการสื่ออะไรหรอคะคิมหันต์ น้องตกใจกลัวหมดแล้ว วู้//หลบมีด

ลืมบอกอีกเรื่อง ไรท์ขอร่วมไว้อาลัยให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 โดยงดอัพนิยายตั้งแต่วันนี้ วันที่ 31 ตุลาคม 2560 ค่ะ ความจริงอยากงดวันนี้ด้วยแต่ไรท์เข้าใจว่าคนอ่านรอนานแล้ว (มีหลายท่านเข้ามาทวงในเพจเยอะเลย รักนะคะทวงได้ไรท์ไม่ว่า อิอิ) เลยมาลงให้ก่อนจะห่างหายไปยาวๆ จากนั้นก็จะกลับมาอัพตามปกติค่ะ ^^

#สามารถติดตามข่าวสารการอัพนิยายได้ที่เพจค่ะ >>คลิ๊ก<<

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.212K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,898 ความคิดเห็น

  1. #45866 Baozi_Ploy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 09:57
    ยัยหนูเท้าผี
    #45,866
    0
  2. #45844 Secr3t-Key (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 01:41
    พวกสัตว์คุยกับเธอด้วย
    เธอนี่ละเจ้าหญิง(ดิสนี่ย์)
    #45,844
    0
  3. #45781 Ypsxcio (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 11:38
    ไออุ่นลูก5577575575757555555555 โอ้ยจะเอ็นดูก็เอ็นดู แต่คือกวนติงมาก55555555555
    #45,781
    0
  4. #45269 QUEENYAUN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 23:19
    🥺🥺🥺🥺

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 กรกฎาคม 2563 / 19:53
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 14 กรกฎาคม 2563 / 19:54
    #45,269
    0
  5. #45234 Xakas (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 22:51
    คิมคือโหดได้พ่อมาก ไออุ่นนี่ ฝีมือไม่ธรรมดาแน่ๆเลย
    #45,234
    0
  6. #45099 Aim0507 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 23:34

    ซื่อกับกวนตีนมันมีเส้นบางๆกั้นอยู่น้าา แต่สำหรับไออุ่นแล้วนั้นพี่รู้ว่าหนูซื่อจริงจะ
    #45,099
    0
  7. #45025 QueenS44 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 09:42
    ชอบไออุ่นอ่ะ ชอบคาแรกเตอร์ น่ารักดี กวนๆ ฮ่าๆๆๆ
    #45,025
    0
  8. #44812 ChanyaSrikaew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:27
    โห้ แน่ใจหรอว่าจะเอาเธอคนนั้น ผ่านด่านพี่ พ่อ พ่อตาให้ได้ก่อนเหอะ โหดๆทั้งนั้น
    #44,812
    0
  9. #42225 Bewitchz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 19:51
    นี่ว่าน้องไออุ่นมีของงง แบบแกล้งๆทำเป็นอ่อนแอแน่ๆๆๆ
    #42,225
    0
  10. #42224 Bewitchz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 19:51
    นี่ว่าน้องไออุ่นมีของงง แบบแกล้งๆทำเป็นอ่อนแอแน่ๆๆๆ
    #42,224
    0
  11. #40274 Chotirot_nam2450 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 10:18
    น้องไปกวนTeenเขาแบบไม่รู้ตัว 😂😂😂😂😅
    #40,274
    0
  12. #39675 JHTEN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 18:45
    น้องมีสกิลการหนีนี่เอง
    #39,675
    0
  13. วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 09:11
    ไออุ่นโครตกวนตีนอ่ะ5555
    #39,582
    0
  14. #38456 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 00:43
    เหมือนกวนตีนหน้าซื่ออ่ะฮื่อ55555555555555...ความสามารถน้องคือหลบหลีกไวและคุยกะสัตว์ยกเว้นคน(รู้เรื่อง)
    #38,456
    0
  15. #32836 Punch_9397 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 17:07

    ใสเกิ๊นนนนนนนนนนนนนน

    #32,836
    0
  16. #32288 pommys (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 15:13
    มึนหรืออึน
    #32,288
    0
  17. #30500 crzoldyck7 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 17:02
    เดี๋ยวนะไออุ่นนี่ยังไง..แอบกวนน่าซื่ออยู่นะ..แอบมีความพิเศษ(พลังพิเศษ)โดยไม่รู้ตัวไรงี้รึป่าว
    #30,500
    0
  18. #25848 mook (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 10:19

    คิมหันต์หนูโคตรโหดเลยลูกกกกก

    #25,848
    0
  19. #23863 KiHaE*129 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 22:03

    คิมหันต์โหนไปไหนลูกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    น้องอุ่นลูกกกกกกกกกกกกกกก

    #23,863
    0
  20. #23814 97line (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 12:22
    ทำไมไม่มีใครมาคุยกับน้องเลย
    #23,814
    0
  21. #23170 vivivenus (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 09:10
    น้องก็คงมีดีอยู่บ้าง 555 วิ่งเร็ว
    #23,170
    0
  22. #22809 ikonyg (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 21:40
    สู้ไม่เก่งแต่หลบเก่งชัววว
    #22,809
    0
  23. #22766 xxskbbxy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 23:08
    ชอบความไออุ่นมีสกิลวิ่งเร็ว
    #22,766
    0
  24. #22752 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 17:40
    ไออุ่นกวนตีนแบบซึนๆว่ะชอบบ
    #22,752
    0
  25. #22745 MayYL (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 14:56
    แอบคิดว่าไออุ่นไม่ธรรมดาแน่ๆเลย หรือเราคิดมากไปเอง555
    #22,745
    0