[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 3 : Ep.03::ไม่ใช่หงส์...แต่เป็นลูกเป็ดในกรงทองต่างหาก!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108,648
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,289 ครั้ง
    17 ส.ค. 63




 

Ep.03

 ไม่ใช่หงส์...แต่เป็นลูกเป็ดในกรงทองต่างหาก

  

10 ปีต่อมา

              จิ๊บๆๆ

              “ใช่...เราก็คิดว่ามันแปลก”

            จิ๊บๆๆ

              “อือๆๆ”

              ผมพยักหน้าให้กับนกตัวน้อยที่บินมาเกาะอยู่บนไหล่ มันกระโดดไปมาเล็กน้อยแล้วหันหัวไปทางโพรงต้นไม้ต้นหนึ่งเป็นเชิงฟ้อง คือปกติแล้วคุณกระรอกต้องออกมาหาอาหารได้แล้ว แต่วันนี้ดันไม่เห็นแม้แต่เงา คุณนกก็เลยมาปรึกษาผม...เปล่านะ ผมฟังพวกมันไม่รู้เรื่องหรอก สังเกตท่าทางเอาก็เข้าใจได้ไม่ยาก!

              “คุยกับใคร...”

              พรึ่บๆๆ!

              ชั่วขณะนั้นคุณนกรีบบินหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนผมก็ทำเพียงมองไปยังต้นเสียงด้วยแววตาเลื่อนลอย ก่อนจะกะพริบตาปรับโฟกัสเมื่อ ‘พี่ไอหมอก’ เริ่มเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ จนปลายเท้าของเขาเกือบชิดปลายเท้าผมแล้ว

              อืม ใกล้ไปไหมนะ ผมขยับตัวออกห่างลูกพี่ลูกน้องเล็กน้อย ก่อนจะขยับปากพึมพำตอบกลับไป

              “คุยกับคุณนก...ไม่สิ อากาศครับ”

              “กล้ากวนประสาทกู?

              ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ไอหมอกก่อนจะสั่นหัวเป็นเชิงปฏิเสธ ก็คุณนกบินหนีไปแล้วจะให้ผมตอบยังไงล่ะ เหลือแค่อากาศผมก็ต้องคุยกับอากาศสิ โว๊ะสื่อสารกับมนุษย์นี่เข้าใจยากจัง สื่อสารกับสัตว์ดีกว่าเยอะ

              พี่ไอหมอกคือลูกของคุณอาเมฆกับคุณอารัศมี...คุณอาเมฆเป็นใครท่านเป็นน้องชายของคุณพ่อของผมเอง ส่วนคุณพ่อนั้นเสียชีวิตตั้งแต่ผมยังไม่เกิดแล้ว ที่สำคัญท่านเป็น ‘ผู้นำตระกูลคนก่อน

              พูดถึงเรื่องตระกูล...ปัจจุบันนี้มีมาเฟียที่แผ่ขยายฐานอำนาจอยู่ทั่วทุกมุมโลก ในโซนเอเชียนั้นมีตระกูลมาเฟียหลักๆ อยู่สามตระกูล นั่นคือตระกูลมังกร ตระกูลพยัคฆ์ และตระกูลหงส์ ใช่แล้ว...พ่อผมเป็นผู้นำตระกูลหงส์คนก่อน แอบได้ยินแม่บ้านเม้าท์มอยกันมาว่าช่วงที่พ่อผมตายนั้นวุ่นวายมากเพราะไม่มีใครสืบทอดตระกูลต่อ โชคดีที่คุณอาเมฆปรากฏตัวขึ้นหลังจากหายสาบสูญไปตั้งแต่ท่านยังเป็นเด็ก ตระกูลหงส์เลยรอดพ้นวิกฤตมาได้

              คล้ายว่าช่วงที่ยังอยู่ในวิกฤต ตระกูลมังกรและตระกูลพยัคฆ์จะเข้ามาช่วยเหลือด้วย แต่ก็แค่ฉากหน้าเท่านั้นแหละ เพราะฉากหลังทั้งสามตระกูลคือ ‘ศัตรู’ กัน

              เอาล่ะมาเข้าเรื่องตระกูลหงส์กันดีกว่า ตระกูลหงส์จะแบ่งออกเป็นสองเชื้อสายนั่นคือสายตรงกับสายรอง ลูกหลานเชื้อสายรองจะถูกส่งให้ไปเป็นภรรยาของผู้มีอิทธิพลหรือไม่ก็มาเฟียกลุ่มอื่นเพื่อเพิ่มฐานอำนาจให้กับตระกูลหงส์ จะเป็นเมียน้อยหรือเมียหลวงก็สุดแล้วแต่บุญกรรมที่ทำมา ส่วนลูกหลานเชื้อสายตรงมีหน้าที่บริหารธุรกิจและเจรจาต่อรองเรื่องต่างๆ ภายในตระกูล เรียกได้ว่ามีหน้ามีตาในสังคมเลยทีเดียว

              ยกเว้นแค่ผมล่ะนะ ผมเป็นเชื้อสายตรงก็จริง แต่ทุกวันนี้เหมือนตัวเองเป็นลูกเป็ดท่ามกลางฝูงหงส์ไปแล้ว ไร้ตัวตนไม่ปานว่าเป็นเชื้อสายรองเลยสักนิด...แต่ก็ดี ผมไม่ชอบเข้าสังคมเท่าไหร่ เพราะมนุษย์น่ะเข้าใจยาก

              เอ๊ะ...แต่ผมก็เป็นมนุษย์นี่นา!

              ผมดึงสติกลับเข้าร่างจนทันได้เห็นดวงตาสีทองคมเข้มที่อยู่ห่างไม่ถึงคืบ...เอ่อ พี่ไอหมอก พี่จะสิงผมหรอ

              “ทำ...อะไรน่ะครับ

ผมถอยออกห่างอย่างเนียนๆ ไม่รู้สิ อยู่ใกล้ใครทีไรผมมักรู้สึกอึดอัดตลอด อาจเป็นผลพวงจากเมื่อตอนเด็ก ผมเจอใครคนหนึ่งที่ทำให้เข็ดขยาดจนไม่กล้าเข้าใกล้ใครต่อใครล่ะมั้ง ผมนี่กลัวการมีเพื่อนไปเลย จำได้ว่าหลังจากโดนลักพาตัวในวันนั้น คุณอาเมฆก็สั่งให้ผมย้ายโรงเรียนและให้บอดี้การ์ดตามเฝ้าประกบอย่างใกล้ชิด

คิดถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นทีไร ก็อดที่จะขนลุกขึ้นมาไม่ได้ทุกที

              “แค่กำลังคิด ว่ามึงมีดีอะไร”

              จึ้ก!

              คล้ายมีลูกศรมาปักกลางใจเมื่อคนตรงหน้าถามหาข้อดีของผม ใช่ซี๊...ใครจะไปวิเศษเลิศเลอเหมือนพี่มันล่ะ สูงยาวเข่าดี เรียนเก่ง กีฬาเทพ หล่อได้คุณอาเมฆมาเต็มๆ งี้ ความจริงผมไม่ซีเรียสเรื่องหน้าตานะ แต่เท่าที่สังเกตผู้ชายทุกคนในตระกูลหงส์จะหน้าสวยจนผู้หญิงยังอายกันทั้งนั้น ยกเว้นก็แต่พี่ไอหมอกกับคุณอาเมฆเนี่ยแหละ

ใช่...พี่มันดีทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือพ่นออกมาแต่ละคำ เสียงสุนัขหอนยังฟังเพราะกว่า!

“หึ...ใช้อะไรล่อลวงพ่อกูล่ะ หน้าจืดชืดของมึงหรือไง”

จะว่าไปขอแก้ประโยคด้านบนนิดนึง ผู้ชายตระกูลหงส์หน้าสวยกันทุกคน...ยกเว้นผม ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมเป็นลูกเป็ด ลูกเป็ดน่ะน่ารักกว่าเยอะตัวก็ไม่ใหญ่เหมือนหงส์ด้วย บู้ๆ ว่าแต่เมื่อครู่นี้พี่มันถามว่าไงนะ ลืมฟัง

ผมเอียงคอด้วยความสงสัย อ้าวเฮ้ย ทำไมพี่ไอหมอกต้องหันหน้าหนีผมคล้ายเริ่มหงุดหงิดแล้วล่ะ เจอกันทีไรเป็นแบบนี้ตลอด คล้ายผมทำทุกอย่างไม่ได้ดังใจเขา อะไรแบบนั้นเลย

“ถามว่าอะไรนะครับ”

“ฉิบน่ารำคาญ ไปไกลๆ เลยไป” ร่างสูงยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะปลายหางตาคมกริบมองมาชั่วครู่หนึ่ง

“ต้องไปข้างหน้าครับ...ไปไกลๆ ไม่ได้”

ผมย่นคิ้วแล้วเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มหวาน  แต่พี่ไอหมอกคงมองไม่เห็นหรอกว่าผมแสดงสีหน้าแบบไหนอยู่ ก็เส้นผมปิดบังตั้งแต่หน้าผากมายันเกือบครึ่งตาเลยนี่นา ช่างเถอะ คุณอาเมฆสั่งไว้ว่าไม่ให้ผมตัดมันออก ผมเลยไม่ตัด จนตอนนี้เริ่มชินไปซะแล้ว

“เอ่อ คือคุณท่านเรียกพบคุณหนูไออุ่นค่ะ” ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่แม่บ้านคนหนึ่งเข้ามาขัดการพูดคุยของพวกเราทั้งสองคนเสียก่อน

“ครับ...”

ผมอาศัยจังหวะนั้นกระดึ๊บๆ ตัวออกมาจากพี่ไอหมอกที่แผ่รังสีทะมึนคล้ายอยากฆ่าใครสักคนอยู่ จากนั้นก็หันไปก้มหัวน้อยๆ เป็นเชิงลา ความจริงแล้วพี่มันเป็นคนเงียบขรึมมาก เหมาะกับตำแหน่งว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปสุดๆ แต่ไม่รู้ทำไม เวลาอยู่กับผมสองต่อสองถึงชอบสติหลุดใส่ทุกที...

จากคนเย็นชานี่กลายเป็นก็อตซิลล่าไปเลย!

ก๊อกๆๆ

ผมเคาะประตูห้องทำงานของคุณอาเมฆ ยืนรอได้ไม่นานประตูก็ถูกเปิดออก หลังจากผงกหัวขอบคุณพี่บอดี้การ์ดที่เปิดประตูให้เล็กน้อย ผมก็เดินไปยืนกลางห้องเพราะไม่รู้จะนั่งตรงไหนดี

“เตรียมตัวเก็บของหรือยัง”

“เก็บ...ทำไมครับ”

บุรุษวัยสามสิบแปดปีแต่ยังคงดูดีไม่ปานว่าอายุสามสิบสองเงยหน้าขึ้นมามองผม มือหนาวางปากกาลงบนโต๊ะก่อนจะส่งสายตาเป็นทำนองว่าให้มานั่งเก้าอี้ซะ ผมก็เดินไปนั่งบนเก้าอี้นุ่มนิ่มอย่างมึนงง สัมผัสได้ว่าพวกพี่บอดี้การ์ดทยอยกันออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบ ถ้าไม่ใช่เพราะผมหูดีเนื่องจากอยู่กับพวกสัตว์มานาน ก็คงไม่รู้สึกตัวว่าภายในห้องนี้เหลือเพียงผมกับผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเท่านั้น

“รัศมีไม่ได้บอกเธอหรือไง”

“คุณอารัศมี...ไม่ได้บอกอะไรครับ”

              ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงทุ้มหวานตามปกติ ก็แปลกใจเหมือนกันที่เสียงของผมไม่เหมือนเสียงของคุณอาเมฆและพี่ไอหมอก สองคนนี้เสียงดุดันน่าเกรงขามแตกต่างจากผมที่เสียงจะออกหวานๆ แต่ไม่ถึงกับแหลมอย่างพวกผู้หญิง

              คราวนี้อาเมฆจ้องมองผมนานมาก นานจนต้องกะพริบตาปริบๆ อย่างอึดอัด คือหน้าผมมีอะไรติดอยู่หรอ ผมคิดผิดหรือคิดถูกที่มานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามให้เขาจ้องเล่นๆ เนี่ย ฟู่ว

              “พรุ่งนี้เธอต้องไปเข้ารับการศึกษาที่เกาะ Secretland เป็นระยะเวลา 3 เดือน”

              เอ๋ เกาะนั่น...ได้ยินว่าเพิ่งก่อตั้งเมื่อห้าปีที่แล้ว ที่สำคัญยังเป็นสถานที่ที่รวบรวมตัวอันตรายจากทุกมุมโลกไว้อีกต่างหาก!

              “ทำไมล่ะครับ”

              “มันเป็นกฎที่ทุกตระกูลต้องส่งลูกหลานอายุสิบเจ็ดปีไปศึกษาที่นั่น และฉันหวังว่าเธอจะไม่ทำให้ผิดหวัง แต่นอกจากเธอ...ก็ยังมีคนของตระกูลอีกคนที่ต้องไป”

              ผมนี่ถึงกับเย็นวาบที่ไขสันหลังขึ้นมาเลย ดวงตาของชายตรงหน้าแลดูเคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง ว่าแต่ ‘อีกคน’ นั่นมันใครกันน่ะ

              “พรุ่งนี้คงเจอกันเอง” คล้ายรู้ว่าผมกำลังสงสัย คุณอาเมฆจึงกล่าวขึ้นมาลอยๆ

              “ครับ”

              ผมหลุบตามองมือตัวเองเล็กน้อย อา...นี่มือหรือหยวกกล้วยซีดเชียว สงสัยจะตื่นเต้นไปหน่อย ใครให้อาเมฆมาทำหน้าเครียดใส่ผมล่ะ แม้จะโดนทำหน้าแบบนี้ใส่เป็นประจำก็เถอะ!

              “ถ้างั้น...ผมขอตัวนะครับ”

“ลืมหน้าที่ตัวเองแล้วหรือไง” สุ้มเสียงเรียบเฉยเอ่ยขัดผมที่กำลังจะลุกขึ้นยืน

ผมเอียงคอเล็กน้อย หน้าที่อ่า...หมายถึงการนวดนี่เอง คือตั้งแต่เด็กจนโตคุณอาเมฆก็ชอบใช้ผมนวดไหล่ให้อยู่แล้ว และผมนับถือเขาเสมือนพ่อคนหนึ่งจึงไม่รู้สึกกระอักกระอวนใจกับการปรนนิบัติเล็กๆ น้อยๆ อีกอย่างถ้าไม่มีเขา ผมก็คงไม่ได้ยืนอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างสงบสุขหรอก เชื่อเถอะ

“ขออนุญาตครับ”

ผมลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินอ้อมไปด้านหลังเก้าอี้และบีบๆ นวดๆ ลงบนไหล่แข็งแถมยังกดยาก หรือผมไม่ค่อยมีแรงก็ไม่รู้ อาเมฆไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรอีก เขาหลับตาลงแล้วปล่อยให้ผมวุ่นวายอยู่กับการนวดแบบนั้น

              เนิ่นนานหลายนาทีจนกระทั่งคนตรงหน้ายกมือเป็นสัญญาณว่าพอแล้ว และมันดันเป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูถูกเปิดออก

พี่ไอหมอกเดินเข้ามาในนี้พร้อมแฟ้มเอกสารบางอย่างในมือ ที่สำคัญเขาไม่แม้แต่จะมองผมทางหางตา ซึ่งนั่นก็ดีแล้ว ผมค่อนข้างรำคาญเวลาโดนเขาหาเรื่องไม่น้อย คิดพลางผละมือออกห่างไหล่หนาแล้วเดินออกจากห้องมาอย่างเงียบเชียบ 

“ทีหลังเคาะประตูก่อนเข้ามา” 

“นี่เอกสารที่พ่อให้ผมเอาไปเช็คครับ”

ผมไม่ได้สนใจฟังบทสนทนาทางด้านหลังเท่าไหร่ ตอนนี้คงต้องไปบอกลาคุณนกแล้วก็คุณจิ้งจกที่แอบซ่อนอยู่ในห้องนอนก่อน ไหนจะคุณแมงมุมที่หลุดรอดสายตาแม่บ้านบนเพดานห้องอีก โชคดีที่วันนั้นผมช่วยมันไว้ได้ทัน ไม่งั้นคงกลายเป็นแมงมุมไส้แตกเพราะโดนแม่บ้านกระทืบตายคาตีนไปแล้ว!

ช่วงเย็นหลังจากกินข้าวเสร็จผมก็เดินขึ้นห้องตามปกติ แต่โชคร้าย...ผมดันเจอกับคนที่ไม่ค่อยอยากเจอเข้า

ตุ้บ!

“ทำไม...เจอกูแล้วจะตายหรือไง”

ผมเงยหน้ามองพี่ไอหมอกผ่านบรรดาเส้นผมที่พันกันยุ่งเหยิง จากนั้นก็ส่ายหัวเบาๆ เป็นเชิงตอบ

“ไม่ตายครับ ยังหายใจอยู่เลย...”

แต่ช่วยถอยออกไปหน่อยได้ไหม ผมเริ่มรู้สึกอึดอัดแล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่พี่ไอหมอกกักตัวผมไว้กับกำแพงแบบนี้ ฟู่ว หายใจเข้ายาว หายใจออกยาว อา...รอดตาย!

“หึ...แรดเงียบไปยั่วพ่อกูถึงในห้อง อย่าคิดว่าจะรอดไปได้ง่ายๆ” น้ำเสียงของพี่ไอหมอกเข้มขึ้นกว่าทุกที ไหนจะมือของเขาที่เอื้อมมาบีบปลายคางผมอย่างคุกคามอีก

“ไม่มีแรดอยู่ที่นี่นะครับ...พี่คงต้องไปหาในสวนสัตว์”

ผมตอบกลับไปด้วยแววตามึนงง ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าพี่มันจะพูดถึงแรดขึ้นมาทำไม แล้วการที่ผมไปนวดให้คุณอาเมฆมันเกี่ยวอะไรกับแรดกัน อยากเจอก็ไปหาในสวนสัตว์สิ โว๊ะเริ่มหายใจไม่ออกแล้วนะ บอกเลยว่าผมจะไม่ทน

พรึ่บ!

ผมอาศัยจังหวะที่พี่ไอหมอกชะงักกึกด้วยการปัดมือเขาออกจากคางแล้วมุดลอดระหว่างแขนออกมาอย่างรวดเร็ว เห็นแบบนี้ผมว่องไวมากนะ แม้แต่ป้าแม่บ้านยังจับไม่ได้เลยว่าผมแอบหยิบขนมขึ้นมากินบนห้องนอนทุกคืน คิดดูเอาเถอะ

ปัง

              หลังจากวิ่งมาจนถึงห้องนอนแล้วผมก็ปิดประตูลงกลอนอย่างรวดเร็ว ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นระรัวแต่อย่าหวังเลยว่าผมจะเปิดให้!

              ก๊อกๆๆ!

              “เวรเอ้ยไออุ่น...ออกมาเดี๋ยวนี้เลยก่อนที่กูจะพังประตูเข้าไป!

              “ไม่ครับ”

ผมส่ายหัวปฏิเสธแม้คนที่อยู่ด้านนอกจะไม่เห็นก็ตาม อยากจะพังก็พังไปเถอะ ถ้าไม่กลัวว่าบรรดาแม่บ้านหรือพ่อแม่ของเขาจะมาเห็นก็พังไปเลย ไม่รู้ว่าพี่ไอหมอกจะจองเวรจองกรรมอะไรกับผมนัก

อุตส่าห์ยอมเป็นลูกเป็ดน้อยน่ารักอยู่ในกรงทองดีๆ แล้วแท้ๆ

 

วันต่อมา

            ผมเก็บของเตรียมตัวตั้งแต่เช้า โดยมีคุณจิ้งจกและคุณแมงมุมให้กำลังใจอยู่ด้านข้าง วันนี้แปลกที่ไม่เห็นคุณนกโผล่มาด้วย แต่ช่างเถอะ...แค่สามเดือนเองเดี๋ยวผมก็กลับมาแล้ว

              “ไม่ต้องห่วงเราหรอก อื้อ...เราไม่เหงา”

              ผมหันไปคุยกับคุณจิ้งจกที่จ้องมาตาแป๋ว พอได้ยินเช่นนั้นคุณจิ้งจกก็ไต่ผนังห้องไปหลบซ่อนในซอกตู้ข้างเตียงต่อ ผมหันมาลากจูงกระเป๋าออกจากห้อง หวังว่าตอนกลับมา คุณแมงมุมและคุณจิ้งจกจะยังคงอยู่รอดปลอดภัยดีนะ แม่บ้านที่นี่น่ากลัวเสียด้วย แม้แต่ยุงตัวเล็กๆ ยังไม่กล้าเล็ดลอดเข้ามาเลย

              ลานกว้างด้านหลังคฤหาสน์มีเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งจอดรออยู่ ผมเอียงคออย่างนึกสงสัยว่าทำไมต้องไปด้วยยานพาหนะชนิดนี้ ยังไม่ทันได้ครุ่นคิด...ร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักก็ดึงความสนใจไปเสียก่อน

              พี่ไอหมอกย่างก้าวเข้าหาอย่างรวดเร็วประดุจผมไปติดเงินไว้แล้วพี่มันไล่ตามมาทวงหนี้ ผมหยุดยืนนิ่งอย่างรอดูท่าที จังหวะนั้นร่างสูงเข้าประชิดเสียจนต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างอดไม่ได้

              “เมื่อวานแสบนักนะ...” เสียงลอดไรฟันของเขาทำให้ผมขมวดคิ้ว จากนั้นก็นึกย้อนไปถึงตอนที่พี่ไอหมอกโดนผมปิดประตูใส่หน้า

              “ผมจำได้ว่า...ปิดประตูไม่โดนพี่ไอหมอกนะครับ พี่จะแสบได้ยังไง...”

              พอลองกวาดสายตามองดูก็ไม่เห็นว่าคนตรงหน้าจะมีแผลแม้แต่นิด เอ๋แล้วทำไมเขาถึงบอกผมว่าแสบกันนะ ไม่เห็นบาดเจ็บตรงไหนนี่นา

              หมับ!

              “คิดจะลองดีกับกูใช่ไหม”

              สุ้มเสียงเกรี้ยวกราดมาพร้อมมือหนาที่คว้าต้นแขนผมแน่น ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้ลงมือทำอะไร ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านก็เดินตรงเข้ามาทางนี้เสียก่อน

              คุณอารัศมีกับคุณอาเมฆ...

              “นั่นแกจะทำอะไร”

              คุณอาเมฆเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าทรงอำนาจไม่น้อย นัยน์ตาคมดุตวัดมองพวกเราอย่างยากเดาความคิด พี่ไอหมอกคลายมือที่บีบแขนผมออกก่อนจะกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มเย็น

              “กลับมามึงไม่รอดแน่”

              ร่างสูงเดินผ่านร่างผมไปก่อนจะเหลือบมองพ่อกับแม่ของเขาเล็กน้อย แม้สีหน้าจะเรียบเฉยเย็นชาแต่ผมก็พอรู้ว่าในใจของพี่มันคงร้อนระอุจวนเจียนจะระเบิดอยู่รอมร่อ อีกทั้งคงไม่มีอารมณ์มาตอบคำถามบิดาบังเกิดเกล้าเสียเท่าไหร่

              “คงเล่นกันตามประสาเด็กๆ นั่นแหละคุณ” คุณอารัศมีหันไปแก้ต่างให้ลูกชายตัวเองที่เดินหนีไปไกลลิบ จากนั้นก็ปรายหางตามาทางผมแล้วยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย

              “อาขอให้โชคดีนะไออุ่น อยู่ที่นู่นก็รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีล่ะ”

              “ครับ...” ผมตอบรับแผ่วเบา ไม่ได้ใส่ใจกับสายตาเป็นประกายร้ายลึกวูบหนึ่งของผู้หญิงตรงหน้า ปกติคุณอารัศมีก็มองผมแบบนี้อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิด

              “....”

              คุณอาเมฆไม่ได้พูดอะไร เขาทำเพียงมองส่งผมขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาจนกระทั่งลับสายตา จะว่าไป...รู้สึกขนลุกกับสายตาสุดท้ายของคุณอาเมฆยังไงก็ไม่รู้แหะ ผมเลิกคิดเรื่องหนักสมองก่อนจะกวาดสายตาเลื่อนลอยชมวิวทิวทัศน์บนท้องฟ้าที่ไม่มีอะไรน่ามองเท่าไหร่ พอลองมองสำรวจด้านล่าง ผืนแผ่นดินใหญ่ก็กลับกลายเป็นท้องทะเลกว้างไปเสียแล้ว

อา...ผมเหม่อลอยไปนานมากจนมาอยู่กลางทะเลเลยหรอเนี่ย

เนิ่นนานในความรู้สึกกว่าเฮลิคอปเตอร์จะลงจอดกลางเกาะใหญ่ ไม่สิ...นี่มันไม่ใช่เกาะ แต่เป็นแผ่นดินใหญ่ที่ตั้งเป็นประเทศหนึ่งได้ด้วยซ้ำ!

“ถึงแล้วครับคุณหนู”

              “ขอบคุณครับ”

              ด้านหน้าของผมคือป้ายขนาดยักษ์ที่ติดตรงทางเข้าเกาะว่า ‘Secretland’ รอบด้านมีผู้คนมากมายกำลังหลั่งไหลเข้าไปในนั้น ผมมองสำรวจไปเรื่อยๆ ก่อนจะลากกระเป๋าแล้วเดินเข้าไปบ้าง ที่นี่ไม่ต่างอะไรกับบนแผ่นดินใหญ่เลยสักนิด

              ว่าแต่ต้องไปทางไหนกันนะ?

              ผมเห็นบรรดาผู้คนที่อายุไล่เลี่ยกันเดินไปยังอาคารแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าสุด เอ๋หรือว่าที่นี่จะเป็นจุดลงทะเบียน ต้องใช่แน่ๆ

              ว่าแล้วผมก็ลากกระเป๋ามายืนต่อแถวอยู่ด้านหน้าเคาน์เตอร์ ด้านหลังเป็นผู้หญิงสองคนที่เข้าแถวต่อจากผม ที่สำคัญ...พวกเธอกำลังซุบซิบอะไรบางอย่างกันอยู่

              “นั่นมัน คอลเลอร์ ล่ะ”

              “คอลเลอร์คนนั้นน่ะหรอ กรี๊ดด หล่ออ่ะ ฉันอยากเป็นสะใภ้มาเฟียต้องทำไง”

              “ทำใจเถอะ ฉันได้ยินมาว่าเขาเป็นพวกเลือดร้อนสุดๆ ขืนคบกันไปคงตบแฟนกลิ้งแน่”

              “สเปคเลย~

              “บ้านเธอสิยัยโรคจิตนี่แต่ฉันได้ข่าวมาว่ารุ่นเรามีตัวอันตรายหลายคนเลยนะ โดยเฉพาะ...”

              “ขอทราบชื่อด้วยค่ะ”

              เสียงของผู้หญิงที่นั่งประจำเคาน์เตอร์เอ่ยขึ้นแทรกการสนทนาทางด้านหลัง อันที่จริงผมไม่ได้ตั้งใจฟังหรอกนะ แต่มันดังเข้าหูมาเองนี่นา

“คอลเลอร์ เอวาน”

              ผู้ชายรูปร่างสูงกำยำด้านหน้าเอ่ยตอบเธอไป อ่า...คนนี้สินะคอลเลอร์ที่ถูกพวกผู้หญิงนินทา หน้าตาแบบนี้คงเป็นพวกลูกหลานผู้มีอิทธิพลไม่ก็มาเฟียโซนยุโรปไม่ผิดเพี้ยน

              “นี่คือเอกสารและคีย์การ์ดของคุณค่ะ”

              ผมเห็นเขารับเอกสารมาถือลวกๆ จังหวะที่จะเดินออกไป...ร่างสูงเกือบเดินชนผมหากแต่ผมไหวตัวหลบได้ทันเสียก่อน ฟู่ว เกือบเซถลาลงพื้นแล้วไงเรา

              ดวงตาเรียวคมตวัดลงมองผมชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตาออกห่างอย่างไม่สนใจอะไรอีก ผมก็ไม่ได้หวังจะรับคำขอโทษจากคนแปลกหน้าหรอกนะ อีกอย่างผมตัวเตี้ยกว่าเขามาก ไม่แปลกที่หมอนี่จะมองไม่เห็นจนเกือบเดินชนแบบนี้

              “ชื่ออะไรคะ”

              “ไออุ่น...หงสาวิวัฒนวงศ์ครับ”

              ชื่อจริงผมก็ไออุ่นนั่นแหละ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคุณอาขี้เกียจตั้งให้หรืออะไร แต่ผมก็พอใจกับชื่อนี้นะ  คิดพลางยื่นมือรับเอกสารและคีย์การ์ดในขณะที่เสียงซุบซิบด้านหลังเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ความจริงแล้วพวกเธอพูดเบา แต่ผมหูดีเลยเผลอไปได้ยินเข้า

              “ตระกูลหงส์อ่ะแก แต่ทำไมดูมืดมนจัง”

              “เท่าที่ได้ยินมาตระกูลหงส์สวยกันทุกคนเลยนะ หรือว่าหมอนี่...”

              เฮ้อ...บอกแล้วไงครับว่าผมเป็นลูกเป็ด ลูกเป็ดจะกลายเป็นหงส์ไปได้ยังไงกันเล่า!

              ว่าแล้วก็เดินออกมาหามุมเงียบๆ นั่งอ่านเอกสาร ที่นี่แบ่งหอพักออกเป็นสี่โซน นั่นคือ North South East และ West ตามทิศทั้งสี่ หอ North และ South เป็นหอหญิง ส่วนหอ East และ West เป็นหอชาย ระบบจะสุ่มให้ว่าแต่ละคนได้พักอยู่หอไหน โดยแบ่งจำนวนคนอย่างละเท่าๆ กัน ประเด็นสำคัญ...ที่นี่มีระบบการปกครองหอที่ค่อนข้างแปลกประหลาด

              วันแรกของการเข้ามาเหยียบใน ‘Secretland’ แห่งนี้ จะมีการคัดเลือก ‘ราชา’ ในแต่ละทิศเพื่อปกครองหอของตน คำว่าราชาเป็นเพียงนามที่ใช้เรียกผู้แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น แน่นอนว่าราชาจะมีทั้งหมดสี่คน

              ผมคิดว่า...การตั้งตำแหน่งราชาอะไรนี่ขึ้นมา คงไม่ใช่เพื่อให้ดูแลและคุ้มครองคนในหอพักอย่างเดียวแน่ แต่มันหมายถึงการแข่งขันด้านอำนาจบารมีด้วย หอไหนมีราชาที่แข็งแกร่ง หอนั้นก็จะอยู่รอด เอ่อ...นี่มันจะแฟนตาซีไปหรือเปล่า ผู้ก่อตั้งที่นี่อ่านนิยายมากไปหรืออะไรกันนะ

              แต่ช่างเถอะ ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็ต้องมีผู้นำอยู่แล้วนี่นา

              กำหนดเวลาคัดเลือกราชาก็ตั้งหกโมงเย็น ตอนนี้เพิ่งเที่ยงเอง ผมว่าควรหาอะไรกินก่อนดีกว่า อือ...หิวจัง จะว่าไปผมควรเอาของไปเก็บก่อน หอ West อยู่ไหนนะ

ใช่แล้ว...ผมอยู่หอพักทางทิศตะวันตกล่ะ!

              จะว่าไปเรื่องที่คุณอาเมฆพูดค้างไว้ว่าผมจะได้เจอกับใครสักคน เขาเป็นใครกันนะ หรือจะหมายถึงลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ได้เจอกันมานานคนนั้นแต่มันก็ตั้งหลายสิบปีมาแล้ว ผมจำหน้าไม่ค่อยได้เท่าไหร่

              ผมเดินไปตามป้าย ‘West’ เพื่อนำกระเป๋าไปเก็บในห้องพัก ที่นี่ไม่มีบริการเก็บกระเป๋าอะไรแบบนั้นให้หรอก ต่อให้รวยล้นฟ้าแค่ไหน แต่เมื่อมาอยู่ที่แห่งนี้ก็ต้องทำอะไรด้วยตัวเองทั้งนั้น เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ดัดนิสัยเอาแต่ใจของคุณหนูหลายๆ คนเลยทีเดียว

              แฮ่ก...เหนื่อยชะมัด

              ในที่สุดผมก็มายืนอยู่ด้านหน้าหอ West อา...ออร่าวิบวับจนแสบตานี่มันอะไรกันน่ะ ที่พักตรงหน้าแลดูคล้ายคฤหาสน์ขนาดย่อมมากกว่าหอพักนักเรียนทั่วไปเสียอีก แสดงว่าจำนวนคนคงมีไม่น้อย

              ไม่รู้ว่าผมดูมืดมนเกินไปหรืออะไรถึงเดินผ่านผู้คนที่ยืนขวางทางด้านหน้าเข้ามาในหอพักได้สำเร็จ หลังดูหมายเลขห้องเสร็จก็เดินไปกดลิฟต์ จากนั้นก็รูดคีย์การ์ดเข้ามายังห้องเป้าหมาย สภาพภายในห้องถือว่าดูดีเลยทีเดียว มีเตียง โต๊ะเขียนหนังสือ ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ผมปิดประตูลงเบาๆ ก่อนจะเอากระเป๋าไปไว้ที่มุมหนึ่งของห้อง จากนั้นก็ลงมาเพื่อมุ่งไปยังภัตตาคารอาหารต่อ

              หวังว่าชีวิตที่นี่ของผมจะเรียบง่ายดังเดิมนะ...






 

          Writer talk2

          หวังชีวิตเรียบง่ายหรอคะไออุ่น?//ยิ้มหวาน ไรท์ก็เป็นพวกชอบทะนุถนอม(?)นายเอกด้วยสิ...แค่กๆ เดี๋ยวมาต่อบทหน้าประมาณ 30-40% วันนี้ตอนดึกๆนะคะ กำลังนั่งปั่น บทหน้าเจอน้องคิมคนใส(?)แน่นอนค่า ช่วงนี้ชีวิตเบลอๆ เฮียกัลป์ก็ยังไม่ได้ปั่น แต่คาดว่าปั่นลงคืนนี้ค่ะ ส่วนพี่อาคเดี๋ยวลงพร้อมๆกันกับเฮียกัลป์ ตอนนี้เอาคิมหันต์มาให้หายคิดถึงก่อน อิอิ

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

     

Writer talk

ใครพอเดาคาแรกเตอร์ไออุ่นได้บ้างคะ 555 เฉลย : คาแรกเตอร์ตามใจไรท์เอง//หลบสิ่งขว้างปา แต่งไปก็คิดถึงคิมหันต์ไปใจจะขาด...แค่กๆๆ มีตัวละครใหม่มาชื่อไอหมอกค่ะ และก็ยังมีที่ยังไม่ออกมาอีก อุ๊บบ เปลี่ยนเรื่องๆ(อ้าว) พูดถึงเรื่องแฮชแท็กของคิมอุ่นแล้วคือ #ไล่ฆ่าล่ารัก ค่ะ ไรท์ลืมแจ้งตั้งแต่ตอนแรก แล้วก็ที่หายไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไรท์ไปสอบมาค่ะ แจ้งในเพจไว้แล้วน้า

#สามารถติดตามข่าวสารการอัพนิยายได้ที่เพจ >>คลิ๊ก<<

รักรีดเดอร์




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.289K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,876 ความคิดเห็น

  1. #45865 Baozi_Ploy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 09:42
    หนูหวังความเรียบง่าย มันไม่มีตั้งแต่เจอคิมหันต์แล้วลูก555555
    #45,865
    0
  2. #45180 thanatchaNamnuch (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 16:27
    ไรท์แอบใช้คำแปลกๆอะ😂 แบบว่าน้องไม่ได้ใส่อย่างที่คิ๊ดด ตอนแรกนึกว่าน้องตายเเล้วเข้ามาอยู่ร่างเด็ก7ขวบสะอีก
    #45,180
    0
  3. #45065 saranporncheer (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 07:48
    เราว่าน้องจะไปเปิดสวนสัตว์บนเกาะเเน่ๆ555+
    #45,065
    0
  4. #45036 Nat_bambam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 20:08
    เราแอบเห็นว่าไรท์ใช้คำบคำแปลกๆ ทำให้เราคิดว่า น้องอาจจะไม่ใสจริงๆ//เพ้อเก่งงงเดาเก่งงงง
    #45,036
    0
  5. #44950 see B (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:24
    นี้ชอบเนื้อเรื่องนะแต่ขัดๆกับนิสัยน้องมากอะหนู 17 นะลูกไม่ใช่ 7 ขวบ
    #44,950
    0
  6. #44943 aungink-jungraikung (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:58
    เนื้อเรื่องดีอ้ะ แต่เฮ้ยย นี่เด็ก 17 นะเฮ้ย ไม่ใช่เด็ก 7 เดือน เด็ก 7 ขวบบ
    #44,943
    1
    • #44943-1 monster_evil(จากตอนที่ 3)
      6 เมษายน 2563 / 10:30
      นางทำตัวกวนตีนค่ะ
      #44943-1
  7. #44811 ChanyaSrikaew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:18
    โอ้ยยยยยยยยยยยย คุยกับจิ้งจก ==' เราก็เคยคุย ถถถ.
    #44,811
    0
  8. #42706 nananinanak (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 08:14
    อิมเมจคืออายุ 17 แล้ว แต่สมองก็...เรียกซื่อเกินแล้วกัน ไม่รู้จะบอกยังไงเนื้อเรื่องน่าสนใจ แต่อ่านแล้วขัดๆ มันแบบเห้อ
    #42,706
    0
  9. #41662 eannysrr (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 21:15

    ไอหมอกนี่ยังไง ชอบน้องรึเปล่าาาา

    #41,662
    0
  10. #41653 PPruedee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 13:09
    มันแปลกๆที่น้องบอกตัวเองเสียงทุ้มหวาน เป็นเราคงไม่คิดแบบนี้ในใจ55555555
    #41,653
    0
  11. #38455 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 23:50
    พี่ไอหมอกดูชอบน้องนะ
    #38,455
    0
  12. #38454 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 23:48
    นี่คิดว่าน้องสวยมากๆอ่ะ...แต่ที่ทุกคนดูว่ามืดๆมนๆน่าจะเพราะทรงผมที่อาเมฆ​ไม่ให้ตัดน่าจะเพราะว่าหวงแหละ..น่าจะมีดวงตาใบหน้าที่แบบสุดๆแน่
    #38,454
    0
  13. #38453 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 23:47
    อาเมฆดูรักดูเอ็นดูไม่ใช่เพราะเป็นลูกก็คงเพราะลูกของพี่อ่ะ..แต่ชอบพี่ไอหมอกว่ะ555น้องเมินไปอีกกก.ละกำจัดสัตว์ทุกตัวที่น้องคุยเลยจริงป้ะเนี่ยยยย...
    #38,453
    0
  14. #37108 NoneCoffee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 08:36
    ไออุ่นน่ารัก ส่วน-พี่หมอกนี่ยังไงๆคะ แอบชอบน้องรึเปล่า
    #37,108
    0
  15. #35690 ♚I'M LAZY!!♔ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 20:49
    เรามีความคิดว่าไออุ่นต้องสวยมากแน่ๆเพราะถึงขนาดว่าอายังให้เอาผมหน้าม้าปิดตา แล้วห้ามตัดอ่ะ
    #35,690
    0
  16. #35278 Littie Bird (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 23:20
    ชอบพล็อตมากก
    #35,278
    0
  17. #34525 SATANGnaphatsorn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 21:10
    ทำไมน้องอุ่นไม่ตัดผมสักที55555
    #34,525
    0
  18. #32407 jolyun76 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 22:37
    ไออุ่นนี่น่าจะเป็นลูกอาเมฆหรือเปล่าอ่ะ กับเมียเก่างี้ แต่ปิดไม่ให้ทุกคนรู้? เพราะดูจะเอ็นดูอุ่นเหลือเกิน
    #32,407
    0
  19. #32287 pommys (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 15:05
    เราคิดไปไกลว่าอาเมฆชอบไออุ่นและไอหมอกน่าจะชอบด้วย ที่ทำตัวปากหม- เพราะเรียกร้องความสนใจ
    #32,287
    0
  20. #31769 sAMUSAI (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 22:10
    เราว่าอาเมฆน่าจะรักแบบเอ็นดูลูกของพี่ชายตัวเองมากกว่านะคะ แหมมอยู่ในศีลอยู่ในธรรมกันหน่อยย
    #31,769
    0
  21. #30497 crzoldyck7 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 16:29
    ไอหมอกจะปล้ำไออุ่นหรอ..5555
    #30,497
    0
  22. #29664 Salintip Thongsuwan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 09:44
    อ่านแล้วแอบงงๆ แต่พยายามทำความเข้าใจอยู่ 😂
    #29,664
    0
  23. #27684 SOM10M (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 15:06
    มันมีความคิดหนึ่งที่เรารู้สึกได้และสงสัยว่าอาเมฆนี่เป็นพ่อไออุ่นหรือปล่าวแต่บอกว่าเป็นลูกของราชาหงส์คนที่ตายไปแล้ว แต่จากที่เราดูเม้นท์อื่นๆมาก็เป็นไปได้ว่าอาเมฆชอบไออุ่น
    #27,684
    0
  24. #25891 คิดแล้วสงสัย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 21:35

    นี่คือสงสัยไอหมอกนะ พี่เก็บ(?)สัตว์ทุกตัวที่น้องคุยใช่มั้ย น้องต้องคุยกับพี่เท่านั้นงี้เหรอ โอ้วววว

    #25,891
    1
    • #25891-1 คิดแล้วสงสัย (จากตอนที่ 3)
      20 มิถุนายน 2562 / 21:39
      พอคุณกระรอกหาย น้องก็คุยกับคุณนก พี่ไอหมอกเห็นถามว่าคุยกับใคร

      วันต่อมาคุณนกหายจ้าาาาา.... แต่ไม่ว่าสัตว์ตัวไหนจะหายน้องก็ไม่คุยกับพี่หรอกนะคะ 5555//โดดหลบรถพี่ไอหมอก



      เราคิดว่าไรท์ทิ้งข้อความลับไว้ แต่เพื่ออะไรหนอ สงสัยมากค่ะ งื้อออ
      #25891-1
  25. #25847 mook (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 09:38

    อาจะแอบรักหลานตัวเองเหรอ

    #25,847
    0