[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 2 : Ep.02::เด็กคนนั้น...อันตราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 123,257
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,453 ครั้ง
    17 ส.ค. 63


 

Ep.02

 เด็กคนนั้น...อันตราย 

 

เมี้ยว~!

ทว่าก่อนจะได้ใจหายใจคว่ำไปมากกว่านั้น เสียงแมวตัวหนึ่งก็ดึงความสนใจของผมไปจากท่าทางน่าหวาดผวาของเด็กตาดุเสียก่อน

ผมหันขวับมองตามเสียงก็เห็นลูกแมวกำลังโดนสุนัขจ้องอย่างคุกคามอยู่ด้านนอกประตูรั้วโรงเรียน วินาทีนั้นสมองลืมความหวาดกลัวที่กำลังเผชิญอยู่ไปเสียสิ้น ผมดึงคอเสื้อตัวเองกลับมาแล้วมุดลอดหว่างแขนของเด็กชายตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

ถ้าระลึกได้สักนิด คงฉุกคิดว่าตัวเองไปเอาความกล้าเทียมฟ้านี่มาจากไหน!

ไม่รู้ว่าเพราะลุงยามเฝ้าประตูประมาทหรือแถวนี้ไม่มีเด็กอยู่เลยสักคน ประตูด้านหลังของโรงเรียนจึงถูกปิดแบบแง้มๆ ไว้ ผมรีบวิ่งดุ๊กดิ๊กไปเปิดมันแล้วคว้าลูกแมวมาไว้ในอ้อมแขนทันที

"อย่าทำน้องแมวนะ..."

ผมบอกสุนัขตัวโตด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา จากนั้นก็จ้องมองมันตาแป๋ว โชคดีที่เจ้าหมาตัวโตไม่ได้มีท่าทีจะทำร้าย มันคงแค่ข่มขู่ตามสัญชาตญาณของสัตว์ที่เป็นอริกันซะมากกว่า ดังนั้นไม่นานนักมันจึงหันหลังแล้วเดินจากไป ผมค่อยๆวางลูกแมวบนพื้นถนนตามเดิม น่าสงสารจัง สงสัยแม่มันจะไปหาอาหารแล้วทิ้งให้อยู่ตัวเดียวแน่ๆ ว่าแต่เพื่อนคอกเดียวกันของมันหายไปไหนหมดนะ...หรือจะตายหมดแล้ว

"เมี้ยว~"

ลูกแมวส่งเสียงร้องอีกครั้ง ผมสัมผัสได้ว่ามันกำลังขอบคุณ แม้ไม่ต้องพูดภาษาเดียวกัน แต่บางครั้งผมก็เข้าใจว่าสัตว์ที่เข้าหาส่วนใหญ่ต้องการสื่อสารอะไร

ก็ท่าทางของพวกมันบ่งบอกยังไงล่ะอย่างเช่นตอนที่เข้ามาคลอเคลียขาของผมก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในมุมตึกแบบนี้

ว่าแต่ผมลืมอะไรไปหรือเปล่านะ?

เอียงคออย่างครุ่นคิดได้สักพัก ผมก็เสียวสันหลังวาบคล้ายมีใครกำลังจ้องมองอยู่ หันซ้ายหันขวาก็ไม่พบเจอสิ่งผิดปกติ ทว่าพอลองมองด้านหลัง...

ผมเห็นเด็กชายคนเดิม เพิ่มเติมคือแววตาที่เย็นเฉียบประดุจจะแช่แข็งคนทั้งโลก!

เอ่อ ผ...ผมทำอะไรผิดหรอ แค่ดึงคอเสื้อกลับมา ลอดใต้หว่างแขนอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม หลงลืมไปเลยว่าอีกคนคาดโทษอะไรไว้ แค่นั้นเองนะครับ

บรรยากาศรอบร่างของเขาแลดูไม่น่าเข้าใกล้ในระยะสองเมตร ผมจึงกระดึ๊บๆ ขาออกมาสองก้าว ว่าแต่สองเมตรคืออะไรเหยอช่างเถอะครับ ผมคัดลอกมาจากคำพูดของแม่บ้านเวลานินทาคุณอารัศมีตอนโมโหอีกที!

"เฮ้ย! เจอตัวแล้วว่ะ"

"เออๆ จับเด็กนั่นไว้!"

ก่อนผมจะได้คิดหาทางหนีเด็กชายตาดุที่กำลังจะกลายร่างเป็นพญามัจจุราช...ผู้ใหญ่ตัวโตมากสองคนก็วิ่งตรงเข้ามาทางนี้เสียก่อน!

ผมเผลอทำสีหน้าตระหนก แน่นอนว่าไม่มีใครเห็นเพราะเส้นผมบังใบหน้าไปเกือบครึ่ง มือหนาของหนึ่งในนั้นคว้าตัวผมที่ถอยกรูดหมับ ก่อนจะอุ้มขึ้นพาดบ่า

เอ๋...นี่มันอะไรกันครับผมกะพริบตาปริบๆ พวกเขาเป็นใคร มาอุ้มผมทำไม แล้วรถตู้แล่นมาจอดตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่

คนพวกนี้น่ากลัวจัง แม้จะน้อยกว่าเด็กชายที่ยืนนิ่งตรงนั้นก็เถอะ ว่าแต่...ทำไมเขายังอยู่ที่เดิมล่ะ!

"เด็กนี่นิ่งจังวะ เฮ้ยมึงดูดิ๊ มันยังหายใจอยู่หรือเปล่า"

ผมละสายตาออกห่างเด็กชายตาดุแล้วเอียงคออย่างงุนงงตอนที่ผู้ใหญ่อีกคนมาจับหน้าผมให้หันไปมองเขา แค่เผลอเหม่อคิดกับตัวเองพักเดียว พวกเขาก็มาจับหน้าผมซะงั้น! พวกผู้ใหญ่นี่เข้าใจยากจัง

"ยังไม่ตาย แต่ตาดูลอยๆ มึงรีบพามันขึ้นรถไปเลย"

มือหนาของหนึ่งในนั้นเปิดเส้นผมที่ปรกหน้าปรกตาผมขึ้น ก่อนที่จะหันไปตอบผู้ใหญ่ตัวโตอีกคน

ไม่นานนักผมก็ถูกโยนลงเบาะรถนุ่มๆ ต่อให้ดิ้นขัดขืนไปก็ไร้ประโยชน์เพราะพวกเขาแรงเยอะกว่าผมมากโข  อีกอย่างคนพวกนี้ต้องไม่ใช่คนที่จะมาพาผมกลับบ้านแน่ๆ ผู้ใหญ่ตัวโตคนหนึ่งรีบตามเข้ามาประกบผมในรถแล้วจับมัดมือมัดเท้าอย่างรวดเร็ว

"มึงจะมัดทำไมวะ เด็กมันไม่ได้ดิ้นหนีสักหน่อย กูว่าเป็นเด็กเอ๋อชัวร์ ไม่แปลกที่จะโดนสั่งเก็บ..."

"เออว่ะ...โคตรแปลก แต่ช่างแม่ง กันไว้ดีกว่าแก้ ว่าแต่กูควรเอายังไงกับเด็กนั่นดี เห็นมันมองมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว มันจะทำให้งานเราพังไหมวะ"

คนพูดเดาะลิ้นพลางปรายตามองเด็กชายตาดุที่ยังคงยืนอยู่ ณ จุดเดิม แถมนัยน์ตาเย็นๆ นั่นยังจับจ้องมองผมอย่างอาฆาตมาดร้ายโดยไม่ได้สนใจจะเหลือบมองคนแปลกหน้าทั้งสองแม้แต่นิด...อะเฮือก! รับรู้ได้ถึงความไม่เป็นมิตรอย่างแรง

อ่า...คงอยากหยิบมีดมาแทงผมสินะครับ!

ไม่ๆ ผมไม่ควรคิดถึงเขาที่เป็นเพียงเด็กเจ็ดขวบในแง่ร้ายแบบนั้น ว่าแล้วก็ส่ายหัวน้อยๆ เอาตามตรงผมงุนงงกับเหตุการณ์นี้จนพูดไม่ออกเลยทีเดียว คือปกติผมก็ไม่ค่อยพูดกับคนแปลกหน้าอยู่แล้ว พอมาเจอแบบนี้มันยิ่งพูดไม่ออกไปกันใหญ่

"จับมันมาด้วยเลย เดี๋ยวมันเอาไปบอกคนอื่นแล้วจะพากันซวย"

จ...จับ?

นี่พวกเขาไม่เห็นออร่าความน่ากลัวของเด็กชายคนนั้นจริงๆน่ะหรอ! ทำไมพวกผู้ใหญ่ไม่หัดสังเกตให้มากกว่านี้ว่านั่นมันตัวอันตรายชัดๆ ผมเผลอส่ายหน้าแรงๆคัดค้านคำพูดข้างต้น แต่ไม่มีใครหันมาสนใจเลยสักนิด ยกเว้น...

พรึ่บ!

จากที่ทำท่าเหมือนจะขัดขืนการจับกุมในคราวแรก เด็กชายตาดุก็ยอมอยู่นิ่งๆ ในทันทีที่เห็นผมส่ายหน้ายิกๆ ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่เพราะนัยน์ตาสีน้ำตาลแดงนั่นมันไม่ส่อวี่แววของอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น

ผมควรกังวลว่ากำลังโดนผู้ใหญ่สองคนจับกุมก่อน หรือกังวลว่าจะโดนเด็กตาดุเชือดก่อนดี...อะฮึก

ครืด ปัง!

ไม่นานนักประตูรถตู้ก็ถูกปิดพร้อมร่างเล็กพอกันที่ถูกจับมานั่งข้างผม พอเผลอเหลือบตามองก็เห็นมือของเขาถูกมัด แต่ขาดันไม่ถูกมัดซะงั้น เอ่อ แบบนี้ผมไม่ตายหรอครับ...ถ้าเขายกขาขึ้นฟาดคอผมจะทำยังไง!

บรื้น!

ผมรีบหลุบสายตากลับมาทันควันพร้อมเขยิบหนีเด็กชายด้านข้างไปซะชิดติดริมประตูรถ แต่ทั้งมือทั้งขาถูกมัดแบบนี้มันก็ค่อนข้างขยับยากพอสมควร

“งานครั้งนี้ง่ายแปลกๆนะมึงว่าไหม”

“สัดมึงจะคิดอะไรเยอะแยะ เด็กปอหนึ่งไม่ประสีประสาก็แบบนี้แหละ”

สองคนที่นั่งเบาะหลังเพื่อคุมเชิงเริ่มต้นพูดคุยกันไปมา พวกนั้นประมาทอย่างเห็นได้ชัด อา...เด็กปอหนึ่งไม่ประสีประสางั้นหรอทำไมผมเห็นเด็กชายด้านข้างเริ่มทำอะไรบางอย่างกับข้อมือตัวเองแล้วล่ะ!

บอกผมทีว่ามีดสั้นในมือของเขามันโผล่มาได้ยังไง...ผมจ้องเขาตาปริบๆ พร้อมอ้าปากค้าง จังหวะนั้นเชือกเส้นเล็กก็หลุดร่วงจากข้อมือลงไปบนตักของเด็กตาดุพอดิบพอดี แม่เจ้าผมเห็นเขาตวัดนิ้วสอดมีดลงไประหว่างเชือกแค่ครั้งเดียวเองนะ

มีดคมจัง...

ไม่ๆนั่นไม่ใช่ประเด็น เชื่อไหมเขาทำทุกอย่างข้างต้นได้รวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วินาที นี่มันไม่ใช่แค่เด็กเจ็ดขวบแล้ว ผมยังทำแบบเขาไม่ได้เลย นี่มันตัวอันตรายชัดๆ!

เสี้ยววินาทีนั้นนัยน์ตาไร้แววก็ตวัดมองมาคล้ายรับรู้ว่าผมแอบจ้องมองอยู่ อะเฮือกผมสะดุ้งก่อนจะขยับก้นชิดติดเบาะเข้าไปอีก ทำไงดี...ผมจะทำยังไงดี

น่าแปลกที่เด็กด้านข้างทำเพียงเคลื่อนลูกตากลับไปและไม่มีท่าทีว่าจะตรงเข้ามาทำร้ายกันเหมือนก่อนหน้านี้ อาจเพราะสงสาร แค่กๆ...สมเพชสภาพของผมซึ่งถูกมัดชนิดที่กลิ้งตัวไปมาได้อย่างเดียวเสียมากกว่า หรือไม่ก็มีเรื่องอะไรที่ทำให้หงุดหงิดจนลืมควานแค้นที่ผมเป็นคนก่อไว้ไปชั่วคราว

ทว่าสาเหตุที่เขาถูกจับขึ้นรถคันนี้มา ก็เป็นเพราะเต็มใจยอมให้จับกุมเองไม่ใช่หรอ!

รู้ตัวอีกทีมีดสั้นนั่นก็ไม่ได้อยู่ในมือเด็กชายแล้ว ผมไม่รู้ว่าเขาเอาไปซ่อนไว้ส่วนไหนในร่างกาย รู้เพียงตอนนี้เชือกกลับมามัดที่ข้อมือของเขาอย่างหลวมๆ ตามเดิมซะงั้น เอ่อ...ผมเหม่อไปนานชนิดที่เขา ‘เสแสร้ง’ มัดข้อมือตัวเองจนสำเร็จเลยหรอ

อดที่จะเบิกตากว้างอย่างนึกทึ่งไม่ได้ บางทีเด็กชายตาดุคนนี้ก็ฉลาดเกินไปจนผมเริ่มกลัวใจว่าเขาจะมีอะไรที่ทำให้คาดไม่ถึงอีกบ้าง คิดดูว่าเขาไม่แม้แต่จะทำตัวมีพิรุธ นั่งท่าไหนก็ยังอยู่ท่านั้น ที่สำคัญ...นัยน์ตาน่าขนลุกยังเคลื่อนมามองเป็นทำนองข่มขู่ไม่น้อย

ประมาณว่าถ้าผมทำให้ ‘แผนแตก’ เขาจะกำจัดผมทิ้งซะไม่ให้รกหูรกตาแบบนี้อีก น่ากลัวเป็นบ้า...น่ากลัวยิ่งกว่าตอนโดนจับได้ว่าแอบลักขนมในห้องครัวมากินอีก โฮก!

และแล้วรถก็จอดในที่สุด หลังจากปล่อยให้ผมหายใจไม่คล่องคอมานานแสนนาน ผมถูกอุ้มพาดบ่าขึ้นอีกครั้งในขณะที่เด็กตาดุถูกคุมตัวให้เดินไปตามเส้นทางที่กำหนด พอลองเอี้ยวหน้ามองรอบด้าน...ผมก็เห็นบ้านพักหลังใหญ่ แต่บรรยากาศดูวังเวงไม่น่าเข้าใกล้สุดๆ

ผู้ใหญ่ตัวโตทั้งสองพาพวกผมไปไว้ในห้องด้านในสุดของตัวบ้าน ที่นั่นมีผู้ใหญ่ตัวโตอีกคนนั่งอยู่บนโซฟาก่อนแล้ว ผมถูกวางแหมะไว้ตรงกลางห้อง ในจังหวะที่คนแปลกหน้าก้มลงมองพอดิบพอดี

“ยัยนั่นสั่งให้กำจัดเด็กนี่ใช่ไหม”

“ครับนาย”

“น่าเสียดายนะ สายเลือดตระกูลหงส์ส่วนใหญ่สวยทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดนเฉพาะพวกตระกูลสายหลัก ยังเด็กแท้ๆแต่ก็ต้องมาจบชีวิตลงที่นี่แบบนี้...ฉันจะเล่นกับเด็กนี่ก่อนตายก็แล้วกัน หึๆ”

อยู่ๆ มือหนาก็เอื้อมมาเชยคางเล็กของผมขึ้นจนต้องเงยหน้ามองอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อกี้เขาบอกว่าผมจะตายงั้นหรอ อืม...คราวนี้ผมจะตายด้วยวิธีไหนนะ ตั้งแต่จำความได้ผมได้ยินคำนี้บ่อยๆ เลยล่ะครับ ผมเจอทั้งงูเห่าใต้ผ้าห่มบนเตียง แมงมุมสีสันสดใสในเสื้อผ้า และสารพัดสัตว์ที่หน้าตาไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ในห้องนอนตัวเอง

ก็ไม่รู้ว่ามันมาได้ยังไงเหมือนกัน แต่ผมก็บอกให้พวกมันกลับไปทางริมระเบียงที่ติดกับต้นไม้ทุกครั้งเลยนะ และที่บอกว่าได้ยินคำนี้บ่อยๆ ก็เพราะผมแอบได้ยินคุณอารัศมีบ่นพึมพำแทบทุกครั้งที่เจอกันเลยน่ะสิ

“เล่น...อะไรครับ ตายด้วยวิธีไหน แล้วมันจะสนุกเหมือนเล่นกับพี่งู พี่แมงมุม...พี่แมงป่องไหมครับ” ผมกะพริบตาปริบๆ ถามเสียงแผ่ว

“....”

ชั่วขณะนั้นคนตรงหน้าก็เงียบเสียงไปพักหนึ่ง ผมถามอะไรเขาผิดไปหรอท...ทำไมต้องเริ่มทำหน้าทะมึน แถมยังส่งสายตาดุดันแบบนั้นมาให้ผมล่ะครับ!

  พลั่ก!

ฉับพลันนั้นผมก็ถูกผู้ใหญ่ใจร้ายจับเหวี่ยงลงพื้นอย่างรุนแรงจนกลิ้งขลุกขลักไปมา ผมรีบพยุงตัวคลานหนีแม้แขนขาที่ถูกมัดอยู่จะไม่อำนวยก็ตาม

เจ็บจัง...ทำไมเขาต้องทำร้ายผมด้วย! แค่ถามออกไปด้วยความสงสัยเองนะครับ ที่สำคัญคือตอนนี้ผมจนมุมแล้ว ผมหนีเขามาจนติดมุมห้อง แต่คนตรงหน้าก็ก้าวตามมาเอาเรื่องอยู่ดี

"ถามว่าจะตายแบบไหน หึ! เด็กแบบแกกล้าท้าทายฉันขนาดนี้ งั้นก็อย่าอยู่เลย..."

"นายครับ ให้จัดการกับเด็กนี่ด้วยเลยไหมครับ"

จังหวะที่มือหนายกขึ้นเตรียมฟาดลงมาบนตัวผม เสียงของผู้ใหญ่อีกคนก็ขัดขึ้นเสียก่อน ทันใดนั้นพวกผู้ใหญ่ทั้งหมดก็พากันหันไปมองเด็กชายตาดุที่กลายเป็นธาตุอากาศมาตั้งแต่เมื่อครู่นี้

ความจริงแล้วภายในห้องมีผู้ใหญ่ตัวโตมาสมทบอีกสองคน นับรวมๆ แล้วก็มีผู้ใหญ่ใส่ชุดดำทั้งหมดห้าคน ผมเอียงคออย่างครุ่นคิด แม้อาการสงสัยจะไม่ปรากฏบนใบหน้าเลยก็ตาม

ปัง!

เฮือก!

ผมหลับตาปี๋สะดุ้งทั้งไปตัว อยู่ดีๆ ผู้ใหญ่ที่จะเข้ามาทำร้ายผมในคราวแรกก็ควักของเล่นกระบอกสีดำๆ มาชี้ใส่ผู้ใหญ่คนที่พูดขัดเมื่อครู่ ผมทันได้เห็นแค่นั้น...เพราะพอได้ยินเสียงดังปัง ผมก็รีบหลับตาตามสัญชาตญาณเสียก่อน

เกิดอะไรขึ้นครับ...ทำไมคุณผู้ใหญ่ใจร้ายถึงมีของเล่นกระบอกสีดำๆ นั่นด้วยแต่ผมไม่ชอบเอาซะเลย ก็เพราะมันเสียงดังน่ะสิ อีกอย่างผมรู้สึกเหนียวแขนแปลกๆ คล้ายน้ำหนืดๆ บางอย่างกระเซ็นใส่ยังไงก็ไม่รู้

พอมั่นใจแล้วว่าจะไม่มีอะไรดังโป้งป้างอีก ผมก็เปิดเปลือกตาขึ้นทีละข้าง จากนั้นก็กวาดตามองแขนตัวเองที่มีกลิ่นสนิมและสีแดงฉานเปรอะเปื้อนเล็กน้อย มันเหมือนตอนโดนน้ำฝนเม็ดใหญ่ๆ หยดใส่เลยล่ะครับ ว่าแต่ทำไมมีผู้ใหญ่คนหนึ่งนอนจมน้ำสีแดงๆ อยู่บนพื้นกันล่ะ เค้าเอาหน้าฟุบพื้นแบบนั้นจะหายใจออกเหยอ 

ผมเอียงคอเพราะเริ่มคิดหนัก ทว่าดันเหลือบสายตาไปเห็นผู้ร่วมชะตากรรมเสียก่อน เด็กชายตาดุโดนน้ำสีแดงๆ สาดใส่แบบผมเลย แถมบนตัวของเขายังมีน้ำสีแดงและกลิ่นสนิมเยอะกว่าผมอีก อาจเพราะอยู่ใกล้ผู้ใหญ่ที่นอนหน้าแนบพื้นมากกว่าผมล่ะมั้ง

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น...เพราะตอนนี้ขนทั้งร่างของผมเริ่มลุกชันยามเมื่อเผลอไปสบตากับเขาเข้า ดวงตาสีน้ำตาลแดงที่เริ่มทอประกายสีแดงเข้มนั่นมันอะไรกันครับไหนจะบรรยากาศคุกรุ่นที่ไม่น่าเข้าใกล้อีก

ผมว่านะ ขอเสียงดังปังเมื่อกี้กลับคืนมา...ยังดีกว่าต้องเผชิญกับอารมณ์แปรปรวนของเด็กชายในยามนี้

“หึ...ตายซะได้ก็ดี ใครสั่งสอนให้มาพูดขัดจังหวะฉันคนนี้กันล่ะ พวกแกทุกคนดูไว้เป็นบทเรียนซะ ถ้าฉันยังจัดการไอ้เด็กนี่ไม่เสร็จก็อย่าเสือกพูดแทรก เข้าใจไหม!...อั่ก” 

เอาเป็นว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ผมแทบหยุดหายใจตอนที่เด็กชายตาดุกระชากเชือกที่แสร้งรัดข้อมือตัวเองออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ขว้างบางอย่างไปทางผู้ใหญ่สามคนที่ยืนนิ่งทางด้านหลังจนพวกนั้นฟุบลงกับพื้น ผมเบิกตามองอย่างสงสัยก็เห็นว่าเป็นลูกดอกขนาดเล็กมาก

ลูกดอกเนี่ยนะ!

แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ผมที่นิ่งอึ้ง ผู้ใหญ่ใจร้ายก็ช็อกไปเช่นกัน ไม่งั้นเขาคงไม่โดนมีดจ่อคออยู่แบบนี้เอ่อ ว่าแต่เด็กอันตรายไปเอามีดมาจากไหนกันน่ะ แถมเขายังอาศัยความตัวเล็กเข้าประชิดร่างเป้าหมายภายในเวลาไม่กี่วินาทีอีก ภายใต้เสื้อผ้า...ร่างกายของเขาซ่อนอะไรไว้บ้างเนี่ย ผมชักอยากรู้อยากเห็นแล้วล่ะครับ จะขอค้นดูดีหรือเปล่านะ

ไม่ๆ ผมส่ายหัวกับตัวเองเบาๆ ถ้าทำแบบนั้นคนที่จะโดนมีดจ่อคอต้องไม่ใช่ผู้ใหญ่ใจร้ายแน่ แต่จะเป็นผมแทนเนี่ยแหละ!

“แววตาแบบนี้ หรือว่าแกเป็นลูกของ...อึก!

ผมแทบเบิกตาโพล่งตอนที่ปลายมีดขยับคล้ายจะเฉือนเข้าที่เนื้อบริเวณลำคอรวดเดียวจบ ทว่าเสียงเปิดประตูดังปังกลับทำให้เด็กชายตาดุชะงักมือเสียก่อน และมันเป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ใหญ่ใจร้ายหายช็อก เขาจึงจับเด็กชายไว้แล้วยกปืนขึ้นจ่อหัว

เคร้ง!

เสียงมีดที่ถูกปัดลงพื้น ทำเอาใจผมร่วงตุ้บลงพื้นตามเลยครับ...ผมลอบสังเกตผู้มาใหม่ทั้งสองคน คนหนึ่งเป็นผู้ใหญ่ตัวสูงมาก หน้านิ่งและบรรยากาศรอบร่างนี่ไม่น่าเข้าใกล้อย่างแรง ให้อารมณ์เด็กชายตาดุร่างก๊อปปี้ชัดๆ ส่วนอีกคนเป็นผู้ชายตัวเล็ก อา...ความจริงแล้วผมแยกไม่ออกว่าเขาเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

“ตามมาถึงนี่เลยแหะไอ้พวกตระกูลมังกร ถ้าอสูรน้อยนี่ตายจะเกิดอะไรขึ้นกันนะ”

อะไรคือตระกูลมังกร อะไรคืออสูรน้อย?

“...เบน เห็นจนได้”

ผมแทบสะดุ้งเมื่อเด็กอันตรายเอ่ยขึ้นเป็นประโยคแรกหลังจากที่พวกเราถูกจับมาที่นี่ น้ำเสียงของเขาให้ความรู้สึกมืดมนและน่าขนลุกคล้ายกำลังหงุดหงิดกับอะไรบางอย่าง เบนคือใครกันครับผมงงไปหมดแล้ว

“ถ้าฆ่า...กูจะตามล้างโคตรมึงซะ”

ฉับพลันที่ผู้ใหญ่หน้านิ่งเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ บรรยากาศรอบห้องก็พลันร้อนระอุจนผมสัมผัสได้ อา...อยากยกมือเช็ดเหงื่อแต่ทำไม่ได้ ผมจะแกะเชือกที่มัดอยู่นี่ยังไงดี จะคลานไปเอามีดที่ตกลงปลายโซฟานั่นดีไหมนะ น่าลองจัง

ทว่าก่อนผมจะได้คลานไปเก็บมีด เด็กชายตาดุก็กระทำบางอย่างที่ทำเอาสั่นกลัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาแอบหยิบปากกาที่วางบนโซฟาขึ้นมาแทงลงบนมือของผู้ใหญ่ใจร้ายแล้วก้มตัวหลบลูกกระสุนที่ลั่นออกมาอย่างรวดเร็ว

ปัง!

“บ้าฉิบไอ้เด็ก...อ๊ากกก!

ลำพังถ้าแค่ใช้ปากกาแทงมือผมคงไม่รู้สึกอะไร แต่ที่ทำให้ผมสั่นมากที่สุดก็คือ...เขาใช้นิ้วจิ้มลูกตาทั้งสองข้างของคนไม่ดีเนี่ยแหละ!

นิ้วนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำสีแดงๆ ที่คงไม่อร่อยเท่าน้ำหวาน โชคร้ายของผมที่จังหวะนั้นนัยน์ตาน่าขนลุกตวัดมองมาพอดิบพอดี เด็กอันตรายคงสัมผัสได้ว่าผมลอบมองอยู่ หรือไม่ก็จงใจมองมาเป็นเชิงข่มขู่ว่าผมจะเป็น ‘รายต่อไป’ โทษฐานทำกับเขาเอาไว้เยอะ

ว่าแต่ผมทำอะไรหรอครับเอียงคอครุ่นคิดเป็นรอบที่ล้านก็คิดไม่ออก 

คราวนี้ผมสู้สายตาไม่ไหวจริงๆ จนต้องเบือนหลบ น่ากลัว...น่ากลัวไปแล้วนี่ไม่ใช่เด็กปอหนึ่งหรอก ผมไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเขาอายุเท่าผม เด็กบ้าอะไรจะปาลูกดอกให้ผู้ใหญ่สลบได้ ไหนจะเข้าประชิดตัวคนไม่ดีแล้วเอามีดจ่อคออย่างไม่กลัวเกรงอีก

นี่น่ะ...มันเครื่องจักรสังหารชัดๆ!

ช่วงเวลาที่สมองของผมเต็มไปด้วยความหวาดกลัว หูก็พลันได้ยินเสียงร้องโหยหวนของผู้ใหญ่ใจร้าย หากแต่ผมกลับไม่กล้าเปิดเปลือกตาขึ้นมอง พวกเขาคุยอะไรกันผมไม่รู้ ผมรู้แค่ไม่อยากสบตาเด็กคนนั้นอีกแล้ว คล้ายว่าถ้าสบตากันอีกครั้งผมต้องบ้าตายแน่

              ถามว่าทำไมถึงกลัวได้ขนาดนี้ ไม่รู้สิครับ...ถ้าใครไม่มาเจอเด็กประหลาดแบบผมคงไม่เข้าใจหรอก ฮือ

              “เบน...”

              “ไม่ต้องกลัวนะครับลูก”

              เบน...ชื่อนี้อีกแล้ว ผมแอบเงยหน้าขึ้นมองฉากตรงหน้าผ่านเส้นผมที่บดบังดวงตาเสียมิด ภาพที่ปรากฏทำเอาสับสนและหวาดระแวงหนักกว่าเดิมอีก คิดดูว่าพอเด็กชายตาดุเดินเข้าไปกอดเอวคนที่ชื่อเบนแน่น บรรยากาศน่าหวาดผวารอบร่างของเขาก็เจือจางลงคล้ายเมื่อครู่ไม่ได้ระเบิดอารมณ์จัดการผู้ใหญ่สามคนตามด้วยจะปาดคอผู้ใหญ่อีกหนึ่งคนเลยสักนิด

              “อ๊ากกกโอ๊ย!

              “ถ้าจะควักต้องควักให้หมด”

              ชั่วขณะนั้นผู้ใหญ่หน้านิ่งก็เดินเข้าไปควักลูกตา...เอ่อ เอาเป็นว่าผมกลัวมากจนไม่กล้าลอบมองทั้งหมด รู้แค่พวกเขาคุยกันไปมาเพราะตอนนี้ผมเริ่มครองสติไม่อยู่แล้ว

              ปัง!

              อ่า เสียงนี้...ผมไม่ชอบเสียงดังนะครับ!

              “นั่นมันอะไรวะ”

              เผลอหลุดออกจากภวังค์ความคิดก็ตอนที่ผู้ใหญ่ตัวเล็กเดินมาทางนี้ เขา...จะทำร้ายผมไหมนะ แต่บรรยากาศรอบร่างของเขามันดูอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ให้ความรู้สึกเหมือนคนเป็นแม่ แม่หรอบรรยากาศแบบนั้นผมไม่เข้าใจหรอก 

เขาก้มลงมาแก้เชือกที่มัดร่างผมออกทั้งแขนและขา แม้จะยังคงหวาดกลัวและสับสน แต่ผมก็ยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณตามที่เรียนมา

              “ขอบคุณครับ” 

              ชั่วขณะที่เอ่ยบอกคนตรงหน้า ผมก็รู้สึกราวกับมีใครบางคนจ้องมอง...

              อะเฮือกท...ทำไมเด็กอันตรายต้องมองผมยังกับไปแย่งลูกอมเขามาแบบนั้นล่ะ

              ผมพยายามควบคุมร่างไม่ให้สั่น แต่มันทำไม่ได้ รู้ตัวอีกทีผมก็หาที่พึ่งพิงด้วยการยกมือเกาะเอวผู้ใหญ่ใจดีตรงหน้าแน่น สัมผัสอบอุ่นที่ลูบลงมาบนหัวทำให้ผมคลายความกังวลลงเล็กน้อย

              “หนูชื่ออะไรและเป็นใครมาจากไหนครับ” คนตรงหน้าโน้มตัวลงมาถาม ผมกะพริบตาสองครั้งอย่างเชื่องช้า...เมื่อสังเกตเห็นแววตาเอ็นดูคู่นั้น จึงวางใจตอบกลับไป

              “ผม...ชื่อไออุ่น อยู่บ้านหงสาวิวัฒนวงศ์...ครับ”

              ตลอดระยะเวลาที่เอื้อนเอ่ย เด็กชายตาดุก็จับจ้องมองมาไม่วางตา บรรยากาศรอบร่างของเขาเริ่มไม่น่าเข้าใกล้จนผมจินตนาการเห็นออร่าสีดำๆ รอบตัวเขาเลยทีเดียว ไม่แปลกที่ผมจะก้มหน้างุดๆ หนีสายตาเขาแบบนี้

ให้ตายเถอะ...ผมเผลอกลั้นหายใจไปหลายทีแล้วนะ!

“...ปล่อยแขน”

ไม่รู้ว่าเด็กประหลาดเข้ามาประชิดผมตั้งแต่เมื่อไหร่ ทว่าน้ำเสียงเย็นเฉียบของเขาก็ทำเอาผมเหงื่อตกจนเผลอฝังใบหน้าเข้ากับร่างของผู้ใหญ่ใจดีแน่น ความหวาดกลัวครอบคลุมจิตใจจนแทบสิ้นสติ รู้สึกได้เลยว่าตัวเองสั่นหนักมาก

ภาพที่เขายกมีดจ่อคอคนไม่ดีแล่นแวบผ่านสมอง...เขาคงไม่เอามีดมาปาดคอผมหรอกใช่ไหมผมสัมผัสได้ว่าถ้าตัวเองอยู่ใกล้ผู้ใหญ่ใจดีคนนี้ เขาจะไม่ทำอะไรผม แต่ถ้าเผลอออกห่างเมื่อไหร่ ผมคงได้กลายเป็นศพในทันที

ก็เล่นแผ่กลิ่นอายอยากฆ่าผมให้ตายซะขนาดนี้ฮือ

“นิล มีเด็กจากตระกูลหงส์ถูกจับมาด้วย”

ตระกูลหงส์อา...ผมเคยได้ยินคนในบ้านพูดคำนี้บ่อยๆ คิดพลางช้อนตาขึ้นมองผู้ใหญ่ตัวเล็ก ผมเห็นเขาหันไปมองผู้ใหญ่หน้านิ่งอีกคนล่ะ ว่าแต่ผู้ใหญ่ใจร้ายคนนั้นหายไปไหนแล้ว แถมบนพื้นยังมีน้ำสีแดงๆ เพิ่มขึ้นมาอีก

“พาไออุ่นไปส่งกันนะนิล ป่านนี้ที่บ้านคงตามตัวกันให้วุ่นแล้ว”

ผู้ใหญ่ใจดียังคงเอ่ยขึ้นเรื่อยๆ จังหวะนั้นผมสะดุ้งเฮือกหลับตาปี๋เมื่อเด็กอันตรายยื่นมือเข้ามา...แต่ไม่ใช่เพื่อบีบคอให้ตาย เขาจับมือผู้ชายที่ชื่อเบนออกจากหัวผมต่างหาก

“ปล่อย...เดี๋ยวนี้”

คราวนี้เด็กตรงหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ หากแต่ดวงตาที่สะท้อนสีแดงฉานวูบหนึ่งมันทำเอาผมผวาออกห่างตามคำสั่งทันใด สีแดงที่ไม่ใช่สีน้ำตาลแดงในยามปกติ...บ่งบอกได้เลยว่าเขากำลังเริ่มหมดความอดทนกับผมแล้ว

“คงต้องแวะไปบ้านตระกูลหงส์ก่อน”

ผู้ใหญ่ที่ชื่อนิลตอบกลับมาในที่สุด บรรยากาศรอบร่างของเขาให้ความรู้สึกน่าเกรงขามจนผมไม่กล้ามองนาน ผมยืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูกอยู่สักพัก คุณผู้ใหญ่ใจดีก็คว้ามือผมหมับแล้วลากจูงให้เดินไปด้วยกัน

ผมคงซาบซึ้งกว่านี้....ถ้าคนที่โดนจูงมืออยู่อีกข้างจะไม่ใช่เด็กตาดุคนนั้นโฮก

ตลอดทางที่พวกเขาพาผมขึ้นรถกลับบ้าน ผมนั่งเกร็งจนขาชาดิก ผู้ใหญ่ทั้งสองนั่งด้านหน้า และปล่อยผมไว้ด้านหลังกับเครื่องจักรสังหาร แม้ผมจะขยับก้นมานั่งจนแทบสิงประตูก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด ออร่ากดดันที่เด็กชายจงใจแผ่ออกมาทำเอาผมเริ่มหายใจติดขัด ต่อให้เขานั่งห่างจากผมมากแค่ไหน แต่มันก็อดระแวงไม่ได้อยู่ดี

ผมไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าพวกผู้ใหญ่คุยอะไรกัน เพราะสายตาเอาแต่คอยระแวดระวังใครอีกคนตลอดทาง ทว่าผ่านไปหลายสิบนาทีเด็กชายตาดุก็ไม่ได้มีท่าทีสนใจจะฆ่าผมดังที่คาดไว้ คิดว่าน่าจะเป็นเพราะมีผู้ใหญ่ใจดีอยู่ด้วยล่ะมั้ง ผมเผลอถอนหายใจออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็ลอบสังเกตเขา

ไอ้ท่าทางนั่งไขว่ห้างไม่ยินดียินร้ายแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างรถราวกับคุณชายผู้สูงศักดิ์นั่น...มันอะไรกันครับเขาจงใจให้ผมนั่งเกร็งตั้งนานแล้วดันทำเหมือนผมเป็นธาตุอากาศเนี่ยนะ ทว่าก่อนผมจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้น รถก็จอดหน้าประตูรั้วบ้านที่คุ้นเคยพอดิบพอดี

“ขอบคุณที่มาส่งครับ”

ผมยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง รู้สึกซาบซึ้งที่พวกเขาช่วยเหลือเอาไว้ ทว่าจังหวะที่กำลังจะเปิดประตูลงจากรถ ผมดันเผลอไปสบตากับใครบางคนเข้าเสียก่อน

แววตาดุดันคู่นั้นฉายประกายว่างเปล่าราวกับไร้ชีวิต ไม่นานนักริมฝีปากบางเฉียบก็ขยับเป็นคำพูดไร้สุ้มเสียง...แต่ทำเอาผมรีบเปิดประตูแล้วเหวี่ยงร่างลงจากรถอย่างไว

รู้ตัวอีกทีรถคันนั้นก็แล่นหายไปในความมืด เป็นจังหวะเดียวกับที่สองขาเล็กพาผมก้าวมาถึงป้อมยามหน้าประตู

“อ้าวคุณหนูไออุ่นนั่นเอง หายไปไหนมาครับ คุณท่านสั่งคนตามหากันให้วุ่น แล้วทำไมคุณหนูตัวสั่นแบบนั้นล่ะครับ”

“ผะ ผม...” 

ผมไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ ในหัววนเวียนจดจ่ออยู่กับคำสามคำที่เพิ่งได้รับมา บรรยากาศรอบด้านเริ่มเย็นลงจนเผลอยกมือลูบแขนอย่างอดไม่ได้ ความรู้สึกน่าหวาดหวั่นเมื่อครู่ยังคงฉายชัด...แม้เจ้าตัวจะไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ตาม

อย่าให้เห็น

ถ้อยคำข่มขู่ที่เด็กชายฝากฝังไว้ คงตราตรึงอยู่ในสมองผมไปอีกนานเลยล่ะ

 


 

 



Writer talk2

ความจริงแล้วเนื้อหาครึ่งหลังค่อนข้างยาวกว่าปกติค่ะ แต่ลงให้ทีเดียวเลยไม่ตัด อิอิ ตอนหน้าเด็กๆก็จะโตกันแล้วค่ะ ไรท์เห็นว่ามีท่านที่ระแวงไออุ่นด้วย ระแวงทำไมคะน้องไออุ่นออกจะน่ารัก ใสซื่อ แบ๊วๆขนาดนี้//ยิ้มหวาน นิยายไรท์ไม่มีอะไรให้น่าระแวงเลยนะคะ จริงจริ๊ง

รักรีดเดอร์ 


Writer talk

เพิ่งเข้ามาแล้วตกใจกับยอดคนอ่านค่ะ ไม่คิดว่าจะมีคนรอน้องคิมคนใสเยอะขนาดนี้//ก้มกราบงามๆ อะไรใครบอกหนูคิมโหดคะ ตอนเด็กนี่ยังไม่ถึงครึ่ง...//อุ๊บบ หลายคนทายถูกเรื่องนิสัยคิมนะคะ เพราะถึงจะมีเบนซิน(แม่) ดียังไงแต่เด็กที่ถูกสปอยจากปู่และตาที่เห่อหลานหนักมาก...รวมทั้งมีพ่อ(เพลิงนิล)ที่เป็นตัวอย่างที่ดียิ่ง ^^;; ผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงก็ต้องรอดูกันต่อไปค่ะ//ปาดเหงื่อ 

#ติดตามข่าวสารการอัพนิยายได้ที่เพจ >>คลิ๊ก<<

รักรีดเดอร์




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.453K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,876 ความคิดเห็น

  1. #45873 Nsira456 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2564 / 19:03

    เป็นความรู้สึกของเรานะ สภาพที่ไออุ่นเจอสามารถดราม่าได้เลยแต่ไรท์เขียนให้รู้สึกเหมือนว่าน้องเป็นคนมองโลกในแง่ดี มีความตลกในตัว(น่ารักอะ)แล้วมีความสามารถพิเศษ ที่คุยกับสัตว์รู้เรื่อง ทำให้เนื้อเรื่องที่จะดราม่าดูซอฟลงเยอะเลยค่ะ ดีต่อใจอะ
    #45,873
    0
  2. #45820 nattacha_qq (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 12:35
    หงุดหงิดกับความซื้อบื้อไออุ่น55
    #45,820
    0
  3. #45274 nisworddunn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 19:01
    ป๊ะป๋ามาโหดมักๆเลยค้าบ
    #45,274
    0
  4. #45273 nisworddunn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 18:55
    เจ้าเด็กน้องมึนมากลูก
    #45,273
    0
  5. #45233 Xakas (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 22:21
    โอ้โห พ่อลูกเหมือนกันเด๊ะ
    #45,233
    0
  6. #45162 Beam-_- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 18:01
    อินี่คืออ่านเรื่องนี้จบละค่อยไปต่อที่ภาคแม่แล้วกลับมาภาคนี้อีกรอบ
    #45,162
    0
  7. #45118 sirdo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 / 22:46
    คือพ่อว่าน่ากลัวแล้วแต่ลูกน่ากลัวกว่าอีก5555 หนูคิมลูก เบาได้เบาลูก~
    #45,118
    0
  8. #44810 ChanyaSrikaew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:10
    ==" สงสารอุ่น
    #44,810
    0
  9. #42743 SkmilkSk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 21:56
    ไรท์ปรับแก้ใหม่ใช่มั้ย เรารู้สึกว่ามีบางช่วงบางตอนมันหายไป
    #42,743
    0
  10. #42238 soadah3458200 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:34
    ทีเเรกจะไม่อ่านเเล้วไปอ่านอรกเรื่องจนจบเเล้วกำลังหานิยายวายอยู่พอดีไง เลยมาเจอเรื่องนี้อีกก็เลยเเบบลองอ่านพอออ่านไปเรื่อยติดดดช่วยยด้วยยออกจากเรื่องนี้ไม่ได้55555#อธิบายเเบบงงๆ5555
    #42,238
    0
  11. #41661 eannysrr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2563 / 21:06

    ขัดใจคำว่าฮับอย่างเดียวเลย

    #41,661
    0
  12. #41610 Ash (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 12:10

    I wish there was an English translate. Want to read so bad!!

    #41,610
    0
  13. #40388 phapha087bw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 21:23
    นี่เราอ่านอะไรอยู่ เหนือมนุษย์รึ
    #40,388
    0
  14. #38449 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 17:24
    นังรัศมีแน่สั่งเก็บ..น้องก็คุยกะสัตว์เก่งมากกก..คิมต์ก็เก่งแต่เด็กมากวร้อย
    #38,449
    0
  15. #38448 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 17:19
    อ๋อ​ มาจากเพลิงนิลเบนซิลนี่เอง​ แต่ยังไม่ทันอ่านเลยของพี่เพลิงเลย​ อ่านอีกเรื่องก่อน​ โผล่อีกที​ เอ้าเรื่องลูกแล้ว
    #38,448
    1
    • #38448-1 คยองซู_lovelove(จากตอนที่ 2)
      19 พฤศจิกายน 2562 / 17:20
      อ่านแค่ของอาคเนย์..เรื่องลูกโผล่แย้ว​ ฮือ
      #38448-1
  16. #36278 6710 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 09:33
    ไม่ชอบคำว่าฮับ เท่าไร
    #36,278
    0
  17. #35742 LazyLion (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 09:35
    ขัดใจตรงคำว่าฮับ ของน้องอ่ะฮื้ออออออ
    #35,742
    0
  18. #35607 mayfront_01 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 10:31
    นี่มันลูกของเพลิงนิลกับเบนซินปะ​ หนูดุนะลูก
    #35,607
    0
  19. #32286 pommys (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 14:56
    ครองสติได้ขนาดนี้
    #32,286
    0
  20. #29643 NLHH12 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 00:42
    ดุเหมือนใครวะ55555
    #29,643
    0
  21. #25846 mook (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 08:31

    สงสารไออุ่นจังต้องเดิดมาในครอบครัวที่ไม่มีใครต้องการ

    #25,846
    0
  22. #25720 Somluck2510 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 11:52

    ติดตาม
    #25,720
    0
  23. #23854 KiHaE*129 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 23:36

    เด็กขี้หวงเบน

    #23,854
    0
  24. #23812 97line (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 11:45
    ตอนเด็กยังน่ากลัวขนาดนี้
    #23,812
    0
  25. #22853 เด็กหญิง น่วมเนี่ยม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 17:34

    โโหดมาก

    #22,853
    0