[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 17 : Ep.17::ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป กับข่าวลือใหม่ของราชา 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94,866
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,464 ครั้ง
    17 ส.ค. 63



 

Ep.17

ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป กับข่าวลือใหม่ของราชา 2  

 

“ผม...ลุกไม่ไหวครับ”

เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาก่อนจะหลุบตาต่ำเล็กน้อย ให้ตายเถอะครับ...ตาดุขนาดนั้นใครกล้าสู้สายตาด้วยก็ไม่ใช่คนแล้ว!

คิมหันต์จ้องมองมาชั่วครู่หนึ่งก่อนจะละสายตาออกห่างในที่สุด แก้วน้ำปั่นในมือถูกละเลียดชิมจนหมดในขณะที่ผมเริ่มเหม่อลอยไปไกล สมองก็เอาแต่นึกถึงเรื่องเรียนในวันนี้ ข้อเท้าเจ็บจนเดินแทบไม่ได้ แล้วผมจะไปเรียนยังไง?

เงยหน้าขึ้นมาอีกทีผมก็ต้องกะพริบตาด้วยอารามงุนงง เอ่อ...เดี๋ยวนะครับ คิมหันต์หายไปไหน

หันซ้ายหันขวามองหาก็ไม่เจอ พบเพียงแก้วน้ำปั่นใบหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะดังเดิม สงสัยผมจะถูกทิ้งไว้ในห้องสีแดงสวยนี่เสียแล้ว เดี๋ยวนะ...คิมหันต์ไว้ใจให้ผมอยู่ในห้องของเขาเพียงลำพังตั้งแต่เมื่อไหร่อา...บางทีอาจไม่ใช่การไว้ใจ แต่มั่นใจว่า ผมจะ ‘ไม่มีปัญญา’ ลุกขึ้นมาสำรวจตรวจตราห้องของเขาทุกซอกทุกมุมเสียมากกว่า

น...นี่อุ่นโดยทิ้งไว้จริงๆสินะ งื้อ!

ผมคืบคลานกระดึ๊บๆ ร่างที่ร้าวระบมตั้งแต่สะโพกจรดข้อเท้าไปทางโซฟา จากนั้นก็ตะเกียกตะกายตัวขึ้นไปนอนพักผ่อนเอาแรง ฉับพลันที่ซุกหน้าลงกับหมอนอิงบนโซฟา...กลิ่นกายเฉพาะตัวของเครื่องจักรสังหารก็ลอยมาแตะจมูก ปลายนิ้วของผมเริ่มสั่นพร่า ความหวาดกลัวจู่โจมเข้ามาอีกละลอก

นอนบนโซฟาโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ ถ้าขืนอีกฝ่ายกลับมาเจอเข้าผมต้องตายแน่ๆ

แต่ช่างเถอะครับ ตอนนี้มันทั้งง่วงทั้งเหนื่อย ต่อให้ต้องตายเพื่อแลกกับการนอนบนโซฟานุ่มๆ...อุ่นยอม!

 

ผมตื่นขึ้นมาในช่วงบ่าย การขาดเรียนในวันแรกทำให้รู้สึกไม่ดีนัก แต่จะไปเรียนตอนนี้ก็คงไม่ได้อีก คิดพลางขมวดคิ้วมุ่นแล้วซุกหน้าลงบนหมอนอิงตามเดิม ความเจ็บแปลบที่ข้อเท้าบรรเทาลงเล็กน้อยเมื่อได้พัก แต่มันยังคงระบมอยู่ คาดว่าทายาไม่กี่วันคงหายดี

ผมพยุงร่างลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็เดินกะเผลกๆ ไปทางประตู พอหลุดออกมาจากห้องของคิมหันต์ได้ก็พลันรู้สึกหายใจโล่งคอขึ้นมาหน่อย ว่าแล้วก็ยกมือลูบอกเบาๆ อย่างขวัญผวาไม่หาย

สาบานได้ว่าถ้าไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย...อุ่นจะไม่เฉียดกรายเข้าใกล้คนใจร้ายอีกฮือ

 

หลายวันต่อมา

ข้อเท้าของผมเริ่มดีขึ้นแล้ว ตอนนี้ก็เดินได้คล่องปรื้อแม้จะมีเสียดๆ ขัดๆ บ้างเป็นบางทีก็ตาม อีกอย่างหลายวันมานี้ชีวิตของผมค่อนข้างอยู่ยาก ทำไมน่ะหรอครับ...

 “นั่นไง เด็กตระกูลหงส์ในคืนนั้น”

“คนที่หนีออกมาอย่างเทพอ่ะนะ”

“ได้ยินมาว่าราชาไปช่วยด้วยตัวเอง”

“เฮ้ยข่าวมั่วแล้ว อย่างราชาตะวักตกสนใจใครเป็นด้วยหรอวะ”

“นั่นสิยะ พวกนายน่ะไม่รู้อะไร ขนาดผู้หญิงสักคนเขายังไม่แล แล้วแค่อัศวินคนเดียวจะได้รับความสนใจได้ยังไง”

“ข่าวจริง ฝาแฝดฉันอยู่ในเหตุการณ์เถอะ”

บลาๆๆ

เสียงนินทามีเล็ดลอดมาให้ได้ยินเป็นระยะ ผมเอียงคอประมวลความคิด ที่ไหนมีสังคม ที่นั่นมีมนุษย์...มนุษย์จับกลุ่มกันเท่ากับกำลังนินทา แม้จะไม่ได้ด่าส่อเสียดอะไรแต่มันก็ดูไม่ดีอยู่ดี แน่นอนว่าผมไม่ได้รู้สึกแย่ที่โดนนินทาแม้แต่นิด เพราะผมไม่ได้เก็บเรื่องยุ่งยากพวกนั้นมาใส่ใจนี่นา

จะว่าไปเมื่อวันก่อนผมเห็นสุนัขตัวหนึ่งพลัดหลงเข้ามาในโรงเรียน น่าแปลกที่คล้ายจะเป็นสุนัขพันธุ์บ้านๆ ซึ่งหาได้ยากยิ่งในเกาะแห่งนี้ ปกติผมเจอแต่หมาป่าน่ะครับ สุนัขทั่วไปที่เคยเห็นสมัยอยู่คฤหาสน์น่ะไม่มีหรอก

บางทีมันอาจหลุดลอดมาจากแผ่นดินใหญ่ หรือจะเป็นพันธุ์ผสมระหว่างหมาป่ากับหมาบ้านนะ?

ในมือของผมมีกล่องข้าวที่แบ่งมาจากโรงอาหาร สายตาก็กวาดมองไปรอบบริเวณเพื่อหาเจ้าหมาน้อย ผู้คนข้างทางจ้องมองการกระทำของผมอย่างไม่ปิดบัง เรียกได้ว่าแทบจะจับจ้องผมทุกฝีก้าว ตั้งแต่มีข่าวกับคิมหันต์ชีวิตผมก็ไม่ปกติอีกเลย อย่าให้เจอตัวนะ อุ่นจะ... อุ่นจะ...

จะถวายน้ำสตรอเบอร์รี่ปั่นให้ครับ โฮก!

พูดถึงน้ำสตรอเบอร์รี่ ผมเข้าไปทำในห้องของคิมหันต์ทุกเย็น แน่นอนว่าไปในช่วงที่เจ้าตัวไม่อยู่ ความจริงก็เกือบเข้าห้องไม่ได้ แต่น่าแปลก...ทุกครั้งที่ไปประตูกลับไม่ล็อกเหมือนทุกที ถ้าไม่ใช่เพราะน้ำสตรอเบอร์รี่ ผมคงไม่มีโอกาสได้ย่างกรายเข้าไปในเขตแดนอันตรายแล้วอยู่รอดปลอดภัยแน่นอน

น้ำสตรอเบอร์รี่ปั่นจงเจริญ!

“เอ๊ง!

เสียงร้องที่ดังมาจากมุมตึกทำให้ผมรีบวิ่งเข้าไปดู กล่องข้าวแทบหลุดจากมือเมื่อเห็นผู้ชายคนหนึ่งทำท่าจะเข้าไปเตะเจ้าหมาน้อยซ้ำ ในนั้นไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่มีถึงสาม...

“หยุดนะครับ”

ผมหอบแฮ่ก จ้องเขม็งไปทางผู้ชายคนแรกที่ทำท่าจะเข้าไปรังแกสัตว์ที่เล็กกว่า อีกสองคนที่ยืนพิงกำแพงอยู่พลันหันขวับมามอง หนึ่งในนั้นเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้ปลายเท้าขยี้ ผู้คนที่เดินผ่านไปมาบ้างก็หันมองบ้างก็เดินผ่านไป แน่นอนว่าในที่แห่งนี้ไม่มีใครอยากมีเรื่องกับใคร

ก็ลูกคนใหญ่คนโตกันทั้งนั้นนี่ครับ แล้วยังไงพวกเขาคิดว่าตัวเองใหญ่มาจากไหนถึงมาทำร้ายสัตว์ที่ไม่มีทางสู้

“ทำไมกูต้องหยุด มันแอบมากินข้าวที่กูวางไว้ก็ต้องโดนแบบนี้นั่นแหละ” หลักฐานคือข้าวกล่องที่วางอยู่ตรงมุมหนึ่งของตึก ผมมองข้าวกล่องนั้นวูบหนึ่ง...วางไว้บนพื้นแบบนี้ ถ้าเป็นผม ผมก็คิดว่าเขาจงใจทิ้งไว้แล้ว

“ก็วางไว้เองทำไมล่ะครับ...”

ถามหาเหตุผลก่อนจะเอาตัวไปบังสุนัขไว้ น่าสงสาร...พวกคนที่มาเรียนที่นี่ก็มีฐานะกันทั้งนั้น แค่แบ่งปันให้สัตว์ร่วมโลกแค่นี้ทำไมถึงทำไม่ได้กัน อีกอย่างเจ้าหมาน้อยคงหิวมาก เพราะวันนี้อาจารย์เลิกคลาสค่อนข้างช้า ผมเลยเอาข้าวมาให้มันช้ากว่าทุกที

“กวนตีนกูหรอ อย่าคิดว่าเป็นอัศวินของราชาตะวันตกแล้วกูจะไม่กล้า...”

“ไม่ได้กวนครับ ไม่มีไม้พายสักหน่อย”

ผมขมวดคิ้วตอกกลับด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัว จากนั้นก็ก้มไปอุ้มเจ้าหมาน้อยที่ครางหงิงๆ บนพื้นขึ้นมา คงเพราะมันจำกลิ่นคนที่ให้อาหารเป็นประจำได้เลยยอมให้จับแต่โดยดี ยิ่งมองเห็นรอยถลอกและขนสีดำซึ่งหลุดเป็นหย่อมๆ ยิ่งทำให้ผมรู้สึกไม่ดี คิ้วที่ขมวดเข้าหากันก็ขมวดแน่นขึ้นไปอีก

“ไอ้สัด อย่าอยู่เลยมึง...!

ก่อนที่ผู้ชายคนแรกจะถลาเข้ามาถึงตัว ผมก็เบี่ยงร่างหลบทันจนมันชกมือไปโดนกำแพงด้านหลังเข้า แน่นอนว่าผมไม่อยู่ให้พวกคนใจร้ายรุมรังแกแน่ เผ่นสิครับรออะไร!

“โอ้ยแม่งไปไหนแล้ววะ!

ทั้งสามคนพากันตะลึงตาค้าง เมื่อกี้ยังเห็นหลังอยู่หลัดๆ เผลอแปบเดียวก็หายไปเสียแล้ว

“ช่างเถอะมึง กูว่าอย่ามีเรื่องกับเด็กจากตระกูลหงส์คนนั้นจะดีกว่า”

              “เหอะมึงกลัวมันหรือไง”

ความเงียบคืบคลานเข้ามาภายในซอกตึกหลังจากที่สิ้นสุดประโยคนั้น  คนฟังทำเพียงแย้มยิ้มเล็กน้อยก่อนจะปล่อยควันบุหรี่ออกจากปาก

“เปล่า...กูกลัวอีกคนต่างหาก”

สิ้นคำพูดนั้น ทั้งสามคนก็พลันเงียบเสียงลงคล้ายไม่เคยมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น คนภายนอกต่างรับรู้กันไปทั่วว่าเด็กจากตระกูลหงส์คงมีความสัมพันธ์บางอย่างกับราชาตะวันตกเป็นแน่ ไม่งั้นคงไม่อยู่รอดมาจนถึงบัดนี้

เคยมีใครเข้าใกล้อสุรกายนั่น แล้วยังรอดครบสามสิบสองที่ไหนกัน

 

“หงิง...”

เจ้าตัวน้อยดิ้นดุ๊กดิ๊กในอ้อมแขนของผมอย่างน่าสงสาร ผมพามันมาที่ป่าหลังโรงเรียน บางทีมันคงกำลังหาทางกลับบ้านอยู่

“อุ่นซื้อข้าวมาฝาก...”

ผมแกะกล่องข้าวหลังวางเจ้าขนปุกปุยสีดำลงด้านข้าง มันเลียแผลตัวเองไปมาก่อนจะดมๆ กล่องข้าวแล้วก้มกินอย่างกล้าๆ กลัวๆ ระหว่างรอหมาน้อยกินข้าวเสร็จผมก็ค้นหายาทาแผลในกระเป๋า โชคดีที่มีเบตาดีนติดตัวมา

“หงิงๆ!

“อยู่นิ่งๆ...อุ่นจะทายาให้”

พอเห็นหมาน้อยกินข้าวเสร็จผมก็อุ้มมันมานั่งตักเตรียมทายาในทันที ยกมือลูบหัวให้อาการสงบลงเล็กน้อยก่อนจะหยอดยาลงบนแผลถลอกเห็นเลือดซิบ น่าสงสารจัง...คงได้แผลตอนที่โดนคนใจร้ายเตะไปกระแทกกำแพงแน่ๆ

“เสร็จแล้ว...บ้านหมาน้อยคงอยู่ในป่าสินะ อย่าหลงไปในโรงเรียนอีกล่ะ เดี๋ยวจะเจอคนไม่ดี...”

พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีแสงตะวันก็ลาลับขอบฟ้า เสียงหมาหอนดังขึ้นมาแต่ไกลทำให้ผมหันมองในเขตป่ารกทึบ ฉับพลันนั้นเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนก็พลันหูกระดิกแล้วกระโดดไปยืนบนพื้น มันเห่าบ๊อกๆ ไม่หยุดจนกระทั่งผมเห็นหมาป่าตัวใหญ่มากหลบอยู่ด้านหลังพุ่มไม้ไม่ไกลนัก

อา...ครอบครัวมารับแล้วสินะ

ก่อนจะไป มันหันมามองผมด้วยแววตายินดี ถ้าให้เดามันคงอยากจะขอบคุณ ร่างเล็กดมๆ มือผมก่อนจะกระดิกหางระรัวแล้ววิ่งเข้าหาแม่หมาป่าอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่พากันหายลับเข้าป่าไปเสมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ผมไม่แปลกใจที่แม่หมาป่าไม่ทำร้ายผม คงเพราะมันสัมผัสได้ว่าผมไม่ทำร้ายมันและลูกเช่นกัน

ผมยกยิ้มขึ้นเป็นครั้งแรก เงยหน้ามองท้องฟ้าพลางหวนคิดว่าคุณแม่จะหน้าตาเป็นยังไงนะ คุณอาเคยเปรยบ่อยๆ ว่าผมหน้าคล้ายคุณแม่ที่อยู่บนฟ้ามาก ต่อให้คนอื่นจะบอกว่าแม่ผมเคยเป็นโสเภณีมาก่อน ผมก็ไม่สนเรื่องนั้นหรอก ผมไม่รังเกียจด้วยซ้ำ แทบจะไม่มีความรู้สึกคิดถึงหรืออะไรเพราะไม่ได้ผูกพัน ก็แค่อยากพบสักครั้งก็เท่านั้น

พอลุกขึ้นและหมุนร่างกลับผมก็พลันสะดุ้งเฮือก คนที่ไม่ได้เห็นหน้าค่าตามาหลายวันเพราะผมเอาแต่หลบเลี่ยง กำลังนั่งพิงต้นไม้อยู่ในมุมมืดไม่ห่างกันเท่าไหร่นัก

ควันบุหรี่ลอยเอื่อยเป็นสีขาวโพลนและจางหายไปในบรรยากาศ ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย คงเพราะทิศทางลมไม่ได้มาทางนี้ ผมจึงไม่ได้กลิ่นบุหรี่และเพิ่งรู้ตัวว่ามีมัจจุราชในคราบมนุษย์นั่งอยู่ด้วย

 เมื่อเห็นว่าผมจ้องมองอยู่ อีกฝ่ายก็เคลื่อนสายตามาสบมองเช่นกัน วินาทีนั้นผมไม่รู้จะทำหน้ายังไง ราวกับว่าตัวเองกำลังเผชิญหน้ากับบางสิ่งที่อันตราย แน่นอนว่าผมก็ต้องก้าวถอยหลังมากกว่าจะก้าวเข้าหาอยู่แล้ว!

คิมหันต์ยังคงดูดีแม้จะนั่งอยู่บนพื้นหญ้า เสื้อเชิ้ตของเขาปลดกระดุมสองสามเม็ดจนเห็นแผงอกรำไร บรรดาสาวสวยอาจคลั่งไคล้แต่ไม่ใช่กับผมแน่ ให้ตายก็ไม่หลงกลไปกับความหล่อเหลาอย่างร้ายกาจนี่เด็ดขาด

“เอ่อ...มานั่งเล่นหรอครับ”

จะไม่ทักทายก็กระไรอยู่ ก็เขาดันเล่นนั่งขวางทางเข้าโรงเรียนเลยนี่ครับต่อให้ผมจะไม่อยากเดินผ่านแค่ไหนก็ต้องเดินผ่านอยู่ดี ไม่งั้นจะกลับเข้าหอพักได้ยังไง

              คิมหันต์ไม่ตอบกลับมา แต่การที่เขาเริ่มดับบุหรี่และลุกขึ้นยืนทำให้ผมหวาดระแวง อีกฝ่ายต้องรู้แน่ว่าผมกำลังหลบหน้าเขาอยู่ ร่างสูงย่างก้าวเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้าตามจังหวะหัวใจของผมที่เต้นกระหน่ำแรงขึ้น ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อตาค้างอย่างทำอะไรไม่ถูก

น...หนีทันไหมนะ?

เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มผุดขึ้นมาตามไรผม ไม่ใช่ความรู้สึกหวาดกลัวเท่าคราวแรกเจอ หากแต่เป็นหวาดระแวงเพราะเดาไม่ถูกว่าคนตรงหน้าจะมาไม้ไหน

“ค...คือขอโทษครับที่วันนี้ไปทำน้ำปั่นให้ช้า ผมจะรีบไปทำให้เดี๋ยวนี้”

ผมหลับหูหลับตาวิ่งผ่านร่างสูงกำยำที่เกือบเดินมาถึงตัว น่าแปลกที่คิมหันต์ไม่ได้รั้งไว้ เขาทำเพียงเดินตามผมมาอย่างเงียบงันเท่านั้น คิดดูว่าผมเดินเร็วจนแทบวิ่ง แต่เขาก้าวยาวๆ ไม่กี่ก้าว ระยะห่างของเราก็เท่ากันเสียแล้ว

ทางเดินกลับหอเงียบงันและวังเวงเหมาะแก่การโดนฆ่าหมกข้างทาง แค่กๆ...ผมสำลักน้ำลายตัวเองในทันที รู้สึกเสียวสันหลังวาบคล้ายว่าถูกจ้องมองมาตลอดเวลา

คุณจงใจกดดันอุ่นสินะครับ รู้ว่าโดนหลบหน้าอยู่เลยกลั่นแกล้งกันสินะ ฮึก...ไม่มีอะไรไปทำหรือไง ไม่ต้องมายุ่งกับอุ่นก็ได้ คนใจร้าย!

พอเดินมาถึงห้องของเครื่องจักรสังหารด้วยความเคยชิน ผมก็ลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองเพิ่งอุ้มลูกหมามาแถมเสื้อยังเปื้อนดินเปื้อนฝุ่นไปหมด ทว่าจะหันกลับไปทางเดิมก็ไม่ทันเสียแล้ว คิมหันต์เปิดประตูเข้ามาคล้ายไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น เขาแทบจะไม่มองผมที่ทำหน้าลำบากใจอยู่กลางห้องด้วยซ้ำ

“เอ่อ...ผมขอไปอาบน้ำก่อนได้ไหมครับ”

ผมพึมพำแผ่วเบา เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงประตูถูกล็อกอัตโนมัติพอดิบพอดี

กริ๊ก!

“ไม่ต้อง...”

“ท...ทำไมล่ะครับ”

ผมเผลอเอ่ยถามหาเหตุผลด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ทว่านอกจากจะไม่ได้รับคำตอบกลับมาแล้ว ผมยังต้องระแวงหนักขึ้นไปอีกเมื่อร่างสูงกำยำย่างก้าวเข้าหาอย่างเชื่องช้า ผมลนลานถอยหลังหนี ดวงตาหลุบลงไม่กล้าสบมองคนตรงหน้าที่มองมาอย่างยากเดาความคิด

บรรยากาศภายในห้องเริ่มกดดันมากขึ้นเสียจนรู้สึกหายใจไม่ออก ใจเต้นแรงไม่ปานว่าวิ่งรอบหอพักสักสิบรอบ ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามเกร็งมือไม่ให้ยกขึ้นมากุมอกเพราะกลัวก้อนเนื้อในนั้นจะกระเด็นหลุดออกมา

อุ่นทำอะไรผิด...ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้ ฮือ!

และแล้วในจังหวะที่ความระแวงวนเวียนอยู่เต็มหัวไปหมด ผมก็ดันถอยหลังจนกระทั่งมาชนโซฟาเข้า

ตุ้บ!

“อ๊ะ!

ซ...ซวยแล้วอุ่นเอ๊ย!

ผมหลับตาปี๋ ไม่รอดแล้ว ไม่รอดแน่ๆ ลุกตอนนี้ก็หนีไม่ทันแล้ว เมื่อกี้คิมหันต์เดินมาเกือบจะถึงตัวอยู่แล้วด้วยซ้ำ

ในสมองของผมคิดไปร้อยแปดพันเก้า จะโดนอะไรนะ ฆ่าปาดคอแล้วหั่นศพหมกโซฟาหรือเปล่า...ไม่ๆ ผมยังไม่อยากตายนะครับว่าแต่ทำไมบรรยากาศมันเงียบๆ?

คิดได้ดังนั้นผมก็ทำใจกล้าเปิดเปลือกตาขึ้นข้างหนึ่ง ภาพที่ปรากฏคือคิมหันต์เดินเลยผ่านโซฟาที่ผมนอนแอ้งแม้งอยู่ไปทางโต๊ะหน้าทีวี เขาหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาแล้วปาสิ่งนั้นมาทางผมอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว

ด...โดนอีกแล้วเรอะ ฮึก อุ่นจิคราย

ตุ้บ!

โชคดีที่ผมรับเอาไว้ได้ทัน พอลองแบของในมือดูก็พบว่าเป็นกระเป๋าเงินใบเล็กสีดำเรียบหรูที่น่าจะทำมาจากหนังของอะไรบางอย่าง ผมกะพริบตาปริบๆ มองกระเป๋าในมือสลับกับมองหน้าคนปาด้วยอารามงุนงง เผลอเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะยกมือเกาหัวแกรกๆ อย่างไม่เข้าใจ

คิดว่าจะปามีด ปาลูกดอกมาแล้วซะอีก แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย ฟู่ว ว่าแต่เขาปากระเป๋าเงินมาให้ผมทำไมกันครับ

อุ่นโง่เกินไป อุ่นไม่เข้าใจ โปรดง้างปากบอกหน่อยเถอะ ฮือ...จะร้อง

“ลงไป...”

ห้ะ?

              ผมเผลอทำหน้าเหวอ ขณะที่มองตามร่างสูงก้าวขึ้นบันไดไปยังโซนชั้นสอง มือหนาปลดกระดุมทีละเม็ดๆ คล้ายเตรียมถอดเสื้ออาบน้ำ...ความมืดสลัวรอบด้านตัดกับผิวขาวผ่องบนแผงอกกว้างเกิดเป็นภาพดึงดูดสายตามหาศาล แต่เรื่องนั้นไม่ใช่ประเด็น

              ให้ตายเถอะครับ ห้ามผมอาบน้ำแต่ตัวเองกำลังจะไปอาบเนี่ยนะ!   

“ไปไหนครับ...”

ด้วยความงงขั้นสุด ผมจึงเอ่ยถามออกไปพร้อมมองตามหลังอีกฝ่ายตาปริบๆ คิมหันต์ชะงักร่างที่เกือบเดินหายลับจากสายตาไปแล้ว ดวงตาที่ปกติไม่ฉายอารมณ์ใดๆ เริ่มมีประกายดุดันเจือจาง ผมผวาเฮือกเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศน่ากลัวบางอย่างที่พุ่งตรงมา ไม่รอช้า...ผมรีบลุกไปทางประตูเพื่อลงไปด้านล่างตามคำบอกกล่าวของเครื่องจักรสังหารในทันที

ถามแค่นี้ก็ไม่ได้...สรุปคือเห็นผมเป็นคนรับใช้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วสินะ คอยดูเถอะ สักวันอุ่นจะเอาคืนให้ดู งื้อ

ผมกดลิฟต์ลงไปชั้นล่างก่อนจะยกกระเป๋าหนังในมือขึ้นมาสำรวจ พอลองเปิดดูก็พบว่าในนั้นมีธนบัตรใบสีเทาอยู่สามใบ นอกนั้นเป็นบัตรอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ผมจำบัตรบางใบได้ เพราะคุณแม่บ้านเคยใช้มันจ่ายแทนเงินสดตอนพาผมไปซื้อเสื้อผ้าตามคำสั่งของอาเมฆ แค่เห็นก็วิงเวียนศีรษะหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นลมแล้ว

ว่าแต่...ของสำคัญแบบนี้ คิมหันต์กลับเขวี้ยงมาให้ผมได้ง่ายๆ?

ความรู้สึกขนลุกวาบตั้งแต่หัวจรดเท้านี่มันอะไรกันครับ แค่คิดว่าผมกำลังถือของอันตรายอยู่ ร่างกายก็พลันสั่นเทาขึ้นมา ฮือ นี่มันยิ่งกว่าก้อนระเบิดเสียอีก กระเป๋าเงินใบนี้...ถ้าผมทำหายไปล่ะก็ ไม่อยากจะคิดสภาพศพตัวเองเลยสักนิด

และแล้วผมก็รู้เหตุผลที่คิมหันต์ไล่ลงมายังชั้นล่าง...

“ของที่สั่งไว้ได้แล้วครับ”

กล่องลังขนาดเหมาะมือถูกส่งมาให้ ผู้ชายตรงหน้าทวนรายการรวมทั้งราคา ทำให้ผมรีบหยิบเงินออกมาจ่ายอย่างมึนๆ

“ขอบคุณครับ”

หลังทิ้งผมไว้กับกล่องลังหนึ่งกล่อง คนที่มาส่งสตรอเบอร์รี่ก็ลาลับหายไป ใช่แล้วครับ อ่านไม่ผิดหรอก ผมบอกว่า ‘สตรอเบอร์รี่’ นั่นแหละถูกแล้ว

พระเจ้าครับ คิดดูว่ามัจจุราชในคราบมนุษย์ไล่ผมลงมาเพื่อรับกล่องสตรอเบอร์รี่...จะตลกร้ายเกินไปแล้วถึงผมจะจำได้ลางๆ ว่าสตรอเบอร์รี่ในตู้เย็นเริ่มร่อยหรอ แต่นี่มันออกจะติดสตรอเบอร์รี่หนักไปไหม

ยึดติดซะจนน่าขนลุก อะฮึก...คิมหันต์ทำผมขนลุกรอบที่เท่าไหร่แล้วนะ

ผมแบกกล่องสตรอเบอร์รี่กลับห้องเดิม จากนั้นก็ล้างมือให้สะอาดแล้วเริ่มทำน้ำปั่นอย่างเคยชิน สตรอเบอร์รี่ที่เหลือผมก็นำเก็บเข้าตู้เย็นไว้ ส่วนกระเป๋าเงินผมวางไว้ให้เจ้าของห้องที่โต๊ะหน้าทีวีแล้ว

คิมหันต์ยังไม่ลงมาจากชั้นบน และผมเหนื่อยเกินกว่าจะอยู่สู้รบปรบมือกับเขา ไม่ต้องรอให้เจอหน้ากันรอบสอง ผมก็รีบออกมาจากห้องนั้นในทันที

 

วันคืนเวียนวนผ่านไปเร็วกว่าที่คิด เผลอแป๊บเดียวงานกีฬาสีก็ใกล้เข้ามาแล้ว

อะไรนะครับความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคิมหันต์น่ะหรอ ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด ผมไปทำน้ำปั่นในห้องเขาทุกเช้าเย็น ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่เจอเจ้าของห้องหรอก คิมหันต์มักหายไปที่ฟิตเนส ไม่ก็สนามยิงปืนบ่อยๆ

ป...เปล่านะ ผมไม่ได้ตามติดชีวิตเขานะครับ ก็แค่ลาวาชอบพูดให้ฟังบ่อยๆ ว่าเจอคิมหันต์ที่นั่นในช่วงเย็นก็เท่านั้น

ผมพยายามหลบเลี่ยงการปะทะกับเขาตรงๆ มาตลอด แม้จะมีจดหมายถามความคืบหน้าในการลอบฆ่าคิมหันต์มาเรื่อยๆ ก็ตาม แต่ผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี

แค่เข้าใกล้ก็ยังเกือบจะไม่รอด ดังนั้นเลิกคิดเรื่องลอบฆ่าไปได้เลยครับ

“ว้าวดูผิวแฮมเตอร์สิ ขนาดใช้โลชั่นไปแค่ขวดเดียวเองนะ”

“เอ่อ ลาวาครับ น้ำลาย...”

ผมทำหน้าลำบากใจก่อนจะชี้มุมปากของเจ้าตัว ลาวารีบปาดคราบน้ำตรงมุมปากออกก่อนจะหัวเราะแหะๆ มือก็ยุ่มย่ามกับผิวที่แขนสลับกับแก้มของผมไม่หยุด

“น่ากิน...เอ้ย เด้งดึ๋งชะมัดเลย หอมมากๆ งื้อ อยากเก็บกลับบ้าน ทำไมแฮมเตอร์ถึงนุ่มนิ่มไปทั้งตัวแบบนี้~

ผมกะพริบตาด้วยอารามงุนงง มองเทียบผิวของลาวากับผิวของผมแล้ว ผู้หญิงสวยๆ อย่างเธอดูนุ่มนิ่มกว่าเยอะ ผู้ชายจะไปผิวนุ่มแบบผู้หญิงได้ยังไง หลายคนเริ่มลอบมองมาจนผมต้องค่อยๆ แกะตัวลาวาที่เกาะแน่นเป็นปลิงออก เดี๋ยวภาพลักษณ์สาวสวยของเธอจะพังยับเยินไปมากกว่านี้ หวังว่าจะไม่มีคนมาเห็นฉากลาวาน้ำลายไหลย้อยนะครับ ผมเป็นห่วงจริงๆ นะ

“พรุ่งนี้สอบทักษะการต่อสู้ในระยะประชิดนี่นา ฉันจะได้คู่กับใครนะ ลุ้นจนหัวใจจะวายอยู่แล้ว”

ลาวายังคงส่งเสียงเจื้อยแจ้วไม่หยุดในขณะที่พวกเราเดินอยู่ริมทางเดิน คิดดูว่าความสวยระดับไหนถึงทำให้ผู้ชายมองตามจนเหลียวหลังได้ก็สวยระดับลาวานี่ล่ะครับ เพียงแต่สิ่งสวยงามมักแฝงไปด้วยพิษร้าย และพิษนั้นก็คือฝาแฝดของเจ้าตัวนั่นเอง

เห็นจะมีเพียงผมนี่ล่ะมั้งที่เข้าใกล้ลาวาได้...เคยมีคนลองดีมาลวนลามลาวาอยู่เหมือนกัน เพียงข้ามวันคนๆ นั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ผมไม่สงสัยเลยสักนิดที่คิมหันต์ไม่ทำร้ายผม คงเพราะผมอ่อนแอเกินไปในสายตาเขาล่ะมั้ง

“นี่...ฟังเราอยู่หรือเปล่า ใจลอยไปถึงไหนแล้วน้า~ หรือว่าจะคิดถึงคิม...”

“ป...เปล่านะครับ!

“เอ๋?

ลาวาใช้มือจิ้มขอบปากพลางเอียงคอพิจารณาสีหน้าของผม แน่นอนว่าผมไม่หลุดอะไรออกไปง่ายๆ หรอก อีกฝ่ายจึงเห็นเพียงใบหน้ามืดมนที่มีบรรยากาศซึมเศร้าแฝงอยู่อย่างเจือจางก็เท่านั้น

“จะว่าไปเส้นผมของแฮมเตอร์ก็เริ่มยาวแล้วนะ ไม่คิดจะตัดออกบ้างหรอ...เราตัดให้ได้นะ”

สาวสวยทำตาเป็นประกาย ในขณะที่ผมเริ่มกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกหนึ่ง คือถ้าเพิ่งรู้จักกันใหม่ๆ ผมคงไว้วางใจให้ลาวาตัดผมให้ แต่พอรู้จักกันมาจนถึงบัดนี้...บอกเลยว่าผมไม่ขอเสี่ยงจะดีกว่าครับ

“ผมยังไม่อยากตัดครับ...”

“ว้าน่าเสียดายจัง เกือบได้ทำโรตีเส้นผมอยู่แล้วแท้ๆ”

คนตัวเล็กด้านข้างพึมพำบางอย่างในลำคองุ้งงิ้ง ผมได้ยินไม่ชัดแต่ก็ไม่ได้คิดจะทวนถามอะไร เพราะลาวาคงบ่นไปเรื่อยตามประสาคนร่าเริง

กว่าจะกลับมาถึงหอพักก็มืดค่ำเสียแล้วเพราะลาวาลากผมไปเป็นคู่ซ้อม จะว่าไปผมสนิทกับเธอเร็วมาก คิดถึงเพียวอยู่เหมือนกันเพราะไม่ค่อยได้เจอหน้าเลย  ผมเปิดประตูเข้าห้องก่อนจะอาบน้ำใส่ชุดคุณเป็ดน้อยสีครีมเตรียมนอน แต่ดันนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้ไปทำน้ำปั่น

ซ...ซวยแล้วลืมอะไรไม่ลืม ตายแน่ ผมต้องตายแน่ๆ

ผมรีบร้อนออกจากห้องโดยลืมล็อกประตูเหมือนทุกที จากนั้นก็ลงลิฟต์มายังด้านล่างเพื่อขึ้นลิฟต์อีกตัว ในที่สุด...ผมก็มาหยุดยืนหอบแฮ่กหน้าห้องของคิมหันต์

“แฮ่กๆๆ” น...เหนื่อยจัง ไม่เคยรีบสุดชีวิตเท่านี้มาก่อนเลยครับ สาบานได้!

ก๊อกๆๆ

เคาะประตูตามมารยาทก่อนจะเปิดเข้าไปด้วยความเคยชิน ประตูปิดลงดังกริ๊ก ในขณะที่ผมยังคงยืนค้างอยู่ที่เดิมเพราะภาพเบื้องหน้า คิมหันต์อยู่ในชุดกางเกงนอนขายาวตัวเดียว โดยเปลือยแผงอกที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อตามประสาคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เขานั่งพาดแขนอยู่บนโซฟาตัวเดิมและทำเพียงเหลือบมองผมทางหางตาเท่านั้น

ภาพตรงหน้าคงสามารถทำให้ผู้หญิงหลายคนกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งและช็อกจนเป็นลมหมดสติได้อย่างง่ายดาย แน่นอนว่าผมเองก็ช็อกเหมือนกัน ช็อกเพราะสายตาสยดสยองที่ส่งตรงมาเนี่ย ฮือ

อุ่นผิดไปแล้ว...ให้อภัยอุ่นนะครับ อะฮึก

“ผม...จะไปทำให้เดี๋ยวนี้ครับ”

เปรี้ยงซ่า...!

เสียงฟ้าผ่าและฝนตกกะทันหันทางด้านนอกส่งผลให้ผมสะดุ้งเฮือก คิมหันต์แง้มผ้าม่านไว้เผยให้เห็นหน้าต่างที่เปิดรับลมอยู่ เปิดทุกอย่างแม้กระทั่งทีวีแต่ดันไม่เปิดไฟ ให้ตายเถอะครับ...ดีนะที่ผมคุ้นชินกับข้าวของในห้องแล้ว ไม่งั้นคงได้เดินสะดุดไปทั่วอย่างไม่ต้องสงสัย

จังหวะที่หมุนตัวเตรียมเดินไปทางครัว ลมอะไรบางอย่างก็พลันพัดผ่านหน้าเสียก่อน ร่างทั้งร่างถูกผลักไปชนกับกำแพงพร้อมมือหนาที่ตรึงลำคอไว้แน่น

“ช้า...”

น้ำเสียงเย็นเฉียบดังกระซิบชิดริมหู เย็นเสียจนรู้สึกหนาวเหน็บยิ่งกว่าตอนได้ยินเสียงสายฝนเทกระหน่ำทางด้านนอก ร่างทั้งร่างพลันสั่นระริกเมื่อโดนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ผมเบิกตากว้าง สองมือยื้อยุดแขนที่บีบคอตัวเองออกไปตามสัญชาตญาณ แต่เหมือนยิ่งผลักออก แรงบีบก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ 

“อึ่กป...ปล่อย” 

ไม่รู้ว่าผมไปเอาความขวัญกล้าเทียมฟ้ามาจากไหนถึงได้กล้าจิบเล็บลงบนมือหนาเต็มแรง หยดเลือดจากรอยจิกไหลซึมเข้ามาตามร่องเล็บ มือไม้พลันสั่นพร่าเมื่อสมองรับรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป คนกำลังจะขาดใจตายมักทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนมีชีวิตรอด

แต่ดูเหมือนสิ่งที่ผมทำ จะยิ่งลิดรอนหนทางรอดเข้าไปอีก!

คิมหันต์ชะงักกึก ดวงตาไร้อารมณ์มีร่องรอยของความแปลกใจวาบผ่าน เพียงเสี้ยววินาทีที่ผมเกือบหน้ามืด มือหนาก็ค่อยๆ คลายออกห่างอย่างเชื่องช้า...

“แค่กๆ! 

ผมไอหน้าดำหน้าแดง น้ำตาก็คลอหน่วยด้วยความตื่นตระหนกไม่หาย คราบเลือดสีเข้มยังติดอยู่บนปลายเล็บ แต่ทำไมกัน...ทำไมผมถึงรอด?

คิมหันต์ทำเพียงยืนมองผมจากด้านบนด้วยสายตาอ่านยาก ผมเองก็มองตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ เช่นกัน หวังว่าจะไม่ผีเข้าผีออกกระชากคอเสื้อผมไปกระซวกไส้เข้านะครับ แค่โดนบีบคอก็ว่าแย่พอแล้ว ขืนโดนอะไรเพิ่มเติมอีก ผมคงได้แอดมิดเข้าโรงพยาบาลก็คราวนี้

แค่มองตาก็รู้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเพียงการตักเตือน ถ้าขืนมาช้าอีกรอบ...ครั้งต่อไปคงไม่มีความปรานี อีกอย่างวันนี้ผมมาช้ากว่าทุกๆ วัน ช้าแบบเลทไปสองสามชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ ความจริงก็ผิดที่ผมด้วยเพราะไม่ได้บอกอีกฝ่ายไว้ว่าจะกลับช้า ปกติผมจะทิ้งโน้ตไว้ให้ในตอนเช้า

ไม่คิดเลยว่าเครื่องจักรสังหารจะอ่านมันด้วย ตอนแรกเหมือนจะไม่สนใจอะไรเลยแท้ๆ

สุดท้ายก็เป็นคิมหันต์ที่ละสายตาออกห่างแล้วเดินไปนั่งบนโซฟาดังเดิม ผมก็เข้าไปทำน้ำปั่นในครัวเงียบๆ ตอนเดินออกมาก็พบว่าอีกฝ่ายนอนหลับคาโซฟาไปเสียแล้ว

ด้วยความรู้สึกผิดอยู่ลึกๆ ผมจึงค่อยๆ ก้าวเข้าหาร่างนั้นแล้ววางน้ำปั่นลงบนโต๊ะหน้าโซฟาอย่างเงียบเชียบ เหลือบมองรอยแผลบนหลังมือหนาเล็กน้อย ก่อนจะเม้มริมฝีปากครุ่นคิด มือทั้งสองข้างก็ยึดจับกล่องปฐมพยาบาลแน่น

ความจริง...เขาทำผมก่อน บีบคอผมก็สมควรโดนแล้ว

แต่คิดอีกแง่หนึ่ง เขาก็ไม่ได้ทำผมเลือดตกยางออกนี่นา...ผมมีแค่รอยช้ำเล็กน้อยบนลำคอ ในขณะที่เขาเลือดไหลซิบ รู้สึกผิดจัง...เหมือนผมเป็นฝ่ายทำเขาเจ็บมากกว่ายังไงก็ไม่รู้ อีกอย่างวันนี้ผมมาช้าเอง ถ้าไม่โดนคิมหันต์ทำร้ายก็คงแปลก ตอนแรกคิดว่าจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ

ผมเหลือบมองคนหลับลึกอย่างนึกระแวง ก่อนจะทำใจกล้าหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดแผลและวนรอบรอยแผลที่เลือดหยุดไหลไปแล้วแต่ยังคงมีคราบเลือดแห้งกรังอยู่ พยายามทำอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้อีกคนรู้ตัว จากนั้นก็หยิบสำลีชุบเบตาดีนมาเช็ดบนรอยแผลเบาๆ ตาก็เหลือบมองคนหลับเป็นระยะๆ อย่าตื่นขึ้นมาเชียวนะ เพราะถ้าตื่น...

อุ่นจะวิ่งฮือ

ผมปิดก๊อซแผ่นบางเป็นลำดับสุดท้าย จากนั้นก็รีบจรลีออกมาจากที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็ว รู้สึกได้เลยว่าความหนักอึ้งในอกบรรเทาลง ผมคลี่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อจินตนาการถึงสีหน้าของเครื่องจักรสังหารในวันพรุ่งนี้

ถ้ารู้ว่าผมทำแผลให้ คงไม่โดนอาละวาดใส่ใช่ไหม...คิมหันต์ยิ่งไม่ชอบให้ใครแตะเนื้อต้องตัวอยู่  อะฮึก...ผมไปแกะผ้าพันแผลแล้วเช็ดหลักฐานออกทันไหมครับ ไม่ทันแล้วสินะ

อุ่นจิคราย!

 

ภายหลังจากประตูปิดลง เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและสายฝนที่เทกระหน่ำกลบเกลื่อนความเงียบภายในห้อง

เปลือกตาที่ปิดสนิทเมื่อชั่วครู่เปิดออกท่ามกลางความมืดมิด เผยให้เห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลแดงที่ไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆ เนิ่นนานกว่าดวงตาทรงอำนาจคู่นั้นจะหลุบมองสิ่งแปลกปลอมบนหลังมือตัวเอง

ความอุ่นวาบจากปลายนิ้วเรียวขาวผ่องของอีกคน ยังคงติดตรึงอยู่บนผิวกายเย็นเฉียบ...

นิ้วเรียวยาวเกลี่ยลงบนผ้าก๊อซที่ถูกติดไว้อย่างประณีต ก่อนจะกระชากมันออกจากหลังมือ แล้วโยนลงถังขยะมุมห้องอย่างแม่นยำ

น่าขำ...ยังมีคนแบบนี้อยู่บนโลกด้วยหรือไง

คนที่เพิ่งโดนทำร้าย แต่กลับมานั่งทำแผลให้เสียอย่างนั้น

ประกายน่าขนลุกบางอย่างวาบผ่านแววตา ก่อนจะจางหายไปเพียงเสี้ยววินาที ร่างสูงลุกเดินไปยังเตียงนอนชั้นสอง...ซึ่งเป็นอาณาเขตหวงห้าม

ทั้งที่คิดว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ทว่าฉับพลันที่ปิดเปิดตาลงอีกครั้ง สัมผัสจากปลายนิ้วนั้นกลับยังคงอยู่

น่ารำคาญสิ้นดี

 





 

 

Writer talk2

มันยังไงๆอยู่นะคะ เตรียมใจไว้ให้ดี...เพราะต่อจากนี้คือของจริงค่ะ อุ๊บบบ//แล้วที่ผ่านมาคืออะไร? บอกเลยว่าครึ่งหลังแต่งเพลินมาก เพลินจนเลยมาประมาณสามหน้ากระดาษได้ ยกผลประโยชน์ให้คนอ่านไปเลยค่า ฮุฮุ แล้วพบกันนะคะ ^^ (อาทิตย์หน้าไรท์สอบแบบยาวๆ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดไว้เจอกันอาทิตย์ถัดไปน้า)

#ไล่ฆ่าล่ารัก

#ติดตามข่าวสารการอัพนิยายที่ เพจ  ,  ทวิต

รักรีดเดอร์


Writer talk

เข้าถ้ำเสือแล้วจะได้ออกไปง่ายๆไหมคะน้องอุ่น//หลบปืน ดูเหมือนหนูคิมคนไสยจะลดอาการอยากฆ่าน้องลงทุกตอนๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอาการจะกลับมากำเริบอีกเมื่อไหร่...ว่าแต่จงใจขังน้องไว้ในห้องเพราะอะไรน้า

ขอโทษที่อาทิตย์นี้มาช้านะคะ ไรท์เพิ่งไปโรงพยาบาลมาค่ะ และแจ้งข่าวร้ายว่าอาทิตย์หน้างดอัพนะคะ ไรท์มีกิจธุระ แง TT

#ติดตามข่าวสารการอัพนิยายที่ เพจ  ,  ทวิต

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.464K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,901 ความคิดเห็น

  1. #45869 Baozi_Ploy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 23:38
    แหม่คุณพี่ค่าา
    #45,869
    0
  2. #45782 Ypsxcio (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 12:38
    อุ่นคือทั้งซื่อทั้งจิตใจดี โอ้ยแงงงง
    #45,782
    0
  3. #45440 crzoldyck7 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 22:25
    จ้าาาาาา ขอให้สัมผัสตามหลอกหลอนไปทุกคืนเลย 55555
    #45,440
    0
  4. #45227 cake08234 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 23:26
    ขอสาราภาพ5555มันอุ่นจิครายใช่ปะคืออุ่นจิร้องไห้อิฉันตอนแรกๆอ่านอุนจิใคร555555
    อินี้ก็นั้งขำว่าทำไมน้องมันบ่นยังงี้วะ55555
    #45,227
    0
  5. #45138 QueenS44 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 20:30
    หนูอุ่น ยังจะห่วงเขาอีกเหรอออ แงงง
    #45,138
    0
  6. #45106 GEMAIL151247 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 01:35
    หึยยยย...ปกติคิมหันต์ไม่ค่อยตอบเด้อ รู้สึกว่าพูดเฝกับน้องเยอะกว่าเดิมนิดนึง
    #45,106
    0
  7. #45040 Nat_bambam (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 12:30
    รู้สึกตัวเองจะเพ้อและเริ่มเด๋อเหมือนน้อง กับการจิตนาการว่า คิม:ช้า (แปรงฟันแล้ว)
    #45,040
    0
  8. #44921 ChanyaSrikaew (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:36
    ร้องเพลงรอ ..ชีวิตที่ขาด~เธอ เหมือนจะขาด~ใจ รู้สึกไม่เหลือใคร...~
    #44,921
    0
  9. #44661 Ohsem (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 02:49
    เขินอะไรไม่รู้แต่เขิน แงงงงงงงวง
    #44,661
    0
  10. #41615 Cigarettesxdgm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 15:54
    เตงรำคานแฟนได้ไงค้าบๆๆๆๆ
    #41,615
    0
  11. #41614 Cigarettesxdgm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 มกราคม 2563 / 15:54
    ชั้นว่าน้องลาวา เป้นตัวอะไรง่ะ อยากกินน้องรู้กกง่ะแก
    #41,614
    0
  12. #40883 Kingkung (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 21:28

    คอยดูเถอะ เดี๋ยวขาดเขาเหมือนขาดใจ~~

    #40,883
    0
  13. #40393 phapha087bw (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 10:22
    อยากให้ยัยหนูไปอยู่ที่อื่นจริงจริ๊งงงงงงง เหนคนแถวนี้เค้ารำคาญ สงสารลูกชั้นอ่ะ เป็นคนดีอะไรขนาดนี้ยัยอุ่นเอ้ย
    #40,393
    0
  14. #38484 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 12:11
    น่ารำคา​ญ​สิ้นดี..จ้าาาาาาาาาาาาาาาาแหมๆ
    #38,484
    0
  15. #37200 mmymm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 16:11
    ใครก็ได้พาน้องไปตัดผมที ฮือออ น้องต้องน่ารักมากแน่ๆเลย อยากให้คิมหึงอ่า จะมีวันนั้นไหมมม
    #37,200
    0
  16. #36300 FreshyWaranya (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 22:56
    กี่ดดดดกกกก ตัดผมมมมมมเถอะะะ
    #36,300
    0
  17. #36288 6710 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 17:39
    น่ารำคาญสิ้นดี คือคิดถึงใช่มั้ยหล้าาาาาาาา
    #36,288
    0
  18. #32305 bunthida_85266 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:42
    น่าหมั่นไส้สิ้นดี! (ฉันถึงคิมหันต์)
    #32,305
    0
  19. #30754 JusOH (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 21:52
    รักกันยังไง คิดไม่ออกเลย855
    #30,754
    0
  20. #30565 crzoldyck7 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 15:55
    เริ่มหลงรักเขาแล้วละสิ..พ่อคิมหันต์..รีบรู้ใจตัวเองนะ
    #30,565
    0
  21. #25886 mook (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 15:56

    เริ่มมีความมุ้มมิ้งเกิดขึ้นแล้วหรือเปล่าหว่า5555555

    #25,886
    0
  22. #23897 KiHaE*129 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 00:52

    ฮันน่อวววววววววววววว

    เริ่มมีปฏิกริยาละ

    #23,897
    0
  23. #23801 Fernyjhy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 02:00
    แอบกลัวลาวาแล้วนะเนี่ย
    #23,801
    0
  24. #22775 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 01:01
    ทำเป็นรำคาญแหมๆก้อนขาวชอบน้องก็บอกมาเถอ
    #22,775
    0
  25. #22773 MayYL (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 00:37
    ฮั่นแน่~~~ เริ่มรู้สึกแล้วละสิพี่คิม
    #22,773
    0