[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 16 : Ep.16::ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป กับข่าวลือใหม่ของราชา 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 95,151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,580 ครั้ง
    17 ส.ค. 63



 

Ep.16

 ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป กับข่าวลือใหม่ของราชา 1  

 

เชื่อไหม แม้หวาดกลัว...ทว่าไม่อาจห้ามสายตาตัวเองได้ ผมเผลอเหลือบขึ้นมองใบหน้าเฉยชา ไล่ตั้งแต่ริมฝีปากสีซีด จมูกโด่งเป็นสัน และดวงตาคมดุซึ่งไม่ฉายอารมณ์ใดๆ

เบื้องหลังคือคนที่หมายเอาชีวิต ในขณะที่เบื้องหน้าคือคนที่คิดจะฆ่าเช่นกัน

ผมควรทำยังไงหนีไม่รอดแล้ว ยังไงก็ไม่รอดแน่ๆ

ความกดดันทำให้ผมเม้มปากแน่น ข้อเท้าก็ปวด แขนก็เจ็บ คล้ายตัวเองกำลังถูกต้อนให้จนมุมอย่างหนัก ผมอยากร้องไห้...แต่อาเมฆเคยสอนว่าลูกผู้ชายไม่ควรร้องไห้ให้ใครเห็นได้ง่ายๆ ดังนั้นผมจึงกลั้นก้อนสะอื้นลงคอ

“ช่วย...ผมด้วย” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า คล้ายเหนื่อยจนจะหมดลมหายใจอยู่รอมร่อ

มันบ้ามากที่ผมกล้าขอร้องคนตรงหน้า คนที่เกือบจะฆ่าผมไปหลายรอบ ไม่น่าเลย...ถ้าผมไม่เอามีดนั่นมาคืนคิมหันต์ตั้งแต่แรก ผมคงไม่ต้องมาเผชิญอะไรแบบนี้

ฮือ ทำตัวเองแท้ๆ อุ่นเอ๊ย!

คล้ายเห็นอะไรบางอย่างวาบผ่านนัยน์ตาสีน้ำตาลแดงวูบหนึ่ง ก่อนจะจางหายไปเพียงแค่ผมกะพริบตา เสียงฝีเท้าทางด้านหลังเริ่มก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ผมสั่นระริกไปทั้งร่าง ไม่รู้ทำไม...ทั้งที่ผมกลัวคิมหันต์มากกว่าเพย์แท้ๆ

แต่ถ้าให้เลือก ผมไม่ไปกับเพย์เด็ดขาด!

“...ได้อะไร”

คำถามนี้อีกแล้ว คิมหันต์กำลังถามประมาณว่า ‘ถ้าช่วยผม แล้วเขาจะได้อะไร’ ให้ตายเถอะครับที่ให้ไปมันยังไม่พออีกเรอะ

คุณต้องการอะไรจากอุ่น?

ผมมองคนตรงหน้าด้วยแววตาว่างเปล่า คนแบบเขาต้องการอะไร คิดสิคิด...มันต้องมีสักอย่างที่ทำให้เครื่องจักรสังหารสนใจได้

“น่าสงสาร...ดูเหมือนนายจะเป็นอัศวินที่ถูกราชาทิ้งขว้างนะ แม้แต่ความช่วยเหลือก็ยังต้องมีข้อแลกเปลี่ยน หึๆ”

“น้ำปั่น ทุกเช้า...ผมจะทำน้ำปั่นให้คุณ” 

ผมก้มหน้านิ่งพลางเอ่ยบอกเสียงแผ่ว จงใจเมินเฉยเสียงทางด้านหลังที่คืบคลานเข้าใกล้ทุกขณะจิต เพย์มาแล้ว...ผมสัมผัสได้ว่าปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขากำลังแตะลงบนเส้นผม ความรู้สึกขยะแขยงตีรวนขึ้นในอก ผมไม่ชอบสัมผัสจากเขา...ไม่ชอบเลยสักนิด พอจะเบี่ยงหัวหลบ อีกฝ่ายก็ขยุ้มเส้นผมแน่นแล้วกระชากรั้งไปทางด้านหลัง

“อึ่ก!

ผมหลุดร้องด้วยความเจ็บ เกือบน้ำตาเล็ดทว่าผมจะไม่ร้องไห้กับเรื่องแค่นี้แน่ ผมต้องเข้มแข็งขึ้น ต้องเผชิญโลกกว้างด้วยตัวเองได้แล้ว โลกที่ไม่ได้มีเพียงครอบครัวกับสิงสาราสัตว์เป็นเพื่อนคลายเหงา

“ปล่อย...”

สุ้มเสียงทุ้มเย็นที่มาพร้อมกลิ่นอายสังหารทำให้ทั้งผมและคนด้านหลังชะงักกึก เพย์เอียงคอคล้ายไม่เชื่อหู ในขณะที่ผมเผลอเบิกตากว้าง

นี่คิมหันต์...ตอบรับข้อเสนอของผมงั้นหรอ?

“อะไรนะ...” เพย์เอ่ยทวนคำ ราวกับเข้าใจว่าตัวเองกำลังหูฝาดไป

“กูบอกให้ปล่อย”

พลั่ก!

สุ้มเสียงเย็นยะเยือกมาพร้อมฝ่าเท้าซึ่งยกขึ้นประทับลงบนช่วงท้องของคนที่กระชากหนังหัวผมอยู่ เพย์กระเด็นไปกระแทกต้นไม้ดังปั่ก ความรุนแรงในการถีบส่งผลให้เขามีเลือดไหลย้อยตรงมุมปาก ผมมองตามอย่างหวาดผวา

ถ...ถ้าเมื่อกี้เพย์ไม่ตกใจจนปล่อยมือ หัวผมคงล้านเป็นหย่อมๆแหง ฮือ

เสียงฝีเท้ามากมายมุ่งตรงมาทางนี้  เป็นบรรดาคนตัวโตที่ไล่จับกุมผมนั่นเอง พวกนั้นยังไม่เห็นคิมหันต์ที่กำลังตรึงลำคอของเพย์ติดกับต้นไม้ด้วยมือเดียว เขาแข็งแรงมากจนผมนึกทึ่ง

ให้ตายเถอะครับ...นี่มันเครื่องจักรสังหารชัดๆ!

แค่ถีบคงยังไม่สาแก่ใจ คิมหันต์ถึงตรงเข้าไปบีบคอซ้ำด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เพย์ส่งเสียงร้องอู้อี้พลางตะเกียกตะกายร่างไปมาแต่ไม่อาจหลุดรอดได้ ผมเห็นเขาตาเหลือกโพล่งยามเมื่อนิ้วที่มีเล็บแหลมคมจงใจจิกเข้าไปในเนื้อ หยดเลือดสีแดงฉานไหลออกมาตามแรงบีบที่มากขึ้นเรื่อยๆ

ฮือ...กลัวแล้ว ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนโดนกระทำแท้ๆ ผมยังกลัว นับประสาอะไรกับเพย์ซึ่งโดนจู่โจมกะทันหันแบบนี้

“นั่นไง มันอยู่นั่น!

ผมสะดุ้ง ก่อนจะคลานหนีกลุ่มคนที่หันมาเห็นผมนั่งหมดสภาพเข้าพอดี พวกนั้นทำท่าจะเข้ามารุมล้อมทว่าอะไรบางอย่างถูกเหวี่ยงมาขวางทางไว้เสียก่อน

ตุ้บ!

ร่างโชกเลือดของเพย์นอนแน่นิ่งกั้นกลางระหว่างผมกับกลุ่มคนนับสิบ คนพวกนั้นมองหัวหน้าของตัวเองตาค้าง บางคนหลุดอ้าปากเหวอ ส่วนผมทำเพียงกำมือแน่นอย่างหวาดระแวง ขนทั้งร่างพร้อมใจกันลุกพรึ่บอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ท่ามกลางแสงจันทร์...เงาดำบางอย่างค่อยๆ ครอบคลุมผมไว้ทั้งร่าง บดบังมิดชิดจากสายตาชายฉกรรจ์นับสิบ

คิมหันต์หยุดยืนอยู่ตรงหน้า นับเป็นครั้งแรกที่ผมถูกเงาของเขาทาบทับแล้วไม่รู้สึกหวาดกลัวจนหัวหด ตรงกันข้าม...แผ่นหลังกว้างที่แลดูสูงศักดิ์และไม่น่าเข้าใกล้ กลับทำให้ความรู้สึกบางอย่างผุดขึ้นมาภายในอก

ผมกำลังรู้สึกคล้ายกับตอนที่ได้รับความเอ็นดูจากอาเมฆ แต่มันมากกว่านั้น...เพราะแม้อาเมฆจะยกมือลูบหัวบ่อยครั้ง ทว่าผมก็ยังไม่เคยรู้สึกอุ่นวาบภายในใจเท่านี้

“ร...ราชาตะวันตก!

ผมเหลือบมองปลายนิ้วเรียวยาวที่ยังคงมีเลือดของเพย์หยดติ๋งๆ เพียงเขาขยับนิ้วไล่หยดเลือดน่ารำคาญออก กลุ่มคนตรงหน้าก็พลันสะท้านเฮือกและถอยกรูดอย่างรวดเร็ว

คิมหันต์ยังคงยืนนิ่งอยู่เช่นเดิม ในขณะที่ชายฉกรรจ์เริ่มถอยหนีเมื่อเห็นท่าไม่ดี พวกนั้นไม่แม้แต่จะลากเพย์ไปด้วยซ้ำ แน่นอน...แม้กระทั่งผมก็ไม่รู้ว่าเพย์กำลังสลบอยู่หรือตายแล้ว

สุดท้ายก็ไม่เหลือสิ่งมีชีวิตอยู่ในที่นี้นอกจากผมกับมัจจุราชในคราบมนุษย์ ยามเมื่ออีกฝ่ายเอี้ยวหน้าเหลือบมองมาทางหางตา ผมก็พลันสะดุ้งเล็กน้อย

ท...ทำไมไม่ส่งสัญญาณล่วงหน้าก่อนล่ะครับว่าจะหันมา แบบนี้ก็เห็นน่ะสิว่าผมกำลังจ้องอยู่...โฮก

น่าอายชะมัด ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

คิดพลางสะบัดหัวไปมาเบาๆ ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อถูกกระชากคอเสื้อให้ลุกขึ้นยืน ผมเซไปปะทะแผงอกหนาเพราะไม่สามารถทรงตัวได้ ข้อเท้าปวดแปลบจนเผลอหลุดร้องเสียงแผ่วและทรุดลงไปนั่งดังเดิม คิมหันต์กดตาลงมองผมในขณะที่ผมกะพริบตาปริบๆ อย่างไม่รู้จะทำยังไงเช่นกัน

“คือผม...ปวดข้อเท้าครับ” ขืนไม่รีบบอก มีหวังโดนทิ้งกลางป่าแหงๆ!

เครื่องจักรสังหารนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะทำในสิ่งที่มนุษย์ปกติเขาไม่ทำกัน อีกฝ่ายจับหมับที่คอเสื้อทางด้านหลังแล้วลากผมไปกับพื้น ด...เดี๋ยวนะ คิมหันต์คิดว่าผมเป็นตัวอะไรหรือครับถึงกระชากลากถูกันตามใจชอบแบบนี้!

โชคดีที่เป็นพื้นหญ้า ขืนเป็นพื้นดินขรุขระมีก้อนกรวดก้อนหินเหมือนก่อนหน้านี้ที่ผมสะดุดล้มคงได้เจ็บก้นแทนข้อเท้า อะฮึก!

มอเตอร์ไซค์คันสีดำจอดอยู่ไม่ไกล ผมแทบน้ำตาไหลพรากเมื่อเห็นมันอยู่ลิบๆ จะเอ่ยปากบอกให้คิมหันต์อุ้มผมไปก็ไม่กล้า ขืนบอกแบบนั้นผมคงโดนฆ่าหมกป่ากันพอดี

ที่รอดมาได้ก็เพราะน้ำปั่นล้วนๆ...น้ำสตรอเบอร์รี่จงเจริญ!

พอถูกลากมาจนถึงมอเตอร์ไซค์ คิมหันต์ก็ดึงร่างผมขึ้นแล้วจับวางลงบนเบาะอย่างไม่เบาแรง ผมกะพริบตาปริบๆ รู้สึกแปลกใจตัวเองที่หวาดกลัวเขาน้อยลง ปกติถ้าใกล้ชิดกันขนาดนี้ผมจะสั่นหนักมาก สมองจะขาวโพลนและทำอะไรไม่ถูก

ทว่าตอนนี้ผมกลับยังคงมีสติครบถ้วน แม้จะสั่นเล็กน้อย...ยามเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงมาบนผิวเนื้อก็ตาม

บรื้น!

รู้ตัวอีกทีรถก็เคลื่อนออกจากตรงจุดเดิมเสียแล้ว ผมผวาคว้าเกาะชายเสื้อของคนด้านหน้าตามสัญชาตญาณ เนิ่นนานที่ลมเย็นๆ ตีหน้าจนรู้สึกชาไปหมด ความหนาวเหน็บซึมลึกไปถึงขั้วกระดูก ผมแอบมุดหน้าหนีลมกับเสื้อแจ็คเก็ตสีดำที่กรุ่นกลิ่นคาวเลือดเล็กน้อย

ไม่ปฏิเสธว่าผมยังกลัว...กลัวมากเสียด้วย

แต่ท่ามกลางความรู้สึกเหล่านั้น มันมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ความรู้สึกที่คล้ายว่าจะ...ปลอดภัย

ให้ตายเถอะครับ ปลอดภัยเนี่ยนะกับคนที่จ้องจะฆ่าผมทุกครั้งที่เจอหน้ากันแบบนี้ ผมกลับรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขางั้นหรอฮือ อุ่นจิคราย

หรือว่าผมจะไม่ปกติ...นี่ผมกำลังรู้สึกดีกับคนที่เคยทำร้ายร่างกายตัวเองสินะ ไม่ๆๆผมส่ายหัวกับเสื้อพลางหลับตาปี๋ ก่อนจะสะดุ้งเฮือกเมื่อรถกระตุกวูบหนึ่ง พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นดวงตาอำมหิตเหลือบมองมาเพียงเสี้ยววินาที

ก...กลัวแล้วครับ อุ่นไม่ซบก็ได้ โฮก

เมื่อกี้ผมผงะจนเกือบหงายหลังตกรถ โชคดีที่มือยังเกาะชายเสื้อคนตรงหน้าไว้แน่น และนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา ต่อให้หนาวแค่ไหนผมก็ไม่กล้าซุกหน้ากับเสื้อของคิมหันต์อีกเลย ประทานโทษเถอะ ผมยังรักชีวิตอยู่นะครับ ขืนหน้าด้านซุกอีกครั้งมีหวังถูกเหวี่ยงลงข้างทางกันพอดี

เนิ่นนานกว่าจะขับมาจนถึงที่จอดรถ และถ้ายังจำกันได้...บริเวณที่จอดรถอยู่ไกลจากโรงเรียนพอสมควร ผมก้มมองข้อเท้าของตัวเองพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินไปไม่ได้แน่ๆ ขนาดทรงตัวยืนยังไม่ไหว

ฮือ ซวยแล้วอุ่นเอ๊ย!

จังหวะที่ผมกำลังนึกกังวล คิมหันต์ก็เลี้ยวไปคนละเส้นทางกับที่จอดรถ เขามุ่งตรงไปยังประตูโรงเรียนอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน ผมเคยอ่านเจอ...กฎของโรงเรียนห้ามขับขี่ยานพาหนะทุกชนิด แต่นั่นอาจยกเว้นบรรดาราชินีกับราชา

เพียงแตะคีย์การ์ดทางด้านหน้า ประตูก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ยามเฝ้าประตูมองตามหลังมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะก้มลงไปเล่นโทรศัพท์ดังเดิมคล้ายชาชินกับการที่บรรดาราชาออกไปข้างนอกในยามวิกาล

อย่าว่าแต่ราชาเลย แม้กระทั่งนักเรียนธรรมดายังลอบหลบหนีออกไปเกือบทุกค่ำคืน

 

ผมเพิ่งรู้ว่าในโรงเรียนแห่งนี้มีที่จอดรถสำหรับราชา

มันอยู่ด้านข้างหอพักนี่เอง เป็นห้องเล็กๆ ที่มีเพียงราชาเท่านั้นที่เปิดได้ ฟังดูมีสิทธิเสรีภาพเหนือกว่าคนอื่น...สมกับความเก่งกาจที่ทำให้ครอบครองตำแหน่งนี้ได้นั่นแหละ

ผมฝืนสารร่างก้าวลงจากรถ พยายามพยุงตัวไม่ให้ล้มแต่ทำไม่ได้ สุดท้ายก็ไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่กับพื้น ขณะนั้นคิมหันต์ก้าวลงจากรถเช่นกัน  เขาปรายตามองผมชั่ววูบหนึ่งก่อนทำท่าจะเดินจากไป ทว่าผมอาศัยความใจกล้าหน้าด้านรั้งชายเสื้อของเขาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวครับ...”

อ...อุ่นแค่ดึงเสื้อเอง ทำไมต้องทำตาดุ ฮือ

“ช่วย...พาผมขึ้นไปนอนได้ไหมครับ”

เหงื่อเริ่มผุดพรายตามกรอบหน้าทั้งที่อากาศรอบด้านเย็นเฉียบ คล้ายว่าผมจะขอมากไป คิมหันต์จึงหมุนร่างกลับมาแล้วโน้มตัวกระชากรั้งเส้นผมบริเวณท้ายทอยอย่างไม่เบาแรง ผมจำต้องเงยหน้าขึ้นสบมองดวงตาที่ฉายประกายคุกรุ่นอย่างไม่อาจหลบเลี่ยง

เขากำลังสื่อสารทางสายตา ว่า ‘อย่าขออะไรที่มันเป็นไปไม่ได้

ฮือ...ทำไมต้องเกรี้ยวกราด ถ้าสายตาของคิมหันต์เป็นใบมีดล่ะก็ ป่านนี้ผมคงพรุนไปแล้ว!

              สมองของผมเริ่มระดมความคิดอย่างหนักหน่วง ทำยังไงถึงจะรอดหรือผมควรโทรหาใครสักคนให้มาช่วย...

              แต่ว่าสถานการณ์ตอนนี้มันไม่ปลอดภัย ใครจะกล้าหยิบมือถือออกมาสุ่มสี่สุ่มห้ากันล่ะครับ!

              “ม...ไม่ต้องก็ได้ครับ เดี๋ยวผมหาทางขึ้นไปเอง”

              ผมเอ่ยเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากสั่นระริกจนต้องขบมันเอาไว้แน่น ดวงตาคมดุหลุบลงมองเสี้ยววินาทีหนึ่ง...ก่อนจะเคลื่อนสายตาขึ้นดังเดิม ชั่วขณะนั้นผมขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ความวูบวาบจากอะไรบางอย่างแทรกซึมทั่วอณูขุมขนทั้งที่หวาดกลัวจนตัวสั่น

ทว่าไม่นานนักมือหนาก็คลายเส้นผมที่กำไว้แน่นออก ก่อนร่างสูงจะผุดลุกขึ้นยืน ผมเผลอกระเถิบถอยหนี และเพียงชั่วครู่ที่กะพริบตา...คิมหันต์ก็เดินไปไกลพร้อมกระเป๋าหนังคู่ใจในมือ

รวดเร็วสมเป็นเครื่องจักรสังหาร คนใจร้าย คนไร้หัวใจพาอุ่นมาเสี่ยงตายแล้วยังไม่รับผิดชอบอีก งื้อ

แต่จะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ เพราะผมเองก็หาเรื่องใส่ตัวตั้งแต่แรกเอง คิดพลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบาแล้วค่อยๆ ขยับร่างไปพิงผนัง ความเย็นเฉียบที่แทรกซึมผิวทำเอาสะดุ้งเล็กน้อย ผมขมวดคิ้วก่อนจะลูบแขนไปมา ยังดีที่ในโรงจอดรถพอจะกันลมหนาวได้บ้าง

ว่าแล้วก็ขยับมือควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง ผมมีเบอร์เพื่อนในโรงเรียนแค่สองคนเท่านั้นคือลาวากับเพียว แน่นอนว่าผมไม่คิดจะโทรหาลาวากลางค่ำกลางคืนแบบนี้หรอกครับ เพราะผู้หญิงไม่ควรออกจากหอในยามวิกาล โดยเฉพาะหอพักที่ตั้งอยู่บนเกาะซึ่งมีคนไม่ดีจากโลกภายนอกเต็มไปหมด

ผมขมวดคิ้วยามก้มมองเบอร์เพียว ลังเลใจอยู่นานว่าจะโทรไปรบกวนดีไหม เพราะเราไม่ได้เรียนอยู่ห้องเดียวกันและไปไหนมาไหนด้วยกันเหมือนแต่ก่อน อีกอย่างผมไม่กล้ากวนเวลานอนของเขาจริงๆ หอตะวันออกกับหอตะวันตกอยู่ห่างอย่างกับคนละซีกโลก บางทีถ้าผมคลานขึ้นหอคงเร็วกว่ารอให้เพียวเดินมาช่วย

ในที่สุดสวรรค์คงเห็นว่าผมลังเลอยู่นานเลยตัดสินชะตากรรมให้ ผมมองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ดับวูบไปด้วยแววตาว่างเปล่า นิ่งอึ้งอยู่แบบนั้นชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกปวดแปลบที่หนังหัวและข้อเท้าขึ้นมา

ให้ตายเถอะครับ อุ่นนอนนี่ก็ได้!

ว่าแล้วก็ขยับร่างหามุมเหมาะๆ เพื่อซุกตัว แต่กำแพงมันเย็นเสียจนอดที่จะหนาวสั่นไม่ได้ ถ้าเช้าแล้วผมจะขึ้นหอไปเอง ต่อให้ต้องคลานขึ้นไปก็จะทำ

เหนือสิ่งอื่นใด ผมต้องรีบขึ้นไปทำน้ำปั่น...น้ำปั่นของคนใจร้าย!

ผมยู่ปาก เอนหัวพิงผนังเย็นเฉียบพร้อมเปลือกตาที่ค่อยๆ ปรือลงจนปิดสนิทในที่สุด ผมไม่เคยเชื่อแม่บ้านที่บ่นว่าผมเป็นพวกอยู่ง่ายกินง่ายเกินไป จนกระทั่งมาประสบพบเจอกับตัวเองเนี่ยแหละ

อา...อยากได้หมอนนิ่มๆ สักใบจัง ทำไมมันหนาวแบบนี้ ผ้าห่มด้วยก็ดี

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา...ท่ามกลางความเงียบสงัดปรากฏเงาร่างของใครคนหนึ่ง

ดวงตาไร้อารมณ์จ้องมองไปยังกุญแจที่ยังเสียบคารถ ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปถอดมันออกมาแล้วเตรียมหมุนตัวกลับ จังหวะนั้นหางตาเหลือบไปเห็นก้อนอะไรบางอย่างกำลังนอนขดตัวอยู่ในมุมมืด

อ่อนแอสิ้นดี

เขาเกือบวกสายตากลับมา ถ้าไม่ติดว่า...

“อือ...หนาว”

“....”

“คน...ใจร้าย น้ำปั่น...แง่มๆ”

ริมฝีปากซึ่งซีดเซียวเพราะความหนาวเหน็บกำลังละเมอพึมพำไม่หยุด คำว่า ‘น้ำปั่น’ ที่หลุดลอดออกมาทำให้ขาซึ่งกำลังจะก้าวเดินหยุดชะงัก ดวงตาคมดุไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆ ก่อนจะเบี่ยงเส้นทางย่างก้าวเข้าไปหาร่างที่นอนขดอยู่อย่างเชื่องช้า

มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมลงไปกระชากรั้งคอเสื้อของคนที่นอนคอพับคออ่อน ทว่านอกจากจะไม่ตื่นแล้ว ร่างที่เล็กกว่ายังเอนตัวมาซบอกตามแรงดึงอีก

ดวงตาสีน้ำตาลแดงฉายประกายคุกรุ่นก่อนจะปล่อยคอเสื้อของอีกฝ่ายลงพื้นอย่างไม่ไยดี แค่ข้อเท้าพลิกแค่นี้....สำออยเดินไม่ได้?

ทว่าก่อนจะได้เดินจากไป มือนุ่มนิ่มและเรียวเล็กกว่าผู้ชายปกติก็คว้าหมับเข้าที่ขาเสียก่อน ดวงตาดุดันหลุบมองขาตัวเองซึ่งถูกเกาะเกี่ยวไว้แน่น บรรยากาศน่าขนลุกเริ่มอบอวนไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว...มีคนกำลังวอนหาเรื่องตายโดยไม่รู้ตัว

“อุ่นจัง...”

เขาไม่ลังเลที่จะขยับขาเพื่อสะบัดตัวน่ารำคาญออก ทว่าความอดทนมีไม่มากนัก ในเมื่อมันไม่ออก...

กริ๊ก!

ก็ตายซะเลยเป็นไง...?

ความอำมหิตฉายวาบผ่านแววตาวูบหนึ่ง ไหนๆ วันนี้มันก็อุตส่าห์หอบหิ้วมีดมาให้...จะปรานีด้วยการยิงเฉียดหัวใจแล้วกัน

“ไม่ทัน....”

“....?

“...น้ำปั่น ไม่ทันแน่”

ใบหน้านิ่วคิ้วขมวดของคนที่มักทำตัวมึนอึนอยู่เสมอส่งผลให้บรรยากาศน่าขนลุกค่อยๆ เจือจางลง คิมหันต์ก้มมองร่างเล็กกว่าที่กอดขาตัวเองนิ่ง ประกายเย็นเฉียบในดวงตามลายหายไปกลายเป็นไร้อารมณ์ดังเดิม

จะตาย...แล้วยังห่วงเรื่องนั้นอีก?

ทั้งที่อ่อนแอขนาดนี้แท้ๆ ทว่าบางครั้งกลับทำให้รู้สึกคล้ายมีบางอย่างซ่อนอยู่ ความธรรมดา...ที่ไม่ธรรมดา

ช่างน่าเบื่อหน่าย...และท้าทายไปในคราวเดียวกัน

คิมหันต์เก็บปืนลง ตวัดดวงตาซึ่งฉาบฉายไปด้วยความน่าขนลุกมองคนที่หลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราวครู่หนึ่ง

เขาจะเล่นด้วยก็ได้...ตราบเท่าที่อีกฝ่ายยังมีลมหายใจอยู่

 

ผมกะพริบตาตื่นขึ้นเมื่อรู้สึกปวดหลังและหนาวเหน็บไปทั่วร่าง เพดานสีขาวตัดกับผนังห้องสีแดงดั่งเลือดทำให้เผลอผุดลุกขึ้นนั่งอย่างมึนงง

ที่นี่...เหมือนห้องของเครื่องจักรสังหารไม่มีผิด เอ๋ห้องของคิมหันต์งั้นหรอ

ซวยแล้วครับผ...ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แถมยังนอนขวางประตูอยู่อีก ถึงว่า...ทำไมหนาวนัก

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ผมคิดว่าตัวเองไม่สมควรมาอยู่ที่นี่ ผมคงไม่ละเมอขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นบนสุดทั้งๆ ที่เจ็บข้อเท้าอยู่แน่ มีใครบางคนพาผมมา และคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...คนใจร้ายนั่น

คนไม่ดีอุ่นไม่ยกโทษให้ง่ายๆ หรอก บู้ๆ

จะว่าไปผมเริ่มระแวงขึ้นมาแล้วไง ปกติคิมหันต์ยอมให้ผมเข้าห้องง่ายๆ ซะที่ไหนกันครับ การช่วยเหลือครั้งนี้จะต้องมีเงื่อนงำแน่ๆ

ว่าแต่มีสตรอเบอร์รี่ในตู้เย็นหรือเปล่านะ ผมพยุงตัวลุกขึ้น แล้วเดินกะเผลกๆ เกาะผนังไปยังโซนครัว ป..เปล่านะครับผมไม่ได้ยกโทษให้เขาสักหน่อย ก็แค่ตอบแทนที่อีกฝ่ายหิ้วกันขึ้นมาบนห้อง ไม่ต้องนอนทนโดนยุงหามเฉยๆ

แม้สิ่งที่กำลังจะทำมันคือหน้าที่อยู่แล้วก็ตาม ฮือ...อุ่นจิคราย

 “อึก!

ม...ไม่ไหว ผมเผลอลงแรงที่ข้อเท้ามากไปหน่อยเลยเกือบเซถลาหน้าทิ่มพื้น โชคดีที่หางตาเหลือบไปเห็นตู้เย็นเข้า ผมแทบจะคลานไปคว้าน้ำแข็งในตู้เย็นและผ้าสะอาดแถวนั้นมาห่อพันแล้วประคบบริเวณที่ปวด มันก็พอช่วยบรรเทาอาการปวดและบวมได้ในระดับหนึ่ง แต่ทางที่ดีคือผมไม่ควรลงแรงกับเท้าข้างที่เจ็บนัก

ผมคิดว่าไม่น่าจะมีเอ็นฉีกหรือกระดูกหัก เพราะผมไม่รู้สึกปวดมากเท่าเมื่อคืน ถ้าได้พักสักหน่อยคงหายดี ไม่รู้สิครับ ปกติผมไม่ค่อยเข้าโรงพยาบาลอยู่แล้ว...ตระกูลหงส์มีแพทย์ประจำตระกูล ถ้าเจ็บป่วยเล็กน้อยเขาก็มาตรวจรักษาให้ตามอาการ

เมื่อรู้สึกดีขึ้นแล้วผมก็เริ่มทำน้ำปั่นในทันที แน่นอนว่าผมนั่งทำ อาจมีลุกขึ้นยืนบ้างตอนไปหยิบของ ในที่สุดน้ำสีแดงสดรสชาติเปรี้ยวอมหวานหอมกลิ่นผลไม้ขึ้นชื่อของทางเหนือก็เสร็จสมบูรณ์

ผมมองนาฬิกา อีกหนึ่งชั่วโมงก็จะได้เวลาเข้าเรียนแล้ว สงสัยวันนี้ผมคงต้องขาดเรียนสักวันเพราะเดินไปเองไม่ได้แน่ๆ พอนึกถึงเรื่องนี้ผมก็ยังสงสัยไม่หายว่าคิมหันต์พาผมขึ้นมาได้ยังไง

อุ้มมาบรื้อ แค่คิดก็สยองแล้วครับ ม...ไม่คิด หยุดคิด เลิกคิดนะอุ่น!

ผมส่ายหน้าถกเถียงกับตัวเองไปมา ค่อยๆ เกาะผนังออกมาจากโซนครัว ชั่วขณะนั้นขนทั้งร่างก็พลันลุกวาบ...สัมผัสได้ถึงสายตาซึ่งจ้องมองมาจากมุมใดมุมหนึ่งภายในห้องนี้ ผมขยับร่างอย่างอึดอัด วางแก้วน้ำปั่นลงบนโซฟาแล้วเกาะผนังเพื่อพยุงตัวไปทางประตู

เผ่นสิครับอุ่นจะไม่รีรออะไรทั้งนั้น แค่แบตโทรศัพท์หมดเมื่อคืนก็มากพอแล้ว ฮือ

ฟิ้ว!

“อึ่ก!

ด้วยความที่ต้องก้มหลบบางสิ่งบางอย่างตามสัญชาตญาณ ทำให้ผมล้มลงบนพื้น ลูกดอกขนาดเล็กปักลงกลางเป้าอย่างแม่นยำ...และเป้านั่นมันดันอยู่ด้านหลังผมพอดี

โฮ! อุ่นจิคราย

คิมหันต์ปรากฏตัวออกมาจากมุมมืดตรงราวบันไดขึ้นไปสู่ชั้นสอง เขาอยู่ในชุดพร้อมไปเรียน...แล้วตัดภาพมาที่ผม ผมคนนี้ที่อยู่ในชุดเมื่อวาน แถมด้วยหัวฟูฟ่องจากการนอนดิ้นบนพื้น

              ผมมองคิมหันต์ด้วยแววตาว่างเปล่า ร่างกายยังคงสั่นสะท้านเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดหายใจไปชั่วขณะยามเมื่อร่างสูงกำยำเดินเลยผ่านไปคว้าน้ำปั่นแล้วยกขึ้นละเลียดชิมเล็กน้อย ดวงตาที่แลดูลึกลับตลอดเวลานั่นไม่แสดงอารมณ์หรือแม้แต่จะเหลือบมองมาทางผมแม้แต่นิด

เดี๋ยวนะครับ...ได้ข่าวว่าเมื่อกี้คุณเพิ่งปาลูกดอกใส่ผม ไม่สิ...ใส่เป้าที่มันดันบังเอิญมาอยู่ด้านหลังผม!

ร...หรือว่านี่จะเป็นการกลั่นแกล้ง อะฮึกอุ่นโดนทำร้าย

ผมกะพริบตาปริบๆ หันมองลูกดอกสลับมองร่างสูงไปมาสองสามรอบ ไม่กล้าลุกขึ้นยืนหรือแม้กระทั่งมองไปทางประตูอีก

คือเขาต้องการอะไรจากสังคม ไม่สิ...จากผมหรือครับ อุ่นจะตายแล้ว อุ่นไม่ไหวแล้ว

“...มา”

ไอ้ท่ากระดิกนิ้วเรียกสองครั้งแบบนี้นี่มันอะไรกันครับ ผมเอียงคอมองอย่างนึกงุนงง คิมหันต์ไม่ได้มองผมขณะที่เอ่ยขึ้นด้วยซ้ำ ดวงตาของเขายังคงจดจ้องวิวทิวทัศน์ด้านนอกม่านที่ถูกคลี่ออก มือหนาถือแก้วน้ำปั่นในขณะที่กำลังเอนร่างพิงหน้าต่างเพื่อชมวิว

ผมจงใจมองเมินไม่เดินเข้าไปหาดังเช่นทุกที ไม่ใช่จะต่อต้านแต่คือเดินไปไม่ได้จริงๆ

ความเงียบเข้าปกคลุมรอบบริเวณ จนกระทั่งดวงตาสีน้ำตาลแดงตวัดมองมาในที่สุด ผมไม่ปฏิเสธว่าดวงตาของเขาแลดูน่าดึงดูดยามเมื่อกระทบกับแสงอ่อนๆ ของยามเช้า ทว่าเมื่อมันจ้องมองมาที่ผม...ความน่าหลงใหลนั่นก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกและอันตรายอย่างถึงที่สุด

ทั้งที่ปกติจะมองคนอื่นด้วยสายตาไร้อารมณ์เสมอแท้ๆ แต่ทำไมกับผมถึงขยันเกรี้ยวกราดนัก คนสองมาตรฐาน เครื่องจักรสังหารใจร้าย!

 

 

 




 

 


Writer talk2

บทนี้ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่ค่ะ แต่ทุกคนคงได้รู้จักตัวตนของหนูคิมคนไสยมากขึ้น  ถ้าท่านใดแสวงหาการพัฒนาแบบก้าวกระโดดระหว่างพระเอกกับนายเอก เรื่องนี้ไม่ตอบโจทย์นะคะเพราะไรท์ต้องการให้ทั้งคู่เรียนรู้ซึ่งกันและกันแล้วค่อยๆขยับความสัมพันธ์ไปค่ะ (แต่ไม่ได้หมายความว่าบางสถานะมันจะก้าวกระโดดไม่ได้นะคะ//ยิ้มหวาน)

#อาทิตย์หน้าและอาทิตย์ถัดไปไม่ได้อัพนะคะ ไรท์ขอเวลาจัดการแพคหนังสือ Rose of king ส่งให้ท่านที่สั่งพรีออเดอร์มาค่ะ(เป็นฟิคเรื่องหนึ่งที่ไรท์แต่งขึ้นนานแล้ว) ไว้จะหาเวลามาลงเรื่องนี้ชดเชยให้น้า คาดว่าบทนี้คงไม่ค้าง และตอนหน้าจะเข้มข้นขึ้นแน่นอนค่ะ//ยิ้มกรุ่มกริ่ม

#ไล่ฆ่าล่ารัก

                                                                                                                                รักรีดเดอร์ 

 

Writer talk1

หลังจากผ่านบทบู้ บทนี้ไรท์เลยเอาฉากเซอร์วิสมาเสิร์ฟค่ะ อะไรนะคะ...หาไม่เจอ? //เหงื่อตก ความจริงแล้วไรท์ตั้งใจถ่ายทอดความรู้สึกของสองตัวละครนี้มาก แต่สำหรับหนูคิมคนไสยนั้น ไรท์ก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ใครอยากรู้ต้องลองเข้าไปนั่งในใจหนูคิมแล้วล่ะค่ะ//ฮิ้ววว  ไว้พบกันคราวหน้านะคะ ^^

#ติดตามข่าวสารการอัพนิยายได้ที่    >>เพจ<<    ,    >>ทวิต<<

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.58K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,901 ความคิดเห็น

  1. #45439 crzoldyck7 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 21:00
    นุคิมเขารักหนูลูก แค่แสดงออกแบบแบดๆ แบ๊ดดดดดดดแบด อุ่นอย่าเพิ่งตายก่อนนะ นุต้องอดทน
    #45,439
    0
  2. #44919 ChanyaSrikaew (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:18
    ลากรึป่าว =='
    #44,919
    0
  3. #38483 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 23:46
    ไออุ่นคือฆ่าใครไม่ได้หรอก..โดยเฉพาะ​คิมเนี่ยยย
    #38,483
    0
  4. #37115 NoneCoffee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 09:48
    กลัวใจตอนคิมรู้ว่าบ้านหงส์ส่งอุ่นมาฆ่า ดราม่าหนักมั้ยอ่า อย่าหนักเลยน้า
    #37,115
    0
  5. #32860 Punch_9397 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:21

    ใครว่ามันไม่มีการเปลี่ยนเเปลง???

    มันก็มีนะ

    อาทิเช่น จากที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของอิพี่คิมเลยน้องก็อยู่ในสายตาเเล้ว เพราะการกระทำมันมีอะไรที่เเตกต่างมากๆที่อิพี่ทำกับคนอื่นหรือทำกับน้อง(ยกเว้น ความโหด) เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวเค้าก็รักกัน ค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์ เพราะคนโหด ซึนกับเรื่องความรักตลอด เพลิงกัลป์เอย เพลิงนิลเอย คิมหันต์เอย //หลบปืน ตลบสองทีเพื่อหลบไพ่ เเละหลบลูกดอกที่เฉียดหน้าปายยยย~~555+

    #32,860
    0
  6. #30564 crzoldyck7 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 15:20
    อุ้มรึป่าววววว??
    #30,564
    0
  7. #25885 mook (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 14:41

    โถ่ๆๆพ่อเจ้าประคุณรุณข่องอะไรจะโหดร้าบกับน้องตลอดเวลาได้ขนาดนี้

    #25,885
    0
  8. #25816 DsJmss (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 17:01
    สรุปคิมใช้วิธีไหนพาน้องอุ่นขึ้นมานอน
    #25,816
    0
  9. #23895 KiHaE*129 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 23:35

    จริงๆ ก็ยังไม่เข้าใจคิม อะไรจะเกรี้ยวกราดใส่น้องตลอดเวลาขนาดนั้น

    ใช่น้องดูเป็นคนออนแอ่ แต่ก็กล้าในบางที

    แต่ถ้าไม่ใช่อุ่นนะคงมีอาการทางจิตไปแล้วอะ

    #23,895
    0
  10. #22774 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 00:44
    น้ำปั่นช่วยชีวิตตลอดด
    #22,774
    0
  11. #22759 Ayyye (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 21:51

    สงสารเคะเรื่องนี้

    #22,759
    0
  12. #22166 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 12:19
    รู้สึกว่าตั้งแต่ตอนแรกยันตอนนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยง่ะ
    #22,166
    3
    • #22166-2 mindsh94(จากตอนที่ 16)
      29 เมษายน 2562 / 13:52
      ไม่ค่อยรู้สึกถึงความเปลี่ยนเท่าไหร่
      #22166-2
    • #22166-3 Ayyye (จากตอนที่ 16)
      7 พฤษภาคม 2562 / 21:52
      เห็นด้วย
      #22166-3
  13. #21736 SuNNyyy_123 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 02:42
    ลุ้นมาก แต่ไม่ได้ลุ้นให้เขารักกันนะคะ ลุ้นให้น้องรอดไปยันจบอย่างเดียวเลย5555555555555
    #21,736
    0
  14. #21379 khimmee56 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 15:57
    -คนใจร้าย ถ้าไม่มีสตอเบอรี่ปั่นคือลูกฉันตายแน่ๆ โฮ
    #21,379
    0
  15. #20711 zerogross (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 21:42
    คนใจร้าย!!!!!
    #20,711
    0
  16. #19086 KoKz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 17:48
    เนื้อเรื่องดีอะไรดีหมดยกเว้นไออุ่น555//หยอกๆ
    #19,086
    0
  17. #18840 0924211827 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 08:05
    วลีเด็ดของน้องคือ อุ่นจิครายยยย สิน่ะ
    #18,840
    1
    • #18840-1 九尾狐鬼(จากตอนที่ 16)
      9 สิงหาคม 2563 / 13:24
      มันแปลว่าอะไรหรอคะตัว555
      #18840-1
  18. #18367 MINERVA09 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 00:16
    อย่างน้อยก็ยอมเล่นด้วย(?)
    #18,367
    0
  19. #17975 Yumajiharu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 23:30
    สงสารน้องอุ่น น้องควรไปทำบุญ5555
    #17,975
    0
  20. #15891 Xialyu (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 17:33
    ลุ้นกันทุกตอน
    #15,891
    0
  21. #15577 lluv KAITO vull (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 16:47
    น้ำปั่นทุกเช้า = ได้กินตลอดไป
    55555+
    #15,577
    0
  22. #15215 Tofu_Jcbsmm (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 09:39
    น้องจะรอดถึงตอนจบใช่มั้ยยย
    #15,215
    0
  23. #13705 RealThxnB (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 07:40
    ตอนนี้ขอให้น้องมีชีวิตรอดอย่างเดียวแล้ว ไม่ต้องรักกันแล้วก็ได้ค่ะ5555555
    #13,705
    0
  24. #13038 -=<<pilogue>>=- (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 13:12
    ลุ้นทุกตอนไปกับอุ่นจริง ๆ ชีวิตอยู่ยากจริง ๆ อุ่นเอ้ย
    #13,038
    0
  25. #13027 Quiet_gg (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 23:04
    เป็นกำลังใจให้น้องอุ่นจิครายนะคะ5555
    #13,027
    0