[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 12 : Ep.12::การประชุมที่แสนกดดัน กับบรรยากาศน่าขนลุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 88,655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,411 ครั้ง
    17 ส.ค. 63





Ep.12

 การประชุมที่แสนกดดัน กับบรรยากาศน่าขนลุก 

   

              ขณะนี้ผมกำลังยืนนิ่งอยู่ตรงจุดเดิมพร้อมเอกสารปึกหนาในมือ โชคดีที่วันนี้ไม่มีการบ้าน ดังนั้นน่าจะเคลียร์ได้เร็วขึ้น ผมลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองต้องหาทางเข้าใกล้คิมหันต์เพื่อลอบฆ่าเขา และโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้ชิดแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ

แต่...วันนี้คิมหันต์อารมณ์ไม่ดี จากที่จะเป็นฝ่ายฆ่า คงไม่ใช่ว่าผมจะโดนฆ่าเองเข้าหรอกนะ

              ร่างสูงกำลังเอนกายอยู่บนโซฟาสีแดง ในมือมีอุปกรณ์อะไรบางอย่างที่ผมไม่สามารถระบุได้ ด้านข้างโซฟาเป็นโต๊ะกระจกที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์จำพวกสายไฟ น็อตตัวเล็ก กล้องตัวจิ๋ว ใบมีด และของมีคมอื่นๆ ที่ผมไม่รู้จัก

              คล้ายว่าหลังจากโยนงานมาให้ผมเสร็จ เขาก็เข้าสู่โลกส่วนตัวไปเรียบร้อยแล้ว ภายในห้องมีเพียงเสียงกระทบกันของโลหะแผ่นบางเฉียบที่เครื่องจักรสังหารกำลังถือไว้ในมือ ผมคิดว่าเขาน่าจะกำลังจะประดิษฐ์อะไรบางอย่างขึ้นมา

              และเชื่อเถอะครับว่าคงไม่ใช่อุปกรณ์ธรรมดาทั่วไปที่พบเห็นได้ตามท้องตลาดแน่ๆ และผมก็ยังรักชีวิตพอที่จะไม่เข้าไปสอดรู้สอดเห็นตอนนี้

              ผมตัดสินใจเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวในโซนครัว จากนั้นก็หยิบปากกาที่พกติดตัวไว้ตลอดขึ้นมา อ่านเอกสารคร่าวๆ ก็พบว่างานกีฬาสีของโรงเรียนแห่งนี้จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี มีทั้งหมดสี่สี...โดยทุกหอจะแบ่งคนออกเป็นหอละสี่กลุ่มอย่างเท่าเทียมกัน แสดงว่าในแต่ละสีก็จะมีคนทั้งสี่หอมารวมตัวกัน ถือได้ว่าเป็นงานใหญ่เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีกีฬามากมาย อาทิเช่น ยิงปืน ขี่ม้า วิ่งแข่ง เทนนิส บาสเกตบอล ฟุตบอล ว่ายน้ำ หลักๆ ก็จะมีเพียงเท่านี้

ทว่าไฮไลท์ที่สำคัญของงานเลยคือ...หลังจบกีฬาสีจะมีการประชันกันระหว่างหอพักทั้งสี่

ทำไมผมถึงใช้คำว่าประชันกันน่ะหรอ ก็เพราะทางโรงเรียนจะจำลองสถานการณ์ให้คล้ายงานวันเทศกาลมากที่สุด จุดประสงค์ในเอกสารระบุว่าเพื่อเป็นการสังสรรค์กระชับมิตรระหว่างนักเรียน  ทว่าทางโรงเรียนจะมอบธงให้หอละหนึ่งธง พอตกกลางคืนซึ่งเป็นสัญญาณของการเริ่มงานเลี้ยง ทุกคนจะต้องออกตามหาธงที่ไม่ใช่ของหอตัวเอง 

หอใดได้ธงมามากที่สุดก็ชนะไป... 

ไม่น่าจะใช้คำว่า ‘กระชับมิตร’ นะครับ ควรใช้คำว่า ‘เพิ่มความเป็นศัตรู’ มากกว่า

ผมตรวจเอกสารคร่าวๆ ก่อนจะคัดลอกออกมาไว้กับตัวหนึ่งฉบับ เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเอกสารนี้ต้องส่งคืนทางโรงเรียนหรือเปล่าเพราะค่อนข้างเป็นความลับเลยทีเดียว มีเพียงราชาของหอที่เข้าร่วมการประชุมเท่านั้นที่รู้ 

อ...เอ๋กระดาษแผ่นสุดท้ายนี่มันอะไร พอลองกวาดตาอ่านดูผมก็ต้องอ้าปากค้าง เชื่อแล้วว่างานนี้เป็นงานใหญ่จริงๆ เพราะราชาและราชินีของหอต้องนำอัศวินมาร่วมการประชุมด้วยทุกครั้งเพื่อจดรายละเอียดปลีกย่อย และร่วมแสดงความคิดเห็น 

นัดครั้งที่สองคือวันพรุ่งนี้ตอนแปดโมงเช้า แสดงว่าผมก็พลาดการประชุมครั้งแรกไปแบบเต็มๆ ซวยแล้วอุ่นเอ๊ยไม่น่าลืมดูตารางเวลาชีวิตของการเป็นอัศวินเลย

ทั้งที่ได้รับสมุดการประชุมมาตั้งแต่ครั้งก่อนแล้วแท้ๆ ทำไมผมละเลยหน้าที่ตัวเองแบบนี้นะ ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่คิมหันต์จะโยนงานตรงนี้มาให้ทำ เพราะมันคือหน้าที่ของผมไง ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาอยู่แล้ว 

ราชา...ก็มีหน้าที่เพียงตัดสินใจในสิ่งที่ถูกเสนอโดยอัศวินเท่านั้น สบายสมตำแหน่งราชา ราชินี นั่นแหละ ไหนจะสามารถสร้างกฎได้ตามใจชอบอีก แต่กฎนั้นต้องผ่านการเห็นชอบตั้งแต่สองเสียงขึ้นไปจากบุคคลตำแหน่งเดียวกันนะ

ผมแอบรู้สึกผิดนิดๆ ที่ปล่อยให้คิมหันต์เข้าประชุมคนเดียวในครั้งแรก หลังจากนั่งคัดลอกเพียงประเด็นสำคัญกับร่างข้อความเสนอต่อที่ประชุมเสร็จ ผมก็เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะก่อนจะพบว่านาฬิกาเข็มสั้นและเข็มยาวชี้ที่เลขสิบสองพอดิบพอดี

เที่ยงคืนแล้ว อย่างน้อยคิมหันต์ก็ไม่ได้ไล่ผมกลับห้องในทันที...เป็นคนดีกว่าที่คิดแหะ

เดี๋ยวนะเครื่องจักรสังหารจะกลายเป็นคนดีไปได้ยังไง เขียนงานจนเพี้ยนไปแล้วสินะอุ่น งื้อ

ผมสะบัดหน้าเบาๆ เรียกสติสตังให้กลับเข้าร่าง พอเดินออกมาจากโซนครัวก็พบว่าคิมหันต์กำลังนอนหลับคาโซฟาสีแดงเรียบหรู แขนข้างหนึ่งห้อยตกลงมาละพื้นพรม ในขณะที่แขนอีกข้างวางพาดอยู่บนหน้าท้อง ส่วนขาทั้งสองข้างไขว้กันและวางพาดอยู่บนที่เท้าแขนของโซฟา เขายังคงอยู่ในชุดเดิม...คือเสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงดำ

มองรวมๆ แล้วยังกับมีออร่าพุ่งออกมาจากร่างตลอดเวลา...ดูสูงส่งสมกับคำว่า ‘เกินเอื้อม’ จริงๆ

พอเผลอเดินเข้าไปใกล้ผมก็พลันรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมา รีโมทปรับแอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟาปรากฏตัวเลขยี่สิบสององศา ให้ตายเถอะครับ...อยู่ไปได้ยังไง ไม่ใช่ว่าแข็งตายไปแล้วหรอ ดีนะที่ผมอยู่ตรงโซนครัวเลยไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่

ผมวางกระดาษปึกหนาไว้บนโต๊ะข้างๆ บรรดาอุปกรณ์ของเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แอบเหลือบไปเห็นมือข้างที่ตกลงมาจากโซฟายังกำแผ่นโลหะแน่นไม่ปล่อย น่าจะหลับคาที่ไปจริงๆ สินะ มองดูแล้วตอนหลับช่างไร้พิษสงแตกต่างกับตอนตื่นอย่างสิ้นเชิง

ผมยืนค้างอยู่ท่าเดิม มองใบหน้าครึ่งเสี้ยวที่ทั้งคิ้ว ตา จมูก ปาก รับกันได้สัดส่วนอย่างกับพระเจ้าบรรจงสร้างเขาขึ้นมาด้วยความประณีต ทำไม...ผมถึงหวาดกลัวเขามากมายขนาดนี้กันนะ ทั้งที่คิมหันต์ก็มีรูปร่างเป็นมนุษย์คนหนึ่งแท้ๆ

จะว่าไปมันใช่เรื่องที่ผมจะมายืนจ้องหน้าเขาไหมเนี่ย คิดพลางยกมือขึ้นตบแก้มตัวเองแปะๆ กะพริบดวงตาเลื่อนลอยสองสามครั้งแล้วหมุนตัวเตรียมกลับห้อง ทว่าสุดท้ายก็ต้องชะงักขาแล้วหมุนร่างกลับมาแอบกดปุ่มเพิ่มอุณหภูมิบนรีโมทควบคุมแอร์อยู่ดี

ติ๊ดๆ!

ไม่ใช่ว่าผมอยากญาติดีกับเขาหรอกนะ เพียงแค่...คิดว่าเขาก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่ล่ะมั้ง ทั้งสอนผมยิงปืน ทั้งไม่ขับไล่ไสส่งเหมือนตอนที่พบกันคราวแรก อย่างน้อยคิมหันต์ก็ยังมีด้านดีๆ อยู่บ้าง

ถ้าไม่นับรวมที่ชอบใช้ผมเป็นเป้าทดลองฝีมือกับกลั่นแกล้ง(?)ให้ตื่นกลัวอยู่บ่อยๆ น่ะนะ ซึ่งก็ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าแต่ละครั้งที่โดนคุกคามอีกฝ่ายแค่แกล้งหรือตั้งใจจะเอาจริง

งื้อ...กลับไปลดแอร์ลงทันไหม ทำไมคิดไปคิดมาด้านชั่วร้ายของเขามันเริ่มมีเยอะกว่าด้านดีๆ เสียแล้วล่ะ!

ทว่ามาคิดได้ตอนนี้ก็สายไปเสียแล้ว เพราะผมออกมาจากห้องของเครื่องจักรสังหารและกำลังลงลิฟต์ไปยังชั้นล่างสุดเพื่อขึ้นลิฟต์อีกตัวมาที่ห้องพักของตัวเองน่ะสิ แม้แต่ลิฟต์ยังต้องแยกกันใช้ เชื่อเลยว่าตำแหน่งราชาถูกกำหนดมาเพื่อแบ่งชนชั้นในโรงเรียนจริงๆ

ว่าแต่เมื่อกี้ผมมีโอกาสลอบฆ่าเขาแล้วนี่นา...ทะ ทำไมโง่แบบนี้ล่ะอุ่น อ๊าก!

โป๊กๆ!

ผมโขกหัวตัวเองกับประตูลิฟต์สองที ทั้งที่เมื่อครู่นี้ผมควรจะคิดเรื่องลอบสังหารคิมหันต์ได้แท้ๆ แต่กลับไม่มีเรื่องนั้นอยู่ในหัวแม้แต่น้อย งื้อ วันข้างหน้ายังมี เขายังเป็นเจ้ากรรมนายเวรผมอีกนาน ดังนั้นต้องลอบฆ่าได้สำเร็จในสักวันแน่!

 

บนโซฟาสีแดงเลือดหมู...ร่างหนึ่งกำลังเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า

มือข้างที่กำแผ่นโลหะชูขึ้นในระดับสายตา แสงไฟตกกระทบตัววัตถุจนเกิดเป็นประกายวาววาบ...ออกแรงเพียงนิด ความคมก็แทรกซึมเข้าสู่ผิวเนื้อ 

หยดเลือดสีแดงฉานไหลซึมลงมาตามร่องมือ ร่างที่นอนอยู่ขยับมันเข้าใกล้ก่อนจะแลบลิ้นเลีย ดวงตาซึ่งสะท้อนผ่านโลหะฉายแววคมกล้า...และพลันแปรเปลี่ยนเป็นน่าขนลุกภายในเสี้ยววินาที

หนูที่เกือบถูกจะลงทัณฑ์ หลุดรอดไปได้เพียงเพราะรีโมทปรับแอร์เครื่องเดียว

 

            เช้านี้ผมมีภารกิจ...ถ้ายังจำกันได้

ใช่แล้ว เพราะผมต้องมาปลุกคิมหันต์ในทุกๆ เช้า แม้จะรู้ว่าตัวเองเข้าไปปลุกถึงในห้องไม่ได้ก็ตาม ฮือ นี่มันเจ้ากรรมนายเวรชัดๆ ถ้าไม่เรียกเจ้ากรรมนายเวรจะให้เรียกว่าอะไร

 ก๊อกๆๆ!

“คิมหันต์ครับ...มีประชุมตอนแปดโมงเช้านะครับ”

รู้ตัวดีว่าเข้าห้องของเขาไม่ได้เลยมาประมาณเจ็ดโมงครึ่ง ทว่าดูเหมือนคนในห้องจะไม่อนาทรร้อนใจเลยสักนิด ไม่มีเสียงตอบรับอะไรทั้งสิ้นด้วย ผมกำลังจะเคาะอีกครั้ง แต่จังหวะนั้นประตูก็เปิดออกพอดี

ผมดันมันเข้าไปอย่างเชื่องช้า คราวนี้ระวังตัวสุดฤทธิ์ มาเลยลูกดอกก็ลูกดอกเถอะ อุ่นพร้อมไฝว้แล้ว

คิดพลางปาดน้ำตาในใจอย่างเงียบงัน ทว่าบรรยากาศกลับเงียบกริบ ไม่มีอาวุธอะไรพุ่งตรงมาทางผมทั้งนั้น ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย และแล้วในที่สุดผมก็กวาดตาหาเขาจนพบ คิมหันต์ยืนอยู่บนชั้นสองและกำลังเดินลงบันไดมา

ผมจะไม่บรรยายชุดที่เขาใส่ให้เป็นการเสียเวลา เพราะไม่มีชุดใดสามารถลดทอนออร่าสูงศักดิ์รอบร่างของเครื่องจักรสังหารได้เลยแม้แต่นิด นี่ถ้าโกหกว่าเขาเป็นเชื้อพระวงศ์ของประเทศใดประเทศหนึ่งปลอมตัวมาผมคงเชื่อไปแล้ว

“คือว่าวันนี้...ผมจะเข้าร่วมการประชุมกับคุณครับ”

พรึ่บ!

“อ๊ะ!

ผมผวารับเอกสารหนาปึกที่ถูกโยนมาอย่างน่าหวาดเสียว คิมหันต์เดินเลยผ่านหน้าผมไปทางประตูโดยมีกระเป๋าสีดำลวดลายประหลาดพาดไหล่ดังเดิม เมื่อกี้ยกเอกสารนี่ด้วยมือเดียวได้ยังไงผมถึงขนาดต้องอุ้มด้วยสองแขนเชียวนะ จะแข็งแรงเกินไปแล้ว

ผมเดินตามแผ่นหลังกว้างมาเงียบๆ สูงจังแหะ...พอมองดูจากทางด้านหลังแล้วถึงรู้ว่าเขาสูงกว่าผมพอสมควรเลย 

ท่ามกลางสายตาของผู้คน แทบไม่มีใครรู้ว่าผมกับคิมหันต์มาด้วยกัน นั่นเพราะจุดรวมสายตาคือร่างสูงผู้เป็นเจ้าของบอดี้สุดฮอตทางด้านหน้า ในขณะที่ผมซึ่งเดินตามหลังเป็นจุดบอดทางสายตาอย่างแท้จริงๆ

เสียงหวีดร้องแผ่วๆ มีมาให้ได้ยินตลอดทาง บางคนนี่ถึงกับมองตามจนเหลียวหลัง ผมเห็นกลุ่มผู้หญิงหลายคนหน้าแดงวาบ ไม่มีใครเลยที่จะไม่มองเขา ให้ตายเถอะ...ทำไมผมต้องมาสัมผัสชีวิตเซเลบของคนอื่นในระยะประชิดแบบนี้ด้วย

ไม่นานนักคิมหันต์ก็มาหยุดยืนหน้าตึกแห่งหนึ่ง ผมไม่เคยมาที่นี่มาก่อนเพราะมันอยู่ไกลจากตึกที่ใช้เรียนพอสมควร คิมหันต์ก้าวเท้าเข้าลิฟต์ในขณะที่ผมวิ่งตามเข้าไปอย่างฉิวเฉียด ตัวเลขหยุดลงตรงชั้นเจ็ดก่อนประตูจะเปิดออก ร่างสูงเดินนำหน้าไปทางขวามือ ระหว่างเรามีเพียงความเงียบล้วนๆ ทว่าผมกลับไม่ได้นึกอึดอัดเท่าวันก่อนๆ

คงเพราะกำลังหอบเหนื่อยอยู่ล่ะมั้ง เอกสารในอ้อมแขนก็หนักเสียเหลือเกิน อุ่นจิครายยย

พรึ่บ!

ประตูสีทองลวดลายวิจิตรถูกเปิดออก ผมใช้ร่างดันไว้ได้ทันก่อนมันจะปิดลง บรรยากาศหนาวเหน็บด้านในตกกระทบผิวเสียจนขนลุกซู่ มีหกสายตาจ้องมายังคิมหันต์...แต่พวกเขาไม่เห็นผมเพราะร่างสูงด้านหน้ายืนบังกันเสียมิด

“ราชาตะวันตกมาแล้ว...งั้นก็เริ่มประชุมกันเลยเถอะ”

ผู้หญิงตาสีน้ำข้าวรับกับผมสีบลอนด์ทองเป็นผู้เปรยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้อง เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่สลักคำว่า ‘SOUTH’

“เอ๊ะ นั่นใครน่ะ เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง”

ผู้หญิงผมสีน้ำตาลแดงที่นั่งประจำตำแหน่ง ‘NORTH’ เอ่ยทักขึ้นเป็นลำดับถัดมา ดวงตาเรียวสวยเฉกเช่นนางพญาจ้องมองผมเขม็งก่อนจะเชิดหน้าขึ้นนิดๆ เธอเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นผม

ในห้องนี้มีโต๊ะสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่อยู่กลางห้อง เก้าอี้ที่วางอยู่ทั้งสี่ด้านน่าจะเป็นเก้าอี้สำหรับราชาและราชินี ส่วนอีกสามคนที่ยืนอยู่ด้านหลังราชาและราชินีของตนเองนั้น...คงเป็นอัศวิน

“ผม...เป็นอัศวินของราชาตะวันตกครับ ต้องขออภัยด้วยที่เมื่อวานไม่ได้เข้าร่วมครับ”

โค้งคำนับตามมารยาทก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยแววตาสงบนิ่ง ทั่วทั้งห้องให้ความสนใจผมในทันที ยกเว้นร่างสูงที่เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ ‘WEST’ เขาไม่แม้แต่จะปลายหางตามามองผมเลยสักนิดเดียว

“...ราชาตะวันตกมีอัศวินด้วย?

สุ้มเสียงเย็นชาพุ่งตรงมาพร้อมสายตาชนิดหนึ่ง ผมหันไปมองทาง ‘คอลเลอร์ เอวาน’ ที่นั่งอยู่ด้านตรงกันข้ามกับคิมหันต์ก่อนจะหลุบตาลงต่ำ ทว่าความรู้สึกคล้ายยังคงถูกจ้องมองอยู่ทำให้เงยหน้าขึ้นจ้องกลับอย่างนึกสงสัย ทำไมราชาตะวันออกถึงจ้องผมเขม็งแบบนั้นล่ะ

ต่อให้จ้องจนพรุนผมก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาหรอก แม้เขาจะน่ากลัวมากก็เถอะ

ตุ้บ!

“เริ่มซะ...”

เอกสารในมือถูกดึงออกไปพลางโยนลงบนโต๊ะดังตุ้บ ผมสั่นผวาจนเกือบถอยกรูดยามเมื่อสัมผัสได้ถึงบรรยากาศมาคุที่เริ่มก่อตัวขึ้น

ค...แค่ลืมยื่นเอกสารให้เอง ทำไมต้องเกรี้ยวกราด งื้อ

              “ขอคัดค้านประเด็นหนึ่งในเรื่องของการจัดงานกีฬาสีค่ะ ที่ทางโรงเรียนให้แบ่งกลุ่มคนภายในหอออกเป็นสี่กลุ่มแล้วนำไปคละกันในแต่ละสี ทางเราคิดว่ามันยุ่งยากไป ควรที่จะแบ่งสีละหอทีเดียวเลยดีกว่า อย่างไรเสียหลังจบงานก็ต้องเข้าร่วมกิจกรรมเทศกาลชิงธงของหออยู่ดีค่ะ”

              หลังจากการประชุมผ่านพ้นไปได้ไม่นานนัก อัศวินที่ยืนอยู่ด้านหลังของราชินีทิศใต้ก็เป็นผู้พูดนำเสนอขึ้นมา

              “ฉันเห็นด้วยกับอัศวินของฉัน คนอื่นๆ ล่ะว่ายังไง”

              ผู้หญิงผมบลอนด์ที่นั่งประจำเก้าอี้ SOUTH เอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบ เธอกวาดตามองคอลเลอร์ที่กำลังนั่งไขว้ห้างสลับกับคิมหันต์ที่นั่งนิ่งเป็นหุ่นยนต์ จากนั้นก็มองราชินีตะวันตกส่งท้าย

              “ฉันไม่เห็นด้วย อย่างลืมสิว่าหอหญิงล้วนอย่างพวกเรา...จะหาโอกาสใกล้ชิดกับผู้ชายได้สักกี่งานกัน”

              สาวสวยผมน้ำตาลแดงเหลือบตามามองคิมหันต์อย่างมีนัยยะ เอ่อ...อย่าบอกเชียวนะว่าราชินีทิศเหนือชอบเครื่องจักรสังหารเข้าแล้วน่ะ แค่คิดภาพว่ามัจจุราชอย่างเขาเดินควงแขนใครผมก็พลันขนลุกซู่แล้ว

ตายแน่...ผู้หญิงโชคร้ายคนนั้นต้องตายแน่ๆ!

“อีกอย่าง กีฬาบางรายการ...พละกำลังของทางเราก็เสียเปรียบกว่าหอพักชาย ฉันว่าวิธีนี้ไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่”

“แต่ฉันเชื่อว่าเราไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้ชาย หรือเธอคิดว่าตัวเองไม่ได้แข็งแกร่งว่าคนพวกนั้น?

ราชินีทิศใต้โต้กลับเสียงเรียบ ดวงตาสีน้ำข้าวของเธอเป็นประกายแข็งกร้าววูบหนึ่ง แลดูเยือกเย็นและสง่างามราวกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ แตกต่างจากราชินีทิศเหนือที่ให้ความรู้สึกเซ็กซี่เย้ายวนชวนค้นหา

“หึ...แล้วยังไง เธอมั่นใจหรอว่าผู้หญิงในหอพักทางใต้จะแข็งแกร่งเท่าผู้ชายทุกคน ในแต่ละสีจำเป็นต้องมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายเพื่อความสมดุลกัน  อย่างกีฬาบาสเกตบอล...เธอคิดจะให้ผู้หญิงไปแข่งกับผู้ชายจริงๆ น่ะหรอ” 

ผมยืนนิ่งกะพริบตามองผู้หญิงผมสีน้ำตาลแดงที่กำลังโต้ตอบกับผู้หญิงผมบลอนด์อย่างดุเดือด บรรยากาศภายในห้องแอร์เย็นเฉียบเริ่มร้อนระอุขึ้นมาตามการปะทะคารมของบุคคลทั้งสอง โดยมีคิมหันต์นั่งเท้าคางมองผ่านผ้าม่านสีทึบออกไปทางวิวทิวทัศน์ด้านนอก ในขณะที่คอลเลอร์นั่งเคาะนิ้วกับโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า

แต่ตัวประกอบที่ถูกเมินมากที่สุดเห็นจะเป็นบรรดาอัศวินที่เหลือนั่นแหละ

“ไม่ต้องเปลี่ยน...ทำตามข้อตกลงเดิมที่ทางโรงเรียนกำหนดไว้”

เสียงทุ้มเรียบจากราชาตะวันออกเป็นชนวนยุติสงครามเย็นในที่สุด มีเสียงคัดค้านสองเสียงแล้ว...ดังนั้นข้อเสนอนี้จึงไม่ผ่าน ต่อให้คิมหันต์นั่งนิ่งๆ ไม่ออกความเห็น ทว่าแค่ราชาตะวันออกกับราชินีทิศเหนือไม่เห็นด้วย เท่านั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ข้อเสนอของอัศวินทิศใต้ถูกยุบลง

บรรยากาศการประชุมดูเหมือนจะสบาย ไม่มีพิธีรีตองอะไรมากมายแต่กลับทำให้รู้สึกหนาวสั่นได้อย่างน่าประหลาด

“มีใครจะเสนออะไรเพิ่มอีกไหม” 

ผมจรดปากกาลงบนสมุดไล่ทบทวนถึงภาระงานที่ต้องทำ รู้สึกเหมือนโดนจับจ้องมาตั้งแต่เริ่มประชุมจนกระทั่งจะจบการประชุมอยู่แล้ว และไม่ใช่ใครที่ไหน คอลเลอร์นั่นเอง...ผมเริ่มคิดจริงจังแล้วนะว่าไปทำอะไรให้เขาโกรธไว้หรือเปล่า

ความจริงราชาตะวันออกไม่ได้จงใจจ้องผมขนาดนั้น แต่เขามองบ่อยจนผิดสังเกตไง 

ราวกับว่ากำลังทดสอบอะไรบางอย่างอยู่อย่างไรอย่างนั้น...

“ถ้าไม่มีข้อเสนอแนะอะไรแล้วก็ไปกันเถอะ ฉันมีเรียนที่ตึก D ต่อ”

ผู้หญิงผมบลอนด์ยื่นแฟ้มเอกสารไปทางอัศวินด้านหลังของเธอแล้วลุกขึ้นยืน ในขณะที่ผมก็เก็บสมุดกับปากกาเช่นกัน ระหว่างนั้นผู้หญิงผมน้ำตาลแดงก็ลุกขึ้นยืนและทำท่าจะเข้ามาทักทายคิมหันต์พอดี 

“คิมคะ เรา...” 

“...สนิทแล้ว?

สุ้มเสียงเย็นยะเยือกที่นานครั้งๆจะหลุดออกมาจากปากทำให้ทั่วทั้งห้องตกตะลึง แต่ไม่เท่ากับความนัยที่แปลไทยเป็นไทยคือ ‘สนิทกันจนถึงขั้นเรียกชื่อห้วนๆ ได้แล้วหรือไง

ราชินีทิศเหนือชะงักค้างเมื่อดวงตาไร้อารมณ์ไม่แม้แต่จะจ้องมองมาทางตน อีกทั้งบรรยากาศหนักอึ้งอย่างฉับพลันทำให้รู้ว่าคนโดนเรียกกำลังไม่พอใจ...มากเสียด้วย

เขาดูเข้าถึงยากกว่าที่คิด ขนาดผู้หญิงที่สวยมากอย่างราชินีทิศเหนือยังโดนเมิน แล้วต้องสวยขนาดไหนถึงจะไม่โดนทำร้ายจิตใจ หรือที่จริงแล้วคิมหันต์สมควรแต่งงานกับ ปืน ลูกดอก มีดมากกว่า แค่คิดก็รู้สึกพิลึกขึ้นมาแล้ว

เอาเป็นว่าผมจะคอยดู...ถ้ายังไม่โดนเขาฆ่าตายไปก่อนนะครับ

“ผมชื่อหยาง เป็นอัศวินตะวันออก ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

ผมหันไปมองด้านข้างตัวก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่สูงกว่าอยู่มากโข อีกฝ่ายยื่นมือมาตรงหน้าคล้ายต้องการจับมือทักทาย ผมกะพริบตาเล็กน้อยก่อนจะเผลอมือสั่นขึ้นมา ถ้ายังจำได้...ผมไม่ชอบแตะเนื้อต้องตัวคนแปลกหน้า

แม้เขาจะไม่ได้ดูเลวร้าย แต่ร่างกายของผมมันแข็งทื่อไปแล้วไง

ตุ้บ!

เสี้ยววินาทีแห่งการตัดสินใจ กระดาษปึกหนาก็ถูกโยนมาทางผมจนตัวเซวูบ โชคดีจริงๆ ที่รับไว้ได้ทัน...ไม่งั้นต้องแย่แน่ๆ ผมแทบไม่รู้สึกตัวเลยว่าร่างสูงกำยำลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ตอนไหน

คิมหันต์จ้องมองมาด้วยแววตาดุดันครู่หนึ่ง...กะพริบตาอีกครั้งผมก็พบว่าเขาเดินดิ่งๆ ไปที่ประตูห้องแล้ว 

“เอ่อ...ผมไออุ่น ยินดีที่ได้รู้จักครับ” 

เนื่องจากสองมือไม่ว่าง ดังนั้นผมจึงทำเพียงโค้งศีรษะให้คนที่ชักมือกลับไปแทน อัศวินของหอพักตะวันออกกำลังยืนหน้าซีดเผือด ร่างทั้งร่างของเขาแข็งทื่อจนผมยังรู้สึกได้

เลิกตกใจเถอะครับ คุณน่ะโดนแค่เอกสารเฉียดร่าง แต่ผมนี่โดนเอกสารขว้างมาใส่เต็มๆ แค่ลืมหยิบเอกสารกลับคืนมาเอง...ทำไมต้องเกรี้ยวกราด งื้อ เจ็บแขน

ผมเดินผ่านราชินีทิศเหนือที่ยังคงมองตามหลังคิมหันต์ด้วยแววตาหลงใหล...ผ่านคอลเลอร์ที่ยืนกอดอกพิงโต๊ะอยู่ ดวงตาคมคู่นั้นตวัดมองผมวูบหนึ่ง ก่อนจะหลุบมองเอกสารปึกหนาเป็นลำดับถัดมา สายตาที่ยากเดาความคิดของราชาตะวันออกทำให้ผมรู้สึกอึดอัดจนต้องรีบเดินผ่านไปเร็วๆ

ภายหลังออกมาจากที่นั่นได้ผมก็โล่งอกไม่น้อย คิมหันต์เดินหายลับไปไกลแล้ว ผมลืมบอกใช่ไหมว่าที่โรงเรียนแห่งนี้จะมีการเปลี่ยนสมาชิกภายในห้องสองสัปดาห์ต่อครั้ง แน่นอนว่าผมจะได้เจอหน้าเพื่อนใหม่ทุกครั้งเช่นกัน 

จุดประสงค์ของทางโรงเรียนก็เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกันอย่างทั่วถึงนั่นเอง อย่างไรเสียในที่นี้ก็มีลูกหลานนักธุรกิจเกินกว่าครึ่ง จึงเป็นการดีที่จะสร้างความสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์ในอนาคต

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เจอหน้าเพื่อนห้องเดิม...โคตรโชคร้ายที่ชีวิตผมดันโคจรมาเจอกับคิมหันต์แม้จะเปลี่ยนห้องเรียนแล้วก็ตาม

นี่แต้มบุญผมใกล้หมดหรืออะไรครับ...โฮก!

แถมที่ห้องเรียนใหม่ยังไม่มีเพียว ไม่มีเจมส์...แบบนี้ผมคงได้แต่กลับไปคุยกับคุณแมงมุมในห้องนอนแหงๆ คิดอย่างเศร้าสร้อยแล้วเดินหงอยไปนั่งในโซนอันตราย ทั้งแถวด้านหลังคือไม่มีใครกล้าไปนั่งเลยไง เพราะมัจจุราชในคราบมนุษย์ปักหลักลงบริเวณนั้นแล้ว เขาเดินไวมาก พอออกจากห้องประชุมมาได้ปุ๊บ...ผมก็ไม่เห็นเขาแล้ว มาเห็นอีกทีก็ในห้องใหม่เนี่ยแหละ

คิมหันต์ตวัดตามามองเมื่อผมวางข้าวของลงบนโต๊ะด้านข้าง ฉับพลันนั้นผมก็สะดุ้งและเลื่อนของห่างออกไปอีกโต๊ะหนึ่ง

งื้อ...มันใช่เวลามามัวเหม่อจนทะเล่อทะล่ามานั่งใกล้ตัวอันตรายไหมเนี่ยอุ่น!

ผมพยายามตีมึนนั่งในโซนของคิมหันต์ไปเงียบๆ ที่อื่นล้วนเต็มหมด ต่อให้ไม่อยากนั่งก็คงต้องนั่ง ฉับพลันนั้นประตูก็เปิดออกพร้อมร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง ความสวยของเธอทำเอาเหล่าผู้คนล้วนจ้องมองกันตาค้าง ทว่าต่อให้สวยแค่ไหนก็คงไม่มีใครคิดสั้นกล้าเข้าไปยุ่ง

นั่นเพราะผู้หญิงคนดังกล่าวมีเค้าโครงหน้าคล้ายคิมหันต์...เป็นฝาแฝดที่คลานตามกันมา

“เอ๋~ ตัวไม่ได้นั่งคนเดียวหรอกหรอ”

ร่างเรียวระหงชะงักกึก ก่อนดวงตากลมสวยจะจับจ้องมาทางผมอย่างสนอกสนใจ อะไรบางอย่างในแววตาที่ดูใสซื่อนั่นมันทำให้ผม...ขนลุก

เอ่อ ทำไมลาวาถึงจ้องผมเสมือนเป็นไอติมแท่งโปรดของเธออย่างนั้นล่ะครับ!

กระเป๋าสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะตรงกลางระหว่างผมกับคิมหันต์ บรรยากาศหม่นหมองพลันเจือจางลงเล็กน้อย มัจจุราชในคราบมนุษย์ทำเพียงปรายตามองฝาแฝดของตัวเอง ก่อนจะนั่งเท้าคางมองออกไปด้านนอกหนาต่างตามเดิม

“หวัดดี...เราชื่อลาวานะ ว่าแต่แฮมเตอร์ชื่ออะไรหรอ”

แฮมเตอร์...?

ผมกะพริบตาปริบๆ ด้วยอารามงงงวย กำลังจะอ้าปากตอบทว่าคิมหันต์กลับเหลือบมองมาทางหางตาเสียก่อน รังสีคุกคามบางอย่างจากดวงตาดุดันคู่นั้นทำให้ริมฝีปากของผมหุบฉับ ความทรงจำในวัยเด็กยังคงฝังอยู่ในหัว ถ้าไม่อยากซวย...อย่าคุยกับลาวา

อย่าตีสนิทกับคนสำคัญของเขา...

ผมบีบมือเข้าหากันแน่น เหงื่อเริ่มผุดพรายตามกรอบหน้าก่อนจะหลุบตาลงเพื่อหลบหนีการจ้องมองของคนที่ใครๆ ต่างก็กลัวเกรง

แอ๊ด!

เสียงเปิดประตูช่วยชีวิตผมไว้พอดี คราวนี้เป็นอาจารย์ท่านหนึ่งที่เข้ามาสอน ลาวาหยิบสมุดกับปากกาออกมาวางบนโต๊ะก่อนจะบ่นพึมพำไปด้วย

“อา...น่าเสียดายจัง กำลังจะได้ลวงไปทอด...เอ้ยทักทายกันอยู่แล้วแท้ๆ ไว้คุยกันใหม่น้า”

ผมพยักหน้าหงึกหงักไปตามน้ำ อยากส่งเสียงตอบรับแต่ยังไม่อยากโดนลากออกจากห้องไปเหมือนสมัยที่ยังเป็นเด็ก แน่นอนว่าถ้าโดนลากไปคราวนี้ ผมคงไม่รอดกลับมาเหมือนคราวนั้นแน่ๆ

ทว่าสุดท้ายตอนพักเที่ยง ผมก็โดนลาวาตามมาอยู่ดี...

“เดี๋ยวสิแฮมเตอร์ รอเราด้วย!

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่คิมหันต์ไม่อยู่ สาวสวยจึงสามารถตามติดผมได้เป็นเงาขนาดนี้ ผู้คนรอบข้างล้วนจ้องมองมาทางเราอย่างนึกสงสัย ผมจำเป็นต้องหยุดเดินหนีก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่สูงไล่เลี่ยกัน ขืนเดินต่อไปข่าวลือที่ลาวาเดินตามผมมาตั้งแต่ในห้องเรียนคงกระจายไปถึงหูคิมหันต์แน่ๆ

ถ้าไม่มีเรื่องด่วนหรือรีบร้อนจริงๆ ผมพนันได้เลยว่าเขาคงไม่ปล่อยให้ฝาแฝดตัวเองมาป่วนผมแบบนี้ง่ายๆ

“ผมชื่อไออุ่น...ไม่ใช่แฮมเตอร์ครับ”

“ยอมพูดกับเราแล้ว ดีใจจัง~”

แววตาของอีกฝ่ายดูตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด จากนั้นสาวสวยก็ลากผมเข้าไปในโรงอาหารอย่างง่ายดาย และน่าแปลกมากที่ร่างกายของผมไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน ทั้งที่กำลังโดนจับลากจูงแต่ทำไมไม่สะบัดมือออกกันนะ

พอมาถึงด้านในผมก็ซื้อข้าวมานั่งกินกับลาวาอย่างมึนงง อีกฝ่ายพูดจ้อไม่หยุดทำให้เริ่มรู้สึกหัวหมุน ความสดใสที่แผ่ออกมาจากร่างตลอดเวลาพอๆ กับความสวยสะพรั่งกำลังดึงดูดสายตาใครต่อใครให้จ้องมอง 

“เราตกใจมากเลยนะที่เห็นอุ่นนั่งใกล้กับคิมขนาดนั้น ปกติยอมให้ใครเข้าใกล้ซะที่ไหน เราคิดว่าเจ้าน้องชายจะไม่มีเพื่อนไปตลอดชีวิตแล้วซะอีก แบบนี้ต้องรายงานม๊าด่วนๆ”

ลาวาระริกระรี้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าแอพไลน์ กดพิมพ์ไม่กี่ครั้งจากนั้นก็ยกยิ้มหวานเงยหน้ามามองผมต่อ

“ว่าแต่อุ่นรู้จักกับคิมได้ยังไงหรอ”

“ผม...เป็นอัศวินของเขาน่ะครับ”

จะว่าไปฝาแฝดของคิมหันต์ก็ดูปกติดีนะครับ ไม่เหมือนกับเขาที่ชอบทำตัวเหนือมนุษย์ให้ผู้คนหวาดผวาเล่น ผมอดที่จะเห็นใจลาวาขึ้นมาไม่ได้ มีฝาแฝดที่โหดเกินชาวบ้านขนาดนี้...กระดิกตัวทีคงลำบากแย่

“ลาวาครับ...”

อยู่ดีๆ ผู้ชายคนหนึ่งก็เดินมายืนด้านข้างโต๊ะ ลาวาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองด้วยรอยยิ้ม ส่วนผมก็นั่งงับข้าวเข้าปากเงียบๆ 

“ผมชอบลาวา ดังนั้นคบกับผมนะครับ”

ช้อนข้าวคาอยู่ในปากขณะที่ผมกะพริบตาปริบๆ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองร่างสูงสมส่วนของผู้ชายคนหนึ่งที่หล่อเหลาเอาการ...แต่คงไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้นานแน่ๆ

ให้ตายเถอะครับ ยังมีคนที่ไม่เกรงกลัวคิมหันต์อยู่อีกงั้นหรอ คิดดูเอาแล้วกันว่าลาวาสวยระดับไหนถึงทำให้ผู้ชายยอมเสี่ยงตายมาจีบได้ ผมทำเพียงลอบมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาเลื่อนลอย จากนั้นก็เอาช้อนออกจากปากอย่างเชื่องช้า 

“ก็ได้ค่ะ” 

ห๊ะ ง่ายๆ อย่างนี้เลย?

ผมอ้าปากค้าง ก่อนจะขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่างเมื่อประโยคต่อมาหลุดออกจากปากของสาวสวยตรงหน้า

“ถ้ายอมตัดนิ้วทั้งหมดของคุณ...มาให้เราทำ ‘ยำเล็บมือนาย’ นะคะ”

ลาวา...ทำไมถึงพูดเรื่องน่ากลัวพรรณ์นั้นออกมาด้วยรอยยิ้มใสซื่อกันล่ะครับ หรือแท้จริงแล้วฝาแฝดไม่ได้แตกต่าง โฮก

 

 

 

 



ขอขอบคุณแฟนอาร์ตจากคุณ Duangtip Sompa ค่ะ


(09/06/61)


 

(27/05/61)


ไรท์ : “อา...อยากแต่งเรื่องรักๆ สบตาปิ๊งปั๊งในที่ประชุมจังเลยน้า”

คิมหันต์ กริ๊กยกปืนขึ้นจ่อ “...ไม่อยากแต่งเรื่องในนรก?

ไรท์ “กรี๊ด! น...หนูคิมพูดด้วยตั้งหกคำ! โฮกกก ฟินอะไรเบอร์นี้”

คิมหันต์ .....แดกจุดไปเงียบๆ



Writer talk2

ลาวาโผล่มาสักทีหลังจากหายไปนาน ความจริงแล้วลาวาสำคัญนะคะ ถ้าไม่มีตัวละครนี้โผล่มาเรื่องจะดำเนินลำบากมาก แบบตันไปเลยเพราะหนูคิมก็เงียบ ไออุ่นก็เงียบ ไรท์ควรนิยามนิสัยลาวายังไงดี? ให้คนอ่านที่น่ารักคิดกันดีกว่าค่ะ ฮุฮุ//หลบมือ บทนี้หนูคิมมือลั่นโยนข้าวของใส่น้องเยอะเนอะ...

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์



Writer talk

            ไม่รู้จะพูดอะไรดี นานๆทีจะมีทอล์คคุยกับตัวละครด้านบนนะคะ//ฮา วันนี้พยายามรีบปั่นสุดชีวิต แต่ก็มาเกินเที่ยงคืนจนได้ค่ะ เอาเป็นว่าตั้งแต่แต่งมาชอบบทนี้สุด//ยิ้มกรุ่มกริ่ม แล้วพบกันนะคะ ><

            #ติดตามข่าวสารการอัพนิยายได้ที่เพจ >>คลิ๊ก<<

            #หวีดนิยาย ทวงนิยาย พูดคุยได้ที่ทวิต >>คลิ๊ก<<

            #ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.411K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,901 ความคิดเห็น

  1. #45236 Xakas (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 01:03
    คำตอบคำถามที่อุ่นถามคือใช่ค่ะ ฝาแฝดไม่ปกติทั้งคู่ค่ะ555555
    #45,236
    0
  2. #45050 Padcha0623060584 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 12:15
    พนันกันไหมจบเรื่องพระเอกกูจะพูดออกมากี่บรรทัด แม่งเอ้ยค่าตัวแพงมาก #ทุกตอนคือค้องเลื่ออ่านเม้นก่อน
    #45,050
    0
  3. #39677 JHTEN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 21:07
    สงสารน้องโว๊ยยยยย เรื่องนี้มีใครปกติบ้าง!!!
    #39,677
    0
  4. #38967 Mihoro Ki U (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2562 / 11:10

    เรามาชาเลนจ์กันไหมว่าจนจบเรื่องคิมหันต์จะพูดออกมากี่คำ 55555+
    #38,967
    0
  5. #38478 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 02:15
    แต่โหดมาก555
    #38,478
    0
  6. #38477 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 02:15
    ลาวาจำไออุานไม่ได้หรอ..ไออุ่นเอง
    #38,477
    0
  7. #37114 NoneCoffee (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 09:32
    ลาวาโหดอ่า ยิ้มหน้าตายเลย 55555
    #37,114
    0
  8. #25879 mook (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 10:03

    ลาวานี่หนูยังไม่เลิกชอบทำเมนูเปิ๊บพิสดารอีกเหรอลูกกกกกกก

    #25,879
    0
  9. #23879 KiHaE*129 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 02:40

    ลาวาลูกกกกกกกกกกกกก เมนูพิสดารยังไม่หมดไปอีกหรอลูกก

    แน่มีความหวงรึเปล่าน้าาา ไม่ให้จับมือ

    #23,879
    0
  10. #23834 NameiceZ21 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 22:32
    12ตอนแล้ว คุณคิมพูดยังไม่ถึง2บรรทัดเลยค่ะ 😎😎😎
    #23,834
    0
  11. #22825 บ.แบม บีเวอร์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 02:09
    ขอโทษที่อ่านว่าไฮไลท์เป็นไฮโล ขอโทษค่ะ
    #22,825
    0
  12. #22770 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 23:49
    ลาวาจำอุ่นไม่ได้อ่ออ
    #22,770
    0
  13. #22760 MayYL (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 22:10
    ลาวาก็คงจะโหดพอกัน 555
    #22,760
    0
  14. #21375 khimmee56 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 14:01
    แฝดก็คือแฝด 5555
    #21,375
    0
  15. #20279 kkoawfang22 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 08:45
    อยากเห็นอิมเมจลาวาจังคะไรท์น่ารักน่าดู
    #20,279
    0
  16. #20270 theskyandsea (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 00:49
    น้องกลับมาเจอลาวาอีกแล้ว ลาวาหนูน่ารักมากกกก
    #20,270
    0
  17. #20269 Phpalus (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 00:28
    ยิ่งอ่านยิ่งเครียด คิมลดความโหดลงได้มั้ยรู้ก
    #20,269
    0
  18. #18365 MINERVA09 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 23:24
    คิมเขาโหดแบบเงียบไปๆ ลาวานี่โหดแบบหวานๆแฮะน่ากลัวทั้ยคู่ล่ะนะงืมๆ
    #18,365
    0
  19. #18272 NamfonSunisa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 03:48
    ลาวานี่ได้เชื้อกรทำอาหารมาจากเบนเต็มๆ ถึงจะทำอาหารคนละแบบกันก็เถอะ
    #18,272
    0
  20. #18271 NamfonSunisa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 03:47
    น้าก หยุดอ่านไท่ได้ จะตี4แล้วโว้ยยย5555
    #18,271
    0
  21. #16855 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:45
    อยากรู้ว่าเพลิงนิลคิดยังไงกับนิสัยของก้อนสีชมพู(ลูกสาวว)55555555
    #16,855
    1
    • #16855-1 sudauy(จากตอนที่ 12)
      17 มีนาคม 2562 / 00:22
      เราว่าถ้าเป็นเบนซินจะพีคมากกว่านี้แน่ๆ
      #16855-1
  22. #16854 Otaku_Chom_Hama (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:44
    อยากรู้ว่าเพลิงนิลคิดยังไงกับนิสัยของก้อนสีชมพู(ลูกสาวว)555555
    #16,854
    0
  23. #15968 bongkot25022018 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 22:34
    ลาวา....หนูจะเอาทุกอย่างมาเป็นอาหารไม่ได้นะลูกกกก
    #15,968
    0
  24. #15884 Xialyu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 16:53
    ลาวาบูกกกกกกกกก
    #15,884
    0
  25. #13530 RealThxnB (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 00:06
    ลาวา.....
    #13,530
    0