[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 11 : Ep.11::ข้อแลกเปลี่ยนลึกลับ...กับโซนอันตราย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84,023
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,258 ครั้ง
    17 ส.ค. 63




 

Ep.11

 ข้อแลกเปลี่ยนลึกลับ...กับโซนอันตราย  

 

              ผมนิ่งอึ้ง ใจหนึ่งอยากถามออกไปตรงๆ ว่าคิมหันต์ต้องการอะไร ทว่าอีกใจก็ตะโกนห้ามไว้ ดูจากสายตาที่มองมาคล้ายเห็นเหยื่อตัวเล็กๆ ซึ่งกำลังจนตรอกแล้ว...ผมคิดว่าการถามย้อนกลับไปว่าเขาต้องการอะไรมันไม่ใช่การกระทำที่ดีแน่

ผมควรเสนอบางอย่างให้เขา แทนที่จะยอกย้อนอีกฝ่ายด้วยคำถาม

“ทุกสิ่ง...ที่คุณต้องการครับ”

พูดออกไปแล้ว ฮือ...ผมพูดมันออกไปแล้ว ถ้าคนตรงหน้าตอบกลับมาว่าต้องการชีวิตผมล่ะ ผมจะไม่ซวยเอาหรอ แต่ผมไตร่ตรองดีแล้วนะว่าคนอย่างคิมหันต์ไม่ต้องการเงินทอง ชื่อเสียง หรือสิ่งของล้ำค่าใดๆ แน่นอน นั่นก็เพราะเขามีทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วน่ะสิ

เพอร์เฟ็กต์ขนาดนี้ยังจะมาขูดเลือดขูดเนื้อหาข้อแลกเปลี่ยนกับผมอีก คนใจร้าย!

คิมหันต์นิ่งไป ทว่าใบมีดยังคงแนบสนิทกับลำคอของผมเช่นเดิม เอาออกไปห่างๆ คอผมหน่อยก็ได้นะครับ อึดอัดจนหายใจแทบไม่ออก แม้แต่จะกลืนน้ำลายยังหวาดเสียวว่าผิวเนื้อจะไปเฉือนกับปลายมีดเข้า

คล้ายสวรรค์จะล่วงรู้ความคิด เพราะไม่นานนักปลายมีดเย็นเฉียบก็ผละห่างออกไปทิ้งไว้เพียงความแสบเล็กน้อยจากร่องรอยที่โดนบาด ทว่ายังไม่ทันให้หายใจได้คล่องคอดี ผมก็แอบสะดุ้งตอนที่มือหนายื่นปืนกระบอกหนึ่งมาให้

ผมหลุบตามองปืนก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองมัจจุราชในคราบมนุษย์ เพียงประสานสายตาเย็นเฉียบชั่วครู่...ผมนี่รีบรับปืนมาอย่างไว คนอะไรตาดุมาก ขนาดยังไม่มีร่องรอยความเกรี้ยวกราดนะ ถ้าเผลออาละวาดขึ้นมาแค่สายตาคงฆ่าคนได้เลยล่ะมั้ง

ผมไม่ได้เว่อร์นะครับ เชื่อเถอะว่าคิมหันต์ฆ่าคนด้วยสายตาได้จริงๆ เพราะคนที่โดนเขามองตอนโกรธจัดๆ คงช็อกตายคาที่ไปเลย!

ผมสังเกตเห็นว่าปืนในมือของผมไม่เหมือนกับปืนในมือของเขา เพราะปืนของอีกฝ่ายมีรอยสลักบางอย่างอยู่ที่ด้ามจับ ซึ่งผมเห็นมันไม่ชัด และก็ไม่ได้คิดจะสอดรู้สอดเห็นเพิ่มประเด็นการโดนฆ่าให้ตัวเองด้วย

ว่าแต่...คิมหันต์ยังไม่บอกผมเลยนะว่าเขาต้องการอะไร ทั้งที่ยื่นปืนให้เป็นสัญญาณว่าจะสอนผมแล้วแท้ๆ  เอ๋สอนงั้นหรอ หวังว่าครั้งนี้ผมจะไม่ได้คิดไปเองคนเดียวอีกนะครับว่าเขาจะสอนผมยิงปืนจริงๆ น่ะ 

ไม่ต้องรอให้คนตรงหน้าออกคำสั่งผมก็เดินไปประจำจุดอย่างไว คิมหันต์เดินตามมาไม่ปานว่าเงาตามตัว เล่นเอาผมเหงื่อตก...ยกมือปาดแล้วปาดอีกทั้งที่อากาศเริ่มเย็นลงทุกที

ปังๆๆ!

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ระหว่างการซ้อมคนที่มายืนซ้อนแผ่นหลังไม่แม้แต่จะแตะเนื้อต้องตัวกันเลยสักนิด มือหนาใช้ด้ามปืนกระแทกตามจุดต่างๆ บนร่างกายของผมเพื่อปรับท่ายืนให้เข้าที่เข้าทาง แรกๆ ผมสะดุ้งเฮือกแต่หลังๆ เริ่มชิน

ว่าแต่ไอ้การใช้เท้าเตะขาผมเพื่อให้แยกออกจากกันนี่นับเป็นโมเม้นท์แตะเนื้อต้องตัวไหม ทำไมรู้สึกว่ามันฮาร์ดคอร์ขึ้นทุกทีๆ งื้อ เมื่อกี้เกือบเซล้มดีนะทรงตัวทัน ที่บ่นๆ ให้ฟังนี่ไม่ใช่ว่าผมกำลังเสาะแสวงหาโม้เม้นท์แนบชิดหรืออะไรหรอกนะครับ ผมกำลังหาทางหลีกเลี่ยงมันต่างหาก!

แต่คิมหันต์คล้ายไม่เข้าใจ...เขามายืนซ้อนหลังผมแบบนี้ทำให้เดินหน้าหนีก็ไม่ได้ ถอยหลังหนีก็ไม่ได้อีก หรือว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายจะ ‘จงใจ’ กลั่นแกล้งกันซึ่งๆ หน้า

ไม่ๆ ผมคงคิดมากไป ว่าแล้วก็สะบัดหัวเบาๆ อย่างเครื่องจักรสังหารจะมาเสียเวลาทำแบบนั้นไปทำไมกัน แกล้งผมไปก็ไม่ได้อะไร ในเมื่อแค่มองตาก็รู้แล้วว่าผมไม่ได้มีค่าหรือสำคัญพอที่จะให้ความสนใจเลยด้วยซ้ำ อา...โล่งใจจัง แฮปปี้ที่ซู้ดดด

จะว่าไปตั้งแต่โดนปรับท่ายืนให้ ผมก็ยิงปืนแม่นขึ้นแหะ...คิดไม่ผิดจริงๆ ที่ขอให้คิมหันต์สอน แม้จะต้องแลกด้วยอะไรบางอย่างก็ตาม  ผมสลัดเรื่องนั้นออกจากหัวก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมต่อไป

ผมยิงจนเมื่อยแขน ทุกลูกโดนเป้า...แต่ไม่มีลูกไหนเลยที่จะยิงโดนกลางเป้า ผมคิดว่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ  คิมหันต์ย้ายร่างไปนั่งใต้ต้นไม้ตามเดิมแล้ว ทิ้งให้ผมทรุดตัวลงหอบแฮ่กๆ อยู่ไม่ไกลกันนัก

“ตอนที่ยิงปืน...คุณนึกถึงอะไรหรอครับ”

ผมถามเสียงแผ่ว จ้องมองอีกฝ่ายที่นั่งหลับตานิ่งอย่างกล้าๆ กลัวๆ และก็เป็นอย่างที่คิด...คิมหันต์ไม่ได้หลับ นัยน์ตาสีน้ำตาลแดงลืมขึ้นมองผมเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเบือนหน้าไปจ้องมองลานกว้างของสนามยิงปืนอย่างเฉยชา

“....”

เอ่อ...ผมคงหวังสูงเกินไปสินะที่จะให้เขามาพูดคุยด้วย ไม่รู้ว่าพูดออกมาแต่ละทีกลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปากหรืออะไร จะจงใจเมินกันเกินไปแล้วนะครับ!

“เอ่อ ผมหมายถึง...คุณคิดอะไรอยู่ ตอนที่ยิงปืนน่ะครับ”

รู้ไหมว่าต้องรวบรวมความกล้าแค่ไหนกว่าจะเปล่งเสียงพูดออกมาเป็นประโยคได้ ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ วันที่ผมต้องมานั่งถามคำถามกับคนที่ไม่คิดจะเฉียดกรายเข้าใกล้มากที่สุด

“....”

เงียบกริบชนิดที่เหรียญตกพื้นคงได้ยินอย่างชัดเจน ไม่รู้ว่าเพราะผมเป็นธาตุอากาศในสายตาเขา หรือเพราะผมกำลังคุยกับหุ่นยนต์กันแน่ ฮือ

“อิสระ...”

“....

“ในการฆ่า”

ชั่วขณะนั้นผมขนลุกตั้งแต่หัวจรดเท้า ดวงตาไร้อารมณ์เคลื่อนมองมาพร้อมกับความเย็นยะเยือกจากบรรยากาศรอบด้านที่แผ่ซ่านปกคลุมรูขุมขนจนหนาวสั่น ผมเผลอยกมือลูบแขนเบาๆ ก่อนจะหลุบตาลงมองมือตัวเองที่กำแน่นอยู่บนตักครู่หนึ่ง

ภายในใจเต้นตึกตักด้วยความระทึก...ไม่ปฏิเสธว่าผมกำลังหวาดกลัว สายตาเมื่อกี้ของคิมหันต์...ไม่ต่างอะไรกับสายตาที่เขาใช้มองตอนกำลังจะเหนี่ยวไกปืนเลยสักนิด

มองอย่างกับจะหยิบปืนมายิงผมทิ้งโทษฐานสร้างความรำคาญและรบกวนเวลานอนอย่างไรอย่างนั้น งื้อ อุ่นแค่ถามนิดเดียวเอง

จะว่าไป...อิสระในการฆ่างั้นหรอ การยิงปืนคืออิสระ?

ผมผุดลุกขึ้นยืนทันใด จากนั้นก็ก้มมองปืนที่กระชับไว้ในมือแน่น ที่ผ่านมา...ที่ผมยิงไม่เคยเข้าเป้าเลยสักครั้ง คงเป็นเพราะผมหวาดระแวงอยู่ลึกๆ ใช่ไหม

อาจเพราะผมไร้อิสระ...จากการเป็นลูกเป็ดในกรงทองมาตลอด ผมคิดเสมอว่าการยิงปืนหรือใช้อาวุธเป็นการทำร้ายคนอื่น ผมจึงไม่เคยฝึกอย่างจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง ที่พล่ามมาทั้งหมดสรุปได้เพียงคำเดียว

เพราะผมไม่ ‘เปิดใจ’ ไง แถมยังเพิ่งมารู้ตัวในวันสุดท้ายเพราะคำว่า ‘อิสระ’ จากปากมัจจุราชในคราบมนุษย์เพียงคำเดียว

แม้จะเป็นคำว่า ‘อิสระจากการฆ่า’ ก็เถอะ โฮก

ผมคลี่ยิ้มกว้างเป็นครั้งแรกหลังจากฝึกซ้อมมา ในที่สุดก็เข้าใจตัวเองสักที...

ปัง!

ลูกกระสุนลูกแรกที่ทะลุกลางเป้า เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอิสระของผมถูกหลอมรวมกับลูกปืนเรียบร้อยแล้ว ผมซ้อมยิงไปเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีดวงตาคู่หนึ่งจ้องมองมาตั้งแต่เมื่อครู่นี้

ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกหายไป และทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าใต้ต้นไม้ใหญ่ยามค่ำคืน...

 

              วันนี้ที่สนามยิงปืนค่อนข้างคึกคักเป็นพิเศษ ไม่ค่อยมีใครแสดงท่าทีตื่นเต้นสักเท่าไหร่กับการสอบ ยกเว้นกลุ่มผู้หญิงที่ชายตามองราชาตะวันตกและราชาตะวันออกเป็นระยะๆ จะว่าไปผมยังไม่เห็นราชินีจากหอพักทิศเหนือและราชินีจากหอพักทิศใต้แม้แต่น้อย

              ผมรอเวลาให้ถึงคิวของตัวเองเพื่อเข้าสอบ แต่แล้วในจังหวะที่ถึงคิวของผม ใครบางคนกลับแทรกตัวเข้ามาตัดหน้าพลางพูดคุยกับอาจารย์เสียก่อน

              “อาจารย์ครับ ผมกับไออุ่นอยากสอบคู่กันตามประสาพี่น้อง อาจารย์ให้พวกผมสอบด้วยกันนะครับ”

ไอฝนยิ้มหวานโปรยเสน่ห์เต็มที่เล่นเอาคนมองระทวยไปตามๆ กัน ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย...ความจริงการสอบเดี่ยวๆ ก็สร้างความกดดันมหาศาลจากสายตาคนมองอยู่แล้ว แต่นี่กลับขอสอบคู่กับผม คงไม่ได้คิดจะหักหน้ากันเป็นครั้งที่สองหรอกใช่ไหม

แต่ช่างเถอะ จะทำอะไรก็ทำไป...ถ้าทำได้นะครับ 

“เอาสิ”

อาจารย์แพ้ทางให้ไอฝนในที่สุด ผมเดินเอื่อยเฉื่อยเข้าไปประจำจุดคล้ายล่วงรู้อยู่แล้วว่าเรื่องมันจะต้องลงเอยแบบนี้ เสียงซุบซิบรอบด้านเริ่มลอยกระทบหู พร้อมสายตาดูแคลนที่จ้องมองมาอย่างไม่ปิดบัง

“ดูนั่นสิ หมอนั่นกำลังจะโดนควีนตะวันออกเล่นงานอีกแล้วไง”

“ช่วยไม่ได้ อ่อนแอก็แพ้ไป”

“รอดูเรื่องสนุกๆ กันเถอะว่ะ กูหมั่นไส้มันตั้งแต่ที่มาเข้าใกล้คนงามของกูล่ะ ตัวบางร่างเล็กแล้วยังไม่เจียมกะลาหัวอีก”

ถามว่ารู้สึกอะไรไหม ไม่หรอกครับ ความจริงผมชินแล้ว ถ้ามีนกมาร่วงตายต่อหน้าผมยังจะร้อนรนกว่าเสียงซุบซิบนินทาพวกนี้ซะอีก บอกเลยว่าแค่นี้ไม่สะทกสะท้าน ก็ผมอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดนี่นา

              ปังๆๆๆ!

              ผมกับไอฝนเริ่มประเดิมการสอบยิงปืนในทันที ฉับพลันนั้นเสียงรอบข้างเริ่มค่อยๆ เงียบลงในที่สุด ผมจ้องมองลูกกระสุนที่พุ่งตรงไปยังกลางเป้าอย่างแม่นยำลูกแล้วลูกเล่าด้วยสายตามึนอึน ก็แค่จินตนาการให้ปืนเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในร่างกาย...มันไม่เห็นจะยากเลยสักนิด

              แค่ผมเหนี่ยวไกความเป็นอิสระของตัวเองออกไป ก็เท่านั้นเองครับ...

              “คะแนนเต็มเท่ากันเลยนะ สมกับที่มาจากตระกูลใหญ่จริงๆ”

อาจารย์เอ่ยชมพวกเราหลังจากการสอบสิ้นสุดลง ไอฝนยืนมองผมตาค้าง ก่อนจะตีสีหน้าเรียบนิ่งเฉกเช่นเดิม แม้กระทั่งผู้คนรอบข้างยังมีสีหน้าตกตะลึงไปตามๆ กัน บางคนก็ทำหน้าสับสนคล้ายไม่เข้าใจ บางคนก็หงุดหงิดที่ไม่ได้เห็นฉากผมโดนหักหน้า

“ขอบคุณครับ”

ทั้งผมและไอฝนกล่าวขึ้นพร้อมกัน ครั้งนี้ไม่มีใครแพ้ใครชนะ ทว่าผมรู้ดีว่ามันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ไอฝนคงไม่หยุดแค่นี้แน่ อีกฝ่ายต้องหาทางชนะผมให้ได้ในครั้งถัดไปชัวร์ และแน่นอนว่าผมไม่ยอมให้มันเป็นแบบนั้นหรอก

เมื่อสอบเสร็จผมก็เดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำเพื่อล้างมือ ทว่าก่อนจะเดินไปถึงห้องน้ำที่อยู่ไกลลิบ..ผมเห็นกลุ่มผู้ชายรีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำกันตาลีตาเหลือก ทั้งที่เมื่อครู่นี้เพิ่งเดินเข้าไปก่อนหน้าผมแท้ๆ

เอ่อ เกิดอะไรขึ้นน่ะครับ ผมควรเข้าไปดีไหม คงไม่ใช่ว่ามีตัวอะไรแปลกๆ อยู่ด้านในหรอกนะ แต่ถึงจะเป็นสัตว์ชนิดไหนผมก็รับได้ทั้งนั้น ก็พวกมันน่ารักกันทุกตัวเลยนี่นา คิดพลางก้าวขาเข้ามาในห้องน้ำ...

อะเฮือกข...ขอยกเว้นสัตว์ประเสริฐตัวนี้ไว้ตัวหนึ่งนะครับ โฮก

จะก้าวถอยหลังก็ไม่ทันเสียแล้ว ร่างสูงกำยำของใครคนหนึ่งนั่งห้อยขาข้างเดียวอยู่บนเคาน์เตอร์ล้างมือ แผ่นหลังกว้างพิงกระจกโดยใช้แขนข้างหนึ่งเท้ากับเข่าข้างที่ชันขึ้นมา ส่วนอีกมือก็คีบบุหรี่ออกจากปาก...พร้อมกับตวัดหางตามามองผมอย่างไร้อารมณ์ 

เดี๋ยวนะครับ นี่คิมหันต์...สูบบุหรี่ด้วยหรอ ไม่ๆ นั่นไม่ใช่ประเด็นเพราะไอ้ออร่าน่ากลัวรอบร่างของเขาต่างหากที่ขับไล่ผู้ชายเป็นฝูงออกจากห้องน้ำไปเมื่อครู่นี้ แต่ถึงอย่างนั้น...ผมก็ละสายตาออกห่างจากภาพตรงหน้าไม่ได้อยู่ดี ทั้งที่เป็นแค่เครื่องจักรสังหารแท้ๆ แถมกำลังทำเรื่องไม่ดีต่อสุขภาพอยู่ด้วย แต่ทำไมถึงได้สะกดสายตาขนาดนี้กันนะ 

ผมกะพริบตาปริบๆ เพื่อตั้งสติ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคิมหันต์เข้าสอบก่อนหน้าผมไปแล้ว แน่นอนว่าเขาได้คะแนนเต็มอย่างไม่ต้องสงสัย วัดจากเสียงกรีดร้องของกลุ่มผู้หญิงและคำว่า ‘เทพจุติลงมาเกิดชัดๆ’ อะไรสักอย่างผมก็พอจะเดาได้แล้ว หลังจากนั้นอีกฝ่ายคงมาสูบบุหรี่ที่นี่ต่อ และผมก็ดันเข้ามาขัดจังหวะสุนทรีย์ในการละเลียดรสบุหรี่ของเขาเข้าพอดี อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น งื้อ

“เอ่อ...ผมกำลังจะออกไปครับ”

กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นไหวก่อนจะก้าวถอยหลังช้าๆ แต่แล้วลูกดอกคมกริบที่ลอยมาเฉียดหน้ากลับทำให้ทั่วทั้งร่างชะงักกึก เสียงของมีคมกระทบผนังห้องน้ำทางด้านหลังทำเอาผมหลับตาปี๋ อีกทั้งขายังแข็งเกร็งอยู่กับที่คล้ายจะเป็นตะคริวอยู่รอมร่อ...ทำได้เพียงเม้มริมฝีปากแน่นด้วยอารามหวาดกลัวและตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก

ความเงียบเข้าครอบคลุมบรรยากาศ ผมครุ่นคิดอย่างหนักว่าตัวเองไปทำอะไรให้คนตรงหน้าไม่พอใจหรือเปล่า และแล้วผมก็นึกออก...ข้อแลกเปลี่ยนที่มีลับลมคมในนั่นยังไงล่ะ ทำไมผมถึงลืมมันเสียได้

ตายแน่ๆ ใครก็ได้ช่วยอุ่นด้วย

“ร...เรื่องเมื่อวาน ตกลงคุณต้องการอะไร...จากผมครับ”

ในเมื่ออีกฝ่ายไม่พูด ผมก็จำเป็นต้องโยนหินถามทางก่อน ตอนนี้ผมทั้งอึดอัดและหวาดกลัว หัวใจก็เต้นแรงจนเจ็บอกไปหมด นี่มันสถานการณ์สุ่มเสี่ยงชัดๆ ฮือ

“พรุ่งนี้...”

ในที่สุดคิมหันต์ก็เอ่ยขึ้นมาเสียที เสียงทุ้มติดจะราบเรียบของเขาฟังดูหลอนชอบกล ผมเริ่มกุมมือเข้าหากันแน่น ก่อนจะเผลอหยุดหายใจไปวูบหนึ่งยามที่ดวงตาน่าขนลุกละออกห่างจากควันบุหรี่และจ้องมองมาทางนี้

“...ที่ห้องกู”

 

อีกด้านหนึ่ง...

“ไม่น่าเชื่อเลยนะ ว่าหมอนั่นจะมีฝีมือร้ายกาจแบบนี้เพียงชั่วข้ามคืนได้”

สาวสวยที่ขึ้นชื่อว่าเป็นราชินีทิศใต้เอ่ยขึ้นลอยๆ ในขณะที่ใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมไปมา ดวงตาคมเฉี่ยวตวัดมองไปยังราชาตะวันออกซึ่งมีสีหน้าเรียบนิ่งด้านข้าง พวกเขาเป็นเพียงคนรู้จักที่เผอิญมายืนอยู่ใกล้กันก็เท่านั้น

“นายคิดว่าไง...คอลเลอร์ควีนของหอนายคงรู้สึกเสียหน้าแย่ที่ถูกตีเสมอแบบนี้ หมอนั่นมันม้ามืดชัดๆ หรือไม่ก็คงวางแผนเก็บงำฝีมือของตัวเองเอาไว้ตั้งแต่ต้น ต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ”

ร่างสูงกำยำไม่แม้แต่จะปรายตามองผู้หญิงที่ส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์การสอบยิงปืนเมื่อสักครู่...ดวงตาไร้อารมณ์ยังคงจดจ้องใบไม้ที่ปลิวไปตามแรงลม ก่อนจะตวัดมองสนามยิงปืนครู่หนึ่ง

“ไม่ใช่หรอก”

“นี่นายกำลังจะบอกว่า...อยู่ดีๆ จุดด่างพร้อยของตระกูลหงส์คนนั้นก็ดันเกิดเทพขึ้นมาหรือไง อย่าพูดให้ขำไปหน่อยเลย ฮะๆ”

“เมื่อวาน...หมอนั่นยิงปืนไม่ได้เรื่องจริงๆ”

เมื่อเห็นสายตาเรียบนิ่งที่แฝงความรำคาญลึกๆ จ้องตรงมา เสียงหัวเราะที่ก้องกังวานก็ค่อยๆ แผ่วเบาลงในที่สุด ราชินีทิศใต้ขมวดคิ้วมุ่นคล้ายไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก

“...เป็นไปไม่ได้”

คอลเลอร์เลิกสนใจหญิงสาวที่มีศักดิ์เป็นผู้ปกครองหอเทียบเท่ากับตนเอง เขาเคลื่อนกายออกจากบริเวณสนาม...ไม่มีอะไรดึงดูดสายตา ทุกอย่างล้วนน่าเบื่อไปหมด

แต่ดูเหมือนเร็วๆ นี้ จะมีเรื่องน่าสนใจไม่มากก็น้อย

หึ...ไม่ใช่ปาฏิหาริย์หรอกที่ทำให้ลูกเป็ดในฝูงหงส์โดดเด่นขึ้นมา แต่เป็นเพราะ ‘ใครบางคน’ ต่างหาก เขาเริ่มจับสังเกตได้ก็ตอนที่ราชาตะวันตกตวัดหางตามองลูกเป็ดมืดมนตัวนั้นชั่วครู่หนึ่งในยามที่อีกฝ่ายกำลังสอบยิงปืนอยู่

ตั้งแต่ลอบสังเกตท่าทางของบุคคลที่ครอบครัวของเขาเอ่ยเตือนว่า ‘อันตราย’ มา ยังไม่เคยเห็นดวงตาคู่นั้นจ้องมองใครนานเกินสามวินาทีมาก่อน และหมอนั่นได้รับสิทธิ์นี้เป็นคนแรก

แบบนี้จะไม่ให้สนใจยังไงไหว...

 

คุณเคยนึกอยากให้ไม่ถึงวันพรุ่งนี้เร็วๆ ไหมครับ?

แต่ถึงจะเคยก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเวลาไม่เคยรอใคร และเวลาก็ช่างไม่ปรานีผมเอาซะเลย

คิดพลางถอนหายใจดังฟู่ว ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะประตูห้องของคิมหันต์เบาๆ ตามมารยาท ผมมาพบเขาตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้พวกเรามีเรียนตอนแปดโมง อีกอย่างไอ้เครื่องที่ให้ใส่รหัสก่อนเปิดประตูมันยังอยู่ครับ ดังนั้นผมไม่สามารถหาทางเข้าไปได้ด้วยตัวเองจริงๆ นอกจากจะรอให้เขาเปิดประตูเท่านั้น

ก๊อกๆๆ!

ผมตัดสินใจเคาะประตูอีกครั้ง แต่อนิจจา...ทำไมบรรยากาศมันเงียบกริบราวกับไม่มีคนอยู่อย่างนี้ล่ะ ว่าแล้วก็ตัดสินใจนั่งพิงกำแพงข้างประตูเหมือนเดิม สงสัยจะกำลังแต่งตัวอยู่ล่ะมั้ง เดี๋ยวอีกสักพักคงมาเปิด

สามสิบนาทีผ่านไป...

ก๊อกๆๆ!

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...

ให้ตายเถอะครับ...อีกยี่สิบนาทีก็จะได้เวลาเข้าเรียนแล้วนะ ผมเคาะจนมือหงิกก็ไม่มีท่าทีว่าประตูจะเปิดออก เริ่มลังเลแล้วว่าจะอยู่อีกสักสิบนาทีหรือไปเรียนเลยดี

ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเรียนมันเสียเลย เอาไว้ค่อยมาใหม่ก็แล้วกัน ฮือ กว่าจะทำใจมาที่ห้องของเครื่องจักรสังหารได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ นี่ผมต้องไปนั่งทำใจใหม่อีกรอบสินะ

เช้าวันนี้บรรยากาศค่อนข้างอึกครึ้ม ลมพัดแรงจนเส้นผมปลิวว่อนไปหมด เสียงฟ้าร้องครื้นเป็นสัญญาณว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมา บรรดานักเรียนต่างวิ่งหาที่หลบฝนกันจ้าละหวั่น ไม่เว้นแม้กระทั่งผมที่วิ่งเข้าไปหลบในมุมบันไดเงียบๆ พอสำรวจดูก็พบว่าสถานที่หลบฝนคืออาคารเรียนในวันนี้พอดี คิดได้ดังนั้นเท้าทั้งสองข้างจึงก้าวขึ้นบันไดอย่างรวดเร็ว

ไม่มีใครอยู่ตรงบริเวณบันไดเลยนอกจากผม พวกเขาคงเข้าเรียนกันหมดแล้วล่ะมั้ง ไม่แปลกหรอกเพราะเหลือเวลาอีกแค่สิบนาทีเท่านั้น ให้ตายเถอะครับ ผมไม่อยากไปเรียนสายเลยสักนิด แต่เพราะคิมหันต์คนเดียวที่ปล่อยให้ผมรอเก้อแบบนี้

สักวันจะเอาคืนให้ดู...แต่ก่อนหน้านั้น ผมต้องเลิกสั่นเวลาเข้าใกล้เขาให้ได้ก่อนนะ โฮก

ซ่า...เปรี้ยง!

“ไง...”

ใครน่ะ?

ผมเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตัวโตสามคนที่อยู่ๆ ก็โผล่มายืนขวางทาง ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ พลางเอียงคอครุ่นคิดว่าเคยเจอคนพวกนี้ที่ไหน...อ๋อ จำได้แล้ว พวกที่วิ่งไล่ตามผมในโรงอาหารวันนั้นนี่นา อย่าบอกเชียวนะว่ายังหาซื้อพรมเช็ดเท้าไม่ได้ 

“มีอะไรกับผม...งั้นหรอครับ”

“หึมีแน่ แสบนักนะมึง พวกกูควานหาตัวอยู่ตั้งนาน”

คนตรงกลางหักนิ้วดังกร๊อบๆ แล้วจ้องมองผมราวกับเห็นเหยื่ออันโอชะ รังสีมุ่งร้ายแผ่กระจายเป็นวงกว้างเสียจนผมเผลอถอยห่างก้าวหนึ่ง พอหันหลังเตรียมวิ่งหนี คนตัวโตทางขวามือก็ดึงคอเสื้อเอาไว้แน่น ผมดิ้นรนขัดขืนพวกตัวโตที่พยายามยื้อยุดฉุดกระชากแขนเข้าไปในห้องเก็บของด้านข้างบันไดสุดแรงเกิด

“ตัวเล็กแค่นี้แต่แรงเยอะฉิบ อยู่นิ่งๆ สิวะ เดี๋ยวพวกกูก็รุมซ้อมมันตรงนี้ซะหรอก!

ผมสะบัดหัวเป็นเชิงปฏิเสธ...เรื่องอะไรจะยอมให้ทำร้ายร่างกายกันฟรีๆ ล่ะครับจากนั้นก็อาศัยจังหวะที่คนพวกนี้เปิดช่องโหว่บิดแขนตัวเองออกมาแล้วมุดลอดช่องว่างระหว่างคนสองคนออกไปอย่างรวดเร็ว

“ไอ้สัดนี่!

เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษอุ่นไย อุ่นทำ...อะไรให้คุณเคืองขุ่น งื้อ

พลั่ก

ไม่รู้ว่าเพราะรีบหนีมากไปหรืออะไร ผมจึงสะดุดเท้าตัวเองแล้วกลิ้งตกบันไดไปยังพื้นเบื้องล่างอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ผมหลับตาปี๋พลางยกแขนกอดตัวเองแน่นระหว่างที่กลิ้งตกลงมา ในใจภาวนาให้ร่างกายยังคงอยู่ครบสามสิบสอง ฮือ...ถ้าแขนขาไม่หักจะดีใจมาก

ตุ้บ!

ความร้าวระบมแล่นไปทั่วร่างโดยเฉพาะแผ่นหลังกับหัวไหล่ โชคดีที่หัวของผมไม่โดนกระแทกตามไปด้วย  พอลืมตาขึ้นด้วยความตื่นตระหนกก็พบกับรองเท้าผ้าใบแบรนด์เดิมเพิ่มเติมคือสีดำอยู่ใกล้ใบหน้าในระยะประชิด ผมผุดลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้าในขณะที่ไล่สายตาขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาสั่นระริก 

อะฮึก...ก็ว่าอยู่ว่าแบรนด์รองเท้ามันคุ้นๆ 

กางเกงยีนส์สีดำ เสื้อกล้ามสีเทาคลุมด้วยเสื้อฮู้ดสีดำ ประกอบกับลำคอที่ประดับไปด้วยสร้อยไม้กางเขนกลับหัว ดูรวมๆ แล้วไม่ต่างอะไรกับยมทูตมารับวิญญาณเลยสักนิด...วิญญาณผมนี่ไง เล่นกลิ้งตกบันไดมาซะขนาดนั้นไม่ตายก็บุญหัวแล้ว

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ คิมหันต์ไม่แม้แต่จะกดตามองผมที่นั่งอ้าปากค้าง มือหนึ่งของเขาถือกระเป๋าเป้สีดำลวดลายประหลาดพาดไหล่ ในขณะที่อีกมือหมุนควงปากกาปลายแหลมเล่นด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง 

ขายาวก้าวขึ้นบันไดอย่างเชื่องช้าราวกับตัวผมที่นั่งกองอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงธาตุอากาศเท่านั้น พอหันมองตามหลังก็เห็นพวกผู้ชายที่ไล่ล่าผมเมื่อสักครู่นี้กำลังยืนหน้าซีดปากสั่นไม่ต่างกัน

ที่สำคัญคือ...พวกนั้นไม่หลบทางให้คิมหันต์!

เอ่อ...คิดจะฆ่าตัวตายหรือครับ การไล่ล่าผมมีความสำคัญมากกว่าชีวิตของพวกคุณอีกงั้นหรอ?

“ค...คิดว่าเป็นราชาแล้วจะกลัวหรอวะ พวกกูมีตั้งสามคน”

เสี้ยววินาทีนั้นดวงตาคมดุซึ่งไม่ได้โฟกัสสิ่งใดตั้งแต่แรกก็พลันตวัดมองคนตรงหน้า...พร้อมปากกาที่พุ่งตรงไปลิ้มรสเลือดข้างแก้มอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

ปั่ก!

เร็วชนิดที่ว่าไม่มีใครได้ทันตั้งตัวแม้แต่นิด...

“อึ่ก!

“...เกะกะ”

สุ้มเสียงเย็นยะเยือกชวนให้บรรยากาศยามมีพายุโหมกระหน่ำหนาวเหน็บเข้าไปอีก ผมไม่รู้ว่าคิมหันต์ใช้สายตาแบบไหนมองคนนิสัยไม่ดีทั้งสาม พวกเขาถึงได้ทำหน้าหวาดผวาและรีบวิ่งหนีราวกับเจอผีตัวเป็นๆ กันขนาดนี้

ผมเลิกสนใจและพยายามเรียกสติตัวเองกลับมาเพื่อพยุงร่างก้าวขึ้นบันได เมื่อเงยหน้าขึ้นไปมองอีกครั้ง ผมก็พบว่าคิมหันต์ไม่ได้ยืนอยู่ที่เดิมแล้ว...ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดสดใหม่เป็นอนุสรณ์บนพื้น 

ต้องปาปากกาแรงเบอร์ไหนถึงทำให้เลือดตกยางออกขนาดนี้ได้ น่ากลัวชะมัด ฮือ

ตลอดทั้งวันผมไม่ได้คุยกับคิมหันต์เรื่องข้อตกลงอะไรนั่นเลย พอจะเนียนไปนั่งด้านข้าง บรรยากาศน่าขนลุกบางอย่างก็บ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดี...ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาหงุดหงิดเรื่องอะไร แต่ทางที่ดีไม่ควรเข้าไปยุ่งโดยเด็ดขาด

 ดังนั้นผมจึงมาหยุดยืนหน้าห้องคิมหันต์ในยามค่ำแทน ผ...ผมไม่ได้อยากมาค่ำๆ มืดๆ แบบนี้หรอกนะครับ เพียงแต่วันนี้เลิกเรียนช้าก็เท่านั้นเอง

ก๊อกๆๆ!

เงียบกริบ...

จะว่าไปคิมหันต์กลับมาหรือยังนะ ผมรู้สึกลังเลเล็กน้อยที่จะเคาะประตูซ้ำสอง ฉับพลันนั้นสายตาก็เคลื่อนไปเห็นลูกบิดประตูเข้าพอดี

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมลองจับและผลักมันเข้าไป และน่าเหลือเชื่อมากที่ดันผลักออก...ประตูไม่ได้ล็อก!

“ข...ขออนุญาตครับ”

ฉับพลันที่ผมสอดร่างเข้ามาภายในห้องได้สำเร็จ สัญชาตญาณเบื้องลึกก็ส่งเสียงร้องเตือนกึกก้อง...ทว่ายังไม่ทันให้ได้ตั้งตัวดีๆ วัตถุบางอย่างก็เคลื่อนตรงเข้ามาทางหางตาเสียแล้ว

ปั่ก!

ผมก้มหลบได้อย่างฉิวเฉียดก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อหันไปมองแล้วพบว่ามันคือ...ลูกดอก พอหันกลับมามองตัวต้นเหตุที่นั่งไขว่ห้างบนโซฟาพร้อมลูกดอกหลากสีในมือ ผมก็เผลอประสานสายตากับเขาผู้เป็นเจ้าของบอดี้สุดฮอตเข้า

ความหงุดหงิดที่ยังคงตกค้างอยู่ในดวงตาดุดันคู่นั้น...ทำเอาผมสั่นสะท้านขึ้นมาในบันดล

ปั่กๆๆๆ!

ง่ะ...คิมหันต์ คุณจงใจจะฆ่ากันใช่ไหมครับ โฮก

ถ้ามีเวลาร้องไห้...เชื่อไหมว่าน้ำตาของผมคงหยดแหมะๆ ไปแล้ว แต่นี่ไม่มีเวลาไง ผมหลบซ้ายเอียงขวาสไลด์ไปข้างหน้า กระโดดไปข้างหลัง แล้วก็มานั่งกุมเข่าหอบแฮ่กๆ หลบอยู่ด้านหลังโซฟาตัวหนึ่งที่อยู่ไกลกับมัจจุราชพอสมควร

แต่ต่อให้ไกลแค่ไหนมันก็คืออาณาเขตของเขาไง สถานที่ที่ผมลงความเห็นว่าเป็น ‘โซนอันตราย’!

ตึ่ก ตึ่ก ตึ่ก

ม...มาแล้ว คราวนี้ผมได้ยินเสียงฝีเท้าของใครอีกคนในห้องอย่างชัดเจน ทีแต่ก่อนยังฝีเท้าเบากริบอยู่เลย แบบนี้มันจงใจข่มขวัญกันชัดๆ และดันได้ผลเสียด้วยเพราะผมสั่นเป็นเจ้าเข้าขึ้นมาเลยไง สายตาก็ล่อกแล่กหาทางหนีแต่กลับไม่มีหนทางรอดเลย

ประตูอยู่ไกลเกินไป บันไดชั้นสองก็ต้องผ่านทางที่คิมหันต์กำลังเดินอยู่ สรุปคือตอนนี้ผมทำได้เพียงภาวนาเท่านั้น ใจเต้นตึกตักจนเจ็บอกไปหมด ผมยกแขนขึ้นโอบกอดตัวเองแน่น...พยายามขดตัวให้ลีบเล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 

คราวนี้...คงไม่รอดแน่ๆ

ตุ้บ!

อะเฮือก!

ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่ออะไรบางอย่างถูกโยนลงมาตรงหน้า มันคือแฟ้มเอกสารที่จ่าหน้าว่า การประชุมกีฬาสีประจำปี ซึ่งมีขนาดหนาจนสามารถปาหัวน้องหมาสลบได้

โยนลงมาทำไม อย่าบอกนะว่า...

ผมเงยหน้าขึ้นมองเครื่องจักรสังหารด้วยแววตาตื่นกลัว กระแสความหงุดหงิดที่สัมผัสได้เมื่อสักครู่เจือจางลงไปมากแล้ว ทิ้งไว้เพียงแววตาไร้อารมณ์และยากเดาความคิดที่จ้องตรงมาอย่างน่าขนลุกเท่านั้น 

“...ทำซะ”

ระหว่าง ‘ที่ระบายอารมณ์’ กับ ‘เบ๊คอยรับใช้’ ตกลงเขาจะให้ผมเป็นอะไรกันแน่ครับ

คุณจะโยนหน้าที่ทั้งสองอย่างมาให้อุ่นแบบนี้ไม่ได้ถึงแม้การเป็นอัศวินมันจะไม่ต่างอะไรกับการเป็นเบ๊อยู่แล้วก็เถอะ ทว่าบ่นไปก็ไม่ได้อะไร สุดท้ายผมก็ต้องยอมจำนนอยู่ดี คิดพลางหลุบตาลงมองแฟ้มเอกสารหนาเตอะตรงหน้า

แล้วอุ่นเลือกอะไรได้ไหม...เลือกหนีไปให้ไกลได้หรือเปล่า 

 

 


Writer talk2

เนื่องจากบอกคนอ่านท่านหนึ่งไว้เมื่อวันก่อนว่าจะลงภายในสองสามวันนี้ค่ะ วันนี้เพิ่งปั่นเสร็จร้อนๆเลยนำมาลงให้ได้อ่านกัน เป็นครึ่งหลังที่แต่งสะสมทีละนิดทีละหน่อยมาก อะไรนะคะ? ฉากตัดน่ะหรอ หนูคิมคนไสยกับน้องอุ่นยังเด็กนะคะ//เสียงสูง จะให้มีตั้งแต่ตอนนี้มันก็กร๊าวใจเกินไป แต่ตอนหน้าๆๆก็ไม่แน่ (ตอนที่เท่าไหร่?)//หลบระเบิด ใครบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีฉากสวีทหวานแหวว สีแดงอมชมพู(?)แทบทั้งเรื่องยังไม่หวานพอหรือคะ ใครเดาถูกว่าหนูคิมคนไสยหงุดหงิดอะไร...มาเอารางวัลเป็นน้องอุ่นไปเลยค่า//หลบปืน หลบลูกดอก หลบทุกอย่างงง

#เห็นคอมเม้นท์แล้วนึกขึ้นได้ค่ะ เรื่องนี้จะออกแนวเว่อร์วังไปสักนิดนะคะเพราะไรท์จงใจแต่งแบบนี้มาตั้งแต่ต้นค่ะ ซึ่งคาแรกเตอร์พระนายมันจะดูเกินๆ และจะเป็นแบบนี้ต่อไปอีกนาน ต้องขออภัยบางท่านด้วยค่ะถ้าอ่านแล้วรู้สึกติดๆขัดๆ ไรท์เข้าใจและยอมรับความคิดเห็นของทุกคนนะคะ ถ้าใครรับแนวนี้ที่มันฉีกแนวปกติไปสักหน่อย(?)ได้ก็ลุยไปด้วยกันต่อโลด เตือนแล้วนะคะว่าเรื่องนี้ไม่มีใครปกติ ทั้งพระนายและการดำเนินเรื่องไปจนจบนั่นล่ะค่ะ ^^

                                                                                              รักรีดเดอร์

 

Writer talk1

เดี๋ยวนะคะหนูคิม หนูจะข้ามขั้นกับน้องอุ่นแบบนี้ไม่ได้...//หลบลูกดอก ยอมรับว่าเรื่องนี้แต่งยากมาก ทำไมมันยากกว่าเรื่องอื่นที่เคยแต่งก็ไม่รู้ TT แต่มันก็สนุกมากเช่นกันค่ะ สนุกตรงต้องคอยคิดว่าหนูคิมสมควรพูดอะไร ไม่ควรพูดอะไร ควรจะพูดฉากไหน จะว่าไปบทนี้หนูคิมคนไสยพูดตั้งหลายประโยค นับรวมๆแล้วก็ ส...สองสามประโยค(โปรดอย่าเรียกว่าเป็นประโยค นั่นมันกลุ่มคำต่างหาก)  ส่วนจะนัดน้องอุ่นไปทำอะไรที่ห้อง คงต้องเกาะขอบเตียง เอ้ย ประตูดูกันต่อไปค่า

#ติดตามข่าวสารการอัพนิยายกันได้ที่เพจ >>คลิ๊ก<<

#ไรท์มีทวิตนะคะ สามารถเข้าไปพูดคุย ไปหวีดนิยาย ทวงนิยายได้ค่ะ ยกเว้นเรื่องเดียวคือยืมเงิน ฮุฮุ >>คลิ๊ก<<

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.258K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,901 ความคิดเห็น

  1. #45433 crzoldyck7 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2563 / 12:59
    คิมหงุดหงิดคนไล่ทำร้ายอุ่นใช่ไหม หลงรักอุ่นแล้วอ่ะดิ.. เหรออออออออ? ตอนไหนมีแววว่าหลงรักหรอ สงสารอุ่นจัง
    #45,433
    0
  2. #45278 nisworddunn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 20:39
    เทออยากเล่นกะหนูอุ่นหล่ะสิ
    #45,278
    0
  3. #45095 0931935931 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 16:48
    คิมหันต์แม่เจ้าโว้ยยยดุได้พ่อจริงๆ
    #45,095
    0
  4. #45092 papapiake (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 04:21
    เพลิงนิลว่าหนักแล้วนะ เจอคิมหันต์นี่อยากร้องไห้แทนไออุ่น ลุ้นอยู่นั่นว่าเมื่อไหร่จะพูด
    #45,092
    1
    • #45092-1 Soo Gass(จากตอนที่ 11)
      26 พฤษภาคม 2563 / 14:58
      ก็พ่อกับพี่พ่อโหดทั้งคู่นี่5555
      #45092-1
  5. #45085 B3erry (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 07:31
    ทำไมเราชอบความหยอกเอิ้น? ของพระนายคู่นี้จัง 555
    #45,085
    0
  6. #45022 plss_m (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 22:15
    มีอารมณ์ร้องเพลงอยู่นะอุ่น5555555
    #45,022
    0
  7. #44994 k0658317324 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 12:32
    เคิมหันต์​ไม่ต้องเหมือนพ่อทุกอย่างก็ได้อ่อนโยนบ้างน้า
    #44,994
    0
  8. #44671 130143m (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 11:54
    ชั้นก็ยังไม่เห็นหนทางที่ทั้งสองจะรักกันเลย...TT^TT
    #44,671
    0
  9. #40330 nikgosa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 18:01

    สงสารน้องอุ่น

    #40,330
    0
  10. #38476 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 01:41
    แอบห่วงล่ะสิ้...แต่ปาลูกดอกใส่น้องเก่งจังโว้ยยย
    #38,476
    0
  11. #32809 kanyallapo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 21:15
    จนตอนนี้กุยังสงสัยว่าอิคิมจะไปสปาร์คกับน้องอุ่นกันตอนไหนฟ่ะ
    #32,809
    0
  12. #30542 crzoldyck7 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 00:19
    ชั้นแอบเขินที่คอลเลอร์บอกว่าคิมมองไออุ่นทั้งที่ไม่เคยมองใคร..กรี้ดกร้าดดดดดด
    #30,542
    0
  13. #27701 SOM10M (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 23:23
    ถึงได้รักกันจริงๆแต่ก็ต้องทำตามคำสั่งขออาเมฆอยู่ไม่ใช่หรอ พอถึงเวลาคิมไว้ใจอุ่นแล้วอุ่นหักหลังเพราะคำสั่ง ฮุกกกไม่อยากจะคิด😐
    #27,701
    0
  14. #25878 mook (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 09:32

    สงสารน้องมาเป็นอัศวินแต่เหมือนมาเป็นเบ๊เลย5555555

    #25,878
    0
  15. #25362 gamnunnapat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 15:42
    ฉันเริ่มสัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่าง
    #25,362
    0
  16. #25226 kakapp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 11:41
    อีคนพ่อชอบปาไพ่ส่วนคนลูกชอบปาลูกดอกแล้วหลานจะปาอะไรต่อวะเนี่ย
    #25,226
    0
  17. #23878 KiHaE*129 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 02:15

    คิมหันต์ลูกจะใช้น้องอุ่นเป็นเป้าซ้อมแบบนี้ไม่ด้ายยยยยยยยยย

    #23,878
    0
  18. #23393 Thanks-Sorry (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 12:18
    อ่านไปหงุดหงิดไป หายใจไม่ทั่วท้อง ลุ้นว่านายเอกจะโดนอะไรบ้าง ยิ่งกว่ากูลุ่นหวยอีกนะ
    #23,393
    0
  19. #23295 vivivenus (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 18:39
    เลือดสาดทุกตอน555
    #23,295
    0
  20. #22768 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 23:29
    คนนึงปาเก่งคนนึงหลบเก่งก็คือเหมาะสมกันค่ะแม่!!!
    #22,768
    0
  21. #22748 Ayyyye (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 15:15

    หม่นทะมึน และบัดซบมากชีวิตนายเอก ทุกรูปแบบของอาชญากรรม บูลลี่ โดนหมด แต่มองโลกในแง่ดี เหมือนปล่อยยูนิคอร์นมาวิ่งเอาตัวรอดในนรก คนอ่านได้แต่เอาใจช่วย อ่านไปหงุดหงิดไปก็หยุดอ่านไม่ได้เพราะเอาใจช่วยเคะ

    #22,748
    0
  22. #20310 เดือนสิบไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 13:35
    หงุดหวิดเพราะ-สามตัวนั้นชิมิ //เอี้ยวหลบสายตาเย็นชาแป็ป
    #20,310
    0
  23. #18363 MINERVA09 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 23:08
    สงสารน้องงเป็นนิยายที่แทบไม่มีไรหวานเลยแต่ทำไมฟินจังนะ=^=?
    #18,363
    0
  24. #18306 ks_siri (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 16:37
    แล้วคิมหงุดหงิดไรว้ะ 5555 หึงน้องหยอออ
    #18,306
    0
  25. #18049 ATENNILE (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 00:41
    ไม่ได้หวังฉากหวานแหววอะไรแค่ไม่รังแกอุ่นสักครั้งจะมีมั่งมั้ยอิพี่คิมคนโหด5555
    #18,049
    0