[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 10 : Ep.10::เป็นเป้าเคลื่อนที่ ยังดีกว่าเป็นปุ๋ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85,640
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,532 ครั้ง
    17 ส.ค. 63




 

Ep.10

 เป็นเป้าเคลื่อนที่ ยังดีกว่าเป็นปุ๋ย  

  

              “ไออุ่น”

              “....”

              “ไออุ่น...เฮ้ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย”

              ผมเกือบสะดุ้งเมื่อถูกสะกิดไหล่อย่างรุนแรง จากนั้นก็ผละถอยห่างจากเพียวที่ยื่นหน้ามาสำรวจตรวจตราเสียประชิด อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นนิดคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเป็นเชิงจ้องจับผิด ผมกะพริบตาปริบๆ  ก่อนจะหยิบช้อนพลางตักข้าวเข้าปากแก้เก้อ

              “ขอโทษครับ...”

คล้ายว่าเพียวจะเรียกมาตั้งนานแล้ว ฮือ ผมไม่น่าเหม่อลอยคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนเลย ทำไงได้ ขนาดหลับเหตุการณ์เฉียดตายยังตามไปก่อกวนในความฝัน ดังนั้นอย่าพูดถึงตอนตื่น ผมคิดเรื่องนี้แทบจะตลอดเวลา เล่นเอาไม่เป็นอันทำอะไรเลย นั่งเรียนทั้งวันก็ไม่รู้เรื่อง แถมยังไม่กล้าเข้าไปนั่งใกล้คิมหันต์เหมือนเดิมอีก

คงไม่มีคนดีๆ ที่ไหนอยากเข้าใกล้คนที่เพิ่งเอาปืนจ่อหัวตัวเองไปหรอก จริงไหมครับ...โฮก

ตอนนี้ผมกับเพียวกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ที่โรงอาหาร ส่วนเจมส์มีธุระนิดหน่อยเลยกลับหอไปตั้งนานแล้ว บอกไว้ก่อนว่านี่ไม่ใช่ข้าวมื้อกลางวันนะครับ มันเป็นข้าวมื้อเย็น...มื้อที่ผมไม่ค่อยกินและมักซื้อขนมปังโซนร้านค้ากลับไปกินที่หอเสียมากกว่า

“เออๆ ว่าแต่วันนี้ไม่เห็นเข้าไปนั่งกับราชาตะวันตกล่ะวะ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า” เพียวพยักหน้าไม่ถือสาเอาความ จากนั้นก็ใช้ตะเกียบคีบซูชิในจานเข้าปากโดยที่สายตายังคงจดจ้องผมเขม็ง

“....” ผมไม่ค่อยชอบพูดโกหกใครเท่าไหร่จึงเลือกที่จะเงียบไว้ก่อน ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยโกหกนะ แต่ผมจะทำก็ต่อเมื่อสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องทำเท่านั้น

“ช่างเถอะ ยังไงก็เป็นเรื่องของมึงนี่นะ ถูกฆ่าหมกป่าวันไหนก็ส่งการ์ดเชิญงานศพมาให้กูด้วยแล้วกัน”

“ถึงตอนนั้นผมคงตายไปแล้ว...จะเอาการ์ดมาให้เพียวได้ยังไงล่ะครับ”

“ไออุ่น...มึงคงอยากโดนกูขยี้จริงๆ สินะ”

อ...เอ่อ ผมคิดว่าตัวเองต้องรีบกินรีบหนีแล้วล่ะ อยู่ๆ สายตาของเพียวก็แลดูอันตรายขึ้นมายังไงไม่รู้ ขนลุกแปลกๆ งื้อ

ทว่าก่อนที่เพียวจะได้ล็อกคอผมเพื่อจัดการ ‘ขยี้’ ตามที่เจ้าตัวบอก เสียงซุบซิบปนกรีดร้องเบาๆ ก็ดังเซ็งแซ่ลั่นโรงอาหารเสียก่อน

 “กรี๊ด! ราชาตะวันออกมากินข้าวเย็นด้วยอ่ะ เป็นบุญตาของฉันแล้ว”

“คอลเลอร์มาอ่ะแก คอลเลอร์มา กรี๊ด!

“คอลเลอร์ เอวานอีกแล้วหรอวะ รีบกินก่อนหมอนั่นจะอารมณ์เสียแล้วระเบิดโรงอาหารทิ้งดีกว่า”

ผมเคลื่อนดวงตาเหม่อลอยมองไปยังต้นเหตุเสียงกรี๊ดด้วยความสงสัย ร่างสูงสง่ากำลังเดินหน้านิ่งตรงมาทางนี้ ไม่ได้สนใจไยดีเสียงกรี๊ดร้องแผ่วๆ รอบด้านเลยสักนิด บรรยากาศรอบร่างของเขาดูขุ่นมัวคล้ายประกาศให้โลกรู้เลยว่า...ขืนใครทะเล่อทะล่าเข้าไปใกล้ตอนนี้คงได้ตายฟรีอย่างไม่ต้องสงสัย

แม้แต่เพียวยังชะงักแล้วปล่อยมือออกจากคอผมพลางหันไปมองเขาเลย ไม่ปฏิเสธว่าบรรยากาศรอบร่างของเขาดูอันตราย...แต่ในความคิดของผม เขายังอันตรายไม่ได้ครึ่งของ ‘คนคนนั้น’ ด้วยซ้ำ ไม่แปลกที่ผมจะจ้องเขาตาแป๋วอย่างไม่กลัวเกรงเช่นนี้

คล้ายรู้ตัวว่าถูกจ้อง คอลเลอร์ตวัดหางตามามองผมในจังหวะที่กำลังจะเดินผ่านไป อา...หน้าตาดีจัง แต่อัธยาศัยคงไม่ดีแหงๆ คิดดูสิ จะมีใครมองข่มคนแปลกหน้าตั้งแต่แรกเจอขนาดนี้บ้าง ตำแหน่งราชาตะวันออกคงไม่ได้มีไว้แค่ประดับบารมี...ผมรู้ดีว่าคนๆ นี้สามารถพุ่งตรงเข้ามากำจัดผมที่ขวางหูขวางตาได้ในทันทีที่เขาต้องการ

ผมดึงช้อนข้าวออกจากปากก่อนจะเคี้ยวหงุบหงับ ดวงตาคมดุคู่นั้นผละห่างออกไปแล้ว ดูเหมือนอีกฝ่ายจะกำลังรีบ ผมเห็นพวกผู้หญิงมองตามเขากันให้ควั่ก ทว่าสายตาคู่นั้นกลับไม่เหลียวแลใครสักคน

ผมเผลอเอียงคอ หรือว่า...จะถูกหมายหัวเอาเสียแล้ว เมื่อกี้คอลเลอร์ไม่มองคนอื่นก็จริง แต่เขาจงใจมองผมด้วยหางตาชัดๆ!

อืม...ช่างเถอะครับ ต่อให้มีใครหมายหัวอีกเป็นหมื่นเป็นแสน ผมก็ไม่สะดุ้งสะเทือนเท่าโดนเครื่องจักรสังหารหมายหัวหรอก ว่าแต่คืนนี้ที่เขานัด...คือนัดไปสอนยิงปืน หรือให้ผมไปเป็นเป้าทดลองยิงกันแน่ โฮก

ผมควรไปดีไหม จะไปหรือไม่ไปดี...ถ้าไปผมอาจกลายเป็นเป้าทดลองยิงปืนรูปแบบใหม่ ไฉไลกว่าเดิมพร้อมออฟชั่นเสริมความอึด ถึก ทน(มือทนเท้าแต่ถ้าไม่ไปผมคงโดนตามล่าแล่เนื้อเถือหนังโทษฐานบิดพลิ้วคำสั่งที่อีกคนจงใจนัด ทำไมเรื่องน่าหวาดผวาต้องเกิดกับผมอยู่เรื่อย พระเจ้าไม่รักอุ่นแล้วหรอครับ ฮือ

“ราชาตะวันออกมาทำอะไรที่นี่” เพียวพึมพำ ดวงตายังคงจับจ้องตามแผ่นหลังกว้างที่แม้อีกฝ่ายจะหันหลังให้ ทว่ายังคงแผ่รัศมีน่าเกรงขามออกมาให้รู้สึกหดหู่เล่นๆ เป็นระยะ

“มาโรงอาหาร...ก็มาซื้อข้าวไงครับ”

“ไออุ่น...”

เพียวหันขวับมามองพลางเอ่ยเสียงเย็น รอยยิ้มหวานหยดที่ประดับบนหน้าเรียวได้รูปทำให้สัญชาตญาณระวังภัยของผมตื่นตัว จังหวะที่ร่างโปร่งบางพอกันจะตะครุบมือลงมาขยี้หัว ผมก็รีบเอนตัวหลบแล้วฉวยจานข้าวไปเก็บอย่างรวดเร็ว

“อ...เอ่อ ไปนะครับ” 

“ฮึ่ยที่กูพูดหมายถึงคนระดับราชาอย่างหมอนั่นมาทำอะไรที่นี่ต่างหาก สั่งคนให้มาซื้อข้าวแทนไม่ง่ายกว่าหรอ แล้วนี่มึงจะรีบไปไหน”

“ซ้อมยิงปืนครับ”

“หืมขยันแหะ เสียดายที่ช่วงนี้กูไม่ว่าง ไม่งั้นจะไปซ้อมด้วย เอาไว้สามวันสุดท้ายค่อยไปแล้วกัน”

เพียวยกมือกอดอกพลางฉีกยิ้มร่าเริง ผมทำเพียงพยักหน้าตอบรับเพราะอย่างเพียวซ้อมสามวันสุดท้ายก็คงทัน อย่างน้อยเขาก็ยิงเข้าเป้ามากกว่าผมล่ะนะ

“ว่าแต่มึงไปซ้อมยิงกับใครวะ ยังยิงไม่คล่องเลยไม่ใช่หรอ บ้าฉิบ กูลืมไปเสียสนิทเลย...เดี๋ยวโทรตามไอ้เจมส์มาสอนมึงดีกว่า”

เพียวเบิกตากว้างคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทักษะการยิงปืนของผมเข้าขั้นห่วยบรม จากนั้นก็ยกสมาร์ทโฟนกดหาเบอร์เจมส์ในขณะที่ผมลุกลี้ลุกลนคว้าข้อมือบางไว้ได้ทันท่วงที

“ผม...มีคนสอนให้แล้วครับ”

              แม้ไม่มั่นใจว่าที่นัดคือนัดไปซ้อมหรือไป ‘ทำอะไร’ แต่ผมก็จำเป็นต้องเอ่ยบอกแบบนั้น จะให้เพื่อนใหม่ทั้งสองคนรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าผมลักลอบเจอกับคิมหันต์ในยามวิกาล จะว่าไปทำไมเริ่มรู้สึกราวกับตัวเองเป็นลูกนกที่หาญกล้าบินออกจากรังแม่นกไปให้พญาเหยี่ยวจับกินยังไงก็ไม่รู้

              ไปก็เสี่ยงตาย...ส่วนไม่ไปนี่ตายแน่นอน ฮือ

“งั้นหรอ...”

“ผมไปนะครับ”

ผมรีบเดินหนีออกมาก่อนจะโดนซักไซ้ถามว่าใครเป็นผู้สอนยิงปืน พระเจ้าครับ...ช่วยให้ผมรอดพ้นความตายในคืนนี้ทีเถอะ

 

บรรยากาศยามค่ำคืนค่อนข้างวังเวงกว่าทุกวัน ผมเดินเตาะแตะไปยังสนามซ้อมยิงปืนด้วยจิตใจล่องลอย มือไม้เย็นเฉียบ ยิ่งกว่าความหนาวเหน็บรอบด้านเสียอีก ภายในสนามปิดไฟไว้ดังเช่นเมื่อวาน ผมอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้ ไม่มีใครมาซ้อมยิงปืนหลังสองทุ่มเลยหรอ ทำไมกันล่ะหรือว่ามันจะดึกไป

อืม ผมคิดว่าไม่ใช่เพราะเหตุผลนั้นแน่...บางทีอาจมีคนล่วงรู้ว่ามัจจุราชจะประจำอยู่ที่นี่ในช่วงเวลากลางคืน ยกเว้นเพียงผมที่ทะเล่อทะล่าเข้ามาซ้อมยิงอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ เลยโดนดีไปเมื่อคืนสดๆ ร้อนๆ

แรงยิ่งกว่าเจ้าที่ ก็คิมหันต์เนี่ยแหละ!

ผมเดินไปเปิดไฟพลางกวาดตามองรอบๆ อย่างระแวดระวัง บริเวณจุดที่มัจจุราชในคราบมนุษย์เคยนั่งไร้ร่องรอยของสิ่งมีชีวิตใดๆ บนเป้ายิงก็ไม่มีร่องรอยของกระสุนเช่นกัน ผมเผลอถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งอก แต่แล้วกลับต้องยืนแข็งค้างเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายน่าขนลุกทางด้านหลัง

อะฮึก...ระทึกยิ่งว่า ล่า ท้า ผี อีกครับ

ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่เข้ามาประชิดร่างตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ คิดดูว่าผมระวังตัวแจขนาดนี้แต่คิมหันต์กลับฝีเท้าเบาเสียจนผมไม่รู้สึกตัว ดูความน่ากลัวของเขาเอาเถอะ

พระเจ้าครับ...ผมจะบ้าตายอยู่แล้ว!

ผมถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างต้องการรักษาระยะห่าง ดวงตาประสานกับคนตรงหน้าที่ตวัดมองผมเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะคว้าปืนออกมาควงเล่น นัยน์ตาไร้อารมณ์มองเลยศีรษะของผมไปยังเป้ายิงปืน...ก่อนจะเคลื่อนมามองผมที่ยืนนิ่งอีกครั้ง

ณ วินาทีนั้นผมเบิกตากว้างด้วยความช็อก ไม่ต้องรอให้เอ่ยปากบอกผมก็รู้โดยสัญชาตญาณว่าคิมหันต์ต้องการอะไร

ให้ตายเถอะครับ น...นี่เขานัดผมมาเพื่อให้เป็นเป้าซ้อมยิงปืนโฮ

 ฉับพลันนั้นผมตื่นตระหนกจนเผลอสั่นไปทั้งร่าง จากนั้นก็ส่ายหน้าระรัวเป็นเชิงปฏิเสธ แต่คิมหันต์กลับไม่สนใจท่าทีต่อต้านของผมเลยสักนิด ดวงตาทรงอำนาจสว่างวาบคล้ายออกคำสั่งว่าถ้าผมไม่เดินไปเป็นเป้าดีๆ ล่ะก็...คงได้กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นหญ้าบนพื้นดินภายในสิบวินาทีนี้แน่

ง่ะ...ฮือ มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ ผมคิดว่าเขาจะสอนยิงปืนให้ซะอีก ผมไม่น่าหลวมตัวโดนหลอกมาตายที่นี่เลย คงไม่ใช่ว่าคิมหันต์เห็นผมหลบลูกปืนได้และนึกเบื่อเป้านิ่งขึ้นมาพอดี เลยอยากลองซ้อมยิงเป้าแบบ ‘เคลื่อนไหว’ เล่นๆ แก้เซ็งบ้างหรอกนะ

ร้ายกาจเกินไปแล้ว คุณหลอกอุ่น คนใจร้าย!

ผมแทบผงะหงายเงิบอีกรอบเมื่อร่างสูงใหญ่ตรงหน้าเคลื่อนมาใกล้จนบดบังแสงไฟที่สาดส่องร่างเสียมิด เงาดำครอบคลุมกายผมไปครึ่งตัวพอๆ กับสติที่เริ่มจะดำดิ่งสู่ห้วงความมืดอันเวิ้งว้าง เด็กอนุบาลยังรู้เลยว่านี่เป็นการข่มขู่คุกคามกันชัดๆ

ย...ยอมแล้ว อะฮึก น่ากลัวอะไรเบอร์นี้ 

ผมกล้ำกลืนฝืนทนเดินไปยังบริเวณเป้านิ่งอย่างไร้ทางเลือก คิมหันต์เดินมาประจำจุดอย่างเชื่องช้าก่อนจะยกปืนขึ้นเล็งผม เดี๋ยวๆ...เดี๋ยวนะมันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ ผมควรพูดอะไรสักอย่างให้เขาหยุดการกระทำโหดร้ายนี่ซะ

จิตใจทำด้วยอะไร...ฮือ หลังจากส่งผมไปเป็น ‘เป้า’ ก็จะส่งไปเป็น ‘ปุ๋ย’ ต่อใช่ไหม อย่าคิดว่าผมไม่รู้ทันเขาเชียวนะ

“ไม่ยิง...ได้ไหมครับ” 

ผมเม้มปากแน่นก่อนจะวอนขอด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แม้อยู่ไกลแค่ไหนผมก็เชื่อว่าคิมหันต์ได้ยิน ขนาดเมื่อวานเขายังหูดีได้ยินสิ่งที่ผมหลุดพูดเลย

กริ๊ก!

และแล้ว...เขาก็ตอบรับคำขอของผมด้วยการขึ้นนกปืน

ผมเผลออ้าปากค้าง รวบรวมสติคิดหาหนทางรอด คิมหันต์คงไม่ยอมอ่อนข้อให้ผมง่ายๆ แน่ ไม่รู้ว่าใจแข็งเป็นเหล็กกล้าหรือวิวัฒนาการเป็นหุ่นยนต์ไปแล้วจริงๆ ดังนั้นผมควรเผชิญหน้ากับเขา และพยายามหาทางหลุดรอดออกจากวิถีลูกกระสุนด้วยตัวเอง 

ไม่เอาแล้ว ผมไม่หวังให้เขามาสอนอะไรให้ทั้งนั้น สาบานได้ว่าถ้ารอด...ผมจะหนีเขาไปให้ไกลที่สุด

ปัง!

อะเฮือก!

อยู่ดีๆ ลูกปืนก็ลอยมาเฉียดหน้า โชคดีที่ผมกระโดดหลบได้ทันแม้สติจะไม่อยู่กับร่องกับรอยก็ตาม คิมหันต์ลดปืนลง สายตาคมปลาบกวาดมองผมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเชื่องช้า ชั่วขณะนั้นราวกับโดนมีดกรีดผิว...ผมรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอย่างน่าประหลาด

แววตาของเขาทำให้ผมรู้สึกไม่ปลอดภัย คล้ายว่านับแต่นี้ต่อไป...ชีวิตจะไม่สามารถหาความสงบสุขได้อีกแล้ว

จ้องตากันพักใหญ่คิมหันต์ก็ยกมือข้างที่ไม่ได้ถือปืนขึ้นมา นิ้วเรียวยาวขยับถอดถุงมือสีดำโดยที่ยังไม่ละสายตาออกห่างจากผม จากนั้นก็กระดิกนิ้วเรียก...

หือกระดิกนิ้ว กระดิกนิ้วเรียกเนี่ยนะ!

ผมส่ายหัวพัลวันก่อนจะก้าวถอยหลัง ค...คิมหันต์เรียกผมทำไม เขาต้องการอะไร?! ผมกลัวจนจะบ้าตายอยู่แล้ว เขาคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่มันปกตินักหรอ ผลักผมให้ไปเป็นเป้า...ยิงหนึ่งนัดเสร็จก็กระดิกนิ้วเรียกให้กลับไปหา ผมไม่ใช่น้องหมานะจะได้เห่า บ๊อกๆ แล้ววิ่งจู๊ดไปหาเขาน่ะ

คนๆ นี้เลือดเย็นเกินไปหน่อยไหมครับ เพราะแบบนี้ไงผมถึงไม่เข้าใจมนุษย์เอาซะเลย

ไม่รู้ว่าตาฝาดไปหรือเปล่า...ทันทีที่ผมถอยกรูดพลางส่ายหน้าปฏิเสธ ดวงตาดุดันคู่นั้นก็ทอประกายเย็นยะเยือกอย่างน่าขนลุก ผมหลับตาปี๋อย่างไม่อาจทนรับแรงกดดันได้ ทั้งที่ไม่เคยร้องไห้กับเรื่องอะไรง่ายๆ แต่ก้อนสะอื้นกลับเริ่มมากระจุกบริเวณลำคอ ครั้งนี้ผมกลัวจริงๆ กลัวมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ถ้าจะทำแบบนี้ก็ฆ่ากันเลยเถอะครับ

“จะมาดีๆ...”

ฉับพลันนั้นสุ้มเสียงเย็นชาทว่าแฝงไปด้วยความดุดันและคุกคามอย่างมหาศาลก็ลอยเข้ามากระทบหู ไม่ต้องรอให้เครื่องจักรสังหารพูดจนจบประโยค ผมก็รีบหลับหูหลับตาวิ่งไปหาเขาอย่างไม่คิดชีวิต

ยังยืนยันคำเดิมนะว่าผมไม่ใช่น้องหมา...กะ ก็แค่ทำไปตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอดเท่านั้นเอง งื้อ

“ร...เรียกผมทำไมหรอครับ แฮ่กๆ”

ผมหยุดยืนตรงหน้าร่างสูงกำยำพลางหอบหายใจถี่รัว เข้าใจอารมณ์คนรีบเร่งสุดชีวิตใช่ไหมครับ ต่อให้ระยะทางมันไม่ได้ไกลเป็นสิบกิโลแต่ก็ทำให้เหนื่อยได้อยู่ดี

ปืนสีดำมันวาวถูกยื่นมาตรงหน้า ไม่ใช่กระบอกที่เขาถืออยู่ แต่เป็นอีกกระบอกหนึ่งที่ผมไม่ทันได้สังเกตว่าเขาไปหยิบมาตั้งแต่เมื่อไหร่

ผมเผลอเอียงคอด้วยความงุนงงก่อนจะยื่นมือสั่นๆ ไปรับมันมา วินาทีที่ปลายนิ้วร้อนผ่าวสัมผัสกับปลายนิ้วเย็นเฉียบของอีกฝ่าย...ผมก็สะดุ้งเฮือกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราดตั้งแต่หัวจรดเท้า

ทำไมเย็นล่ะจะว่าไปอากาศก็หนาวพอสมควร ผมยังแปลกใจอยู่เลยที่เขาสวมเพียงเสื้อกล้ามสีดำตัวเดียวกับกางเกงยีนส์ ในขณะที่ผมนั้นใส่ทั้งถุงเท้า ผ้าพันคอ และเสื้อกันหนาวเต็มยศ!

ข้อควรระวัง : ข้อที่ 1 คิมหันต์มีผิวเย็น...ดังนั้นจึงส่งผลให้เขากลายเป็นคนเลือดเย็นไปด้วย อะไรนะไม่เกี่ยวหรอ แต่ผมคิดว่ามันเกี่ยวนะ คนที่ผิวทนลมทนแดดได้ขนาดนี้ สภาพจิตใจต้องทรหดขนาดไหนกัน บรื้อ!

ผมเมมโมรี่ข้อมูลไว้ในหัว อากาศหนาวเบอร์นี้อีกฝ่ายยังกล้าใส่เสื้อกล้ามท้าลมหนาวได้อีก ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งยิงลูกปืนมาเฉียดหัวผมเมื่อกี้นะ...คงจะสละผ้าพันคอให้ไปแล้ว

พอเห็นว่าผมรับปืนไปเรียบร้อยแล้ว ดวงตาสีน้ำตาลเฉดแดงที่แผ่ไอเย็นอยู่ตลอดเวลาก็เคลื่อนไปยังเป้ายิงปืนที่อยู่อีกฝั่งทันที จากนั้นก็วกกลับมามองผมเป็นเชิงออกคำสั่ง

“ให้ผมยิงเป้านั่น...หรอครับ”

ผมเอ่ยถามอย่างมึนๆ  แต่คนที่มึนกว่าดันเดินดิ่งๆ ผ่านหน้าไปนั่งตรงที่ประจำของเขา ก็ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ผมเจอเขาเมื่อคืนก่อนนั่นไง และที่น่าเหลือเชื่อที่สุด...พอนั่งลงแล้วเอาศอกวางไว้กับเข่าที่ชันขึ้นมาข้างหนึ่งเสร็จ ดวงตาคมดุก็ปิดลงอย่างฉับพลัน เป็นสัญญาณเตือนว่า ‘จะพักผ่อน อย่ากวน ซ้อมเงียบๆไปซะ’ อะไรประมาณนี้

ถ้าง่วงนัก...ทำไมไม่กลับไปนอนที่หอซะเลยล่ะครับจะมานอนกดดันผมทำม้าย

ผมมองปืนในมือตาปริบๆ สลับกับมองคนที่นอนพิงต้นไม้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วถอนหายใจดังฟู่ว ร่างกายที่สั่นเทาเริ่มกลับมาเป็นปกติ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยืนซ้อมไปตามเวรตามกรรม เอาตามตรงผมไม่เข้าใจคิมหันต์เลยสักนิด เขาต้องการอะไรหรอครับ ใครรู้ช่วยบอกที ผมเดาอารมณ์ไม่ถูกแล้ว งื้อ

ปังๆๆ!

หลังสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตัวเสร็จผมก็เริ่มซ้อม วันนี้เริ่มยิงโดนเป้าบ้างแต่ไม่เฉียดตรงกลางเป้าเลยแม้แต่นิด ซ้อมจนปวดแขนและหอบเหนื่อย แต่ผมไม่คิดจะหยุดซ้อมแล้วกลับหอไปนอนพัก เวลาผ่านไปกี่ชั่วโมงไม่รู้...รู้เพียงดวงจันทร์เริ่มเคลื่อนขึ้นไปยังจุดกึ่งกลางฟากฟ้าอันมืดมิด แสงจันทร์ทอประกายนุ่มนวลแต่กลับชวนหดหู่และเงียบเหงาอย่างถึงที่สุด 

เงียบซะจนผมเกือบลืมไปแล้วว่ามีใครบางคนอยู่ด้วย...

วูบ!

สายลมวูบหนึ่งแล่นผ่านทางด้านหลัง พอหันไปมองผมก็พบกับแผ่นหลังกว้างที่กำลังเล็กลงเรื่อยๆ ตามจังหวะการก้าวเดินของเจ้าตัว บทจะไปก็ไปอย่างไร้สุ่มเสียง ถ้าผมไม่หันไปมองก็คงไม่รู้ว่าคิมหันต์ไปแล้ว คงจะเปลี่ยนไปนอนที่หอล่ะมั้ง ยังนึกสงสัยอยู่เลยว่าเขามานอนที่นี่เพื่ออะไร แถมยังเป็นการนั่งพิงต้นไม้หลับอีกต่างหาก

สรุปคือวันนี้ผมถูกนัดมาฟรี นัดมาเพื่อเป็นเป้าซ้อมยิงโดยเฉพาะ บอกเลยว่าเลิกหวังให้คิมหันต์สอนยิงปืนอะไรนั่นไปแล้ว พระเจ้าครับ...ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตอุ่นรอดพ้นความตายไปได้อีกหนึ่งคืน อาเมน

การสอบยิงปืนใกล้เข้ามาทุกที ผู้คนเริ่มทยอยกันมาใช้สถานที่ซ้อมอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะวันนี้  ไม่แปลกหรอกครับ เพราะพรุ่งนี้คือวันสอบอย่างไรล่ะ

วันนี้ทางโรงเรียนให้หยุดหนึ่งวันเพื่อเก็บตัวฝึกซ้อมก่อนการสอบ ผมมาถึงสนามซ้อมยิงปืนตอนบ่ายสาม ก่อนจะมองบรรดาผู้คนที่เดินแตกรังเป็นฝูงผึ้งด้วยแววตาว่างเปล่า แม้คนจะเยอะแต่สนามค่อนข้างกว้างและมีมาตรฐานสูงมาก ดังนั้นจึงหมดปัญหาเรื่องอุปกรณ์ไม่พอหรือสถานที่ไม่พร้อมใช้งานไปโดยปริยาย

เดินมาเตรียมอุปกรณ์ได้ไม่ทันไร ใครบางคนก็เดินตรงมาทางนี้ ฉับพลันนั้นสายตาหลงใหลได้ปลื้มของเพื่อนผู้ชายหลายคนก็จับจ้องมายังจุดที่ผมยืนอยู่เป็นตาเดียว แต่ไม่ได้มองผมหรอกนะ มองไอฝนต่างหาก

“ไง...สภาพดูไม่ได้เลยนะ”

ดวงตาคู่สวยกวาดมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า จากนั้นก็เหยียดยิ้มที่ทำเอาคนมองหัวใจสั่นคลอนได้ง่ายๆ ออกมา ไม่ปฏิเสธหรอกครับว่าไอฝนมีเสน่ห์มาก แต่ผมคิดว่าน้องหมายังน่ารักกว่าคนตรงหน้าเยอะ อย่างน้อยน้องหมาคิดอะไรก็ทำออกมาแบบนั้น ไม่เหมือนอีกฝ่ายที่ภายนอกยิ้มแย้มแต่ภายในใจบึ้งตึง แค่มองตาผมก็รู้ลึกไปถึงก้นบึ้งหัวใจแล้ว คงเพราะเป็นคนเงียบๆ และสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของคนรอบข้างล่ะมั้ง เลยรับรู้อะไรได้เร็วแบบนี้

“มีอะไรหรอครับ”

ผมถามเข้าประเด็น แต่เหมือนอีกคนจะเข้าใจผิดว่าผมจงใจเมินประโยคข้างต้น เอ่อ...ความจริงผมก็ไม่ได้สนใจมันจริงๆ นั่นแหละ ไอฝนเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น สีหน้าดูเกรี้ยวกราดอย่างบอกไม่ถูก พอหลุบตามองมือบาง ผมก็พบกับปืนสองกระบอกที่คนตรงหน้าถืออยู่

“มาประเดิมฝีมือก่อนแข่งจริงกันหน่อยเป็นไง...ไอ้ลูกเป็ด” เสียงหวานแผ่วเบากระซิบข้างหูก่อนจะจงใจยัดปืนเข้ามาในมือผม

ไอฝนเลิกคิ้วท้าทายท่ามกลางสายตาของผู้คน อีกฝ่ายคงจงใจจะหักหน้ากันอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าผมคืนปืนไปคงจะดูขี้ขลาดตาขาวแบบสุดๆ แน่นอนว่าเรื่องอะไรผมจะคืนให้ล่ะ ยังไงก็ตั้งใจจะรับคำท้าอยู่แล้ว

“ได้สิครับ...”

ผมอยากดูวิถีลูกปืนและระยะเวลาในการเหนี่ยวไกแต่ละช่วงของไอฝน รวมทั้งอยากทดสอบตัวเองด้วยว่าพร้อมสำหรับการสอบพรุ่งนี้แล้วหรือยัง

“หืมทายาทตระกูลหงส์จะแข่งกันเองหรอ”

“เอาจริงดิ ยังไงกูว่าควีนของหอตะวันออกก็ชนะใสๆ ว่ะ”

“ไอ้มืดมนนั่นได้รับเกียรติจากไอฝนคมงามให้เป็นคู่ซ้อมเลยนะเว้ย โคตรน่าอิจฉา”

เสียงพูดคุยรอบข้างเริ่มดังขึ้นอย่างไม่คิดจะปิดบังแม้แต่นิด ผมเดินตามไอฝนมายังจุดซ้อมยิงปืน ผู้คนแหวกทางให้พวกเรายามเดินผ่าน ส่วนเพื่อนผู้ชายยังคงมองไอฝนจนเหลียวหลังอยู่เช่นเคย ขนาดเกิดมาเป็นผู้ชายยังโดนรุมตอมซะขนาดนี้ ถ้าเกิดมาเป็นผู้หญิงคงได้มีคนต่อยตีแย่งชิงกันไม่เว้นแต่ละวัน

อา...เห็นแล้วผมเริ่มเหนื่อยแทนเลยแหะ โชคดีจังที่เกิดมาหน้าตามืดมน ใครว่าเป็นลูกเป็ดแล้วไม่มีโชค บู้ๆ

ปังๆๆปังๆๆๆ!

มหกรรมยิงปืนเพื่อเก็บแต้มแข่งกันได้เริ่มขึ้น ผมพยายามมีสมาธิจดจ่ออยู่กับเป้าตรงหน้า ลูกปืนเฉียดใกล้ตรงกลางเป้าไปไม่กี่เซนติเมตร แต่ไม่มีวี่แววว่าจะตรงเป้าเลยสักนิด และแล้วเวลาก็เริ่มนับถอยหลังจนกระทั่งหมดลงในที่สุด

รู้ผลแพ้ชนะตั้งแต่ยังไม่ทันได้มองคะแนน...ถามว่าเสียใจไหม ไม่หรอก ผมรู้สึกงงมากกว่าว่าทำไมยิงไม่เข้าเป้าเสียที คล้ายมีอะไรบางอย่างเหนี่ยวรั้งไว้ไม่ให้ผมทำได้สำเร็จ ทั้งที่ซ้อมมาหลายวันแล้วแท้ๆ

“กูว่าล่ะ ฝีมือแบบนี้แม่งถูกส่งเข้ามาที่นี่ได้ไงวะ”

“บ้าหรือเปล่าที่ไปท้าทายควีนหอตะวันออกแบบนั้น ได้ข่าวว่าหมอนั่นเก่งเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ”

“มีสายเลือดตระกูลหงส์แน่หรอวะ ไม่เห็นมีอะไรน่าทึ่งเหมือนพวกคนในตระกูลใหญ่ๆ สักอย่าง เสียชาติเกิดฉิบหาย ฮ่าๆ”

เสียงซุบซิบปะปนหัวเราะครึกครื้นลอยมากระทบหู ผมกวาดตามองหาคนที่พูดประโยคหลังสุดอยู่แต่ไม่เจอสักที กะว่าจะตอกกลับซะหน่อยว่าเสียชาติเกิดตรงไหน ในเมื่อผมก็เกิดมายืนอยู่ตรงนี้แล้วนี่นา 

“เหอะ กระจอกแบบนี้...ยังยืนยันที่จะแข่งกับกูในวันพรุ่งนี้อยู่อีกหรือไง”

ดวงตาคู่สวยมองคะแนนของตนที่ทิ้งห่างคะแนนของผมอยู่มากโข จากนั้นก็ยกยิ้มหยามหยันชั่วครู่หนึ่ง ผมเหม่อมองออกไปนอกสนามกว้าง คิดถึงวิถีลูกปืนของไอฝนรวมทั้งระยะเวลาในการเหนี่ยวไก...ไม่มีทางที่จะชนะคนๆ นี้ได้เลยสักนิด

แต่ไม่ลองก็คงไม่รู้ ผมเชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ถ้าทุ่มสุดตัวแล้วผลลัพธ์ออกมาล้มเหลวก็ไม่เป็นไร นักรบย่อมมีบาดแผล ไม่งั้นจะเติบโตเป็นขึ้นแม่ทัพที่แข็งแกร่งได้ยังไง ก่อนอื่น...ใครจะยอมแพ้ง่ายๆ กันล่ะ

“แข่งครับ...ไม่ว่ายังไงผมก็จะแข่ง” เอ่ยตอบเสียงเรียบพลางส่งสายตาจริงจังไปให้ ไม่รู้ว่าไอฝนจะเห็นหรือเปล่า แต่คงสัมผัสได้ว่าผมจริงจังแค่ไหน 

ไอฝนชะงักกึก ผมแอบเห็นมือเรียวสวยจิกเข้าหากันแน่น ริมฝีปากเรียวบางเอ่ยพึมพำอะไรบางอย่างก่อนจะหันหลังแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

“เพราะแบบนี้สินะพี่ไอหมอกถึงได้...บ้าฉิบ ไอ้ตัวซวยนี่มีอะไรดีกันนะ”

ผู้คนที่มุงล้อมเริ่มทยอยไปซ้อมกันบ้างแล้วคล้ายหมดความสนใจ ส่วนผมก็เดินออกมาจากโซนนั้นเงียบๆ คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเพื่อหาวิธีการรับมือกับไอฝนในวันพรุ่งนี้ รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็พิงเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่งเสียแล้ว

เอ๋...คุ้นๆ นี่มันต้นไม้ที่มัจจุราชใช้สิงสถิตเป็นประจำนี่หว่า!

ช่างเถอะ...ผมไม่เห็นเขาอยู่ที่นี่ บางทีอาจนอนอยู่ที่หอก็ได้ เล่นมานั่งกดดันผมทุกคืนแถมยังไม่มีท่าทีกระดิกตัวมาฆ่าหรือสอนยิงปืนให้ด้วยซ้ำ แปลกคนชะมัด หรือว่าคิมหันต์ต้องการให้ผมตื่นตระหนกจนช็อกตายไปจริงๆ

อา...เขาใกล้จะทำสำเร็จแล้วล่ะ เล่นโฉบไปโฉบมาแบบนั้นผมคิดว่าเป็นผีไปหลายรอบแล้ว!

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านเลยไปนานเท่าไหร่ ผมผงกหัวขึ้นมารับรู้บรรยากาศรอบด้านอีกครั้ง สายลมพัดเศษใบไม้และเส้นผมจนปลิวว่อน กะพริบตาปริบๆ ก่อนจะเบิกตากว้างแล้วลุกยืนขึ้นทันใด น...นี่ผมเผลอนั่งหลับใต้ต้นไม้งั้นหรอ แถมยังหลับที่เดียวกับเครื่องจักรสังหารนั่นอีก ฮือ น่าอายชะมัด

พอมองดูนาฬิกาข้อมือก็พบว่ามันเลยช่วงเย็นมามากแล้ว ผมหลับเพลินจนลืมกินอาหารเย็น...ให้ตายเถอะครับ สงสัยจะพักผ่อนน้อยไปหน่อย คิดพลางเดินต่อกแต่กไปรื้อๆ ค้นๆ ขนมปังในกระเป๋ามางับกิน บรรยากาศรอบด้านก็มืดสลัวซะเหลือเกิน พอหันรีหันขวางจะลุกไปเปิดไฟ ผมก็พบกับเงาบางอย่างที่โฉบมาด้านหน้า

อะเฮือกข...ขนมปังหล่นจากปาก ขนมปังของอุ่นโฮก

ผมมองขนมปังบนพื้นตาละห้อย ลืมไปเสียสนิทว่ามีใครบางคนปรากฏกายขึ้นตรงหน้า คือตอนนี้หิวจนหน้ามืดตามัวและไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น แต่พอเหลือบตาไปเห็นรองเท้าผ้าใบสีเทาซีดแบรนด์ดังด้านข้างขนมที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นเท่านั้นล่ะ...สติผมนี่กลับมาเลยครับ

อะฮึก คิมหันต์มาตรงเวลาอีกแล้ว สองทุ่ม...เป๊ะๆ

มาเพื่ออะไร อยากถามใจจะขาดแต่พอเปิดปากทีไรก็รู้สึกเหมือนดวงจะกุดทุกที เลยต้องทนปิดปากมาจนถึงบัดนี้ ช่วยบอกทีเถอะครับ...นี่ผมกำลังโดนเล่นตลกอะไรอยู่ หรือความจริงแล้วอีกฝ่ายแค่มานอนที่นี่เป็นประจำอยู่แล้ว ตอนนี้ในหัวผมมีแต่ความสงสัยเต็มไปหมด

อา...อาจจะเป็นข้อหลังก็ได้ เห็นมาทีไรเขาก็เอาแต่นอนนี่นา

แต่วันนี้ ผ...ผมจะทำใจกล้า ไม่ปล่อยให้เขาได้นอนดีๆ หรอก!

กลืนน้ำลายฝืดๆ ลงคอก่อนจะเงยหน้าจ้องดวงตาไร้อารมณ์ที่กดมองลงมา คิมหันต์ปรายตามองขนมปังเล็กน้อยก่อนจะตวัดหางตามองผมแล้วทำท่าจะมุ่งเดินตรงไปยังต้นไม้ที่รัก...ทว่าร่างสูงกลับต้องหยุดชะงักกึกเมื่อผมเอื้อมมือไปรั้งกางเกงยีนส์ของเขาไว้เสียก่อน

บรรยากาศรอบด้านพลันเย็นเฉียบขึ้นมาในความรู้สึก ผมค่อยๆ ปล่อยมือแล้วกระดึ๊บๆ ถอยหลังเพื่อตั้งหลัก เสี้ยววินาทีนั้นคิมหันต์หันกลับมามองผมอย่างคุกคาม เล่นเอาเหงื่อตกทั้งที่บรรยากาศหนาวเหน็บ

ฮือ...ไม่กริ้วนะไม่กริ้ว อุ่นแค่สะกิดนิดเดียวเอง งื้อ

“คือ...ผมมีเรื่องให้ช่วย น...นิดหน่อยครับ”

ใครไม่เสียงสั่นผมจะก้มกราบตรงนี้เลย ให้ตายเถอะครับ คิมหันต์ขยับตัวแล้ว เล่นก้าวเท้าเข้าหาอย่างเชื่องช้าคล้ายไล่ต้อนกันให้จนมุมแบบนั้นมันคืออะไร

แผ่นหลังของผมขยับชิดติดผนังเย็นชืดพอดิบพอดี เงามัจจุราชทาบทับลงมาจนไม่มีพื้นผิวใดในร่างกายที่แสงสว่างจากหลอดไฟจะสามารถส่องถึงได้ ผมตัวสั่น...ต่อให้ใกล้อีกสักกี่ครั้งก็ยังไม่ชินอยู่ดี พนันได้เลยว่าถ้าเป็นคนอื่นก็ต้องสั่นแบบผมนี่แหละ

คนๆ นี้น่ากลัวเกินไป...ราวกับไม่ใช่มนุษย์อย่างไรอย่างนั้น!

“ผะ ผมอยากยิงปืน...ได้เหมือนคุณ”

บอกความต้องการของตัวเองไปก่อนจะหลับตาปี๋ พ่อแก้วแม่แก้วช่วยอุ่นด้วย ถ้าอุ่นถูกฆ่าตายคงได้ไปอยู่กับพ่อกับแม่ แต่ตอนนี้อุ่นยังไม่อยากไปนะครับ ฮือ

ความเงียบที่ปกคลุมรอบบริเวณทำให้ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นเล็กน้อย ไล่มองตั้งแต่รองเท้าผ้าใบขึ้นไปยันกางเกงยีนส์ ผ่านเสื้อกล้ามสีเข้มที่วันนี้มีเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกคลุมทับไว้อีกชั้นหนึ่ง ไหนจะสร้อยรูปไม้กางเขนกลับหัว...สัญลักษณ์ที่เป็นอริกับพระเจ้าบนลำคอแกร่งนั่นอีก

ผมมองได้แค่นั้นก่อนจะหลุบตาลงต่ำเช่นเดิม บรรยากาศรอบด้านน่าขนลุกเกินไป ถ้าขืนจ้องหน้าตรงๆ ผมคงได้ประสาทเสียจริงๆ แน่

พรึ่บ!

เสียงวัตถุบางอย่างดังขึ้นอย่างเงียบงัน ผมทันได้เห็นหลังมือข้างที่สักรูปมังกรเพียงเสี้ยววินาทีหนึ่ง ก่อนที่ปลายมีดเย็นเฉียบจะดันคางผมขึ้นให้เงยหน้าสบตากับเจ้าตัวในที่สุด

คิมหันต์ย่อตัวลงมาจนใบหน้าเกลี้ยงเกลาอยู่ห่างจากผมไม่ถึงคืบ ดวงตาดุดันไม่สะท้อนอารมณ์ใดๆ นอกจากการเข่นฆ่า ฉับพลันนั้นลมหายใจของผมพลันขาดห้วง จะเบือนหน้าหนีก็ไม่ได้เพราะติดตรงปลายมีดที่ดันคางไว้อย่างแนบแน่น คล้ายรู้ว่าผมคิดขัดขืนเพราะใบมีดเริ่มขยับเพียงจังหวะเล็กๆ แต่กลับสร้างความแสบบนผิวเนื้ออย่างมหาศาล

“...ได้อะไร”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นมาเป็นประโยคแรกของวัน ผมกะพริบตาปริบๆ ใส่คนตรงหน้าด้วยความมึนงง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อตีความคำพูดข้างต้นได้

คิมหันต์ถามผม...ว่าเขาจะ ‘ได้อะไรแลกเปลี่ยน


 

 

Writer talk

อยากได้อะไรก็บอกน้องอุ่นไปตรงๆเถอะค่ะหนูคิม มีมาอ้อมค้อม แหมๆ...//หลบปืนอย่างว่องไว วันนี้ไรท์มาช้าไปนิดต้องขออภัยด้วยนะคะ TT พอดีเพิ่งปั่นงานเสร็จแล้วก็มาปั่นนิยายต่อรัวๆ บทนี้ยาวนิดนึงค่ะ นั่งหลับหน้าคอมไปสองรอบ ไม่รู้เขียนรู้เรื่องหรือเปล่า แต่คนอ่านที่น่ารักคงอ่านรู้เรื่อง (เดี๋ยวๆ แกถามคนอ่านหรือยังว่าเขาอ่านรู้เรื่องไหม) ว่าแต่ไออุ่นจะเอาอะไรไปแลกเปลี่ยนน้า

#ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์

  

Writer talk

            คู่นี้เค้าจะไปกันรอดใช่ไหมคะ...//ปาดเหงื่อ ช่วงท้ายแต่งยากมาก นั่งอึนไปหลายนาทีเลยค่ะกว่าจะจูนสมองได้ หนูคิมคนไสยนี่ยังไงคะ เรียกน้องไปทำอะไร แถมยังเป็นการเรียกที่ฮาร์ดคอร์มากด้วย หลายคนเดาถูกว่าหนูคิมมีบุคลิกเป็นสายอะไร//ยิ้มหวาน ตอนนี้บุคลิกนั้นยังไม่เฉิดฉายดี เดี๋ยวถ้ามันโจ่งแจ้งไรท์ไม่ต้องเฉลยทุกคนคงรู้ด้วยตัวเองค่ะ ใครว่าไรท์ไม่เคยแต่งนิยายใสๆน่ารัก แบ๊วๆ เรื่องนี้ไงคะใสสุดแล้ววว (เชื่อเค้าเต๊อะ)

            #ติดตามข่าวสารการอัพนิยายได้ที่ >>เพจ<<

            #ไล่ฆ่าล่ารัก

รักรีดเดอร์


ขอขอบคุณภาพแฟนอาร์ตจากคุณ Shred Krok ค่ะ (ขออนุญาตนำภาพมาใส่ไว้ในบทนี้เนื่องจากตรงกับเนื้อหาพอดีค่ะ ><)

                                            

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.532K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,897 ความคิดเห็น

  1. #45049 Padcha0623060584 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 10:49
    ค่าตัวพระเอกแพงชิบหาย จ้างเท่าไหร่ถึงจะพู๊ดลู๊กกกก คิมเอ้ยยย
    #45,049
    0
  2. #44988 f_ckyou (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 มีนาคม 2563 / 00:10

    ฉลาดขึ้นนะตอนนี้......หรือเปล่า?

    #44,988
    0
  3. #44916 Nantha_one (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:08
    ชอบพระเอกพูดตอนละ 3 คำเอ๊ง
    #44,916
    0
  4. #44679 ladytata15 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 13:38
    พี่คิ๊มมมมมมมม สอนเด็กมันโหน่ยยย
    #44,679
    0
  5. #39658 Natsuki Chan (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2562 / 02:16
    สาเหตุที่น้องยิงไม่แม่นคือ ผมปิดตาหนูค่ะลูก!!
    #39,658
    1
    • #39658-1 PINKY0248(จากตอนที่ 10)
      20 พฤศจิกายน 2563 / 19:58
      จริง555
      #39658-1
  6. #38475 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 01:11
    อยากได้อะไรล่ะค้าา
    #38,475
    0
  7. #38474 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 01:10
    พระเอกไม่ได้เปนใบ้ใช่มั้ยยย
    #38,474
    0
  8. #32811 ddewotaku (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 21:51
    หนูตอบไปสิลูก ว่าได้ตัวผมไงครับ
    #32,811
    0
  9. #32806 kanyallapo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 20:07
    นี่อินถึงขนาดไปถามอากูเรื่องไม้กางเเขนกลับหัว
    #32,806
    0
  10. #31747 Toey_Cassiopeia (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 01:18
    กว่าจะได้กัน ไออุ่นไม่เป็นปุ๋ยไปเลยเรอะ นว้องงงงง
    #31,747
    0
  11. #30628 dikeperanasi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 20:45
    ใกล้นิดใกล้หน่อยก็ฟินไปหมดอ่ะ มันหายาก555
    #30,628
    1
    • #30628-1 KHwaNsan1983(จากตอนที่ 10)
      22 สิงหาคม 2562 / 21:00

      คิดถึงหนูอุ่นจังเลย
      #30628-1
  12. #29719 NLHH12 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 18:14
    ตัวและหัวใจค่าา5555
    #29,719
    0
  13. #28541 sharkwowll (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 17:34
    ได้ไออุ่น
    #28,541
    0
  14. #27698 SOM10M (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 22:31
    อุ่นลูกตัดผมแล้วดูแลตัวเองให้สวยสะพรึงไปเลยลูก อย่าให้ใครมาเหยียดหยามได้//สงสารไออุ่นมากกก
    #27,698
    0
  15. #26524 ployly16 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 16:35
    นี่เค้าจะรักกันยังไง

    สงสารน้องอุ่น
    #26,524
    0
  16. #25877 mook (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 08:25

    จะเอาอะไรบอกเค้าไปเลยตรงๆเลยพี่อย่ามาทำอ้อมค้อม555555

    #25,877
    0
  17. #23877 KiHaE*129 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 01:44

    ได้น้องอุ่นเป็นการแลกเปลี่ยนจ้ะน้องคิม

    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #23,877
    0
  18. #22767 saisaisaisai14 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 23:15
    อยากได้น้องก็พูดมาเถอะ
    #22,767
    0
  19. #21647 SkmilkSk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 14:23
    น้องคิมหนูคงเหลือแค่เมียล่ะมั้งที่ยังไม่มี
    #21,647
    0
  20. #21339 Jinjoo.K (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 01:46
    จะรักกันยังไงวะ ถามเจรงงง555555
    #21,339
    0
  21. #21169 raabporn2016 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 01:02
    กูคิดไม่ออกเลยว่าจะรักกันได้ยังไง ถถถ
    #21,169
    0
  22. #20944 khimmee56 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 16:22
    เขาจะรักกันได้หรอค่ะ 5555
    #20,944
    0
  23. #20267 Phpalus (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 00:10
    คิดไม่ออกเลยว่าจะรักกันได้ยังไง แล้วใครจะชอบใครก่อนอีก
    #20,267
    0
  24. #18831 0924211827 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 06:44
    อมยิ้มละกัน
    #18,831
    0
  25. #18397 แก้วทึบแสง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 15:26
    บุคลิกนายเอก? นี่มัน...ชวนหงุดหงิด อึดอัด อยากบดขยี้บี้ให้ตายมากๆๆๆ แต่ก็ทำไม่ลงเพราะนางเอ๋อจนน่ารัก? น่าสงสารเรอะ? ขอให้มีชีวิตอยู่ต่ออย่างมีความสุขน่ะ.สู้ๆ
    #18,397
    0