[Yaoi] DON’T HUNT ME ล่ารัก สลักร้าย (สนพ. SENSE BOOK)

ตอนที่ 1 : Ep.01::ความซวยของผม...คือลูกอมหนึ่งเม็ด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146,596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,376 ครั้ง
    17 ส.ค. 63






Ep.01

 ความซวยของผม...คือลูกอมหนึ่งเม็ด 

 

 

"ไปส่งไออุ่นที่โรงเรียนด้วยล่ะ"

"ครับ นายหญิง"

เสียงของผู้ใหญ่สองคนลอยเข้าหูทำให้ผมเงยหน้ามองชั่วครู่หนึ่ง คุณอารัศมีก้มลงมามองเล็กน้อย ใบหน้าสวยหวานของเธอไร้รอยยิ้มโดยสิ้นเชิง

ผมยังคงจ้องตอบ ไม่ได้หลบหนีแต่อย่างใด ทว่าเพราะความเมื่อยคอทำให้ต้องก้มหน้าลงมามองในระดับสายตาปกติอย่างอดไม่ได้

รู้สึกเหมือนเส้นผมทิ่มตา...เจ็บจัง แต่ผมตัดมันออกเองไม่เป็นนี่นา พอจะหยิบกรรไกรมาตัดก็โดนแม่บ้านดุว่าเป็นเด็กเป็นเล็กห้ามเล่นของมีคม

แต่ผมขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และอายุตั้งเจ็ดขวบแล้วนะ!

"ไปโรงเรียนอย่าดื้ออย่าซนนะรู้ไหม อาไม่อยากให้วงศ์ตระกูลของเราเสื่อมเสียชื่อเสียงไปมากกว่านี้ แค่มีเธอเกิดมา..."

น้ำเสียงหวานกังวานชะงักกึกคล้ายเพิ่งรู้ตัวว่าได้พูดเรื่องที่ไม่สมควรพูดขึ้น จากนั้นผู้หญิงตรงหน้าก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง

ด้วยความเป็นเด็กและยังคงไร้เดียงสา ผมจึงทำเพียงพึมพำตอบแผ่วเบาด้วยรอยยิ้ม อีกทั้งยังผงกศีรษะรับอย่างว่าง่าย

"อุ่นจะไม่ดื้อ...ไม่ซนครับ"

ตั้งแต่จำความได้ก็มีเพียงคุณอาเมฆกับคุณอารัศมีดูแลมาตลอด ผมไม่อยากทำให้ทั้งสองคนผิดหวัง

แม้ว่าคุณอาเมฆจะไม่ค่อยอยู่บ้าน และคุณอารัศมีจะไม่เคยเข้ามาพูดคุยเกินความจำเป็นเลยก็ตาม ผมโตมาได้เพราะแม่บ้านซึ่งรับหน้าที่ดูแลผมล้วนๆ ถามว่ารู้สึกยังไงมันก็มีช่วงที่ไม่เข้าใจโลกของพวกผู้ใหญ่บ้าง แต่ผมไม่ได้โวยวายหรือเรียกร้องอะไร แค่มีบ้านให้อยู่และได้เรียนหนังสือ ผมก็พอใจแล้ว

ไม่นานนักผมก็ถูกคนขับรถอุ้มขึ้นเบาะหลังของรถคันหนึ่ง คันสีดำ...ผมไม่ค่อยชอบสีดำ ไม่ชอบเลยสักนิด

จะว่าไปผมไม่มีใครให้บอกว่าตื่นเต้นแค่ไหน ผมไม่รู้สึกอะไรกับการจะไปโรงเรียนวันแรกหลังจากเรียนอนุบาลที่บ้านมานานหลายปี

ผมเคยแอบได้ยินแม่บ้านคุยกัน...

'ฉันล่ะสงสารคุณหนูไออุ่น แกเป็นเด็กนิสัยว่านอนสอนง่ายมากเลยนะ จะอยู่รอดปากเหยี่ยวปากกาหรือเปล่าก็ไม่รู้'

'แต่ฉันได้ยินมาว่าคุณหนูเกิดจากผู้นำตระกูลคนก่อนกับผู้หญิงในซ่อง...'

'เอ๊ะ! อย่าดังสิอีนี่ เดี๋ยวคุณท่านมาได้ยินจะพากันซวยไปหมด'

แต่ยังไงก็ถือว่าเป็นจุดด่างพร้อยของวงศ์ตระกูลจริงๆ ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณท่านยังคงเก็บคุณหนูไว้’ 

ผู้หญิงในซ่องคืออะไรหรอครับผมอยากถามพวกเขากลับไปแบบนั้น แต่เพราะผมแอบฟังอยู่เลยไม่ได้แสดงตัวออกไป

ตอนนั้นผมไม่เข้าใจเท่าไหร่ สมองมันมึนงงไปหมด พวกผู้ใหญ่อาจคิดว่าถ้าเด็กอย่างผมมาได้ยินอะไรแบบนี้คงไม่เข้าใจ แต่ความจริงแล้วผมรู้ ไม่ใช่เพราะคำพูด แต่เป็นการกระทำของคนที่นี่ว่าไม่ได้เต็มใจให้ผมอยู่ด้วย และที่ผมยังอยู่ที่นี่ได้...คงเป็นเพราะอะไรบางอย่าง 

ช่างเถอะ ผมไม่ได้คิดมากอะไรอยู่แล้ว

เอี๊ยด!

ร่างกลมๆ ของผมเซถลาเกือบชนเบาะหน้าของรถ ถ้าไม่ติดว่าใช้มือยันเบาะได้ทันเสียก่อน ฟู่ว เกือบไปแล้วเชียว

“คุณลุง จอดทำไมครับ”

“มีหมาวิ่งตัดหน้ารถครับ”

ผมปีนป่ายขึ้นไปชะโงกมองกระจกด้านหน้า หมาขนฟูสีขาวนอนดิ้นอยู่กับพื้น มันอ้าปากพะงาบๆ คล้ายกำลังส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด คนขับเตรียมถอยหลังเลี้ยวหนี ผมเดาว่าเขากลัวไปส่งผมที่โรงเรียนไม่ทันแน่ๆ

“คุณลุงครับ...อุ่นอยากลงไปด้านล่าง” 

“ไม่ได้ครับ เดี๋ยวจะสายแล้วคุณหนูจะเข้าเรียนไม่ทันเอา” ไม่ได้มีความเอ็นดูอยู่ในแววตาคนขับ ปากเรียกคุณหนูแต่ในใจของเขาคงไม่ได้คิดว่าผมเป็นคุณหนูที่เขาควรเคารพนับถือสักเท่าไหร่ 

อา...ความรู้สึกของเด็กๆมันไวนะ พวกผู้ใหญ่ไม่รู้ตัวหรอกเลยเผลอหลุดความคิดออกมาทางสายตาแบบนี้

“ช่วยพาน้องหมาไปหาหมอก่อนนะครับ มันดิ้นใหญ่เลย...นะครับคุณลุง” 

ผมมองหมาขนฟูตัวนั้นด้วยแววตาหม่นลงเล็กน้อย น่าสงสารจัง เหมือนมันจะเจ็บขาจนลุกไม่ขึ้น แถมพวกผู้ใหญ่ที่เดินผ่านยังทำเพียงปรายตามองเหมือนเป็นเรื่องปกติที่ไม่อยากเข้ามายุ่งอีก 

“ไม่ได้ครับ” 

ฉับพลันนั้นผมตัดสินใจใช้มือป้อมๆ ของตัวเองออกแรงเปิดประตูรถ โชคดีจังที่คุณลุงไม่ได้กดล็อกว่าแล้วก็กระโดดตุ้บลงไปบนพื้นถนนอย่างรวดเร็ว

“คุณหนู!” ลุงคนขับรีบเปิดประตูออกมา แต่ไม่ทันผมที่วิ่งเข้าไปใกล้หมาตัวนั้นเรียบร้อยแล้ว 

“หมาน้อย...อุ่นจะพาไปหาหมอ นอนนิ่งๆนะ อย่ากัดนะ...อย่ากัดอุ่น” 

ฉับพลันที่มือของผมแตะลงบนกลุ่มขนนุ่มทว่าคลุกฝุ่นริมทางจนเริ่มหยาบกร้าน สุนัขตรงหน้าก็หยุดร้อง ร่างของมันค่อยๆ แน่นิ่งคล้ายหมดแรงที่จะดิ้นต่อ จากนั้นก็มองมาที่ผมคล้ายสื่อสารกันรู้เรื่อง 

“ระวังมันจะกัดเอานะครับ! 

“มันไม่กัดอุ่นครับ ไม่กัด...” ผมบอกเสียงแผ่วเบา ก่อนจะยกมือโอบรอบร่างของน้องหมาขนฟูและประคองมันทำท่าจะยกขึ้น

ต...แต่มันดันตัวเท่าผมเลยเนี่ยสิ!

ผู้คนรอบข้างหยุดยืนและมองมาด้วยแววตาประหลาดใจ ทุกคนรู้ว่าสัญชาตญาณของสุนัขนั้นถ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสมันจะกัดคนที่เข้าใกล้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่เลือกหน้า...แม้แต่เจ้าของเอง แต่ข้อมูลข้างต้นนั้นผมไม่รู้ เพราะผมเป็นแค่เด็กที่เพิ่งลืมตาดูโลกได้ไม่ถึงสิบปีเลยด้วยซ้ำ

ผมรู้เพียงตั้งแต่จำความได้ ผมเข้าใกล้สัตว์ได้ทุกชนิดไม่ว่าจะยังดีๆ อยู่หรือสภาพร่อแร่ก็ตาม คล้ายบางอย่างในตัวผมทำให้พวกมันไว้วางใจ พอๆกับที่ผมสบายใจเวลาพูดคุยกับพวกมัน

“คุณหนูทำไมถึง...”

“พามันไปหาหมอกันครับ”

คนขับรถมีสีหน้าตกใจที่เห็นผมไม่โดนกัด ผมพยักหน้าให้เขาเข้ามาช่วยพยุงหมาขนฟูบนพื้น และมันก็ยอมให้คุณลุงอุ้มขึ้นรถแต่โดยดี เพราะผมกระซิบบอกว่าคุณลุงจะช่วยพามันไปรักษา

“คุณหนูพูดกับมันรู้เรื่องด้วยหรอครับ”

คุณลุงถามขึ้นระหว่างทาง เขายอมทำตามความต้องการของผมในที่สุด ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณลุงต้องมองมาราวกับผมเป็นตัวประหลาด ทว่าผมก็ทำเพียงส่ายหน้าให้เป็นเชิงปฏิเสธ ผมไม่ได้พูดกับพวกมันรู้เรื่องซะหน่อย 

ทุกครั้งที่พูดคุยกับนกบนกิ่งไม้ข้างห้องเล่น ก็ไม่เห็นว่ามันจะตอบกลับมาเลยนี่นา!

หลังจากพาหมาไปหาหมอ...โชคดีที่มันไม่เป็นอะไรมาก รวมทั้งมีเบอร์โทรศัพท์ติดมากับปลอกคอด้วย ทำให้ตามหาเจ้าของได้ไม่ยาก แต่ขาข้างที่พันด้วยผ้าสีขาวๆ ยังใช้การไม่ได้ พอขอให้คุณลุงโทรหาเจ้าของเสร็จและรับมันกลับบ้านไป ผมก็เพิ่งระลึกได้ว่าตัวเองขาดเรียนในวันแรก

...เลยต้องมารับกรรมในเย็นวันนี้

“ไออุ่นอาบอกว่ายังไง จะทำให้พวกเราอับอายขายขี้หน้าไปถึงเมื่อไหร่ไม่เข้าเรียนวันแรกก็แสดงถึงการไม่มีความรับผิดชอบแล้ว อย่าลืมว่านามสกุลของเธอคือ ‘หงสาวิวัฒนวงศ์’ หัดทำตัวให้มันอยู่ในกรอบเสียบ้าง!

“ในกรอบ...หรอครับ” ผมพึมพำถาม จากนั้นก็ขยับกระเป๋าด้านหลังมาเปิดดูแล้วควานๆ มือหาปากกาเมจิกมาหนึ่งด้าม จากนั้นก็ยื่นให้ผู้หญิงตรงหน้า 

“คุณอา...วาดกรอบครับ อุ่นจะเข้าไปอยู่” ผมมองคุณอารัศมีตาแป๋ว ไม่รู้ทำไมเสี้ยววินาทีนั้นเหล่าแม่บ้านที่ยืนประจำจุดอยู่ ต่างก็พากันสูดหายใจเข้าลึกๆคล้ายจะเป็นลม

“นี่แก...”

ผมเอียงคอด้วยความสงสัย ทำไมใบหน้าคุณอาบิดเบี้ยวจัง ผมทำอะไรผิดหรอครับก็คุณอาบอกให้ผมอยู่ในกรอบนี่นา แต่ที่นี่ไม่มีกรอบเลย ผมก็แค่จะให้คุณอาวาดกรอบขึ้นมาเหมือนที่คุณครูสอนพิเศษเคยสอนวาดเท่านั้นเอง 

อีกอย่าง...ผมอุตส่าห์เสียสละเมจิกสีส้มสุดรักสุดหวงให้ด้วยนะ คุณอาจะลงโทษผมลงจริงๆหรอ 

“จะวาดกรอบอะไรก็ได้นะครับ...ทั้งสี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม หกเหลี่ยม อุ่นอยู่ได้หมดเลย” ผมเอ่ยด้วยความไร้เดียงสา แต่แล้วกลับถูกมือเรียวสวยกระชากหมับเข้าที่แขนอย่างรุนแรง

เจ็บจัง ทำไมคุณอาต้องบีบแขนผมด้วย ผมมองผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ 

“ใครสั่งสอนให้แกมาต่อปากต่อคำกับฉันแบบนี้มีสายเลือดน่ารังเกียจแท้ๆ...” 

“เอ่อ คุณหญิงคะ คุณหนูแกยังเล็ก อย่าได้ถือสา...” มีแม่บ้านคนหนึ่งใจกล้าที่จะร้องห้าม แต่แล้วกลับถูกเสียงแหลมๆ ตวาดแว้ดกลับไป 

“หุบปากฉันจะสั่งสอนให้มันรู้ว่าใครเป็นเด็ก ใครเป็นผู้ใหญ่”

“มีอะไรกัน” 

ชั่วขณะนั้นเสียงทุ้มห้วนดังขึ้นหน้าประตูบ้าน มือเรียวปล่อยแขนผมในทันที ก่อนจะปรับเปลี่ยนสีหน้าและอารมณ์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว 

“ก็หลานของคุณน่ะสิ ฉันชักจะทนนิสัยของไอ้เด็กนี่ไม่ไหวแล้วนะ ให้ไปโรงเรียนก็ดันหนีพาหมาที่ไหนก็ไม่รู้ไปโรงพยาบาลชื่อเสียงตระกูลเราจะป่นปี้เพราะมันนี่แหละ” 

คุณอารัศมีรีบเดินไปฟ้องคุณอาเมฆ...คุณอาเมฆคือน้องชายของพ่อ ซึ่งพ่อผมเสียชีวิตไปนานแล้ว ผมไม่เคยเห็นหน้าท่าน มีเพียงกรอบรูปใหญ่โตซึ่งติดไว้ตรงผนังบ้านเท่านั้นที่ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ส่วนแม่ ผมรู้แค่ท่านตายตอนคลอดผมออกมาเพราะร่างกายไม่แข็งแรง 

“ไออุ่น” 

คุณอาเมฆทำเพียงเหลือบมองภรรยาของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะเดินมาทางผม ผมยกมือไหว้ท่านตามแบบที่เคยได้รับการสั่งสอนมาจากบรรดาแม่บ้าน 

“หวัดดีครับ...คุณอา” ผมเงยหน้ามองด้วยดวงตากลมใส แต่คุณอาคงไม่เห็นหรอกเพราะเส้นผมบังดวงตาของผมอยู่ มันทิ่มตาจนผมเริ่มชินยังไงก็ไม่รู้ 

คุณอาเมฆเป็นผู้ใหญ่ที่หน้าตาดีในความคิดของผม แต่บรรยากาศรอบๆ ร่างของเขาดูไม่น่าเข้าใกล้เท่าไหร่ ไหนจะสีหน้าเคร่งขรึมทุกครั้งที่พบพานกันอีก 

“พรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน ห้ามเถลไถลเด็ดขาด” สุ้มเสียงเรียบสนิททว่าทรงอำนาจเอ่ยสั่งการ ผมพยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย 

“ครับ” 

ฉับพลันนั้นมือหนาก็วางลงมาบนกลุ่มผมนุ่ม ผมเงยหน้ามองคุณอาเมฆอีกครั้ง แววตาที่จ้องกลับมาแลดูเรียบสนิททว่าแฝงไปด้วยอะไรบางอย่างที่ผมไม่เข้าใจนัก 

ไม่ใช่สายตาเวลามองคุณอารัศมี ไม่ใช่สายตาเวลามองบรรดาลูกน้อง และไม่ใช่สายตาเวลามอง ‘พี่ไอหมอก’ ลูกชายเพียงคนเดียวของเขาที่อายุมากกว่าผมสองปี 

“อย่าให้ฉันรู้ว่าเธอทำแบบนี้อีก” 

มือหนาผละออกห่าง ก่อนที่ร่างสูงในวัยยี่สิบแปดปีจะเดินขึ้นบันไดไปโดยมีผมเดินเตาะแตะตามหลัง ขืนยังอยู่ที่เดิม...เดี๋ยวผมก็ได้โดนคุณอารัศมีบีบแขนเอาอีกน่ะสิ

เรื่องวันนี้ทำให้ผมได้รู้ว่าคุณอารัศมีใจร้ายกว่าที่คิด!

  

วันต่อมา

ผมถูกคุณครูจับจูงเดินเข้าห้องเรียนหลังคนขับรถมาส่งเรียบร้อยแล้ว เด็กในวัยเดียวกันมากหน้าหลายตาต่างนั่งประจำโต๊ะของตัวเอง และผมก็ได้นั่งข้างเด็กผู้ชายคนหนึ่ง... 

ที่มีบรรยากาศหลอนๆ อย่างบอกไม่ถูก

ด้านหน้าของผมคือเด็กผู้หญิงสองคน พวกเธอน่ารักสมวัย คนหนึ่งถักเปีย อีกคนผมสั้น เด็กผู้หญิงคนที่ถักเปียชวนเพื่อนคุยหงุงหงิงจนผมอยากกล้าที่จะร่าเริงอย่างเธอได้บ้าง 

แต่ดันไม่มีเพื่อนคนไหนคิดจะมาทำความรู้จักกับผมเลยสักคน ส่วนผมก็ไม่รู้วิธีเข้าหาคนอื่นเช่นกัน 

ถูกเลี้ยงดูมาในบ้านหลังใหญ่โตที่จนป่านนี้ก็ยังเดินสำรวจไม่หมดทุกห้อง ไม่เคยมีเพื่อนในวัยเดียวกันนอกจากลูกพี่ลูกน้องที่วันๆ เอาแต่ทำเย็นชาใส่ ไหนจะชอบนั่งเล่นคนเดียวคุยกับบรรดาสารพัดสัตว์ไปเรื่อยเปื่อยอีก

ผมรับรู้ได้ถึงสายตาสนใจหลายคู่ที่ลอบมองมาทางนี้ ไม่ได้มองผมหรอกนะมองมาที่เด็กผู้ชายด้านข้างต่างหาก ผมนึกสงสัย...ว่าทำไมพวกเพื่อนๆ มองมากันจัง แต่ผมไม่กล้าจะมองคนด้านข้างแบบเต็มตา 

เคยรู้สึกเหมือนกำลังจมน้ำไหมนั่นเป็นความรู้สึกผมในตอนนี้เลย ผมไม่รู้ว่าจะเริ่มทักทายเพื่อนข้างๆ ยังไงดี มันอึดอัดไปหมด หรือผมควรอยู่คนเดียวเงียบๆ แบบนี้ตลอดทั้งเทอมดี 

“ตัววว แนะนำเพื่อนใหม่ให้เค้าบ้างจิ” 

น้ำเสียงสดใสของเด็กผู้หญิงที่นั่งด้านหน้าเยื้องๆ กันกระทบเข้าหู เด็กผมเปียคนนั้น...คาดว่าเธอน่าจะพูดกับเด็กผู้ชายที่แผ่กลิ่นอายไม่น่าเข้าใกล้ด้านข้างผม 

“....” 

“เค้าชื่อลาวา แล้วตัวชื่ออะไรหรอ” 

ทว่าจู่ๆ เด็กผู้หญิงก็หันมาเคาะโต๊ะผมเบาๆ จนต้องเงยหน้าขึ้นมองเธอด้วยความแปลกใจ นี่เธอกล้าทักผมก่อนทั้งที่เพื่อนทั้งห้องไม่คิดจะทักเนี่ยนะ สุดยอดผมนับถือเธอจัง

“...เธอ คุยกับเราหรอ” ผมเอียงคอถามคล้ายไม่แน่ใจว่าเธอคุยกับผมจริงๆ

ชั่วขณะนั้นแววตาหวานๆ ของเด็กผู้หญิงก็มีประกายบางอย่างวาบผ่าน ผมสัมผัสได้ว่าเธอกำลังนึกสนุกกับอะไรบางอย่าง แถมยังทำหน้าเหมือนหิวข้าวอีก 

เอ่อ มองหน้าผม...แล้วหิวข้าว

“ก็ใช่น่ะสิตกลงตัวชื่ออะไร” 

“เราชื่อ...” 

“...หันกลับไป” ชั่วขณะนั้นเด็กผู้ชายที่นั่งด้านข้างก็เอ่ยตัดหน้าผมด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น 

ผมเผลอหันมองหน้าเขาในทันที และจังหวะนั้นดวงตาสีน้ำตาลเฉดแดงก็ตวัดมองมาวูบหนึ่งเช่นกัน ราวกับร่างทั้งร่างถูกตรึงไว้กับที่ ผมไม่กล้าแม้แต่จะกระดิกนิ้วตัวเอง แววตาของเขาน่ากลัว...น่ากลัวเป็นบ้า!

แถมใบหน้ายังโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์อีก ผมไม่ปฏิเสธเลยว่าเขาเป็นเด็กที่หน้าตาดีมาก ขนาดตอนเด็กยังหล่อขนาดนี้ โตมาจะหล่อขนาดไหน แค่คิดแล้วกลับมามองย้อนดูตัวเอง ผมก็รู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก 

เหล่าแม่บ้านชอบแอบนินทาว่าผมเป็นเด็กมืดมนทั้งที่จริงๆ แล้วผมออกจะร่าเริงแค่ไม่ชอบพูดมากกับคนที่ไม่สนิทต่างหาก แต่จนกระทั่งตอนนี้ผมก็ยังหาคนที่ผมจะคุยใส่แบบน้ำไหลไฟดับไม่เจอเลยสักคน หมายถึงคนที่เป็น ‘คน’ จริงๆ น่ะ ไม่นับรวมบรรดานก จิ้งเหลน จิ้งจก หมา แมวแถวบ้าน

ช่วงที่ผมเหม่อลอยคิดไปไกล เด็กทั้งสองก็พูดคุยกันไปเรื่อยจนต้องแอบลอบมองอย่างช่วยไม่ได้ จะว่าไปหน้าคล้ายกันจัง หรือจะเป็นฝาแฝด

“คุณครูยังไม่มา ตัวไล่เค้าทำไม” 

เด็กผู้หญิงทำหน้างอนๆก่อนจะกอดอกแล้วอมลมเต็มแก้ม จากนั้นก็สะบัดหน้าหนีไปนั่งดีๆ เธอดูน่ารัก...อีกอย่างผมเห็นเด็กผู้ชายลอบมองเธอบ่อยๆ ขนาดผมยังรู้สึกได้ถึงความสดใสของเธอเลย ไม่แปลกที่ทั้งสองคนจะเป็นจุดสนใจขนาดนี้

ทว่าสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อเด็กผู้ชายด้านข้างยื่นลูกอมสีชมพูอมแดงไปให้เด็กผู้หญิงด้านหน้าด้วยแววตาไร้ชีวิตชีวา จากนั้นก็หันมองวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างเช่นเดิม 

ลูกอมกลิ่นสตรอเบอร์รี่?

“ตัวน่ารักจังเลย มาให้เค้าจุ๊บที!

ลาวาทำหน้าดีใจคล้ายได้ตุ๊กตาเซตใหญ่ เด็กชายด้านข้างเบี่ยงหน้าหนีเธอในทันทีที่ถูกจู่โจม ผมมองพวกเขาด้วยแววตาแปลกใจเล็กน้อย เป็นพี่น้องที่รักกันดีจัง...ไม่เห็นเหมือนผมกับพี่ไอหมอกเลย

“ตกลงตัวชื่ออะไรหรอ บอกเค้าน้าๆๆ”

ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อลาวายื่นหน้าเข้ามาถามอย่างไม่ทันให้ได้ตั้งตัว หรือเธอจะเห็นว่าผมแอบมองอยู่ คงจะเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง 

“เราชื่อ...”

“...ลาวา”

คราวนี้เด็กชายด้านข้างผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงคล้ายเริ่มไม่สบอารมณ์ นัยน์ตาสีน้ำตาลเฉดแดงเคลื่อนมามองทางหางตาให้ความรู้สึกเหมือนถูกกดหัวให้ต้องศิโรราบ ตาของเขาดุมาก ผมไม่เคยเห็นเด็กคนไหนตาดุจนผมต้องหลบสายตามาก่อน...แม้กระทั่งพี่ไอหมอกยังไม่ทำให้ผมรู้สึกหวาดกลัวเท่านี้เลย 

ผมไม่ได้สนใจว่าทั้งสองคนคุยอะไรกันต่อเพราะมัวแต่ตั้งสติกับตัวเอง นี่ผมเป็นบ้าอะไรกันแน่เขาแค่มองมาเอง ยังไม่ได้ลงมือทำร้ายเลยสักนิด ขนาดโดนคุณอารัศมีบีบแขนเมื่อวานผมยังไม่รู้สึกหวาดกลัวเท่านี้ แล้วทำไม...

ก่อนจะคิดอะไรฟุ้งซ่านไปมากกว่านั้น ผมก็เห็นลาวาแอบเอาอะไรบางอย่างสอดผ่านมาที่ใต้โต๊ะของผม เอ่อ...เธอดูซุกซนดีนะ

ตัวชื่ออะไร เขียนตอบหน่อยน้า

พออ่านข้อความในแผ่นกระดาษขนาดเล็กเสร็จ ผมก็เหลือบมองเด็กชายด้านข้างอย่างหวาดระแวง โชคดีที่เขามองวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างอยู่เช่นเดิม

อ่า...ช่างเถอะ ผมคลายปากที่เม้มแน่นอยู่ออก ในเมื่อลาวาพยายามที่จะรู้จักผมขนาดนี้ แล้วทำไมผมจะต้องหวาดกลัวกับการมีเพื่อนคนแรกด้วยล่ะ

ไออุ่น

ผมจรดปลายดินสอลงไปแล้วยื่นส่งคืนด้วยความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ถ้าลาวาไม่เข้ามาทักก่อน ผมคงไม่ได้คุยกับใครสักคนในชั้นเรียนแน่ๆ มือเล็กของเธอรีบคว้ากระดาษหมับ...ทว่าดันโดนดึงตัดหน้าเสียก่อน!

เด็กผู้ชายด้านข้างขยำกระดาษนั่นด้วยมือเดียวแล้วโยนทิ้งทางหน้าต่างด้วยสีหน้าตายด้าน ผมไม่เห็นเขากะพริบตาแม้แต่นิดในระหว่างที่กระทำการอุกอาจลงไป

เสี้ยววินาทีหนึ่ง ดวงตาไร้แววนั่นเคลื่อนมามองอย่างน่าขนลุก บรรยากาศรอบด้านเย็นเฉียบลงในความรู้สึกจนเผลอมือสั่นครู่หนึ่ง เด็กคนนี้...ยังเป็นคนอยู่แน่หรอ

บอกผมทีว่าเขาไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ถูกส่งมาลอบสังหารฮือ กลัวจัง เขาจะฆ่าผมไหมนะ

จังหวะนั้นคุณครูก็เข้าสอนพอดีทำให้ผมหายใจคล่องคอขึ้นมาหน่อย ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาผมก็เลิกเรียน เพื่อนๆ ต่างทยอยกันออกจากห้องรวมถึงผมที่เก็บดินสอเข้ากระเป๋าใบเล็กด้วย

หมับพรึ่บ...

เฮือก!

ผมสะดุ้งเมื่อถูกกระชากคอเสื้อจากทางด้านหลังจนเผลอปล่อยกระเป๋าร่วงพื้นดังตุ้บ ทุกคนต่างแหวกทางให้คล้ายไม่อยากเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วย แม้ลาวาจะเพิ่งเห็นและทำท่าจะวิ่งตามมา...แต่เธอก็ไม่ทันเด็กชายที่ลากผมออกจากห้องด้วยความรวดเร็วอยู่ดี 

ตัวก็เท่าๆกัน แล้วเขาไปเอาแรงมหาศาลนี่มาจากที่ไหน!

ไม่ๆ นั่นไม่ใช่ประเด็น ผมส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะพยายามขัดขืน แต่จนแล้วจนรอดก็ทำไม่ได้ แถมรู้ตัวอีกทีก็ดันถูกโยนลงพื้นด้านหลังโรงเรียนอีก เด็กชายก้าวเข้ามาหาผมอย่างคุกคามเสียจนต้องร่นถอยหนี

ผมไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจหรอ?

“อย่ายุ่ง...”

อย่ายุ่งกับอะไร ยุ่งกับเขาหรือยุ่งกับลาวา ที่คิดแบบนี้เพราะผมเห็นเขาขัดขวางการพูดคุยของเราสองคนทุกครั้งเลย ผมเอียงคออย่างงุนงง จังหวะนั้นก็โดนกระชากคอเสื้อขึ้นพอดี 

แบบนี้มันอันธพาลชัดๆผมเกือบมองเขาด้วยแววตาไม่พอใจแล้วถ้าไม่ติดว่าดวงตาไร้แววของอีกฝ่ายจ้องตรงมาในระยะประชิดเสียก่อน

น...น่ากลัวเป็นบ้า!

“ปล่อยเรานะ” ผมทำได้เพียงเปล่งเสียงออกมาจากลำคอตีบตัน ใจเต้นระรัวไปหมดกับความใกล้ชิดนี้ เปล่า...ผมไม่ได้หวั่นไหวหรอกแต่กลัวจนตัวสั่นไปเลยต่างหาก!

ทำยังไงดี...ระ หรือว่าเขาอยากได้ไอ้นั่น

ผมรีบควักบางอย่างในกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นให้คนตรงหน้า ดีนะที่ผมแอบแม่บ้านหยิบมันใส่กระเป๋ามาเมื่อเช้า

“เอาไปสิ...เราให้”

มันคือลูกอมเม็ดสีแดงกลิ่นสตรอเบอร์รี่ แม่บ้านกลัวผมฟันผุเลยงดลูกอมในช่วงนี้ แต่ผมก็แอบเอามาได้อยู่ดี อา...ผมเห็นเขายื่นมันให้ลาวาด้วยล่ะ ดังนั้นเขาน่าจะชอบ

เป็นอย่างที่คาดเมื่อมือเล็กคลายคอเสื้อผมออกเพียงนิด ว่าแต่ทำไมสีหน้าของเด็กชายกลับทะมึนลงคล้ายผมไปล้ำเส้นอะไรบางอย่างของเขาเข้าล่ะ ผมก็แค่หวังดี...อยากให้เขาปล่อยคอเสื้อเลยเอาลูกอมมาแลก แค่นั้นเองนะครับ

จังหวะที่ดวงตาน่าขนลุกสบประสาน ผมก็โดนปัดมือจนลูกอมร่วงหล่นพื้น เท้าของเด็กตรงหน้าเหยียบลงบนลูกอมเม็ดนั้นจนแหลกละเอียดคล้ายข่มขู่ว่าอีกไม่กี่นาที...ร่างของผมก็จะแหลกแบบลูกอมเม็ดนี้เช่นกัน!

แค่ให้ลูกอมเขาถึงกับโกรธผมขนาดนี้เลยหรอ หรือจะเป็นเพราะผมเผลอเบี่ยงประเด็นเรื่องที่เขาพูดว่า ‘อย่ายุ่ง’ อะไรนั่น แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน...

ผมไม่น่าให้ลูกอมเขาไปเลย ฮือ...เสียดายจัง!

 

 

 

 

 



 


Writer talk

ไออุ่นลูก...หนูควรห่วงชีวิตตัวเองก่อนห่วงลูกอมนะ ^^;;  มาเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ เนื่องจากมีหลายเสียงบ่นคิดถึงน้องคิมคนใส(?)ทั้งในเด็กดีและในเพจ ไรท์เลยมาเปิดเรื่องซะเลย//อยากแต่งล้วนๆก็บอกมาไม่ต้องอ้าง จะพยายามมาต่ออาทิตย์ละครั้งตามประสาคนพยายามทำตัวว่างทั้งที่งานท่วมหัวนะคะ 555 ถ้าชอบก็ฝากเรื่องนี้ด้วยน้า

#ติดตามข่าวสารการอัพนิยายได้ที่เพจ >>คลิ๊ก<<

รักรีดเดอร์

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.376K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

45,902 ความคิดเห็น

  1. #45864 Baozi_Ploy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2564 / 09:27
    มาอ่านรอบสอง เริ่มหวีดอีกครั้งง
    #45,864
    0
  2. #45861 nan_thetip (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 16:56
    เมื่อไรหนูอุ่นจะน้าาา คิดถึงแล้ว
    #45,861
    0
  3. #45454 pukyoungest (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 19:29

    ได้อ่านสักที เข้ามาอ่านเท่าไหร่ก็อ่านไม่ได้

    #45,454
    0
  4. #45431 ijames (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 22:11
    นิยายขอไรท์ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ5555
    #45,431
    0
  5. #45408 crzoldyck7 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2563 / 11:23
    รอบ2จ้าาา รักเรื่องนี้
    #45,408
    0
  6. #45272 nisworddunn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 18:54
    โหดจริงๆครับ
    #45,272
    0
  7. #45223 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 19:30
    กลับมาอ่านอีกคิดถึงไออุ่น หรือนี่คือสาเหตุที่คิมชอบกิน🍓
    #45,223
    0
  8. #44809 ChanyaSrikaew (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:41
    ได้พ่อมาเยอะมากก
    #44,809
    0
  9. #43624 แฟนพันธุ์ทาง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:08

    สนุกดีค่ะ

    #43,624
    0
  10. #42757 lijung2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2563 / 14:20

    มีปีนหากันด้วยแถมท้าทายพ่อตา มันค่ะงานนี้

    ชอบแบบhappyค่ะ????

    #42,757
    0
  11. #42745 NOName_J (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 23:18
    เด็กไรฟร้ะเนี่ยยย
    #42,745
    0
  12. #42223 Bewitchz (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 19:22
    เพิ่งว่างมาอ่านนน รอตามๆๆๆ
    #42,223
    0
  13. #40387 phapha087bw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2562 / 21:14
    เด็กอะไร๊โหดเกิ๊นล่ะ
    #40,387
    0
  14. #39673 JHTEN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2562 / 15:46
    น่ากลัวแท้
    #39,673
    0
  15. #39656 Natsuki Chan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 23:09
    งื้อออเพิ่งมาเห็นเรื่องนี้ได้งายย
    #39,656
    0
  16. #38415 คยองซู_lovelove (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 13:15
    น้องน่ารักมากกก​ แงง
    #38,415
    0
  17. #32285 pommys (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 14:45
    เด็ก 7 ขวบ เขียนหนังสือถูก
    #32,285
    3
    • #32285-2 MyUniverseOSH(จากตอนที่ 1)
      20 ตุลาคม 2562 / 22:11
      ใช่ค่ะ หลานเราอยู่อนุบาล3เขียนชื่อนามสกุลทั้งไทยทั้งอังกฤษได้ ผสมคำในภาษาไทยได้ ท่องสูตรคูณถึงแม่5ได้ มีทั้งที่โรงเรียนสอนและที่บ้านสอนค่ะ เด็กเล็กความจำดี สอนอะไรก็จำได้
      #32285-2
    • #32285-3 MyUniverseOSH(จากตอนที่ 1)
      20 ตุลาคม 2562 / 22:15
      หลานเราอยู่อนุบาล3 เขียนชื่อตัวเองทั้งไทยทั้งอังกฤษได้แล้วค่ะ ผสมคำง่ายๆได้ ท่องสูตรคูณได้ถึงแม่5แล้ว บางคนอาจเรียนได้ไวกว่านี้ถ้าได้เรียนพิเศษหรือที่บ้านช่วยสอนเสริมด้วย
      #32285-3
  18. #31328 เพอซิโฟเน่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 02:02
    ป.1จะดุไปไหนลูกกกกก
    #31,328
    0
  19. #30482 มากิริจัง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 12:32
    น้องน่าสงสารอ่ะ
    เจอคนดูแต่เด็กเลย
    #30,482
    0
  20. #30471 มากิริจัง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 10:11
    น้องน่าสงสารอ่ะ
    #30,471
    0
  21. #29641 NLHH12 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 00:24
    โอ้โหหห ความดุนี้
    #29,641
    0
  22. #25845 mook (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 07:46

    ดุขนาดนี้ไม่ต้องบอกเลยว่าความดุนี้ท่านได้แต่ใดมา55555

    #25,845
    0
  23. #25780 DsJmss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 22:43
    ดุมากกกเป็นเด็กเป็นเล็กยังขนาดนี้><
    #25,780
    0
  24. #25718 Somluck2510 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 11:31

    😂😂😂😂😂
    #25,718
    0
  25. #24999 <n'j> (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 23:13
    น้องงงงง
    #24,999
    0