[Yaoi] DON'T KILL ME ชะตารัก ดีกรีร้าย! (สนพ. Nananaris Ybooks)

ตอนที่ 68 : Ep.24::เรื่องชวนเครียด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 91329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1235 ครั้ง
    4 มิ.ย. 59














vEp.24v

:: เรื่องชวนเครียด ::

 

 

 

ผมลืมตาขึ้นมาตอนเช้าตรู่ คล้ายเมื่อคืนจะหลับสนิทเสียจนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น พอขยับร่างจะลุกขึ้นนั่งก็ติดตรงแขนหนักๆซึ่งพาดทับเอวไว้ สมองครุ่นคิดเรื่องเมื่อคืนก่อนจะเบิกตาโพล่ง ยิ่งรับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดซอกคอด้วยแล้ว ผมยิ่งรู้สึกร้อนผ่าวตามใบหน้า

 

ทำไมน่ะหรือ? เมื่อคืนเพลิงนิลจูบซับน้ำตาให้ผมไง นั่นมันของแรร์เลยนะเฮ้ย แบบว่าแรร์มากด้วย!

 

ว่าแล้วก็ชักอยากจะบิดตัวเพราะเริ่มรู้สึกเขิน ทว่ามันติดตรงแขนอันอุดมไปด้วยกล้ามเนื้อนี่สิ ส่ายหน้าไปมาแทนก็ได้วะ!

 

เหมือนเส้นผมนุ่มจะไปทิ่มใบหน้าของใครอีกคนที่นอนซุกอยู่อย่างใกล้ชิด แรงกอดรัดจึงเพิ่มขึ้นคล้ายต้องการให้ผมหยุดรบกวนเขาเสียที ผมเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาซึ่งดูลดแรงกดดันลงหลายส่วนยามหลับ คิ้วเข้มนั้นขมวดเพียงนิดคงเพราะรำคาญเส้นผมที่ขยับไปมาเมื่อชั่วครู่

 

ผมมองคนที่ใช้ตัวเองเป็นหมอนข้างกิตติมศักดิ์อย่างนิ่งงัน ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ เออออกับตัวเองในใจเสร็จสรรพก่อนจะเหลือบตามองนาฬิกา

 

วันนี้อยากลงไปทำอาหารยังไงก็ไม่รู้ ไหนๆก็ไม่ได้เปิดร้านเพราะเป็นวันจันทร์อยู่แล้ว

 

คิดพลางค่อยๆยกแขนของร่างสูงออกจากตัวก่อนจะพลิกกายออกห่าง เชื่อเถอะว่าถ้าใครได้ล่วงรู้ถึงอารมณ์อันไม่เสถียรของเพลิงนิลตอนเพิ่งตื่นนอนนั้น ร้อยทั้งร้อยต้องทำแบบผม!

 

หมับ...!

 

นัยน์ตาสีรัตติกาลปรือขึ้นแล้วมองมาวูบหนึ่ง ก่อนที่มือหนาจะคว้าร่างผมให้พลิกไปนอนหงายอย่างหมดท่าตรงที่เดิม ไม่ต้องรอถามสุขภาพสักคำ...แขนยาวก็ตวัดรัดร่างท่าเดิมเป๊ะ

 

ผมกระพริบตาปริบๆ ลมหายใจของเพลิงนิลกระทบข้างแก้มสม่ำเสมอเฉกเช่นคนหลับลึก แล้วเมื่อครู่มันอะไร ละเมอ? อือหื้อ...ละเมอได้ถูกจังหวะมากเลยว่ะ

 

แม้แต่ตอนหลับก็ไม่คิดจะให้อิสระกูเลยสินะ! ชีวิตมันเศร้า

 

ผมยกแขนเขาออกอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันจะได้ลุกไปไหนแขนข้างเดิมก็ตวัดมาโอบเอวเสียก่อน ผมหันมองโดยอัตโนมัติก็พบกับดวงตาคมดุแฝงความไม่พอใจในระยะประชิด เดี๋ยวนี้ถ้าเพลิงนิลไม่จงใจปกปิดหรือลืมตัว ผมค่อนข้างอ่านสายตาเขาและเดาอารมณ์ได้บ้างแล้ว

 

“จะไปไหน” เสียงเรียบเย็นถามขึ้นพร้อมเปลือกตาที่ปิดลงอีกครั้ง ถ้าจะง่วงขนาดนั้นก็ปล่อยผมเถอะ

 

“ทำอาหารเช้า อยากเข้าห้องน้ำด้วย”

 

“ไม่ต้องไป” ตอบกลับมาซะสตั้นไปสามวิ

 

กำลังเริ่มสินะ...ไอ้อารมณ์ที่ไม่ควรอยู่ใกล้ในตอนเพิ่งตื่น! ถามว่าอารมณ์แบบไหนน่ะหรือ

 

“เบนปวดฉี่” ไม่ได้มุสา แต่มันปวดจริงๆถึงจะไม่มากเท่าไหร่ก็เถอะ

 

“....” ความเงียบเข้าครอบคลุมพื้นที่ คล้ายเสียงของผมจะส่งไปไม่ถึง

 

เชื่อไหมว่าตอนเจอกันแรกๆจนกระทั่งอยู่ด้วยกันมาประมาณปีนึงเขายังไม่มีอาการแบบนี้ ทว่าพอเริ่มเข้าปีที่สามมันก็เริ่มหนักข้อขึ้นและถึงจุดอิ่มตัวมาจนปัจจุบัน ชักนึกสงสัยว่าเพลิงนิลเก็บมันไว้ได้ยังไงตั้งหลายปี

 

ไอ้อารมณ์มึนอึนและโคตรเอาแต่ใจหลังตื่นนอนแบบนี้น่ะ!

 

เมื่อไร้การตอบรับผมก็ยกแขนหนักๆออกห่างอีกรอบ รู้สึกขัดเคืองช่องทางด้านหลังเล็กน้อยจนต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจที่ตัวเองไม่ระบมเท่าที่คิด หรือว่าเมื่อคืนทำแค่รอบเดียว...อย่างเพลิงนิลเนี่ยนะทำแค่รอบเดียว ปกติจะลักหลับผมก็ได้นี่หว่า

 

คราวนี้ผมลุกออกมาได้โดยไม่โดนดึงกลับไปอีก สงสัยจะรำคาญจนขี้เกียจรั้ง ความจริงไอ้อารมณ์ไม่เสถียรหลังตื่นนอนมันมีมากกว่านี้แต่อย่ารู้เลยดีกว่าเพราะเป็นเรื่องที่ผมไม่อยากพูดถึงสักเท่าไหร่

 

หลังจากชำระคราบของเหลวสีขุ่นที่ไหลลงมาตามเรียวขาพร้อมอาบน้ำทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมแล้ว ผมก็ลากสังขารออกจากห้องพลางเดินกระเผลกๆไปยังห้องครัวด้านล่างสุด อืม...ทำครั้งเดียวก็จริงแต่อานุภาพยังร้ายกาจเช่นเดิม จะว่าไปก็เริ่มปวดเนื้อปวดตัวแหะ

 

ตีห้าครึ่ง...ไม่คิดเหมือนกันว่าป้าสร้อยจะมาเร็วขนาดนี้ เสียงทอดไข่ดังอยู่ในครัวพร้อมกลิ่นที่ทำเอาชะงักกึก แต่แล้วป้าแม่ครัวคนขยันก็หันมาเห็นผมเข้าพอดี

 

“ตื่นเช้าจังเลยค่ะ ป้าทำใกล้เสร็จแล้วอยากทานอะไรเพิ่มไหมคะ”

 

หญิงวัยกลางคนหันมายิ้มแย้มเอ็นดู ผมยิ้มตอบและระงับอาการวิงเวียนในหัวลง สงสัยจะตื่นเช้าไปหน่อยหรือไม่คงเป็นเพราะรีบลงบันไดล่ะมั้ง

 

“ผมกำลังจะมาทำอยู่พอดีเลยฮะ ขอรับเป็นนมอุ่นๆสักแก้วก็พอ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเองนะฮะ”

 

ผมพูดขึ้นพลางจัดขนมปังปิ้งใส่จานสองจาน ป้าสร้อยก็ตักไข่ในกระทะขึ้นมาและรับจานจากผมไปเพื่อวางไข่ลงด้านข้างขนมปัง

 

“ได้เลยค่ะ นานๆทีจะเห็นคุณเบนซินเข้าครัวตอนเช้านะคะ” เสียงพูดหยอกเย้าดังขึ้น ผมก็หัวเราะไปตามเรื่อง

 

“วันนี้ตื่นเช้าฮะ ไม่มีอะไรทำด้วยเลยลงมาด้วนล่างดีกว่า”

 

ผมพูดไปยิ้มไปก่อนจะหันมาเทน้ำมันเพื่อทอดไส้กรอก ความจริงอยากเวฟมากกว่าแต่ทอดน่าจะอร่อยดี ว่าแล้วก็ใส่ของที่เตรียมไว้ในกระทะ พลางขยับตะหลิวเตรียมตักขึ้นเมื่อมันสุกจนเหลืองน่ากิน

 

อาหารแบบเบรคฟาสต์สองจานถูกวางลงบนโต๊ะ ส่วนป้าสร้อยขอตัวกลับบ้านพักไปแล้ว เห็นว่าจะปลูกต้นไม้ที่ท่านชอบต่อตามประสาคนเริ่มมีอายุ

 

น่าแปลก...วันนี้บรรดาชายชุดดำมายืนวนเวียนในบ้านทั้งที่ปกติจะถูกเพลิงนิลสั่งให้อยู่แต่บริเวณรอบนอก ผมครุ่นคิดพลางยกแก้วนมขึ้นดื่มจนหมดก่อนจะไล้เลียคราบซึ่งติดตรงมุมปากนิดหน่อย

 

เอ่อ...บอดี้การ์ดของเพลิงนิลเป็นอะไรกันหมดน่ะ เมื่อครู่ก็ยืนประจำจุดอย่างไม่เคยคิดจะปรายหางตามองผม ทว่าบัดนี้ดันจ้องกันเสียทุกคนซะอย่างนั้น

 

หรือจะหิว? เป็นเพราะพวกพี่ๆเขามาทำงานกันตั้งแต่เช้าหรือเปล่านะ

 

“กินไหมฮะ เดี๋ยวผมเอามาให้”

 

ด้วยความใจดีอย่างถึงที่สุด ผมเลยเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มและเตรียมจะไปเทนมลงแก้วทั้งห้าใบให้บรรดาชายชุดดำซึ่งยืนนิ่งงัน ใบหน้าของพวกเขาขึ้นสีเล็กน้อยก่อนหนึ่งในนั้นจะตอบรับกลับมาเสียงเรียบ

 

“ไม่ครับควีน พวกผมทานเรียบร้อยแล้ว” ผมพยักหน้ารับพลางร้องอ๋อในใจ

 

“มากันเช้าทุกวันเลยหรอฮะ”

 

ลองชวนคุยสักหน่อย เพราะทุกวันนี้ไม่มีบอดี้การ์ดคนไหนอยากคุยกับผมเลยนะเท่าที่สังเกต เห็นจะมีก็แต่พี่เมฆคนเดียวนั่นแหละ รายนั้นหน้านิ่งได้ไม่ต่างอะไรกับเจ้านายเขานักหรอก

 

“ครับ”

 

พี่คนเดิมตอบรับกลับมาแบบไม่คิดจะต่อบทสนทนาเลยสักนิด ไม่ได้มีเพียงเขาที่มองผมทว่าบอดี้การ์ดทุกคนก็ลอบมองผมเช่นกัน ผมยิ้มแก้เก้อเพราะเริ่มสงสัยว่าพวกเขาจะจ้องอะไรกันนัก บางคนทำท่าอยากมองเต็มตาแต่ก็ไม่มอง ชักจะเริ่มตงิดใจยังไงไม่รู้ว่ะ

 

หรือวันนี้ผมใส่เสื้อกลับด้าน? คิดพลางก้มมองสภาพตัวเอง อืม...เสื้อแขนกุดสีขาวกับกางเกงขาสั้นแบบปกติตอนอยู่บ้าน และมันก็ไม่ได้เปื้อนคราบซอสหรืออะไร

 

ผมเงยหน้าขึ้นมองเหล่าชายชุดดำอีกครั้ง คราวนี้ต่างพากันหน้าซีดเผือดไปเสียหมด อ้าว...เปลี่ยนสีหน้าได้ด้วย เมื่อครู่ยังทำหน้านิ่งอยู่เลยนะเว้ย

 

“มึงกำลังทำอะไร”

 

เหมือนได้ยินเสียงเรียบเย็นแฝงความน่าขนลุกดังขึ้นทางด้านหลัง ผมเผลอสะดุ้งเพราะเพลิงนิลเล่นมาแบบเงียบเฉียบไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ไหนจะบรรยากาศรอบกายเขาที่ทำให้รู้ว่ามันไม่ปกติอีก

 

สงสัยคงเป็นอารมณ์ไม่เสถียรตอนเพิ่งตื่นนอนแหง

 

“เตรียมอาหารเช้าไง” ผมยิ้มให้เขาประกอบคำพูด

 

คล้ายจะเห็นนัยน์ตาคมดุกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าชั่ววูบหนึ่ง ก่อนจะหันไปยังบอดี้การ์ดของตนเองซึ่งมีเม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า ผมขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อเริ่มสงสัยขึ้นมาว่าอากาศเย็นขนาดนี้...พวกพี่เขาร้อนกันเพราะชุดสูทหรือยังไง

 

          เพลิงนิลไม่ได้พูดอะไรและผมก็ไม่ทันสังเกตว่าสายตาของเขาสื่ออารมณ์ไหน ชายชุดดำถึงพากันโค้งคำนับให้แล้วทยอยเดินออกจากตัวบ้านไปอย่างรวดเร็ว มองแล้วก็ให้อารมณ์คล้ายทหารนิดหน่อย

 

          “ทีหลังไม่ต้อง” น้ำเสียงฟังดูราบเรียบ แต่ผมกลับสัมผัสได้ถึงความหงุดหงิดในนั้น

 

          ร่างสูงที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงยีนตัวโปรดคล้ายทุกวันเดินไปนั่งเก้าอี้เพื่อเตรียมทานอาหาร ปล่อยผมซึ่งกำลังยืนเอ๋อให้เดินตามไปนั่งด้านข้างอย่างงุนงง

 

Loading 40%


           “ทำไมล่ะ เบนเต็มใจทำให้นะ” ผมเรียกร้องสิทธิ์ที่พึงมี ดวงตาก็จ้องเขม็งใครอีกคนอย่างไม่ยอมอ่อนข้อในเรื่องนี้

 

          “ไม่จำเป็น” ลองยืนยันด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นแบบนี้แสดงว่าเขาคงสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดแน่ๆ

 

          ผมเบือนหน้าหนีก่อนจะเทนมลงแก้ว รู้สึกไม่ดีขึ้นมาเพราะเพลิงนิลบอกว่าไม่จำเป็น อะไรคือไม่จำเป็นของเขากัน มันหมายถึง ไม่ต้องยุ่ง ด้วยหรือเปล่า

 

          ว่าแล้วก็ยกแก้วนมขึ้นดื่มเสียหลายอึกอย่างนึกเคือง ก่อนจะสะบัดหัวเบาๆเมื่อระลึกได้ว่าตัวเองชักจะงี่เง่าขึ้นทุกวัน ทำไมหมู่นี้ถึงหาเรื่องน้อยใจคนด้านข้างบ่อยอย่างนี้วะ ทั้งที่ปกติผมไม่ค่อยคิดเล็กคิดน้อยแท้ๆ เอ...หรือจะคิด?

 

          ผมเผลอสะดุ้งเมื่อปลายนิ้วของใครอีกคนปาดลงมาตรงขอบปาก เพลิงนิลยกนิ้วนั้นขึ้นไล้เลียคราบนมก่อนจะหันไปสนใจอาหารเช้าตรงหน้าคล้ายเมื่อครู่ไม่ได้ทำอะไรไว้เลยแม้แต่นิด ท่าทางก็ดูเฉยชากับสิ่งแวดล้อมรอบข้างเช่นเดิม

 

          ตึกตัก ตึกตัก...

 

          ทำไมต้องทิ้งให้ผมนั่งอึนอยู่คนเดียววะ! คือมีแค่ผมใช่ไหมที่นั่งหน้าร้อนผ่าวพร้อมเสียงหัวใจซึ่งเต้นเร็วขึ้นเนี่ย ผมมองเขาด้วยสายตาช็อกค้างและคนด้านข้างก็ไม่คิดจะพูดอะไรสักนิด อาทิเช่น คราบนมติดปาก อะไรแบบนั้นก็ไม่มี เงียบยังไงก็ยังเงียบอย่างนั้น

 

อา...ผมชักอยากได้เพลิงนิลคนเมื่อคืนที่พูดมากกว่านี้แล้วว่ะ ให้เขาพูดอะไรออกมาบ้างผมยังไม่นึกเขินเท่านี้ แถมเหมือนจะอายไปคนเดียวด้วย ไอ้อาการเคืองเมื่อครู่อะไรนั่นก็ถูกเตะกระเด็นออกจากหัวไปจนหมด!

 

ว่าแล้วก็ใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกขึ้นมาจ่อปาก กลิ่นที่ควรหอมน่าทานกลับเป็นกลิ่นแปลกประหลาดซึ่งชวนไม่อยากยัดเข้าปากเสียอย่างนั้น ผมไม่คิดอะไรมากเพราะเริ่มหิวเนื่องจากถ้ายังจำกันได้...เมื่อคืนยังไม่มีอะไรตกถึงท้องผมเลย

 

ทันทีที่ไส้กรอกกรอบนอกนุ่มในสัมผัสปลายลิ้น ผมเคี้ยวไปได้ไม่กี่คำก็รู้สึกพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก กลิ่นน้ำมันที่เคยไม่รู้สึกอะไรบัดนี้มันชวนคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างฉับพลัน

 

ผมลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปยังห้องน้ำตรงด้านข้างห้องครัวอย่างรวดเร็ว ไส้กรอกเจ้ากรรมถูกคายออกมาจนหมดพร้อมอาเจียนซึ่งมีแต่นมที่เพิ่งดื่มไปล้วนๆ

 

ไม่นานนักผมก็เริ่มรู้สึกหมดแรงจนต้องพยุงร่างออกมาจากห้องน้ำแล้วเดินเข้าห้องอาหารไป เพลิงนิลหันมามองเพียงนิดพร้อมยกผ้าเช็ดปากเป็นสัญญาณว่าเขาทานอาหารเรียบร้อยแล้ว

 

นัยน์ตาสีรัตติกาลเรียบเฉยสื่อถ้อยคำประมาณว่า เป็นอะไร ผมส่ายหน้าตอบก่อนจะนั่งลงที่เดิมแล้วเลื่อนจานเบรคฟาสต์ออกห่างจากตัว ไม่ใช่อะไร...กลัวกลิ่นมันจะทำฤทธิ์อีกไง

 

ชักสงสัยตัวเองขึ้นมาอย่างไรก็ไม่รู้ ตั้งแต่เมื่อวานผมก็อ้วกติดต่อกันหลายครั้ง ถึงส่วนใหญ่จะเป็นเพราะกลิ่นน้ำหอมก็เถอะ

 

ป้าสร้อยที่คงเพิ่งกลับมาจากรดน้ำต้นโผล่เข้ามาเพื่อเช็ควัตถุดิบสำหรับอาหารเย็น ท่านชะงักไปนิดแล้วหันมองผมเต็มตา

 

“ตายจริง หน้าซีดมากเลยค่ะ คุณเบนซินไม่สบายหรือเปล่าคะ”

 

เสียงนั้นเรียกให้เพลิงนิลหันมามองผมเต็มตาเช่นกัน เขาปรายตามองสาวเมดที่ยืนอยู่ทางด้านหลังชั่ววูบหนึ่ง ไม่นานนักหนึ่งในนั้นก็เดินมาเก็บของบนโต๊ะออกไป

 

“เปล่าฮะ ผมแค่เหม็นอาหารนิดหน่อย” ผมปฏิเสธเพราะไม่ได้รู้สึกตัวร้อนหรือเป็นไข้อะไร ป้าสร้อยขมวดคิ้วครุ่นคิดก่อนจะตอบรับกลับมา

 

“งั้นเดี๋ยวทำข้าวต้มร้อนๆให้นะคะ พอจะทานได้ไหม”

 

“ได้ฮะ” ผมพยักหน้า คิดว่าถ้าเป็นข้าวต้มคงไม่มีปัญหาหรอกมั้ง อย่างไรเสียอาหารจำพวกต้มแบบจืดๆก็ไม่ค่อยมีกลิ่นฉุนอยู่แล้ว

 

“เดี๋ยวเรียกหมอมา” เสียงราบเรียบเปรยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน ผมหันมองเพลิงนิลก็พบว่าเขามองผมด้วยแววตาเฉยชาอยู่เช่นกัน

 

“ไม่ต้องหรอก เบนไม่ได้เป็นอะไรมาก”

 

เพลิงนิลไม่ได้ตอบอะไร ทว่าท่าทางยกโทรศัพท์ขึ้นเตรียมกดก็มากพอแล้วว่าเสียงผมไม่ได้เข้าหูเขาแม้แต่น้อย เอาแต่ใจตัวเองอย่างไรก็ยังคงเป็นอย่างนั้น ต่อให้ผมค้านแค่ไหนคนเย็นชาก็คงไม่รับฟังถ้าเขาคิดจะทำ

 

ทว่าก่อนใครอีกคนจะได้ยกสมาร์ทโฟนในมือขึ้นแนบหู พี่เมฆก็เดินตรงมาทางนี้เสียก่อน

 

“นายน้อย นายใหญ่มาครับ”

 

โอ้...คุณโลคัสมาเยี่ยมเยือน ผมกำลังหูฝาดไปใช่ไหม! อย่างราชามังกรที่ไม่คิดจะชายหางตามาดูคฤหาสน์ของลูกชายตัวเองเนี่ยนะ

 

เพลิงนิลชะงักก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เขาส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดคนสนิทเชื้อเชิญบิดาบังเกิดเกล้าเข้ามา ไม่นานนักบนโต๊ะอาหารแห่งนี้ก็ประกอบไปด้วยใครอีกคนที่มีรัศมีน่าเกรงขามไม่แพ้ลูกชายตัวเองแม้แต่น้อย

 

อา...ขึ้นห้องตอนนี้ทันไหม ถ้ายังจำกันได้เมื่อคืนผมเพิ่งไปก่อเรื่องมาไง! การกระทำนั่นไม่ต่างกับหักหน้าคุณโลคัสเลยนะ

 

“ไง เมื่อคืนแต่งหญิงขึ้นนะ เสียอย่างเดียวคือเรื่องมารยาท” ไม่ทันขาดคำก็เชือดเฉือนกันเสียแล้ว ผมส่งยิ้มไม่ทุกข์ร้อนไปให้ทั้งที่ในใจกำลังผวา อีกทั้งสายตากำลังมองหาปืนของคนพูด

 

ไม่ใช่อะไร...เกิดพ่อสามีบ้าดีเดือดขึ้นมาจะได้หลบลูกปืนทัน!

 

“ขอบคุณฮะ ส่วนเรื่องมารยาทต้องขอโทษด้วยจริงๆ ถึงผมจะจงใจทำแบบนั้นเองก็เถอะฮะ” สาบานมาสิว่าผมกลัวท่านราชามังกรจริง...คำพูดคำจาน่าเอาปืนกระแทกปากมาก

 

ก็แค่พูดตรงไปหน่อย ผมไม่ได้ตั้งใจกวนประสาทพระบิดาของเพลิงนิลจริงๆนะ!

 

“มาทำไม”

 

เสียงราบเรียบขัดบรรยากาศน่ากลัวที่คุณโลคัสก่อขึ้นอย่างฉับพลันเมื่อชั่วครู่ นัยน์ตาสีเดียวกับคนลูกละออกห่างจากผมอย่างคาดโทษก่อนจะหันมองเพลิงนิลในที่สุด

 

“เหตุผลเมื่อคืนของแกมันฟังไม่ขึ้น”

 

“ผมบอกไปชัดเจน...และจะไม่เปลี่ยน” เสียงที่เย็นในระดับเดียวกันเอ่ยตอบคนเป็นพ่อ นี่ถ้ามีปืนอยู่ในมือคงไม่วายต้องหันมายิงใส่กันแน่

 

“การแต่งงานก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว แต่งเสร็จรอให้เรื่องเงียบและฐานอำนาจของตระกูลหงส์มั่นคงกว่านี้ แกค่อยหย่าก็ได้” คำพูดคล้ายจะกล่อม ทว่าน้ำเสียงทรงอำนาจนั้นติดบังคับอยู่ในที

 

“ไม่มีความจำเป็นต้องช่วย” เพลิงนิลตวัดมองบิดาบังเกิดเกล้าก่อนจะเคาะบุหรี่จุดสูบด้วยท่าทางเอื่อยเฉื่อย

 

“หึ...แม้ว่าตระกูลหงส์จะเป็นสายเลือดเสี้ยวหนึ่งของแม่แกน่ะหรอ”

 

เพลิงนิลชะงัก อะไรบางอย่างในแววตาเขาดูไม่มั่นคงวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไปเพียงแค่กระพริบตา ผมฟังไปฟังมาก็ชักจะงง สองพ่อลูกเขาคุยอะไรกันวะ คือพูดกันทีไรมีผมคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องตลอดเลยไง

 

เท่าที่จับใจความได้คือ...คุณโลคัสมาเพื่อบอกให้เพลิงนิลตกลงการแต่งงาน

 

“มีวิธีที่ดีกว่านั้น” เพลิงนิลเอ่ยขึ้นในที่สุดหลังจากเงียบไปนาน ทั้งสองคนต่างจ้องมองตากันคล้ายจะสื่อสารอะไรบางอย่าง

 

“มันไม่คุ้มที่จะก่อสงครามกับพวกพยัคฆ์เพื่อตระกูลอื่น” คุณโลคัสเปรยขึ้น ท่าทีของท่านไม่ได้หวาดกลัวตระกูลซึ่งถูกเอ่ยถึงแม้แต่นิด แต่คงเป็นเรื่องของศักดิ์ศรีเสียมากกว่า

 

ก็ไม่ได้แลดูสนใจตระกูลหงส์มากนี่นา แล้วทำไม...

 

“ฉันได้ข่าวมาว่าประกายฟ้าเองก็มีแฟนอยู่แล้ว การแต่งงานเป็นเพียงในนามให้ทางพยัคฆ์ปล่อยกรงเล็บออกจากตระกูลหงส์เท่านั้น เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่คิดว่าแกจะปฏิเสธ...พวกบูชาความรักน่ะไม่สมกับเป็นหนึ่งในไฟร์ อภิเกียรติวงศ์หรอกนะ แกลืมจุดประสงค์อะไรไปหรือเปล่า ควีนสำหรับเราไม่ควรเอามาเป็นจุดอ่อน หึ...ไม่สมกับเป็นลูกชายฉันเลย” หลังจากถ้อยคำยาวเหยียดพร้อมรอยยิ้มเย็นตรงมุมปากของราชามังกรถูกเอ่ยขึ้น เพลิงนิลก็ดูเงียบลงเสียจนบรรยากาศรอบด้านทวีความน่ากลัวขึ้นอย่างฉับพลัน

 

เอ่อ...เริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกอย่างไรไม่รู้แหะ

 

Loading 70%

 

“บูชาความรัก?...หึ”

 

รอยยิ้มเย็นปรากฏขึ้นตรงมุมปาก ควันสีขาวถูกพ่นออกมาและพวยพุ่งกลางอากาศก่อนจะจางหายไป  ผมรู้สึกอึดอัดขึ้นมายังไงไม่รู้สิ บอกเลยว่าเวลาเพลิงนิลกับคุณโลคัสอยู่ด้วยกันผมไม่มีวันชินสักที

 

“เรียกว่าตัดเรื่องน่ารำคาญจะดีกว่า”

 

ร่างสูงต่อประโยคจนจบ เขาวางก้นบุหรี่ลงกับที่เขี่ยซึ่งบอดี้การ์ดคนหนึ่งยื่นมาให้แล้วเอนกายพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสบายๆคล้ายไม่รู้สึกกดดันอะไรทั้งสิ้น

 

มันจะไปกดดันได้ยังไงในเมื่อกำลังแผ่บรรยากาศนั้นเสียเอง! โว้ย...เริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว ต้องรีบหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดแม้จะอยากรู้ว่าเขาคุยอะไรกันต่อก็เถอะ อีกอย่างผมเริ่มเหม็นบุหรี่ขึ้นมาฉับพลันทั้งที่ปกติก็ทนนั่งดมกลิ่นได้ทั้งวัน

 

บุหรี่มันไม่ดีต่อสุขภาพ ต่อให้พูดจนปากเปียกปากแฉะก็ไม่เห็นเพลิงนิลจะเลิกสูบมันเสียที แถมนึกอยากสูบตรงไหนก็สูบ แล้วแต่อารมณ์เจ้าตัวตามสไตล์คนไม่สนโลกด้วยซ้ำ!

 

“เบนขอตัวนะ ขออนุญาตนะฮะคุณโลคัส”

 

คืออยู่ๆก็ไม่อยากนั่งดมกลิ่นบุหรี่ไง แม้ไม่นานมันก็ลอยออกไปด้านนอก ทว่าผมเริ่มรู้สึกติดขัดจมูกจนฉุนขึ้นสมอง ไหนจะความวิงเวียนไม่ชอบใจนี่อีก

 

เพลิงนิลไม่ได้รั้งไว้และผมก็ตรงเข้าครัวด้วยความรวดเร็ว ป้าสร้อยทำข้าวต้มเสร็จพอดีผมก็เลยนั่งกินมันในครัวนั่นแหละ ความหิวแล่นพล่านไปทั่วท้อง ทว่าน่าแปลกที่ผมเหมือนจะกินได้น้อยลงกว่าทุกครั้ง

 

ตกลงผมเป็นอะไรกันแน่? หรือจะเหม็นบุหรี่จนไม่อยากอาหาร ปกติก็ไม่เป็นนี่หว่า

 

นั่งขมวดคิ้วกับตัวเองไปได้สักพักสาวเมดก็เข้ามาตาม เห็นบอกว่าคุณโลคัสต้องการคุยด้วย ผมพยักหน้ารับเพราะกินหมดพอดี มือก็คว้าแก้วน้ำขึ้นมายกดื่มก่อนจะเดินไปยังห้องอาหาร

 

โชคดีที่กลิ่นบุหรี่หายไปหมดแล้ว ผมเดินเข้าไปนั่งที่เดิมอย่างสุภาพ นัยน์ตาก็จ้องมองคุณโลคัสซึ่งยังอยู่ในท่าเดิมคล้ายเขาไม่ได้กระดิกร่างแม้แต่นิด

 

พระบิดาของเพลิงนิลนี่ให้ความรู้สึกเหมือนรูปปั้นเข้าไปทุกวัน!

 

“ฉันจะคุยกับควีนของแกสองต่อสอง”

 

“ไม่” เสียงเย็นเฉียบของคนหน้านิ่งดังกระทบหู บรรยากาศเริ่มติดลบขึ้นมาอย่างฉับพลัน

 

ผมไม่ได้พูดนะ เพลิงนิลต่างหากที่เอ่ยตัดหน้า ผมยังไม่ทันได้ขยับปากเลยด้วยซ้ำ! ล...แล้วดูสิ บรรยากาศน่ากลัวมหาศาลจากผู้อาวุโสสุดในบ้านกำลังแผ่ขยายไปทั่วห้อง สาวเมดที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลต่างพากันหน้าซีดเผือดอ่ะคิดดู

 

“ไม่เป็นไรหรอกนิล ให้เบนคุยเถอะ”

 

ผมจำต้องแก้สถานการณ์ก่อนจะมีใครถูกฆาตกรรมขึ้นมา ร่างสูงตวัดหางตามองผมอย่างเฉยชาคล้ายสั่งให้หุบปากทว่าผมก็ยังดึงดันจ้องตากลับอย่างดื้อดึง คุณโลคัสคงไม่กล้าฆ่าผมกลางห้องอาหารหรอก...มั้งนะ

 

ในที่สุดเพลิงนิลก็ลุกขึ้นไปยืนพิงผนังห้องจนได้ ตรงนั้นไม่ได้ยินบทสนทนาก็จริงแต่สามารถมองเห็นได้ว่าคนบนโต๊ะกำลังทำอะไร บรรดาพี่ชายชุดดำซึ่งเป็นบอดี้การ์ดของราชามังกรต่างหลบให้เขาพิงผนังอย่างนอบน้อมและถอยห่างออกไปคนละโยชน์

 

ดูเหมือนจะนอบน้อมเกินไปหรือเปล่าวะ แอร์บ้านผมคงไม่เย็นจริงๆนั่นล่ะ พี่ที่ใส่ชุดสูทจึงมักมีเหงื่อผุดพรายตามหน้าผาก

 

“ไม่คิดว่าจะรอดมาได้ขนาดนี้นะ ทั้งที่ถ้าลืมกินยาแม้แต่เม็ดเดียวก็จะตายแล้วแท้ๆ” น้ำเสียงเรียบเย็นดังขึ้นส่งผลให้ผมต้องหันไปมองคนพูดอย่างช่วยไม่ได้

 

“ขอบคุณที่ห่วงใยฮะ ผมแข็งแรงดี”

 

ผมยิ้มรับถ้อยคำนั้น ทว่าทำไมสีหน้าของพระบิดาเพลิงนิลดันคล้ายกับโดนใครกวนประสาทกันล่ะ ผมยกมือลูบแขนเนื่องจากสายตาน่าขนลุกของชายวัยกลางคนก่อนจะกลับมานั่งนิ่งอย่างสุภาพเรียบร้อย

 

“อย่าสำคัญตัวเองผิดไป เข้าเรื่องเลยแล้วกัน รู้ไหมว่าถ้าหนึ่งในสามตระกูลตกหล่นไปเรื่องยุ่งยากน่าลำบากจะตามมาภายหลัง ในที่นี้ฉันหมายถึงตระกูลหงส์ แน่นอนว่าถ้าขั้วอำนาจเปลี่ยน อะไรๆก็เปลี่ยนแม้แต่ความปลอดภัยในชีวิตของเธอกับลูกชายฉันก็ตาม”

 

“....” ผมขมวดคิ้ว พยายามเรียบเรียงใจความสำคัญที่คุณโลคัสต้องการ

 

“ตระกูลอื่นที่มีฐานอำนาจรองลงมา อาทิเช่นพวกอสรพิษก็จะเข้าแทนที่ ความเป็นไปได้ข้อที่หนึ่ง...ไฟร์ อภิเกียรติวงศ์ต้องเปิดศึกกับพวกพยัคฆ์เพื่อกวาดฐานอำนาจของตระกูลหงส์มาเป็นของตัวเองไม่งั้นตระกูลอื่นก็จะเอาฐานอำนาจนั้นไปและผลักดันตัวเองขึ้นเป็นใหญ่แทนตระกูลหงส์ ความเป็นไปได้ข้อที่สอง...ศัตรูจะรวมตัวกันและมุ่งมาโจมตีตระกูลมังกรกับพยัคฆ์ที่ขั้วอำนาจอันเป็นตระกูลหงส์ได้หายไปจนเกิดความสั่นคลอนทางธุรกิจ กำลังคนและผลประโยชน์ แน่นอนว่าทางเรากับพวกพยัคฆ์ก็ไม่มีวันเป็นพันธมิตรกันได้ หลังจากนั้นทุกคนก็จะตกที่นั่งลำบากรวมถึงเธอ ฉัน และลูกชายทุกคน ”

 

“....” ผมเพิ่งรู้ว่ามันจะเลวร้ายขนาดนั้น แค่ตระกูลหงส์ร่วงจากหนึ่งในสามนี่ส่งผลกระทบถึงอีกสองตระกูลขนาดนี้เชียว

 

“ดังนั้นวิธีแก้ไขที่ง่ายที่สุดคือต้องให้ไฟร์ อภิเกียรติวงศ์พยุงตระกูลหงส์ไว้จนกว่าผู้นำตระกูลคนต่อไปจะรับตำแหน่งในอีกไม่กี่เดือนนี้ แน่นอนว่าทางตระกูลหงส์จะขอความช่วยเหลือจากพวกพยัคฆ์ก็ได้ถ้าไม่ติดว่าพวกนั้นหวังฮุบตระกูลหงส์ไว้เป็นของตัวเอง”

 

“แล้วทำไมตระกูลหงส์ไม่กลัวว่าไฟร์ อภิเกียรติวงศ์จะฮุบตระกูลตัวเองบ้างล่ะฮะ” ผมถามขึ้นอย่างสงสัยและเคลือบแคลง

 

“หึ...ฉลาดดีนี่ เพราะภรรยาของฉันเป็นสายรองตระกูลหงส์อย่างไรล่ะ ทางเรากับตระกูลหงส์เป็นพันธมิตรกันมาเนิ่นนานแล้ว”

 

ผมเพิ่งรู้ว่าแม่ของเพลิงนิลเป็นคนจากตระกูลหงส์...คงแต่งงานเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจสินะ ผมรู้มาว่าสายหลักกับสายรองในตระกูลหงส์นั้นมีชีวิตต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว แถมสายเลือดของพวกเขายังห่างกันมากๆ สายหลักนี่เลือดแท้ แต่สายรองมีเลือดของคนในตระกูลแค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น

 

สายหลักเปรียบดั่งหงส์ มีหน้าที่สืบทอดตระกูลและบริหารเท่านั้น ส่วนสายรองก็แค่บรรดาคนที่สามารถใช้ประโยชน์ด้วยการคานอำนาจกับตระกูลอื่นได้ ฟังดูแล้วก็น่าสงสาร

 

“การพยุงก็คือการแต่งงาน เมื่อแต่งแล้วอำนาจของตระกูลมังกรก็จะถ่ายทอดไปให้อีกฝ่ายจนไม่มีใครมาลอบยึดอำนาจของตระกูลหงส์ที่กำลังสั่นคลอนไปได้ และเมื่อผู้นำคนต่อไปรับตำแหน่ง...ค่อยหย่าก็ไม่ได้เสียหาย”

 

“คือคุณต้องการให้ผมช่วยกล่อมเพลิงนิลแต่งงานใช่ไหมฮะ” ผมเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ความกดดันมาคุรอบโต๊ะ

 

ผมไม่เข้าใจเรื่องของธุรกิจเท่าไหร่นัก แต่พอเข้าใจว่าถ้าไม่แต่งจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง อาจต้องประกาศศึกกับพวกพยัคฆ์เพื่อขึ้นเป็นที่หนึ่งยามเมื่อไร้ตระกูลหงส์ และหลังจากนั้นสงครามก็จะเกิดขึ้น

 

“ใช่ ไม่ได้ขอร้องแต่เป็นคำสั่ง...ถ้าเธอไม่อยากเห็นอนาคตอันเต็มไปด้วยเลือดล่ะนะ”

 

“ผมขอคิดดูก่อนฮะ” เอาเป็นว่ามันยากมาก

 

ใจหนึ่งผมอยากเห็นแก่ตัวด้วยการไม่ตกปากรับคำ ทว่าอีกใจผมก็อดห่วงความปลอดภัยของเพลิงนิลในอนาคตไม่ได้ เท่าที่ดูคุณพายัพอะไรนั่นไม่ใช่เล่นๆเลย เขาเป็นคนมีฝีมือแน่นอนผมมั่นใจ และคงไม่ได้ล้มง่ายๆด้วย

 

แต่ถ้าจะให้เพลิงนิลไปแต่งกับคนอื่น ผมรับได้จริงๆน่ะหรือ?

 

ทำไมต้องให้ผมมารับความเครียดจากธุรกิจในโลกมืดบ้าบออะไรนี่กันด้วยนะ ผมขออยู่แบบสงบสุขสักวันไม่ได้หรือยังไง! โว้ยยยยย

 

“ฉันจะรอคำตอบ คิดให้ดี...ลูกชายฉันมันคงไม่หลงใครเท่าเธอแล้วล่ะมั้ง ถึงแต่งไปยังไงก็ต้องหาทางหย่ากับประกายฟ้าหลังจบเรื่องอยู่แล้ว”

 

คุณโลคัสลุกขึ้นยืนพลางก้าวเดินห่างออกไป ขบวนบอดี้การ์ดตามหลังเขาเป็นพรวนตามแบบฉบับเจ้าพ่อมาเฟีย ผมยังนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นพร้อมความเครียดที่สุมอยู่ในอก

 

“พ่อกูพูดอะไร”

 

 


Writer talk3

ไม่ผิดกับที่พูดไว้ว่าความวุ่นวายกำลังบังเกิดค่ะ! น่าสงสารเบนซินที่โดนยัดเยียดเรื่องเครียดแบบนี้ให้ แต่ถ้าเพลิงนิลไม่คล้ายตามก็คงไม่เป็นไรหรอก...มั้ง เห็นหลายคนกลัวดราม่า//ยิ้นหวาน แล้วพบกันค่า

#ฝ่ายสนับสนุนให้คุณพ่อมีสามีเยอะมาก(ก อีกล้านตัว) จะเก็บไปพิจารณ...แค่กๆ นะคะ

รักรีดเดอร์

04/06/2016

Writer talk2

พระบิดาของเพลิงนิลคิดจะทำอะไรคะ เรื่องแต่งงานอะไรนี่ก็ยังไม่จบ แล้วทำยังไงถึงจะจบดี สงสัยต้องหาสามีให้คุณโลคั...//ดับอนาถด้วยลูกปืน ไหนจะเรื่องตระกูลพยัคฆ์อีก ความวุ่นวายมหาศาลกำลังบังเกิด 555 แล้วพบกันค่า

รักรีดเดอร์

03/06/2016 

Writer talk

เบนซินคนเอ๋อ...ทำอะไรไว้ยังไม่รู้ตัวอีกนะคะ อารมณ์ไม่เสถียรหลังตื่นนอนของเพลิงนิลนี่คืออารมณ์เผด็จการชัดๆ//หลบปืน น่าสงสารเหล่าคุณบอดี้การ์ด จะมองเบนซินแบบเต็มตาก็มองกันไม่ได้เพราะเกรงอำนาจมื...แค่กๆ แล้วพบกันค่า

รักรีดเดอร์

02/06/2016



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.235K ครั้ง

24,164 ความคิดเห็น

  1. #24009 KiHaE*129 (@princezzaofz) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 00:35

    เบนอย่าไปยอม มันต้องมีทางออกอื่น

    #24009
    0
  2. #23979 SkmilkSk (@SkmilkSk) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 02:19
    รุ่นลูกไม่แต่งรอให้รุ่นหลานแต่งก็ได้555
    #23979
    0
  3. #23916 saisaisaisai14 (@saisaisaisai14) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 13:20
    พ่อแต่งเองเลยยย
    #23916
    0
  4. #23687 ks_siri (@ks_siri) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 22:16
    จิกหัวมันลูก น้องเบนอย่าไปยอม //อันนั้นพ่อผัวนะเห้ยยย
    #23687
    0
  5. #23621 Saaaanooker (@Saaaanooker) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 08:21
    นี่ บางทีน่ะก็รู้สึกอยากให้ผู้นำตระกูลมังกรตายจัง อะไรๆคงง่ายกว่านี้ เนอะพ่อผู้บังเกิดเกล้า
    #23621
    0
  6. #23468 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 01:43

    ฟ้องหลัวเลยน้องเบน พ่อผัวบ้าอะไรแบบนี้

    #23468
    0
  7. #23338 sunmarine (@sunmarine) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 19:49
    คือถ้าไม่ใช่อกตัญญูหรืออะไร
    จะเชียร์ให้เพลิงนิลบาดคอพ่อไปเลย
    ทำคนอื่นเกือบตาย และไม่แคร์อะไร
    มากกว่าไปอำนาจ
    #23338
    0
  8. #23315 รัน รัน (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 00:56

    เบนเป็นไรอ่ะ หรือว่าแพ้ท้อง!!!?

    #23315
    0
  9. #23286 num'crazy (@2543numnim) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 11:32
    เรื่องเยอะจริงว้อยยย
    #23286
    0
  10. #23145 มังคุดไม่หวาน (@chatterbox) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 20:03
    แล้วทำไมคุณพ่อไม่แต่งเองล่ะคะ
    #23145
    0
  11. #23125 mo2ksrwi3_thawe2.ng (@sweet_black123) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 10:56
    สงสัยมากทำไมคิมชอบสูบทั้งๆที่ท้องเบนก็แพ้
    #23125
    0
  12. #22953 นักโทษหมายเลข0 (@Prison0) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 15:51
    อย่าเครียดดดด
    #22953
    0
  13. #22500 335360 (@335360) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 11:39
    นี่อย่าเครียดสิไม่ดีต่อลูกในท้องน่าาา555
    #22500
    0
  14. #22438 Sarunghaja (@Sarunghaja) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 08:53
    พูดเรื่องชวนเครียดนะเพลิงนิล666666
    #22438
    0
  15. #22298 mapletottot (@mapletottot) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 08:43
    ก็ยังงงอยู่ดีว่าเบนซินทำอะไรตอนเช้า ไม่เห็นมีอะไรผิดปกตินิ???
    ตระกูลพยัค อาคเนย์ พายัพ อาคเนย์ผัวโซดา55555//บอกแล้วเราวาร์ปมาจากเรื่องโซดา
    #22298
    1
  16. #22114 เศร้าใจ (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 20:14
    ทำไมคนแต่งต้องเ็นเพลิงนิล ไม่ใช่เพลิงกัลป์กันล่ะนี่ ฮืออออออ
    #22114
    0
  17. #22102 Siriyakorn8527 (@Siriyakorn8527) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 13:06
    แล้วตระกูล พยัค คือพายัพ ซึ้งเป็นแฝด ผัว ของโซดา 555555555
    #22102
    0
  18. #21669 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 00:02
    เบนเป็นคนกลางต้องทำไงดี
    #21669
    0
  19. #21151 Suchadakulkes (@Minrt) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:39
    คือ ถ้าผู้นำไม่มีปัญญาคุม ตระกูลตัวเองก็ไม่สมควรที่จะเป็น มหาอำนาจป่ะ
    #21151
    0
  20. #20703 คนคนหนึ่ง (@beamkat) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 11:36
    เรื่องเยอะเรื่องมาก ถ้าพยุงอำนาจตัวเองไม่ได้ ก็เลิกเป็น 3 อำนาจไปสิวะ มาลำบากให้ตะกูลอื่นคอยปกป้องมันก็ไม่ต่างจากตัวถ่วง! ปลดให้เหลือแค่ 2 อำนาจแม่ง

    #ท่ดๆเดือดไปหน่อย พอดีเนื้อเรื่องมันอินกับชีวิต ????????????

    ถ้าเบนแพ้กลิ่นบุหรี่ พี่นิลจะเลิกสูบไหมค่ะ ///^///
    #20703
    0
  21. #20666 bwp_k (@bwp_k) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 22:33
    อะไรนักหนา 3 ตระกูล
    #20666
    0
  22. #20570 NoonaVK (@NoonaVK) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 17:13
    ปัญหาตามมาอีกแล้ววววววววว
    #20570
    0
  23. #20052 ntn.9846 (@nuntanoot) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 16:56
    เบน ท้องแล้วใช่มั้ย บางทีก็อยากให้ แพ้กลิ่นนิล หรือไม่ก็ ติดกลิ่นนิล มากๆไปเลย
    #20052
    0
  24. #19400 ลมมรณะ (@wayuwayo1214) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 07:12
    คือท้องชัวร์ 5555 พ่อนี่โหดเงียบนะจริงๆ
    #19400
    0
  25. #19289 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 13:45
    โอโหเฮ้อออ
    #19289
    0