คุณภรรยา อย่ามาอ้อนผม

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 : หน้าที่ของ 'ว่าที่สามี'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    24 ก.ย. 62

บทที่ 2

        หน้าที่ของว่าที่สามี

ในที่สุดทั้งคู่ก็เดินออกมาจากอุโมงค์ได้ หลังจากที่คนเจ็บอย่างพริมาตั้งใจจะปลอบเทียนฉินเรื่องกลัวความมืดและความแคบ แต่เทียนฉินผิดไปจากตอนเช้าลิบลับ เขาแทบไม่กลัวเลยเวลาลอดผ่านอุโมงค์ แถมยังคอยดูแลเธอตลอดเวลา  พริมาเข้าใจดีว่าเขาคงรู้สึกขอบคุณก็เลยอยากช่วยเหลือ

ที่จริงนายก็เป็นคนดีเหมือนกันนี่หน่า

แต่ทันทีที่ออกมาจากอุโมงค์พริมาก็แทบอยากจะมุดตัวเข้าไปในอุโมงค์อีกครั้งเมื่อเจอครอบครัวศิริยวงศ์กับครอบครัวลี่ยืนรออยู่หน้าอุโมงค์อย่างพร้อมเพียง แถมพี่มังกรที่หายหัวไปเป็นอาทิตย์ยังมายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นคนชักชวนพวกผู้ใหญ่มาที่นี่!!

...

เวลานี้เกือบเที่ยงคืนแล้ว นิรนัทเป็นห่วงทั้งคู่แทบแย่ อยากจะจับลูกสาวตัวเองมาฟาดสักทีสองทีก็ทำไม่ได้เพราะตามร่างกายของพริมาเต็มไปด้วยบาดแผล อีกทั้งขายังเดินกระเผลก

คนเป็นแม่อย่างเธอที่ทั้งห่วงทั้งโกรธก็ทำได้แค่ข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้

 พราว เรามีเรื่องต้องคุยกัน

เรื่องอะไร ไม่ต้องบอกก็รู้!’

 

 “อุโมงค์นั่นมีอะไรฉีเฉิงถามเป็นเป็นภาษาจีนกวางตุ้งกับเจียงเฉิน หลังจากที่คุยกันมาสักพักจึงใช้ภาษาแม่ของตนคุยกันอย่างลืมตัว เขารู้มาจากนิรนัทร ไม่รู้เรื่องราวเป็นมายังไง พอมังกรบอกว่าลูกสาวตัวดีอาจจะเข้าอุโมงค์แถวๆสวนสาธารณะ นิรนัทรก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา

อุโมงค์ที่พวกเด็กๆ ชอบเข้าไป เป็นอุโมงค์เล็ก ๆ ที่ผ่านออกไปได้แค่เด็กตัวเล็กๆเท่านั้น ผู้ใหญ่อย่างพวกเราเข้าไปไม่ได้หรอก

ทันทีที่ฟังเจียงอินตอบหยางอินขมวดปมคิ้วเข้ามากันและเดินไปที่เทียนฉิน น้องเขาตอนนี้มีท่าทีที่เคร่งเครียด ตัวของเทียนฉินมีแผลถลอกแค่ที่เข่าผิดกับพริมาที่มีแผลถลอกแทบทั้งตัว

หลังจากที่นิรนัทรเค้นเรื่องราวจากพริมาแล้วทุกคนก็ได้รู้เรื่องทั้งหมด รู้ว่าทั้งคู่ตกลงมาเพราะหน้าดินทรุดเล็กน้อย แต่ดูจากสภาพของเทียนฉินกับพริมาแล้ว ก็พอจะเดาออกว่าสถานการณ์เป็นยังไง

ท่าทางว่าพริมาจะดูแลเทียนฉินเป็นอย่างดีจริงๆ

ไม่เป็นอะไรนะหยางอินถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

ครับเทียนฉินตอบเป็นภาษาจีนสั้นๆคำเดียว แต่สายตายังมองพริมาที่กำลังทำแผลอยู่อย่างไม่วางตา 

เจ็บกายไม่เท่าไหร่ แต่มันเจ็บใจมากกว่า

เป็นยังไง ได้ผจญภัยสมใจรึยัง!” นิรนัทรกล่าวประชดประชันกับเพื่อนของตนที่มักให้ท้ายลูกสาวของตนเสมอ

โอ๊ย! โอ๊ย! แม่คะ...

พริมาน้ำตาคลอเบ้า ทำไมตอนพูดประชดประชันต้องรุนแรงใส่แผลเธอด้วยเล่า!

นภาหน้างอเดินมาตีแขนนิรนัทรเสียงดัง

ยัยนิ! มานี่เลย ฉันทำให้หนูพราวเอง เธอไปทำแผลให้เทียนฉินเลย!”

น้าฟ้า... พริมากล่าวเสียงอ้อนพร้อมดึงตัวนภามากอดไว้ จนคนเป็นแม่หมั่นไส้ต้องหยิกแก้มลูกสาวตนพร้อมตีที่ต้นแขนไม่หนักไม่เบานัก

ยัยตัวแสบ!”

โอ๊ยๆ! แม่!!”

เหมือนคุณนั่นแหละเจียงอินกล่าวพลางหัวเราะ ตอนนี้เด็ก ๆก็ปลอดภัยแล้ว คุณก็อย่าเครียดนักเลย

สามีของนิรนัทรกล่าวพลางจิบน้ำชาอย่างสบายใจ ภรรยาตัวน้อยของเขาเมื่อก่อนก็แสบหนักกว่านี้อีก ลูกสาวจะได้เชื้อแม่มาบ้างก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร

นี่คุณ!”

ใช่ ตอนเด็กเธอซนกว่าหนูพราวเป็นสิบเท่าเลยนะ นภาเอ่ยเสริมทำเอานิรนัทรหน้าดำหน้าแดง ยอมข่มอารมณ์เดินไปทำแผลให้เทียนฉินเงียบๆ ครั้นพริมาสนอกสนใจว่าแม่เธอเคยก่อวีรกรรมอะไรไว้บ้างก็โดนผู้เป็นแม่เอ็ดเสียทุกรอบ

 

มีอะไรจะถามพี่รึเปล่า อาฉินหยางอินถามขึ้นมาภายในห้องนอนที่แค่เทียนฉินกับเขา  หลังจากกลับมาเทียนฉินดูเหมือนจะทำหน้าเหมือนคิดอะไรอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังมองหยางอินเป็นระยะๆ

เทียนฉินเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะตอบคำถาม

อาฉินอยากสูงเหมือนหยางเกอ

...

ที่อาฉินมองเขาเป็นพักๆ เพราะว่ามองส่วนสูงของเขาหรอกหรือ   หยางอินยกยิ้มอย่างอ่อนโยนวางมือลงบนศรีษะของเด็กหนุ่ม

เดี๋ยวอาฉินก็สูงแล้ว

อาฉินอยากรู้วิธี ไม่อยากรอ ใบหน้าของเทียนฉินยามนี้มีความจริงจังมาก  ทั้งยังมองคนเป็นพี่อย่างหยางอินเพื่อหาคำตอบ

อาฉินจะรีบสูงไปทำไม ฮึหยางอินยังคงใช้เสียงอ่อนโยนกับน้องชายตน

เด็กหนุ่มไม่ยอมตอบ แต่กลับเม้มปากเข้าหากัน ตามองพื้นอย่างครุ่นคิดบางอย่าง หยางอินยิ้มขึ้นมาน้อย ๆ คิดว่าเทียนฉินคงไม่ตอบแล้วก็เลยเอื้อมมือไปลูบศรีษะน้องชายตนอีกรอบ

แต่อยู่ ๆเทียนฉินก็ตอบขึ้นมาอย่างหนักแน่น จนผู้เป็นพี่ต้องชะงักมือ

อยากดูแลพราวได้เขาหยุดพูดไปครู่นึง ก่อนจะพูดต่อ อยากตัวใหญ่กว่านี้

หยางอินที่นิ่งงันไปพักใหญ่ก็ยกยิ้มขึ้นมาพลางลูบหัวของเทียนฉิน

อาฉินชอบพราวใช่ไหม

...เทียนฉินยืนนิ่ง ทำสีหน้าเรียบเฉยแต่กลับหน้าแดงขึ้นมาชัดเจน แค่นี้คนเป็นพี่ชายอย่างหยางอินมีหรือจะไม่รู้ว่าน้องชายตนคิดอะไรอยู่ ...ไม่ชอบ

หรอ งั้นหยางเกอคงเข้าใจผิดไปเอง

ที่ผ่านมา...ไม่ชอบ เด็กคนนั้นชอบกวนเขาพูดด้วยน้ำเสียงคล้ายเลื่อนลอย พอมานึกถึงเหตุการณ์วันนี้เทียนฉินก็พูดขึ้นมาอีก แต่วันนี้ไม่ใช่

วันนี้ ทำไม?” หยางอินถามอย่างฉงน น้องชายของเขาดูสมกับเป็นเด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีขึ้นมาบ้างแล้ว

วันนี้เด็กคนนั้นกอดอาฉิน ไม่ยอมให้อาฉินเจ็บ

...

แล้วก็บอกว่าจะปกป้อง

...

...ก็เลยชอบแล้ว

อืม หยางเกอเข้าใจแล้ว หยางอินยิ้มตอบรับอย่างอบอุ่น ตบไหล่เทียนฉินเบาๆ ก่อนจะพูดติดตลกเล็กน้อย แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเรียกว่าเด็กคนนั้น

...

ทั้ง ๆที่ในหนังสือการบ้านของอาฉินก็เขียนแต่ชื่อพราว

เทียนฉินเบิกตากว้างขึ้นเรื่อยๆ เงยหน้ามองหยางอินที่มีรอยยิ้มอบอุ่นบนใบหน้าเสมอ ...หยางเกอ...

หยางเกอว่าอาฉินชอบพราวตั้งนานแล้วแหละ

 

 

พี่ใช่ไหมที่บอกผู้ใหญ่อะพริมากล่าวเสียงงอเล็กน้อย ก่อนจะก้มเอามือไปเขี่ยแผลของตัวเองเล่น

จะเขี่ยให้มันเน่ารึไงแผลอะมังกรดุน้องสาวเล็กน้อย ยัยเด็กนี่ไม่รู้รึไงว่าทุกคนเป็นห่วงมากแค่ไหน โดยเฉพาะแม่ของเขาที่โทรมาหาเขาเสียงสั่นเพราะทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าลูกสาวของตนหายไปไหน ดีที่เขาพอจะรู้บ้างว่ายัยพราวชอบไปเล่นซนที่ไหนบ้างแลละสถานที่นี้ก็เป็นสถานที่สุดท้าย ที่เขาเดาได้

พริมาไม่ได้ชอบไปอุโมงค์ที่สุด ส่วนใหญ่เด็กสาวจะชอบไปเล่นแถวแม่น้ำหรือไปเล่นบ้านเพื่อนมากกว่า เพราะถ้าพริมาจะเข้าอุโมงค์ก็ต้องมีมังกรไปด้วยตลอด แต่คราวนี้กลับเข้าไปกับไอ้เด็กหน้าเหม็น

เด็กสาวย่นจมูกใส่ผู้เป็นพี่ชาย จนมังกรต้องเอื้อมมือไปเขกหัวทีนึง

เจ็บนะ

เจ็บเป็นด้วยรึไง แล้วใครสั่งใครสอนให้พอไอ้เด็กนั่นเข้าไปในอุโมงค์มังกรกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เดิมทีมันเป็นสถานที่ที่เขากับพริมาไปเที่ยวเล่นบ่อย แต่เพราะเขาโตมากแล้วทำให้ร่างกายขนาดเขาไม่สามารถเข้าอุโมงค์ได้อีก

เรียกเทียนฉินแบบนี้ พราวฟ้องแม่แน่

พูดไม่ได้เลยนะ ทีเธอแกล้งมันล่ะ ยัยลิง มังกรเถียงน้องสาวตัวดี เขาน่ะแกล้งเทียนฉินไม่ได้เลยสักนิด เพราะนอกจากจะโดนหยางอินคอยขัดขาแล้วยังโดนยัยพริมาขวางอีก แต่ตัวของพริมาเองกับแกล้งเด็กนั่นอย่างสบายใจ

พราวไม่ได้แกล้งแรง แค่พอหอมปากหอมคอ

เช่นเอากบไปเกาะหน้า ทำกระเพราเผ็ดๆให้กิน โถ่ ยัยแม่มด!”

ไม่ได้คิดจะแกล้งแบบพี่อะ ดูหน้าก็รู้แล้วว่าไม่ได้คิดจะแกล้งธรรมดา

ก็มันทำหน้ากวนตีน

พริมาถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย การเกลียดขี้หน้าคนที่ไม่รู้จักโดยไร้สาเหตุต้องยกให้พี่ชายเธอจริง ๆ ที่จริงพี่มังกรก็ไม่ใช่คนที่เหม็นขี้หน้าคนไปทั่วหรอก ออกจะอัธยาศัยดีด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้เกลียดขี้หน้าหยางอินกับเทียนฉินนัก

บ้านตระกูลลี่ไปทำอะไรให้พี่นักหนาเนี่ย

บ้านลี่ไม่ได้ทำ แต่พวกนั้นมันหน้าเหม็น

ไร้เหตุผลชะมัดเธอถอนหายใจแรงกว่าเดิม อยู่กับพี่มังกรแล้วปวดสมอง ไปละ

เอ้า จะไปไหน เจ็บตัวอยู่ก็มานอนดิมังกรร้องถามน้องสาวที่ปกติก็นอนห้องเดียวกับเขาอยู่แล้ว เด็กสาวหันมามองพี่ชายของตนพร้อมกระตุกยิ้มเล็กน้อย

เบื่อพี่อะ ไปนอนกับเทียนฉินดีกว่า

เฮ้ยๆ เป็นสาวเป็นนาง ดูพูดจา เดี๋ยวตบปากแตกมังกรขึ้นเสียงดุ พริมาแลบลิ้นใส่พี่ชายตนเล็กน้อย

พ่อแม่ไม่สั่งสอนรึว่าห้ามทำร้ายผู้หญิงอะ

แล้วพ่อแม่ไม่สอนให้รักนวลสงวนตัวรึไง

นั่นดิ ไม่รู้ ก็พ่อแม่เดียวกันอะพริมาว่าทีเล่นก่อนจะเดินออกจากห้องไป

เอ้า จะไปไหน ไอ้พราว แกจะไปนอนกับมันไม่ได้นะโว้ย!!”

เสียงมังกรโหยหวนไล่หลังพริมา เด็กสาวอยากจะตัดขาดพี่น้องให้รู้แล้วรู้รอด นี่คิดจริงๆรึไงว่าเธอจะไปนอนกับเทียนฉินน่ะ อย่างน้อยก็คงไปนอนกับแม่น่ะแหละ  ดูก็รู้ว่าพี่มังกรห่วงเธอมาก แต่แบบเธอไม่ชินเท่าไหร่กับความสัมพันธ์แบบพี่น้องรักกัน เป็นห่วงกัน พอเห็นสายตาเป็นห่วงมากๆของพี่มังกรแล้วก็เลยขนลุก  มานอนกับแม่ดีกว่า

แม่คะ หนูนอนด้วย

อ้าว ไม่นอนกับมังกรล่ะ

ไม่เอาค่ะ ขนลุก

 

7 ปีต่อมา

มังกรได้ยินข่าวร้ายที่สุดในชีวิต! บ้านตระกูลลี่ย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยแบบถาวรแล้ว แถมบ้านตระกูลลี่ก็สร้างติดรั้วบ้านเขาแถมมีประตูรั้วไว้เปิดไปมาสองบ้านได้ แบบนี้มันต่างจากเป็นบ้านเดียวกันตรงไหน!

เพราะมิตรภาพของพวกผู้ใหญ่มาสร้างความเดือดร้อนให้ลูกหลาน ยัยพราวต้องมาเป็นคู่หมั้นของไอ้ลูกหมา!(เทียนฉิน) ครั้งแรกที่เจอมันปฏิเสธน้องสาวเขาคอแทบหัก เขากลับทำอะไรมันไม่ได้เพราะอยู่ต่อหน้าแม่ แต่หลังจากนั้นมังกรก็หาทางแกล้งเทียนฉินสารพัด แต่ทุกอย่างต้องพินาศเพราะมีคนอย่างหยางอิน

หยางอินเหมาะสมกับคำว่าน้องชายข้าใครอย่าแตะ  เป็นคนเดียวที่รู้ทันแผนการของเขาทุกอย่าง และหาทางขัดขวาง ประหนึ่งว่าไม่ให้มดสักตัวได้กัดเล็บน้องชายมันทั้งๆที่น้องมันก็ตัวมันก็น่าหมั่นไส่พอๆกัน ไม่รู้ตัวรึไง  แถมมันยังใช้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ทั้งๆที่รอยยิ้มนั้นก็ได้ทำการเชือดเขาเบาๆ

แต่เพราะบ้านทั้งสองตระกูลมีประโยชน์ร่วมกัน หลังจากเทียนฉินแต่งงานกับพราว บริษัทจางลี่ที่ผลิตแบรนด์เสื้อผ้ากับบริษัทศิริยวงศ์ที่ผลิตผ้าไหมชั้นดีจะได้จับมือถือหุ้นร่วมเป็นทองแผ่นเดียวกัน

แต่สิ่งที่น่าปวดหัวกว่าผลประโยชน์พวกนั้นคือมิตรภาพของพวกพ่อแม่นี่แหละ อาฉีเฉิงกับอาเจียงอินเป็นเพื่อนสนิทกันมานาน คอยเชื่อเหลือกันมานาน มาเจอกับแม่ของเขาและน้านภา ซึ่งทั้งสองก็รักกันดีเหลือเกิน จนเกิดเป็นมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของสองตระกูลใหญ่แบบงงๆ

สรุปง่ายๆคือรักกันจนลูกชายอย่างเขา แม้ไม่พอใจคนในตระกูลลี่ก็แสดงออกมาไม่ได้! ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะหาทางหนียังไง ก็คงหนีคนอย่างอยางอินไม่พ้นแล้ว

แต่ด้วยนิสัยแปลกๆของทั้งสองบ้าน ก็มีข้อดีอยู่บ้างคือน้องสาวของเขาไม่ต้องไปหมั้นกับหยางอิน

แต่คิดๆไป หมั้นกับใครก็แย่พอกัน!

ยินดีที่ได้ที่จะเป็นทองแผ่นเดียวกันครับหยางอินยื่นมือมาตรงหน้ามังกร ใช้ภาษาไทยอย่างชัดเจนราวกับเป็นเจ้าของภาษา แถมยังอยู่จักใช้สำนวนไทย  ใบหน้าคมก็หล่อดีอยู่ แต่ผมยาวถึงกลางหลังที่เหมือนผู้หญิงดูขัดหูขัดดตาเขาเป็นบ้า

หึ ยินดีพ่องอะ จะด่าก็ไม่ได้นะ แต่แบบนั้นก็เหมือนกับด่าอาฉีเฉิงไปด้วย

แถมอยู่ต่อหน้าแม่เขากับน้านภาก็ทำได้แค่ยิ้มและยื่นมือไปจับมือหยางอิน

ยินดีเช่นกัน

ไหน ๆก็ไหน ๆขอบีบมือมันแรงๆหน่อยละกัน หมั่นไส้

คนถูกบีบมืออย่างหยางอินกลับยิ้มอย่างเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่รู้ว่ามังกรบีบไม่แรงพอหรือคนอย่างหยางอินปั้นหน้าเก่งกันแน่ เขามองหน้ามังกรเหมือนปกติ ผิดกับมังกรที่ยกยิ้มอย่างสะใจผิดปกติ

ด้วยนิสัยของพริมา พอเห็นผมยาวๆของหยางอินจึงดึงยางรัดผมรูปกบที่ใส่ไว้ในข้อมือออกมา

เดี๋ยวพราวมัดผมให้พี่หยางอินนะคะ

ให้มันน้อยๆหน่อย ไอ้พราว!

มังกรทำตาเฉือดเฉือนใส่พริมา แม้จะรู้ว่าน้องสาวตนจะไม่สนใจเลยก็ตาม

พริมาเสนอมัดผมให้หยางอินตั้งแต่เล็ก ๆแล้วจึงคิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ตอนนี้เธอโตมากแล้ว อยู่ถึงมหาลัยปีสี่ เป็นสาวรูปร่างบางหน้าตาไม่ได้โดดเด่นแต่ก็มีรอยยิ้มน่ารักประดับใบหน้าเสมอ  แต่บางครั้งรอยยิ้มนั้นก็เจ้าเล่ห์ใช้ได้

หยางอินเหลือบตาไปมองเทียนฉินเล็กน้อย พร้อมมองใบหน้าเชือดเฉือนของมังกรก็ยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะดึงมือออกจากมังกรไปหยิบยางบนมือของพริมาแทน

เดี๋ยวพี่ทำเอง พราวโตเป็นสาวแล้วนะครับเขาพูด

เพราะดูเหมือนจะมีคนไม่พอใจถึงสองคน

พริมาขำเล็กน้อยเมื่อมีคนบอกว่าเธอโตเป็นสาว หญิงสาวโตขึ้นมาทุกอย่างทั้งคำพูด สรรพนามที่เคยใช้ การกระทำต่าง ๆก็ไม่ได้ซุกซนเท่าตอนเด็ก แต่สิ่งเดียวที่เหมือนเดิมคือ เธอยังคงเป็นคนที่ร่าเริงและบ้าๆบอๆเหมือนเดิม

ยัยฟ้า หยางอินโตเป็นหนุ่มหล่อมากเลยนะเนี่ย เทียนฉินก็ด้วยนิรภัทรอดเอ่ยชมไม่ได้ คนพี่ปล่อยผมยาวหน้าตางดงามราวกับหยกชั้นดีที่หาตัวจับยาก ส่วนคนน้องผมสั้นระคอ ดวงหน้าเย็นชายิ่งดูเพิ่มเสน่ห์ให้น่าค้นหามากขึ้น  พอทั้งสองมายืนคู่กันก็หาข้อเปรียบเทียบไม่ได้เลยว่าใครหล่อกว่าใคร แถมทั้งคู่ยังเหมือนกับมีออร่าออกมาจากตัวตลอดเวลา

สาเหตุเพราะฉีเฉิงกับนภาหน้าตาดีราวกับนางฟ้าเทวดาทั้งคู่ ลูกออกมาเป็นเทพบุตรก็ไม่แปลก ผิดกับยัยพราวที่ได้หน้านิรนัทรมาเต็มๆ เลยไม่ได้ดึงดูดเหมือนพ่อตัวเอง

หน้าตาไม่สำคัญหรอก แต่นิสัยอย่างหนูพราวเนี่ย เขาเรียกน่ารัก มองยังไงก็ไม่เบื่อ

เห็นไหมคะ พราวน่ารักพริมาคอยื่นคอยาวกอดน้านภาเหมือนตอนเด็ก ๆ ทำเสียงออดอ้อนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน

ให้มันน้อย ๆหน่อยเถอะ ยัยลิงมังกรอดกระซิบแขวะไม่ได้  แต่พริมาก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะคนอย่างพี่มังกรน่ะ ทำได้แค่แขวะเท่านั้นแหละ

เอาเถอะๆ ไปช่วยอาฉีเฉิงกับพ่อขนของได้แล้วนิรภัทรเอ่ย หนุ่มๆสาวๆรับคำและรีบไปช่วยฉีเฉิงกับเจียงอินขนของเข้าบ้านตระกูลลี่

แม้มังกรจะอยากตะโกนว่า นรกแตก! เขาต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับคนที่เหม็นขี้หน้าที่สุดในชีวิต บัดซบสิ้นดี

แต่พริมากลับหันไปมองเทียนฉิน ยกยิ้มร่าให้เขาตามปกติเหมือนตอนเด็ก ๆ เขาก็ไม่หือไม่อือกับเธอตามปกติ ถามสิบคำตอบคำนึง บางทีก็ไม่ตอบ ทำสีหน้าเรียบเฉย ทุกอย่างเหมือนปกติแต่ก็มีบางอย่างเปลี่ยนไป

นายก็หล่อขึ้นนะ เทียนฉิน

อืม เทียนฉินครางรับเบาๆ

ไม่คิดจะปฏิเสธหน่อยรึไง หลงตัวเองชะมัด

แล้วมันจริงไหม

....

ถึงมันจะจริง แต่นายก็ไม่ควรมั่นหน้าขนาดนี้นะเทียนฉิน

แต่คราวนี้พริมาต้องมุ่นคิ้วในขณะยกกล่องหนังสือภายในมือ และเงยหน้ามองเทียนฉิน ใช่ ต้องใช้คำว่าเงยหน้าเพราะเขาสูงกว่าเธอมาก อีกทั้งไหล่ยังกว้างขึ้น ทั้งที่ตอนเด็กเทียนฉินตัวเล็กกว่าเธอมาก

ทำไมถึงสูงขึ้นมาขนาดนี้ล่ะ ตัวก็ใหญ่ขึ้นด้วย...หญิงสาวอดประหลาดใจไม่ได้เลย มองแผ่นหลังเขาที่เดินออกไป

หยางอินเดินสวนกับเทียนฉินที่ถือกล่องหนังสือสองกล่องไว้ในมือ เข้าไปในห้องหนังสือ ใบหน้างามดั่งหยกก็ยกยิ้มอย่างอบอุ่น

วันนี้อาฉินดูอารมณ์ดีจังนะก่อนที่หยางอินจะเดินสวนไป  พริมากระพริบตาปริบๆ ถือหนังสือไปข้างๆเทียนฉิน ชะโงกหน้าไปมองชายหนุ่มว่าอารมณ์ดีอย่างที่หยางอินบอกไหม

ใบหน้าของเทียนฉินยังดูเรียบเฉยสุดๆ แต่ก็รู้สึกได้ว่าเขาดูอารมณ์ดีจริงๆ

พริมายกยิ้มน้อย ๆ เอ่ยถามเทียนฉิน

เจอกันคราวนี้นายดูอารมณ์ดีจัง มีเรื่องอะไรดี ๆ แล้วไม่บอกฉันรึเปล่า

เทียนฉินที่ถือกล่องหนังสือในมือตวัดมามองคนข้างกาย สายตาที่มักจะเหมือนน้ำแข็งตอนนี้เหมือนถูกละลายไปจนหมด

ก็คงมี

เทียนฉินตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ฟังดูอารมณ์ดีก่อนที่เขาจะเดินออกไป ปล่อยให้หญิงสาวขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงงงวย พึมพำกับตัวเอง

...สรุปว่ามีหรือไม่มีล่ะ

 

ตอนแรกที่รู้จักเทียนฉิน พริมาพบว่าเขาเย็นชา ไม่ค่อยพูดจนเหมือนเป็นใบ้ ชอบใช้สายตาดุๆมองคนอื่น แต่พอรู้จักเทียนฉินมาได้เกือบห้าปีถึงรู้ว่าเขาก็ไม่ได้เป็นเจ้าชายน้ำแข็งอย่างที่คิด

เทียนฉินก็สามารถมองคนอื่นด้วยสายตาปกติได้ ถึงจะพูดน้อยมากจนนับปริมาณคำได้ก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เย็นชาจนเข้าถึงยากอย่างที่เธอเข้าใจในตอนแรก

ครั้นพอมาคิดว่าเทียนฉินที่เป็นเพื่อนกันสมัยเด็กกลับต้องมาเป็นคู่หมั้นก็อดทำใจไม่ได้ ตอนเด็กเธอดันเข้าใจว่าคู่หมั้นคือเพื่อนสนิท ถึงได้ตามตื้อเขาแบบนั้น

แต่อย่างน้อยเขากับเธอก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ ส่วนเรื่องคู่หมั้น เธอไม่เคยคิดเกินเลยกับเทียนฉินเลยแม้แต่น้อย

 นายต้องย้ายมามหาลัยเดียวกับฉัน คณะบริหาร สาขาวิชาระบบสารสนเทศธุรกิจใช่ไหมพริมาถามในขณะที่มือก็จัดหนังสือไปด้วย อดบ่นในใจไม่ได้ว่าบ้านตระกูลลี่จะขนหนังสืออะไรมานักหนา แถมเป็นหนังสือที่อ่านยากๆทั้งนั้น จัดมาค่อนวันก็ยังไม่เสร็จ

อืม

แบบนี้เราก็ได้เจอกันทุกวันแล้วสิเธอพูดอย่างอารมณ์ดี เทียนฉินปรายตามองเล็กน้อยและจัดหนังสือต่อ

...

ตั้งแต่รู้จักเทียนฉินมา ไม่รู้ว่าเขาปรายตามองเธอแบบนี้กี่ล้านรอบแล้วก็ไม่รู้  ยิ่งเธอแกล้งเขาแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เทียนฉินยิ่งส่งค้อนมาให้เธอ

การที่ทำให้คนหน้านิ่งอย่างเทียนฉินเปลี่ยนสีหน้ามันกลายเป็นเรื่องท้าทายในชีวิตของพริมาไปแล้ว

ถามจริง หนังสือที่เรือนเหยียนหมิ่นเคยคิดจะเอาไปขายทิ้งบ้างปะหญิงสาวเริ่มบ่น ยิ่งมองกองหนังสือที่ยังไม่ถูกจัดเข้าตู้ก็ยิ่งท้อแท้เข้าไปใหญ่

ไม่

นายนี่ชอบอ่านหนังสือขนาดนั้นเลยหรอ อ่านอะไรอะหญิงสาวเอ่ยถามพลางสุ่มหยิบหนังสือปกลวดลายสวยงามที่ถูกสลักปกด้วยตัวอักษรจีนที่ตอนนี้เธอพออ่านออกเล็กน้อย แต่ไม่ถนัดเพราะไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน

ทุกอย่าง

เบื่อแย่ อยู่แต่กับหนังสือ

แต่สำหรับเทียนฉินอาจจะเป็นเรื่องสนุกมากกว่า เพียงแต่สำหรับพริมามันไม่ใช่ แค่จับหนังสือเธอก็หลับแล้ว เอาจริงๆ

แล้วเธอล่ะ

หืมพริมาขึ้นเสียงอย่างประหลาดใจ ถือว่านี่คือคำถามแรกของเทียนฉินในรอบสิบปีเลยนะเนี่ย แถมยังเป็นคำถามที่ไม่เคลียด้วยหมายถึงเบื่อหนังสือไหมน่ะหรอ

ชอบทำอะไรชายหนุ่มกล่าวถามเสียงราบเรียบแต่มือก็ยังคงหยิบกองหนังสือมาเข้าชั้นหนังสือเรื่อยๆ พริมาพยักหน้าเข้าใจคำถามทันที จะตั้งคำถามทั้งที ยังถามให้มันเป็นปริศนาอีก

ก็หลายอย่างนะ นั่งดูสวนขวด ปลูกแคคตัส จัดสวน อะไรพวกนี้อะ

คำตอบเหมือนจะทำให้เทียนฉินแปลกใจไปเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

ทำไม จะคิดว่าไม่เหมาะกับฉันไหม หน้านายมันฟ้องอะเทียนฉินพริมาพูดอย่างเหนื่อยหน่าย เธอชินไปแล้วแหละ เพราะเพื่อนเธอ พี่มังกร พ่อแม่ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอจะชอบอะไรพวกนี้ เทียนฉินจะไม่เชื่อก็ไม่แปลก

อืม ดูไม่สมกับเป็นเธอ

หืม เดี๋ยวนี้กล้าพูดขนาดนี้เลยหรอ

แล้วเป็นฉันมันต้องเป็นยังไง จับกบ ปีนต้นไม้ ตกปลางี้หรอ

ประมาณนั้นชายหนุ่มตอบเดี๋ยวสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงเฉยชาราวกับตอกย้ำว่าเขาพูดจริง ไม่มีการหยอกล้อใดๆ ถ้าเป็นคนอื่นพริมาคงพอขำออกเพราะคนพวกนั้นอาจจะพูดเล่น แต่เพราะเป็นเทียนฉินไง ถึงรู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่น

วันนี้พูดมากจังนะ  แล้วอยู่ที่จีนมีเพื่อนบ้างรึยังพริมาเอ่ยถาม ตอนเด็กที่เล่นกับเทียนฉินเธอพบว่าเทียนฉินไม่มีเพื่อนเลยแม้แต่คนเดียว เป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก  พริมาจึงไปถามน้านภาถึงได้คำตอบว่าเทียนฉินเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กจึงโดนเพื่อนแกล้งเป็นประจำ ที่โดนบ่อย ๆคือโดนจับขังไว้ในตู้เก็บไม้กวาด  แถมเทียนฉินยังไม่ยอมร้องหรือตะโกนขอความช่วยเหลืออีกต่างหาก

แต่เขาก็โตขึ้นมากแล้ว แถมตัวก็ใหญ่ขึ้นตั้งเยอะ ใครจะกล้าแกล้ง

ฉันไม่สน

เอาเถอะ ฉันจะยอมเป็นเพื่อนคนเดียวของนายให้ก็ได้พริมากล่าวด้วยน้ำเสียงสบายไม่อยากคาดคั้นอะไรเทียนฉินมาก เพราะดูท่าทางเขาไม่อยากพูดถึงมันเท่าไหร่นัก

แต่ฉันไม่ใช่เพื่อนเธอ

โห พูดแบบนี้ ตบหน้ากันเห็นๆนี่หว่า

พริมากำลังจะอ้าปากเถียงก็ต้องกลืนคำพูดลงคอเมื่อเทียนฉินพูดออกมา

ฉันเป็นคู่หมั้น

จู่ ๆก็พูดอะไรเนี่ย

....ไม่ใช่สิ หมายถึงทางนามธรรม เราเป็นเพื่อนกันไง

...

เจียเจี่ยเจียวอิงวิ่งพล่านเข้ามาในห้อง พูดภาษาจีนกับพริมา เจียวอิงเป็นลูกพี่ลูกน้องของเทียนฉินและหยางอิน เด็กชายมาประเทศไทยเพราะติดหยางอินมาก ๆ ห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง

ได้ยินว่าเจียวอิงมีแค่พ่อที่เป็นเจ้าของประธานบริษัทชั้นนำจนไม่มีเวลาดูแลลูกชาย เด็กน้อยคนนี้จึงขาดความอบอุ่นมาตั้งแต่เล็กอยู่แต่กับพี่เลี้ยง หรือบ้านของตระกูลลี่ เพราะความอ่อนโยนของหยางอิน เจียวอิงจึงติดหยางอินมากถึงขนาดที่หยางอินมาดูแลธุรกิจที่ประเทศไทย เจียวอิงก็ตามมาให้ได้

ว่าไง เจ้าตัวแสบ

หยางเกอบอกว่าจะให้เจียวอิงไปโรงเรียนอนุบาล เจียวอิงจะเจอเพื่อนที่เป็นคนไทย!”เขากล่าวอย่างร่าเริง เจี่ยเจียสอนภาษาไทยเจียวอิงหน่อย

หยางเกอ กับ ฉินเกอก็สอนได้ ทำไมไม่ให้สอนล่ะพริมาเอ่ยถาม ก่อนจะอุ้มเจียวอิงมาไว้บนตัก เจียวอิงยกเล็บนิ้วโป้งมากัดลอบมองเทียนฉินที่จัดหนังสืออยู่ไม่พูดไม่จา พริมาก็รู้แล้วว่าเจียวอิงน่ะกลัวเทียนฉิน

หยางเกอบอกว่าไม่ค่อยว่าง แต่จะคุยภาษาไทยกับเจียวอิง แต่เจียวอิงยังฟังไม่ออก

พูดถึงแต่หยางอินแต่ไม่ยอมพูดถึงเทียนฉินเลยแม้แต่น้อย ดูสิเทียนฉิน แม้แต่เด็กยังกลัวนายเลย!

งั้นเจียวอิงอยากพูดคำไหนได้หญิงสาวเอ่ยถาม เดี๋ยวเจี่ยเจียจะสอนประโยคนึงก่อน แล้วเรามาช่วยฉินเกอจัดหนังสือกัน โอเคไหม

ครับ! เจียวอิงอยากพูดคำว่า อยากแต่งงานกับพราวเจี่ยเจีย’ ”

พรวด!

ถ้าพริมาดื่มน้ำอยู่คงพ่นน้ำใส่หัวของเจียวอิงแล้วแน่ ๆ  เทียนฉินที่กำลังจัดหนังสืออยู่ถึงกับชะงักมือหลังจากที่ฟังเจียวอิงพูดจบ แต่เขาก็จัดหนังสือด้วยใบหน้านิ่งๆตามเดิม

เด็กตัวแค่นี้ รู้จักคำว่าแต่งงานได้ยังไงกันเนี่ย ฮึพริมาอดไม่ได้ที่จะดีดหน้าผากเจ้าตัวแสบ

เจียวอิงอยากรู้ว่าต้องพูดว่าอะไรตาเด็กคนนี้ชักจะดื้อขึ้นทุกวัน ดึงแขนเสื้อของพริมาไปมาอย่างเอาแต่ใจ ไม่รู้ว่าถูกใจเธออะไรนักหนา แค่ปีที่แล้วเธอสอนเจียวอิงปีนต้นไม้ เด็กหนุ่มคนนี้ก็ถูกใจเธอเสียแล้ว

ต้องพูดว่า.....

อยากแต่งงานกับพราว

เสียงเรียบนิ่งที่นาน ๆ ครั้งจะได้ฟังเอ่ยขึ้นท่ามกลางบทสนทนาของพริมาและเจียวอิง หญิงสาวถึงกับอ้าปากชะงักค้าง

หะ

พริมาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อดี ๆเทียนฉินก็พูดขึ้นมาอย่างมีปี่มีขลุ่ยแถมยังพูดออกมาได้หน้าตาเฉย นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเทียนฉินจ้องพริมาอยู่นานจนเธอตัวเกร็ง ก่อนที่เทียนฉินจะเลื่อนสายตาไปมองเจียวอิง

“ ’อยากแต่งงานกับพริมาพูดแบบนี้เขาเอ่ยย้ำ แต่ทำไมพริมาถึงรู้สึกตัวทื่อๆแบบไม่มีมีสาเหตุ

ใช่! เขากำลังสอนเจียวอิงพูด! เขาไม่ได้พูดกับเธอ เพราะเทียนฉินไม่มีวันพูดคำนี้กับเธอแน่นอน ถ้าเขาพูดแปลว่าเขาโดนผีเข้าสิง

ยะ...ยาก แต่ง..เด็กหนุ่มขมวดคิ้วพลันพยายามพูดตามแต่ก็ทำไม่ได้ เทียนฉินพูดไวเกินไป ยากครับ

แต่เจียวอิงแต่งงานกับเจี่ยเจียไม่ได้หรอก รู้ไหมเขาพูดน้ำเสียงราบเรียบเป็นภาษาจีน

...ทำไมล่ะครับเจียวอิงถามด้วยสีหน้าใสซื่อ เทียนฉินตอบกลับไปอย่างจริงจัง

เพราะพราวเจี่ยเจียต้องแต่งงานกับฉินเกอ

....!”

            “ฮรึกจบประโยคของเทียนฉิน เจียวอิงก็ร้องไห้จ้าจนพริมาหน้าเหวอ ทั้งป้าหวังและคนอื่น ๆก็รีบวิ่งมาปลอบเจียวอิงกันยกใหญ่ ส่วนไอ้คนต้นเหตุกลับนั่งจัดหนังสือหน้าตาเฉย

            ทำไมไปพูดอะไรแบบนั้นเล่าเทียนฉิน!” พริมากล่าวอย่างหัวเสียหลังจากป้าหวังพาตัวเจียวอิงออกไปแล้ว เทียนฉินหันหน้ากลับมามองพริมาด้วยใบหน้าราบเรียบ

            ฉันพูดอะไรผิด

            ...โอเค รู้แล้วว่าไม่ผิด แต่นายกำลังทำเด็กตัวน้อย ๆร้องไห้

            ไม่เห็นต้องบอกว่าแต่งไม่ได้เลยนี่ เจียวอิงยังเด็กนะ ไม่รู้เรื่องหรอก

            อารมณ์เหมือนขอของเล่นกับผู้ใหญ่แล้วไม่ได้ก็ต้องร้องไห้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว

            ก็แต่งไม่ได้จริง ๆ

            “...

            “ฉันจะไปบอกเจียวอิงอีกที ว่าเธอเป็นคู่หมั้นฉัน

            “นายอยากให้เจียวอิงร้องไห้อีกรึไง!”

            แล้วดูคนตรงหน้าเธอสิ พูดแต่ละคำแต่ละประโยคออกมาได้หน้าตาเฉย ทั้งที่ตัวเองพึ่งทำเด็กตัวเล็ก ๆร้องไห้ไปนะ!

 

ฮือออออ

            “ไหน ค่อยๆบอกหยางเกอหน่อย เจียวอิงร้องไห้เรื่องอะไรหยางอินลูบหัวของเจียวอิงอย่างปลอบประโลมแต่เด็กหนุ่มกลับสะอึกสะอื้นไม่หยุด

            เจียวอิง...เจียวอิงอยาก ฮืออ แต่งงานกับเจี่ยเจีย

            “...

            “...ตะ แต่ฉินเกอบอกว่าไม่ได้ ฮึก เพราะ ฉินเกอจะแต่งเอง ฮือ

            “...

            นี่เทียนฉินของเขาโหดร้ายกับเด็กตัวเล็ก ๆ ขนาดนี้เลยหรือ

            ทำไมเจียวอิงถึงอยากแต่งงานกับพราวเจียเจียล่ะครับหยางอินเอ่ยถามด้วยเสียงนุ่มนวลพลางลูบหัวของเด็กหนุ่มอย่างแผ่วเบา

            เพราะเจี่ยเจียเก่ง ดูแลเจียวอิงได้แล้วก็ใจดี ฮึก

            อา...เพราะเด็กคนนี้ขาดแม่ไปต้องแต่ยังน้อย ไม่เคยได้รับความอบอุ่นแบบนี้สินะ ถึงทำให้ชอบพริมาขึ้นมา แต่เขากลับคิดว่าหยางอินรักพริมาเหมือนกับแม่หรืออะไรแบบนี้มากกว่า

            ถึงจะไม่ได้แต่งงานกับเจี่ยเจี่ย แต่พราวเจี่ยเจี่ยก็ยังดูแลเจียวอิงได้รู้ไหมครับ

            “ฮึก จริงหรอครับ

            “ครับ

            “แล้วทำไมฉินเกอถึงแต่งงานกับเจี่ยเจียได้ครับเจียวอิงยังสะอื้นไม่หยุดพร้อมเอ่ยถามคำถาม เป็นคำถามที่แม้แต่หยางอินก็ไม่รู้จะตอบเจียวอิงยังไงดี

            เพราะฉินเกอเป็นคนรักกับเจี่ยเจี่ยครับ

            “คนรัก...ฮึกเจียวอิงฉงน ทำหน้าไม่เข้าใจ หยางอินจึงยิ้มอย่างอบอุ่นลูบหัวร่างเล็ก

            สักวันเจียวอิงจะเข้าใจคำนี้เองครับ

           

 

 

 

 

 

 

______________________________________________________-

เทียนฉินน นายจะโหดร้ายแบบนี้ไม่ได้นะเฟ้ยยยย

#อาฉินพราว

Anime love bird – Animefang

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

4 ความคิดเห็น