คุณภรรยา อย่ามาอ้อนผม

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 : ทิวทัศน์กับงูพิษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    24 ก.ย. 62

ห้าปีถัดมา

ประเทศไทย บ้านตระกูลศิริยวงศ์

สุขสันต์วันเกิดนะ เทียนฉิน พริมาเอ่ยอวยพรวันเกิดให้กับเด็กหนุ่มด้วยเสียงหวานใส แต่คนฟังกลับรู้สึกว่าเธอกำลังสนุกกับบางเรื่องอยู่โดยเฉพาะการที่เด็กสาวพยายามยื่นก้อนเค้กมาใกล้ๆหน้าเขาอย่างมีเจตนาแอบแฝง

ก้อนเค้กสองชั้น มีกบตัวสีเขียวประดับอยู่สี่ตัว ถูกยื่นมาตรงหน้าของเทียนฉิน  แถมกำไรข้อมือของเด็กสาวก็เป็นกำไลรูปกบ ห้าปีแล้วที่เธอทำเค้กรูปกบมาให้เขาในวันเกิดทุกครั้งที่เจอกัน เหมือนเด็กสาวจงใจแกล้งเขาหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เขาเป็นลมตอนเจอกบเกาะหน้า

เด็กหนุ่มใบหน้าเย็นชาจนแทบจับอารมณ์ใด ๆ ไม่ได้  สิ้นเสียงร้องเพลงอวยพรวันเกิดเขาจ้องเค้กเหมือนอยากขยี้มันให้แหลกคามือ แต่เสียงหวานใสก็เอ่ยอย่างร่าเริง

ฉัน ตั้งใจทำให้นายมาก ๆ เลยนะหญิงสาวยิ้มอย่างใสซื่อแต่แววตาและการกระทำกลับไม่ใช่ เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังสนุกที่ได้ตอกย้ำอดีตของเขาเมื่อห้าปีก่อน

โตขึ้นอีกปีแล้วนะ อาฉินนิรนัทกล่าวพร้อมอวยให้กับลูกชายของเพื่อนสนิท ก่อนที่แขกภายในงานเลี้ยงจะร่วมกันมาอวยพรให้กับเด็กหนุ่ม

ไม่ว่ายังไงเด็กหนุ่มก็ยังอยากหยิบมีดตัดเค้กมาปาดหน้ากบออกอยู่ดี แต่แล้วความคิดของเทียนฉินก็ต้องหยุดลงแค่นั้น เมื่อคนที่เอาอดีตเขามาล้อ ยังเดินมาตอกย้ำเขาเรื่องอื่น

 “เทียนฉิน ทำไมเตี้ยจังเด็กสาวอายุสิบสองปีพูดด้วยน้ำเสียงขบขัน ขณะพูดก็ยังตั้งใจเยาะเย้ยเด็กหนุ่มโดยการมายืนข้างๆ เทียบส่วนสูงให้เห็นอย่างชัดเจน

เด็กหนุ่มที่มีส่วนสูงน้อยกว่าเด็กสาวไม่พูดไม่จาเหมือนปกติ แต่ปล่อยให้พริมายืนเทียบความสูงกับเขาและหัวเราะอย่างสนุกสนาน  ทั้ง ๆ ที่ลูกผู้ชายอย่างเขาไม่ควรยอมให้เด็กผู้หญิงมาเยาะเย้ยตนเช่นนี้

ไม่ว่าจะเจอกันกี่ครั้งพริมาก็มักเห็นเทียนฉินสงวนคำพูด และเย็นชาเป็นประจำจนเธอชินไปเสียแล้ว ไม่ว่าเธอจะยั่วประสาทแค่ไหน อย่างมากสุดเทียนฉินก็ทำแค่ส่งสายตาดุมาให้เธอแค่นั้น นอกเหนือจากนั้นเขาก็จะยืนทำหน้าเรียบเฉยจับอารมณ์อะไรไม่ได้เลย

 และในปีนี้ก็เป็นปีแรกที่ตระกูลลี่มาฉลองวันเกิดที่ประเทศไทย ดังนั้นในเมื่อเทียนฉินมาตกถิ่นฐานของเธอแล้ว เธอย่อมต้องทำเขาใช้ชีวิตให้คุ้มค่า

ไม่เป็นไรนะ ถึงนายจะตัวเตี้ย แต่ฉันตัวใหญ่ ฉันดูแลนายได้

คำว่า เตี้ยที่เด็กสาวเอ่ยปากมาสองครั้งสองคราทำให้เทียนฉินปรายตามองเด็กสาวอยู่ครู่ใหญ่ พริมาจับสัมผัสได้ว่าเขาต้องไม่พอใจอะไรในตัวเธอแน่นอน โดยที่ไม่นึกย้อนถึงคำพูดของตัวเองเลย

แต่ถึงยังไงเธอก็ไม่สนใจอยู่แล้ว ตั้งแต่เจอกันเขาก็มองเธอด้วยสายตาแบบนี้เป็นร้อยรอบได้แล้ว จนเด็กสาวคิดว่านี่คงเป็นสายตาปกติของเทียนฉิน

พึ่งมาถึง กินข้าวมายังอะอยู่ดี ๆเด็กสาวก็เอ่ยถามเขาทั้งที่เขาพึ่งจะกินเค้กกบสองก้อนโตของเธอไปจนหมด เขาเงยหน้ามามองพริมานิ่ง ไม่นับเค้กอะ กินมายัง

ยัง

งั้นเดี๋ยวฉันทำให้กินตอนเย็นโอเคไหมพริมากล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง เทียนฉินได้แต่นิ่งเงียบเพราะไม่รู้จะปฏิเสธยังไง ทั้งที่เค้กสองก่อนนี้ก็น่าจะทำให้เขาอิ่มไปจนถึงพรุ่งนี้แล้วด้วยซ้ำ ฉันกำลังฝึกทำกับข้าวกับป้าสายพอดีเลย

ในที่สุดเธอก็หนูทดลองตัวใหม่แล้ว หึหึ

 

คุณหนู นึกยังไงอยากลองทำอาหารไทยคะป้าสายถามในขณะที่มือกำลังแกะใบกระเพาอย่างชำนาญ เด็กสาวก็มองอย่างสนอกสนใจ ปกติเด็กสาวจะชอบไปทำพวกอบขนมมากกว่าที่จะเดินเข้าครัวมาทำอาหารพื้นบ้าน

แต่พอพริมานึกถึงเวลาเทียนฉินกินเค้กหวานๆแล้วทำหน้านิ่ง ก็อยากเห็นเทียนฉินกินเผ็ดแล้วแสดงอาการอะไรออกมาบ้าง

กะเพราทำยากไหมคะ พราวอยากทำเผ็ดๆเลยอะ

ถ้าคุณหนูอยากทาน เดี๋ยวป้าทำให้ก็ได้นะคะหญิงวัยกลางคนกล่าวอย่างอบอุ่นแต่พริมาส่ายหน้ารัวๆ

พราวจะทำไปให้เทียนฉินอะค่ะ ขอแบบเผ็ดๆเด็กสาวพูดพลางยิ้มอย่างสนุกสนานป้าสายสอนพราวทำหน่อยสิคะ

เธอไปค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมาแล้ว ผัดกะเพรานี่แหละที่ทำง่ายที่สุด

ตายแล้ว แล้วคุณชายรองจะทานเผ็ดได้หรอคะคุณหนู

ไม่ได้ก็ต้องได้ เพราะเธอจะทำ...

เทียนฉินบอกว่าอยากลองค่ะ

เธอไม่ได้โกหกนะ เธอบอกเทียนฉินไปแล้วว่าจะทำให้ เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธหรือตอบรับอะไร แต่พริมาก็สรุปเอาเองง่ายๆว่าเทียนฉินตอบตกลงแล้ว

ป้าสายพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยิบน้ำมัน กระเทียม พริกที่ทุบแล้วมาให้เด็กสาว

เดี๋ยวคุณหนูลองผัดพริกกับกระเทียมก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าจะโยนหมูลงกระทะให้

ค่ะ

เด็กสาวรับเครื่องเคียงมาอย่างกระตือรือร้น เปิดเตาแก๊ส ใส่น้ำมันลงกระทะแล้วทำการจับพริกกับกระเทียมลงบนกระทะเลียนแบบท่าทางจากในยูทูปที่ดูมาเป๊ะๆ แอบตกใจเล็กน้อยตอนที่สะเก็ดน้ำมันกระเด็นมาโดนแขนแต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไร

เด็กคั่วพริกจนเริ่มดำ ป้าสายหยิบหมูมาก็รีบวิ่งมาเบาไฟทันที ไฟแรงไปค่ะคุณหนู เดี๋ยวพริกไหม้หมด

อ่าว พราวไม่รู้อะ

ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวป้าเอาหมูใส่ให้นะคะ

ป้าสาย พราวว่ายังไม่เผ็ดอะ มีพริกเพิ่มไหมคะ

เผ็ดกว่านี้เดี๋ยวคุณชายรองจะทานไม่ได้นะคะป้าสายเอ่ยห้ามเด็กสาว พริมาก็ทำหน้าหงอยอย่างจำใจก่อนจะบอกกับตัวเองว่าช่างมันเถอะ เพราะถ้าเธอทำผัดกะเพรานี่เป็นเมื่อไหร่ เธอจะใส่พริกเยอะๆแล้วให้เทียนฉินกินให้หนำใจเลย

ถึงเจ้าตัวจะไม่ได้ขอก็เถอะ

แค่ฝึกผัดกะเพราเด็กสาวก็เกือบทำหมูไหม้เพราะรู้สึกว่าไฟยังแรงไม่พอใจ เธอจึงเร่งไฟอีก โชคดีที่ป้าสายคอยคุมครัวจึงยังไม่หมั้น แต่พอถึงขั้นตอนการปรุง เด็กสาวก็ขอให้ป้าสายเป็นคนปรุงให้ เพราะถ้าเธอปรุงล่ะก็ แม้แต่ตัวเธอยังไม่รู้จะกินได้รึเปล่า...

เอาน่า ค่อยๆฝึกกันไป...

อะ ผัดกะเพรา ฉันทำเองเลยนะเด็กสาววางจานผัดกะเพราต่อหน้าเทียนฉิน ตอนนี้เวลาเกือบเย็น พวกผู้ใหญ่ต้องออกไปทำธุระกัน ทั้งบ้านจึงมีแค่เทียนฉินกับพริมา ดังนั้นอาหารมื้อนี้ก็มีแค่เขากับเธอ

เด็กหนุ่มหลุบมาไปมองผัดกระเพราในจาน หน้าตามันดูออกจะดำไปสักหน่อยและมีรอยไหม้เล็กน้อย และดูมีน้ำมันไหลออกมาจากหมูค่อนข้างมาก  พริมาเหมือนรู้ว่าเทียนฉินคิดอะไรอยู่จึงพูดขึ้นมา

ถึงหน้าตาจะดูไม่สวย แต่มันอร่อยนะ ชิมแล้ว

ชิมก็แย่แล้ว น้ำมันเยิ้มขนาดนั้น...ป้าสายก็ห้ามไม่ให้เอาไปให้เทียนฉินกิน แต่เธออุตส่าห์ทำเลยนะ จะทิ้งของที่เธอทำงั้นหรอ

แม้บนโต๊ะอาหารจะมีอาหารหลายอย่างที่ดูรสอ่อนกว่าผัดกะเพราะตรงหน้า แต่ทำไมเทียนฉินถึงกำลังรู้สึกว่าตัวเองดูไม่มีทางเลือกเท่าไหร่

ฉันอิ่มเด็กหนุ่มกล่าวเสียงราบเรียบจนพริมาเบ้ปาก

มารยาทไม่ดีเลยนะ อาหารวางตรงหน้าขนาดนี้ยังบอกว่าอิ่มอีก

...

เทียนฉินปรายตามองพริมา ที่เขาอิ่มขนาดนี้ไม่ใช่เพราะเค้กสองก้อนของเธอรึไงกัน

ไม่ต้องมามองแบบนั้นเลยนะ อุตส่าห์ทำให้ กินไม่กิน ไม่กินฉันทิ้ง

ไม่กิน

ได้นะเทียนฉิน ไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนกันแล้วสินะ

...

เอาเถอะ ไม่กินก็ไม่กิน

แต่ครั้งหน้าเธอจะทำให้เผ็ดมากกว่านี้อีกคอยดู

 

 

และวันนี้ก็เป็นอีกวันที่เทียนฉินถูกพริลากออกมาจากเตียงเดินมาที่สวน ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยหรือประเทศจีน เด็กสาวก็เข้ามาป่วนเขาถึงห้องนอนจนเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

ที่น่าแปลกคือเทียนฉินก็ยอมพริมาแทบทุกเรื่องอย่างที่เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไม แต่พอจะคิดเหตุผลให้ตัวเองได้ข้อนึงว่า พริมาเป็นเพื่อนคนแรกของเขาและเขาก็รู้สึกสนิทกับพริมาแค่คนเดียว

อีกอย่างถึงเด็กสาวจะแกล้งเขาบ้าง แต่เธอก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร เพราะถึงสถานการณ์จริงจังเด็กสาวก็ช่วยเขาอย่างเต็มที่เหมือนกัน เพราะแบบนี้เขาถึงไม่ค่อยโกรธล่ะมั้งเวลาที่เด็กสาวมากวนเวลาส่วนตัวของเขา

เด็กสาวในเสื้อเอี้ยมวัยสิบสองปีกำลังโอ้อวดความสูงของตนจึงกระโดดขึ้นไปปีนต้นมะม่วงในสวนที่เธอมักจะปีนเป็นประจำทุกวัน ไม่นานนักร่างเล็กบางของเด็กสาวก็ปีนไปถึงยอดกิ่งไม้ใหญ่ ก่อนจะเด็กสาวจะโบกไม้โบกมือมาให้เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างล่าง

ปีนต้นไม้เป็นไหมอะเธอถามคนที่ยืนอยู่ข้างล่าง

เทียนฉินไม่สนใจสิ่งที่เด็กสาวพูด เขาทำหูทวนลมและตั้งใจจะเดินออกจากสวนไป  จนเด็กสาวทำตาโตเป็นไข่ห่าน รีบตะโกนรั้งเทียนฉินไว้

โถ่! นายปีนต้นไม้ไม่เป็นใช่ไหม มา ฉันจะช่วย

จะบอกว่าโกรธหรือไม่โกรธดี เธอมักจะดูถูกเขาด้วยคำพูดแบบนี้ทุกที

...

 เขายังคงนิ่งเงียบตามเคย แต่สายตากำลังจับจ้องบางสิ่งบางอย่างบนต้นไม้ ยิ่งร่างเล็กของพริมาขยับบนต้นไม้เท่าไหร่ สิ่งที่อยู่ในใบไม้ก้อนๆสีเขียวข้างหลังเธอยิ่งมีตัวสีแดงๆออกมา

มดแดง!

นัยน์ตาที่มักจะนิ่งเฉยอยู่เป็นประจำ ยามนี้กลับเบิกกว้างเล็กน้อย ขาที่จะก้าวออกจากสวนกลับหยุดชะงักและตั้งใจจะเดินไปทางต้นมะม่วงทันที

ลงมาเขาพูดสองคำด้วยน้ำเสียงทุ้มหนัก แต่พริมาขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ทำไมต้องพูดด้วยสีหน้าจริงจังขนาดนั้นด้วย ไม่ขึ้นก็ไม่ขึ้นสิ เธอขึ้นคนเดียวก็ได้ ทำไมต้องบังคับให้เธอลงจากต้นไม้ด้วยเล่า

นายไม่ขึ้นก็อยู่ตรงนั้นแหละ ฉันจะเก็บมะม่วงให้แล้วกัน

ลงมา!” เทียนฉินตวาดเสียงแข็งอย่างที่เด็กหนุ่มไม่เคยทำมาก่อน ทำให้พริมาชะงักอย่างประหลาดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นทำหน้ามู่อย่างไม่พอใจ

เดี๋ยวนี้เจ้าก้อนน้ำแข็งของเธอเหิมเกริมแล้วหรือ บังอาจมากที่มาขึ้นเสียงใส่พริมา ทั้งที่ปกติจะทำตัวเย็นชาใส่แต่ก็เชื่อฟังเธอแท้ๆ

ขาของเด็กสาวขยับยิ่งทำให้เทียนฉินยิ่งเร่งฝีเท้าของตนเข้าใกล้ต้นไม้เพราะกลัวว่ามดจะเริ่มแตกรังออกมา แต่เท้าของพริมากลับเตะรังมดตกลงไปในบ่อปลาใต้ต้นมะม่วง เขาชะงักฝีเท้าแทบไม่ทัน...

และดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่รู้ตัวด้วยว่าตนเองเตะรังมดตกน้ำไปแล้ว

พริมาเอื้อมมือไปบิดลูกมะม่วงอย่างชำนาญ ไม่นานก็มีมะม่วงอยู่ในวงแขนสองถึงสองสามอัน ร่างเล็กยืนบนต้นไม้อย่างมั่นคง แถมยังส่งเสียงมาตำหนิทเทียนฉินตลอดเวลาที่ขึ้นเสียงใส่เธอ

เด็กสาวเองก็อดแปลกใจไม่ได้เช่นกัน เมื่อครู่เห็นเขาทำท่าจะออกจากสวน พอเดินกลับมาตวาดใส่เธอเสร็จก็ยืนนิ่งเป็นแท่งหินไม่ยอมไปไหนอยู่ใต้ต้นมะม่วง  พูดคุยอะไรด้วยก็มีเพียงความเงียบตอบกลับมากับสายตาดุๆ มันก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เธอนั่งคุยกับก้อนหินนักหรอก แต่แปลกที่พริมารู้สึกสนุกดี

มีหลายครั้งที่พริมาเดินไปมาบนต้นไม้แล้วเทียนฉินต้องขมวดคิ้วเข้าหากันทุกครั้ง เพราะปลายเท้าของเธอทำท่าจะตกจากกิ่งไม้อยู่รอมร่อ แต่สุดท้ายเธอก็ประคองตัวขึ้นมาได้อย่างคล่องแคล่ว

เทียนฉิน รับนะ! ไม่รับโดนหัวนะ!” พริมาตะโกนขึ้นมาจากต้นไม้เพียงเสี้ยววินาทีลูกมะม่วงก็พุ่งมาใส่หน้าเขาทันที เขารีบเอื้อมมือไปรับ รู้สึกเจ็บมือเล็กน้อยเพราะแรงที่เธอปามา ไม่ธรรมดาเลย....

ดูเหมือนว่าพลังกายของพริมาจะเยอะกว่าเขาอยู่มาก

พริมาตบมืออย่างชอบใจ เอ่ยปากชมเทียนฉินว่ารับได้สวย ก่อนจะโดนสายตาดุๆขวางๆของเทียนฉินส่งมา และมันก็ไม่ต่างจากที่เธอคิดเท่าไหร่ แถมเวลาโดนเขามองดุๆใส่เธอกลับยิ้มร่า สงสัยเธอจะเป็นบ้า แต่ก็ช่างมันเถอะ

 

 

ตกลงว่าฉีเฉิงปลูกบ้านตระกูลลี่ใกล้รั้วบ้านฉันก็ได้นะ  เดี๋ยวให้เจียงอินดูแลให้เรื่องคนงานก่อสร้างบ้านให้นิรภัทรพูดกับฉีเฉิงเรื่องแปลนบ้านของตระกูลลี่ที่จะมาปลูกที่ประเทศไทยโดยปลูกไว้ใกล้กับตระกูลศิริยวงศ์ จนแทบจะเป็นรั้วเดียวกัน

เจียงอินไม่พูดอะไรนอกจากยกน้ำชามาดื่มอย่างสบายอารมณ์ ภรรยาว่าอะไรเขาก็ว่าตามนั้นนั่นแหละ ฉีเฉิงอดไม่ได้ที่จะกระทุ้งแขนเพื่อนรักของตนจนเขาแทบสำรักน้ำชา เป็นเชิงบอกว่า กลัวเมียจังนะแต่เจียงอินก็เหมือนส่งสายตาไปบอกฉีเฉิงว่า ก็พอๆกันแหละ

ฉันก็ว่าดีนะ ได้อยู่ใกล้เพื่อนสนิทแบบนี้ยิ่งเหมือนฝันนภาพยักหน้าอย่างเห็นด้วยอย่างมาก และไม่ใช่แค่ย้ายบ้านมาอยู่ใกล้เพื่อนรักของตนเท่านั้น ยังมีเรื่องการหมั้นของเทียนฉินกับพริมา ที่นภาตั้งใจจะให้มาหมั้นที่ประเทศไทย ตามธรรมเนียมปฏิบัติของประเทศไทย

 ดังนั้นก็ตั้งที่นี่เป็นเสมือนเรือนหอของทั้งคู่เสียเลย... หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือเทียนฉินยังยอมหมั้นกับพริมาอยู่  แต่หากเทียนฉินเกิดเปลี่ยนใจคงต้องยกบ้านหลังนี้ให้หยางอินดูแลแทน

            ภรรยาของทั้งคู่ตกลงเออออกันเองอยู่สองคน ฉีเฉิงกับเจียงอินก็เพียงแค่ฟังและพยักหน้าเห็นด้วยไปกับภรรยาของพวกเขา มันดูเป็นภาพที่น่ารักดี

หยางอินเห็นภาพตรงหน้าก็ระบายยิ้มเบาบางขึ้นมาบนใบหน้าที่งามราวกับหยกกับบทสนทนาของผู้ใหญ่ ก่อนที่เขาจะมองออกไปประตูกระจกใสโดยไม่พูดอะไรม เพราะเห็นพริมายืนปีนต้นไม้อยู่ที่นอกสวน โดยมีน้องชายเขายืน(คุม) อยู่ด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง

ชายหนุ่มยกชามาจิบบ้าง ยกยิ้มสงบเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ใบหน้าคมของเขาดูมีเสน่ห์เพิ่มมาหลายเท่า น้องชายของเขาจะเปลี่ยนใจไปจากพริมาได้อย่างไร ในเมื่อน้องชายเขาก็ดูจะชอบพริมามากนี่นา

มังกรอยู่ไหนหรอครับหยางอินถามเป็นภาษาไทย โดยปกติแล้วเขาต้องเห็นมังกรซึ่งเป็นพี่ชายของพริมาอยู่กับพริมาตลอด และยังคอยมายืนกัดกับน้องชายเขาแทบทุกปี แต่ปีนี้แปลกที่ไม่เห็น

เห็นบอกว่ามีธุระน่ะจ้ะ ไม่รู้ธุระอะไร เห็นว่าต้องไปต่างจังหวัดหลายวันอยู่ นิรภัทรตอบอย่างหงุดหงิดกับลูกชายตนเล็กน้อย แต่เพราะมังกรอายุก็ไม่ใช่น้อย ๆแล้ว จะไปบังคับอะไรมากมายก็ไม่ได้ หยางอินเพียงยกยิ้มบางเล็กน้อย

ดูเหมือนว่าจะมีคนหลบหน้าเขาเสียแล้ว เพราะตระกูลลี่ต้องมาค้างที่บ้านหลังนี้ประมาณอาทิตย์ การที่มังกรมีธุระกะทันหันแบบนี้คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

หยางอินเองก็ไม่แปลกใจที่มังกรจะไม่อยากเจอเขา เพราะล่าสุดที่เจอกันมังกรจงใจจะแกล้งน้องชายเขา ถ้าให้พูดจริงๆคือมังกรพยายามแกล้งทุกครั้งที่เจอหน้าเทียนฉินนั่นแหละ เหมือนไม่พอใจที่เทียนฉินต้องมาเป็นคู่หมั้นของพริมา เรื่องนั้นก็พอเข้าใจ แต่เรื่องที่มาแกล้งน้องชายของเขา เขาก็ยอมไม่ได้เช่นกัน

ดังนั้นหยางอินจึงถูกมังกรเหม็นขี้หน้าทันทีในฐานะที่รู้ทันเขาตลอด...ที่จริงมังกรก็เหม็นขี้หน้าเขามาตั้งนานแล้วล่ะ

 นิรภัทรหันไปคุยกับเพื่อนตนต่อ พร้อมบ่นอุบกับทุกคนที่พริมาปีนต้นไม้อย่างกับลิง ทั้ง ๆที่ผู้ชายแท้ๆอย่างเทียนฉินยังยืนรอข้างล่าง  แต่สุดท้ายนิรภัทรก็โดนเจียงอินเบรกแทบหัวทิ่ม เพราะแม่คุณเป็นคนสอนลูกสาวให้ว่ายน้ำ ปีนต้นไม้ ตกปลาเองแท้ๆ

น้าฟ้าคะ เสียงหวานใสตะโกนร้องเรียกนภา ทำให้บทสนทนาของเพื่อนรักทั้งหลายต้องชะงักลง ก่อนที่ร่างเล็กของพริมาจะพุ่งเข้ามาสวมกอดนภา

หญิงสาวหัวใจแทบละลายเมื่อร่างน้อยอยู่ในอ้อมกอดของเธอ ลูบหัวพริมาไปมาราวกับเป็นลูกในไส้ เพราะลูกในไส้เธอแท้ๆยังไม่ออดอ้อนเธอแบบนี้เลย น่าเสียใจนัก!

พราวกับเทียนฉินเก็บมะม่วงมาให้ค่ะเด็กสาวกล่าวเสียงร่า กระโดดขึ้นไปนั่งบนตักของนภาอย่างน่าเอ็นดู ผิดกับเทียนฉินที่เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างๆแม่ตนอย่างนิ่งๆ

ทำไมถึงได้ต่างกันขนาดนี้นะ!

เก่งจังเลยหนูพราว เทียนฉินก็เก็บหรอลูกนภาเอ่ยชมพริมา จนเผลอเอ่ยถามเทียนฉินด้วยน้ำเสียงที่เอาไว้คุยกับเด็ก ๆขี้อ้อนอย่างพริมา แต่ลืมไปว่าอีกฝ่ายเป็นเทียนเฉินไม่ใช่พริมา

เปล่าครับ

เฉียบขาด นิ่ง ไร้ความลังเล มันใช่นิสัยของเด็ก ๆ รึไงกัน! แบบนี้คนเป็นแม่อย่างเขาจะไม่ให้เป็นห่วงได้อย่างไร เทียนฉินนะเทียนฉิน จะทำตัวเป็นเด็ก ๆให้แม่ชื่นใจหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร

 

 

เช้าวันที่หกของการมาประเทศไทย ไม่รู้ว่าพ่อแม่ของเขาคิดอะไรอยู่ถึงให้พริมาบุกเข้ามาในห้องนอนเขาอย่างง่ายดายตั้งแต่เช้าตรู่ แถมยังเข้ามาเขย่าตัวเขาบนเตียงอย่างถือวิสาสะ โชคดีที่หยางอินตื่นไปแล้ว เพราะถ้าหยางอินถูกรบกวนตอนนอน พริมาจะรู้ว่าปีศาจของจริงเป็นยังไง

พริมาราวกับเห็นรังสีอำมหิตแผ่มาจากตัวของเทียนฉินตอนเขาตื่นนอน สายตาดุๆที่มักส่งมาให้เธอ ยามนี้ดูน่ากลัวทวีคูณมาสิบเท่า

ตอนพึ่งตื่น หมอนี่น่ากลัวชะมัด

ตื่นได้แล้วน่าเทียนฉิน! ฉันจะพาไปเล่นอะไรสนุกๆ!”

เด็กสาวยังไม่ลดละที่จะฉุดเขาขึ้นมาจากเตียง แต่เทียนฉินขี้เซากว่าที่เธอคิดไว้เยอะมาก เธอพยายามเอาน้ำใส่หลอด หยดใส่ปากเขา จี้เอว ดึงขา เขย่าตัว แต่เจ้าตัวกลับนิ่งหลับเป็นตาย พอครั้นว่าเขาลืมตาขึ้นมาก็แผ่รังสีน่ากลัวใส่เธอแล้วก็หลับต่อ

นี่มันก้อนน้ำแข็งขี้เซาชัดๆ!

...ออกไปเขากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำหันหน้าข้างมามองเธอด้วยสายตาจะกินเลือดกลิ่นเนื้อพร้อมซุกหน้าลงหมอนต่อ

ขนลุกเลยแหะ แต่ถามว่าจะหยุดไหม ก็ไม่อะ

ตื่นได้แล้ววววว เช้าแล้ววววเธอพยายามทำเสียงดังกรอกหูของเทียนฉิน  เทียนฉินเหมือนจะเริ่มหมดความอดทนทุกขณะก็ลุกขึ้นนั่งขึ้นมาบอกเธอด้วยสภาพหัวยุ่งเหยิง

ฉันบอกว่า...เทียนฉินที่กำลังกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำกลับโดนพริมาฉุดกระชากให้ลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างมันทันตั้งตัวทั้งยังเขย่าตัวเขาเพื่อเรียกสติ

ผีตัวไหนสั่งให้นายทำหน้าทำตาแบบนี้ ไปอาบน้ำเลยไป!” พริมากล่าวจนเทียนฉินนิ่งเงียบไม่อยากพูดอะไรต่อ เพราะถึงพูดอะไรมันก็ไม่มีประโยชน์อยู่แล้วเมื่อคนเอาแต่ใจอย่างพริมาอยากจะพาไปไหนก็ต้องไปให้ได้อยู่แล้ว

ฉันขออนุญาตผู้ใหญ่แล้ว เราไปเล่นข้างนอกกันพริมาพูดอย่างเหนื่อยๆ กว่าจะปลุกเทียนฉินตื่นได้นี่ไม่ธรรมดาเลย แม้แต่ตอนนี้เขาจะแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังดูไม่พอใจอย่างมาก

นายนี่ตื่นยากกว่าที่คิดแหะ

ปกติก็เข้ามาป่วนที่ห้องเขาทุกเช้า พึ่งรู้รึไง

งั้นเธอก็ไม่ควรปลุกเทียนฉินตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ไม่ได้ดิ ก็จะพาไปเที่ยว ที่นี่เป็นสถานที่ลับเลยนะ

...

พริมายิ้มยียวน แหน่ มองงั้นแปลว่าสนใจแล้วใช่ปะ ปะ ไปกัน

เด็กสาวเอื้อมมือน้อยไปตรงหน้าของเด็กหนุ่ม เทียนฉินมองมือคู่นั้นอย่างไม่สนใจอะไรและเบือนหน้าหนี

พริมาเห็นกิริยาท่าทางของเทียนฉินมานาน เขาเป็นแบบนี้จนเธอชิน เด็กสาวจึงเอื้อมมือไปจับข้อมือของเด็กหนุ่มที่ไม่ใหญ่ไปมากกว่ามือของเธอแล้วทำการ ลากออกจากประตูห้องนอนไปยันประตูบ้าน

เทียนฉินขึงตาใส่เด็กสาวและกระชากมือกลับ ฉันเดินเอง

พริมายิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม พยักหน้าและเดินนำเด็กหนุ่มไปอย่างรวดเร็วเพราะความตื่นเต้น และพริมาต้องคอยหันมาเร่งเทียนฉินอยู่บ่อย ๆ ไม่ใช่เพราะเขาเดินช้าแต่เพราะเขาเดินด้วยความเร็วปกติแต่ไม่ทันใจเธอต่างหาก

มานี่มา ฉันจูงมือตั้งแต่แรกก็จบแล้ว นายนี่มันอืดอาดจังเธอเอ่ยอย่างขัดใจ หันไปคว้าข้อมือของเด็กหนุ่ม เทียนฉินทำท่าจะกระชากออกอีกครั้ง จนพริมาต้องหันมาห้าม หรือนายอยากหลง

เด็กหนุ่มมุ่นคิ้วอย่างไม่พอใจ

ฉันเดินเอง

ถ้าให้นายเดินเองนะเทียนฉิน ไม่ถึงหรอกเด็กสาวไม่รีรอ คว้าข้อมือเทียนฉินเป็นของเล่นไว้แน่น เป็นแค่เด็กผู้หญิงแต่แรงของเธอกลับสู้เขาได้สบาย ฉุด ดึง ลาก ถูเทียนฉินไปอุโมงค์เล็ก ๆแห่งนึงในป่าที่อยู่ไม่ไกลจากสวนสาธารณะ

เด็กสาวยอมปล่อยมือเทียนฉินแต่โดยดี ก่อนจะวิ่งตรงไปที่อุโมงค์ขนาดเล็กที่น่าจะพอดีขนาดตัวเด็ก ๆอย่างพวกเธอที่น่าจะรอดผ่านอุโมงค์ไปได้พอดี พริมายิ้มแฉ่ง

นี่คือสถานที่ลับของฉันกับพี่มังกร แต่ตอนนี้พี่มังกรตัวโตแล้วก็เลยเข้าไม่ได้

...

เทียนฉินไม่ได้ตอบอะไร มองเพียงอุโมงค์มืดๆที่ไม่รู้ว่าในนั้นมีระยะทางเท่าไหร่ถึงจะออกจากอุโมงค์ได้ แถมดูท่าทางจุดประสงค์ของเด็กสาวคือลากเขาไปในนั้น

ความมืดที่อยู่ภายในอุโมงค์ สายตานิ่งเย็นชาของเทียนฉินที่มองไปในความมืดนั้นก็แทบทำให้ตัวเขาแข็งทื่อ เรื่องราวในอดีตที่เคยถูกเพื่อนจับขังไว้ในตู้ล็อคเกอร์ย้อนเข้ามาทำร้ายเขาอีกครั้ง

ฉับพลันเทียนฉินสะดุ้งเมื่อมือน้อย ๆของพริมาเอื้อมมาแตะไหล่เขา ดูเหมือนเด็กสาวก็ตกใจเหมือนกันที่เทียนฉินมีท่าทีแปลกๆ เธอไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน

เป็นอะไรรึเปล่า

เปล่า เขาปฏิเสธทันควัน หันหน้าหนีไปทางอื่น พริมาขมวดคิ้วอย่างข้องใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะสลัดความสงสัยทิ้ง ดึงข้อมือของเทียนฉินขึ้นมาอีกครั้งนึง

เข้าไปได้แล้ว

และวันนี้ก็เป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันนี้แล้วก็ไม่รู้ที่เด็กสาวกระชากข้อมือเขา จูงไปนู่นไปนี่ตามใจชอบ และตอนนี้เธอกำลังจะดึงเขาเข้าไปในอุโมงค์มืดๆ เทียนฉินรั้งแขนไว้สุดแรงจนพริมาต้องหันกลับมามอง

เห็นเทียนฉินหน้าไม่ดี เหงื่อตก แถมข้อมือของเทียนฉินยังสั่นน้อย ๆ จนเด็กสาวสัมผัสได้ เด็กสาวนิ่งคิดเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหน้าที่เริ่มซีดขาวของเทียนฉิน

เขากลัวความมืดงั้นหรอ?

กลัวหรอ

เปล่า

แล้วที่หน้าซีด เหงื่อตกคืออะไร เห็นอยู่ชัดๆว่ากลัวไม่ใช่รึไง

ถ้าไม่กลัวก็เข้าไปกัน

ไม่เขาตอบเสียงนิ่ง ยืนยันหนักแน่น พริมาถอนหายใจแรง

นี่ เทียนฉิน ไอ้อาการแบบนี้เขาเรียกว่ากลัว รู้รึเปล่า

ฉันไม่...

มืดแค่นิดเดียว เดี๋ยวก็เจอวิวสวยๆแล้วนะ เชื่อฉันเด็กสาวยิ้มอย่างจริงใจ มันกระจ่างและดูอบอุ่นและย้ำความมั่นใจให้เทียนฉินเชื่อกับคำพูดของเธอ

...

อยู่กับฉันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอกนะ สัญญาว่าไม่แกล้งหรอก

...

เด็กสาวเอื้อมมือไปจับมือของเทียนฉินไว้แน่น

ฉันจะจับไว้แบบนี้ ไม่ปล่อย สัญญา

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนลอบมองแผ่นหลังของเด็กสาวสลับกับมองมือของเด็กสาวที่จับมือของเขาอยู่ เธอสูงกว่าเขาค่อนข้างมาก ทั้งยังออกตัวปกป้องเขาขนาดนี้ ให้เขาเดินตามหลัง จู่ ๆคำว่า เท่ห์ก็ผุดขึ้นมาในศรีษะเขา ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มจะรู้สึกขัดใจมากก็ตาม

แต่สุดท้ายเขาก็ยอมเดินเข้าไปในอุโมงค์มืดทั้งที่กลัวมากอยู่ดี...อยู่ๆก็รู้สึกเชื่อพริมาขึ้นมาทันที

ร่างสองร่างอยู่ในอุโมงค์แคบ ที่ต้องคลานเข้าไป เทียนฉินรู้สึกอึกอัดขึ้นมา จะดึงมือและออกจากอุโมงค์ ซึ่งมันม้วนตัวออกไปไม่ได้ พริมารู้ว่าเทียนฉินอึดอัดและหากม้วนตัวกลับจะทำให้อึดอัดกว่านี้ เด็กสาวจึงรีบกระชับมือเล็กของเทียนฉินแน่นขึ้น

ฉันอยู่นี่ ไม่มีอะไรต้องกลัว ได้ยินไหม

...อืมพริมาแอบตกใจเล็กน้อยที่เทียนฉินตอบรับเด็กสาวโดยง่าย ทั้งที่ปกติเขาคงจะนิ่งเงียบไปแล้ว

จะถึงทางออกแล้ว อีกนิด

เทียนฉินถึงกับหอบหายใจเล็กน้อย ร่างของเขาสั่นเมื่อออกมาจากอุโมงค์ได้ พริมาเอื้อมมือไปลูบหลังของเขาอย่างปลอบโยน

บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร ฉันปกป้องนายได้พริมายิ้มกว้างอย่างจริงใจ

เด็กหนุ่มแม้จะยังไม่หายสั่นแต่ก็ปรายตาไปมองเด็กสาว มันใช่คำพูดของเด็กผู้หญิงไหม ที่ว่าจะปกป้องผู้ชายอย่างเขาน่ะ

อีกอย่าง ถ้าอยากจะดูแลเขาจริง ๆ ก็ไม่ควรจะพาเขาเข้ามาในนี้ตั้งแต่แรกไม่ใช่รึไง...แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเข้าอุโมงค์ตามเธอ คงเป็นเพราะว่ามั่นใจกับคำพูดของพริมาจริงๆ...

ก่อนที่เขาจะพึ่งสังเกตเห็นภาพทิวทัศน์ข้างหน้าที่ทำให้ความกลัวเมื่อครู่ของเขาหายไปทันตา ภาพจากมุมสูงที่ทำให้เห็นลำธารแม่น้ำใส และมีสวนของดอกทานตะวันงดงามอยู่ด้านล่าง มีต้นไม้ร่มเย็นหลายต้นพลิ้วไหวตามแรงลม เป็นทิวทัศน์ที่ดู สงบมากแม้จะลงไปสัมผัสไม่ได้เพราะไม่มีทางลง เว้นแต่ว่าต้องกลิ้งตกลงไป แต่เขาเผลอมองภาพตรงหน้านิ่งนาน มันเหมือนภาพที่หลุดออกมาจากหนังสือในจินตนาการ

สวยใช่ไหมล่ะพริมายื่นหน้ามาขวางทิวทัศน์ที่เขากำลังมอง ใบหน้าเล็กยิ้มกระจ่างใสพอๆกับธรรมชาติในยามนี้ ทำให้เทียนฉินเผลอครางในลำคออย่างไม่รู้ตัว

อืม

หายกลัวแล้วใช่ไหมถามไปใบหน้าของพริมายังเปื้อนด้วยรอยยิ้มสดใสเสมอแม้เขาจะไม่ตอบและเดินละออกไป

พริมาเห็นสีหน้าของเทียนฉินเป็นแบบเดิมตลอด แม้ว่าจะกลัวขนาดไหน หน้าก็ยังมีหน้าเดียว ถ้าเธอไม่ได้จับข้อมือเทียนฉินคงไม่รู้ว่าเขากลัวมาก  แต่ตอนนี้แม้ใบหน้าของเทียนฉินจะไม่เปลี่ยนไปเลยแต่สายตาเขากลับจับจ้องธรรมชาติตรงหน้าไม่วางตา

เทียนฉิน ฉันบอกแล้วไง ว่าใคร ๆก็อยากเป็นเพื่อนกับฉัน!

ตอนนี้พริมาเขาใจความหมายของคำว่าคู่หมั้นชัดเจนแล้ว เมื่อก่อนเธอเข้าใจว่าคู่หมั้นเท่ากับเพื่อนสนิท แต่พอโตขึ้นมาหน่อยถึงรู้ว่าเข้าใจผิด...

แต่เพราะเล่นกับเทียนฉินมาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าเทียนฉินจะทำตัวเป็นก้อนน้ำแข็งเดินได้ก็เถอะ แต่ทุกปีเธอกับเขาต้องได้เจอกัน มีกิจกรรมร่วมกันมากมายจนกลายเป็นเรื่องปกติเหมือนว่าเทียนฉินกลายเป็นคนในครอบครัวของเธอแล้วด้วยซ้ำ

เด็กทั้งสองคนนั่งชมทิวทัศน์ พริมาพบว่าเทียนฉินดูจะคล้อยไปกับเธอบ้างแล้ว ถามอะไรไปเขาก็ยังตอบเธออยู่บ้าง อย่างน้อยเทียนฉินก็ดูมีการตอบสนองที่ดีขึ้น เด็กสาวลุกขึ้นปัดเศษดินตามเสื้อและเอี้ยม หันไปหาเทียนฉินเตรียมจะชวนเขาไปข้างล่าง เพราะเห็นเด็กหนุ่มมองวิวข้างล่างไม่วางตา

สวนทานตะวันทางด้านล่างสามารถไปได้ เพียงแต่ต้องเดินไปหาทางลงค่อนข้างไกลมาก ตอนนี้ฟ้ายังไม่มืดเท่าไหร่ เดินไปกลับก็คงจะค่ำพอดี

เทียนฉิน... พริมายกยิ้มค้าง เรียกชื่อเขาค้างกลางอากาศ นัยน์สีดำเบิกกว้างเล็กน้อย ...อยู่นิ่งๆนะ

เด็กสาวมองเห็นงู! งูสีดำที่เลื้อยมาใกล้ตำแหน่งที่เทียนฉินยืน เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมองใบหน้าของพริมาก็รู้ว่าอาจจะมีเรื่องไม่ดี ไม่นานงูเจ้ากรรมกลับแผ่แม่เบี้ยออกมา

ไวกว่าความคิด พริมาที่ตัวสูงและแรงกายมากกว่าเด็กหนุ่มรีบพุ่งไปกระชากเทียนฉินเข้าหาตัวพร้อมเอาตัวมาบังเด็กหนุ่มไว้ งูฉกเข้ากับหินอย่างพลาดเป้า

ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก ตอนแรกเทียนฉินจะดันเด็กสาวออก แต่พอมองผ่านช่องแขนของเธอถึงเห็นงู และเป็นงูที่มีพิษด้วย! อีกทั้งตัวของพริมาก็สั่นไม่น้อยยามที่กอดเขาไว้

ไม่เป็นอะไรนะ..!”

แกร๊ก

หนีเสือปะจระเข้! ดูเหมือนว่าพริมาจะรีบดึงเทียนฉินเข้ามาหาตัวเองมากเกินไปจนไม่ดูตำแหน่งของตัวเองว่าอยู่ขอบหน้าดิน ดินไม่สามารถรับน้ำหนักของทั้งสองคนได้จึงทรุดลงมาส่งผลให้ร่างของทั้งสองกลิ้งถไลลงไปข้างล่างในเวลาอันรวดเร็ว

แต่พริมากลับดึงร่างของเทียนฉินมากอดไว้ทั้งตัว โชคดีที่ตัวของเธอใหญ่กว่าเทียนฉิน จึงเป็นเกราะกำบังให้เด็กหนุ่มอย่างดี แม้ศรีษะของเด็กสาวจะโขกก้อนหินไปหลายทีกว่าจะถึงพื้นก็ตาม

เมื่อถึงพื้นเด็กสาวก็คลายอ้อมกอดออก เทียนฉินเบิกตากว้างรีบลุกขึ้นมา ตัวเขาแทบจะไม่มีแผลตามตัวเลย แต่เด็กสาวทั้งศรีษะและเข่ากลับเต็มไปด้วยเลือด

พราว!” ชื่อของพริมาหลุดออกมาจากปากเทียนฉิน เขามองเธออย่างร้อนรน ทำให้พริมาดีใจที่เขาเรียกชื่อเธอเป็นครั้งแรก

เด็กสาวเอื้อมมือไปลูบศรีษะตัวเองพร้อมทำหน้าเบ้เมื่อเห็นเลือด แถมยังรู้สึกมึนหัวนิดๆแต่ก็พยายามพยุงตัวขึ้น เทียนฉินเห็นเด็กสาวจะลุกขึ้นและยังมีสติอยู่ก็รีบเข้าไปพยุงร่างเธอ

หวังว่างูนั่นจะไม่ตามเพวกเรามานะคนเจ็บกล่าวติดตลก แต่เทียนฉินไม่ตลกด้วย

เธอกอดฉันไว้ขนาดนั้นทำไม!” เทียนฉินขึ้นเสียงโกรธทั้ง ๆ ที่เขาแทบไม่เคยตวาดใส่เธอแบบนี้เลย

พริมาขมวดคิ้วไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดนัก

ถ้าฉันไม่กอดนายไว้ นายก็เจ็บตัวหมดสิเด็กสาวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง และไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป

แต่เทียนฉินไม่ต้องการให้เธอมาเจ็บตัวแทนเขาแบบนี้!

ถ้านายเป็นอะไรขึ้นมา ฉันจะหาเทียนฉินจากที่ไหนไปคืนคุณน้าฟ้าเล่าเธอพูดอย่างติดตลก ฟังดูสบาย และมันก็ทำให้เขารู้สึกแปลกๆขึ้นมาในใจ แต่เมื่อมองแผลตามตัวเธอแล้วก็กลับมาขุ่นมัวตามเดิม

คราวหลังห้ามทำแบบนี้อีก!”

พริมานิ่งอึ้ง แต่ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกว่าเทียนฉินน่ารักขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ... คนที่มีใบหน้าเย็นชาอยู่เสมอ ตอนนี้กลับทำหน้าโกรธ แต่ก็ดูโกรธแบบเง้างอน ไม่พอใจ ทำหน้าเหมือนหมาฮัสกี้ตัวน้อยกำลังขู่เธอ

ดูน่ารักประหลาดๆแฮะ

เด็กหนุ่มหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋ากางเกง เดินไปที่ลำธารและเอาผ้าเช็ดหน้าจุ่มน้ำ มือของเขากำเข้าหากันน้อย ๆ ตอนแรกก็อยากลงมาตรงนี้ แต่ถ้ารู้ว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ เขาคงไม่เดินเข้าอุโมงค์นี้ตั้งแต่แรกแน่!

แถมตอนนี้เขาก็ไม่มีอารมณ์จะชมทิวทัศน์อะไรทั้งนั้น

ผ้าชื้นน้ำถูกเช็ดมาบนใบหน้าของพริมาอย่างเบามือ แม้เด็กสาวจะประหลาดใจที่เทียนฉินยอมสละผ้าเช็ดหน้าของตนมาเช็ดหน้าให้เธอ แต่เธอก็ดีใจที่เทียนฉินไม่ได้รังเกียจเธอเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

ที่เทียนฉินทำดีกับเธอก็พอเข้าใจได้ ในเรื่องที่เธอปกป้องเขาน่ะ เขาก็คงอยากตอบแทนเป็นธรรมดา แค่เหนือความคาดคิดไปหน่อยว่าเทียนฉินก็มีมุมแบบนี้เหมือนกัน

แบบนี้ก็คงเรียกว่าคุ้มล่ะมั้งที่อุตส่าเอาตัวไปปกป้องเทียนฉินเนี่ย

โอ้ย

พริมาร้องลั่น เมื่อเทียนฉินเลื่อนผ้ามาเช็ดที่แผลตรงหัวมุมของหน้าผาก เขาชักมือออกเล็กน้อยมองใบหน้าของพริมา เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเหมือนรู้สึกผิด

เจ็บหรอ

เขามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงใยทำให้พริมาเผลอมองหน้าเทียนฉินอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ทั้งสายตา ความสัมผัสมันดูอ่อนโยนไปหมดเหมือนกับพี่หยางอิน

ทนหน่อยนะ

แต่นี่คือเทียนฉิน ไม่ใช่หยางอิน!

...

หรือความอ่อนโยนมันถ่ายทอดทางสายเลือดได้?

ยิ้มอะไรเทียนฉินอดถามไม่ได้เมื่อพริมาเอาแต่ยิ้มไม่ยอมหุบสักที ทั้งที่แผลเต็มตัวขนาดนี้ควรจะนั่งร้องไห้แล้วไม่ใช่รึไง

แค่คิดว่าคุ้มดีน่ะ เธอพูด ที่อุตส่าเอาตัวมาปกป้องนาย

คุ้มที่ได้เห็นก้อนน้ำาแข็งเคลื่อนที่อย่างเทียนฉิน ถูกละลายแล้วน่ะสิ!

 

ตอนนี้เป็นเวลาที่เกือบจะเย็นแล้ว แต่พริมาบอกว่าจะเดินไปทางขึ้นได้ใช้เวลาอีกสักชั่วโมงครึ่ง แต่เทียนฉินทนไม่ได้ที่เห็นเด็กสาวเดินกระเผลกๆ จึงบังคับให้เธอนั่งพักอยู่นิ่งๆก่อน ตอนแรกพริมาก็ค้านหัวชนฝาว่าจะเดินเพราะจะได้กลับถึงบ้าน แต่พอได้นั่งพิงต้นไม้ได้ไม่นานเด็กสาวก็หลับอย่างง่ายดาย

เทียนฉินมองหน้าของพริมาที่หลับตาพริ้ม เขาปล่อยให้เธอพักผ่อน แต่ก็อดมองแผลที่กระแทกหินตามแขน ขา และศรีษะของเธอไม่ได้ ยิ่งเธอทำตัวแบบนี้เขายิ่งรู้สึกแย่

ทั้ง ๆที่เขาเป็นผู้ชาย เขาควรจะปกป้องเธอ เธอกลับมาปกป้องตัวเขา เด็กหนุ่มถึงลามไปโมโหตัวเองที่อายุสิบห้าปีแล้วแต่ดันไม่โตตามมาตรฐานของเด็กผู้ชายที่ควรจะโต! แถมยังตัวเล็กกว่าเด็กผู้หญิง

พราว... เทียนฉินพึมพำชื่อเด็กสาว นัยน์ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกผิดไม่หาย

หืมพริมาขานรับเสียงงึมงำในขณะที่ยังหลับตาอยู่

ขอบใจนะ

แม้จะหลับตาอย่างเหนื่อยล้าแต่เด็กสาวก็ยกยิ้มขึ้นมาน้อยและกล่าวเสียงงึมงำเหมือนคนพึ่งตื่น

เรื่องแค่นี้เอง อย่าคิดมาก

__________________________________________________

พราวนี่มันดื้อจริงๆ หาเรื่องเจ็บตัวแล้วเห็นไหมมม

ฝากเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยน้า

เค้กกบจ้าาา

My Frog Cake!! I'm not so sure Kyle would agree to this...just made me smile :)  Love it


ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้ไรท์น้าา

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

4 ความคิดเห็น