คุณภรรยา อย่ามาอ้อนผม

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 : ไม่รอดจากเธอแน่นอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 148
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 ก.ย. 62

บทที่ 1

ไม่รอดจากเธอแน่นอน

            วันนี้เป็นวันที่สามของการมาประเทศจีน ดูเหมือนว่าพริมาจะถูกอกถูกใจหยางอินเป็นพิเศษ นับถือหยางอินราวกับพี่แท้ๆมากกว่ามังกรเสียอีก แม้แต่หยางอินมานั่งอ่านหนังสือที่เรือนเยียนหมิ่น พริมาก็ยังตามมาด้วยทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ชอบหนังสือเลย

            พราวมัดผมให้พี่หยางอินนะเด็กสาวพูดพลางยิ้มอย่างสดใส หยางอินเพียงยกยิ้มเล็กน้อยให้เด็กสาว พริมาก็ลากเก้าอี้มาวางข้างเก้าอี้ของหยางอินและปีนขึ้นไป เมื่อความสูงพอที่จะมัดผมของหยางอินได้แล้วเด็กสาวก็เอายางในข้อมือของตนออกมา

            ทำไมพราวถึงพกยางรัดผมติดตัวตลอดล่ะเขาเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่ายามปกติเด็กสาวก็ไม่ได้มัดผมของตัวเองเลย แต่กลับสวมยางรัดผมไว้ที่ข้อมือตลอด

            พราวชอบใส่เล่นค่ะเด็กสาววัยสิบขวบตอบอย่างใสซื่อ  เขายิ้มตอบรับอย่างอ่อนโยนเล็กน้อย ปล่อยให้เด็กสาวรวบผมยาวระต้นคอของเขาตามใจชอบ

            “แล้วพราวก็ชอบเอายางไปดีดใส่พี่มังกรด้วย

            หยางอินเผลอหยุดขำขึ้นมาอย่างอดไม่อยู่  ยิ่งนึกถึงคนที่มักทำหน้าอารมณ์เสียตลอดเวลาเจอเขาโดนน้องสาวตัวเล็กๆแกล้งเขายิ่งรู้สึกว่ามันตลกดี

            แล้วมังกรไม่ว่าพราวหรอครับ

            “พี่มังกรอ่อนแอจะตายไปค่ะ สู้พราวไม่ไหวหรอก ทำได้มากสุดก็แค่ว่าพราวว่าเป็นลิงแค่นั้นเอง

            หยางอินยกยิ้ม อย่างนั้นเองหรือ? ทั้ง ๆที่ต่อหน้าเขา มังกรก็ดูจะใช้สายตาข่มขู่เขาขนาดนั้น ที่แท้ก็แพ้น้องสาวตัวเอง

            แกล้งให้ตกใจได้นะคะ แต่แกล้งให้เหนื่อยไม่ได้

            “...ทำไมล่ะครับ

            “พี่มังกรเป็นโรคหอบค่ะ เหนื่อยง่าย ฝุ่นเยอะนิดเดียวหรือวิ่งนิดเดียวก็หายใจไม่ออกแล้ว

            “...

            หยางอินนิ่งเงียบไป อยากจะพูดบางอย่างต่อ แต่กระนั้น ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนอบอุ่นของหยางอินก็เผลอหันไปเห็นเทียนฉินที่นั่งอยู่มุมห้อง  น้องชายของเขาถือหนังสือในมือ แต่กลับไม่ได้อ่าน สายตาของเทียนฉินกลับจ้องเขม็งที่พริมาอย่างไม่พอใจ เด็กสาวที่กำลังมัดผมให้หยางอินอยู่ ดูเหมือน...น้องชายของเขากำลังไม่พอใจ

            หยางอินถึงกับกระแอมในลำคอเล็กน้อย แม่บอกเขาว่าเทียนฉินต่อต้านการหมั้น จนทำให้ผู้เป็นแม่เป็นห่วง

            แต่...เทียนฉินเป็นแบบที่แม่เขาว่าจริง ๆหรือ

          มัดเสร็จแล้วค่ะ ดูเรียบร้อยขึ้นเยอะเลยพริมากล่าวอย่างอกพอพอใจในฝีมือมัดผมของตัวเอง หยางอินกล่าวขอบคุณเด็กสาว พริมาเงยหน้าขึ้นมาก็เผลอสบตากับเทียนฉิน แต่เด็กหนุ่มก็ก้มหน้ากลับไปอ่านหนังสือดังเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            แม้สองวันก่อนที่เทียนฉินวิ่งหนีเธอจะยังไม่ได้คำตอบ การบังคับให้เขาหมั้นกับเธอก็ไร้ผล แต่เด็กสาวก็ยังคงไม่ล้มเลิกความตั้งใจ นัยน์ตาสีดำขลับเพ่งพินิจไปที่ปกหนังสือบนมือเทียนฉิน

            รูปหน้าปกเป็นรูปกบตัวสีเขียวยืนอยู่ในป่าดิบชื้น แต่ตัวหนังสือบนหน้าปกที่สลักเป็นภาษาจีนสีดำ เด็กสาวไม่สามารถอ่านออกได้ แต่กระนั้นเด็กสาวก็ยังขยับมุมปากของตนขึ้นมาอย่างมีเลศนัยน์

            อาฉิน อ่านอะไรอยู่หยางอินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่น แม้หนังสือในมือที่เทียนฉินถืออยู่เขาจะอ่านจบแล้ว แต่เพราะสายตาของน้องชายตนที่จ้องพริมาเมื่อครู่ ทำให้คนเป็นพี่อย่างเขารู้สึกผิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

            บางทีอาฉินอาจจะไม่ชอบให้พริมามัดผมให้เขารึเปล่านะ

            อาฉินกำลังจะเปลี่ยนเล่มเทียนฉินพูดจบก็ปิดหนังสือลงด้วยท่าทีไม่รีบร้อนเหมือนปกติ  แต่พริมากลับกระโดดลงมาจากเก้าอี้อย่างไม่สงวนกิริยา

            แค่อ่านหนังสือ ไม่สนุกหรอก ต้องเจอของจริงสิพริมายิ้มกว้างเดินไปหาเทียนฉิน เด็กหนุ่มยังคงทำสีหน้าเรียบเฉยตามเคย

            แต่หยางอินกลับเห็นใบหน้าน้องของเขาดูมีความสุขตอนพริมาเดินไปหา ...อา อาฉินของเขา มีความรักเสียแล้ว

            นัยน์ตาสีดำเปล่งประกาย มองออกไปนอนเรือนเหยียนหมิ่นที่รอบมีบ่อน้ำอยู่แต่ข้าง ๆ ก็มีสวนจีน เธอชอบสวนจีนมาก เสียงน้ำตกเทียนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ยังคงทำให้พริมาจิตใจสงบทุกครั้งที่ฟังมัน แต่สิ่งที่เธอชอบยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดคือเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวสีเขียวที่กำลังกระโดดดึ๋ง ๆ อยู่ริมบ่อน้ำ

            มองหลายครั้งแล้ว ขอจับแกหน่อยเถอะ เจ้ากบ

เธอยกยิ้มอย่างสนุกสนานเมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะทำ สิ่งมีชีวิตนี้ทั้งน่ารัก น่าชัง แต่พอเพื่อนของเธอเจอมัน ก็วิ่งหนีเป็นบ้าเป็นหลังทุกที แล้ว...เทียนฉินจะเป็นแบบนั้นไหมนะ?

คงไม่...เพราะเห็นอ่านหนังสือรูปกบ ก็น่าจะชอบกบสินะ

ไป! เดี๋ยวพราวจะพาไปหาอะไรทำสนุกๆเด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง คว้าข้อมือเทียนฉินลากออกไปทางประตูด้านหน้าที่เปิดกว้างทันทีทันที

จะทำอะไรเขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเมื่อเธอดึงเขามาที่สวนจีนตามใจชอบ กลิ่นชื้นของดินทำให้พริมาชอบอย่างมาก บรรยากาศช่วงฤดูฝนนี่ดีเสียจริง กบเยอะดีด้วย!

เด็กสาวไม่ตอบแต่สำรวจรอบ ๆบ่อน้ำด้วยสายตาเป็นประกาย ดูก็รู้ว่ากำลังสนุกอยู่ เทียนฉินก็เผลอมองใบหน้าของพริมาที่มีรอยยิ้มอยู่เสมอ เขาเคยเจอเธอสองสามครั้ง เพราะบ้านศิริยวงศ์มักจะมาเที่ยวที่บ้านตระกูลลี่ทุกปี เพียงแต่เขาเพียงเข้าไปทักทายผู้ใหญ่แล้วเดินออกมาเท่านั้น

แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่มองใบหน้าของเด็กสาวหรือนึกถึงใบหน้าของเด็กสาวแล้วจะไม่มีรอยยิ้มประดับอยู่ ราวกับว่าเธอเกิดมาพร้อมกับรอยยิ้มเสมอ

ตอนนี้ก็ด้วย...ยิ่งพอนึกถึงเหตุการณ์ที่พริมากอดเขา อยู่ดี ๆเทียนฉินก็เบนสายตาที่จ้องพริมาอยู่ออกไปห่างๆ

พริมาหันซ้ายขวา เห็นสิ่งมีชีวิตตัวสีเขียวก็กระโดด เด็กสาวก็เข้าไปตะครุบอย่างงรวดเร็วผิดจากสิ่งที่ผู้หญิงควรจะเป็น ไม่นานกบตัวเขียวก็อยู่ในอุ้งมือของพริมาเรียบร้อย

เทียนฉินจับกบเป็นไหมพริมาเอ่ยถาม ทว่าเด็กหนุ่มผิวขาวซีดขยับสายตามามองกบในมือของพริมา  มันกำลังพยายามดันตัวออกจากมือของเด็กสาว ถ้าเธอจบไม่แน่นพอ มันคงพุ่งมาเกาะหน้าเขาแน่

เทียนฉินเผลอก้าวถอยหลังไปเล็กน้อยอย่างไม่รู้ตัว แต่ยังคงตอบด้วยน้ำเสียบราบเรียบ

จะจับมันไปทำอะไร

กิน ก่อนที่พริมาจะหัวเราะพรวดออกมา ล้อเล่นน่า มันน่ารักดี  พราวจะบอกความลับให้ ว่าพี่มังกรกลัวกบ! ถ้าเทียนฉินไม่กลัวก็มาช่วยพราวจับหน่อยสิ! “

คิดว่าถ้าจับไปเยอะๆจะเอาไปแกล้งพี่มังกร แต่คงไม่แกล้งถึงขนาดให้พี่มังกรวิ่งหนีป่าราบหรอก เดี๋ยวหอบขึ้นมาก็เดือดร้อนกันอีก

....

แน่นอนว่าเขาไม่ช่วย

เห็นเทียนฉินยืนนิ่งอยู่นาน เธอก็เห็นลูกกบตัวใหม่กระโดดไปมา แต่มือของเธอดันไม่ว่าง เทียนฉินทำอะไรไม่เคยทันใจเธอเลยจริง ๆ เด็กสาวจึงยื่นกบไปให้เทียนฉินด้วยมือข้างเดียว

เขาขมวดคิ้ว ถอยห่างจากพริมาออกมาอีกหน่อย ถามด้วยน้ำเสียงเข้ม

อะไร

ถือให้หน่อยสิ ถ้าเทียนฉินจะไม่ช่วยจับน่ะ พราวจะ...อ๊ะ!” เด็กสาวอุทานออกมา เพราะกบตัวลื่น การจับด้วยมือเดียวจึงเอาไม่อยู่ เจ้ากบน้อยจึงกระโดดโลดแล่นเข้าไปเกาะหน้าของเทียนฉินทันที

ฮ่า ๆ เทียนฉิน พราวว่ากบมันชอบเทียนฉินนะหญิงสาวหัวเราะร่วน มองที่กระโดดกบเกาะหน้าเทียนฉินเหมือนว่าเขาเป็นก้อนหินและเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด  ร่างเล็กของเด็กหนุ่มมีกบแปะหน้าอยู่ช่างเป็นภาพที่น่าขำสำหรับเด็กสาว

ผิดกับเทียนฉินที่หน้าเริ่มซีดลงเรื่อย ๆ แม้ใบหน้าจะนิ่งจนแทบไม่แสดงความรู้สึก ทัศนียภาพของตนถูกกบน้อยบดบังจนหมด แม้แต่ตอนมันหายใจเข้าออกท้องของมันก็มาโดนจมูกเขา

อ๊บ

มันร้องเสียงดังฟังชัด เมื่อฟังเสียงของมัน จู่ ๆ เทียนฉินก็รู้สึกหน้ามืดและวูบลงไป

เฮ้ย!!!” พริมาร้องลั่นเมื่อเห็นร่างของเทียนฉินอ่อนวูบลงไปกองกับพื้น เด็กสาวถึงขนาดต้องรีบพุ่งมารับร่างของเทียนฉินไว้ เจ้ากบน้อยก็กระโดดหนีไป จากตอนแรกที่เป็นห่วงว่าเด็กหนุ่มจะเป็นอะไรหรือไม่ แต่พอผ่านไปสักพักพริมากับขำร่วนออกมาอย่างอดไม่อยู่เมื่อมองร่างเล็กของเทียนฉินในอ้อมกอดเธอ

 

ไม่กี่ชั่วโมงต่อมาพริมาก็ขำไม่ออกเพราะถูกแม่ดุและจะลงโทษด้วยการฟาดให้หลังลาย โทษฐานที่ทำให้เทียนฉินตกอยู่ในสภาพนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะนภาห้ามไว้ ไม้เรียวได้อยู่บนหลังของเด็กสาวหลายรอยแน่นอน

นภาออกจะดีใจด้วยซ้ำที่เทียนฉินของเธอได้เจออะไรแปลกๆเสียบ้างนอกจากเอาแต่อ่านหนังสือไปวันๆ  แม้แต่เธอยังไม่คิดเลยว่าลูกชายของตนจะกลัวกบจนเป็นลมล้มพับได้ขนาดนี้

น้าฟ้า พราวขอโทษค่ะเด็กสาวทำสีหน้าสลดเมื่อรู้ว่าตนทำเกินไป แต่นภากลับยกยิ้มอย่างอ่อนโยนและไม่ถือสาเด็กสาว

ไม่เป็นไรหรอกหนูพราว อาฉินเป็นเด็กผู้ชายนะ ต้องเจออะไรแบบนี้บ้าง ต้องขอบคุณหนูพราวมากนะที่ทำให้เทียนฉินกล้าหาญขึ้น

เด็กสาวตาเป็นประกายขึ้นมาทันที ทั้งยังพยักกหน้ารับอย่างตั้งอกตั้งใจ จนโดนเอ่ยนิรนัทดุพร้อมเล็บคมๆของผู้เป็นแม่จิกมาที่แขนจนเด็กสาวร้องจ๊าก  ทำให้พริมาต้องกลับไปทำหน้าหงอยตามเดิม

ยัยฟ้า! อย่าไปให้ท้ายยัยพราวนักสิ เดี๋ยวยัยพราวก็ทำอีกหรอก ลูกเธอเป็นลมทั้งคนเลยนะ

โถ่นิ! คนที่ควรกลัวกบจนเป็นลมมันควรเป็นเด็กผู้ชายรึไงกัน!”

นิรนัทไม่อยากเถียงกับนิสัยประหลาดของเพื่อนตนจึงไล่พริมาไปอาบน้ำให้เรียบร้อย และเอื้อมมือไปหยิกแขนของมังกรเป็นรอบที่สามของวัน

ลูกชายตัวดีของเธอ มัวแต่ยืนกลั้นขำตั้งแต่เมื่อครู่ไม่ยอมหยุด

 

มังกรปล่อยก๊ากออกมาทันทีเมื่อเดินมาพ้นสายตาของผู้ใหญ่แล้ว จนพริมางอหน้าเล็กน้อยคิดว่าพี่ชายของตนจะขำที่เธอโดนแม่ดุ พี่จะขำอะไรนักหนา

ก็ขำไอ้เทียนฉินไง กลัวกบจนเป็นลม ฮ่า ๆ!” เขาหัวเราะอย่างสะใจ ขยุ้มมือลงบนศรีษะของพริมา ทำดีมาก ยัยสัตว์ประหลาด

เด็กสาวหน้าตึงปัดมือของพี่ชายตนเองออกเมื่อโดนเรียกว่าสัตว์ประหลาด ว่าแต่คนอื่น พี่ก็กลัวกบเหมือนกันนั่นแหละ! ขืนเจอก็วิ่งป่าราบเหมือนกันนั่นแหละ

ไม่เป็นลมแบบมันละกัน!”

งั้นหรอ...พริมาพูดเสียงลากยาวพลางยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ย่างกายเข้าไปหาพี่มังกรอย่างเชื่องช้า เอามือไพร่อยู่ข้างหลังเหมือนซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง ทำหน้าตาแบบมีลับลมคมใน

อยู่ดี ๆ มังกรก็เหงื่อตก เมื่อคิดว่าพริมาอาจจะซ่อนกบไว้ข้างหลังเธอ กบเป็นหนึ่งในสัตว์ที่เขาคิดว่ามันน่าขยะแขยงมาเสมอ เมื่อยามนึกถึงมันก็ทำให้ขนลุกขึ้นมา

นี่! ยัยปีศาจ เธอคิดจะทำอะไร

ก็พราวอยากรู้ ว่าพี่มังกรกลัวกบจนเป็นลมแบบเทียนฉินรึเปล่า

แน่นอนว่าไม่มีทาง...

แฮร่!!!” พริมาทำเสียงดังยื่นมือเปล่าไปใกล้หน้ามังกร แต่มังกรกลับมโนเป็นตุเป็นตะว่าต้องมีกบกระโดดมาเกาะหน้าของตัวเอง

อ๊ากกกก!!” มังกรมือปัดป้องตัวเองสาละวน พอรู้ว่ามันไม่มีอะไรจึงมองน้องสาวตนเองที่กำลังยืนขำเขาอย่างสนุกสนาน  มังกรถึงกับหัวเสียย ยัยแม่มด!”

ก่อนที่พี่มังกรของเธอจะกระแทกเท้าหนักเดินออกไป พริมาขำเล็กน้อยแต่อดย้อนนึกถึงเทียนฉินไม่ได้ ถึงพี่ชายของตนจะไม่เป็นลมอย่างเทียนฉิน แต่กลับปอดแหกมากกว่าเสียอีก!

เฮ้อ มีพี่ชายก็เป็นหอบแกล้งมากไม่ได้ มีเพื่อน เพื่อนก็กลัวกบจนเป็นลม ทำไมชีวิตพริมามันน่าเศร้าขนาดนี้นะ

แต่เมื่อเทียบมังกรกับเทียนฉินแล้ว เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเทียนฉินกลัวหรือไม่กลัว ก็เห็นทำหน้านิ่งไม่รู้สึกรู้สาอะไร เธอก็คิดว่าเขาไม่ได้กลัวกบ... ที่ไหนได้ ไม่คิดเลยว่าจะกลัวขนาดเป็นลม

 

เทียนฉินสะดุ้งตื่นขึ้นมา ดวงตาเบิกกว้างเอามือลูบหน้าตนเอง รู้สึกราวกับว่าเท้าของกบยังคงเกาะที่หน้าของเขาอยู่ เด็กหนุ่มอดขนลุกไม่ได้ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่มีกบเกาะหน้าแล้วก็ตาม

ตื่นแล้วหรอ อาฉินเสียงทุ้มที่อ่อนโยนของหยางอินดังขึ้น เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองพึ่งตื่นจากฝันร้าย หันมองหน้าพี่ชายของตน

อาฉิน เป็นอะไรเทียนฉินเอ่ยถามด้วยเสียงหอบเล็กน้อย ฉีเฉิงหรือพ่อของเด็กหนุ่มขำร่วนออกมา ก่อนจะเดินมาลูบหัวลูกชายตนอย่างเอ็นดู

กลัวใช่ไหม  อาฉิน ฮ่า ๆ เด็กผู้ชายต้องผจญภัยแบบนี้แหละฉีเฉิงยังคงขำออกมาแบบอบอุ่น ต้องขอบคุณหนูพราว ที่พาลูกไปผจญภัยบ้าง

พราว...

เทียนฉินทวนชื่อนี้ซ้ำในใจ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนล้ำลึกเบิกตากว้างมองหยางอินที่ยังคงยกยิ้มอบอุ่นให้เด็กหนุ่มเสมอ

อาฉิน...เป็นลมใช่ไหม

หยางอินพยักหน้าเล็กน้อย แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วนะ

ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูสองทีดังขึ้น ก่อนที่คนข้างนอกจะพูดผ่านประตูเข้ามา

พราวเองค่ะ ขออนุญาติเข้าไปนะคะ

จบคำพูดของเด็กสาว เทียนฉินที่นั่งอยู่บนเตียงคล้ายจะตกใจเล็กน้อยรีบทิ้งตัวลงบนเตียงพร้อมหันหน้าไปอีกทางทันที มือขวาของฉีเฉิงที่ลูบหัวของเทียนฉินเมื่อครู่ ตอนนี้ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ

ผู้เป็นพ่อทำหน้าสับสนเล็กน้อยหันไปมองหยางอินที่เป็นลูกชายคนโตอย่างมีคำถามว่า อาฉินเป็นอะไรไปแต่ลูกชายคนโตผู้อ่อนโยนกลับตอบคำถามด้วยรอยยิ้มสุภาพปล่อยให้ผู้เป็นพ่อยืนงง

พริมาเปิดประตูเข้ามา เห็นเทียนฉินนอนหันหน้าไปอีกข้างจึงเอ่ยถามหยางอิน เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีที่รวบผมไว้ข้างหลังโดยฝีมือของพริมา

เทียนฉินยังไม่ตื่นอีกหรอคะเด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล หยางอินชำเลืองมองน้องชายตนเล็กน้อยก่อนจะหันไปยิ้มให้พริมาอย่างไม่มีพิรุธ

อาการของอาฉินไม่น่าเป็นห่วงแล้วล่ะหยางอินเลี่ยงตอบไม่ตรงคำถาม เพราะดูเหมือนน้องชายของเขาคงอายกระมัง...ที่เป็นลมล้มพับต่อหน้าสาว แถมพริมายังเป็นคนอุ้มมาถึงบ้าน..

ขอบคุณหนูพราวมากนะ ที่อุ้มอาฉินมาฉีเฉิงยิ้มอย่างเอ็นดูเด็กสาวก่อนจะกล่าวชม หนูพราวนี่แข็งแรงจังนะ

เพราะเด็กสาวตัวโตกว่าเทียนฉิน ไม่แปลกที่พละกำลังของเด็กสาวก็เหนือกว่าเทียนฉินด้วย

เด็กสาวยิ้มกว้างเมื่อได้รับคำชม ยกแขนของตนขึ้นมากำหมัดเล็กน้อยให้กล้ามขึ้นมาโชว์ฉีเฉิงและหยางอิน

ใช่ค่ะ พราวแข็งแรง เพราะว่าพราวเรียนมวยไทย

ตั้งใจเรียนเป็นพิเศษโดยมีนวมเป็นเด็กผู้ชายในห้อง น่าเสียดายที่เอามาใช้กับเทียนฉินไม่ได้ เพราะไม่อย่างนั้นแขนเธออาจจะต้องร้องไห้เพราะเต็มไปด้วยรอยเล็บของผู้เป็นแม่

นี่แค่ทำเทียนฉินเป็นลม เธอยังโดนบิดเนื้อตรงแขนไปสองแผลเลย

โอ้ อย่างนั้นหรือ ฉีเฉิงฉายแววประหลาดใจบนใบหน้าเล็กน้อยแบบนี้ก็ดูแลอาฉินได้สบายเลยสินะ

ทว่าเด็กสาวกลับทำหน้าสลดลงเล็กน้อยเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตนกระทำผิด

พราวขอโทษที่ทำเทียนฉินเป็นแบบนี้นะคะ ต่อไปพราวจะดูแลเทียนฉินอย่างดี

ถึงเด็กสาวจะบ้าพลังแต่เธอก็ไม่ได้ชอบแกล้งคนอ่อนแอ เหมือนตอนที่เธอแกล้งพี่มังกรจนหอบกำเริบเข้าโรงพยาบาลเธอก็ตกใจเหมือนกัน ส่วนเพื่อนในห้องน่ะ แข็งแรงกันทุกคน เป็นนวมซ้อมคุณภาพเกรดเอเลยทีเดียว

ทั้งหยางอินและฉีเฉิงพากันเอ็นดูเด็กสาวและเข้าไปปลอบประโลมเธอ มีเพียงเทียนฉินที่หันหน้าไปอีกข้างถึงกับกำหมัดของตนแน่น หน้าแดงลามไปถึงใบหู

เดี๋ยวก็อุ้มเข้าบ้างล่ะ เดี๋ยวก็ปกป้องเขาบ้างล่ะ

เธอเป็นเด็กผู้หญิงไม่ใช่รึไง!

ทว่าหมัดที่กำน้อย ๆ ของเด็กหนุ่มก็คลายลงอย่างช้าๆเมื่อได้ยินเสียงสดใสของพริมากระซิบอยู่ข้างๆ

หายไวๆนะเทียนฉิน

 

อาฉิน วันนี้ทำไมถึงดูอารมณ์ไม่ดีล่ะ หรือเพราะพราวมามัดผมของพี่หยางอินเอ่ยถามน้องชายของตนด้วยสีหน้าเป็นห่วง ตอนนี้เทียนฉินทำใบหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ แต่หยางอินสัมผัสได้ถึงอารมณ์ขมุกขมัวของเทียนฉินได้อย่างชัดเจน

เขาเป็นพี่คนโตของตระกูลลี่ที่ต้องดูแลน้อง ๆ ภายในครอบครัวทั้งยังเป็นความหวังของตระกูล สิ่งที่รับผิดชอบมาตั้งแต่เด็กทำให้เขาจับสังเกตอารมณ์ของน้องได้ไว

วันนี้เป็นวันที่พริมาต้องกลับประเทศไทยแล้ว และพริมาก็ยังมัดผมให้กับหยางอินเหมือนกับตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่อยู่ที่นี่

เทียนฉินไม่ได้ตอบคำถามของพี่ชาย เพียงแค่ก้มหน้าเล็กน้อยอย่างแสดงความนอบน้อมและเดินตรงไปที่ชั้นหนังสือภายในเรือนเหยียนหมิ่น

ก็คงจะเป็นเรื่องหมั้นกับหนูพราวแหละผู้เป็นพ่อนั่งอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือเอ่ยขึ้นมาด้วยเสียงราบเรียบอย่างอารมณ์ดี คาดเดาว่าลูกชายตนไม่พอใจในการหมั้นแต่ปฏิเสธไม่ได้ ที่จริงถ้ามังกรเป็นผู้หญิง พ่อคงให้อาหยางแต่งงานกันแล้ว

ก็คงเป็นโชคดีของหยางอินที่พี่ใหญ่ของบ้านตระกูลศิริยวงศ์เกิดเป็นชายเช่นเดียวกับเขา ทำให้เขาไม่ต้องมาทำตามสัญญาของพ่อกับเพื่อนรักของพ่อ  แต่ภาระที่ควรจะเป็นของเขากลับตกเป็นของน้องรองอย่างอาฉินแทน

ว่ากันตามจริง พี่คนโตอย่างหยางอินควรจะได้แต่งงานก่อน แต่เพราะความคิดประหลาดของตระกูลลี่และตระกูลศิริยวงศ์ที่อยากให้ลูกสาวกับลูกชายแต่งงานกับคนที่รุ่นราวคราวเดียวกันมากกว่าคนที่มีช่วงอายุห่างกัน ผลจึงออกมาเป็นเช่นนี้

แต่ถ้าบังคับอาฉินแบบนี้ จะดีหรือครับหยางอินพูดด้วยความเป็นห่วง ทั้งสองคนสนทนาปรับทุกข์กันราวกับว่าเทียนฉินไม่ได้อยู่ในห้อง ทั้ง ๆที่เขานั่งหัวโด่กางหนังสือออกอ่านอยู่กลางห้องเพียงแต่ไม่พูดอะไรเท่านั้น

ทั้งพ่อและพี่ใหญ่ต่างคุยกันถึงเรื่องเทียนฉิน เพราะทั้งสองตระกูลเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาทำให้มีความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นถึงขนาดสาบานว่าถ้ามีลูกเพศเดียวกันจะให้เป็นเพื่อนรักกัน ถ้าต่างเพศจะจับกันแต่งงานให้ได้

ถ้าจะพูดถึงความแน่นแฟ้นของสองตระกูลนี้มีมากขนาดไหน ก็คงจะบอกได้ว่ามากขนาดที่สามรถสร้างบ้านของทั้งสองตระกูลติดกันจนเหมือนอยู่ในรั้วเดียวกัน โดยที่ประเทศจีนก็มีบ้านของตระกูลศิริยวงศ์ติดกับบ้านของเขา แต่เป็นเพียงบ้านหลังขนาดกลาง เพราะตระกูลนั้นมีถิ่นฐานประจำอยู่ที่ประเทศไทย ทั้งๆที่ทั้งสองตระกูลมาจากประเทศจีนทั้งคู่ แต่ตระกูลหยางกลับเปลี่ยนนามสกุลเป็นศิริยวงศ์ และจะมาเยี่ยมเยียนบ้านที่จีนปีละครั้ง หรือสองครั้งเท่านั้น 

ส่วนบ้านตระกูลลี่ที่ประเทศไทย ตอนนี้พ่อของเขากำลังวางแผนจะสร้างมันขึ้นมาอยู่...

 “อาฉินเย็นชาขนาดนี้ก็เพราะคุณแท้ๆเลย

 นภาเดินเข้ามาในเรือนเหยียนหมิ่น กลิ่นหนังสือก็ลอยมาแตะจมูกนภาทันที  เธอมองลูกๆทั้งสองสลับกันพลางถอนหายใจ

หยางอินไม่น่าเป็นห่วง เพราะถูกเลี้ยงให้มาฉลาดเป็นกรดก็จริงแต่ก็ยังมีความนอบน้อมอ่อนโยน แต่เทียนฉินกลับไม่ใช่ เขาฉลาดแต่นิ่งเงียบเหมือนเจ้าชายน้ำแข็ง ไม่ถูกใจนภาเป็นที่สุด เด็ก ๆควรจะวิ่งเล่นยิ้มแย้มร่าเริงสดใสสิถึงจะถูก!

ฉีเฉิงที่ถือหนังสือปกน้ำตาลสีคล้ำค้างกำลังสนทนากับหยางอินถึงกับเลิกคิ้วขึ้นมองคนหญิงสาวที่อายุเกือบสี่สิบแล้ว แต่ตัวเลขพวกนั้นก็ทำอะไรความสวยของเธอไม่ได้ หญิงสาวกำลังพิงกรอบประตูอยู่

คุณภรรยาจะมาโทษผมได้ยังไงเขาพูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำทั้ง ๆ ที่ตนเกิดเป็นจีนแท้ แต่กลับต้องพูดภาษาไทยกับภรรยาตน เพราะแม่คุณดันตั้งกฎเหล็กไว้ว่าลูกๆและสามีในบ้านต้องพูดภาษาไทยกับเธอเท่านั้น

สอนให้ลูกฉลาดมันก็ดีอยู่หรอกค่ะ แต่ลูกดูไม่เหมือนเด็ก ๆ ฉันไม่ชอบเลย

ฉีเฉิงรู้ดีว่าภรรยาของเขาชอบเปิดดูคลิปเด็กตาใสๆ น่ารักๆ ทำให้เธอมีความฝันอยากจะมีลูกสาวหรือลูกชายสักคนมาออดอ้อนบ้าง ยิ่งได้เจอกับหนูพราว ภรรยาของเขายิ่งชอบใจ

พริมาผิดกับเด็กสองคนนี้ที่เอาแต่นิ่งเงียบและไม่เคยอ้อนผู้เป็นแม่เลย ครั้นจะมาให้ทำตอนนี้คงรู้สึกแปลกๆพิกล

คุณนี่นะ เรื่องนิสัยผมสอนลูกได้ที่ไหนกัน คนที่โดนกล่าวโทษเถียงภรรยา แต่ใบหน้ายังมีรอยยิ้มเบาบาง เขาเพียงแต่หยอกล้อภรรยาเท่านั้น เพราะรู้ดีว่านภาไม่ได้โกรธเขาในเรื่องยิบย่อยแบบนี้

หญิงสาวเดินไปหาเทียนฉิน มองหนังสือที่มีแต่ตัวหนังสืออัดแน่นเต็มหน้ากระดาษ ไม่มีแม้แต่ภาพประกอบ ไม่สมควรจะเป็นหนังอ่านยามว่างของเด็กสิบขวบด้วยซ้ำ แต่กระนั้นหญิงสาวก็ยังเอื้อมมือไปลูบศรีษะของเทียนฉินอย่างอ่อนโยน

อย่างน้อยพริมาก็ทำให้เทียนฉินกอดนภาได้อย่างที่เด็กสาวพูดจริง ๆ ถึงแม้จะแค่ครั้งเดียวก็ตาม แต่ก็เป็นอะไรที่ทำให้หญิงสาวอึ้งไปนานพอสมควร ตอนที่เด็กอย่างเทียนฉินเดินมากอดเธอจนใบหน้าแดงลามไปจนถึงหู

...ไม่รู้ว่าตอนกอดเธอ เด็กคนนี้ไปนึกถึงเรื่องอะไรกัน

ลูกก็หัดยิ้มแล้วก็พูดดี ๆ กับเพื่อนหน่อย เดี๋ยวหนูพราวจะไม่ปลื้ม

มือที่กำลังเปิดหนังสือหน้าถัดไปชะงักค้าง แต่เพียงครู่เดียวก็มาเปิดหนังสือต่ออย่างเชื่องช้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ผู้เป็นแม่ยกยิ้มอย่างรู้ทัน ก้าวเท้าไปตรงเก้าอี้ว่างข้างหยางอินก่อนจะทิ้งตัวลงไป พูดด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความสุขกับลูกชายคนโต นัยน์ตาของเธอก็ยังจับจ้องลูกคนเล็กที่กำลังอ่านหนังสืออยู่

แม่ว่าไม่รอด

ผมก็คิดแบบนั้นครับหยางอินพูดขึ้นยิ้มๆ ตอบผู้เป็นแม่อย่างทันกัน

ฉีเฉิงลดหนังสือลงขมวดคิ้วมองสองแม่ลูก ถามอย่างฉงน

อะไรที่ว่าไม่รอด

คุณนี่ไม่รู้เรื่องอะไรจริง ๆเลยนะคะนภาส่ายศรีษะอย่างเอือมระอา ฉีเฉิงยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ครั้นหันไปขอคำตอบกับลูกชายคนโต หยางอินก็ทำเพียงยิ้มตอบกลับมาเท่านั้น

ก็เทียนฉินอย่างเราเล่า! ที่ไม่รอดจากหนูพริมาแน่นอน!


_______________________

ไม่รอดหร้อก ยังไงก็ไม่รอด หึหึ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

4 ความคิดเห็น