คุณภรรยา อย่ามาอ้อนผม

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 10 : คู่หมั้นของคนที่ชอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ก.ย. 62

บทที่ 10


            พริมาเปิดประตูเข้ามาในร้าน กลิ่นไอหอมกรุ่นของกาแฟคั่วก็เข้ากระทบจมูกทันที  ทำให้หญิงสาวรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกหิวขึ้นมาพร้อมกัน ดวงตาสีดำของเธอสบตากับเทียนฉินพอดี แต่หญิงสาวก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันเมื่อทัศนียภาพตรงหน้าดูพิลึกชอบกล

            นาวิณ เปาโล พยามล็อคแขนเทียนฉินไว้ ส่วนเซบาสเตียนก็กำลังพยายามกดไหล่เทียนฉินให้นั่งลง เนตรชนกทำหน้าเครียดยืนเหงื่อตกอยู่ข้างๆ แล้วทุกคนก็หันมามองพริมาพร้อมกัน

            ...?” เธอเดินเข้ามาในร้านตรงไปที่โต๊ะกลม จังหวะเดียวกับที่เซบาสเตียนกดเทียนฉินลงกับเก้าอี้ และชายหนุ่มก็ยอมนั่งเก้าอี้ตัวนั้นอย่างง่ายดาย มีอะไรกันรึเปล่า?”

            เซบาสเตียนชำเลืองมองเจ้าของร่างสูงโปร่งที่ยอมนั่งเก้าอี้ดี ๆ ทั้งที่เมื่อครู่กดให้นั่งแทบตาย รั้งแค่ไหนก็จะเอาแต่วิ่งออกจากร้านอย่างเดียวเลย

            พอพริมาเข้ามาเท่านั้นแหละ...ไอ้เวร

            ล่ามหมาไม่ให้ไปกัดคนนาวิณเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ อดแขวะอารมณ์เดือดดาลของไอ้คนที่ได้รับฉายาเจ้าชายน้ำแข็งไม่ได้

            แบบนี้ไม่น่าใช่เจ้าชายน้ำแข็ง น่าจะเพิ่มคำอีกสักหน่อยเป็นคำว่าเจ้าชายน้ำแข็ง จอมปลอม

            เนตรชนกถอนหายใจโล่งอกเล็กน้อยเมื่อเทียนฉินยอมนั่งอยู่กับที่ คิดว่าการที่ตนโทรไปบอกเรื่องที่พริมาอยู่กับรัตติกรจะทำให้เทียนฉินหึงและมาประกาศให้รัตติกรรู้ว่าเป็นคู่หมั้นของพริมา

            แต่ดูเหมือนคนส่งสาร์นอย่างเธอจะ...จะใส่ไฟมากไปสักหน่อย คนที่ได้รับฉายาเจ้าชายน้ำแข็งถึงได้ทำหน้าจะฆ่าคนได้ตลอดเวลาตั้งแต่มาที่นี่!

            เนตรชนกกลัวว่าเทียนฉินจะฆ่าคนจริงๆ!

            พริมามองดูสถานการณ์ตรงหน้า ยืนนิ่งคิดเล็กน้อยก่อนจะเห็นใบหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ของเทียนฉิน แม้ใบหน้าเย็นชานั้นจะดูเหมือนจับความรู้สึกได้ยาก แต่พริมาก็มองออกว่าเทียนฉินกำลังอารมณ์ไม่ดี

            ...สุดๆด้วย

            นายเป็นอะไรรึเปล่าเธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลเล็กน้อย คนที่อารมณ์ไม่ดีอยู่พอเห็นพริมาเดินเข้ามาถามตนเอง ใบหน้าตึงเครียดก็ผ่อนคลายลง เปาโลถึงกับกู่ร้องในใจ

            ลำเอียง! แบบนี้มันลำเอียง! แบบนี้ไม่ได้เรียกชอบพริมาแล้ว มันเรียกว่าหลงชัดๆ!

            เปล่าเขาตอบด้วยน้ำเสียงนิ่ง ทั้งที่ทุกคนประท้วงในใจอย่างพร้อมเพรียงกัน

            เปล่ากับผีน่ะสิ!!

            พะ...พราว! ฉันว่าคิดๆดูแล้ว เราไปกินข้าวร้านอื่นกันเถอะ!” เนตรชนกฉุดดึงแขนพริมา พยายามส่งสายตา สัญญาณ ซิกเซ้นทั้งห้าบ้าบอร้อยแปดพันเก้าเพื่อบอกให้พริมารู้ว่าถ้าหญิงสาวยังอยู่ในดินแดนของรัตติกร เทียนฉินได้กลายเป็นพายุไต้ฝุ่นแน่!

            พริมาขมวดปมคิ้ว อะไร มาตั้งไกล อีกอย่างร้านของพี่ไผ่ก็อร่อย

            ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้น! โอ้ย ยัยจอม เธอน่าจะลากยัยจอมมาช่วยกัน เนตรชนกโอดครวญในใจ อดไม่ได้ที่แอบชำเลืองมองเทียนฉินที่ตอนนี้ก็ดูสงบลงไปมากแล้ว

            ทำไมกันนะ ต่อหน้าพริมาเขาถึงได้ดูสุขุม เรียบเฉยแต่ก็ดูเข้าถึงได้ง่าย แต่เวลาอยู่กับคนอื่นเขากลับเป็นเจ้าชายน้ำแข็ง พอโมโหก็กลายเป็นเจ้าชายเลือดร้อนเสียอย่างนั้น

            แต่ไม่ว่ายังไงก็ดูสง่างามเหมือนพวกเจ้าชายอยู่ดี

            อีกอย่างฉันคิดว่าจะพาเทียนฉินมาที่นี่อยู่แล้ว ไหน ๆก็มาแล้ว ก็กินกันที่นี่แหละ นายก็ต้องกินใช่ไหม เทียนฉินพริมายกยิ้มให้ชายหนุ่ม ถึงแม้ว่าเขาปฏิเสธ เธอก็จะลากให้เขากินอยู่ดี!

            อืมเขาครางเสียงตอบรับคล้ายจะอ่อนโยน นาวิณแอบเห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่คมงามของเทียนฉินสะท้อนความอ่อนโยนออกมาด้วย

            อยู่ ๆก็เชื่องขึ้นมาเสียอย่างงั้น

            แล้วพวกนายทำอะไรน่ะ ไปนั่งที่ดี ๆสิ คนในร้านมองหมดแล้วพริมากล่าวตักเตือน ทุกคนยอมออกห่างจากเทียนฉินและกลับไปนั่งที่ดีๆตามที่พริมาบอก แต่นาวิณอดที่จะแขวะไม่ได้เลย

            หมาชัดๆ

            แปลกที่ทุกคนในโต๊ะเข้าใจ ยกเว้นพริมา

            หมาอะไร?”

            หญิงสาวเอ่ยถามนาวิณ แต่ชายหนุ่มก็ยังคงทำหน้าเรียบเฉยก่อนจะถามพริมาด้วยเสียงเนิบนาบ

            เธอมีวิธีเลี้ยงหมาดุยังไงให้เชื่อง

            ...

            เธอเลี้ยงหมาซะที่ไหนเล่า หญิงสาวคิดว่านาวิณอาจจะเข้าใจอะไรผิดไป หรืออาจจะถามคำถามขึ้นมาเล่นๆ หญิงสาวจึงตอบกลับ

            ก็คงต้องยอมโดนกัดก่อน แล้วค่อยอ่อนโยนกับมันล่ะมั้ง

            นาวิณยกยิ้มกับคำตอบของหญิงสาว หมาตัวนี้มันคงไม่กล้ากัดเธอหรอก แต่กับคนอื่นก็ไม่แน่!

           

            เสียงกระดิ่งของร้านดังขึ้นปรากฏร่างสูงของรัตติกร เขาย่างก้าวเข้ามาภายในร้าน ชายหนุ่มเหลือบมองเทียนฉินเล็กน้อย และก็พบว่าเทียนฉินก็มองเขาด้วยนัยน์ตากดดันขึ้นมาเหมือนกัน

            รัตติกรกระตุกยิ้ม ถ้าหากพริมาไม่พูดออกมาจากปากเธอเองว่าไอ้หมอนี่เป็นคู่หมั้นของเธอ ยังไงเขาก็ยังยืนยันจะจีบพริมาต่อไป

            รัตติกรเอื้อมมือไปลากเก้าอี้ตำแหน่งใกล้พริมาแล้วลากออกมานั่ง เปาโลต้องเผลอลูบแขนตัวเองเบาๆเมื่อขนลุกขนชันถึงกระดูกสันหลัง บรรยากาศทท่าทางไม่ค่อยดีมีเพียงพริมาที่ดูยังไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่นัก

            มากันครบก็ดีเลยหญิงสาวกล่าวอย่างร่าเริง ควานหาบางอย่างใบกระเป๋าก่อนจะหยิบมันออกมา ภายในมือของพริมามีตัวอยู่หลายใบ วันนี้ฉันจะมาแจกบัตรเชิญไปงานเปิดตัวแบรนด์เสื้อของบริษัทจางลี่และศิริยวงศ์ ที่เกาะช้าง 3 วันสามคืน!”

            จางลี่กับศิริยวงศ์ ?”

            พริมาหัวเราะเล็กน้อย ก็อย่างที่รู้ว่าเทียนฉินกับฉันเป็นคู่หมั้นกัน แบรนด์เสื้อครั้งนี้ทั้งสองตระกูลเลยจะเปิดแบรนด์เสื้อพร้อมกันน่ะเธออธิบายอย่างละเอียด แม้เรื่องการหมั้นจะไม่เป็นทางการแต่เมื่อวันที่ไปกินเหล้ากับพวกนี้ ข่าวน่าจะรั่วออกไปพอสมควร

            รัตติกรเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เขานั่งนิ่งไม่คิดว่าพริมาจะเอ่ยคำนี้ออกมา บอกสถานะของเธอต่อหน้าทุกคน และทุกคนภายในโต๊ะก็พยายามสังเกตสีหน้าของชายหนุ่ม ทว่าเทียนฉินที่ทำใบหน้าเรียบเฉย แต่ตอนนี้ที่รัตติกรมองหน้าคนเย็นชา ทำไมถึงรู้สึกว่าใบหน้านั้นทำหน้าเหมือนตนเป็นผู้ชนะ!

            อ้อ พราวลืมบอกพี่ไผ่ไปเลย เทียนฉินเป็นคู่หมั้นของพราวนะคะหญิงสาวยังกล่าวด้วยเสียงร่าเริงตามเดิม ในขณะที่ทุกคนในโต๊ะพร้อมใจกันเงียบ

            ...

            วันนั้นพราวขอโทษด้วยนะคะ พอดีเข้าใจผิดกับเทียนฉินนิดหน่อยพริมาหัวเราะแห้ง รัตติกรรู้สึกเหมือนร่างกายด้านชาไปหมด แต่ก็ยังพยายามยกยิ้มตอบกลับให้พริมา

            อืม พี่ดีใจด้วยนะชายหนุ่มกล่าวพร้อมหันไปมองหน้าเทียนฉิน แต่พอได้มองหน้าเทียนฉินเขาก็รู้สึกอารมณ์เสียอย่างไร้สาเหตุ เหมือนว่าฝ่ายนั้นกำลังทำหน้าพอใจออกนอกหน้าอย่างบอกไม่ถูก ถึงแม้ว่าเทียนฉินจะกำลังทำหน้านิ่งตามปกติก็ตาม แต่พี่คงไม่ได้ไป อาทิตย์หน้าพี่ไปดูงานที่ฮ่องกงน่ะ

            พริมาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ไม่เป็นไรค่ะ

            ทุกคนเข้าใจรัตติกรทุกอย่าง ใครจะอยากไปงานหมั้นหรืองานแต่งของคนที่ตัวเองชอบกัน! มีแต่ยัยพราวที่ทำหน้าตาซื่อบื้อไม่รับรู้ความรู้สึกของรัตติกรจนคนรอบข้างพากันหงุดหงิด

            เหตุการณ์แบบนี้แทนที่จะทำให้บรรยากาศแย่ลง แต่ทำไมทุกคนถึงรู้สึกว่ามันไม่ได้แย่ลงเลย ครั้นหันไปมองเทียนฉินทุกคนก็เข้าใจทันทีว่าไอ้บรรยากาศดี ๆมันมาจากไหน!

            บทสนทนายังคงดำเนินไปอย่างสนุกสนาน แต่หูของรัตติกรกลับเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลยจนเนตรชนกเอื้อมมือไปตบไล่ของรัตติกรเบาๆเป็นเชิงปลอบใจ ตอนนี้ชายหนุ่มตัวด้านชาเกินกว่าจะหันไปขอบใจหรืออะไร เขานิ่งค้างอยู่นานจนกระทั่งพริมาส่งยิ้มให้เขาก่อนจะยื่นบัตรเชิญมาให้ตรงหน้า

            อาหารมาเสริ์ฟแล้วค่ะพนักงงานสาวเอ่ยออกมาพร้อมอาหารหลายชนิดบนถาด คณินพยายามจับสีหน้าที่ซีดของรัตติกรอย่างเห็นอกเห็นใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก แต่รัตติกรก็ยังพยายามหันไปโต้ตอบกับพวกน้อง ๆ และพริมาอยู่เสมอ มีเพียงแค่เทียนฉินกับรัตติกรที่ไม่พูดคุยกัน แถมยังมองหน้ากันเหมือนจะกัดกันตลอดเวลา

            หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว เทียนฉินกับพริมาก็ขอตัวกลับบ้านไปก่อน ตอนนี้บทสนทนาที่ครึกครื้นก็เงียบกริบลง ทุกคนพอจะเข้าใจความรู้สึกของรัตติกร เปาโลไม่ชอบสถานการณ์อึดอัดแบบนี้ แถมยังรู้ว่ารัตติกรเพิ่งอกหักอย่างหนักด้วย จึงแย้มยิ้มอย่างมีเลศนัยน์

            เอ้า ยืนนิ่งกินทำไม ไปร้านเหล้าต่อ! ” เขากล่าวทำลายความเงียบ ไปไหมไอ้เซบเปาโลเอ่ยถามคนที่มักจะหาข้ออ้างกลับบ้านก่อนเพราะน้องสาวเสมอ แต่ยามนี้รุ่นพี่ที่เป็นที่เคารพรักของกลุ่มกำลังอกหัก ถ้าเซบาสเตียนไปเลือกน้องสาวตอนนี้ คงดูไม่ดีสักเท่าไหร่

            อืม ก็ดี ห่างหายมานาน

            งั้นวันนี้ก็ต้องจัดหนักๆ ใช่ปะพี่ไผ่!” คณินกล่าวพร้อมยักคิ้วให้รัตติกร เขาพอจะรับรู้แล้วว่าพวกน้องๆพยายามจะปลอบเขาอยู่สินะ

            งั้นวันนี้ฉันเลี้ยง

            ถ้าอย่างนั้นก็แจ๋วเลย ขอหนักๆนะพี่!” คณินกล่าว เนตรชนกเองก็รู้ผิดเล็กน้อยที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำให้รัตติกรอกหักในตอนนี้

            เดี๋ยวแบ่งมานั่งรถฉันก็ได้หญิงสาวกล่าว แค่รถของคณินคงไม่พอ อีกอย่างวันนี้ฉันขอผ่าน เดี๋ยวคอยเก็บศพให้ใบหน้าสวยหวานของเนตรชนกยกยิ้มขึ้นมา สรุปว่าเป็นอันตกลงกันว่าจะไปร้านเหล้าเพื่อปรับทุกข์ให้กับรัตติกร!


______________________________

ฮึบ มาแว้ววว ขอโทษที่ไรท์หายไปหลายวันเลยยย

มีงานเยอะมากๆ แต่ยังปั่นนิยายให้ทุกคนอยู่นะะ ><

รักนักอ่านนะะะ อ่านให้สนุกนะคะ ^---^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

4 ความคิดเห็น