คุณภรรยา อย่ามาอ้อนผม

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 9 : เจ้าของสวน Cactus’s Paradise

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    1 ก.ย. 62

บทที่ 9

เจ้าของสวน  Cactus’s Paradise

            Cactus’s Paradise

            วันนี้พริมาไม่มีเรียนบ่าย ประจวบเหมาะกับรัตติกรชวนหญิงสาวไปร้านสวนแคคตัสที่ชื่อ Cactus’s Paradise  โดยมีรัตติกรเป็นเจ้าของสวน หญิงสาวยินดีไปอย่างยิ่ง เพราะที่สวนแคคตัสของรัตติกรกว้างขวางค่อนข้างมาก ทั้งยังมีสไตร์การจัดสวนที่สวยงามและหลากหลาย เป็นสวนของทะเลทรายที่เธอชื่นชอบและมีสวนแปลกตามากมายให้เดินชมอย่างระรานตา  ภายในสวนก็มีร้านอาหารที่รสชาติอาหารเป็นไทยและค่อนข้างถูกปากหญิงสาว

            ตั้งแต่ป้ายหน้าสวน Cactus’s Paradise  ลามไปจนถึงทางเดินและจุดชมวิวต่าง ๆ ทุกอย่างมันช่างดูน่าดึงดูดไปหมดทุกอย่าง  ทั้งที่รัตติกรพึ่งเปิดสวนแห่งนี้มาได้เพียงแค่สองปี แต่สวนนี้ก็กลายเป็นสถานที่ถ่ายรูปยอดนิยมในใจกลางเมืองไปเสียแล้ว

            แม้สวนทะเลทรายจะดูขัดกับบรรยากาศในร้านอาหาร แต่เพราะบรรยากาศในร้านมีความผ่อนคลายและภายในร้านปกคลุมไปด้วยต้นไม้หลากหลายชนิดทำให้สวนทะเลทรายเป็นแค่ทิวทัศน์ที่ไว้ชมเท่านั้น แต่ก็ต้องพูดได้ว่ามันดูกลมกลืนกันและถูกใจหญิงสาวมาก ๆเลยทีเดียว

            ถ้ามีโอกาสเธอก็จะมาที่นี่บ่อยครั้ง และครั้งนี้เธอก็ดึงเอาเนตรชนกเพื่อนตัวดีมาด้วย เพราะตั้งใจจะให้เธอมาเป็นสารถีในการขับรถ แอบเสียดายเล็กน้อยที่ยัยจอมขวัญชิ่งหนีไปเสียก่อน

            แม้เนตรชนกจะทำท่าทางกลืนไม่เข้าคลายไม่ออกตลอดเวลาเลยก็ตาม       

            แกขอเทียนฉินมารึยัง

            ยังพริมาทำหน้าฉงน ทำไมต้องบอกอะ ฉันบอกแม่แล้วว่าจะกลับช้าหน่อย

            ยัยโง่ ยัยโง่ ยัยโง่!! เนตรชนกก่นในใจเกือบเป็นล้านครั้ง ยัยพริมาเพื่อนของเธอไม่รู้จริง ๆหรือว่าพี่รหัสของมันชอบตัวเองอะ! แล้วยังจะเทียนฉินที่เป็นคู่หมั้นอีก

            มีแต่คนเขาบริหารตารางไม่ให้รถไฟชนกัน แต่ยัยพริมากลับจัดการให้รถไฟมาชนกันเองซะได้

            ไม่คิดว่าเทียนฉินจะโกรธหรืออะไรบ้างรึไงยะ!”

            ก็ไม่เห็นมีอะไรน่าโกรธเลยนี่

            เธอไม่เข้าใจเนตรชนก เรื่องแค่นี้เทียนฉินจะโกรธเธอไปทำไมกัน ถึงแม้ว่าปกติเทียนฉินจะส่งสายตาดุๆมาให้เป็นประจำอยู่แล้วก็เถอะ แต่คนอย่างเทียนฉินก็ไม่ได้โกรธอะไรส่งเดชเสียหน่อย ถึงเขาจะโกรธขึ้นมาจริง ๆมันก็คงไม่แย่ไปมากกว่าการส่งสายตาดุๆมาให้เธอหรอก

            แล้วเธอก็แค่มาเที่ยวสวนแคคตัส แต่เทียนฉินดันติดเรียน ความจริงถ้าเทียนฉินไม่ติดเรียนก็ว่าจะพามาเดินเล่นที่นี่อยู่หรอก เพราะที่นี่บรรยากาศดีมากจริงๆ

            แกนี่มัน!”

            คุณพราวกับคุณเนตรใช่ไหมคะพนักงานต้อนรับหน้าสวน Cactus’s Paradise ยิ้มแย้มให้กับหญิงสาว พริมาพยักหน้าเล็กน้อย คุณไผ่บอกว่าถ้าคุณพราวกับคุณเนตรมา เชิญไปรอที่ห้องทำงานของคุณไผ่ก่อนได้เลยค่ะ ตอนนี้ท่านติดธุระ จะรีบกลับมาค่ะ

            พริมายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ฉันขอเข้าไปเดินเล่นในสวนก่อนได้ไหมคะ

            คุณไผ่บอกไว้แล้วค่ะ ว่าถ้าคุณพริมาอยากเดินเล่นหรือทำอะไรก็ทำได้เลยค่ะพนักงานบริการสาวพูดอย่างยิ้มแย้ม

            มีเพียงเนตรชนกที่อยากจะร้องไห้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนหญิงสาวคงดีใจเป็นปลากระดี่ได้น้ำแทนเพื่อนของตนที่พี่ไผ่มาจีบยัยพราว เพราะเนตรชนกเชียร์ชายหนุ่มสุดตัว แต่หลังจากรู้ว่าเพื่อนของตนมีคู่หมั้นคู่หมายตั้งแต่เกิดแล้ว เธอก็อยากจะร้องไห้แทนรัตติกรจริง ๆ

            เนตรขอโทษจริงๆค่ะพี่ไผ่ ที่ยัยพราวความรู้สึกช้า แล้วเนตรต้องขอโทษด้วยที่วันนี้อาจทำให้พี่ไผ่อกหักแน่ๆ ฮือ หญิงสาวร้องไห้โฮในใจ

            ยิ่งรัตติกรทำแบบนี้ ให้พริมาเดินเล่นในสวนได้แบบนี้ พนักงานทุกคนต้อนรับไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ตาม มันคล้ายกับพริมากลายเป็นเจ้าของของที่นี่ไปด้วยเลย...

            มองในแง่ดีคือรัตติกรต้อนรับแขกค่อนข้างดี...เกินไป มองในแง่ร้ายคือรัตติกรต้องการให้พริมามีอำนาจเกือบเท่าเขานั่นเอง

            นี่เนตร แกมีปัญหาอะไรรึเปล่าพริมาขมวดคิ้วถาม ฉันเห็นแกทำหน้าเครียดมาตั้งนานแล้วนะ

            เหนื่อยใจที่มีเพื่อนอย่างแกไง!

            ฉันว่าแกควรพาเทียนฉินมา

            อย่างน้อยก็ทำในสิ่งที่ถูกต้องจะดีกว่า  ให้รัตติกรรู้ไปเลยว่าพริมามีคู่หมั้นแล้ว ถึงจะเจ็บไปบ้างแต่สักวันก็ต้องหายเจ็บได้แน่นอน

            ปกติพริมามักเห็นเนตรชนกเชียร์เธอกับพี่ไผ่อยู่เสมอ แม้ว่าเราสองคนจะเป็นแค่พี่รหัสกับน้องรหัส แต่วันนี้ดูเนตรชนกจะแปลกไป พอได้ยินเพื่อนของตนกล่าวมาว่าอยากให้เทียนฉินมาก็ถึงกับร้องอ๋อขึ้นมาทันที

            ที่แท้ก็อยากเจอเทียนฉินนี่เองสินะ เพราะยัยนี่มันบ้าผู้ชายหล่อ

            ไว้คราวหน้า ตอนนี้เทียนฉินติดเรียน

            ถึงจะมาก็คงไม่ทันแล้วเพราะสวน Cactus’s Paradise นี่ค่อนข้างห่างจากมหาลัย ใช้เวลาเดินทางมาที่นี่ก็เกือบสองชั่วโมงได้ ไหนจะบวกเวลาตอนรถติดหลังพนักงานเลิกงานอีก ถ้าเทียนฉินมาที่นี่หลังจากเลิกเรียนแล้ว ร้านแคคตัสของรัตติกรก็คงปิดไปเรียบร้อยแล้ว

 

           

วันนี้มังกรเข้าไปที่บริษัทเพื่อไปศึกษางานธุรกิจต่อจากผู้เป็นพ่อ แต่อารมณ์ของชายหนุ่มขมุกขมัวเหลือทนจนผู้เป็นพ่อต้องเอ็ดเขาอยู่หลายทีว่าให้ทำหน้าให้มันดี ๆหน่อย

            ในการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทศิริยวงศ์ที่ผลิตผ้าไหมคุณภาพดีออกมา มีดีไซน์เนอร์ที่คอยออกแบบลายผ้าและเสื้อผ้าเจ๋งๆอยู่มาก ซึ่งหนึ่งในฝีมือการดีไซค์ก็มาจากน้องสาวตัวดีของเขาด้วยเช่นกัน

            พริมาออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้าที่ใส่ได้เกือบทุกฤดู ขายได้ตลอดทั้งซัมเมอร์ให้กับบริษัทศิริยวงศ์ มีบ้างที่เธอก็ออกแบบลายเสื้อต่าง ๆให้แบรนด์ของจางลี่ เพียงแต่บริษัทของจางลี่รายได้หลักไม่ได้อยู่แค่ที่แบรนด์เสื้อผ้าแต่ยังมีหลายๆอย่างประกอบกัน

            หากเทียบกับบริษัทจางลี่กับบริษัทสองหงส์ บริษัทของจางลี่ก็ค่อนข้างใหญ่ก็กว่าบริษัทของตระกูลศิริยวงศ์อยู่ แต่ถึงอย่างไรก็จะจับรวมกันเป็นทองแผ่นเดียวอยู่แล้ว

            แม้แต่ตอนนี้มังกรยังคงมองแบบภาพเสื้อผ้าและรองเท้า กระเป๋าที่ไว้ใช้ช่วงซัมเมอร์บนโปรเจคเตอร์ที่น้องสาวเขาเป็นคนออกแบบโดยปกปิดตัวตน ทางคณะกรรมเป็นคนคัดเลือกแบบเสื้อผ้านั้นขึ้นไปฉายบนโปรเจคเตอร์ของบริษัทเอง

            มังกรแทบไม่อยากเชื่อว่ายัยน้องสาวที่วันๆเอาแต่เล่นจับกบตอนเด็ก ปีนต้นไม้จับปลา โตมาก็เอาแต่นั่งจ้องสวน ดูแลสวนขวดที่มากจนเป็นสุสานอยู่ไปวันๆ

            แต่ผลการสอบของคณะบริหารกลับอยู่ในระดับท็อปเป็นหน้าเป็นตาให้พ่อแม่ ทั้งที่ไม่ได้เรียนเรื่องการออกแบบใด ๆเลยแต่กลับออกแบบเสื้อผ้าออกมาหลายรุ่นแล้วให้กับบริษัทสองหงส์

            ข้ามหน้าข้ามตาคนเป็นพี่อย่างเขาไปมากจนชายหนุ่มอดหมั่นไส้ไม่ได้เลย

            แบบเซ็ตนี้ ผมคิดว่าเหมาะกับเป็นเซ็ตซัมเมอร์ที่สุดแล้วครับ  การออกแบบของคนนี้ก็ค่อนข้างมีชื่อเสียงและเราก็นำแบบของเธอมาใช้กับแบรนด์ของเราหลายครั้งแล้ว มีใครคิดเห็นอะไรไหมครับพนักงานบริษัทกล่าวขึ้นมาขึ้นที่ประชุม เจียงอินยกยิ้มอย่างหน้าชื่นตาบานยามมองผลงานของลูกสาวตนบนจอโปรเจคเตอร์

            ทั้งลายเส้น การวาดรูปที่ละเอียด เสื้อสายเดี่ยวแบบเดรสกระโปรงปักลายของฤดูใบไม้ผลิของดอกแปะก๊วยสีเหลืองหม่น กลับดูแปลกตาและลงตัวกับรองเท้าสีเหลืองลายแปะก๊วยมาก ส่วนแบบภาพของผู้ชายก็ดูเข้าคู่กันอย่างดี

            หากตัดเย็บชุดออกมาได้แบบนั้น ก็ดูเหมาะสมที่สุดกับชุดฤดูร้อนที่สุด

            ทว่าหยางอินที่มีใบหน้าอ่อนโยนอยู่เสมอ เขาเป็นประธานบริษัทจางลี่ที่พ่อของมังกรเป็นคนเอ่ยชวนให้ชายหนุ่มเข้ามานั่งในห้องประชุมของบริษัทสองหงส์ด้วยตัวเอง! หยางอินยกมือขึ้นมาในนที่ประชุม

            นี่มันกล้าขัดไอเดียอันสวยงามของยัยพราวเลยหรอ!

            เชิญประธานลี่ครับ

            มังกรยกตัวมาจากเก้าอี้ที่ประชุมเล็กน้อย เจียงอินเห็นท่าทีลูกชายก็พอเดาได้ว่ามังกรเตรียมจะแย้งหยางอิน แต่ไหนแต่ไรมาลูกชายของเขาก็ไม่ชอบหยางอินอยู่แล้ว

            ยิ่งโดนแย้งความคิดของตนเอง ลูกชายเขายิ่งไม่ยอม

            ด้วยรู้จักนิสัยลูกชายของตัวเองจึงกล่าวเสียงราบเรียบให้ลูกชายเขาได้ยินเพียงคนเดียว

            อยู่เฉยๆ มังกร

            มังกรยอมนั่งเงียบๆอย่างขัดใจเล็กน้อย เพราะเห็นว่าที่นี่เป็นที่ประชุมเขาถึงยอม แต่หากหยางอินพูดอะไรผิดหูขึ้นมาล่ะก็ เขาเอาตายแน่!

 

            ผมคิดว่าแบบเสื้อซัมเมอร์เซ็ตนี้สวย เข้ากับฤดูร้อนและถูกใจผมมากเขากล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพอ่อนโยน ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยประดับใบหน้าหล่อเหลาที่ทำให้ใครหลายๆคนในที่ประชุมมองเขาค้าง

            มังกรแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ดีที่ยังพูดจาถูกใจเขา

            ทุกคนคงจะรู้มาบ้างแล้วเรื่องที่ตระกูลลี่กับตระกูลศิริยวงศ์มีการหมั้นหมายกัน และธุรกิจคู่ของทั้งสองจะรวมกันในไม่ช้า

            มังกรเส้นกระตุก

            ใครบ้างไม่รู้เรื่องนี้ ยิ่งคนนอกอย่างหยางอินเข้ามานั่งประชุมรวมกับบุคลากรในบริษัท ทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าสองตระกูลนี้มีความสำคัญยังไงกัน แค่ยังไม่มีการประกาศอะไรที่เป็นทางการแค่นั้นเอง

            แต่เดี๋ยว...เรื่องคู่หมั้น ถ้าจำไม่ผิดยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้ รู้แค่ว่าตระกูลลี่มีคู่หมั้น แต่ไม่ได้ได้บอกว่าหมั้นกับตระกูลไหน

            ฮือฮา

            เสียงสนทนาดังทั่วห้องประชุม เรื่องพวกนี้เป็นข่าวใหม่จริง ๆ พนักงานที่นั่งอยู่ในนี้แค่รู้ว่าสองตระกูลนี้รักใครกลมเกลียวกัน แต่ไม่รู้ว่าจะมีการหมั้นหมายเกิดขึ้น

            สิ่งที่ทุกคนรู้คือตระกูลลี่มีทายาทสองคนคือ หยางอินและเทียนฉิน ส่วนบ้านศิริยวงศ์นั้นรู้แค่เพียงว่ามีลูกชายคนเดียวคือมังกร

            เนื่องด้วยพริมาไม่ชอบเข้ามาดูงานในบริษัทและไม่ชอบภถั้ออกงาน หญิงสาวไม่ชอบความวุ่นวายอะไรของระบบบริษัทมากนัก เธอจึงเสนอข้อต่อรองว่าจะออกแบบเสื้อผ้าไปให้ หากแบบเสื้อผ้าได้ถูกรับเลือก เธอจะไม่เข้าไปทำงานในบริษัท

            และเธอก็ทำมันได้จริง บุคคลภายนอกจึงคิดว่าตระกูลศิริยวงศ์มีทายาทเพียงคนเดียวคือมังกร และสิ่งที่ทุกคนคิดตอนนี้คือ

            บ้านตระกูลลี่จะแต่งงานกับเพศเดียวกันรึ!

            ขออนุญาตนะครับ ประธานลี่ ผมไม่เห็นว่าที่คุณพูดมันจะเกี่ยวข้องกับงานตรงไหนมังกรกล่าวเสียงราบเรียบน่าเกรงขามจงใจหักหน้าเขา

            ทว่าคนในที่ประชุมกลับมองตากันซ้ายขวา

            หรือว่าคุณมังกรจะอาย!

            หยางอินเพียงยกยิ้มขึ้นมาเท่านั้น ผมกำลังจะพูดต่อครับ 

            ...

            เป็นการเชือดเขานิ่มๆว่าไม่มีมารยาทสินะ

            ทางแบรนด์หวังสนใจซื้อไอเดียแฟชั่นเซ็ตนี้ครับ แต่ขอซื้อเฉพาะแบบของฝ่ายชาย ในวันที่เปิดตัวแบรนด์เสื้อเซ็ตนี้ ผมอยากให้จางลี่กับสองหงส์เปิดตัวพร้อมกันครับ

            ให้สองบริษัทเปิดตัวพร้อมกันหรือ! แบบนี้ก็จะกลายเป็นเซ็ตซัมเมอร์คู่รักรึเปล่านะ!

            ดิฉันว่าน่าสนใจมาก ๆเลยนะคะ ถ้ามีการวางโครงเรื่องพรีเซนเตอร์เป็นแนวรักด้วย น่าจะดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นได้มากเลยค่ะ

            พนักงานสาวฝ่ายมีเดียเสนอกล่าวพูดออกมา อยู่  ๆเธอก็มีไอเดียผุดขึ้นมาในสมองมากมาย ครั้นพอมองใบหน้าอันหล่อเหลาของหยางอินแล้ว กนกวรรณยิ่งมีไอเดียผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด

            นี่แหละ นี่แหละ! พระเอกโฆษณาพรีเซ็นเตอร์ของเธอ!

งั้นผมฝากคุณนกจัดการเรื่องพรีเซ็นเตอร์ด้วยนะครับ มีใครมีข้อเสนออะไรอีกไหมเจียงอินกล่าวขึ้นมาท่ามกลางที่ประชุม

มังกรหน้านิ่งแต่จิตใจเริ่มมืดครึ้ม เขามี!

            ถึงมันจะฟังดูดีและดึงดูดกลุ่มลูกค้าได้มาก แต่เขาก็ยังไม่รู้สึกพอใจอยู่ดีที่ต้องร่วมงานกับหยางอินอะไรนั่น!

            มีอะไรจะพูดไหมมังกรประธานบริษัทศิริยวงศ์เอ่ยถามลูกชายตน มังกรนิ่งเงียบอยากขัดแย้งใจแทบขาด

            เขาไม่อยากให้สองตระกูลนี้รักใครกันขนาดนี้

            ขอให้ไอเดียเซ็ตซัมเมอร์นี้เป็นแค่ของบริษัทศิริยวงศ์อย่างเดียวได้ไหม!?

            ผมคิดว่าน่าจะมีสร้างแบรนด์คู่ขึ้นมาใหม่ เป็นการบ่งบอกว่าแบรนด์หวังกับแบรนด์สองหงส์เปิดตัวด้วยกัน และปักสัญลักษณ์แบรนด์ ที่เสื้อคู่กันครับเขากล่าวเสียงราบเรียบแต่ในใจโวยวายแทบใจจะขาด เขาพูดตรงข้ามกับสิ่งที่คิดโดยสิ้นเชิง ผ้าไหมของบริษัทเรามีคุณภาพดีมากอยู่แล้ว แค่ออกแบบแบรนด์คู่ของสองตระกูล ทางจางลี่คงไม่มีปัญหาใช่ไหมครับ

            มังกรหันไปมองหยางอินที่ยังยิ้มอย่างสุภาพ ถ้าเทียบกับใบหน้าเมื่อหลายวันก่อนที่ไม่มีรอยยิ้มก็พอมองได้ขึ้นเยอะ!

            ไม่มีปัญหาครับ

            ถ้าไม่มีอะไรก็ จบการประชุมครับเจียงอินกล่าว  เมื่อการประชุมจบมังกรแทบจะเดินตัวปลิวออกจากห้องประชุมเพื่อระบายโทสะของตนที่กักเก็บมาหลายชั่วโมง

            แต่ทว่ากับโดนพนักงานสองสามคนยิ้มแบบแปลกๆเดินมาหาเขา

            เอ่อ...คุณมังกร ยินดีด้วยนะครับเรื่องแต่งงาน

            ชายหนุ่มขมวดคิ้ว พวกพนักงานพวกนี้จะมายินดีให้เขาทำไม ควรจะยินดีให้น้องสาวเขาสิ แต่เอาเถอะ ยัยพริมาไม่ได้อยู่ตรงนี้

            ขอบคุณครับ

            เมื่อได้คำตอบชัดเจน เหล่าพนักงานก้มหน้างุดๆเข้าหากัน มองสลับกันไปมา  สมัยนี้โลกมันเปิดกว้างจริง ๆที่ผู้ชายกับผู้ชายก็แต่งงานกันโดยเป็นที่ยอมรับเสียแล้ว

            มังกรเห็นพนักงานทำท่าทีแปลกๆแต่ก็ไม่ได้คิดจะคาดคั้นอะไรจึงเดินออกไป

 

            พริมาเดินดูสวนอย่างพออกพอใจ มีสวนขวดมากมายวางประดับเรียงรายกันจนระรานตา หญิงสาวชื่นชมอย่างเพลิดเพลิน แต่เนตรชนกไม่ได้ชื่นชมหรือพออกพอใจกับเพื่อนตนด้วยจึงขอตัวมานั่งในร้านอาหารก่อน

            พลันนัยน์ตาของเนตรชนกก็ประกายวาบคิดบางอย่างออกขึ้นมา ไหนๆก็มาแล้ว หักอกรัตติกรไปเสียทีเดียว เดี๋ยวเธอค่อยเลี้ยงปลอบรัตติกรก็แล้วกัน!

 

            พราว มานานรึยังเสียงทุ้มกล่าวขึ้นด้านหลังของหญิงสาวฟังดูอ่อนโยน พริมาหันไปมองตาเป็นประกาย ส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะชี้ขวดสีใสค่อนข้างใหญ่

            ขวดนี้เท่าไหร่คะ สวยมากเลย

            รัตติกรอกยิ้มอย่างอ่อนโยน ยกยิ้มตามหญิงสาวไปด้วย

            ถ้าพราวอยากได้ พี่ให้ฟรี

            ถ้าให้ฟรี พราวก็ไม่เอาเหมือนกันค่ะ

            รัตติกรแค่นหัวเราะเล็กน้อย เหลือบมองสวนขวดเหลือที่เกือบจะเป็นแลนด์มาร์กของร้านเขาเลย ราคาถ้าให้พูดก็คงเหยียบแสนด้วยของตกแต่งที่ไม่ธรรมดา ทั้งเปลือกหอยและไข่มุกในขวดโหลนั่นคือของจริง

            ประมาณพันนึงได้

            พริมาตาวาว เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ...คิดว่า...

            แต่ผมว่าราคาไม่น่าใช่แค่นั้นนะครับเสียงเอ่ยขัดบทสนทนาข้างหลังดังขึ้น พริมามองคณิณที่เดินมาในสวนก็อดประหลาดใจไม่ได้ เขาเรียนวิชาเดียวกับเทียนฉินไม่ใช่รึไง

            มาได้ยังไงเนี่ยหญิงสาวเอ่ยทักทาย

            คณินยิ้มแห้งในใจให้พริมา ที่จริงเขาไม่ได้อยากเดินทางมากินอาหารที่ไกลจากมหาลัยขนาดนี้เลยสักนิด แต่เพราะอยู่ ๆเทียนฉินก็หุนหันพลันแล่นวิ่งออกมาจากห้องเรียน ลากเขาออกมาด้วย ทำให้ไอ้พวกเซบาสเตียน นาวิณ เปาโลตามมาหมด รถเขาจึงกลายเป็นปลากระป๋องอัดแน่น เรียกได้ว่า โดดเรียนกันยกแก๊ง

            ก็นึกว่าเรื่องอะไร ที่ไหนได้ เรื่องคู่หมั้นนอกใจ!

            ใคร ๆ ก็รู้ว่าพี่ไผ่จีบพริมาอยู่ ก็คงมีแต่เจ้าตัวนั่นแหละที่ไม่รู้ หรือว่าอาจจะรู้แต่ไม่สนใจก็ไม่รู้เหมือนกัน

            อยู่ ๆก็คิดถึงพี่ขึ้นมาคณินกล่าวอย่างหยอกล้อ รัตติกรเป็นรุ่นพี่ที่เขาเคารพมากคนนึง ถึงไม่อยากให้ชายหนุ่มต้องเสียใจ แต่รัตติกรควรรับรู้เรื่องคู่หมั้นของพริมา

            พูดแบบนี้ จะมากินฟรีสินะ

            รู้ดีจริง ๆเขาหัวเราะน้อย ๆ หันไปพูดกับพริมา พวกเทียนฉินอยู่ในร้านนะ

            ที่จริงเทียนฉินจะเดินตามเขามา แต่คณินสั่งให้เพื่อนๆของเขาจับตัวมันไว้ก่อน เพราะจากที่เห็นดาเมจอารมณ์ของเทียนฉินตอนเจอรัตติกรครั้งแรกมันไม่ธรรมดาเลย

            เทียนฉินมาได้ยังไงพริมาถาม

            ก็ว่าจะพามาหาอะไรอร่อยๆกินน่ะที่จริงน่าจะมีคนส่งสาร์นมาให้มากกว่า เขาพูดตรงข้ามกับสิ่งที่ใจคิด พราวมากับใครล่ะ

            เนตรน่ะ

            นั่นแหละ คนส่งสาร์นชั้นดีเลย แต่คณินกลับรู้สึกว่ามันก็เป็นโอกาสที่ดี ที่รัตติกรจะได้รับรู้ความจริง อีกทั้งเทียนฉินยังชอบพริมาจริงๆด้วย...

            รัตติกรฟังบทสนทนาเงียบๆ แม้จะขมวดคิ้วกับคนที่ชื่อเทียนฉิน เพราะเขาคุ้นกับชื่อนี้เพราะพริมาเคยบอกเขาแล้วเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน แต่ชายหนุ่มก็เลือกที่จะเงียบและกล่าวเชิญน้อง ๆเข้าไปนั่งเลือกอาหารในร้าน ทว่าคณินกลับไล่ให้พริมาไปก่อนและขอคุยกับรัตติกรตามลำพัง

            พี่ไผ่ พี่รู้จักเทียนฉินไหม

            รัตติกรขมวดคิ้ว ทำไมเขาต้องรู้จักด้วย ไม่

            พี่ทำใจฟังดี ๆนะ

            ...

            เทียนฉินเป็นคู่หมั้นพราวเขากล่าวอย่างจริงจังผมไม่อยากให้พี่ถลำลึกไปมากกว่านี้

            ...เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว

            คนนี้เทียนฉิน เป็นเพื่อน...

            คู่หมั้น

            เหตุการณ์ในวันนั้นก็ชัดมากพอแล้ว เพียงแต่ว่าพริมาบอกกับเขาว่าเทียนฉินเป็นเพื่อน แสดงว่าพริมาอาจจะรู้สึกอะไรกับเขากับเขาก็ได้...

            หากไม่ได้ยินคำว่าคู่หมั้นออกมาจากปากของพริมา ยังไงเขาก็ไม่ยอมเลิกราเด็ดขาด  


__________________________________-

อ่านถึงตอนนี้แล้วเป็นยังไงกันบ้างเอ่ย T_T อยากบอกว่าเมื่อกี้คอมไรท์จะพังไม่รู้เป็นอะไร ฮือ

แล้วไม่ได้กดเซฟไว้สามตอนรวด เกือบแล้วจริงๆ T T

ฝากเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้ว้ยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #4 Irene_ll (@snookisvip) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 12:12

    สู้ๆน้าไรท์ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-06.png

    #4
    0
  2. #3 Emerald Vine (@nnajmee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 14:23
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะะ สู้ๆนะ นิยายสนุกมากกก
    #3
    1
    • #3-1 meayasira (@meayasira) (จากตอนที่ 11)
      1 กันยายน 2562 / 14:24
      ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ ><
      #3-1