上地学校 各牙世闲段四北钳迭乐王斤千r也日多毋如乐氏玩今㘭世昸必氏口加出低乊北千必卐火泜必旨线 ดักแด้ดิ้นแสงสุริยัน [จบแล้ว]

ตอนที่ 4 : นักอนุรักษ์อันดับหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 พ.ค. 62


วันที่8แห่งการรอคอยปะป๋าง้อลูกชายแสนดี

"หายไปไหน..."หนุ่มน้อยบ่นเสียงแผ่ว

พอรุ่งเช้า นกอ้วนที่เคยอยู่เคียงข้างกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย หนุ่มน้อยสะดุ้งตื่นขึ้นโดยไร้อาการงัวเงีย ลุกขึ้นยืนพร้อมกับกวาดสายตามองไปทั่ว ทว่ากลับไม่เจอเพนกินเลย เขามองหาหลายรอบ...ไม่มีเลย

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาเช้าตรู่ ชาวบ้านเริ่มออกจากบ้านมาทำธุระกันหนาตา ทุกบ้านเปิดประตูกว้าง มีร้านค้าต่างๆตั้งอยู่เต็มหมู่บ้าน มีชีวิตชีวากว่าเมื่อคืนมากเลยทีเดียว

"ชาบู! ชาบู! ชาบู! ชาบู! ชาบู! ชาบู! ชาบู! ชาบู!"เสียงตะโกนของผู้คนกลุ่มหนึ่งดังไปทั่วอย่างน่าตื่นตา

เสียงอันดังนั้นดังออกมาจากในร้าน...ที่ไม่ธรรมดา เพราะร้านมีพื้นที่กว้างขวาง ป้ายโฆษณาใหญ่โต ร้านคับคั่งไปด้วยนักเดินทางจากทั่วสารทิศ กลิ่นหอมของอาหารเลิศรสลอยโชยเชิญชวนให้ลูกค้าท้องร้อง สมกับเป็นร้านอาหารอันเลืองชื่อในใต้หล้า

      หนุ่มน้อยเดินเข้าตามเสียงปริศนานั้นไป

เขาเดินเข้าไปในร้าน ซึ่งมีมุมหนึ่งที่เตรียมไว้สำหรับโชว์ทำอาหาร มุมนั้นรายล้อมไปด้วยผู้คนที่ตะโกนคำว่า 'ชาบู' หนุ่มน้อยไม่เข้าใจนักว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

"วัตถุดิบของร้านนี้ช่างแปลกตา เหมือนเพนกินสหายข้านัก"หนุ่มน้อยบ่นพึมพำ

      มีนกอ้วนตัวหนึ่งถูกแขวนคอไว้เหนือโต๊ะครัว

'ช่วยด้วยโว้ยยยยยยย!'นกอ้วนส่งเสียงเข้ามาในหัวหนุ่มน้อยดังลั่น

"นี่เจ้าตกอยู่ในอันตรายงั้นหรือ"หนุ่มน้อยยังพึมพัมเสียงเบาเหมือนเดิม ทั้งที่รอบข้างยังตะโกนคำว่าชาบูอยู่

'ข้าไม่ได้ยิน สื่อสารทางจิตเซ่! เราเป็นผู้ทำพันธะสัญญาเลือดร่วมกันนะ!'นกอ้วนเตือนอย่างรีบร้อน

"แล้วจะทำอย่างไรดีเล่า"หนุ่มน้อยยังคงพึมพำ

'ข้าเห็นเจ้าเอาแต่ขยับปาก โอ๊ย ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ด้วยเนี่ยยยยย'ส่วนนกอ้วนบ่นจะเป็นจะตายอยู่นั่น

บัดนี้หนุ่มน้อยก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์แล้ว นกอ้วนตกอยู่ในเหตุการณ์เสี่ยงตาย กำลังกลายเป็นชาบูของคนพวกนี้ อย่างไรก็ตามท่านพ่อได้สอนไว้ว่า 'อย่าให้ใครมาเอาเปรียบเรา' ไม่มีใครควรเอานกอ้วนไปทำเป็นอาหาร เขาเป็นคนเจอคัมภีร์ เป็นคนสร้างนกอ้วน...ไม่ว่าจะใหญ่มาจากไหนก็ห้ามแย่งนกอ้วนไปจากเขา

"อีกไม่นานวารีศักดิ์สิทธิ์ที่ผุดขึ้นจากพสุธาในอาณาจักรสยามจะเดือดแล้ว เมื่อนั้นเราจะจุ่มสัตว์เทพลงไปในหม้อ ฮ่าๆๆๆ"พ่อครัวที่อยู่ในมุมทำอาหารโชว์กล่าวด้วยเสียงอันดัง

"ชาบู! ชาบู! ชาบู! ชาบู! ชาบู! ชาบู! ชาบู..."

ผัวะ

      หนุ่มน้อยเดินแทรกฝูงชนเข้าไปเตะไข่พ่อครัว (อีกแล้วเหรอ)

เสียงตะโกนของฝูงชนเงียบลงกะทันหัน ท่ามกลางความตกใจและไม่มีทางหนี หนุ่มน้อยกลับใช้กำลังแก้ปัญหาอย่างมุทะลุ โดยไม่สนใจเลยว่ามีคนมากมายจ้องมองอยู่ และยังไม่หยุดการกระทำอันองอาจ เขาปีนโต๊ะครัวขึ้นไปพร้อมหยิบมีดขึ้นมา เตรียมช่วยเหลือนกอ้วนออกมา

ผัวะ

"โอหัง! วันนี้คือวันตายของเจ้า"พ่อครัวรีบผลักหนุ่มน้อยลงโต๊ะครัวทันที

หนุ่มน้อยล้มลงพื้นอย่างน่าอนาถหลังห้าวไปแค่พักเดียว เพราะพ่อครัวผู้นี้เจ็บใจยิ่งที่โดนเตะไข่โดยไม่เกรงกลัว ต้องโต้กลับแม้เจ็บเจียนตายก็ตาม

ฝูงชนหลบหลีกหนุ่มน้อยและพ่อครัวเป็นวงกว้าง หนุ่มน้อยลุกขึ้นยืนหลังจากล้มแทบทันที มีดครัวที่คว้ามายังไม่หลุดมือ ซึ่งแสดงอออกถึงการไม่ยอมแพ้ ชายวัยกลางคนเองก็เดินออกมาจากมุมโชว์อาหารเพื่อมาประชันหน้ากับศัตรู

"โต๊ะครัวข้าเลอะไปหมดเพราะเจ้าขึ้นไปเหยียบ บังอาจนักนะ!"พ่อครัวโมโหจนหน้าบิดหน้าเบี้ยว มือทั้งสองจับอีโต้ไว้แน่น

'นั่นเจ้าทำอะไรลงไปน่ะ!? เคยไตร่ตรองอะไรบ้างไหมเนี่ยยยยยย'นกอ้วนร้องโหยหวนอย่างกับเสียสติ

"ข้ามาทวงสหายของข้าคืน!"หนุ่มน้อยตอบนกอ้วนและโต้พ่อครัวไปพร้อมกัน

"งั้นจงไปทวงคืนในนรกเสียเถอะ!"พ่อครัวโต้กลับอย่างเกรี้ยวกราด

เพียงสิ้นบทสนทนา ทั้งคู่ก็ฟาดฟันคมเครื่องครัวเข้าใส่กันอย่างรวดเร็ว ต่างคนต่างมีอุดมการณ์อันแรงกล้า ต่างต้องการนกอ้วนตัวนี้ด้วยกันทั้งคู่ ฉะนั้นการฟาดฟันครั้งนี้จึงทำลงไปอย่างไม่ลังเล

เพล้ง

      ทั้งอีโต้และมีดครัวแตกออกเป็นสองเสี่ยง

      เสียงแตกดังก้อง เกิดขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายปริศนา

เป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยืนคั่นกลางระหว่างพ่อครัวกับหนุ่มน้อย เขาสวมชุดผ้าสีเขียว ใบหน้าเกลี้ยงเกลา รอยยิ้มแสดงออกถึงความมั่นใจ ไว้ผมทรงหางม้ายาวถึงกลางหลัง

"หยุดก่อนทั้งสองคน"ชายหนุ่มกล่าวเสียงเรียบท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน

เขาพึ่งจะใช้ตีนเปล่า(?)หักคมเครื่องครัวไปหยกๆ เตะอาวุธของทั้งสองที่กำลังห่ำหั่นกัน ซึ่งมีเพียงยอดฝีมือเท่านั้นที่ทำได้ และบุคคลนั้นได้มาอยู่ตรงหน้าแล้ว

"ไร้มารยาทสิ้นดี มายุ่งทำไม"คำกล่าวนี้บ่งบอกถึงความเกรี้ยวกราดเป็นอย่างดี

      แน่นอนว่าบทพูดตัวร้ายแบบนี้ หนุ่มน้อยต้องเป็นคนพูด ไม่ใช่คนทำอาชีพสุจริตอย่างพ่อครัว

"เอ๊ะ? คนคนนี้..."

"เหมือนข้าเคยเห็นที่ไหนมาก่อน"

"รวดเร็วดุจอสุนีบาต แข็งแรงดั่งยักษา หล่อเหลาราวเทพเจ้า ทั้งยังรักคุณธรรมยิ่งกว่าพระเอกในละคร"

"มีผลงานปราบชาวเอสกิโมทั้งเผ่าที่ล่าแมวน้ำไปกินด้วยตัวคนเดียว!"

"เหลาหู่ นักอนุรักษ์ธรรมชาติอันดับหนึ่งในใต้หล้า!"

ฝูงชนต่างตกตะลึงกับการปรากฏตัวของชายหนุ่ม ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแผ่นดิน แต่กลับมาปรากฏตัวเพื่อหยุดการทะเลาะวิวาทเล็กๆนี้...หลายคนต่างสงสัยถึงเหตุผลดังกล่าว

โดยเฉพาะหนุ่มน้อยที่โกรธจนตัวสั่น แม้มีดจะถูกทำลายลงก็ยังไม่หยุดความพยายาม เขาตั้งท่าพร้อมจู่โจมด้วยมือเปล่า มองข้ามพ่อครัวไปอย่างสิ้นเชิง

"อย่าโมโหไปเลยเจ้าหนู ข้าไม่ได้มาหยุดเจ้า กลับกัน ข้าชอบความทะเยอทะยานของเจ้ามาก"เหลาหู่กล่าวอย่างใจเย็น

สิ่งที่เขาพูดคือความจริง ชายหนุ่มไม่ได้มาหยุดหนุ่มน้อย ทว่ามาเพื่อหยุดพ่อครัวผู้นี้ และอะไรคือเหตุจูงใจสำคัญ? ต้องรอดูในเว้นวรรคต่อไป

"สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ตัวนี้ต่างเป็นสหายรักกับมนุษย์มาอย่างยาวนาน แต่ทว่าพ่อครัวคนนี้กลับนำมันมาทำเป็นชาบูอย่างเลือดเย็น พวกท่านเห็นดีกับการกระทำอันโหดร้ายนี้หรือ?"เหลาหู่ถามฝูงชนรอบตัว

ทุกคนต่างเงียบไปพักใหญ่ บางส่วนหันไปพูดคุยกันถึงการกระทำอันองอาจของพ่อครัว ผู้นำสัตว์ใกล้สูญพันธุ์มาทำเป็นชาบู หลอกชาวบ้านว่าแท้จริงคือสัตว์เทพ...หากเป็นเรื่องจริงคงน่าเศร้าใจไม่น้อย

"ข้าเห็นด้วย"

"จริงด้วย แบบนี้มันน่าสงสารเกินไป"

"ข้าไม่น่ามาที่นี่เลย"

"โหดร้ายเกินไปแล้ว

"ถ้าน่าเห็นใจนัก ทำไมเจ้าไม่เอานกอ้วนมาให้ข้าเล่า"

      แน่นอนว่าบทพูดเห็นแก่ตัวเช่นนี้ หนุ่มน้อยต้องเป็นคนพูดอีกเช่นเคย

"เฮ้ๆ นี่เป็นของของข้า พวกเจ้าไม่มีสิทธิ์นำมันไป"พ่อครัวเตือนด้วยเสียงดุดัน

หนุ่มน้อยหันไปมองพ่อครัวด้วยความโกรธเคือง นกอ้วนตัวนี้เป็นของเขา แล้วพ่อครัวเป็นใคร ทำไมถึงมาอ้างสิทธิ์ว่าตัวเองเป็นเจ้าของได้

"แต่..."พ่อครัวพูดต่อ
"พวกเจ้าต้องไปเอาของบางอย่างให้ข้า ถึงจะได้สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ตัวนี้คืน"

อย่างไรก็ตาม ลูกค้าที่จะมากินชาบูก็หายไปจนเกือบหมดแล้ว กำไรคงไม่ดีเท่าที่คิด แต่หากให้นกอ้วนแก่พวกนี้เพื่อแลกกับบางอย่างที่สำคัญกว่า อย่างไรก็คุ้มค่ากว่าอยู่แล้ว

"สิ่งนั้นคือไข่นกแก้วป่าไผ่ พวกเจ้าจะยอมรับหรือไม่!"พ่อครัวถามด้วยเสียงอันดัง แสดงท่าทีว่าเหนือกว่า

"เรื่องแบบนั้น ใครมันจะ..."เหลาหู่รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายดี เขาไม่ยอมรับมันแน่ ทว่า...

"ข้ายอมรับ"

      หนุ่มน้อยพูดเอง พูดอย่างจริงจังเสียด้วย

"เอ๋?"เหลาหู่ถึงกับอุทานอย่างฉงน

"เพื่อสหายของข้า เรื่องแค่นี้ข้ายอมทำได้"หนุ่มน้อยว่าด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

พ่อครัวยิ้มกริ่ม ไม่ฟังคำเหลาหู่อีกต่อไป เขาหันหลังเดินกลับไป เวลาต่อจากนี้ก็รอหนุ่มน้อยนำไข่นกแก้วป่าไผ่มาให้ ไม่ต้องทำอะไรก็มีกำไรวิ่งเข้ามาหาแล้ว

"แล้วข้าจะรอของขวัญจากเจ้า"พ่อครัวกล่าวทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้น

เหลาหู่ไม่อยากกล่าวว่าหนุ่มน้อยโง่เง่า ทว่าเป็นตัวหนุ่มน้อยเองที่เสียเปรียบ ไม่ควรโดนหลอกใช้เลยด้วยซ้ำ แต่ที่ทำลงไป...เพียงเพราะสหายเท่านั้นเองหรือ ทั้งที่มีทางเลือกอันง่ายดายกว่านี้แท้ๆ กลับยอมรับเงื่อนไขอย่างไม่ลังเลเลยงั้นหรือ

"ฮ่าๆๆๆๆๆ ช่างน่าสนใจเสียจริง แม้จะโดนเอาเปรียบก็ยังยอมทำเพื่อสหายอย่างนั้นหรือ ก็ได้ ข้ายอมรับเงื่อนไขนั้นด้วย"เหลาหู่ตะโกนเสียงดังราวคนเสียสติ แทนที่จะเจรจาเพื่อขอนกอ้วนคืนสู่ธรรมชาติเร็วไว กลับไม่ทำเสียแล้ว

เหลาหู่และลูกค้าที่จะมากินชาบูหายไปจากร้านหมดแล้ว นกอ้วนยังถูกแขวนไว้ที่เดิม เพราะพ่อครัวมั่นใจว่าจะไม่มีใครขโมยมันไป แต่หนุ่มน้อยยังยืนอยู่หน้ามุมโชว์ทำอาหาร

'นี่เจ้าคิดจะทำตามที่พ่อครัวบอกจริงๆหรือ'นกอ้วนส่งเสียงมาถามในหัวของหนุ่มน้อย

"แน่นอน ข้า..."หนุ่มน้อยกำลังพูดโดยไม่รู้ว่ามีคนอื่นฟังอยู่

'สื่อสารทางจิต! เจ้า...เจ้า...ข้าผิดเองที่ไม่ได้สอนเรื่องนี้ แต่สิ่งที่เจ้าต้องทำคือ ปรารถนาจะสื่อสารกับข้าอย่างแรงกล้า คิดถึงสิ่งที่อยากพูดกับข้า แล้วข้อความนั้นจะส่งมาถึงข้าเอง เจ้าลองทำดูนะ'นกอ้วนแนะนำอย่างใจเย็นแม้อยากโวยวายใจจะขาด

      หนุ่มน้อยเก็บเรื่องนี้ไปคิด พร้อมกับเดินออกไปจากร้าน

กลางดึกในหมู่บ้านแห่งนี้ช่างเงียบสงัด แสงจันทร์สลัวสอดส่องลงมาตลอดคืน หมู่เมฆสีดำเคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า ไร้ผู้คนเดินเตร็ดเตร่ องค์ประกอบเหล่านี้บ่งบอกถึงความสงบของหมู่บ้านได้เป็นอย่างนี้

ส่วนหนุ่มน้อยก็ยังนอนอยู่หน้าบ้านร้าง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับร้านอาหารที่บังอาจขโมยนกอ้วนไป เขานอนพลางจ้องมองประตูร้านที่ปิดสนิท

'เจ้ายังอยู่ดีไหมเนี่ย'นกอ้วนคุยกับอีกฝ่ายทางจิตอีกครั้ง

'หิว...'หนุ่มน้อยตอบกลับไปทางจิต

      หนุ่มน้อยทำได้แล้ว โดยบอกไปแค่ว่า 'หิว' เท่านั้น

แล้วทำได้อย่างไรน่ะหรือ แน่นอนว่าเขาต้องพยายามเป็นอย่างมาก ซึ่งคนเขียนไม่อยากมานั่งเล่าเรื่องว่าหนุ่มน้อยคนนี้พยายามอย่างไรบ้างหรอก เพราะมันยาวและน่าเบื่อมาก ฉะนั้นเรามาสนใจเรื่องในปัจจุบันกันดีกว่า

'เจ้าทำได้แล้วหรือเนี่ย น่าทึ่งมากสำหรับเด็กตัวกระเปี๊ยก'นกอ้วนชม

'ถ้ามาพูดจากวนประสาทแบบนี้ตอนข้าหิวอีก ข้าจะไม่ช่วยเจ้าแล้ว'หนุ่มน้อยตอบกลับไปอย่างขุ่นเคือง

'แล้วสภาพเช่นนี้จะไปเอาไข่นกแก้วดงไผ่มาได้อย่างไรเล่าแค่เงินติดตัวก็ยังไม่มี'นกอ้วนดุอย่างเอือมระอา

'ใครมันจะบ้าเอาไข่นกแก้วดงไผ่ไปให้เจ้าพ่อครัวหัวขโมยเล่า'หนุ่มน้อยว่าด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวเมื่อนึกถึงคนที่เกลียดขี้หน้า

'ฮะ?'

      นกอ้วนสงสัย เพราะหนุ่มน้อยยอมรับเงื่อนไขไปแล้ว

'ข้าจะไปช่วยเจ้าออกไป เงื่อนไขช่างมันประไร ในเมื่อมันขโมยของของข้า ข้าก็ขโมยของของมันคืนบ้าง'

(จบ)

ติได้ ด่าได้ สับได้ ฟลัดเมนต์ก็ยังได้

เปิดทางขนาดนี้แล้ว เอาเลยสิคะ พูดมาเลยว่า "มันไม่ตลกเลยสักนิดโว้ยยยยยยย!"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #10 DarkFerret (@aoohapyn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 / 16:30

    กล่าวว่าหนุ่มหน่อยโง่เง่า ==> กล่าวว่าหนุ่มน้อยโง่เง่า


    เดี๋ยวนะ เรื่องนี้เกิดในอาณาจักรสยาม หรือเอาน้ำจากสยามมาต้ม ถถถ

    รอจ้าาา

    #10
    1
    • #10-1 meawnon11 (@meawnon11) (จากตอนที่ 4)
      4 พฤษภาคม 2562 / 17:35
      รอ(ตัวเองเขียนเสร็จ)เหมือนกันจ้า
      #10-1