คัดลอกลิงก์เเล้ว

เทพผู้มิเหลียวแลคำภาวนาของมนุษย์

โดย meawnon11

เมื่อโทษทัณฑ์จากพระผู้เป็นเจ้าทำลายเขาอย่างไร้เหตุผล จึงไม่มีเหตุผลที่จะยืนอยู่ข้างแสงสว่างอีกแล้ว นี่คือเรื่องราวของเทพตกสวรรค์ที่วุ่นวายจนคาดเดาไม่ได้

ยอดวิวรวม

14

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


14

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 มิ.ย. 62 / 15:28 น.
นิยาย ෾ŤǹҢͧ เทพผู้มิเหลียวแลคำภาวนาของมนุษย์ | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เทพตกสวรรค์ในเรื่องนี้ไม่ได้ชื่อลูซิเฟอร์

ก็คนใช้จนชื่อมันเฉยแล้วอะ ช่วยไม่ได้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 มิ.ย. 62 / 15:28



     กลิ่นเลือดและความรุนแรงลอยฟุ้งไปทั่วหุบเขา สงครามเริ่มต้นที่นั่นเจ็ดวันเจ็ดคืน เสียงร้องระงมอยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดสาย ทุกคนที่มาเยือนต่างไม่มีโอกาสหวนกลับ วิญญาณผู้ถูกสังเวยแก่ความชั่วร้ายคงกำลังสาปแช่งเขาจนแผ่นดินร้อนระอุเลยทีเดียว


     เพียงหนึ่งก้าวเดินก็สังหารได้หนึ่งศพ คนอ่อนแอต่างรุมล้อมเข้ามาราวกับแมลง เขาแทบไม่ต้องขยับไปไหนก็คร่าฟันส่งมนุษย์ผู้น่าสงสารลงนรกได้ โลกมนุษย์เปรียบดั่งสนามเด็กเล่นของผู้อยู่ในมิติที่สูงกว่า ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกมันอ่อนแอถึงเพียงนี้!


     ตะวันโผล่ขึ้นเหนือแผ่นดินก่อให้เกิดแสงสีส้มอ่อนๆ ไม่ร้อนไม่เย็น นับเป็นเช้าวันที่แปดอันสดใสยิ่งสำหรับเขาผู้นี้ ซาฮูเร เทพตกสววรค์ที่เกิดจากโทษทัณฑ์ของพระผู้เป็นเจ้า!


     ทำตามคำสั่งมาโดยตลอด รักและเคารพเสมอมา ไม่เคยแม้แต่เคลือบแคลงในตัวพระผู้เป็นเจ้า แต่ไฉนถึงได้ส่งเขาลงมาที่โลกมนุษย์และยึดครองพลังเทพกลับคืน เพราะเหตุใดกันแน่ มีเพียงพระผู้เป็นเจ้าที่รู้


     ทว่าปีศาจจากนรกก็รู้ดีเหลือเกิน มันมอบพลังอำนาจใหม่ให้เขา โดยแลกกับการล้างโลกด้วยเลือด สังหารมนุษย์ที่พระผู้เป็นเจ้ารักให้หมดสิ้น ทั้งยังบอกทิ้งท้ายอีกว่า ‘จงล้างแค้นให้สาสมใจ’


     เพราะเหตุนั้นเขาจึงฆ่ามนุษย์โดยไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะเด็ก อิสตรี หรือคนแก่ก็ไม่เว้น ด้วยฝีมือที่ไร้เทียมทาน จึงกลายเป็นบุคคลที่ทางประเทศต้องการตัวมากเป็นอันดับหนึ่ง อาจจะเป็นทั้งโลกที่ต้องการตัวและสาปแช่งก็เป็นได้


     ตอนนี้หุบเขาต่างแปดเปื้อนด้วยกองศพอันน่าขยะแขยง พวกผู้นำประเทศต่างส่งกองทัพมาจัดการเขามาตลอดเจ็ดวันเจ็ดคืน ทว่าสิ่งที่ได้กลับไปมีเพียงความว่างเปล่า พวกมันไม่สามารถสร้างได้แม้แต่รอยขีดข่วนบนร่างเขาเลยด้วยซ้ำ


     คงเพราะดาบยาวสีดำสนิทที่ไม่น่าแลมองของปีศาจ จึงทำให้เขาฟาดฟันและส่งวิญญาณของมนุษย์ลงนรกโดยไม่สนเงื่อนไขได้แม้จะเป็นคนดี อีกทั้งยังมีพลังอำนาจมากมายกักเก็บไว้อยู่มาก ด้วยพลังดังกล่าว แม้แต่เทพที่เคยเชื่อมั่นในแสงสว่างและความดีจึงเปลี่ยนนิสัยได้โดยง่าย


     "แก…"เจ้าของคำพูดกำลังกัดฟันพูดขณะอยู่ห่างศัตรูหลายสิบเมตร ความโมโหที่เคยมีอยู่แล้วกลับเพิ่มพูนมากกว่าเดิม


     แม้ว่าชายหนุ่มจะได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของเทพตกสวรรค์ด้วยตาตัวเองแล้วก็ตาม ทว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำลงไปนั้นยากจะให้อภัย เป็นเพราะมัน ลูกกับภรรยาถึงตายและหายไปพร้อมกับหมู่บ้าน เขารอดเพราะช่วงเช้าออกไปล่าสัตว์เพียงเท่านั้นเอง


     เพราะเหตุการณ์นั้น ชายหนุ่มจึงมาสมัครเป็นทหารอาสาเพื่อจัดการกับมัน แต่มันสังหารทหารฝีมือดีไปราวกับแมลงตัวจ้อย ลำพังนายพรานที่เคยล่าเพียงสัตว์เล็กๆ จะเอาอะไรไปประชันกับมันเล่า


     "แกคือคนสุดท้ายของวันนี้งั้นรึ ทำไมอยู่ห่างข้าซะไกลล่ะ ทำให้ข้าสนุกซะสิ ข้าคือเทพที่พวกเจ้าร้องขอความเมตตาอยู่เสมอไงเล่า! ฮ่าๆๆๆๆๆ"ปีศาจร้ายในคราบเทพเจ้าหัวเราะร่า


     ถึงอยู่ท่ามกลางศพกองพะเนิน ไม่มีรัศมีเปล่งประกายเหมือนกาลก่อน ทว่ารูปร่างหน้าตายังเหมือนกับตอนที่อยู่บนสวรรค์ไม่ผิดเพี้ยน ด้วยร่างกายสูงสง่า ใบหน้าเรียว นัย์ตาเป็นประกายสีทอง ผมบรอนด์ยาวถึงบ่า และยิ้มอยู่เสมอ จึงไม่แปลกที่ผู้คนยังเรียกว่าเทพตกสวรรค์แทนปีศาจร้าย


     "จงตายเสียเถอะ!"คำพูดยั่วยุของมันได้ผล ทหารอาสาหนุ่มวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับดาบในมือ


    "ฝันไปเถอะ! ข้าคือเทพเจ้า จะไม่มีวันทำตามคำขอของมนุษย์แสนต่ำต้อยเป็นอันขาด ฉะนั้นแล้ว…"เขาหยุดพูดไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะแกว่งดาบ


     เพียงพริบตา เสียงดาบที่แตกหักก็ดังก้องในใจของมนุษย์ ทหารอาสาหนุ่มมองดาบที่แตกกระจายในมือพร้อมกับพร่ำบอกในใจว่า 'ทำไม' แต่เหตุผลคือศัตรูตรงหน้าแข็งแกร่งเกินไป เขาฟาดฟันได้เร็วจนมนุษย์มองไม่ทันแม้แต่ปลายดาบ


     "คงเป็นข้าที่ต้องบอกเจ้าเองว่า จงตายเสียเถอะ"เมื่อพูดจบกระโยค เขาก็พร้อมจะสังหารมนุษย์คนสุดท้ายของเช้าวันที่แปด


     ความสิ้นหวังแผ่ออกไปทั่วอาณาบริเวณ ความชั่วร้ายอันดำมืดได้มายืนต่อหน้าโดยห่างไปเพียงไม่กี่คืบ ทหารอาสาหนุ่มประสบสิ่งเดียวกับที่ทุกคนเคยเจอ และเพราะสิ่งนั้นจึงทำให้เขาตัวแข็งทื่อ ไม่สามารถหลบหลีกหรือแม้แต่ขยับได้เลย


     "ฆ่าข้าเลย! ข้ากำลังไปหาลูกกับภรรยาในโลกหน้าแล้วสินะ!"ในความสิ้นหวัง ชายหนุ่มตอกย้ำตัวเองอย่างเจ็บปวด


     ชายหนุ่มข่มตาลงแน่น รอคอยความตายที่กำลังมาถึงโดยหัวใจแทบจะหยุดเต้น กลิ่นเลือดและความรุนแรงลอยเข้าจมูก บ่งบอกว่าอีกไม่นานเขาก็จะกลายเป็นหนึ่งในกองศพรอบกายเทพตกสวรรค์แล้ว


     ทว่าเวลาล่วงเลยมานานเกินไป


     ทหารอาสาหนุ่มแปลกใจ จึงลืมตาขึ้น


     สิ่งที่เห็นตรงหน้าคืออีกฝ่ายกำดาบไว้แน่น ทำทีคล้ายจะแทงเข้ามาทันที ปลายดาบนั้นจ่อไว้ที่คอเท่านั้น ทว่ากลับไม่ลงมือสังหารอย่างที่เคยทำเสียที รอบข้างเงียบสงบไปทันทีเมื่อไม่เกิดการขยับเขยื้อน ทั้งหมดนี้สร้างความสงสัยแก่เขาเป็นอย่างมาก


     "...ข...ข้าจะไม่ทำตามคำขอของมนุษย์แสนต่ำต้อยเป็นอันขาด"เขาหน้าแดงแจ๋เพราะความอับอายที่มิอาจตระบัดสัตย์ได้


'จงฆ่าข้าเสีย...'


     ชายหนุ่มพลันนึกถึงคำขอร้องในความสิ้นหวังของตัวเอง ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยังทิ้งความเป็นเทพไปไม่ได้ การตระบัดสัตย์ไม่ใช่สิ่งที่ควรกระทำ เพราะการต่อสู้ที่ไร้ศักดิ์ศรีก็ไร้ความหมาย แต่เพราะสิ่งที่สืบทอดต่อๆ กันมาเป็นพันปีกำลังถูกย้อนมาทำร้ายตัวเอง!


"แต่...ข้าไม่ฆ่าก็ได้ ข้าจะตัดแขนเจ้าซะ!"เขาคิดแผนหลีกเลี่ยงการตระบัดสัตย์สำเร็จในเวลาไม่นาน


อย่างไรก็ตามร่างกายมนุษย์ก็แสนเปราะบาง หากชายหนุ่มโดนตัดแขนละก็ เลือดก็จะหลั่งไหลไม่หยุด ที่นี่ไม่มีแพทย์หลงเหลืออยู่เลย เพียงรอเวลา มนุษย์ผู้นี้ก็จะตายเองไปตามธรรมชาติเพราะขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกาย มิใช่เทพที่ฆ่าโดยตระบัดสัตย์แต่อย่างใด ทว่าทหารอาสาหนุ่มเองก็ไม่รอให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น


"เข้ามาใกล้ข้าสิ! เอาดาบของเจ้ามาใกล้ข้าด้วยสิ ข้าอยากเห็นชัดๆ"ชายหนุ่มตะโกนก้องเพื่อทดลองหรือพยายามเอาชีวิตรอด


เชาหยุดชะงัก ทั้งใบหน้าแดงก่ำ


"ไม่...ไม่...ข้าจะไม่ๆๆๆๆๆ ทำตามคำขอของเจ้า!"


เขาพูดเช่นนั้นก่อนจะก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ โดยซ่อนดาบไว้ข้างหลังไม่ให้อีกฝ่ายมองเห็นชัดๆ ตามคำขอ เทพตกสววรค์จะไม่ยอมทำตามคำขอของมนุษย์โดยเด็ดขาดอย่างที่กล่าววาจาสัตย์เอาไว้ จึงได้แต่ก้าวถอยหลังไปเงียบๆ


"ไกลพอรึยัง!"เขาตะโกนถาม


"เข้ามาใกล้ข้าอีกสิ!"ทหารอาสาหนุ่มตอบกลับ


"ไม่! ข้าจะอยู่ห่างเจ้ามากกว่านี้อีก!"เขาปฏิเสธพร้อมเดินถอยหลังไปอีก


ทั้งคู่อยู่ห่างกันราวร้อยเมตร จึงต้องตะโกนคุยกัน ครั้งนี้เทพตกสวรรค์คงหาทางฆ่าชายหนุ่มทางอ้อมแม้จะอยู่ห่างไกลกันได้ ทหารอาสาหนุ่มจึงไม่รอช้าที่จะคิดเช่นกัน ทว่าเพราะพึ่งผ่านสถานการณ์เฉียดตายมา สมองจึงไม่แล่นเท่าที่คาดเอาไว้ เพราะเหตุนั้นถึงได้แต่ทางรอดแปลกประหลาด...


ชายหนุ่มอาจมีทางเลือกเดียวที่จะทำให้เขาสงบลงได้


"ข้าชอบที่เจ้าเป็นผู้ชาย! แต่ไม่อยากแต่งงานกับเจ้าหรอก!"


ฉัวะ


ไม่มีใครในประวัติศาสตร์ควรรู้ว่าเขาตัดอะไรไป แต่ชายหนุ่มยังปลอดภัยดี ซึ่งด้วยอำนาจของดาบและเจตจำนงค์ของเทพตกสววรค์ จากเทพผู้หล่อเหลาจึงกลายเป็นสาวห้าวไว้ผมบ๊อบสั้นสีบรอนด์ แน่นอนว่าที่ทำลงไปเพียงเพราะไม่อยากให้เป็นไปตามคำขอนั่น


สุดท้ายโลกก็สงบสุข ชายหนุ่มกับสาวน้อยแต่งงานกัน


"ข้าชอบให้ภรรยาใช้ความรุนแรง"ชายหนุ่มพูดต่อหน้าบาทหลวงในพิธีแต่งงาน


บางทีเขาอาจคิดว่าตัวเองคงแก่เกินกว่าจะเริ่มต้นใหม่กับผู้หญิงคนอื่น แต่มีเทพที่มิอาจตระบัดสัตย์มาอยู่ตรงหน้าทั้งที จึงได้เลือกทางรอดเช่นนี้ ชายหนุ่มจึงพิทักษ์สันติสุขและได้ภรรยาไปพร้อมกัน


"แง้!"ไม่มีใครรู้ว่าเธอร้องไห้เพราะความตื้นตันใจหรือเจ็บปวดกันแน่


อย่างน้อยซาฮูเรก็ไม่เคยทำตามคำขอของมนุษย์ผู้นี้สักครั้ง เธอรักษาคำพูดได้ดี


ไม่เหมือนผู้นำประเทศที่อยู่มาตั้ง5ปีแล้ว-----

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ meawnon11 จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น