คัดลอกลิงก์เเล้ว

TWIN?

โดย emien

คุณเคยได้ยินมั้ยครับว่า... ความลับไม่มีในโลก (:

ยอดวิวรวม

92

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


92

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 ต.ค. 61 / 15:23 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


TWIN?

HUNxHUN

 





ARE WE A TWIN? 

..




b
e
r
l
i
n
?

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 5 ต.ค. 61 / 15:23

บันทึกเป็น Favorite


TWIN?

SF - SEHUN x SEHUN

*เนื้อหาฟิคอาจมีความบาปเล็กน้อย* 




เคยได้ยินที่เค้าบอกว่า "ความลับไม่มีในโลก" มั้ยครับ 
 
แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากถูกคนที่คุณรักมีความลับกับคุณหรอกจริงมั้ย..  
 
ใช่.. ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ถึงแม้ไม่อยากโดนแต่สุดท้ายผมก็โดนจนได้  
 
แถมถูกหลอกโดยคนที่รักและไว้ใจมาตลอดด้วย..  



 
"เซฮุน.. ลูก.."  
 
ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะค่อยๆ หันไปหาคนที่ผมเรียกแม่มาตลอดตั้งแต่จำความได้ แต่วันนี้ผมมองมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั่นด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวดที่สุดในหัวใจเมื่ออยู่ๆ ผมก็บังเอิญเข้ามาเจอกับความจริงบางอย่าง
 
"นี่..มันอะไรกัน?"  
 
"เซฮุน.. ลูกใจเย็นๆก่อนนะ ฟังแม่พูดก่อน"  


ความจริงที่ว่า..  


"ผมถามว่ากระดาษแผ่นนี้มันคืออะไร!!!"  


 

ผมไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของคนที่ผมเรียกว่าแม่..  

____________________

หลายปีก่อนหน้านี้..  


 
"ดิฉันจะรับเลี้ยงเด็กคนนี้เองค่ะ" นั่นเป็นคำกล่าวจากหญิงคนหนึ่งที่จิตใจอ่อนโยนเกินว่าจะละเลยเด็กกำพร้าตาดำๆ ที่กำลังจ้องมองตาเธอพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใสอยู่ในอ้อมอกของเธอตอนนี้  


 
"คุณแน่ใจนะคะ" เจ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าถามย้ำกับหญิงสาวผู้อ่อนโยนตรงหน้าอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ  


 
"แน่ใจค่ะ" เธอตอบเสียงหนักแน่นพร้อมกับมองใบหน้าของเด็กน้อยในอ้อมแขนแล้วยิ้มด้วยความสุขเต็มหัวใจ เธอสัญญากับตัวเองในใจว่าไม่ว่ายังไงอนาคตหมอจะสามารถรักษาอาการมีลูกยากของเธอได้หรือไม่ ถึงแม้จะยังไง... เธอก็จะเลี้ยงเด็กคนนี้อย่างลูกในไส้ของตัวเอง  


 
"ฉันจะตั้งชื่อเค้าว่า โอเซฮุน"  


____________________


“จริงหรอคะคุณหมอ?”

“จริงครับ ยินดีกับคุณทั้งคู่ด้วยนะครับ”

“คุณค่ะ.. ฉันดีใจเหลือเกิน..”


     เด็กหนุ่มตัวน้อยจ้องมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนตรงหน้าอยู่ตรงประตูห้องตรวจด้วยใบหน้าเรียบเฉย ภาพคุณแม่โผกอดคุณพ่อพร้อมกับรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความสุขที่ได้รู้ว่าตัวเองกำลังมีตั้งท้องและคุณหมอที่ยืนยิ้มกว้างแสดงความยินดีอยู่ข้างๆ ไม่ได้ทำให้หัวใจอันห่อเหี่ยวของเซฮุนรู้สึกดีเลยแม้แต่น้อย


“อ้าว เซฮุน หนูดีใจมั้ยจ้ะ แม่น่ะ..กำลังจะมีน้องให้หนูแล้วนะ” คนเป็นแม่ที่เหลือบมาเห็นเค้ายืนอยู่ตรงประตูรีบวิ่งเข้ามาอุ้มเค้าขึ้นแล้วถามด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทว่ากลับไม่มีคำตอบใดๆ ออกมาจากใบหน้าไร้รอยยิ้มนี้เลยสักนิด

 

     ผมรู้ว่าแม่มีอาการมีบุตรยากมาตั้งแต่จำความได้ แต่ผมก็พยายามเป็นลูกคนเดียวที่จะทดแทนสิ่งเหล่านั้นให้ได้แต่ไม่ว่ายังไงมันก็เหมือนจะไม่เคยพอเพราะแม่ยังอยากจะมีลูกอีกคนอยู่ตลอดเวลา แม่กับพ่อพยายามหาทางรักษาทุกอย่างเท่าที่พวกเค้าจะทำได้ นั่นทำให้ผมไม่เข้าใจ.. ไม่เคยเข้าใจว่าทำไมมีลูกคนเดียวไม่ได้ มีผมคนเดียวมันยังไม่พออีกหรือไง ทำไมจะต้องอยากมีอีกคนให้มาแย่งความรักทั้งหมดไปจากผมด้วย

 

ผมไม่อยากมีน้อง ...

ไม่เคยต้องการ.. 


____________________



“เซฮุน..?” เจ้าของชื่อหันตามเสียงแผ่วเบาที่คุ้นหู มือใหญ่โยนบุหรี่ในมือทิ้งก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาเซโฮน้องชายฝาแฝดอีกคนของตัวเองที่ไม่รู้ว่าแอบเดินตามเค้ามาตอนไหนถึงได้รู้แหล่งมั่วสุมของเค้ากับเพื่อนในแก๊งเข้าจนได้ ทั้งที่ไม่ได้อยากจะให้มายุ่งเลยด้วยซ้ำ

“นายมาที่นี้ได้ไง ตามฉันมา?” เซฮุนถาม สายตาคมมองหน้าน้องชายฝาแฝดที่หน้าคล้ายกันยังกับแกะด้วยความหัวเสีย


“ถ้าไม่ตามมาจะได้เห็นหรอว่าที่ไม่ยอมกลับบ้านเพราะอะไร รู้มั้ยว่าแม่เป็นห่วงพี่มากนะ! ทำไมทำแบบนี้ คบกับคนพวกนี้ อันธพาลทั้งนั้นเลยอะ ทั้งที่ควรไปเรียนแต่ก็ไม่ไป กลับมาหมกอยู่กับเพื่อนแย่ๆ แบบนี้น่ะหรอ!” คนเป็นน้องร่ายยาวด้วยน้ำเสียงโมโหไม่แพ้กับพี่ชาย เค้ารู้ว่าพี่เซฮุนน่ะเกเรแต่ไม่เคยคิดว่าจะเกเรขนาดคบพวกอันธพาลเป็นเพื่อนแบบนี้ เคยรู้บ้างมั้ยว่าสิ่งที่พี่เซฮุนทำอยู่มันทำให้พ่อกับแม่ทุกข์ใจมากแค่ไหน คิดแล้วโมโหจริงๆ


“เลิกพล่ามสักที! แล้วก็กลับไปได้ละ ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของฉัน ฉันจะอยู่กับใครจะทำอะไรมันก็ไม่ใช่เรื่องของนาย ทำหน้าที่ลูกที่ดีไปเหอะ หึ!” เซฮุนพูดย้อนคนเป็นน้องด้วยความโมโหก่อนจะหันหลังเดินออกมาอย่างไม่สนใจ เค้าเองก็ไม่อยากปวดหัวกับเรื่องไร้สาระหรอก


“แต่พ่อกับแม่อยากให้พี่กลับบ้านนะ” เซโฮพูดไล่หลังพี่ชายตัวเองไปด้วยความหวังว่าพี่จะสำนึกแล้วยอมกลับบ้านไปกับเค้า


“พ่อกับแม่อยากให้นายกลับมากกว่า ไม่ใช่ฉัน” เซฮุนพูดทั้งที่ไม่หันมามองหน้าคนเป็นน้องก่อนจะเดินจากไปปล่อยให้เซโฮยืนมองแผ่นหลังคนเป็นพี่ไปจนลับตา


____________________


“เซโฮ มากินข้าวได้แล้วลูก” เสียงแม่เรียกเด็กหนุ่มที่กำลังเหม่อมองออกไปนอกบ้านให้ไปกินข้าวเย็นที่เตรียมเสร็จเรียบร้อยแล้ว


“แม่จะไม่ตามพี่หน่อยหรอครับ?” เซโฮถามขณะเดินมานั่งที่โต๊ะกินข้าว เค้าอดเป็นห่วงพี่ชายของเค้าไม่ได้เลยจริงๆ แต่ก็รู้ว่าไม่เคยเข้าไปยุ่งกับเรื่องของพี่เซฮุนได้เลยจริงๆ ตั้งแต่โตมาพี่เซฮุนกับเค้าก็ไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่ ไม่รู้ทำไมพี่ดูเหมือนจะไม่ชอบเค้าเอาซะเลย..


“ช่างมันเถอะ ถ้ามันจะไม่กลับก็ปล่อยมันไป ตามไปก็เหนื่อยเปล่า” คนเป็นพ่อพูดเสียงแข็งราวกับไม่สนใจลูกชายคนโตอีกต่อไปแล้วแต่จริงๆ ไม่ใช่เลย ในใจพ่อยังคงห่วงและหวังอยู่เสมอว่าเซฮุนจะกลับมาเป็นเด็กดีคนเดิม

 

     มื้อค่ำเป็นไปอย่างเช่นทุกวันและเซฮุนก็เห็นมันทุกวันเช่นกัน ร่างสูงที่นั่งควบอยู่บนรถบิ๊กไบท์คู่ใจมองกิจกรรมอันแสนอบอุ่นที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกน้อยใจปนเสียใจไปในเวลาเดียวกัน ในใจได้แต่คิดว่าทำไมตอนที่เค้าอยู่บ้านบรรยากาศมันไม่เคยเห็นจะอบอุ่นแบบนี้บ้าง พ่อกับแม่ไม่เคยมาใส่ใจดูแลอะไรเค้าแบบที่เซโฮได้รับ เอาแต่ว่าเอาแต่ดุจนขนาดเค้าไม่กลับบ้านหลายวันยังไม่มีใครคิดจะโทรตามเลยสักคน มันยิ่งตอกย้ำใจอันบอบช้ำมาแต่เล็กๆ ว่าน้องชายที่เกิดมาทีหลังเค้ามาแย่งทุกอย่างไปจากเค้าหมดจริงๆ ถึงจะไม่ชอบขี้หน้าเซโฮอยู่บ้างแต่เค้าไม่ได้เกลียดน้องตัวเอง แค่น้อยใจที่พ่อกับแม่ให้ความรักไม่เท่าเทียมกันเอาซะเลย บางทีเค้าเองก็อดคิดไม่ได้ว่าเค้าเป็นลูกบ้านนี้จริงๆ รึป่าว หรือแค่เก็บเค้ามาเลี้ยงกันแน่...  


____________________


และวันนี้ผมก็ได้รู้แล้ว.. ผมได้รู้สักที ความจริงที่ครอบครัวนี้ปิดบังผมมานานหลายปี


Rrrrr...

“ฮัลโหล?”


(สวัสดีค่ะ ดิฉันโทรจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าโจอานะคะ)


“สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า?”


(ใช่ค่ะ นี่ลูกคุณโอพัคจินใช่มั้ยคะ)


“ครับ”


(อ่อค่ะ รบกวนบอกคุณแม่คุณหน่อยนะคะว่าพอดีทางเรามีเอกสารที่อยากให้คุณโอเข้าเซ็นหน่อยน่ะค่ะ เกี่ยวกับการรับเลี้ยงบุตร อ่อ แล้วก็นำเอกสารการเข้ารับศัลยกรรมที่เคยทำกับทางเราเข้ามาด้วยนะคะ)


“....”


(คุณโอคะ?)

ตู้ดด...



“เซฮุน.. ลูกฟังแม่ก่อนนะ แม่อธิบายได้ ฟังแม่ก่อน..” แม่พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือพร้อมน้ำตาที่ค่อยๆไหลอาบแก้ม แม่เดินเข้ามาใกล้ผมหมายจะยื่นสองมืออันสั่นเทามาโอบผม ผมรีบถอยหนีอย่างไม่ต้องคิด


“ไม่.. นี่ผม.. ผมไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณงั้นหรอ!!!” ผมปากระดาษเอกสารต่างๆ ในมือทิ้ง หลังจากรับโทรศัพท์สายนั้นแทนแม่โดยไม่ได้ตั้งใจผมก็รีบขึ้นมาค้นบนห้องแม่ถึงความจริงที่ผมไม่เคยรู้เลย จนในที่สุดผมก็พบเอกสารการเซ็นรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เอกสารยอมรับบุตรถาวร เอกสารการรับการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงใบหน้า..


ใช่.. แม่ไม่เพียงแค่รับผมมาเลี้ยงจากสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่เล็กๆ แต่แม่ยังพาผมเข้ารับการศัลยกรรมใบหน้าตั้งแต่เล็กๆ ด้วย ตอนไหนกัน.. หลังจากที่เซโฮเกิดหรอ? มันเกิดขึ้นได้ยังไง.. ทำไมผมจำอะไรไม่ได้.. ทำไมถึงต้องปิดบังผม.. ทำไม.. มันมีแต่คำถามอยู่ในหัวเต็มไปหมดจนผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไงดี


“เซฮุน.. ลูก..”


“หยุดเรียกผมว่าลูกนะ!!! คุณปิดบังผมทำไม? คุณรับผมมาเลี้ยง คุณศัลยกรรมหน้าผมให้เหมือนกับลูกแท้ๆ ของคุณ ลงทุนดีนะ.. ทำแบบนี้ทำไม?” ผมถามคนที่ผมเรียกว่าแม่มาตลอดเสียงสั่น น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ความรู้สึกเจ็บในหัวใจ ความเสียใจ ความโกรธ ทุกอย่างมันถาโถมเข้ามาจนผมเกินจะรับไหวแล้ว..

 

ไม่มีแม้แต่แรงจะยืน..

 

“แม่ก็แค่ไม่อยากให้ลูกรู้สึกว่าเป็นคนอื่น.. แม่ทำทุกอย่างเพื่อลูกนะเซฮุน”


“เพื่อผม? เหอะ ด้วยการโกหกเนี้ยนะ?? นี่ใช่มั้ยคือเหตุผลที่คุณรักไอ่เซโฮมันมากกว่าผม ใช่มั้ย!!!!” ผมตะคอกถามออกไปเสียงดังแข่งกับเสียงร้องไห้ของผู้หญิงที่ผมรักสุดหัวใจตรงหน้า


“นี่สินะ.. คือเหตุผลที่ผมไม่เคยเป็นลูกที่ดีในสายตาคุณเลย ก็ผมมันนอกคอกนิ ใช่มั้ย! ตอบมาสิ ตอบผมมา!!!” เหมือนโลกทั้งใบมันพังทลายหมดแล้ว โลกที่ผมเคยมี ที่คิดว่าเคยเป็นของผมมันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนกับหัวใจของผมตอนนี้ ผมได้แต่กำหมัดในมือแน่นมองหน้าคนที่ผมเคยเรียกว่าแม่ด้วยความโกรธและเสียใจ

 

โกรธ... จนอยากจะทำลายทุกอย่าง

 

“แม่ขอโทษ.. เซฮุน.. แม่ขอโทษจริงๆ” แม่ทรุดลงนั่งกับพื้นร้องไห้ไม่หยุด ผมมองภาพนั่นอย่างเจ็บปวดหัวใจที่สุด อยากจะเกลียดแต่ก็เกลียดไม่ลง ผมควรจะทำยังไงดี.. เจ็บหัวใจไปหมดแล้ว... 


“โธ่เว้ย!!!” ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ความเจ็บปวดก็แทนที่ด้วยความโกรธแค้น ผมเตะเก้าในห้องปลิวจนแม่สะดุ้งตกใจแต่ผมไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ผมรีบออกจากห้องแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องตัวเองเพราะไม่อยากจะยืนอยู่ตรงนั้นอีก ไม่ยังงั้นผมคงทำอะไรแย่ๆ ลงไปโดยไม่รู้ตัวแน่ๆ

 

“อ้ากกก!!!! โธ่เว้ย!!!” ผมแผดเสียงร้องดังลั่นก่อนจะหันไปเห็นรูปครอบครัวบนโต๊ะในห้อง ผมปัดรูปนั้นให้ตกพื้นด้วยอารมณ์โกรธที่คลอบงำไปทุกส่วนของสมอง กรอบรูปแตกกระจายไม่มีชิ้นดีไม่ต่างอะไรกับใจของผมที่ความเจ็บปวดมันกัดกินไปหมดแล้ว


“ทำไมวะ ทำไมถึงเป็นยังงี้ไปได้วะ!!!!!” ผมได้แต่ตะโกนถามคำถามที่ไม่มีคำตอบกับตัวเองพลางสองเท้าก็พาลเตะข้าวของในห้องกระจุยกระจายไปทั่ว ผมไม่อยากจะเห็นความทรงจำอะไรนั้นเกี่ยวกับตัวผม ห้องๆ นี้ เตียงนอนเตียงนี้ บ้านหลังนี้ ทุกๆ อย่าง และทุกๆ คน...

 

ผมอยากจะทำลายมันทิ้งให้หมด!!

 

“ฮึก...” เมื่ออาละวาดพังข้าวของจนทั้งห้องเละเทะไปหมดผมก็ได้แต่ยืนนิ่งแล้วร้องไห้ออกมาในที่สุด ผมคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว ทั้งหมดแรงและหมดกำลัง โลกทั้งใบมันพังไปหมด ผมเคว้งคว้างเหมือนล่องลอยไปในอวกาศที่ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวเลยสักอย่าง... เพราะคนที่ผมรักทุกคนทิ้งผมไปหมดแล้วตั้งแต่เมื่อ 18 ปีก่อน.. ตั้งแต่ตอนที่เค้าหลอกผม!

 

“....” อยู่ๆ มือใครบางคนก็เข้ามาโอบกอดผมจากด้านหลัง ผมไม่ได้หันไปมองว่าเป็นใครที่มาแต่กลิ่นตัวและความคุ้นเคยก็พอจะเดาออกว่าใครในใจผมได้แต่คิด...

 

ยังจะกล้ามากอดผมอีกหรอวะ ?


“ใจเย็นๆ นะ.. พี่เซฮุน” เสียงนุ่มพูดพร้อมกับสัมผัสของใบหน้าเล็กที่แนบลงบนแผ่นหลังผม ผมได้แต่ยืนนิ่งๆ ไม่ตอบอะไร คำว่า    พี่เซฮุน ยังก้องอยู่หูผมซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด น่าแปลกที่เสียงนุ่มละมุนของเซโฮที่ผมเคยชอบมันแต่ครั้งนี้กลับทำอะไรความโกรธของผมไม่ได้เลยสักนิด มิหนำซ้ำมันยังทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นไปอีก

 

“โฮขอโทษ.. นะพี่เซฮุน..” ผมกระตุกยิ้มทั้งน้ำตากับคำขอโทษที่เพิ่งได้ยินจากปากคนที่เคยเรียกว่าน้องชายฝาแฝด มันตลกดีนะที่ทุกคนเหมือนเห็นความรู้สึกผมเป็นเรื่องสนุก นึกอยากจะหลอกอะไรก็หลอก นึกอยากจะขอโทษก็ทำมันง่ายๆ ยังงี้หรอ?

 

     ผมหันมาหาอีกคนที่ตัวเล็กกว่าช้าๆ มองใบหน้าที่ละม้ายคล้ายคลึงกับผมมากๆ ไปทั่วทุกส่วน ทั้งตา จมูก ปาก โครงหน้าทั้งหมดนั่น ทั้งหมดนี้ผมได้นึกสงสัยว่าใครกันที่เป็นคนเลียนแบบใคร แต่ว่ามันคงไม่สำคัญอีกแล้ว.. ผมยกมือที่ยังสั่นนิดๆ ขึ้นประคองใบหน้าที่เล็กกว่าผมนิดหน่อยตรงหน้าเบาๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้เพื่อมองมันอีกครั้งก่อนจะหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา


“เราเหมือนกัน พี่เห็นมั้ย.. เราเป็นคนๆ เดียวกัน พี่ไม่ได้แตกต่าง พี่คือพี่ชาย เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ..” คนเป็นน้องพูดเบาๆ พร้อมกับมองตาผม ผมมองใบหน้านั้นด้วยสายตาที่พร่ามัวเพราะน้ำตาที่เอ่อท่วมก่อนจะหลับตาลงแล้วจู่ๆ สัมผัสที่ไม่คาดคิดมาก่อนก็เข้ามาปะทะริมฝีปากผมทันที

 

เซโฮจูบผม.. จูบนั่นไม่ได้ดูดดื่มแต่กลับค่อยๆ จูบราวกับอยากจะปลอบประโลมความบ้าคลั่งทั้งหมดในใจผมให้สงบลง น่าแปลกที่มันสำเร็จ ตอนนี้ชั่วระยะเวลาหนึ่งผมรู้สึกเหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไร พายุในใจผมหายไปพร้อมกับจูบอ่อนโยนของน้องชายของผม


“นายจูบฉัน?” ผมถามหลังจากที่เซโฮถอนริมฝีปากออกช้าๆ ใบหน้าเราสองคนยังคงใกล้กันมากจนได้ยินเสียงลมหายใจ เซโฮพยักหน้าแทนคำตอบ


“ทำไม? ทั้งที่ฉันเป็นคนอื่..”


“พี่ไม่ใช่คนอื่น” เซโฮเอามือขึ้นมาปิดปากผมไว้ก่อนที่ผมจะพูดจบ ผมจ้องมองสายตาอ่อนโยนที่มองมาอย่างไม่เข้าใจ ทำไมต้องทำดีกับผม ทำไมต้องมาแกล้งทำให้ผมตายใจ ทั้งที่หลอกกันมาตลอด คิดว่าจะคำขอโทษกับจูบแค่นี้มันจะหายงั้นหรอ.. หึ 


“ไม่ต้องแกล้งมาทำดีกับฉัน” เซโฮยังคงส่งสายตาอ่อนโยนมาให้ผม ซึ่งมันกำลังทำให้ผมโกรธอีกครั้ง.. ผมเกลียดสายตานี้ ตอนนี้ที่สุด อย่ามาทำแบบนี้..


“เปล่า.. นี่มาจากใจ” สิ้นคำนั้นผมประกบปากจูบอีกคนแนบแน่นก่อนจะช้อนสะโพกร่างบางแล้วอุ้มขึ้นจนตัวลอยก่อนจะโยนคนเป็นน้องลงไปบนเตียงอย่างไม่ใยดี ผมถอดเสื้อแจ็คเก็ตออกแล้วขึ้นไปคร่อมร่างเซโฮ จัดการกระชากเสื้อนักเรียนอีกคนออก แล้วล็อคมือทั้งสองข้างตรึงไปกับเตียง จ้องดวงตาใสที่สั่นระริกนั่นไม่ละ 


“นายมันก็เลวพอๆ กับพวกเค้าน่ะแหละ หึ” พูดจบผมก็ก้มลงบดจูบลงไปบนริมฝีปากนิ่มของเซโฮทันที จ้าบจ้วงและรุนแรงจนคนใต้ร่างส่งเสียงออกมาเบาๆ แต่ก็ไม่ขัดขืนอะไร... 


"อื้ออ..~" แขนเล็กๆ ยกขึ้นมาโอบคอผมเอาไว้ขณะที่ริมฝีปากนิ่มของเซโฮก็ตอบสนองจูบของผมจนผมไม่สามารถหยุดได้อีกต่อไป 

 

      แน่นอนว่าสำหรับผมมันไม่ใช่จูบของความรักไคร่แต่ผมกำลังแก้แค้นต่างหาก.. ในเมื่อผมไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของบ้านนี้ผมก็ไม่จำเป็นต้องคิดถึงความถูกต้องอีกต่อไป ผมจะแก้แค้นให้สาสมกับที่พวกเขาทำกับผม ร่างกายนี้จะเป็นตัวแทนให้กับการแก้แค้นของผม ให้สมกับความเสียใจและเจ็บปวดในใจผม พวกเค้าก็ต้องเจ็บเหมือนกัน!

 


     เมื่อการแก้แค้นของผมจบลง ผมลุกขึ้นแต่งตัวแล้วหยิบแจ็คเก็ตมาใส่พลางมองร่างของน้องชายฝาแฝดที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงด้วยความสะใจ นี่แหละ คราวนี้พวกเค้าจะได้รู้สักทีว่าความเจ็บปวดมันเป็นยังไง ถ้าพวกเค้ารู้ว่าผมทำอะไรกับคนที่เป็นน้องชายซึ่งเป็นลูกแท้ๆ ของพวกเค้า รสชาติของความเจ็บมันก็จะซึมเข้าไปในใจของพวกเค้าเอง ไม่จำเป็นต้องแคร์หรือสนใจอะไรอีก ผมหมดสิ้นความรู้สึกพวกนั้นไปหมดแล้ว ...

 

ผมไม่ใช่ครอบครัวนี้ ไม่ใช่ลูกเค้า และก็ไม่ใช่พี่ชายของเซโฮ ..

ผมไม่ใช่ฝาแฝดมัน .




END



let's talk. 

เรื่องนี้เขียนขึ้นมาสนองนี้ดตัวเองล้วนๆ ค่ะ 

หลังจากที่ดู Dokgo rewind แล้วฟินมาก ไม่ไหวแล้ว T-T 

เลยคลอด SF เรื่องนี้ออกมา 

ใครที่เผลอกดเข้ามาอ่าน ติชมแนะนำเค้าได้น้า 

ขอบคุณที่อ่านจนจบและร่วมบาปไปกับเค้าน้าา 5555 

 

 

  

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ emien จากทั้งหมด 3 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัพเดท

  • แฟนฟิคเกาหลี

    7

    20/447

    14

    0%

    28 มิ.ย. 62

  • แฟนฟิคเกาหลี

    เรื่องสั้น

    0/92

    0

    0%

    5 ต.ค. 61

  • แฟนฟิคเกาหลี

    2

    0/23

    0

    0%

    15 พ.ค. 61

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น