Calos Olygreef::Olygreef's Ring [แหวนมนตรา]

ตอนที่ 8 : บทที่ 8 การเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 202
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ก.ย. 54

 

บทที่ 8

การเริ่มต้น

 ขออภัยครับ ย่อหน้าหรือการเว้นวรรคอาจผิดไปมาก ผมมีปัญหากับ MS  Word2007 นิดหน่อยครับ เดี๋ยวจะแก้ให้นะครับ

 

 

 ไบรอัลตาเหลือกเมื่อแผ่นดินที่เขาเหยียบย่ำแหวกออกกลายเป็นหุบเหวลึกมองไม่เห็นพื้น!   แล้วมันก็สูบร่างของของไบรอัลลงไป พร้อมเสียงกรีดร้องและมือไม้ที่พยายามไขว่คว้าอากาศที่ว่างเปล่าของไบรอัล แล้วไบรอัลก็ถูกความมืดกลืนกินไปจนหมดสิ้น..

 

 

 

หา ปี่สี่งั้นเหรอ คาลอสพูด ขณะเดินกับเจนนี่และฟ้าฝน

ใช่ นายอยู่ปีสี่แล้ว ฟ้าฝนบอก นายอายุสิบหกปี เรียนอยู่ชั้นมอสี่ นายก็ต้องอยู่ปีที่สี่ที่นี่ แต่ฝีมือนายไม่ต่างอะไรจากเด็กอมมือเลย เธอกับเจนนี่หัวเราะ

ทำไมพ่อฉันถึงไม่ยอมบอกเรื่องราวทุกอย่างให้ฉัน แล้วให้ฉันมาที่นี่ตั้งแต่ปีหนึ่งล่ะ คาลอสถามเจนนี่

คงเป็นเพราะเขาห่วงความปลอดภัยของเธอเจนนี่บอก ถ้าพวกที่อยากได้แหวนโอลี่กรีฟรู้ว่าเธอคือลูกของผู้นำสูงสุด ขาเธอก็ก้าวลงโลงไปข้างหนึ่งแล้ว

แต่ตอนนี้แหวนมาอยู่ที่ฉัน นั่นก็หมายความว่า..” คาลอสหยุดพูด

นายจองโลงได้เลยฟ้าฝนพูดแล้วยิ้ม

งั้นเธอก็ต้องสอนฉัน ตั้งแต่ปีที่หนึ่งจนถึงตอนนี้เลยเขาหันมาทางฟ้าฝน

เรื่องอะไรฉันต้องสอนนายล่ะฟ้าฝนพูดยิ้มๆ

เธอคงไม่ลืมว่าผอออ เดม ฝากฉันไว้กับเธอ คาลอสหัวเราะ

เออๆ ก็ได้ แต่คงจะง่ายหน่อยเพราะนายมีแหวนนั่นนี่

ฉันไม่เห็นว่ามันจะใช้ได้ง่ายๆเลยนี่คาลอสส่ายหน้า

เดี๋ยวก็ลองดู

ไง คาลอสเสียงชายคนหนึ่งดังมากจากด้านหลัง คาลอสหันไปมองอเล็กซ์ บอลโลว์เขาพูดแล้วยื่นมือออกมา คาลอสจับมือกับเขา

คาลอส โอลี่กรีฟ ยินดีที่ได้รู้จัก”`คาลอสเลิกคิ้วมีอะไรหรือคาลอสถามขณะที่ฟ้าฝนและเจนนี่หยุดเดิน

ไปกินข้าวกัน

ฮะคาลอสงง

กินข้าวไง เผื่อเราจะได้รู้จักกันมากขึ้น

อืมๆ พวกเราก็กำลังจะไปอยู่พอดีคาลอสพูดแล้วเดินตามฟ้าฝนและเจนนี่ไป 

เขาคงไม่ได้เป็นเกย์หรอกนะ

ฉันไม่ได้เป็นเกย์นะอเล็กซ์โพล่งขึ้นมา คาลอสสะดุ้ง

 

ถึงในโลกแห่งนี้จะไร้กาลเวลา แต่พวกเขาก็ต้องใช้พลังงานในการดำเนินชีวิต ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการอาหารด้วยเช่นกัน

 

ทั้งสี่สั่งนั่งลงที่โต๊ะอาหารที่ทำจากเหล็ก อาหารที่นี่เหมือนกับที่ขายในโรงเรียนที่เขาอยู่ไม่มีผิด แต่หลายอย่างก็ไม่เหมือน บางอย่างหรูหราเกินกว่าจะเป็นอาหารที่ขายในโรงเรียนมัธยม อย่างเช่น ไข่นกกระจอกเทศตุ๋นราดซอสไข่ปลาซาเวีย หมูหัน ต้มยำกุ้ง และอาหารต่างประเทศอีกหลากหลายประเทศ คาลอสสั่งเพียงข้าวมันไก่ธรรมดาเท่านั้น เจนนี่กินสลัด ฟ้าฝนสั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อนกฟลามิงโก้ อเล็กซ์สั่งพิซซ่าถาดใหญ่

 

ฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย อยู่ๆฉันก็โดนตามล่า แล้วพ่อก็ให้แหวนฉัน แล้วก็โดนลอบฆ่าอีก ไปที่โรงพยาบาลก็โดนดักอีก คาลอสบ่น แล้ว ทำไมถึงมีคนด่าฉันที่ฉันมีแหวนวงนี้ แล้วที่นี่. .

หยุดซะที!”ฟ้าฝนตวาด นาย นายไม่รู้อะไรเลยจริงๆหรือฟ้าฝนที่นั่งข้างๆถาม

ใช่

จริงๆแล้วแหวนวงนั้นไม่สมควรจะอยู่กับนาย มันควร..

หุบปากเถอะ อเล็กซ์!”ฟ้าฝนตวาดอีกรอบ อย่าทำเป็นอวดรู้ อเล็กซ์หน้าจ๋อย

ตกลงแหวนวงนี้มันควรเป็นของใครคาลอสถาม

 

มันไม่สำคัญหรอกคาลอสว่ามันสมควรจะเป็นของใครฟ้าฝนบอก อย่า ไปสนใจเรื่องในอดีตเลย แหวนวงนี้อายุกว่าพันปีแล้ว เรื่องราวของมันย่อมมีมากมายเป็นธรรมดา ตอนนี้แหวนมาอยู่ที่นาย นายก็แค่เก็บรักษามันไว้ไม่ให้ใครเอาไปได้ และนายก็ต้องเป็นผู้นำของพวกเรา

 

โอเค เอางั้นก็ได้ ฉันจะไม่สนใจว่าแหวนวงนี้สมควรเป็นของใคร แต่ฉันยังใช้มันไม่เป็นเลยจะไปเป็นผู้นำใครเขาได้

 

เธอก็ฝึกสิเจนนี่พูด เธอนั่งตรงข้ามกับคาลอส ไม่ยากหรอก เพียงแค่แสดงความปรารถนา พยายามทำให้แรงปรารถนาของเธอมีพลังให้มากที่สุด เพียงเท่านั้นมันก็จะเกิดขึ้น

 

อืม โอเค ฉันจะลองคาลอสพูด แล้วหลับตานึกถึงสิ่งที่ปรารถนา ไม่ถึงสิบวินาทีก็มีเสียงดังขึ้น

กรี้ดดดดดดดดดดดดดดด

คาลอสลืมตา นั่นมันสิ่งที่เขาปรารถนา โดเรมอนตัวเป็นๆกำลังเดินมาทางเขา พร้อมยิ้มแก้มปริ

ไง คาลอส โดเรมอนพูดพลางโบกมือทักทาย แล้วก็สลายหายไป ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนที่อยู่รอบข้าง

ไอเดียบรรเจิด อเล็กซ์ชม แต่น่าจะนานกว่านี้อีกหน่อยนะ ฉันจะได้ขอลายเซ็น คาลอสหัวเราะ

เห็นไหม ง่ายนิดเดียวเอง ฟ้าฝนบอก คาลอสพยักหน้า รู้สึกมั่นใจขึ้นมา

นายมีพลังอะไรเหรอคาลอสเปลี่ยนเรื่องคุย หันไปทางอเล็กซ์

ฉันหรืออเล็กซ์ชี้ตัวเอง คาลอสพยักหน้าไฟฟ้าไงล่ะเขาพูดพร้อมเลิกคิ้ว

หา ไฟฟ้า นายเป็นมนุษย์ไฟฟ้างั้นหรือคาลอสอึ้ง นายทำอะไรได้บ้างล่ะ

บอกไปก็หมดสนุกน่ะสิเขาพูดพร้อมยิ้มมุมปาก

โอเค แล้วที่นี่เขาสอนกันยังไงเหรอคาลอสพูดขณะส่งข้าวคำโตไปในปาก

 

เหมือนกับโรงเรียนธรรมดานั่นแหละ เจนนี่บอก มีตั้งแต่ปีหนึ่งถึงปีหก ตอนนี้อายุเธออยู่ในระดับปีสี่ แต่ฝีมือเธอ ยังกับพวกปีหนึ่ง แล้วทั้งสามก็หัวเราะ

ฉันรู้แล้วน่า อย่าตอกย้ำคาลอสพูดอย่างหงุดหงิด

โอเคๆ เจนนี่พุดพร้อมโบกไม้โบกมือ ที่นี่เรียนวันละหกวิชา แบ่งเป็นสามคาบแล้วพักแล้วเรียนอีกสาบคาบ ที่นี่ไม่มีการแบ่งชั้นเรียน ไม่มีการแบ่งห้อง ไม่มีการคัดระดับความสามารถให้ความสามารถระดับเดียวกันอยู่ด้วยกัน ไม่มีการบังคับให้เรียน ไม่มีการเช็คชื่อ ใครอยากเรียนอะไรก็เรียน ไม่อยากเรียนก็ไม่ต้องเรียน อยากทำอะไรก็ทำ แต่ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมายนะ

 

แบบนี้ยังเรียกโรงเรียนอยู่อีกเหรอ คาลอสงง

 

“ที่นี่ไม่ใช่โรงเรียน ที่นี่อาจจะเรียกได้ว่า แหล่งลี้ภัยล่ะมั้ง เพราะผู้วิเศษที่เหลือส่วนใหญ่ตอนนี้อยู่ในสภาพไม่ต่างกัน ก็คือหนีหัวซุกหัวซุน พวกเราก็เลยสร้างที่นี่เพื่อเป็นแหล่งรวมตัวของผู้วิเศษ เพื่อที่จะได้รับข่าวสารต่างๆ และก็มีการฝึกสอนสำหรับพวกมือใหม่ด้วย ที่นี่ให้อิสระแก่ทุกคน เจนนี่ยักไหล่ เธอคงมีวิชาที่ไม่ชอบจริงไหมล่ะ คาลอสพยักหน้า ฟิสิกส์นั่นไงที่เขาเกลียดเข้ากระดูกดำ วิชาที่เธอไม่ชอบเธอก็จะไม่อยากเรียน แต่เธอจำเป็นต้องไปเพราะครูเช็ดชื่อ สุดท้ายเธอก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย จริงไหมล่ะ

ถูกเผง

ตรงกันข้าม ถ้าเธออยากเรียน เธอก็จะตั้งใจเรียน แล้วเธอก็จะได้อะไรกลับไปมากมายเลยล่ะ นี่คือเหตุผลที่ที่นี้ให้อิสระกับทุกคนเจนนี่ยิ้มกว้าง

ฉันอยากให้โรงเรียนที่ฉันอยู่เป็นแบบนี้บ้างจัง คาลอสพูด แล้วเอาคะแนนมาจากไหนล่ะ

พวกอาจารย์ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้หรอก พวกเขาสนใจความรู้ที่เอาไปใช้ได้จริงมากกว่า ที่นี่จึงไม่มีการเก็บคะแนน” เจนนี่พูด คาลอสอ้าปากค้างอ๋อ ลืมไป เธอยังไม่ได้บัตรนักเรียนสินะพร้อมล้วงอย่างออกมา มันคือการ์ดขนาดพอๆกับบัตรประชน และมีรูปเจนนี่อยู่บนนั้น เราใช้บัตรนี้ในการสอบวัดผล แน่นอนว่าสอบเฉพาะวิชาที่เธออยากสอบ แต่ถ้าเธอสอบไม่ผ่านอย่างน้อยสามวิชา ก็อดเลื่อนชั้น 

ร้ายจังแฮะ

เรียนที่นี่สนุกดีนะอเล็กซ์พูด สาวๆน่ารักๆมีเพียบเลยเขาเหล่ตาไปทางหญิงที่นั่งโต๊ะข้าง คาลอสมองตาม นางฟ้าในร่างมนุษย์ชัดๆ

โอ พระเจ้า คาลอสกระซิบ

หุ่นอย่างกับนางแบบอเล็กซ์ยิ้ม

พวกผู้ชายนี่เจ้าชู้ทุกคนจริงๆด้วยเจนนี่พูด ถลึงตาใส่อเล็กซ์

ไปเหอะฟ้าฝนพูดพร้อมลุก แล้วเจนนี่ก็ลุกตามไป ตามด้วยคาลอสและอเล็กซ์

นายชอบเธอสินะอเล็กซ์กระซิบคาลอส ขณะสายตาจับจ้องไปที่เรือนผมด้านหลังของฟ้าฝน

เปล่าๆๆคาลอสพูดตื่นๆ

ก็แค่เดาเอาน่ะแล้วเขาก็หัวเราะ

งั้นฉันเดาบ้างคาลอสพูด นายชอบเจนนี่คาลอสยิ้มอย่างผู้ชนะ

 

อีกสามคาบเรียนของคาลอสเขายังเข้าเรียนตามที่ฟ้าฝนไป ซึ่งจะมีอเล็กซ์และเจนนี่พ่วงท้ายมาด้วยเสมอ วิชาแรกคือมนตราการรักษา ซึ่งคาลอสสนใจวิชานี้เป็นพิเศษ วิชาที่สองคือมนตราป้องกันตัว คาลอสทำได้พอใช้ได้ทีเดียวกับวิชานี้ เขาจัดการซัดสิงโตมายาตัวเบอเริ่มได้สำเร็จ วิชาสุดท้ายคือวิชามนตราหลบภัย แน่นอนคาลอสสนใจวิชานี้ที่สุดในบรรดาหกคาบเรียนที่เรียนมา

 

เวลานี้ถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนหลายร้อยคน ทุกคนล้วนจ้องมองไปที่บอลสีเหลืองส้มที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศเหนือสนาม ฟุตบอล ไม่นานแสงมันก็ดับลงอย่างรวดเร็ว ความมืดเข้ามาครอบงำโรงเรียนนี้อีกครั้ง เหมือนกับตอนคาลอสมาเมื่อราวแปดชั่วโมงก่อนไม่มีผิด (เขาเดาเอาว่าเวลาที่อยู่ในอีกมิติราวแปดชั่วโมง)ทันทีที่แสงสว่างถูกกลืน กิน ผู้คนก็ทยอยเดินเข้าไปในอาคารเกียรติยศอย่างเป็นระเบียบ

แล้วเจอกัน คาลอส อเล็กซ์พูด

แล้วเจอกัน คาลอสโบกมือ

บาย สองสาวโบกมือให้คาลอส แล้วเดินจากไป

 

คาลอสพึ่งสังเกตเห็นเดมยืนอยู่ใกล้ๆ

เธอไปก่อนเลย ฉันมีเรื่องต้องไปทำ เดมบอก แล้วส่งการ์ดใบหนึ่งให้เขา มันคือบัตรนักเรียนนั่นเอง เก็บไว้ดีๆล่ะ

ครับ คาลอสพูดแล้วเดินกลับไปยังบ้านพักของเดม คาลอสเหม่อมองท้องฟ้ายามราตรี ดวงดาวลอยเคว้งคว้างเปล่งประกายระยิบ มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วสำหรับเขา มันเปลี่ยนไปแล้ว

 

 เปลี่ยนไป..

 

เหมือนกับชีวิตของเขาที่กำลังเปลี่ยนแปลง

เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสียด้วย

 

 

เด มเดินออกไปจากโรงเรียนเข้าไปในมุมมืดแห่งหนึ่งเพื่อหายตัว เพราะในโรงเรียนมีระบบป้องกันการหายตัวเข้าออกโรงเรียน แม้ผู้อำนวยการอย่างเขายังไม่อาจหายตัวเข้าออกได้ตามใจชอบ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันทำให้โรงเรียนทุกโรงเรียนงัดความสามารถในการ ป้องกันออกมาใช้คุ้มครองโรงเรียนให้มากที่สุด รวมทั้งโรงเรียนพะเยาพิทยาคมด้วย

 

               

เขาไม่รู้เลยว่ามีคนจ้องมองเขาอยู่ ชายในหน้ากากสองคนอยู่ในห้องๆหนึ่งในตึกร้าง ทั้งสองกำลังจ้องมองเดมผ่านกระจกวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสิบนิ้วหลายสิบ บานที่ลอยเรียงกันเป็นชั้นๆอย่างเป็นระเบียบ แต่ละบานก็แสดงภาพต่างกันไป มันคือกระจกมนตรา ทำหน้าที่คล้ายจอแสดงภาพของกล้องวงจรปิด

นั่นมันผอออ เดมนี่ ดึกดื่นป่านนี้จะไปไหน ชายสวมหน้ากากเสือถาม

มันจะไปไหนก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรหรอก ชายสวมหน้ากากเทเลทับบี้พูด หน้าที่เราคือจับตาดูไอ้เด็กนั่น เมื่อไหร่ที่มันออกมาเราก็ไปจัดการมันเลย

มันจะออกมาง่ายๆอย่างงั้นเลยเหรอ มันคงไม่โง่ขนาดนั้นมั้ง

ไม่แน่หรอก เห็นท่านไวท์บอกว่ามันงี่เง่าจะตาย ขี้ขลาดตาขาวอีกต่างหาก ไม่แน่มันอาจจะออกมาเดินเล่นหลังอาหารค่ำก็ได้เทเลทอปบี้พูด

                สมพรปากเถอะ

                แน่นอนเทเลทอปบี้พูด  เฮ้อ น่าเบื่อชะมัดยาด เขาพูดพร้อมบิดขี้เกียจ

                ไม่ใช่แค่แกที่เบื่อ ฉันก็เบื่อ วันหลังชวนการ์ฟิลด์มาด้วยสิ จะได้ไม่เบื่อ

    แล้วทั้งสองก็หัวเราะ

               

 

                อีกด้านหนึ่งของโลก

                ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีเหลืองกว้างสุดลูกหูลูกตา อากาศยามราตรีเย็นสบาย หญิงคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำสูดอากาศเข้าเต็มปอด เธอมีดวงตาสีแดงก่ำ ผิวคล้ำ คิ้วหนา ผมสีดำหยกศก ริมฝีปากบาง และไม่สวมแหวน

                อีคารอสบอกอย่างนั้นจริงๆหรือเธอถามกลุ่มชายในคลุมสีดำสิบคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ครับ ชายคนหนึ่งพูด

ดี ดีมาก!” เธอตะโกน ส่งทูตไปเจรจากับพวกบิ๊กฟุต หว่านล้อมให้พวกมันเข้ามาเป็นพวกเราให้ได้

หา ท่านนี่ท่าคิดยังไงจะไปเจรจากับพวกมัน ชายคนหนึ่งถามอย่างตื่นตระหนก 

แกมีปัญหาเหรอ  ไบรอัล

ปะ เปล่าท่าน เขาพูดเสียงสั่นเครือ แต่พวกมันโหดร้ายมาก บางทีมันอาจจะฆ่าพวกเราด้วยก็ได้ ท่านโปรดคิดให้ดีๆเถอะ และนี่คือคำพูดสุดท้ายที่เขาจะได้พูด

 

ครืนนนน

 

เกิดเสียงดังเมื่อพื้นข้างใต้ชายคนนั้นสั่นสะเทือน !

พวก ชายคนที่อยู่ข้างๆต่างผละออกนอกรัศมี เหลือเพียงชายคนนั้นทีกำลังหมอบคลานอยู่กับพื้นสีหน้าตระหนก กำลังจะอ้าปากพูดแต่เธอคนนั้นชิงพูดก่อน

ฉันไม่ต้องการพวกเศษสวะปอดแหก!”

และ นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่ไบรอัลจะได้ยิน เมื่อแผ่นดินที่เขาเหยียบย่ำสั่นสะเทือนอีกครั้ง ทุกคนที่อยู่ใกล้วิ่งหนีตายจ้าละหวั่น เธอคนนั้นลอยขึ้นบนฟ้าฟ้า

 

ไบรอัลตาเหลือกเมื่อแผ่นดินที่เขาเหยียบย่ำแหวกออกกลายเป็นหุบเหวลึกมองไม่เห็นพื้น!   แล้วมันก็สูบร่างของของไบรอัลลงไป พร้อมเสียงกรีดร้องและมือไม้ที่พยายามไขว่คว้าอากาศที่ว่างเปล่าของไบรอัล แล้วไบรอัลก็ถูกความมืดกลืนกินไปจนหมดสิ้น

 

แล้วแผ่นเดินที่แยกออกเป็นสองซีกก็เคลื่อนเข้ามาผสานกันอีกครั้ง ท่ามกลางความแตกตื่นของพวกเรดอายส์ที่เหลือ และรอยยิ้มของหญิงที่ลอยอยู่บนฟ้า

 

เธอคือโรแวนน่า ซีปส์เฟส ผู้นำกลุ่มเรดอายส์ในทวีปอเมริกาเหนือ พวกเรดอายส์พบเธอในเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเฮติเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธออยู่ในสภาพที่ปกติดี ไม่มีซากปรักหักพังทับเธอเลยสักนิด เธอนั่งกอดเข่าร้องไห้ท่ามกลางซากบ้านเมืองของความพังพินาศครั้งใหญ่ สาเหตุก็ไม่ใช่ใคร เธอนั่นเอง เธอคือตัวการของแผ่นดินไหวครั้งนั้น เพียงเพราะเธอโดนพ่อเธอเฆี่ยน เธอโกรธ แล้วเธอก็ได้ค้นพบพลังอันยิ่งใหญ่ของตัวเองที่แลกมาด้วยความแหลกเหลวของบ้าน เมือง พวกเรดอายส์ก็เลยเอาเธอมาเป็นหัวหน้า แล้วจัดแจงเปลี่ยนชื่อให้เธอ

 

เธอคือผู้วิเศษบริสุทธิ์ มนตราที่เธอมีคือการสร้างแผ่นดินไหว!

 

 

 

 

เด มโผล่ออกมาที่ห้องสีขาวสะอาดทั้งห้อง ไม่มีเตียง ไม่มีอะไรทั้งสิ้นมีแต่ความว่างเปล่า เขาเดินไปยังผนังด้านหนึ่งแล้วผลักมันออกไป เบื้องหน้าเขาเป็นห้องทำงานของเซมเมล ซึ่งตอนนี้ไม่มีผู้ใดอยู่เลย เดมเดินออกจาห้องทำงานของเซมเมลไปสู่ทางเดิน เขาเดินตรงไปจนถึงด้านนอกอาคาร

 

                มีรถพยาบาลจอดอยู่สองคัน หมอและพยาบาลหลายคนกำลังเข็นเตียงผู้ป่วยสองเตียงเข้าไปในรถ ซึ่งก็คือร่างของอลิซและเบ็นจานั่นเอง เดมเดินไปใกล้ๆ เซมเมลยืนอยู่ตรงนั้น

อ้าว มาพอดีเลย เซมเมลพูดจะย้ายเขาไปไหนครับ” แซมถามเดม ขณะช่วยกันดันเตียงขึ้นบนรถ

           “ในโรงเรียนน่ะ ” เดมกระซิบ ที่นั่นมีการป้องกันที่แน่นหนากว่าที่โรงพยาบาลนี่มากเลย

          “ครับ เซมเมลพูดหน้าเจื่อน รู้สึกเหมือนโดนต่อว่า ไม่นานเบ็นจาก็คงฟื้นแล้วล่ะครับ ผมใช้มนตรารักษาเขา ส่วนอลิซ คงอีกสักพักว่าเธอจะฟื้นเซมเลพูดเบาๆขณะดันเตียงของอลิซขึ้นไป เดมขึ้นไปนั่งข้างคนขับในรถที่เบ็นจาอยู่

                โชคดีครับ” แซมโบกมือลา ข้างๆเขาคือพยาบาลสาวสองคน ทั้งสองอยู่ในห้องตอนคาลอสหายตัวเข้ามาพร้อมเบ็นจา อลิซ และแมวอีกสองตัว แต่ตอนนี้เธอจำอะไรไม่ได้แล้วเพราะแซมลบความทรงจำของทั้งสองไปหมดแล้ว

               

                พวกเขาไม่รู้เลยว่า ตลอดการดำเนินการครั้งนี้ของเขามีคนกำลังซุ่มมองดูอยู่ ชายร่างสูงระหงหลบอยู่ในมุมมือ เขาสวมชุดสีดำตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ใบหน้าสีขาวซีดและผมสีอ่อน สวมแว่นตากันแดดสีดำสนิทปิดดวงตาสีแดงฉานที่อยู่ด้านใน  เขาคือ ไอร่า เรฟเฟิลเนียล นั่นเอง

 

                ผมจะแก้แค้นให้แม่เขาพึมพำผมมีมนตราแล้ว ผมจะล้างแค้นให้แม่เอง ผมสัญญาแล้วเขาก็หายตัวไป

 

                ไอร่ามาโผล่ที่บ้างหลังเก่าทรุดโทรมของอีคารอส เธอกำลังจะเดินขึ้นบันได

    “อ้าว ไอร่า ไปไหนมาล่ะนั่นเธอพูดแล้วเดินกลับลงมา

    “น้ารู้จัก ไอ้คนที่สวมหน้ากากนั่นไหม

    “ก็ไม่เชิงนะ ฉันก็ให้พวกเราไปสืบมาแล้วอีคารอสพูด พลางเลื่อนเก้าอี้แล้วทิ้งตัวลงนั่ง มันเป็นหัวหน้าของพวก แมสค์ ออฟ เดธ

                “พวกนี้เป็นใคร ไอร่าถอดแว่นออก

                ก็แค่พวกสวะที่อยากได้แหวนก็เลยรวมตัวกัน โดยต่างคนต่างสวมหน้ากากและใช้ชื่อปลอมเธอพูด ทำไมหรือ

                ผมจะฆ่ามัน ไอร่าพูด ดวงตาฉายแววโหดเหี้ยม

    “หา

    “มันทำร้ายพ่อแม่ผม ผมจะฆ่ามันไอร่าพูดสีหน้าเคร่งขรึม ถือเป็นการอุ่นเครื่องก่อนที่จะจัดการคนที่ฆ่าพ่อผม

   “ก็ได้ แต่รอให้ได้ข้อมูลของพวกมันให้มากกว่านี้ก่อนอีคารอสบอก แต่ ฉันมีอะไรจะบอกเธอพูดพร้อมยิ้มมุมปาก

    “อะไรหรือไอร่าเอียงคอ อีคารอสลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาข้างๆ กระซิบข้างหูเขา แล้วไอร่าก็ตาโต เผยอยิ้มเล็กน้อย

    “ไฟงั้นหรือ ไอร่าพูดได้แค่นั้น แล้วเขาก็ถอดแหวนออก

 

 

 

ห่างออกไปกว่าครึ่งโลก

ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ในคอนโดสุดหรูของโจเซฟ

คุณต้องไปทดสอบกับทหารของคุณโจเซฟพูด ขณะนั่งอยู่ในห้องรับแขกหรูหรากับดอลเพียงลำพัง เอาแหวนนี่ไปให้พวกเขาสวมโจเซฟล้วงแหวนส่งให้ดอล แล้วจิบบรั่นดีอึกใหญ่

ต้องการกี่คนดอลถาม

มากที่สุดเท่าที่ทำได้ โจเซฟพูด คนที่มีพลังในตัวใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ แต่ถึงอย่างไรก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย อย่างคุณไงล่ะ

ก็คงงั้นดอลพูดพร้อมมองแหวนทองประดับเพชรสีม่วงของเขาด้วยความรักใคร่

หากำลังพลให้มากที่สุด ผมมีเซอร์ไพรส์ด้วยล่ะโจเซฟยิ้ม แล้วกระดกบรั่นดีรวดเดียวหมด ดอลลุกขึ้นยืน เดินออกจากห้องด้วยสีหน้าที่ปิติยินดี อีกไม่นานแล้ว อเมริกาจะยิ่งใหญ่

 

 

 

 

กลับมาที่ประเทศไทย

ใน บ้านของหมวดองอาจ เป็นบ้านปูนหนึ่งชั้นสีสันสดใส หลังคาสีน้ำเงิน ทาสีด้านนอกด้วยสีฟ้าสบายตา รอบบ้านมีสนามหญ้าสีเขียวชอุ่ม เขาอาศัยอยู่ดับภรรยาแสนสวยของเขาเพียงสองคน ส่วนลูกสาวเขาอาศัยอยู่ในแฟลตตำรวจ ซึ่งอยู่ใกล้โรงเรียนที่เธอเรียนมากกว่า

เห็นแว่นตาน้องไหม ภรรยาเขาถามขณะที่กำลังคลานอยู่บนพื้น องอาจกำลังนอนดูทีวีอย่างสบายใจ

 “นั่นไง องอาจพูดพร้อมชี้ไปทางด้านหลังของภรรยาเขา ที่ซึ่งแว่นอยู่รวมกับกองสิ่งของมากมายตรงมุมห้อง

เฮ้ย! เขาร้องอย่างเสียสติเมื่อแว่นของภรรยาเขาลอยขึ้น! แล้วตรงมายังเขา เขาดีดตัวลงขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับภรรยาของเขาที่หันไปมองด้านหลัง

แต่แว่นก็แน่นิ่งอยู่บนพื้นแล้ว

อะไรหรือ ภรรยาเขาถาม

ปะ เปล่าไม่มีอะไรองอาจปฏิเสธทั้งที่เนื้อตัวยังสั่นงกๆ

โอ้ อยู่นี่เอง ภรรยาเขาพูดแล้วปรี่ไปยังแว่นของเธอ เกือบเหยียบไปแล้วไหมล่ะ

คราวหน้าก็เก็บดีๆล่ะ องอาจพูดพร้อมเดินเข้าไปในห้องด้วยหัวใจที่ยังเต้นโครมคราม  เขาปิดประตูแล้วเอนหลังพิง เหงื่อแตกพลั่ก เขามองแหวนที่เขาสวมอยู่ เป็นไปได้ยังไงกัน เมื่อกี้เขารู้สึกว่าแหวนของเขาเรืองแสงด้วย บางอย่างบอกเขาสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้ เกิดเพราะแหวนวงนี้

 

ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นแล้ว..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

101 ความคิดเห็น