Calos Olygreef::Olygreef's Ring [แหวนมนตรา]

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 การลอบสังหารที่บ้านโอลี่กรีฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    3 ก.ย. 54

บทที่ 2 การลอบสังหารที่บ้านโอลี่กรีฟ


 ขออภัยครับ ย่อหน้าหรือการเว้นวรรคอาจผิดไปมาก ผมมีปัญหากับ MS  Word2007 นิดหน่อยครับ เดี๋ยวจะแก้ให้นะครับ

 

ดั่งแส้สีม่วงปะทะกับดักแด้สีเหลืองทอง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แสงสีม่วงและเหลืองทอง กระจัดกระจายออกไปแทบทุกทิศ ทันใดนั้นดักแด้สีเหลืองทองก็แตกเป็นเสี่ยงๆ แรงดันที่มหาศาลส่งร่างของชายคนนั้นกับร่างอลิซกระเด็นไปคนละทิศละทาง   . .


               


 หลังจากที่เสียงเพลงจบลง ท่ามกลางความมืด คาลอสเห็นเพียงแสงสว่างที่มาจากบนโต๊ะเตี้ยๆตัวหนึ่งที่อยู่กลางห้อง มันเป็นแสงจากเทียนบนเค้กช้อกโกแลตก้อนโต ที่ประดับประดาไปด้วยลูกกวาดหลากสีสันซึ่ง เป็นของโปรดของคาลอส คาลอสเดินเข้าไปใกล้ๆ มีตัวหนังสืออยู่บนเค้ก "Happy birth day Calos Olygreef"คาลอสเกือบลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันเกิดของเขา วันนี้เขาอายุได้ 16 ปีพอดี

          
                ทันใดนั้น ไฟทั้งหมดในบ้านสว่างขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน แสงสว่างขับไล่ความมืดที่ครอบงำบ้านหลังนี้เมื่อครู่ให้หายไปสิ้น สว่างวาบดั่งแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูป คาลอสถึงกับตาพร่า คนสามคนพุ่งออกมาจากห้องครัว  "เซอร์ไพรส์" ทั้งสามประสานเสียงพร้อมกับยิ้มแก้มปริ แต่สิ่งที่ทั้งสามได้เห็นก็ทำให้คนทั้งสาม'เซอร์ไพรส์'มากกว่าหลายเท่า คนทั้งสามหน้าถอดสี หุบยิ้มเกือบไม่ทัน
          
              ทั้งสามคนตาโต จ้องมองคาลอสอย่างไม่เชื่อสายตา สภาพของคาลอสตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับหมาน้อยตกน้ำเลย ร่างกายเปียกโชกตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ใบหน้าเปื้อนโคลนมอมแมม เหมือนกับเด็ก เสื้อสีขาวนักเรียนปักชื่อ"อนุรักษ์ ศิริวิโรจน์"ชื่อของเขาในภาษาไทย แทบจะไม่เหลือส่วนไหนที่เป็นสีขาว นอกจากน้ำฝนแล้วเสื้อคาลอสยังเต็มไปด้วยโคลนและเลือด  มีแผลถลอกที่ศอกขวาและเข่าขวา กางเกงฉีก  ตัวสั่นงกๆ ด้วยความหนาว               
        
               "ลูกไปทำอะไรมา" อลิซถามพลางวิ่งเข้ามาหาคาลอส 
                อลิซ โอลี่กรีฟ แม่ของคาลอส อายุเกือบสี่สิบ สูงไล่เลี่ยกับคาลอส ผมยาวสีดำมัดรวบไว้ด้านหลัง ใบหน้ากลมเหมือนไข่ ผิวขาวดั่งไข่มุก ดวงตาสีดำที่กำลังจ้องมองเขาแสดงให้เห็นถึงความเป็นห่วงเป็นใย เธอสวมเสื้อยืดสีฟ้า กับ กระโปรงยาวสีดำธรรมดา
                  
                  "บอกพ่อสิ เกิดอะไรขึ้น" พ่อเขาพูดพร้อมเขย่าร่างคาลอส 
                  เบ็นจา โอลี่กรีฟ พ่อของคาลอส สูงร้อยแปดสิบสาม อายุสี่สิบหกปี ผมสั้นสีน้ำตาล สวมแว่นตากรอบสี่เหลี่ยม ดวงตาสีครามดั่งท้องทะเล ใบหน้าเรียวยาว มีแผลเป็นที่ใต้ตาซ้ายยาวไปจนถึงหู เบ็นจาไม่เคยบอกคาลอสว่าได้มันมาอย่างไร สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาว กางเกงขายาวสีดำ  คาลอสแทบจะถอดแบบมาจากเขาเลย
                 
                 แล้วพี่เขาก็เดินตรงมา สีหน้าเขายังคงเรียบเฉยไร้ความวิตกกังวล 
                 ไอร่า โอลี่กรีฟ พี่ชายของคาลอส ส่วนสูงใกล้เคียงกับเบนจา แก่กว่าคาลอสห้าปี ผมหยิกสีเหลืองอ่อนเหมือนฟางข้าว ผิวขาวเปล่งประกายเหมือนไม่ใช่ผิวของผู้ชาย หน้ารูปไข่ ซีด ขาวเหมือนกับไร้เลือดหมุนเวียน ดวงตาสีเขียวได้มาจากพ่อของเขา เขาสวมชุดนักศึกษา ไอร่าไม่ได้เป็นพี่น้องโดยสายเลือดกับคาลอส หลังจากที่สามีของอลิซเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน อลิซก็มาพบกับเบนจา ไม่นานสองคนก็แต่งงานกัน 
          

               คาลอสเล่าเรื่องที่เขาพบเจอทั้งหมดให้แก่ทั้งสามฟัง ด้วยเสียงที่สั่นเครือ ทั้งเรื่องสายฟ้าสีแดง คนในชุดดำ ใครบางคนที่ปาก้อนหินใส่กะบาลคนในชุดดำ ยกเว้นเรื่องเดียวคือเรื่องหินสีฟ้าที่เขาเก็บได้

"พวกคนชุดนำงั้นรึ" เบ็นจาพูด พลางทำสีหน้าครุ่นคิด พร้อมพยักหน้าเล็กน้อย

"พวกนั้นอีกแล้วอลิซพูด พลางมือลูบหน้าผาก

 "เมื่อไหร่พวกนั้นจะเลิกยุ่งกับพวกเราสักทีนะ"ไอร่าบ่นอีกคน
         

"นี่. . นี่ทุกคนรู้เหรอ ว่าพวกมันเป็นใคร คาลอสพูด รู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากกับปฏิกิริยาของทุกคน ดูเหมือนว่าทุกคนจะรู้จักหรือเคยเจอพวกคนชุดนำพวกนี้มาแล้ว "แล้วมันเป็นคนที่ทำให้ฟ้าผ่างั้นหรือ แล้วมันทำได้ไงกันกัน แล้ว . .เบ็นจายกมือขึ้นเป็นเชิงให้หยุดพูด เบ็นจาเพิ่งสังเกตเห็นแหวนบนนิ้วของคาลอส

              "ลูกได้มันมายังไง" เบ็นจาถาม พร้อมชี้ไปที่แหวนนั่น

              "น้องคนหนึ่งในโรงเรียนให้ผมเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อเช้านี้ครับ หรือว่าเป็นเพราะแหวงวงนี้ พวกมันต้องการแหวนวงนี้หรือ" คาลอสพูดพร้อมกับถอดแหวนวงนั้นออก
         
               เบ็นจาไม่ตอบ เขาเดินออกไปทางประตูหลังบ้าน "ตามพ่อมานี่หน่อยเบ็นจาพูดพร้อมเปิดประตูออกไป คาลอสมองไปทางอลิซ อลิซพยักหน้าให้เล็กน้อย คาลอสถอดรองเท้าและถุงเท้าที่เปียกโชก เอาแหวนใส่ในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินตามเบนจาไป
          
               ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว แต่ท้องฟ้ายังเต็มไปด้วยเมฆสีดำและเทา อากาศหลังฝนตกช่างสดชื่น ด้านหลังบ้านไม่มีอะไรมาก มีเพียงเก้าอี้ยาวหนึ่งตัวติดกับผนังบ้าน สนามหญ้าเล็กๆ มีต้นไม้สองสามต้นติดรั้ว ก้อนหินก้อนใหญ่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของสวน เบ็นจาสูดอากาศเข้าเต็มปอด แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ยาวตัวนั้น ตามมาด้วยคาลอส เดินมานั่งอยู่ข้างๆ
          
              “เอาล่ะ ดูนี่ซิเบ็นจาพูดพลางดึงแขนเสื้อขึ้นแล้วยกมือขวาให้เขาดู มีแหวนสวมอยู่ที่นิ้วชี้ของเบ็นจา แทบไม่ต่างอะไรกับแหวนที่คาลอสได้มาจากรุ่นน้องสุดสวยเมื่อเช้าเลย   แต่ถ้าสังเกตดูดีๆจะเห็นว่าตัวแหวนของเบ็นจาดูเก่ากว่ามาก และเพชรสีน้ำเงินนั่นก็เป็นประกายแวววาวกว่าแหวนของคาลอส          
        

              "นี่มันแหวนอะไรล่ะครับ แล้วทำไมมันเหมือนกันอย่างกับแกะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่ผมถามล่ะครับ"
          
                แทนคำตอบ เบ็นจาชี้นิ้วที่มีแหวนไปยังก้อนหินที่อยู่ตรงมุมรั้ว พลันมีแสงสว่างสีน้ำเงินออกมาจากมือของเบ็นจา แต่คาลอสสังเกตดูอีกทีแสงนั้นออกมาจากเพชรสีน้ำเงินบนแหวนนั่นต่างหาก ลำแสงสำน้ำเงินพุ่งตรงไปยังก้อนหินก้อนนั้นอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ พลันมีแสงสว่างวาบที่ก้อนหินก้อนนั้น พร้อมกับที่ก้อนหินนั่นลอยขึ้นอย่างรวดเร็วปานมีคนใช้เชือกมัดมันแล้วดึงขึ้นฟ้า
          
                คาลอสตะลึงกับสิ่งที่เห็น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ ดูจากขนาดก้อนหินนั่นต้องหนักอย่างน้อยครึ่งตัน แต่บัดนี้มันลอยสูงจากพื้นกว่าหนึ่งเมตร แล้วไหนจะลำแสงประหลาดสีน้ำเงินอีก

              "พ่อทำได้ยังไงคาลอสพูดเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น

  "มนตราไงล่ะเบ็นจาพูดยิ้มๆ
         

              “หาคาลอสพูดแทบไม่เชื่อหูตัวเอง มนตรางั้นหรือ เขาเคยคิดว่ามันมีแต่ในนิยาย ไม่มีทางเป็นจริงได้ ยิ่งในศตวรรษที่ 20 ยิ่ง แล้วใหญ่ ท่ามกลางความศิวิไลซ์ ความเจริญของบ้านเมืองแบบนี้ยังจะเหลือเรื่องเร้นลับแบบนี้อยู่อีกหรือ ถ้าเป็นคนอื่นมาบอกเขาเขาคงไม่เชื่อเด็ดขาด แต่บัดนี้มันเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาแล้ว สิ่งที่เรียกว่า มนตรา มันทำให้คาลอสหัวใจเต้นแรงอย่างไม่เป็นจังหวะ
          
             "ตระกูลโอลี่กรีฟของเราเป็นตระกูลโบราณ แหวนวงนี้เป็นของที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นของผู้ที่ก่อตั้งตระกูลเป็นคนทำขึ้นอายุกว่าพันปีแล้วล่ะมั้ง มันทำมาจากกระดูกนิ้วของมังกรโบราณ ประดับด้วยเพชรสีน้ำเงิน ทั้งสองสิ่งเป็นของทนทาน และหายากมาก ยิ่งปัจจุบันยิ่งหายากมากว่าแต่ก่อน พวกคนชุดดำคงคิดว่าแหวนที่ลูกใส่เป็นแหวนประจำตระกูลของเรา พวกมันก็เลยไล่ล่าลูก พวกมันก็คงเป็นพวกที่มีมนตราเหมือนกัน ถึงขนาดสามารถเรียกสายฟ้าสีแดงได้ ผู้วิเศษธรรมดาไม่มีทางทำได้ขนาดนั้นหรอก และอีกอย่างมันก็เป็นมนตราฝ่ายมืดด้วย เบ็น จาพูด พลางลดมือต่ำลง แสงสีน้ำเงินที่เพชรพลันหายไปด้วย พร้อมกับหินที่ค่อยๆลอยลงสู่ที่เดิมอย่างเงียบกริบ เบนจาเห็นคาลอสไม่พูดจึงกล่าวต่อ
          
             "ไม่ใช่แหวนทุกวงที่จะมีมนตรา และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีมนตราซ่อนอยู่ในตัว เราไม่มีทางรู้ว่าใครมี มนตราหรือไม่มี ถ้าเราไม่พิสูจน์ เราต้องกระตุ้นให้พลังมนตราที่หลับใหลอยู่ในตัวเองตื่นขึ้นมา หากเราไม่กระตุ้น พลังมนตราก็จะหลับใหลอยู่ข้างในนั้นตลอดไปเบ็นจาพูด แล้วถอดแหวนให้แก่คาลอส "คงถึงเวลาของลูกแล้วล่ะ พ่อเคยทดลองกับไอร่าแล้ว ปรากฏว่าไอร่าไม่มีมนตราซ่อนอยู่ในตัว คงเป็นเพราะพ่อและแม่ของเขาเป็นคนธรรมดา "
         
               คาลอสจับแหวนนั้นขึ้นมาด้วยนิ้วชี้และนิ้วโป้งที่สั่นเทา ยกขึ้นส่องกับแสงไฟ เพชรสีน้ำเงินต้องกับแสงไฟเกิดประกายระยิบระยับ กระดูกนิ้วมังกรสีขาวสะอาดไม่มีแม้รอยขีดข่วน คาลอสสังเกตเห็นตัวหนังสืออยู่ด้านในตัวแหวน "โอลี่กรีฟf" เขาสวมมันที่นิ้วชี้ด้านขวา พลันขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของมันก็หดเล็กลงจนพอดีกับนิ้วของคาลอส พร้อมกับแสงสีน้ำเงินที่เปล่งออกมาจากเพชรสีน้ำเงินเจิดจรัส สว่างไปทั่วทั้งสวน แทบกลบแสงของหลอดไฟนีออนจนหมดสิ้น คาลอสรู้สึกอุ่นวาบที่นิ้ว ลามไปที่มือ แขน จนทั่วร่างกาย จนถึงภายในร่างกาย ขนตามร่างกายของคาลอสพากันตั้งชันขึ้น แสงทำให้ต้นไม้ ก้อนหิน ดูแปลกประหลาดขึ้นมาทันที สักพักแสงนั้นก็หายไป
           "พ่อว่าแล้วว่าต้องเป็นลูก" 
            "จริงเหรอครับ"  คาลอสยังไม่หายตื่นเต้น เด็กชายมัธยมธรรมดาคนหนึ่งที่ทำอะไรแทบไม่ได้เรื่อง ทำตัวประหลาดในสายตาคนอื่น  บัดนี้กลายเป็นผู้ที่มีมนตราไปแล้ว แม้ตาคาลอสก็แทบไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน  คาลอสดีใจยังกับลิงโลด
          

 ท่ามกลางความยินดีปรีดาของพ่อลูกคู่หนึ่ง ชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีดำสวมหมวกคลุมศีรษะพร้อมสวมหน้ากากสีขาว หลบอยู่ในที่อับแสงภายนอกบ้าน ดวงตาสีแดงฉานปานหยดเลือด กำลังมองดูอยู่ด้วยสายตาที่มุ่งร้าย คล้ายกับรอเวลา เขากำลังรอเวลาที่ คาถาม่านคุ้มครอง ของเบ็นจาที่ร่ายไว้รอบบ้านเสื่อมลง มันเริ่มเสื่อมลงตั้งแต่เบ็นจาถอดแหวนออกจากนิ้ว เขาประมาทเกินไป ไม่ คิดว่าพวกนั้นจะมาถึงบ้าน ชายคนนั้นมองดูอากาศที่ว่างเปล่าสำหรับคนทั่วไป เขาเห็นม่านสีเขียวเหมือนรูปทรงกลมผ่าครึ่งครอบบ้านเอาไว้ มันค่อยๆ สลายไปทีละน้อย ละน้อย ชายคนนั้นออกมาจากมุมมืดพร้อมกับชี้นิ้วมาทางคาลอส แหวนเงินบริสุทธิ์ประดับด้วยอะเล็กซานไดรต์สีม่วงสดใสกำลังเรืองแสงขึ้น พร้อมกับเสียงฟ้าคำรามและเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอีกครั้ง . .           
           
            ชายคนนั้นลอยออกมาจากเงาไม้ที่อยู่ติดรั้ว เงื้อมือที่มีแหวนไปด้านหลังราวกับจะฟันดาบ พลันแสงสีม่วงที่เปล่งออกมารวมตัวกันเป็นรูปร่างคล้ายจันทร์เสี้ยวสีม่วง เขาเหวี่ยงแขนไปด้านหน้าเบาๆ แต่มันกลับพุ่งไปทางคาลอสด้วยความเร็วสูง หมุนเหมือนกับบูมเมอแรง เสียงแหวกอากาศดัง ขวับ ขวับ ปะทะกับเม็ดฝนหลายเม็ด ทำให้เบ็นจาที่ประสาทสัมผัสดีเป็นเลิศรู้สึกตัวทันที แต่มันก็สายเกินไปแล้ว มันห่างจากคาลอสเพียงสองเมตร คาลอสไม่รู้สึกตัว เพราะมัวแต่ก้มมองดูแหวนของตัวเอง


            เบ็นจาพุ่งตัวไปผลักคาลอสทันที รวดเร็วราวกับเสือตะครุบเหยื่อ ด้วยแรงผลักคาลอสตกจากโต๊ะ แล้วเบ็นจาก็ต้องรับเคราะห์แทนคาลอสเต็มๆ จันทร์เสี้ยวสีม่วงเข้าปะทะกับแผ่นหลังของเบ็นจาเสียงดัง ฉัวะ กรีดลงไปอย่างกับมีดที่อังไฟจนร้อนแล้วเอามาตัดเนย ตั้งแต่ไหล่ด้านขวาเฉียงลงมาถึงเอวซ้าย พาดผ่านกระดูกสันหลัง เผยให้เห็นกระดูกสีขาวด้านใน เลือดไหลออกมายังกับท่อระบายน้ำ  มีกลิ่นเนื้อไหม้คละคลุ้ง เบ็นจากรีดร้องเสียงโหยหวนชวนขนลุก คาลอสใจหายวาบ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ


            “พ่อ !” คาลอสร้อง พลางลุกขึ้นแล้ววิ่งไปหาเบ็นจา ขณะเดียวกันกับ ไอร่าและอลิซเปิดประตูออกมาทันทีที่ทั้งคู่เปิดประตูออกมาสิ่งที่พวกเขาเห็น คือ ชายร่างสูงราวร้อยแปดสิบกว่าๆ ใส่เสื้อคลุมสีดำ สวมหมวกคลุมศีรษะละใส่หน้ากากสีขาวสะอาด เผยให้เห็นเพียงดวงสาสีแดงฉาน  อยู่ด้านในหน้ากากสีขาวนั่น เขากำลังลอยอยู่ท่ามกลางสายฝน กำลังเงื้อมือไปด้านหลัง ร่ายคาถาเสี้ยวจันทรา จันทร์เสี้ยวสีม่วงกำลังจะมาอีกครั้ง


              “พาพ่อเข้าไปข้างใน อลิซสั่ง พลางกระโดดไปประจันหน้ากับชายคนนั้น ไอร่าและคาลอสหิ้วแขนเบ็นจาเข้าไปในบ้าน ขาเบ็นจาลากไปตามพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ทั้งสองเอาเบ็นจานั่งลงบนโซฟา ทันทีที่ทั้งสองปล่อยแขนเบ็นจา เบ็นจาร่วงลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกอย่างเชื่อฟัง อ่อนปวกเปียก ไร้ซึ่งพละกำลัง ไอร่าวิ่งไปเอายาที่ห้องครัว 

                 บัดนี้สภาพเบ็นจาย่ำแย่มาก หน้าซีดเผือดยังกับศพดูแล้วสยดสยอง ลืมตาเพียงเล็กน้อยราวกับการลืมตาเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาทำได้  ดวง ตาสีครามภายใต้แว่นกรอบสี่เหลี่ยมเหม่อลอยมองไปบนเพดาน คาลอสพยายามร้องเรียกสติของเขากลับมา ขณะเดียวกับที่ไอร่ากำลังง่วนกับการหายาห้ามเลือดและสมานแผล ไอร่าหายังไงก็ไม่พบ พร้อมกับสบถคำหยาบคายไม่ขาดปาก


                  ด้านนอก หลังจากที่คาลอสและไอร่าพาเบ็นจาเข้าไป ชายคนนั้นก็ส่งจันทร์เสี้ยวสีม่วงดวงที่สองไปทางอลิซ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโหมกระหน่ำ มันหมุนติ้วๆอย่างกับลูกข่าง หยาดฝนที่สัมผัสมันมีอันต้องระเหยไปด้วยความร้อนอันมหาศาลของมัน หมุนคว้างเข้ามาหาหาอลิซ ดวงตาสีดำของอลิซจ้องมันตาเขม็ง ขณะที่มันห่างจากอลิซราวหนึ่งเมตรเศษ พลันบางอย่างที่ห้อยอยู่ในเสื้อของอลิซก็ส่องแสงสว่างสีเหลืองทอง แสงรวมตัวกลายเป็นรูปครึ่งทรงกลมครอบร่างเธอไว้ พร้อมกับสายตาประหลาดใจเล็กน้อยของชายคนนั้น


                 ทันทีที่จันทร์เสี้ยวสีม่วงปะทะกับโล่แสงสีเหลืองทองนั่น เกิดเสียงปะทะคล้ายเสียงดาบฟันโล่ เกิดประกายแสงหลากสีสันอย่างกับพลุไฟ แล้วจันทร์เสี้ยวสีม่วงก็สะท้อนกลับไปยังที่ที่มันจากมา แหวกสายฝนที่ตกลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน ตรงไปหาชายคนนั้น ชายคนนั้นพุ่งตัวหลบกลางอากาศได้อย่างง่ายดาย แต่มันกลับเฉียดผ้าคลุมของเกิดเป็นรอยแหว่งที่ชายเสื้อคลุม
                
                 มีของดีเหมือนกันนี่ ชายคนนั้นพูดผ่านหน้ากากสีขาวนั่น น้ำเสียงประหลาดราวกับใช้เครื่องแปลงเสียง  พร้อมร่ายคาถาฟ้าผ่า อะเล็กซานไดรต์เริ่มเปล่งแสงสีม่วง พลันสายฟ้าสีม่วงก็พุ่งลงมาจากเบื้องบนของชายคนนั้นพุ่งตรงด้วยความเร็วแสง เหมือนกับแส้สีม่วงที่หวดลงมาจากท้องฟ้า ตรงมาหาอีริคพร้อมกันกับแสงสีเหลืองทองที่รวมตัวกันห่อหุ้มร่างอลิซไว้ด้วยความรวดเร็ว ดั่งเป็นดักแด้สีเหลืองทองอร่าม


                 ดั่งแส้สีม่วงปะทะกับดักแด้สีเหลืองทอง เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แสงสีม่วงและเหลืองทอง กระจัดกระจายออกไปแทบทุกทิศ ทันใดนั้นดักแด้สีเหลืองทองก็แตกเป็นเสี่ยงๆ แรงดันที่มหาศาลส่งร่างของชายคนนั้นกับร่างอลิซกระเด็นไปคนละทิศละทาง อลิซลอยไปชนกับประตูจนพังราบลงกับพื้น แรงที่เหลือยังทำให้ร่างของอลิซไปปะทะกับผนังบ้าน ศีรษะด้านหลังกระแทก เธอตกลงมากองอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ มือพาดอยู่บนขอบโซฟาที่เบนจานั่งอยู่


                 คาลอสเบิกโพลงด้วยความตะลึง แม่ !” คาลอสร้อง ใจตกไปอยู่ตาตุ่ม ลุกไปหาอลิซด้วยความรวดเร็ว พลันก็มีเสียงหนึ่งดังข้างหูของคาลอส


              “จับตัวฉันไว้ เสียงผู้หญิงวัยกลางคนดังขึ้น คาลอสหันไปมอง เขาถึงกับตาโต แมวสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาสีคราม ยืนอยู่ระหว่างเบ็นจาและอลิซ ใช้หางคล้องนิ้วที่ซีดขาวของเบ็นจาไว้ คล้ายแหวนรูปร่างประหลาด เท้าหน้าขวาแตะที่หลังมือของอลิซ  มีแมวสีดำสนิทคลอเคลียอยู่ข้างๆ มันคือแมวของคาลอส เร็วเข้าเธอพูดน้ำเสียงเร่งรีบ แต่คาลอสยังนิ่ง แตะตัวฉันถ้าไม่อยากตาย!”เธอตะโกนเสียงดัง คาลอสยื่นมือไปแตะแมวตัวนั้นราวกับถูกมนต์สะกด แล้วแมวตัวนั้นเริ่มเปล่งแสงสีขาวสุกสว่าง

อยู่นี่ไง เจอแล้ว เสียงไอร่าดังมาจากห้องครัว  คาลอสถึงกับสะดุ้ง เขาเกือบลืมไอร่าไปแล้ว


           “พี่ไอร่า ทางนี้ เร็วๆ คาลอสพูด ไอร่ารีบวิ่งมาพร้อมกับขวดยาสีเหลืองและฟ้าอย่างละขวด วิ่งพ้นประตูหลังบ้านมา ชายคนนั้นก็ก้าวข้ามประตูที่พังราบกับพื้นเข้ามา ร่างสูงใหญ่ดังหมี เสื้อผ้าขาดวิ่น หน้ากากสีขาวตัดกับดวงตาสีแดงฉานนั่นทำให้คาลอสขนลุกซู่ วิ่งตามไอร่ามามันมาแล้ว!” คาลอสตะโกน


           “เร็วเข้า แมวตัวนั้นพูด ด้วยความเร่งรีบไอร่าก้าวเท้าพลาดไปเหยียบใส่ถุงเท้าที่เปียกชุ่มของคาลอส ที่ถอดทิ้งไว้ ไอร่าเสียศูนย์ล้มหัวทิ่มพื้น พยายามลุกขึ้นมือกุมศีรษะมีเลือดไหลย้อยลงมา  แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับมีเพียงโซฟาสีขาวที่ว่างเปล่า มีเพียงรอยเลือดยาวเป็นทางไปถึงประตูหลังบ้าน ชายคนนั้นก้าวอาดๆเข้ามาตามรอยเลือด ดวงตาสีเขียวและดวงตาสีแดงสบตากัน ชายคนนั้นสะบัดคอดัง กร๊อบ ไอร่าตัวแข็งทื่อ ชายคนนั้นชี้นิ้วมาทางไอร่ามีแสงสีม่วงสว่างวาบขึ้น แล้วทุกอย่างก็มืดดับไป

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

101 ความคิดเห็น

  1. #79 เจสท์ (@lianglong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 22:48
    หนุกมาก หนุกกว่าเปิดเรื่องอีกอะ 
    #79
    0
  2. #78 Ch-bangbai (@ch-bangbai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2554 / 06:57
    Wow! ตอนที่สองนี่สนุกยิ่งกว่า นึกว่าจะแป๊กซะแล้ว
    แต่ผิดคาด บรรยายได้เนียบมากค่ะ ฉากการต่อสู้เด่นชัด
    จินตนาการตามได้ไม่ยาก อ่านไปใจเต้นตึกๆๆ ลุ้นไปด้วย...
    ประโยคสนทนาสอดคล้องกับสถานการณ์ เป็นธรรมชาติ
    ดีด้วยค่ะ ^^

    #78
    0
  3. #77 Aksz- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2554 / 20:59
    ใช้ได้เลยนะเนี่ย
    #77
    0
  4. #76 SeveruZ- (@me-flip) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2554 / 18:22

    คิดยังไงบอกด้วยครับ

    #76
    0
  5. #75 เขมรไล่ควาย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2554 / 21:09
    ThunderGod Warth!!!!
    #75
    0