Calos Olygreef::Olygreef's Ring [แหวนมนตรา]

ตอนที่ 14 : บทที่ 13 การปลอมตัวของทั้งสี่ [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 229
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    23 ส.ค. 54

บทที่ 13
      การปลอมตัวของทั้งสี่
 

ขออภัยครับ ย่อหน้าหรือการเว้นวรรคอาจผิดไปมาก ผมมีปัญหากับ
MS  Word2007 นิดหน่อยครับ ผมยังหาสาเหตุไม่ได้เลย ใครรู้ช่วยแนะนำหน่อยครับ

     พลิงสีดำกำลังโหมลุกบนร่างของไอร่า มันเคลื่อนไหวตามสายลมราวกับกำลังเต้นระบำ แม้เพลิงจะร้อนแรงสักเพียงใด แต่ชุดคลุมสีดำของเขากลับไม่ไหม้เลยแม้แต่น้อย เบื้องหน้าของไอร่าเป็นป่าไม้ที่กำลังถูกทะเลเพลิงกลืนกินอย่างรวดเร็วและกลุ่มควันสีดำเต็มท้องฟ้า ต้นไม้ใหญ่พากันล้มลงเมื่อถูกเผาจนวอดวาย แสงไฟต้องตาไอร่าเผยแววความโหดเหี้ยมและความแค้นฝังใจ เกิดแสงสว่างวาบด้านหลังของเขา พร้อมกับอีคารอสที่ปรากฏตัวออกมา...

 


               หนึ่งเดือนผ่านไป คาลอสได้เรียนรู้อะไรมากมายในโลกของผู้วิเศษ ซึ่งมันจำเป็นต่อเขาแน่ในการดำเนินชีวิตที่มีแต่อันตราย ตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาได้รับแหวนแห่งโอลี่กรีฟ ชีวิตของเขาก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ เหมือนเขาได้เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กับเรื่องราวใหม่ๆ ที่พร้อมจะเข้ามาพร้อมกับสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงได้ทุกวินาที 

จากคนที่ไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ไม่เคยสนใจที่จะเปลี่ยน วันๆแทบไม่ทำอะไร ถ้าไม่เล่นคอมฯ ก็อ่านนิยาย  อ่อนแออย่างไรก็อ่อนแออย่างนั้น แต่ตอนนี้เขาจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองแล้ว ไม่เข่นนั้นเขาคงจะอยู่รอดไม่ได้ในสถานการณ์เช่นนี้

หนึ่งเดือนเต็มแล้วกับการเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่ามนตรา ทั้งในโรงเรียนผู้วิเศษ และการฝึกพิเศษกับฟ้าฝน(ซึ่งบ่อยครั้งเจนนี่และอเล็กซ์จะมาร่วมด้วย) แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้ฝึกในโลกมนุษย์ พวกเขาฝึกในโลกผู้วิเศษ พวกเขายืมดวงอาทิตย์แห่งมิติจากเดมมาใช้ มันจะพาพวกเขาไปโลกผู้วิเศษ แต่ในขณะเดียวกัน เวลาโลกและเวลาโลกผู้วิเศษก็ยังคงเดินไปพร้อมๆกัน ถึงมันจะไม่เหมือนกับดวงอาทิตย์แห่งมิติและเวลา แต่มันก็ช่วยให้พวกเขารอดพ้นจากสายตาพวกมนุษย์ไปได้เหมือนกัน

ฝีมือคาลอสก็พัฒนาไปมากเลยทีเดียว เขาใช้พลังของแหวนโอลี่กรีฟได้ช่ำชองขึ้น ถึงแม้มันจะต้องใช้เวลาอยู่มากพอควรก็ตาม อย่างเช่นเมื่อสองอาทิตย์ก่อน ระหว่างการฝึกพิเศษกับฟ้าฝน วันนั้นเจนนี่และอเล็กซ์ก็มาฝึกด้วย พวกเขาฝึกการใช้คาถาล่องหนให้คาลอสและถือโอกาสฝึกซ้อมไปในตัวด้วย แล้วคาลอสก็ทำเซอร์ไพรส์ให้ทั้งสาม เมื่อเขาล่องหนได้ แต่สิ่งที่ล่องหนไม่ใช่ร่างกายเขาหรอก แต่เป็นเสื้อผ้าของเขา ทำให้เขาล่อนจ้อนเหลือเพียงกางเกงใน นี่แค่เรื่องเดียวนะเนี่ย

หนึ่งเดือนเต็มๆแล้วกับการอยู่ในโรงเรียนพะเยาพิทยาคมโดยไม่ได้ออกไปไหนเลย คาลอสเบื่อมาก ถึงเขาจะเสกอะไรต่อมิอะไรมาเล่นได้ตามใจชอบก็เถอะ แต่การอยู่สถานที่เดิมนานขนาดนี้มันทำให้เขาเซ็ง ถ้าภายในสองวันนี้ถ้าเขาไม่ออกไปไหนอีก เขาคงจะเป็นบ้าแน่ๆ เขาอยากไปเที่ยว ออกไปสูดอากาศที่อื่นบ้าง

แล้วโอกาสก็มาถึง

อาจารย์จะไปต่างจังหวัดซักสองสามวันนะเดมบอก ริชาร์ดจะดูแดโรงเรียนแทนตอนอาจารย์ไม่อยู่

ครับ

แล้วจำไว้นะ...อย่าออกไปไหนเด็ดขาด

คาลอสพยักหน้า ขณะมือที่ซ่อนอยู่ทำเครื่องหมายกากบาท

อาจารย์ไปละเดมพูดพร้อมกับผลักประตูออกไป คาลอสได้ยินเสียงรถเก๋งของเขาดังขึ้น แล้วห่างออกไปเรื่อยๆ

เขาหยิบมือถือขึ้นมา กดมันสามสี่ที แล้วเอาแนบหู

ไง ฟ้าฝนเหรอคาลอสยิ้ม ไปดูหนังกัน

หา นายจะบ้าเหรอ นายไม่ควรออกไปไหนทั้งนั้น เสียงฟ้าฝนลอดออกมาจากมือถือ

เธอไม่เป็นฉันเธอไม่รู้หรอกคาลอสพูดอย่างหงุดหงิด ฉันไม่ได้ออกไปไหนมาเป็นเดือนๆ ได้แต่จมปลักอยู่ในโรงเรียนงี่เง่านี่ทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้ท่านผอออก็ไม่อยู่ ไปกับฉันเถอะนะ

ฉันรู้ว่านายเบื่อ แต่ถ้านายออกไปอะไรจะเกิดขึ้น นายเองก็น่าจะรู้ดีนี่นา

โอเค ก็ได้คาลอสพูดอย่างเหลืออด ไม่ไปก็ไม่ไป ฉันไปเองก็ได้

ฟ้าฝนถอนหายใจ โอเค แล้วจะดูเรื่องอะไรล่ะ

คาลอสเปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทัน เขาถึงกับยิ้มแก้มปริ แฮร์รี่ พอตเตอร์เขาพูด

เหอะ อ่านเอายังสนุกกว่าอีก

คาลอสหุบยิ้มทันที อือ งั้นฉันว่าไม่ไปแล้วดีกว่า

วันไหนล่ะ

แล้วคาลอสก็ยิ้มออกมาอีกครั้ง

 

 

เครื่องบินลำยักษ์ค่อยๆร่อนตัวลงมาที่รันเวย์อย่างนิ่มนวล ทันทีที่เครื่องบินจอดสนิท ชายฉกรรจ์แปดเก้าคนก็เดินออกมา ชายคนที่เดินนำหน้าดูจะมีอำนาจกว่าทุกคน เขามีผมสีทองอร่าม ดวงตาสีฟ้า ใบหน้ามีรอยแผลเป็นที่น่าสยดสยอง ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อ อายุราวสี่สิบกว่าๆ  เขาอยู่ในชุดทหารชั้นสูง ชื่อของเขาคือ นายพล ดอล ดี จอห์นสัน

ร้อนว่ะดอลบ่น ขณะเดินลงมาถึงพื้นรันเวย์

ตามมาด้วยทหารผิวขาวหกนาย ทั้งหมดเหมือนถอดแบบมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน ส่วนสูงเท่าๆกัน ผมสีทองเหมือนกัน ร่างกายทุกคนเหมือนกับนักเพาะกล้ามมืออาชีพ และที่สำคัญพวกเขาเหน็บปืนสั้นสีดำไว้ใต้เสื้อ

ถึงซะทีเสียงชายคนหนึ่งดังออกมาจากเครื่องบิน เขาเดินออกมาพร้อมกับชายอีกคนหนึ่งสวมสูทหรูหราสีดำ ส่วนเขาสวมสูทธรรมดาสีขาว ทั้งสองเดินมายืนขนาบข้างดอล พวกเขาดูเตี้ยไปถนัดตาเมื่อมายืนข้างชายร่างยักษ์อย่างดอล

เสียดายที่บิลไม่ได้มาด้วยโจเซฟพูด

ช่างมันเถอะไอ้หมอนั่นน่ะดอลบอก มัวแต่สนใจธุรกิจซอฟแวร์สั่วๆ

อย่างน้อยเขาก็ให้เรายืมเครื่องบินแหละน่าราวเมอร์พูด ผมสั่งคนให้มารับแล้ว ไปกันเถอะ

ประเทศไทย!” ดอลตะโกน แล้วเดินนำไปตามมาด้วยโจเซฟ  ราวเมอร์  และพวกทหาร

ผู้มากมายหลายเชื้อชาติเดินกันขวักไขว่ ทันทีที่ดอลกำลังเดินผ่านเครื่องตรวจอาวุธ เครื่องก็ส่งเสียงเตือนทันที ผู้คนหลายคนต่างหยุดชะงักแล้วเหลียวมามองแล้วกระซิบกระซาบกับคนรู้จัก รวมทั้งรปภ.ที่อยู่ตรงนั้นด้วย

ประทานโทษครับ กรุณาถอดเครื่องประดับออกด้วยครับ รปภ.เตือน ภาษาอังกฤษเขาใข้ได้ทีเดียว

เครื่องประดับเหรอ นายหมายถึงไอ้นี่หรือเปล่าดอลพูดแล้วโชว์ปืนทีเสียบอยู่ที่เอว รปภ.ถึงกับผงะแล้วดึงปืนของตัวเองออกมา ผู้คนพากันหวีดร้องและวิ่งหนีกันแตกกระเจิง

ทิ้งอาวุธซะ!” รปภ.ตะโกน  แต่ดอลดึงมันออกมาแล้วแกว่งเล่นอย่างสำราญใจ

พอทีเถอะ ดอล!” ราวเมอร์ตวาดแล้วเดินผ่ากลุ่มทหารที่อยู่หลังดอลออกมา นี่ครับเขาชูการ์ดใบหนึ่งให้รปภ.ที่แตกตื่นดู แล้วดวงตาเขาก็เบิกโพลง ดูจะแตกตื่นยิ่งกว่าเดิม

ให้พวกเราเข้าไปได้รึยังดอลถามขณะเอาปืนเสียบคืนที่เอว ผู้คนแถวนนั้นหลายคนแอบถ่ายวีดีโอไว้

คะ...ครับ เชิญเลย เชิญรปภ.ผละออกห่าง แล้วโบกไม้โบกมืออย่างบ้าคลั่ง เชิญๆๆ

ให้มันได้ยังงี้สิดอลพูด ขณะที่เครื่องตรวจจับส่งเสียงเตือนดังระงมตามหลังทันทีที่พวกทหารของเขาเดินผ่านมัน

วันหน้าวันหลังอย่าทำแบบนี้อีกล่ะโจเซฟพูดหน้าเคร่งเครียด

แค่นี้เอง จะเป็นไรไป มีอำนาจอยู่ในมือทั้งที ถ้าไม่ยอมใช้มันแล้วมันจะเอามาทำไมล่ะ หือดอลยิ้มมุมปาก

แล้วเมื่อไหร่ที่คุณไม่มีอำนาจแล้วคุณจะรู้สึก

ดอลหัวเราะคงไม่มีวันนั้นแล้วล่ะ ฉันว่า

 

 

 

แบสนี่รู้สึกอ่อนเพลีย เธอเดินตามหาหญิงที่เขียนหนังสือหินมนตราโบราณทั้งห้ามาหนึ่งเดือนเต็มๆแล้ว เธอไปมาแล้วหลายจังหวัด แต่กลับไม่เจออะไรเลย ที่จริงก็ไม่แปลกเหรอก เพราะเธอไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับหล่อนเลย ถ้าเจอสิถึงจะแปลก และตอนนี้เธอก็กลับมาจังหวัดพะเยาเหมือนเดิมแล้ว

ตอนนี้แบสนี่กำลังนั่งอยู่ริมฟุทปาธ เบื้องหลังเธอเป็นศาลากลางของจังหวัดพะเยา เธอดูดโอเลี้ยงในถุงอย่างกระหาย หน้าตาเธอเต็มไปด้วยเหงื่อไคล ผิวคล้ำจากการตากแดดมาหลายวัน เธอเปิดรูปของหญิงคนนั้นดูอีกที แล้วเทียบกับคนที่อยู่ละแวกนั้น ซึ่งไม่มีใครเข้าเค้าเลย

แต่เธอไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆหรอก เธอต้องช่วยเบ็นจาและอลิซให้ได้ เธอต้องหาหล่อนเจอแน่หากเธอพยายาม แต่เธอก็พยายามมาตลอดหนึ่งเดือน แล้วทำไมไม่พบเสียทีเล่า การตามหาคนที่มีอายุกว่าร้อยปีที่สามารถอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ก็ได้ มันไม่ต่างอะไรจากงมเข็มในมหาสมุทรเลย  คงต้องหวังพึ่งปาฏิหาริย์อย่างเดียวสินะ เธอถอนหายใจเสียงดัง แล้วดันตัวลุกขึ้น เธอมองไปยังอีกฟากของถนนซึ่งมีเกาะกลางถนนคั่นกลาง มีเสาไฟฟ้าสีเทาตั้งตระง่านเว้นระยะเป็นช่วงๆ มีพุ่มไม้เตี้ยๆยาวเป็นทาง แล้วเธอก็ต้องตกตะลึง เมื่อเห็นสิ่งที่อยู่อีกฟากของถนน

หญิงชราที่สวมเสื้อผ้าหลุดลุ่ยและเท้าที่เปลือยเปล่ากำลังยืนมองเธอจากอีกฝากของถนน!

แบสนี่มองเธอสลับกับรูปหญิงที่อยู่ในหนังสือ เธอถึงกับตาถลน ต้องใช้เธอแน่ๆ แบสนี่วิ่งข้ามถนนไปหาเธอทันที หญิงชราคนนั้นหันหลังกลับไป ขณะที่แบสนี่ยังไม่ถึงเกาะกลางถนนเลย

เดี๋ยวก่อน อย่าพึ่งไป!” แบสนี่ตะโกนพร้อมกวักมือเรียก ขณะวิ่งข้ามเกาะกลางถนน เธอไม่ได้สังเกตรถบรรทุกที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงเลย

                ปิ้นนนนนนนนนน! 

 แบสนี่หันไปตามเสียงขณะเธอเองหยุดชะงักอยู่กลางถนน แล้วเธอก็ประจักษ์ชัดว่า...

 มันสายเกินไปแล้ว





              เพลิงสีดำกำลังโหมลุกบนร่างของไอร่า มันเคลื่อนไหวตามสายลมราวกับกำลังเต้นระบำ แม้เพลิงจะร้อนแรงสักเพียงใด แต่ชุดคลุมสีดำของเขากลับไม่ไหม้เลยแม้แต่น้อย เบื้องหน้าของไอร่าเป็นป่าไม้ที่กำลังถูกทะเลเพลิงกลืนกินอย่างรวดเร็วและกลุ่มควันสีดำเต็มท้องฟ้า ต้นไม้ใหญ่พากันล้มลงเมื่อถูกเผาจนวอดวาย แสงไฟต้องตาไอร่าเผยแววความโหดเหี้ยมและความแค้นฝังใจ เกิดแสงสว่างวาบด้านหลังของเขา พร้อมกับอีคารอสที่ปรากฏตัวออกมา

ไปกันเถอะอีคารอสเดินเข้ามา ทุกอย่างพร้อมแล้ว เราจะได้ไปแก้แค้นให้แม่เธอ ไอร่า

เราเหรอ

ฉันคงไม่ปล่อยให้เธอไปคนเดียวหรอก ถึงแม้ว่าเธอจะใช้เพลิงดำได้แล้วก็ตาม

ไอร่าไม่ตอบ เพียงแค่ส่ายหน้าเล็กน้อย

ก่อนอื่น เรามีประชุม...ครั้งใหญ่เสียด้วย เธอต้องมากับฉันนะ

ครับไอร่าพูดแล้วจับร่างของอีคารอสที่กำลังเปล่งประกาย แล้วทั้งสองก็หายไปจาก

 

บนทุ่งหญ้าสีเหลืองกว้างใหญ่ไพศาล ท้องฟ้าเบื้องบนมีเมฆบางๆ ดวงตะวันเปล่งประกายเจิดจ้าอยู่กลางฟ้า คนในชุดคลุมสีดำกว่าสามสิบคนกำลังยืนเรียงแถวกันเป็นวงกลมเป็นชั้นๆ มีแปดคนที่อยู่ชั้นในสุด พวกเขากำลังยืนล้อมร่างชายคนหนึ่งที่อยู่บนแท่นหินอ่อน ชายที่มีผมสีเหลืองอ่อนและผิวกายซีดขาว ดวงตาปิดสนิท ขอบตาสีดำลึกโบ๋ เขาเหลือเพียงร่าง วิญญาณสูญสิ้นไปแล้ว

นี่เธอเรียกฉันมาเพราะงานศพพี่เธอนี่นะหญิงผิวสีที่มีดวงตาสีแดงคนหนึ่งพูด

เปล่าหรอก โรแวนน่าอีคารอสพูด ที่ฉันเรียกผู้นำเรดอายส์ทุกทวีปมาที่นี่วันนี้ก็เพราะว่าฉันได้ค้นพบคาถาใหม่ คาถาที่ร้ายแรงกว่าคาถาฟ้าผ่าหลายเท่า

จริงหรือชายร่างสันทัดคนหนึ่งพูด ดวงตาสีแดงของเขาลุกวาว

ใช่ มันดีกว่าคาถาฟ้าผ่ามากเลยล่ะ คาถาฟ้าผ่ามีข้อจำกัดตรงที่จะใช้ได้ตอนที่มีเมฆฝนเท่านั้น  ถึงเราจะใช้คาถาเรียกเมฆฝนได้ก็เถอะ แต่ฉันว่ามันก็ยุ่งยากอยู่ดี ฉันก็เลยคิดค้นคาถาใหม่ ที่ได้แนวคิดมาจากหินแห่งพลัง

เธอมีหินนั่นจริงๆหรือโรแวนน่าถาม ดวงตาเปล่งประกาย

ฉันเคยมีน่ะอีคารอสพูด โรแวนน่าทำหน้าผิดหวัง แต่ฉันก็ครอบครองมันอยู่นานเลยล่ะ ฉันก็เลยคิดค้นคาถานี้ได้อีคารอสพูดแล้วชี้นิ้วไปยังร่างพี่ชายของเธอ

มันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ไม่มีแสงสว่างเป็นลางบอกเหตุ ไม่มีเสียงอะไรทั้งนั้น จู่ๆ ร่างกายของพี่เธอก็สลายกลายเป็นผุยผงแทบจะทันที

ไปดีนะพี่อีคารอสพูด ขณะที่คนอีกเจ็ดคนตื่นตะลึง หนึ่งในนั้นก็คือไอร่า

 

 

 

คาลอสกำลังนอนดูทีวีอยู่ ขณะนาฬิกาบอกเวลาหกโมงเย็น วันนี้วันเสาร์เขาไม่มีเรียนอะไรทั้งสิ้น นอกจากการฝึกพิเศษกับฟ้าฝนซึ่งผ่านมาเมื่อกี้นี้เอง  คาลอสได้ยินเสียงรถยนต์ดังกระหึ่มจากด้านนอก

กริ๊ง!

คาลอสเดินไปเปิดประตู แล้วเขาก็พบชายวัยกลางคนคนหนึ่ง เตี้ยกว่าคาลอสเล็กน้อย มีผมสีดำขึ้นบางๆ  ดวงตาสีดำสนิท  และสวมชุดข้าราชการครู เขาคือริชาร์ดนั่นเอง แต่เขาไมได้มาคนเดียว ด้านหลังเขายังมีชายร่างสูงโปร่งอีกสามคน คาลอสยกมือไหว้ริชาร์ด

หลบทางหน่อยสิเสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังริชาร์ด คาลอสหลีกทางให้ แล้วเขาก็เดินเข้ามา อีเกิลนั่นเอง เขาหลบอยู่หลังริชาร์ดได้ยังแนบเนียนดีจริงๆ เขาสวมชุดข้าราชการครูเหมือนกับริชาร์ด เพียงแต่เขาดูแก่กว่า ขลังกว่า และเขาก็สวมแว่นดำซึ่งไม่เข้ากับชุดเลย

นักข่าวน่ะ”  ริชาร์ดบอก คาลอสมองนักข่าวทั้งสาม พวกเขามีผมสีทอง ร่างกายกำยำ สวมแว่นกันแดดสีดำสนิท ทั้งๆที่ตอนนี้มันก็ค่ำแล้ว แต่พวกเขาก็ยังสวม คาลอสพิจารนาพวกเขา ถ้าริชาร์ดไม่บอกว่าพวกเขาเป็นนักข่าว คาลอสต้องคิดว่าพวกเขาเป็นทหารแน่ๆ

 ขณะที่คาลอสกำลังนั่งอยู่ที่โซฟาเพื่อตอบคำถามจากนักข่าวต่างชาติคนหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ และถือไมค์จ่อปากเขา  อีเกิลและริชาร์ดนั่งตรงข้ามกับพวกเขา ขณะเดียวกับที่อีกคนกำลังบันทึกภาพ ส่วนอีกคนกำลังสำรวจรอบๆบ้านของเดม

คุณไม่คิดจะกลับไปอยู่อเมริกาหรือครับนักข่าวคนนั้นถาม คาลอสจำไม่ได้แล้วว่านี่เป็นคำถามที่เท่าไหร่

ไม่หรอกครับ ผมชอบเมืองไทย ที่นี่มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งอาหาร การใช้ชีวิต แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม ที่ผมชอบมากที่สุดก็คงจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวนี่แหละครับ

นักข่าวคนนั้นพยักหน้า ขณะที่อีกคนกำลังป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆชั้นวางรองเท้า

ขอบคุณมากครับที่ให้พวกเรามาสัมภาษณ์ชายคนนั้นบอกแล้วลุกขึ้น คาลอสลุกตาม

เธอมีรองเท้าคู่เดียวเหรอชายอีกคนถาม ขณะหยิบรองเท้าสีดำเก่าๆของคาลอสขึ้นมาดู

ครับคาลอสพยักหน้า จริงๆแล้วมันเป็นของพ่อผมน่ะ

อ๋อครับ ก็เลยใช้ตลอดเลยสินะครับ

ครับ

เอาล่ะ เสร็จแล้วสินะอีเกิลพูดแล้วลุกขึ้นไปเปิดประตู เชิญ

นักข่าวทั้งสามเดินออกไปด้านนอก คาลอสจับมือกับพวกเขา พวกเขายิ้มให้อย่างเป็นกันเอง

แหวนสวยนะครับช่างภาพพูดขณะจับมือกับคาลอส

ครับคาลอสดึงมืออกมาทันที ตอนนี้เขากลายเป็นคนขี้ระแวงไปซะแล้ว

แล้วพวกเขาก็เดินเข้าไปในรถเบนซ์สีดำสุดหรู ขณะที่รถเก๋งของอีเกิลและริขาร์ดแล่นออกไปแล้ว

เป็นเพชรที่สวยจริงๆเสียงชายคนที่สัมภาษณ์เขาลอดออกมาขณะเขาปิดประตู แล้วรถก็แล่นออกไป

เป็นเพชรที่สวยจริงๆ คาลอสทวนคำนั้นซ้ำไปซ้ำมา เพชรงั้นหรือ แหวนวงนี้มีมนตราบังตาพวกมนุษย์นี่ พวกเขาไม่น่าจะมองเห็นมันเป็นอย่างอื่นนอกจากแหวนเงินเก่าๆ นอกเสียจากว่า พวกเขาจะเป็นผู้วิเศษ!

คาลอสกังวลใจ เขานั่งอยู่บนโซฟาที่นุ่มละมุน เขาจะไปเที่ยวในวันรุ่งขึ้นดีหรือเปล่านะ แล้วคนพวกนั้นเป็นใครกันแน่ แต่ที่แน่ๆพวกเขาไม่ได้เป็นนักข่าวธรรมดาแน่นอน คาลอสรู้สึกกระสับกระส่าย ร้อนๆหนาวๆ พวกนั้นสวมแว่นกันแดดสีดำเหมือนกับอีเกิลที่ใช้ปกปิดดวงตาสีแดง หรือว่าพวกนั้นจะเป็นพวกเรดอายส์  หากว่าพวกนนั้นเป็นพวกเรดอายส์ล่ะก็ พวกนั้นเข้ามาถึงข้างในโรงเรียนนี้ได้อย่างไร และที่สำคัญ ถ้าพวกนั้นเป็นพวกเรดอายส์จริง นั่นก็หมายความว่าโรงเรียนนี้ก็ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว

ไม่มีทางหรอกคาลอสพึมพำ ถ้าพวกนั้นเป็นพวกเรดอายส์จริง ทำไมริชาร์ดกับอีเกิกลถึงปล่อยพวกนั้นเข้ามาได้ล่ะ แล้วทำไมพวกนั้นไม่มาแย่งแหวนไปเลยล่ะ อืมม์ คิดมากไปเองแหละ คาลอส เขาคลึงสร้อยสีเงินของเขาเล่นพร้อมกับดึงแหวนแห่งโอลี่กรีฟปลอมที่ห้อยอยู่บนนั้นเล่น แล้วสิ่งที่เขาไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อแหวนแห่งโอลี่กรีฟปลอมหลุดออกมาดื้อๆ คาลอสมองมันอย่างตื่นตะลึง สร้อยไม่ได้ขาด แต่แหวนกลับหลุดออกมา คาลอสลองดันแหวนเข้าไปอีกครั้ง แล้วมันก็ทะลุผ่านสร้อยเข้าไปห้อยอยู่ดังเดิม คาลอสอ้าปากค้าง เดมไม่เคยบอกเลยว่าสร้อยนี่มีคุณสมบัติพิเศษอะไรบ้าง

 

หลังจากที่คาลอสอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เขากำลังนอนอยู่บนเตียงห้องนอนห้องเดิมของเขาที่ใช้นอนมากว่าหนึ่งเดือนเต็ม เจ้าอีฟ แมวตาเดียวของเขานอนอยู่ข้างๆ ร่างกายมันยังอ้วนท้วนสมบูรณ์เหมือนเดิม ขนสีดำมันขลับเมื่อดวงจันทร์ทอแสงนวลใส่

คืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่คาลอสยากที่จะนอนหลับ เขากำลังคิดว่าจะบอกฟ้าฝนดีไหมกับเรื่องที่เกิดขึ้น  แต่พอเขามาคิดดูดีดี หากเขาบอกเธอไป มีอันเขาต้องอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตแน่ๆ คิดได้ดังนั้นคาลอสก็หลับไปในเวลาต่อมา

 

คาลอสตื่นมาด้วยสีหน้าที่เปี่ยมปติ วันนี้เขามีนัด เป็นการนัดเที่ยวครั้งแรกในรอบหลายเดือน เขาจำไม่ได้แล้วว่าเขาได้ไปเที่ยวกับครอบครัวครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่  พูดถึงครอบครัว ถึงตอนนี้แม่ของเขาก็ยังไม่ฟื้นเลย... และญาติของเขาที่บอกว่าจะมาเยี่ยมเบ็นจาเมื่อเดือนก่อน ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตทั้งครอบครัว เบ็นจาบอกว่านั่นคือญาติที่เหลือครอบครัวสุดท้ายของพวกเขาแล้ว ตอนนี้ตระกูลโอลี่กรีฟเหลือเพียงพวกเขาสามคนคือ เบ็นจา อลิซ และคาลอส

คาลอสสลัดความคิดนั้นออกไป วันนี้เป็นวันที่เขารอคอยมานาน เขาไม่อยากให้เรื่องร้ายๆมาทำให้เขาหมดสนุกเป็นแน่ คาลอสมองนาฬิกา ตอนนี้แปดโมงเช้าของวันอาทิตย์ ไมต้องบอกก็รู้ว่าเขาจะทำอะไร  คาลอสเดินไปเปิดทีวีดูการ์ตูนโดยมีเจ้าอีฟนอนอยู่บนอก กดไปช่องนู้นที่ช่องนี้ที จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ใจของเขาตอนนี้ไปอยู่โรงหนังกับฟ้าฝนเรียบร้อยแล้ว

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น คาลอสดูชื่อของสายเรียกเข้าแสดงชื่อว่า ฟ้า

ว่าไงฟ้า

นายอย่าพึ่งเปลี่ยนเสื้อผ้านะ

ทำไมล่ะ

เถอะน่า รีบๆกินเข้าซะเดี๋ยวครึ่งชั่วโมงเจอกัน

โอเค

แล้วเจอกัน บาย

บาย

คาลอสวางสายแล้วเดินเข้าห้องครัวหาอะไรรองท้อง และจัดการเอาปลาทูตัวหนึ่งให้อีฟที่จัดการมันอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะเริ่มต้นวันที่เขารอคอยมานาน

กริ๊ง!

เสียงกริ่งดังขึ้น คาลอสมองนาฬิกา เพิ่งผ่านไปได้แค่สิบนาทีเอง ไม่นึกว่าเธอจะไวขนาดนี้ คาลอสเดินไปเปิดประตู แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจ

สาวสวยผมบรอนซ์อยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีน และชายหนุ่มผิวคล้ำในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนเช่นกันกำลังยิ้มให้เขา

เจนนี่ อเล็กซ์!” คาลอสตะโกน เข้ามาก่อนสิ

คงไม่ว่าอะไรนะถ้าเราจะไปด้วยอเล็กซ์พูด

ไม่เลยคาลอสบอก ไปหลายคนสนุกดี

อีกเดี๋ยวฟ้าก็คงมาแล้วล่ะเจนนี่บอก  

เล่นการ์ดกันเถอะอเล็กซ์พูด พร้อมกับคลี่สนามออก

ไม่เข็ดจริงๆเลยนะนนายเนี่ยคาลอสยิ้มให้ แล้วลุกไปหยิบการ์ดของเขามา

 

อีกด้านหนึ่ง ฟ้าฝนกำลังเดินอยู่บนฟุตปาธ บนถนนมีรถบางตา เธอเดินผ่านวัดยั่งย่องที่อยู่ซ้ายมือ วัดที่เหลือแต่ศาลาโล่งและมีพระพุทธรูปสีทองอร่ามอยู่ข้างใน มีรั่วอิฐสีส้มแดงก่อล้อมรอบเป็นกำแพงเตี้ยๆ วัดแห่งนี้ตั้งอยู่แทบจะหน้าโรงเรียนพะเยาพิทยาคม มีเพียงถนนสามแยกคั่นทั้งสองสถานที่ไว้  ด้านในเป็นบ้านที่รับฝากรถ เป็นที่จอดรถสำหรับนักเรียนที่มักจะมาสายจนประตูรถโรงเรียนปิดแล้ว หรือว่านักเรียนที่มีแผนจะโดดเรียน จึงเอารถมาฝากไว้ที่นี่

ฟ้าฝนเดินผ่านไปจนมาถึงร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง หรือจะเรียกให้คุ้นหูก็คือเซเว่น เธอผลักผระตูเข้าไป เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ไปทุกรูขุมขน เธอเหลียวลอกแลก มองดูผู้คน มีเพียงหญิงชราคนเดียวอยู่ในนี้ นอกจากเธอและพนักงานสองคน เธอเดินไปตรงเคาน์เตอร์

รับอะไรดีคะพนักงงานสาวสวยถาม

ดวงอาทิตย์แห่งมิติฟ้าฝนพูด พนักงานสาวถึงกับงงงวย เธอขมวดขคิ้ว แล้วในที่สุดก็ฉีกยิ้มออกมา

พี่ว่า...มันไม่มีหรอกนะของที่หนูว่าน่ะ

ช่าย ไม่มีหรอกพนักกงานชายที่อยู่ข้างเสริม

น้องหมายถึงลูกอมฮอลล์รสน้ำผึ้งมะนาวรึเปล่า

ฟ้าในถอนหายใจแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงเอาบางอย่างส่งให้เธอ มันคือลูกแก้วสีเขียวมรกตเล็กๆหนึ่งลูก เธอรับมันไปแล้วฉีกยิ้มอันแสนเย็นเยือกออกมาอีกครั้ง เธอชะเง้อมองดูลูกค้าที่อยู่ในร้าน มันค่อนข้างโล่งทีเดียว แล้วเธอก็เปิดลิ้นชักชั้นล่างสุด หยิบเอาดวงอาทิตย์แห่งมิติยัดใส่มือฟ้าฝน

เธอรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงเธอกระซิบ ขณะที่หญิงชราคนนั้นเดินหอบข้าวของมาจ่ายเงิน

ค่ะฟ้าฝนพูด แล้วเดินไปตรงมุมๆหนึ่งของร้าน มุมที่มีประตูหนึ่งที่ติดป้ายว่า เฉพาะเจ้าหน้าที่  ฟ้าฝนเปิดมันเข้าไป ในห้องมีชั้นเก็บชองอยู่ติดกำแพงทั้งสองฟาก มีกลิ่นเหม็นอับ ฟ้าฝนเอามือหนึ่งปิดจมูกแล้วเธอก็พึมพำคาถา

ไม่นานดวงอาทิตย์ก็เปล่งแสงสว่างลอดออกมาจากมือของเธอ แสงสว่างกลืนกินไปทั่วห้อง เธอหลับตา แล้วพอลืมตาขึ้นมาอีกที ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป ชั้นวางของหายไปแล้ว กลายเป็นกล่องๆหนึ่งที่วางอยู่ท้ายห้อง ฟ้าฝนไม่สนใจมันเลย  ตอนนี้เธออยู่ในโลกผู้วิเศษแล้ว ซึ่งจะครอบคลุมเนื้อที่รอบๆเซเว่นอีเลเว่นนี้เท่านั้น  หากจะออกไปโดยไม่ใช้ดวงอาทิตย์แห่งกาลละก็ เป็นเรื่องที่อันตรายมากเลยทีเดียว 

สถานที่ใดสถานที่หนึ่งจะไม่สามารถใช้ดวงอาทิตย์แห่งมิติ และดวงอาทิตย์แห่งมิติและเวลาพร้อมกันได้ จะใช้ได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น  เพราะทั้งสองอย่างให้ผลไม่เหมือนกัน  ดวงอาทิตย์แห่งมิติ จะพาผู้ใช้ไปยังโลกผู้วิเศษแต่ขณะเดียวกันเวลาโลกก็ยังคงเดินไปพร้อมกับเวลาของโลกผู้วิเศษ

แต่ดวงอาทิตย์แห่งมิติและเวลา จะทำให้โลกของผู้วิเศษในสถานที่นั้นไร้กาลเวลา ทำให้พวกเขาอยู่ในโลกผู้วิเศษได้นานเท่าที่ดวงอาทิตย์จะสามารถอยู่ได้ ในขณะที่เวลาโลกไม่ได้เดินไปแม้วินาทีเดียว เผื่อถ้ามนุษย์คนใดบังเอิญเห็นผู้วิเศษคนไหนใช้ดวงอาทิตย์แห่งมิติและเวลาล่ะก็ มนุษย์คนนั้นก็จะเห็นเพียงผู้วิเศษคนนั้นกะพริบหนึ่งที เพียงแค่นั้น

ฟ้าฝนเปิดประตูออกไปรับความเย็นของเครื่องปรับอากาศอีกครั้ง ตอนนี้สินค้าที่ขายในนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมออกเซเว่นเลย มีทั้งลูกอมรูปร่างประหลาด ครีมทาหน้าดำเพื่อการปลอมตัว ครีมปลูกหนวดฉับพลัน แชมพูเร่งผมยาวฉับพลัน  มีของกินแปลกๆ เช่น ไส้กรอกเนื้อมังกร หมูย่างลาวา ไอติมรสมะยมดอง และอีกสารพัด ไม่เว้นแม้แต่ หัวมังกรสตัฟท์  แต่แทบไม่มีคนอยู่ในนี้เลย นอกจากเธอและพนักงานมีเพียงชายหนุ่มสองคนที่กำลังสนุกกับการเลือกซื้อลูกอมระเบิด

สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะพนักงานสาวสวยพูด แล้วยิ้มให้ฟ้าฝน เธอหน้าละม้ายคล้ายกับพนักงานเซเว่นคนก่อนอย่างประหลาด ฟ้าฝนยิ้มให้น้อยๆแล้วเดินไปในบล็อกของเครื่องสำอาง เธอหยิบ ครีมปลูกหนวดฉับพลัน  ครีมเร่งผมฉับพลัน ชุดแชมพูเปลี่ยนสีผม  ครีมทาหน้าดำ ครีมทาหน้าขาว แทททูคัลเลอร์ ลูกอมล่องหน แล้วไปหยิบน้ำชาเปลี่ยนเสียงจากตู้เย็นมา  และของจุกจิกอีกหลายรายการ

ร้อยแปดสิบห้าฟีร่าค่ะพนักงานสาวบอก  ฟ้าฝนส่งลูกแก้วสีแดงให้เธอหนึ่งลูก พนักงานสาวถอนลูกแก้วที่เล็กกว่าและมีสีเหลืองให้เธอรับหมูย่างลาวา ปลาราดคาราเมลเพิ่มไหมค่ะ

ไม่ค่ะ ขอบคุณฟ้าฝนส่ายหน้า แล้วเดินกลับไปหลังร้าน หยิบลูกแก้วแห่งกาลขึ้นมา แล้วมันก็พาเธอกลับมาโลกมนุษย์เช่นเคย เธอเดินกลับมาด้านหน้าเซเว่น เหลือบมองดูนาฬิกาของตนเอง แล้วเธอก็เดินข้ามถนนไป ไปยังโรงเรียนพะเยาพิทยาคม ที่ซึ่งเพื่อนๆเธอรออยู่แล้ว

 

โจมตีไลฟ์พอยต์โดยตรงเสียงชายคนหนึ่งพูด แล้วมังกรดำดวงตาสีแดงก็พ่นไฟเย็นใส่ชายอีกคน เจ้าอีฟส่งเสียงครางในลำคอ พร้อมกับแผงขนที่ตั้งชันขึ้น

อ๊ากกก! ฉันแพ้นายอีกแล้วนะ คาลอสชายอีกคนบ่นขณะเก็บการ์ด 

ไปฝึกมาซักร้อยปีนะคาลอสยิ้ม ขณะเก็บการ์ดของเขาเช่นกัน

เก่งแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องเสียงหญิงคนหนึ่งดังออกมาจากนอกบ้าน เปิดประตูหน่อยสิ!”

เจนนี่โยนหนังสือ เซ็ปติมัส ฮีป ตอน ทายาทราชินี ลงไปบนโซฟาแล้วปรี่ไปเปิดประตู แล้วเธอก็พบฟ้าฝนที่หิ้วของพะรุงพะรัง

มา ฉันช่วยเจนนี่พูดแล้วขว้าของออกจากมือเธอ

อะไรน่ะคาลอสถาม

อะไรนะเหรอ เหอะ นายคิดว่าจะออกไปเที่ยวได้โดยสภาพแบบนี้งั้นเหรอฟ้าฝนบ่นขณะหยิบของในถุงออกมาเรียงรายบนโต๊ะ นายต้องปลอมตัว

ขนาดนั้นเลย

แน่นอน อเล็กซ์เสริม นายเป็นคนดังไปแล้วตอนนี้ ไม่มีผู้วิเศษคนไหนไม่รู้จักนายหรอก

เราจะประมาทไม่ได้นะเจนนี่บอกขณะกำลังอ่านนิยาย

แล้วเธอเอามาจากไหนน่ะ คาลอสถาม เสกเอาก็ได้นี่

อย่างเหลิงให้มันมากนักคาลอส ทุกสิ่งล้วนมีข้อจำกัด สิ่งของบางอย่างที่มีมนตราระดับสูงจะเสกออกมาไม่ได้ แม้นายจะพยายามแค่ไหนก็ตาม

แล้วเธอเอามันมาจากไหนล่ะ

ซื้อที่เซเว่น....เซเว่นของผู้วิเศษน่ะนะ

มีด้วยเหรอคาลอสตาลุกวาว

เออสิ หุบปากซะ แล้วเราจะเริ่มกันเลย

ก็ได้ คาลอสถอนหายใจ แต่พวกเธอก็ต้องปลอมตัวเหมือนกัน เพราะป่านนี้คงไม่มีผู้วิเศษคนไหนไม่รู้แล้วว่าฉันมีเพื่อนเป็นใครบ้าง นั่นหมายความว่าพวกนายมีสิทธิ์โดนไล่จับ ไม่ต่างจากฉันคาลอสยักคิ้ว

เวรแล้วไงอเล็กซ์บ่น

ก็ได้ฟ้าฝนบอก

เฮ้ย!” เจนนี่ลุกพรวด

เอาน่า ไม่เป็นไรหรอกฟ้าฝนบอก

แล้วทำยังไงล่ะ”  คาลอสถาม

นายอยู่เฉยๆเถอะ เดี๋ยวพวกเราจัดการเองฟ้าฝนฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

อย่าเล่นอะไรแผลงๆนะคาลอสตั้งท่าถอย ขณะที่อเล็กซ์ดันตัวเขาลงนั่ง

อยู่นิ่งๆไว้ฟ้าฝนบอก แล้วหยิบครีมทาหน้าดำออกมา เธอบีบมัดใส่มือคาลอสขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพด มันเป็นครีมข้นเหนียวเหนอะ มีสีดำสนิท และมีกลิ่นเหมือนขยะเปียก คาลอสทำท่าขยะแขยง

อะไรเนี่ยคาลอสถาม

ครีมทาหน้าดำ มันจะทำให้ผิวนายดำขึ้นฟ้าฝนยิ้ม มันไม่ถึงกับดำเท่าอเล็กซ์หรอกนะ แค่คล้ำๆน่ะ

นี่เจ๊ อย่าลามมาถึงฉันได้ไหมอเล็กซ์ถลึงตาใส่ ฟ้าฝนหัวเราะ

หน้าฉันจะไม่เละใช่ไหมคาลอสถามอย่างกลัวๆ

ไม่หรอก รีบๆเถอะยังมีอีกตั้งหลายอย่าง

คาลอสถูมือไปมาแล้วลูบไล้ใบหน้าของตัวเอง เขารู้สึกคันๆเหมือนแพ้เครื่องสำอาง

มันคันน่ะคาลอสเกายิกๆ

ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวก็หายฟ้าฝนบีบมันใส่มืออีกครั้ง ทาทั้งตัวเลย ฉันหมายถึงส่วนที่ล้ำออกมาจากเสื้อนะ

คาลอสทามันเหมือนกับทาโลชันตอนหน้าหนาว แต่มันกลับไม่ทำให้ผิวชุ่มชื่น มันทำให้เขาคันยิกๆไปทั่วทั้งกาย คาลอสลุกขึ้นเการ่างกายอย่างทรมาน เหมือนเขากำลังเต้นแร้งเต้นกาอย่างนั้นแหละ  ไม่นานเขาก็หายคัน เขามองดูแขนตัวเอง มันคล้ำกว่าเดิมมาก เหมือนตากแดดมาเป็นปีเลย แต่ก็ไม่ถึงกับดำเหมือนกับอเล็กซ์

นายดูดีทีเดียวเชียวอเล็กซ์ชม

เอาล่ะ ต่อไปก็เปลี่ยนสีผมฟ้าในยื่นขวดแชมพูให้คาลอส เอาไปสระซะคาลอสรับมันไปอย่างว่าง่ายแล้วผลักประตูห้องน้ำเข้าไป

ขณะที่เขากำลังบีบมันออกนั่นเอง เขาก็ได้รู้ว่าข้างในขวดนั้นว่างเปล่ามันไม่มีอะไรเลยคาลอสตะโกนออกมา

พูดว่าสีดำซิฟ้าฝนตอบกลับมา

สีดำคาลอสกระซิบบอกมัน แล้วของเหลวเหนียวหนืดสีดำก็พุ่งออกมาอย่างกับน้ำพุ คาลอสเบี่ยงตัวหลบ แล้วคว้างขวดทิ้งไป แต่ของเหลวสีดำนั่นกลับพุ่งมาทางเขาแล้วเกาะหัวเขาไว้ จ๊ากกกกก! ช่วยด้วยคาลอสแหกปากตะโกนขณะมือพยายามดึงมันออก

ไม่เป็นไรหรอกน่าเสียงอเล็กซ์ตะโกนเข้ามา คาลอสรู้ได้เลยว่าเขากำลังกลั้นหัวเราะ

หลังจากที่เจ้าแชมพูบ้านเลือดนั่นเล่นหัวคาลอสจนสาแก่ใจแล้ว มันก็พุ่งกลับไปยังขวดของมันอีกครั้ง  คาลอสหายใจหอบ เขามองตัวเองในกระจก ผมของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำแล้ว

เสร็จแล้วเหรออเล็กซ์แง้มประตู

อืมม์

เอานี่ไปเขาโยนขวดๆหนึ่งเข้ามา

อะไรอีกล่ะคาลอสถามอย่างหงุดหงิด  อเล็กซ์ยักไหล่แล้วปิดประตู  คาลอสเดินไปหยิบมันขึ้นมา มันเขียนว่าแชมพูเร่งผมยาวฉับพลัน

เร็วเข้าคาลอสฟ้าฝนตะโกน

รู้แล้วน่าคาลอสเปิดมันออกอย่างระแวง แล้วมันก็เกิดขึ้น ของเหลวสีใสมีกลิ่นเหมือนดอกมะลิ พุ่งออกมาตรงเข้าไปที่หัวคาลอส ว้ากกกกกก!”

ปัญญาอ่อนชะมัดฟ้าฝนหัวเราะร่า

คาลอสรู้สึกเหมือนมีอะไรงอกออกมาจากหัวเขาอย่างรวดเร็ว มันเหมือนหนอนเป็นหมื่นๆตัวกำลังชอนไชออกมาจากหัวของศพที่เน่าเปื่อย  คาลอสรู้สึกเหมือนมีอะไรถ่วงศีรษะเขาไว้  คาลอสส่องกระจก ดวงตาเขาถึงกับเปล่งประกายเมื่อเขาเห็นภาพตัวเองในกระจก ผมของเขายาวขึ้นมาก ยาวจนถึงบ่าเลย คาลอสสะบัดหัวเล่นอย่างอารมณ์ดี

ออกมาได้แล้วฟ้าฝนสั่ง เหลืออีกสองสามอย่างเอง

ยังไม่หมดอีกเหรอคาลอสถามขณะรับผ้าขนหนูจากเจนนี่มาเช็ดผม

นายต้องเพิ่มหนวดกับเคราหน่อย ฟ้าฝนพูดแล้วโยนขวดครีมเล็กๆให้คาลอส มันจะได้ตรงคอนเซ็ป

คอนเซ็ปอะไร

เดี๋ยวก็รู้เองแหละน่าฟ้าฝนบอก เอาเลยสิ

มันจะกัดฉันอีกไหมคาลอสไม่กล้าเปิด

อย่าปอดแหกไปหน่อยเลย แค่จักจี้นิดหน่อยเองฟ้าฝนยิ้ม

คาลอสเปิดฝามันออก นั่นไงเล่า ของเหลวสีเทาก็พุ่งเข้าใส่รอบๆปากเขา คาลอสยืนนิ่งไม่ไหวติง เขารู้ว่ายังไงก็คงหนีไม่รอด  ความรู้สึกประหลาดๆผุดขึ้นที่รอบๆปากเขาอีกครั้ง เหมือนมีแบคทีเรียยักษ์กำลังชุมนุมประท้วงขับไล่นายกรัฐมนตรีด้วยการเผาบ้านเผาเมือง

ไม่นานมันก็จางหายไป พร้อมกับเพื่อนๆเขาที่หัวเราะร่วน คาลอสลูบไล้คางและรอบๆปากเขา เขาสัมผัสได้ถึงหนวดเคราที่หยาบกร้าน เขาไม่จำเป็นต้องส่องกระจกเลยก็ได้  แล้วฟ้าฝนก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เขา

อะไรอีกล่ะคาลอสพูดอย่างเหลืออด เขารู้สึกเหมือนเขาเป็นตัวตลกเลย

รอยสักชั่วคราว

รอยสักเหรอ ต้องถึงขนาดนั้นเลยเหรอ

เพื่อความปลอดภัยของนายเองฟ้าฝนพูด และพวกเราด้วย

โอเค้คาลอสมองกระดาษที่อยู่ในมือ มันคือตัวอย่างรอยสักหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่รอยสักที่หัวจรดปลายเท้า

อยากได้ลายไหนก็จิ้มเลยฟ้าฝนบอก คาลอสจิ้มนิ้วไปที่รอยสักรูปไฟตรงข้อมือ และลายรูปหัวกะโหลกไขว้ตรงต้นแขนทั้งสองข้าง อย่าปล่อยมันนะฟ้าฝนเตือน

แล้วควันหลากสีก็พวยพุ่งออกมาจากกระดาษนั่น มันครอบคลุมร่างกายคาลอส คาลอสหันซ้ายขวา เขามองไม่เห็นใครเลย เขาได้กลิ่นเหมือนหมึกปากกาคละคลุ้ง ตามมาด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่ข้อมือและต้นแขน  หลังจากที่หมอกวันหลากสีสลายไป คาลอสก็กลายเป็นคนละคนกับเมื่อยี่สิบนาทีก่อนเลย

เอาล่ะ อันสุดท้ายฟ้าฝนบอก

ยังมีอีกเหรอ

สุดท้ายแล้วจริงๆฟ้าฝนยื่นขวดชาให้คาลอส จิบมัน นิดก็เดียวพอ

คาลอสจิบมันอย่างจนใจ กลิ่นมันเหมือนน้ำผึ้งผสมคาราเมล แต่รสชาติยังกับดิน

อาหรายกานนี่คาลอสพูด เพื่อนเขาพากันหัวเราะอีกครั้ง หุบปากเดี๋ยวนี้!” คาลอสตะโกน เสียงของเขาดุดันกว่าเดิมมาก เพื่อนเขาถึงกับผงะ

จะ...เจ๋งแฮะอเล็กซ์ยิ้มเจื่อนๆ

เสร็จรึยังคราวนี้คาลอสถามเสียงเข้ม

เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ก็เรียบร้อยแล้วฟ้าฝนชี้ไปที่ชุดของคาลอสที่ห้อยตรงมุมห้อง ฉันเสกมาให้แล้ว เอาไปเปลี่ยนซะ เดี๋ยวพวกเราจะปลอมตัวบ้าง

ฉันเสกเองไมได้เหรอ

อย่านะ เดี๋ยวมันจะไม่ตรงคอนเซ็ปเธอยิ้มอีกครั้ง

คาลอสเดินขึ้นไปบนห้องโดยมีเจ้าอีฟเดินตามหลัง

 

หลังจากที่คาลอสเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เขากำลังมองตัวเองในกระจก ไม่มีส่วนไหนจะบอกได้เลยว่าเขาคือคาลอส โอลี่กรีฟ ผมของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำและยาวกว่าเดิม ผิวคล้ำขึ้น หนวดเครารกรุงรัง มีรอยสักสุดเท่ห์ที่ข้อมือและต้นแขน  เขาอยู่ในชุดเสื้อแขนกุดสีขาวและสวมเสื้อกั๊กบางๆสีดำทับอีกชั้น สวมกางเกงยีนสีดำที่โดนซักจนซีด  มัดผ้าโพกหัวสีดำที่มีลายกะโหลกควาย สวมแว่นกันแดดสีดำ และรองเท้าเก่าๆสีดำของพ่อเขา ดูรวมๆแล้วเขาไม่ต่างจาก แอ๊ด คาราบาว เลย นี่หรือที่เธอว่าคอนเซ็ปน่ะ

จำฉันได้ไหมล่ะคาลอสพูดกับเจ้าอีฟ มันส่งเสียงร้องเหมียวๆแล้วเลียมือคาลอส แม้แต่แมวยังจำได้เลยคาลอสบ่นงึมงำ แล้วก็ผลักประตูออกไป ทันทีที่เขาลงมาถึงชั้นล่างเขาก็แทบช็อกเมื่อเห็นสภาพเพื่อนของเขา

ช้าจะนะ ไอ้สมองกลวงหญิงติสต์แตกคนหนึ่งพูด

เธอคนนี้ต้องเคยเป็นฟ้าฝนแน่ๆ คาลอสเดาจากส่วนสูงและการพูดจา แต่เธอเปลี่ยนไปมากเลย ผมของเธอยาวขึ้น เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อนและหยิกฟู หน้าตกกระ ผิวคล้ำกว่าเดิม ทาลิปสติกสีส้ม แต่งหน้าบางๆ  สวมแว่นตาโตๆเหมือนคนหัวโบราณ เธอสวมเสื้อยืดลายการ์ตูนยับๆ กางเกงยีนขาสั้นสีขาว และรองเท้าแตะ

ฉันดูเป็นยังไงบ้างหญิงสาวอีกคนถามคาลอสพร้อมกับหมุนตัว คาลอสถึงกับตาโต

ต้องเป็นเจนนี่แน่ๆ เพราะผู้หญิงมีเพียงสองคน แน่นอนว่าเธอไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลย ผมเธอเปลี่ยนเป็นสีชมพูและสั้นลงจนกลายเป็นผมบ๊อบ เธอทาลิปสติกสีแดงแปร๊ด ขนตาแสนงอนยาวเฟื้อย ขอบตาสีดำ เปลือกตาสีฟ้าอ่อน เธอสวมเสื้อสายเดี่ยวสีแดงและกระโปรงสั้นจู๋ พร้อมรองเท้าส้นตึก และกลิ่นน้ำหอมที่ฉุนเหมือนฟอร์มาลีน

                “พร้อมรึยัง!” เสียงนุ่มๆของชายคนหนึ่งดังขึ้น เขาเปิดประตูห้องน้ำออกมา แล้วคาลอสก็ต้องอ้าปากค้าง

                คาลอสมองเพื่อนเขาขึ้นๆลงๆ อเล็กซ์นั่นเอง เขาเปลี่ยนไปมากเลย อันดับแรกเลยคือเขาขาวขึ้น  ผมสีดำยาวมัดรวบไว้ด้านหลัง มีหนวดและเคราที่ขึ้นเกือบถึงต้นคอ  เขาสวมเสื้อยืดสีเทาลายนกกระจอกสุดเจ๋ง ใส่กางเกงยีนสีดำขายาวรัดรูป และรองเท้ากีฬาสุดแนว  เขามีกลิ่นเหมือนช็อกโกแลตอ่อนๆ

               “ไปกันรึยังฟ้าฝนพูด

               “ไปกันเล้ยยยยยย!” คาลอสชูแขน รู้สึกมีความสุขที่สุดในรอบหลายเดือน

 
                  

                   พวกเขาเดินออกมาจากโรงเรียนและเดินข้ามสะพานลอยที่คาลอสเคยกระโดดลงไป คาลอสชำเลืองดูพื้นเบื้องล่างสะพานลอย เขานึกสงสัยว่าวันนั้นเขากล้ากระโดดลงไปได้อย่างไร  ไม่ถึงสิบนาทีพวกเขาก็มาถึงโรงหนังที่มีโรงเดียวในจังหวัดพะเยา ป้ายหน้าโรงหนังมีโปสเตอร์หนังเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสมแปะอยู่  ทั้งสี่เดินตามกันมาอย่างวางมาด คาลอสเอามือล้วงกระเป๋าตลอดเวลา อเล็กซ์กอดเอวตลอดทาง ฟ้าฝนฟังเพลงไปด้วย ส่วนเจนนี่ก็เปรี้ยวได้อีกจากท่าเดินบิดก้นของเธอ

                 “ฉันว่าถ้าเด็กเห็นนายต้องร้องไห้แน่ๆเลยล่ะอเล็กซ์พูด

                 “เกินไปหน่อยมั้งคาลอสว่า เขามองดูรอบๆโรงหนัง เขาไม่ค่อยได้มาดูหนังที่โรงบ่อยนักหรอก เขาไม่ชอบที่ๆคนมาสุมหัวกันเยอะๆสักเท่าไหร่ แต่นานๆมาทีก็ไม่เสียหาย ดีกว่าจมปลักอยู่ในโรงเรียนทั้งวันทั้งคืน

  แล้วก็มีเสียงเด็กร้องไห้ คาลอสเหวอ เขาเหลียวซ้ายแหลขวาหาต้นตอ แล้วเขาก็พบเด็กผู้หญิงกำลังร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้วชี้มาทางเขา

             “โจนอ้ะ แม้ โจน!” เด็กคนนั้นตะโกนขณะเอามือปาดขี้มูก แม่เธอเดินเข้ามาอุ้มเธอไป แล้วส่งสายตาตำหนิให้คาลอส

นั่นไงอเล็กซ์บอกแล้วหัวเราะ คาลอสมองตัวเองในกระจก อืม ก็สมควรแล้วล่ะนะ นายไปซื้อตั๋วสิ เดี๋ยวฉันไปดูของกินหน่อยอเล็กซ์ยื่นเงินที่รวบรวมมาให้คาลอส

สี่ที่ครับคาลอสพูด แถวจีหนึ่งถึงจีสี่ครับ
            “ค่ะ หวา!” พนักงานขายตั๋วสะดุ้งสุดตัวและยกมือยอมแพ้เมื่อเห็นหน้าคาลอส คาลอสหยิบตั๋วและเดินจากมาอย่างเซ็งๆ

            “นี่มันคอนเซ็ปอะไรของเธอเนี่ยคาลอสบ่นขณะเดินทางเข้าโรงหนัง

เด็กแนวไงเธอหัวเราะร่วน

แนวบ้าบอคอแตกน่ะสิ

 
            อเล็กซ์นั่งอยู่ทางซ้ายสุด ถัดมาเป็น เจนนี่
  ฟ้าฝน  แล้วก็คาลอส  ทั้งโรงหนังไม่เหลือที่ว่างเลยสักที่เดียว แน่นอนล่ะ ใครจะพลาดหนังเรื่องนี้ไปได้เล่า พวกเขาดูหนังกันอย่างสบายอารมณ์ ดูไปจิบน้ำอดลมไป หยิบข้าวโพดคั่วมากินเวลาเหงาปาก หัวเราะเฮฮาเวลาที่มีมุขตลก เวลาลุ้นก็ลุ้นตัวโก่ง

พวกเขาดูหนังกันอย่างสนุกสนาน หมายถึงก่อนที่จะมีคนตะโกนว่า...

 ไฟไหม้!”





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

101 ความคิดเห็น