Calos Olygreef::Olygreef's Ring [แหวนมนตรา]

ตอนที่ 11 : บทที่ 11 วันที่สองในโลกผู้วิเศษของคาลอส[Part 1/2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 ส.ค. 54

บทที่ 11
วันที่สองในโลกผู้วิเศษของคาลอส


 ขออภัยครับ ย่อหน้าหรือการเว้นวรรคอาจผิดไปมาก ผมมีปัญหากับ MS  Word2007 นิดหน่อยครับ เดี๋ยวจะแก้ให้นะครับ

            

               ตามมาด้วยอเล็กซ์ เขายืนตัวสั่นอยู่นานสองนานกว่าจะมีสายฟ้าสีเหลืองกะพริบกะพาบอยู่รอบตัวเขา นักเรียนพากันถอยร่น แล้วเขาก็หายตัวพร้อมสายฟ้าที่ระเบิดเบาๆ ซึ่งทำให้ทุกคนตกใจกันยกใหญ่ เมื่อเขาหายไปนานกว่าห้าวินาที....



                คาลอสแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาเมื่อมีบางอย่างที่เย็นเฉียบและหยาบกร้านสัมผัสแก้มของเขา เขากะพริบตาปริบๆ เจ้าอีฟนั่นเอง มันกำลังเลียหน้าเขาอยู่ คาลอสรู้สึกปวดเมื่อยไปหมด เหมือนกระดูกทุกชิ้นแหลกละเอียด เขายันกายลุกขึ้น แล้วเขาก็แทบช็อกเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ชายชุดดำสวมหน้ากากสีขาวและดวงตาสีลาวากำลังจ้องมองเขา พร้อมมีดปอกผลไม้ที่อยู่ในมือ !

คาลอสตัวแข็งทื่อเหมือนหุ่นตำรวจที่ตั้งตามข้างถนน หมอนั่นสะบัดคอเสียงดังอย่างกับกระดูกเขาจะแหลกสลาย คาลอสตื่นเต็มตาทันที

ตื่นสายจังนะหมอนั่นพูด แล้วกระโจนมาหาคาลอส คาลอสเบี่ยงตัวหลบได้ทัน เขากำลังจะวิ่งไปที่ประตู แต่หมอนั่นกระโดดมาขวางไว้ คาลอสเหลียวซ้ายแหลขวา มองหาทางออก

หน้าต่าง                                                                               

คาลอสพุ่งตัวไปที่หน้าต่างทันที ไม่ลังเละเลยสัดนิด แม้สะพานลอยเขาก็เคยกระโดดมาแล้วจะกลัวอะไรกะอีแค่บ้านสองชั้น หน้าต่างอันบอบบางแตกกระจายทันทีที่คาลอสพุ่งชน คาลอสร่วงลงสู่ชั้นที่หนึ่ง แต่มันกลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด เมื่อพื้นอยู่ห่างจากเขากว่าร้อยเมตร!

คาลอสตะโกนโหวกเหวกอยู่กลางอากาศ มือไม้ไขว่คว้าอากาศอย่างไร้ความหมาย ลมที่กรีดผ่านเขาแรงเหมือนจะเฉือนร่างเขาเป็นชิ้นๆ เขามองไปที่พื้นเบื้องล่าง หมอนั่นยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว และกำลังถอดหน้ากากออก เมื่อคาลอสเห็นใบหน้าที่แท้จริงของหมอนั่นคาลอสก็แทบเป็นใบ้

อีเกิล!”                                                    

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เขาพูด แต่ก่อนที่เขาจะร่วงลงพื้น เขารู้สึกเสียววาบในช่องท้อง แล้วทุกอย่างก็มืดสนิท ตามมาด้วยเสียงร้องเหมียวๆ บางสิ่งที่เย็นและสากๆสัมผัสที่แก้ม คาลอสยันตัวเองลุกจากเตียง เหงื่อเขาท่วมร่างกาย หายใจหอบ เขาสำรวจร่างกายตัวเอง เขายังครบถ้วน ฝันงั้นหรือ ช่างเป็นที่เหมือนจริงและน่าสยดสยอง คาลอสมองนาฬิกา สิบเอ็ดโมงแล้ว

ตายล่ะวา

คาลอสรีบดีดตัวลุกขึ้น แล้วอาบน้ำแต่งตัวในเวลาไม่ถึงสิบนาที เดมไม่อยู่แล้ว คาลอสสงสัยว่าทำไมเขาไม่มาปลุก คาลอสรู้สึกเหมือนไม่ได้กินอะไรมาสามวัน เขาตัดสินใจเดินไปยังห้องครัว และเขาก็ได้เจอดระดาษแผ่นเล็กๆสีส้มติดอยู่ที่ตู้เย็น

 

แรกๆก็แบบนี้แหละ เดี๋ยวก็ชินเอง ถ้าเธอไม่ไหวก็ไม่ต้องไปโรงเรียนก็ได้นะ

 

.ล.ทำอาหารเองนะ

 

                                                                                                                        เดม

 

คาลอสลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาเปิดประตู้เย็นหยิบนมและขนมปังออกมา และจัดการมันอย่างรวดเร็ว คว้าเป้สะพายบ่า แล้วผลักประตูบ้านออกไป

 

วันนี้อากาศสดใส แดดค่อนข้างแรง มีเมฆบางตา มีกลิ่นห้องน้ำเหม็นๆและกลิ่นบุหรี่โชยเข้ามา คงจะถึงเวลาที่เด็กขี้ยาต้องสูบสมุนไพรมวนแล้ว(สงสัยเดมจะยังจัดการไม่หมด) นี่แหละประเทศไทย ประเทศที่การขายหมูเกินราคามีโทษหนักกว่าเด็กนักเรียนไล่ฟันกันเสียอีก

คาลอสได้ยินเสียงพูดคุยดังมาจากทุกทิศทาง สนามบาสด้านหน้ามีเด็กกว่าสิบคนกำลังเล่นบาสอย่างเมามัน โรงจอดรถที่อยู่ถัดไปจากสนามวอลเลย์บอลที่ว่างเปล่าเต็มไปด้วยรถจักรยานยนต์ คาลอสเปิดกระเป๋าเป้หยิบตารางเรียนออกมา

เขาถอนหายใจแรงๆ วิชาที่จะเรียนก็คือเคมี วิชาที่เขาเกลียดพอๆกับฟิสิกส์ และเกลียดพอๆกับนายกบางคนเลยล่ะ เขาเดินออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ตอนนี้เป็นเวลาเปลี่ยนคาบเรียน จึงมีเด็กนักเรียนมากมายตามทางเดิน หลายคนมองเขาด้วยสายตาแปลกๆเมื่อเห็นเขาเดินออกมาจากบ้านพักของเดม เขาเดินมาจนถึงสี่แยก ด้านซ้ายมีพวกนักเรียนมอหกกำลังเล่นฟุตบอล เขาเหลือบมองอาคารเกียตริยศแวบหนึ่ง ก่อนที่จะเลี้ยวซ้ายไปยังอาคารวิทยาศาสตร์

 

อาคารวิทยาศาสตร์เป็นอาคารยาวๆเหมือนอาคารเรียนทั่วๆไปในโรงเรียนนี้ มีทั้งหมดสามชั้น ทางสีขาวทั้งอาคาร มีทั้งห้องเรียนทั้งหมดเกือบสามสิบห้อง มีทั้งห้องเรียนฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา และคอมพิวเตอร์ เขาวิ่งเหยาะๆขึ้นบันได ตรงไปยังห้องเรียนเคมี

สวรรค์มีตา มีที่นั่งว่างอยู่ข้างฟ้าฝนเพียงที่เดียว คาลอสปรี่ไปนั่งทันที

              “ไม่มาพรุ่งนี้เลยล่ะนั่นคือประโยคแรกที่ฟ้าฝนพูด

พรุ่งนี้วันเสาร์คาลอสอมยิ้ม ฟ้าฝนหน้าแดง

กระจอกชะมัดฟ้าฝนกลบเกลื่อน ฉันจำได้ว่าวันแรกที่ฉันไปที่นั่น ฉันตื่นแค่เก้าโมงเอง

โอเค เธอมันเก่งคาลอสประชด แล้วอเล็กซ์กับเจนนี่ล่ะ

พวกนั้นไม่มาโรงเรียนตอนเช้าหรอก เหมือนผู้วิเศษคนอื่นๆนั่นแหละ

แล้วทำไมเธอมาล่ะ

ก็แล้วทำไมนายมาล่ะ

ก็มาหาเธอไงเล่า คาลอสอยากจะพูดแบบนี้ใจจะขาดแต่ความกล้าก็มีไม่มากพอ

 “เธอมีวิธีที่ทำให้แหวนวงนี้เป็นเหมือนแหวนธรรมดาๆไหม รู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้ที่ใส่แหวนเพชรไปไหนมาไหนในโรงเรียนคาลอสกระซิบ

เจ้าทึ่ม มันเป็นแหวนมนตราโบราณ นายไม่รู้เหรอว่าพลังมันมากขนาดไหน พวกมนุษย์ธรรมดาจะเห็นมันเป็นแค่แหวนเงินเก่าๆเท่านั่นแหละ

คาลอสรู้สึกอึ้งในความสามารถของมัน ก็คงจะจริงอยู่หรอก ไม่งั้นเขาคงโดนจี้ไปนานแล้ว

ของเธอก็เหมือนกันสินะคาลอสมองไปที่แหวนสีเหลืองที่มีพลอยสีชมพูรูปหัวใจติดอยู่บนนั้น

พวกเขามองไม่เห็นแหวนฉันเธอโบกมือไปมา

เธอทำได้ยังไง

ฉันเรียนมาเยอะน่ะเธอยิ้มมุมปาก

โอเค งั้นพรุ่งนี้เธอต้องเริ่มสอนฉันแล้วนะคาลอสพูด ว่าแต่ที่ไหนดีล่ะ

โรงเรียนนี่แหละ มันปลอดภัยที่สุดแล้ว เจอกันสี่โมง

โอเค

              วันนี้การเรียนของคาลอสแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อนๆ เขานั่งเหม่อลอยอยู่ทั้งคาบ บางครั้งก็แอบเอาไอพอตมาฟังเพลง แต่ก่อนเขาเคยนั่งคิดไปเรื่อยเปื่อย แต่ตอนนี้เขาคิดแต่เพียงว่าเมื่อไหร่หนอจะถึงสามทุ่มสักที เมื่อไหร่เขาจะได้ไปยังโลกผู้วิเศษอีกนะ การเรียนทั้งวันก็เลยแทบไม่ได้อะไรเลย

             หลังจากที่คาบเรียนสุดท้ายจบลง คาลอสเดินมาส่งฟ้าฝนที่ประตูโรงเรียน ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าป้อมยามที่อยู่หน้าประตูโรงเรียน ที่นี่เหมือนเส้นเขตแดนแบ่งระหว่างนรกและสวรรค์สำหรับคาลอสเลยล่ะ ถ้าคาลอสเดินออกไปเพียงก้าวเดียวก็มีสิทธิ์ไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลบาลเป็นเดือนเลยก็ได้

เธออยู่แฟลตตำรวจใช่ไหมคาลอสถาม

ก็ใช่น่ะสิ

ไม่ยักรู้ว่าเธอเป็นลูกตำรวจ

              เธอทำเป็นไม่ได้ยินนั่นไงเธอตะโกนพร้อมโบกมือ พ่อ ทางนี้ค่ะ!รถกระบะสีเลือดหมูแถบขาวเหมือนดังเช่นรถตำรวจทั่วๆไป รถคันนั้นแล่นเข้ามาทางประตูแล้วเข้าไปจอดด้านใน คาลอสและฟ้าฝนเดินตามเข้าไป คนที่อยู่ในนั้นเปิดประตูออกมา แล้วคาลอสก็แทบช็อก ชายร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา ผิวคล้ำจากแสงแดด ร่างกายบึกบึน เขาอยู่ในเครื่องแบบตำรวจเต็มยศ เขาคือตำรวจที่โดนฟ้าผ่าตาย หรือก็คือหมวดองอาจ ที่คาลอสเจอที่บ้านนั่นเอง!

อ้าว เธอนั่นเององอาจพูด โลกกลมจังเลยนะ

สวัสดีครับพ่อ

ร้ายกาจ!

 องอาจพยักหน้ายิ้มๆ

พ่อรู้จักเขาด้วยหรือฟ้าฝนงง

เด็กที่พ่อเล่าให้ฟังไง ที่พี่เขาโดนลักพาตัวไปน่ะ

คนที่โดนแก๊งซามูไรบุกบ้านน่ะหรือฟ้าฝนพูดหันมามองคาลอส คาลอสขยิบตาให้

              “ใช่ คนนั้นแหละองอาจพูดแล้วหันหน้ามาทางคาลอส เรายังไม่มีความคืบหน้าเรื่องพี่เธอเลยนะ แต่ทางเราจะพยายามให้ดีที่สุดนะ ไม่ต้องเป็นห่วง

ครับคาลอสพูด ถึงทางตำรวจจะไม่มีความคืบหน้า แต่ทางเขาคืบหน้าไปมากมายเลยล่ะ

โชคดีนะฟ้าฝนพูดพลางโบกมือลา แล้วก้าวเข้าไปในรถตรงข้างคนขับ บาย

บายคาลอสโบกมือ

 

 “รู้จักกันด้วยหรือองอาจถามขณะขับผ่านร้านถ่ายเอกสารที่อยู่ซ้ายมือ มีป้ายติดว่า ให้เช่า 

เพื่อนกันน่ะค่ะฟ้าฝนบอก

เขาน่าสงสารมากเลย พ่อแม่เขาก็โดนทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส พี่ก็โดนลักพาตัวไปอีก

               ฟ้าฝนพยักหน้า ขณะที่รถมาติดที่ไฟแดงตรงสี่แยกประตูชัย ทางด้านซ้ายมีสะพานลอยที่คาลอสกระโดดลงมา แล้วเธอก็เพิ่งสังเกตเห็นแหวนสีขาวหม่นขององอาจ

              “พ่อได้แหวนมาจากไหนเธอเปลี่ยนเรื่องทันที พ่อเธอสะดุ้งเล็กน้อย

              “เพื่อนพ่อให้มาน่ะองอาจยิ้มเจื่อนๆ ฟ้าฝนมองเขาด้วยสีหน้าสงสัย เธอเรียนมาเยอะ แน่นอนว่าเธอสัมผัสได้ว่าพ่อเธอโกหก

              “เกิดอะไรแปลกๆบ้างไหมคะเธอถามขณะรถเริ่มเคลื่อน องอาจสะดุ้ง บอกหนูมาเถอะ มันเกิดใช่ไหมคะองอาจหน้าซีด ปากสั่น เหงื่อหลายเม็ดผุดขึ้นมา แล้วเขาก็พยักหน้า

               ฟ้าฝนถอนหายใจ มือกุมขมับ มีเรื่องต้องคุยกันอีกยาวเลยคราวนี้

 

หลังจากที่คาลอสอาบน้ำ ทานข้าว และให้อาหารเจ้าอีฟแล้ว ขณะนี้เวลาเกือบสามทุ่มแล้ว ใกล้ถึงเวลาแล้ว บัดนี้คาลอสและเดมกำลังยืนอยู่ตรงหน้าอาคารเกียตริยศ แล้วคนจำนวนมากก็มาพร้อมกับเสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ ไม่นานตามถนนก็เต็มไปด้วยผู้คน แล้วเดมก็ใช้ดวงอาทิตย์แห่งกาลเวลาขับไล่ความมืดไปอีกครั้ง ต่างคนต่างทยอยเดินแยกกันไป

ไง คาลอสเจนนี่ทักทาย เธอมาในชุดกระโปรงสีชมพูเหนือเข่า เสื้อยืดสีขาว แต่งหน้าบางๆ ข้างเธอคือ อเล็กซ์ ที่ใส่เสื้อยืดสีดำสุดแนวและกางเกงยีนขาดๆ อเล็กซ์โบกมือให้คาลอส ตามมาด้วยฟ้าฝนที่อยู่ในชุดกางเกงขาสั้นสีน้ำตาลและเสื้อเชิ้ตสีฟ้า มัดผมเป็นจุกไว้ด้านหลัง แต่หน้าเธอดูหมองๆ

หวัดดีคาลอสยิ้มให้ฟ้าฝน แต่เธอกลับนิ่ง เป็นอะไรน่ะ

พ่อของฉันน่ะสิฟ้าฝนพูดสีหน้าเบื่อหน่าย เห็นได้ชัดว่าเธอเล่ามาหลายรอบแล้ว เขาไปได้แหวนมนตรามาจากไหนก็ไม่รู้

แหวนสีเทาๆนั่นน่ะหรือคาลอสตาโต

ใช่ฉันพยายามแล้วพยายามเล่าเพื่อไม่ให้เขายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขากลับมาเกี่ยวข้องจนได้

นี่พ่อเธอไม่รู้เรื่องเลยหรือคาลอสงง เธอออกจากบ้านมาตอนสามทุ่มทุกวันโดยพ่อแม่ไม่สงสัยได้ยังไง

ก็เพราฉันไม่ได้อยู่กับพ่อแม่น่ะสิ เมื่อก่อนฉันอยู่กับป้า หล่อนนั่นแหละที่ให้แหวนนี่กับฉัน เธอชูแหวนให้ดู  “แล้วตอนนี้ฉันก็ย้ายมาอยู่แฟลตแล้ว

แล้วแม่เธอยังไม่รู้ใช่ไหมเจนนี่ถาม

ฉันบอกพ่อไม่ให้บอกเรื่องนี้กับแม่แล้ว

ไม่เป็นไรหรอก อย่างน้อยพ่อเธอก็ไม่ได้มีแหวนแบบฉันคาลอสฝืนยิ้ม คาบแรกเราโดดกันเถอะ

หาทั้งสามประสานเสียง

เอาน่า คาบเดียวเอง ฟ้าเป็นแบบนี้คงเรียนไม่ไหวหรอก จริงไหมคาลอสขยิบตาให้อเล็กซ์

ใช่ๆ เธอเรียนไม่ไหวหรอกฟ้าอเล็กซ์ตามน้ำทันที

โอเค ก็ได้เจนนี่ยอม ฟ้าฝนถอนหายใจ

แล้วฉันก็มีเรื่องจะคุยด้วยหน่อยคาลอสพูด

ทุกคนเดินไปที่หน้าอาคารวิยาศาสตร์ ที่นี่เป็นพื้นที่ลดระดับต่ำจากถนนราวหนึ่งฟุต มีต้นสนต้นใหญ่สองสามต้น และต้นหูกวางปลูกเรียงราย มีโต๊ะชุดม้าหินอ่อนเรียงรายเป็นแถวกว่าเจ็ดแปดชุด พื้นเต็มไปด้วยผลต้นหูกวาว และมีต้นไม้อีกหลายสิบต้นตรงฝั่งสนามฟุตบอล แต่ละต้นจะมีม้านั่งเหล็กห้อมล้อมรอบอยู่

              ทั้งสี่นั่งที่ม้าหินอ่อนชุดหนึ่ง ที่โลกผู้วิเศษนี้ทุกอย่างดูสะอาดเรียบร้อยกว่าโลกเดิมมาก แทบไม่มีขยะถูกทิ้งเรี่ยราดเลย คงเป็นเพราะนักเรียนส่วนใหญ่ในที่นี้เป็นคนต่างชาติ คาลอสและฟ้าฝนหยิบมือถือมาฟังเพลง อเล็กซ์กำลังหาบางสิ่งในกระเป๋า เจนนี่ยังนั่งนิ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างพร้อมแก้วน้ำที่ว่างเปล่าในมือ

             “นายบอกว่ามีอะไรจะคุยด้วยนะเจนนี่ถาม

              “เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟังคาลอสพูด ขณะเร่งความดังเพลงขึ้นอีก

              “เล่นการ์ดกันอเล็กซ์พูด พลางแกะกล่องไม้เนื้อดี ล้วงการ์ดออกมาปึกหนึ่งส่งให้คาลอส และอีกปึกหนึ่งให้เขาเอง

               “การ์ดยูกิ!คาลอสพูด แววตาเป็นประกาย ไม่ได้เล่นมานานเลย โรงเรียนนี้ก็ดันห้ามเล่นอีก ไม่เข้าใจจริงๆ” 

              “อีเกิลนั่นแหละ ไม่รู้เป็นอะไรนักหนาอเล็กซ์พูด ห้ามนักเรียนเล่นการ์ดวัดพลังทุกชนิดอเล็กซ์ดัดเสียง ทุกคนหัวเราะ 
              
                “เหมือนจริงๆฟ้าฝนชม

               “เพราะงี้แหละที่ฉันไม่ไปโรงเรียนอเล็กซ์นิ่วหน้า

               “เพราะไมได้เล่นการ์ดนี้นะเจนนี่พูด

               “แน่นอนอเล็กซ์ยิ้ม มันสนุกมากเลย ใช่ไหมคาลอสคาลอสพยักหน้า

               “มาอเล็กซ์พูดพร้อมกางกระดาษตารางที่ใช้เป็นสนามลงบนโต๊ะ กระดาษแบ่งเป็นสองฝั่ง แต่ละฝั่งมีช่องขนาดพอดีกับการ์ดสิบช่อง แบ่งเป็นสองแถวยาว แถวละห้าช่อง

             “การ์ดอะไรก็ไม่รู้คาลอสบ่นขณะดูการ์ดที่ได้จากอเล็กซ์มา ฉันเสกเอาเองดีกว่าเขาเอาคืนให้อเล็กซ์แล้วเสกการ์ดของตัวเองออกมา

            “คาลอสฟ้าฝนพูด เผื่อนายยังไม่รู้นะ สมมติว่าถ้านายออกไปข้างนอก ขืนนายเสกอะไรเล่นตามใจชอบแบบนี้ พวกเรดอายส์จะสัมผัสได้ถึงพลังของแหวนนาย ซึ่งจะมีเพียงพวกเรดอายส์ระดับสูงๆเท่านั้นที่จะสัมผัสพลังมันได้ นั่นหมายความว่าจะมีแต่พวกหัวกะทิเท่านั้นที่จะมาส่งนายลงหลุม มันเหมือนกับนายยิงพลุไฟบอกตำแหน่งเลยล่ะ

            “จริงเหรอ

             “ใช่อเล็กซ์เสริม มันจะเหมือนกันนายยืนแก้ผ้าอยู่กลางห้างที่เต็มไปด้วยตำรวจ

              คาลอสหัวเราะ

             “น่าเกลียดเจนนี่ทำหน้าขยะแขยง

            “ฉันเคยหายตัวแล้วนี่ แต่ทำไมพวกมันไม่ตามฉันมาล่ะคาลอสถาม

            “เพราะตอนนายหายตัว นายอยู่อีกมิติหนึ่ง พวกมันก็เลยสัมผัสพลังไม่ได้ฟ้าฝนบอก

             “เอาเหอะ ขอบใจนะที่เตือนคาลอสพูด แต่ถึงยังไงฉันก็คงไม่ได้ไปไหนอยู่แล้วล่ะเขายิ้มเจื่อนๆ

             “เฮ้ย เล่นการ์ดดีกว่าอเล็กซ์พูดพลางตบการ์ดตัวเองลงบนโต๊ะ พวกเขาแลกกันสับไพ่ แล้วคาลอสก็ต้องตะลึงเมื่อมีแมงมุมตัวเป็นๆออกมาจากการ์ดตอนที่เขาวางมันลงบนสนาม

             “โว้!คาลอสตาโต เหมือนในการ์ตูนเลย

            “มนตราอเล็กซ์ยิ้ม คาลอสวางการ์ดอีกสองใบ

            “จบเทิร์นคาลอสพูด ถามอะไรหน่อยสิ

            “ว่ามาเลยอเล็กซ์วางการ์ดลงไปแล้วอสูรตัวจ้อยก็โผล่ออกมา

            “ทำไมพวกนาย อยู่กับฉัน

            “นายหมายความว่าไงอเล็กซ์งง

           “ไม่มีใครที่นี่คุยกับฉันเลยคาลอสทำหน้าเศร้า คงเป็นเพราะกลัวว่าจะโดนลูกหลงล่ะสินะ เพราะฉันมีแหวนบ้าบอคอแตกนี่
             
             “โจมตีอเล็กซ์พูด อสูรตัวจ้อยของเขากระโจนไปฟันแมงมุมของคาลอสสลายไปทันที ฉันก็ไม่ต่างจากนายหรอก พวกผู้วิเศษบริสุทธิ์ยุคก่อนๆจะคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าผู้วิเศษธรรมดา พวกเขาเหยียดหยามเกียตริพวกนั้น ดูถูกพวกนั้น รังแกพวกนั้น ผู้วิเศษธรรมดาก็เลยเกลียดชังผู้วิเศษบริสุทธิ์ ก็เลยพาลมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานอย่างฉันกับเจนนี่จบเทิร์น

              “หา เจนนี่ก็เป็นเหมือนกันเหรอคาลอสพูดพร้อมวางการ์ดลงไป แม่มดมนต์ดำตัวเล็กโผล่ออกมา เขาหันไปมองเจนนี่ เธอยิ้มให้

             “น้ำเธอพูดเพียงแค่นั้น น้ำก็เติมเต็มแก้วของเธอทันที คาลอาอ้าปากค้าง

             “พวกเธอเป็นลูกของซุสกับโพรไซดอนรึไงนะ

             “อ่านนิยายมากไปละ นายน่ะฟ้าฝนบอก

             “แล้วทำไมเธอสวมแหวนล่ะคาลอสชี้ไปที่แหวนของเจนนี่

            “มันสว…” เธอหยุดพูด แล้วถอนหายใจ ฉันอยากให้ทุกคนคิดว่าฉันเป็นผู้วิเศษธรรมดา

             “อืมคาลอสพยักหน้า เขารู้สึกสงสารเธอจริงๆ เขามองเจนนี่ที่เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า  “แล้วเธอล่ะ ฟ้า ทำไมมาอยู่กับฉันคาลอสหันไปทางฟ้าฝน

             “ก็เพราะผอออ เดมน่ะสิ ไม่งั้นฉันไม่มาอยู่กับเจ้าทึ่มสมองกลวงอย่างนายหรอก

              แล้วทุกคนก็หัวเราะ

              “นี่เหรอเรื่องที่นายบอกว่าจะเล่าน่ะเจนนี่ถามพลางปาดน้ำตาออก

             “เปล่าหรอก มันคนละเรื่องกันเลยคาลอสพูดสีหน้าเคร่งเครียด

              “เรื่องอะไรล่ะ

             “โจมตีคาลอสพูด แม่มดมนต์ดำปล่อยลำแสงใส่อสูรของอเล็กซ์จนระเบิดหายไป ก่อนอื่น ขอถามอีกเรื่องก่อนจบเทิร์น

              “อะไรอีกล่ะอเล็กซ์ถามขณะแอบจั่วการ์ดเพิ่ม

              “อาจารย์อีเกิลนี่เป็นใครกันแน่

               “อ๋อ เขาน่ะหรือเจนนี่ลูบคาง เมื่อก่อนเขาเคยเป็นพวกเรดอายส์ระดับแนวหน้าเลยล่ะ แต่พอพ่อกับแม่เขาโดนพวกเรดอายส์ฆ่าตาย เขาก็เลยย้ายมาอยู่ฝ่ายเรา

                “เรดอายส์ฆ่ากันเองเนี่ยนะคาลอสพูดอย่างไม่อยากเชื่อ

                 “ตระกูลที่ครอบครองแหวนมนตราโบราณจะรังแกตระกูลที่อ่อนด้อยกว่าเสมอ

                  ตระกูลที่มีแหวน คาลอสนึกถึงตระกูลตัวเองทันที บรรพบุรุษของเขาจะเป็นแบบนั้นหรือเปล่านะ คงไม่หรอกมั้ง

                 “แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเขาไม่ได้เป็นพวกเรดอายส์แล้วคาลอสถาม

                 “เราไม่มีทางรู้เราต้องเชื่อใจเขา

                  คาลอสถอนหายใจ ภาพความฝันของเขาหวนกลับคืนมาอีกครั้ง

 “โอเคคาลอสเปลี่ยนท่านั่ง แล้ววางการ์ดลง ฉันจะเล่าล่ะนะคาลอสเล่าเรื่องพี่ของเขาให้ทั้งสามฟัง ทั้งสามถึงกับทำหน้าไม่อยากเชื่อ เหมือนคาลอสกำลังบอกว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยจะไม่ใช่คนโกงกินชาติบ้านเมือง

ฉันต้องสู่กับพี่ฉันจริงๆหรือคาลอสถาม ในใจอยากจะได้ยินคำว่า ไม่หรอก , ไม่จำเป็นเลย หรือ นายเพี้ยนไปแล้วหรือ แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น

มันเป็นแบบนนั้นมาตลอดเจนนี่พูดทุกๆครั้งที่เกิดสงครามมนตรา หัวหน้าของแต่ละฝ่ายก็ต้องมาสู้กันแบบตัวต่อตัว ไม่มีการโกง ไม่มีการช่วยเหลือจากพวกพ้องใดๆทั้งสิ้น

งั้นหมายความว่าอีกสามปี ฉันจะต้องสู้กับพี่ของฉันสินะ

นายเชื่อคำทำนายนั่นด้วยเหรออเล็กซ์ทำท่าขยะแขยง

ทำไมล่ะ

เปล่าหรอก ฉันไม่คิดว่ามันจะช้าขนาดนั้น

นายหมายความว่ามันจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้งั้นเหรอ

ไม่หรอกเจนนี่ขัด พวกเรดอายส์น่ะยึดถือคำทำนายเป็นหลักเลยล่ะ พวกนั้นคงไม่คิดจะก่อสงครามก่อนคำทำนาย เพราะพวกนั้นเชื่อว่า หากไม่ใช่เวลาตามคำทำนายพวกนั้นจะพ่ายแพ้

             “เธอก็เป็นไปกับเขาด้วยเหรอเจนนี่อเล็กซ์ทำหน้าเสียอารมณ์

             “มันเป็นความจริงฟ้าฝนเสริม

อเล็กซ์ถอนหายใจ แล้วพูดว่าก็ตามใจ

             “โอเค ตกลงอีกสามปีงั้นสิคาลอสพูด แล้วยังไงล่ะ ฉันจะต้องสู้แบบไหน ยังไง และก็ที่ไหน

ที่ฉันอ่านมาเจนนี่พูด หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดจะก่อสงคราม ก็ต้องส่งทูตไปบอกอีกฝ่ายก่อน จะไม่มีการยกทัพมาตีด้านหลัง หรือลอบโจมตี สู้แบบตาต่อตาฟันต่อฟัน แฟร์ๆไปเลย

แล้วที่ฉันโดนไล่ล่านั่นล่ะ เขาเรียกว่าอะไรคาลอสรู้สึกฉุน

นั่นมันไม่เกี่ยวกันเลย จริงอยู่ที่พวกนั้นลอบทำร้ายนาย แต่นั้นไม่ถึงกับเรียกว่าสงครามหรอกเจนนี่บอกสีหน้าเรียบเฉย เพราะหากฝ่ายนายไม่พอใจ นายก็สามารถท้ารบได้ แล้วนั่นก็จะเรียกว่าสงครามที่แท้จริง

โอเค กลับเข้าเรื่องเถอะ

ทีนี้..พอฝ่ายที่โดนท้าทายยอมรับคำท้ายทายที่จะก่อสงคราม พวกนั้นก็จะเป็นคนเลือกสนามรบ อีกฝ่ายจะไม่มีทางปฏิเสธได้เลย เพราะแบบนี้ฝ่ายที่ถูกท้าทายจะได้เปรียบกว่าเล็กน้อย แล้วพอเลือกสนามรบได้แล้ว ฝ่ายที่ท้าทายก็จะเลือกเวลา พอถึงเวลาทั้งสองฝ่ายก็รวมพลที่สนามรบ และตรงจุดศูนย์กลางสนามรบจะมีที่ประลองสำหรับหัวหน้าของแต่ละฝ่าย ที่นั่นมีมนตราที่แข็งแกร่ง ไม่สามารถมองเห็นด้านในได้ คนอื่นจะเข้าไปไม่ได้นอกจากผู้ที่ครอบครองแหวนทั้งสองเจนนี่ร่ายยาว แล้วยกน้ำดื่มจนหมดแก้ว

            “และเมื่อผู้ครอบครองแหวนทั้งสองเข้าไปประลอง นั่นก็คือการเริ่มต้นสงคราม

             คาลอสรู้สึกอึดอัดที่เขาจะต้องเป็นผู้ที่ทำให้เกิดสงคราม เป็นผู้เริ่มต้นสงคราม...ผู้เริ่มต้นหายนะ

             “แล้วสงครามจะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อผู้ครอบครองแหวนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง..เจนนี่สบตาคาลอส “..ตาย

เหมือนที่คาลอสคิด หากเขาไม่ตายพี่เขาก็ต้องตาย เขาไม่คิดว่าคนอย่างพี่เขาจะยอมแพ้ และเขาก็ไม่มีทางยอมแพ้เช่นกัน เพราะถ้าเขายอมแพ้เขาก็ต้องตาย ถ้าเขาไม่อยากตายก็ต้องฆ่าพี่เขา คาลอสเหนื่อยใจจนอยากจะตายไปซะตรงนี้เลย ดีกว่าที่ต้องตัดสินใจเรื่องนั้นเรื่องบ้าบอคอแตกนั่น

จะไม่มีใครออกจากสนามประลองได้ถ้าไม่มีใครแพ้ชนะ

คาลอสพยักหน้า แล้วกลับไปสนใจการ์ดต่อ

             หนึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะ แต่แล้วสุดท้าย คาลอสก็ชนะอเล็กซ์ด้วยคะแนนเจ็ดต่อห้า

              “เย้คาลอสชูแขน เรื่องเล่นการ์ดไม่มีใครเทียบเขาได้อยู่แล้ว

              “ไปเรียนเหอะอเล็กซ์พูดสีหน้าเบื่อหน่าย

              “อะไรดีล่ะเจนนี่ถาม ขณะสะพายกระเป๋า

              “มนตราหลบภัยคาลอสบอก เขาชอบวิชานี้มากที่สุด ทุกคนก็เห็นพ้องด้วย สถานการณ์แบบนี้คงไม่มีใครอยากจะเรียน ศิลปะบนแหวนมนตรา , การสร้างแหวนมนตรา , สังคมผู้วิเศษ หรือ การสร้างอัญมณีมนตรา เป็นแน่ ทุกคนสะพายกระเป๋าแล้วเดินไปยังอาคารคณิตศาสตร์ อาคารที่ในเวลาปรกติจะใช้เรียนคณิตศาสตร์

ทั้งสี่เดินผ่านห้องพยาบาลที่อยู่ซ้ายมือ ด้านขวามือเป็นอาคารเกียตริยศ ถัดจากอาคารเกียตริยศก็คือศาลากลางน้ำ ศาลาที่เหมือนกับศาลาวัดทั่วไปแต่ขนาดใหญ่กว่า และตั้งอยู่กลางสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทาสีแดง มีพุ่มไม้เตี้ยๆล้อมรอบและล้อมด้วยรั้วเตี้ยๆอีกชั้น ทางเข้าที่มีทางเดียวหันหน้าไปทางอาคารคณิตศาสตร์ซึ่งอยู่ถัดจากห้องพยาบาล

 

อาคารคณิตศาสตร์ก็คล้ายๆกับอาคารวิทยาศาสตร์แต่พื้นปูด้วยไม้ พวกเขาเดินขึ้นชั้นสองของอาคารแล้วตรงไปยังห้องที่เขาจะเรียนแล้วจับจองที่นั่งใกล้ๆกัน ห้องนี้มีนักเรียนอยู่ราวยี่สิบคน ทุกคนต่างนั่งเป็นกลุ่มๆ เว้นที่นั่งไว้มากมาย โต๊ะเรียนในโลกผู้วิเศษสะอาดกว่าโลกมนุษย์มาก โต๊ะโลกมนุษย์จะมีทั้งรอยขีดเขียนบอกรักคนนู้นคนนี้ หรือด่าพ่อคนนู้นคนนี้ มีรอยมีกรีด สีถลอก ทั้งหมดเป็นผลงานของนักเรียนมือบอน ที่แทบทุกโรงเรียนต้องมี

ครูที่นี่ทุกคนล้วนเป็นครูที่สอนอยู่ในโลกมนุษย์ พวกเขาเป็นผู้วิเศษ แต่ไม่มีใครรู้เลยนอกจากผู้วิเศษด้วยกันเอง ถ้าพวกมนุษย์สังเกตดีๆก็อาจเห็นแหวนที่พวกเขาสวมอยู่ พวกเขาอาจไม่สวมมันที่นี้ชี้ข้างที่ถนัด เพราะแหวนมนตราจะแสดงฤทธิ์ได้ก็ต่อเมื่อสวมไว้ที่นิ้วชี้ข้างที่ผู้ใช้ถนัด พวกเขาก็เลยหลีกเลี่ยงในการสวมแหวนที่นิ้วชี้ อันอาจจะนำพาปัญหามาสู่เหล่าผู้วิเศษ

ครูที่สอนที่นี่จะเปลี่ยนเวรกันสอนเรื่อยๆ และตอนนี้ก็อยู่ระหว่างการรอคอยครู และไม่นานเขาก็มา

              ชายวัยห้าสิบกว่า ศีรษะล้านเป็นประกายเหมือนดวงอาทิตย์ดวงที่สอง ผมสีขาวเหลือบางๆอยู่ตรงกลางศีรษะ ผิวหนังสีครีมเหี่ยวย่น ดวงตาสีดำกลมๆอยู่ห่างกันแลดูเหมือนปลาดุก เขาสวมชุดข้าราชการครูสีน้ำตาล เขาคือครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ในเวลาปรกติ เขาคืออาจารย์ ธีรวัฒน์ หรือ ชื่อจริงๆคือ ปีเตอร์  เมลโล่

              “สวัสดีทุกคนเขาพูดสีหน้าแจ่มใส เขายิ้มให้คาลอส หน้ายิ่งเหมือนปลาดุกเข้าไปใหญ่ คาลอสกลั้นหัวเราะ

              “สวัสดีครับ สวัสดีค่ะทุกคนประสานเสียง

              “การเรียนวันนี้ ไม่มีทฤษฎี มีแต่ปฏิบัติล้วนๆปีเตอร์พูด หัวข้อวันนี้คือ คาถามิติที่สี่ หรือการหายตัวนั่นเอง

              คาลอสเลือดลมสูบฉีด เขาเคยทำได้มาแล้ว ถึงแม้จะฟลุคก็เถอะ

              “ทุกคนตามอาจารย์มาเลยเขาเดินออกนอกห้อง เอากระเป๋าไว้นี่แหละ

              “นายเคยทำได้ใช่ไหมอเล็กซ์ถามขณะเดินลงบันได

             “ฟลุคน่ะ

             “เป็นยังไงบ้างเจนนี่ถาม

             “เหมือนอยู่ในอุโมงค์มืดที่ไม่มีพื้นคาลอสบอกอย่างกับลอยได้เลยล่ะ แต่เวียนหัวหน่อยนะ

             “ว้าว! น่าตื่นเต้นจังเนอะ ฟ้าเจนนี่หน้าไปทางฟ้าฝน เธอยิ้มให้

ทุกคนมายืนอยู่ตรงทางเดิน ด้านหน้าเป็นศาลากลางน้ำที่มีโรงอาหารหนึ่งเป็นพื้นหลัง น้ำเบื้องล่างศาลากลางน้ำลึกกว่าสี่ห้าเมตร เต็มไปด้วยปลาหลากหลายชนิด ทั้งปลาหมอ ปลาคาร์พ ฯลฯ ญาติปีเตอร์ทั้งนั้น

เอาล่ะ ครบแล้วนะปีเตอร์พูด เขายืนหันกลังให้ศาลากลางน้ำ หลักการง่ายๆของคาถานี้ ก็มีเพียงแค่จินตนาการที่ที่เราอยากไปให้ชัดเจนที่สุด แล้วท่องคาถาตามนี้ ขอพลังมนตรา พากายาข้าไป ในที่ใดใด ที่ใจข้าปรารถนา

               “พวกเธอนี่สบายจริงๆฟ้าฝนพูด คาลอสมีแหวนโอลี่กรีฟ เพียงแค่แสดงความปรารถนาก็ทำได้แล้ว ส่วนอเล็กซ์กับเจนนี่ก็เป็นผู้วิเศษบริสุทธิ์ ไม่ต้องท่องคาถาบ้าๆบอๆแบบฉัน

               “เอาน่า ฉันก็ไม่ได้เก่งอะไรเลยคาลอสตบไหล่ฟ้าฝน

               “ฉันก็ไม่เคยทำมาก่อนเลยเจนนี่พูด

               “ฉันด้วยอเล็กซ์เสริม ถึงฉันไม่ได้ท่องคาถา ก็ใช่ว่าฉันจะหายตัวได้ง่ายๆนี่

               ”แค่จินตนาการเองฟ้าฝนบอก

               “จินตนาการเหรออเล็กซ์ขมวดคิ้ว ให้แก้ผ้าเปลี่ยนกางเกงในในเซเว่นโดยไม่ให้ใครเห็น ยังจะง่ายกว่าอีก

               “เลิกพูดเรื่องแก้ผ้าซะทีได้ไหม!เจนนี่ตวาดพร้อมหวดมือใส่หลังอเล็กซ์

 “เอาล่ะทุกคนปีเตอร์พูด เสียงคุยจ้อหยุดลงทันที อาจารย์ขอเตือนไว้ก่อนนะ ขอให้จินตนาการถึงที่จะไปให้ชัดเจนที่สุด ในที่นี้อาจารย์จะให้เธอจินตนาการถึงศาลากลางน้ำ พวกเธอต้องหายตัวไปที่นั่น อย่าหยุดจินตนาการจนกว่าเธอจะโผล่ไปที่นั่นแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอจะติดอยู่ในมิติที่สี่ไปตลอดกาล

ทุกคนหน้าซีด รวมถึงพวกเขาสี่คนด้วย คาลอสรู้สึกว่าตัวเองโชคดีแค่ไหนที่ไม่ไปติดในอุโมงค์สีดำนั่น หากเขาติดอยู่ในนั้นเขาคงเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ

            “เพราะแบบนี้คาถานี้ถึงต้องมาเรียนตอนปีที่สี่ปีเตอร์บอก

            “อันตรายเหมือนกันนะฟ้าฝนพูด ทุกคนบ่นงึมงำ

            “แต่ไม่ต้องห่วง หากมีใครไปติดอยู่จริงๆ อาจารย์อาจช่วยได้

            “เมื่อกี้อาจารย์พูดว่าอาจงั้นหรือเด็กคนหนึ่งถาม

            “ใช่ มิติที่สี่มันซับซ้อนมากเลยล่ะ ขนาดเขาวงกตที่ซับซ้อนที่สุดก็เทียบไม่ติดเลยล่ะปีเตอร์พูด แต่เอาเถอะ โอกาสที่มันจะเกิดมีน้อยมาก เรามาเริ่มกันเลย ใครจะเป็นคนแรกดีล่ะ

               นิ่งสนิท ไม่มีใครขยับเขยื้อน อย่างกับโดนรีโมทกดให้หยุดชั่วคราว คล้ายๆหากมีใครขยับแม้สักนิดจะโดนคนกว่ายี่สิบรุมกระทืบ แล้วฟ้าฝนก็ก้าวออกไป คาลอสคว้าแขนเธอไว้

               “ไม่ต้องห่วงฟ้าฝนบอก ฉันเรียนมากเยอะเธอยิ้มกว้าง

               “แน่ใจนะคาลอสพูด เธอพยักหน้า

              “สู้ๆนะเจนนี่พูด อเล็กซ์ชูนิ้วโป้งให้ เขาไม่รู้เลยว่าที่จริงแล้วการชูนิ้วโป้งเป็นการสั่งประหาร ตามมาด้วยเสียงโห่ร้อง เป่าปาก และปรบมือดังอื้ออึง

              “โอ้ ว่าไงสาวน้อย เธอชื่ออะไรปีเตอร์ถาม ขณะยืนประจันหน้ากับฟ้าฝน

              “ฟ้าฝนค่ะเธอนิ่ง นิ่งเสียจนน่ากลัว

              “เธอพร้อมเมื่อไหร่ก็เอาเลยปีเตอร์ผละออกด้านข้าง

คาลอสเห็นฟ้าฝนหลับตา แล้วปากขมุบขมิบ มือสองข้างกุมอยู่ที่หน้าอก แล้วก็เกิดแสงสุกสว่างออกมาจากร่างของเธอ แล้วเธอก็หายวับไป คาลอสใจหายวาบ ทุกคนเงียบกริบ

ผ่านไปเกือบสองวินาที ฟ้าฝนก็โผล่กลางศาลากลางน้ำด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกปนดีใจ ทุกคนปรบมือให้เธอ คาลอสโล่งใจ เขาปรบมือให้เธอมือแทบชา

           “เห็นไหมเล่า!ปีเตอร์ตะโกน มันง่ายใช่ไหมล่ะ สาวน้อย

            ฟ้าฝนเดินกลับมา เธอพยายามยิ้มให้ทุกคน ใบหน้ามีเหงื่อผุดขึ้นมาหลายเม็ด

            “เป็นไงบ้างเจนนี่ถาม

            “สุดยอดไปเลย!

            “มันยากไหมอเล็กซ์ถาม หน้าตาไม่สู้ดี

            “ไม่ยากหรอก เพียงแค่เธอมีสมาธิ

            “เอาล่ะ ต่อไปใครล่ะปีเตอร์พูดพลางชะเง้อมอง

         เด็กชายคนหนึ่งเดินออกไป คนที่ชอบถามครูในเวลาเรียนบ่อยๆ ดูท่าเหมือนเด็กเรียนทั่วๆไป สวมแว่น หน้าตาเกลี้ยงเกลาไม่มีหนวด ตัดผมทรงนักเรียน เขาชื่อ แอลเบิร์ต  ทีเนียสซี่

            ยังไม่ทันที่แซมจะได้พูดอะไร ร่างกายเขาก็สว่างขึ้น เพียงพริบตาเดียวเขาก็ไปอยู่ที่ศาลากลางน้ำแล้ว เขาเก๊กท่าอยู่ครู่หนึ่งแล้วเดินออกมา

           คาลอสอ้าปากค้าง หมอนั่นสุดยอดไปเลย ไม่มีเสียงโห่ร้องแล้ว ทุกคนตกตะลึง มีเพียงเสียงกระซิบเบาๆจากอเล็กซ์ที่ฟังไม่ได้ศัพท์

           “เอาล่ะปีเตอร์พูด คนต่อไป

            หญิงคนหนึ่งเดินออกไป แล้วเธอก็ทำได้ ตามด้วยอีกคน อีกคน และอีกคน จำนวนคนที่ยืนเข้าแถวน้อยลงเรื่อยๆ คนที่ผ่านแล้วจะถูกจัดให้อยู่ขอบรั้วศาลากลางน้ำ

           “ฉันพร้อมแล้วเจนนี่บอก สีหน้ามั่นใจ

            “แน่ใจเหรออเล็กซ์ถาม

            “อื้อ

            “สู้ๆฟ้าฝนบอก คาลอสพยักหน้าให้ อเล็กซ์ชูสองนิ้ว     

            เจนนี่เดินออกไป เธอยืนนิ่งอยู่นาน แล้วน้ำอยู่ๆก็มีน้ำซึมออกมาจากร่างกายเธอแล้วห่อหุ้มเธอไว้คล้ายเป็นฟองสบู่ยักษ์ คาลอสแปลกใจที่เสื้อผ้าของเธอไม่เปียกน้ำเลย แล้วเธอก็หายไปพร้อมน้ำที่หุ้มเธอ เพียงไม่นานเธอก็ไปเธอที่ศาลากลางน้ำ เธอทำสำเร็จเช่นกัน

             ตามมาด้วยอเล็กซ์ เขายืนตัวสั่นอยู่นานสองนานกว่าจะมีสายฟ้าสีเหลืองกะพริบกะพาบอยู่รอบตัวเขา นักเรียนพากันถอยร่น แล้วเขาก็หายตัวพร้อมสายฟ้าที่ระเบิดเบาๆ ซึ่งทำให้ทุกคนตกใจกันยกใหญ่ เมื่อเขาหายไปนานกว่าห้าวินาที แต่เขาก็ทำสำเร็จ เขาออกมาด้วยสีหน้าที่ตะลึง เดินโซซัดโซเซ เหมือนคนเมาโดนผีหลอก แล้วเขาก็อ้วกลงสระน้ำแบบไม้เกรงใจปลาตาดำๆเลย คาลอสนึกสงสารปลาจับใจ

            เหลือไม่กี่คนแล้ว หนึ่งในนั้นก็คือคาลอส

           “นายพร้อมหรือยังอเล็กซ์ถามขณะดมยาดม คาลอสพยักหน้า ง่ายนิดเดียวเอง

            แต่เมื่อกี้นายอ้วกแตกเลยนะ คาลอสคิด

           “เหมือนเปลี่ยนกางเกงในในน้ำโดยไม่ให้มีใครเห็นอเล็กซ์บอก

           “เงียบไปเลยอเล็กซ์เจนนี่พูด คาลอส..โชคดีนะ”        

           “ลาก่อนฟ้าฝนพูด ชาติหน้าอย่าได้เจอกันอีก

           “อย่าพูดเป็นลางได้ไหม!อเล็กซ์ตวาด

 

            คาลอสยืนประจันหน้ากับปีเตอร์ เขาเหลือบมองแหวนคาลอสแวบหนึ่งแล้วเบี่ยงทางหลบให้คาลอสเห็นภาพชัดๆ คาลอสมองภาพที่อยู่เบื้องหน้า ศาลาขนาดมหึมาที่ตั้งอยู่บนน้ำ หลังคาสีแดงแสบตา ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีน้ำเงินเหมือนน้ำทะเล มีเสาหลักทั้งหมดสิบแปดเสา คาลอสหลับตา จินตนาการถึงภาพศาลากลางน้ำ นึกถึงความปรารถนาที่จะหายตัวไปยังที่นั่น ศาลากลางน้ำศาลากลางน้ำ..น้ำ

           ร่างกายของคาลอสสว่างไสว คาลอสรู้สึกอบอุ่นเหมือนห่มผ้านวมหนาๆในหน้าหนาว แล้วความมืดก็ครอบงำ เขารู้สึกเสียวไส้อยากบอกไม่ถูก เหมือนเครื่องในสลายกลายเป็นไอจนหมด คาลอสลืมตาเมื่อมีแสงตกกระทบที่เปลือกตา ท่ามกลางความมืดและความเวิ้งว้าง เขาเอะใจเล็กน้อยเมื่อแสงที่ปลายอุโมงค์ไม่ได้เป็นแสงสีขาวเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับเป็นแสงสีเขียวที่มาจากปลายอุโมงค์นั่น

           คาลอสถูกอุโมงค์นั่นดูดเข้าไป สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทุกอณูรูขุมขน มันไม่ใช่จากอากาศ มันมากจากน้ำที่อยู่รอบตัวเขา น้ำสีเขียวขุ่นล้อมรอบกายคาลอส! มีปลาหลากหลายชนิดอยู่นี้ รวมทั้งแก้วน้ำพลาสติก ถุงขนม เศษไม้ เศษอาหาร(อาจจะเป็นของเล็กซ์) ฯลฯ เขาอยู่ในน้ำ แล้วเขาก็ว่ายน้ำไม่คล่องซะด้วย

            คาลอสสะดุ้ง เขาเผลอพ่นอากาศออกมาเกือบหมดปอด หัวใจเขาเหมือนจะหยุดเต้น เขาพยายามดีดขาและกวักน้ำ พยายามแหวกว่ายด้วยความสามารถที่มีทั้งหมด เขาเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังว่าท่าอะไร มันเหมือนกับคนกำลังดิ้นตายมากกว่าการว่ายน้ำ เขาเห็นแสงสว่างรำไรแตกเป็นเส้นๆจากด้านบนผิวน้ำที่ดูเหมือนจะห่างไปกว่าสองสามช่วงตัว

            เขาว่ายได้เพียงไม่นาน เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ขาขวา เหมือนมีอะไรมาดึงมันให้งอด้วยแรงอันมหาศาล คาลอสใจหายวาบ ตะคริว เขาเป็นตะคริว แต่คาลอสยังคงกัดฟันแหวกว่ายขึ้นมาอย่างอดทน เขาทั้งแสบตา เหน็บหนาว ตื่นตระหนก ปวดแปลบๆอย่างทรมานที่ขาขวา อากาศในปอดใกล้จะหมดแล้ว คาลอสกลั้นหายใจสุดชีวิต แขนทั้งสองเหมือนจะหลุดออกไปทุกครั้งที่เขาเหวี่ยง แต่เขาจะมาตายที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด แล้วเขาก็ทำสำเร็จเมื่อปลายนิ้วของเขาโผล่พ้นน้ำไปสัมผัสกับกระแสลมเบาๆ ทำให้นิ้วเขาเหมือนถูกแช่แข็ง คาลอสสัมผัสได้ถึงความหวังที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาในตัวเขา เขายิ้มทั้งที่อยู่ในน้ำ จนต้องกลืนน้ำไปสองอึก

            คาลอสดีดขาซ้ายพร้อมกับใช้แขนแหวกน้ำออกข้างลำตัวเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเขาก็ได้รู้ว่าพลังเฮือกสุดท้ายมันมีมากมายขนาดไหน แล้วเขาโผล่ขึ้นมาและ
..

            “อั่ก!คาลอสสำลักเอาอากาศที่มีทั้งหมดออกมา เมื่อศีรษะเขาไปชนกับบางอย่างที่อยู่บนผิวน้ำ บางอย่างที่แข็งและหยาบกร้าน เหมือนกับซีเมนต์ คาลอสรู้สึกสิ้นหวัง

             เขาอยู่ใต้พื้นของศาลากลางน้ำ!

            ประจวบเหมาะกับเป็นจังหวะที่น้ำขึ้นพอดี ผิวน้ำและพื้นของศาลากลางน้ำก็เลยมีช่องว่างไม่เพียงพอที่เขาจะขึ้นไปหายใจ แล้วขาอีกข้างของคาลอสที่ก็กำลังคุดคู้ อากาศในปอดไม่เหลือสักนิด แขนทั้งสองหมดเรี่ยวแรง และเจ็บแสบตรงกลางศีรษะ

          ร่างเขาค่อยร่วงลงอย่างอ้อยอิ่ง พร้อมกับภาพที่เขาเห็น เบื้องบนเป็นแสงที่อยู่เหนือผืนน้ำเป็นเส้นสยายแยกไปหลายทิศทาง หมู่ปลาแหวกว่ายผ่านแสงอย่างสำราญใจ ปลาตัวหนึ่งมองคาลอสด้วยสายตาที่แสนเยือกเย็น มุมปากเผยอขึ้นเหมือนว่ามันกำลังยิ้มเยาะคาลอส ปลาคาร์พตัวหนึ่งว่ายฉวัดเฉวียนผ่านหน้าคาลอสไปเหมือนเขาเป็นเพียงเศษขยะ นี่คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นก่อนตาย ...

 

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

101 ความคิดเห็น

  1. #92 เจสท์ (@lianglong) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2554 / 14:57
    น่าสงสารเเฮฺะ 
    #92
    0