Calos Olygreef::Olygreef's Ring [แหวนมนตรา]

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 แหวนและชายชุดดำ[Re-Write]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,281
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    19 ก.ย. 54


บทที่ 1 แหวนและชายชุดดำ   

                        

                  

        "ฉันเจอเธอแล้ว"

เด็กหญิงคนหนึ่งพึมพำกับตัวเอง เธออยู่ในชุดนักเรียนมัธยมต้น หน้าตาน่ารักสดใส ดวงตาสีดำเป็นประกายจ้องมองเป้าหมายด้านหน้าตาไม่กะพริบ ในมือเธอกำบางสิ่งไว้แน่น เธอตรงปรี่เข้าไปหาเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้า เด็กหนุ่มชาวต่างชาติหันมามอง เมื่อเห็นเด็กหญิงกำลังยืนอยู่ข้างๆ

      "สุขสันต์วันเกิดค่ะ พี่คาลอสเธอพูดยิ้มๆ แล้วส่งของที่อยู่ในมือให้คาลอส ทั้งที่เขายังทำหน้างงๆ "มีความสุขมากๆนะคะ"

                คาลอสงงงัน ถูกที่วันนี้เป็นวันเกิดเขา แต่เขาไม่รู้จักเด็กหญิงคนนี้ เขามองสิ่งที่อยู่ในมือ มันเป็นแหวนสีขาวคล้ายกระดูก ฝังด้วยเพชรสีน้ำเงินแพรวพราว เขาถึงกับตาโต หัวใจเต้นรัว มือที่ถือมันเริ่มสั่นน้อยๆ นึกสงสัยว่ามันคือของจริงหรือเปล่า แต่พอเขาเงยหน้าขึ้น

   เธอก็ไม่อยู่แล้ว...

   "อ้าวคาลอสพึมพำกับตัวเอง แต่ช่างมันปะไร เธอคงเขินนั่นแหละ หนุ่มสุดหล่ออย่างเขามีคนมาชอบบ่อยๆอยู่แล้ว แต่พอรู้นิสัยจริงๆของเขา ทุกคนก็ยอมรับไม่ได้ และหายจากชีวิตเขาไปเลย  

คาลอสสวมแหวนวงนั้นด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆ

มันเป็นการเริ่มต้น . . ไม่ใช่สิ

   



            เป็นการเริ่มใหม่ที่ดีจริงๆ 
______________________________________________________________________________
          

 คาลอส โอลี่กรีฟ เด็กหนุ่มชาวต่างชาติ ดวงตาสีคราม สูงร้อยเจ็ดสิบเจ็ด ผมสีน้ำตาลเข้ม เขาพึ่งย้ายมาที่โรงเรียนพะเยาพิทยาคมแห่งนี้เป็นวันแรก ตอนนี้เขากำลังฟุบหลับอยู่ในคาบเรียนฟิสิกส์ที่แสนจะน่าเบื่อสำหรับเขา  

               
               "กริ๊งงงงงงงง!" เสียงสวรรค์ปลุกคาลอสให้ตื่นจากการงีบหลับตั้งแต่เริ่มคาบเรียน 
               "นักเรียนเคารพ" เสียงหนึ่งพูดขึ้น                  
                "ขอบคุณครับ""ขอบคุณค่ะ" ตามด้วยเสียงคนห้าสิบคนตามมา คาลอสเพียงแค่ยกมือไหว้เท่านั้น
         
              คาลอสเดินลงจากอาคารพลางสวมหูฟังแล้วเปิดเพลง ท้องฟ้ายามนั้นมืดครึ้มทั่วทั้งฟ้ามีแต่เมฆสีเทา คาลอสเดินไปไม่นานฝนเม็ดแรกก็หยดลงมาใส่หัวเขา บรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนแบบนี้เขานึกถึงแหวนที่เขาสวมอยู่ทันที แหวนที่น้องม.ให้เขามาเมื่อเช้านี้ ดูท่าว่าน้องคนนั้นคงจะชอบคาลอสเป็นอย่างมาก เขารีบเอามือซุกลงกระเป๋ากางเกงทันทีด้วยกลัวว่าฟ้าจะผ่า พลางเร่งฝีเท้าขึ้น พลันเหมือนมีแสงบางอย่างต้องใส่ตาเขา แสงลอดมาจากทางระบายน้ำใต้เท้าเขา มันเป็นหินก้อนเล็กๆสีฟ้า เขามองซ้ายขวา ล้วงมือเข้าไปหยิบอย่างไม่ลังเล
          
            คาลอสมองหินที่อยู่ในมือ มันเป็นสีฟ้าส่องประกายระยิบระยับมันเหมือนเพชรมากกว่าหิน กลมเหมือนไข่ไก่ แต่เล็กกว่าหน่อย เขาเก็บใส่กระเป๋าทันที หลังจากไม่กี่วินาทีที่เก็บมัน 
        
           
คาลอสถึงกับกระเด็นลงไปกองกับพื้นบนถนน เมื่อสายฟ้าผ่าลงมาใส่เสาไฟฟ้าห่างจากเขาไม่ถึงสามเมตร!  เขารู้สึกจุกที่หน้าอก หูอื้อ ใบหน้าร้อนผ่าว ผู้คนวิ่งหนีอย่างกับผึ้งแตกรัง ทันใดนั้น เสาไฟฟ้าที่เรียกได้ว่าบาดเจ็บสาหัสจากสายฟ้าเมื่อครู่ก็เอนลงมาทางคาลอส เด็กหนุ่มได้สติกลิ้งตัวหลบได้ทัน แต่รถที่ผ่านมาไม่โชคดีเหมือนเขา 

          
            เสาไฟฟ้าฟาดเข้าใส่รถเก๋งสีดำที่ผ่านมาอย่างไร้ความปรานี พาดลงขวางลำรถดังโครม คาลอสเค้นกำลังอย่างยากลำบากลุกขึ้นวิ่งเข้าไปหารถคนนั้น พร้อมกับตำรวจที่อยู่แถวนั้นหนึ่งนาย พวกเขาช่วยกันงัดร่างชายวัยประมาณสามสิบต้นๆ ออกมาจากรถอย่างทุลักทุเล ทั้งสองหิ้วแขนชายคนนั้น ไปยังร้านถ่ายเอกสารข้างถนนร้านหนึ่ง ท่ามกลางสายตาของคนนับร้อยแต่ทุกคนไม่คิดจะช่วย    
      
             คาลอสสำรวจร่างที่ไร้สติของชายคนนั้นรายรอบด้วยฝูงไทยมุง ขณะที่นายตำรวจคนนั้นพยายามกันคนให้ออกห่างแล้วมายืนข้างหลังคาลอสห่างจากเขาห้าเมตรแล้วโทรเรียกรถพยาบาล  วินาทีนั้น สายฟ้าสีแดงพุ่งแหวกอากาศมาจากเบื้องบนด้วยความเร็วแสง แต่ไร้ซึ่งเสียงคำราม ตรงเข้าไปยังร่างของตำรวจนายนั้น 
          
             เกิดเสียงดั่งสนั่นเมื่อสายฟ้าเผาร่างนายตำรวจจนไหม้เกรียม! คาลอสสัมผัสได้ถึงความร้อนที่มหาศาล เขาหันไปมองร่างที่ไหม้เกรียมนั้นกำลังล้ม ท่ามกลางควันคละคลุ้งและกลิ่นเหม็นไหม้ บัดนี้บรรดาไทยมุงได้สลายหายไปจนสิ้นแล้ว แม้แต่เจ้าของร้านยังวิ่งหนีไปหลังร้าน  คาลอสมองสิ่งที่อยู่เองหน้าด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมา รู้สึกเหมือนจะเป็นลม เหงื่อหลายเม็ดผุดออกมา 

            
              สิ่งที่ดำเป็นตอตะโกนั่น มันไม่เหมือนกับมนุษย์อีกต่อไปแล้วแต่เหมือนก้อนสีดำๆก้อนหนึ่งที่มีน้ำสีเหลืองและแดงไหลย้อยออกมาน่าสยดสยอง คาลอสรีบละสายตาจากภาพที่แสนสยดสยองนั่นทันที         
             
                บนถนนที่ไร้ซึ่งผู้คน บัดนี้คาลอสสังเกตเห็นชายใส่เสื้อคลุมสีดำสามคนส่วนสูงไล่เลี่ยกันกำลังจ้อง มองเขา คนที่อยู่ตรงกลางชี้มาที่เขา อีกสองคนพากันวิ่งกรูเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง คาลอสรู้สึกถึงลางร้าย เขารีบวิ่งหนีชายพวกนั้น เขาวิ่งออกมาท่ามกลางสายฝน ก่อนคาลอสจะหักเลี้ยวไปทางซ้าย เขาโฉบก้อนหินที่อยู่เบื้องล่างมาหนึ่งก้อน แลกกับสายหูฟังที่ไปเกี่ยวบางอย่างเข้าขาดกระเด็น เขาหักเลี้ยว วิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเบื้องหน้าเป็นสะพานลอย พอเขาได้ยินเสียงคนวิ่งตามมา คาลอสหมุนตัวอย่างรวดเร็วขว้างก้อนหินใส่หนึ่งในสองคนนั้น แต่เขากลับหลบได้อย่างไม่ยากเย็น คาลอสกัดฟันกรอด
         
             ไม่ทันไร ก้อนหินก้อนหนึ่งพุ่งข้ามหัวคาลอสไปด้านหลัง โดนใส่กบาลชายคนหนึ่งอย่างจัง แม่นอย่างกับจับวาง คาลอสไม่ทันสังเกตเห็นได้ยินเพียงเสียงดัง พลั่ก ตามด้วยเสียงคนล้มลงกับพื้น ร้องเสียงดังประหลาดปนน่าขบขัน คาลอสวิ่งขึ้นสะพานลอยทีละสองสามขั้น ขึ้นมาถึงบนสุดก็รีบวิ่งฝ่าสายฝนอย่างไม่คิดชีวิต นอกจากเขามีคนข้ามเพียงหนึ่งคนหญิงสาวกลางร่มเดินสวนทางมากับเขา คาลอสบัดนี้ไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น แต่เบื้องหน้ากลับพบชายฉกรรจ์สวมเสื้อคลุมสีดำ พร้อมหมวกคลุมศีรษะ ก้าวอาดๆขึ้นมาจากบันได คาลอสหันไปมองด้านหลัง หญิงสาวคนนั้นกำลังลงจากสะพานลอย พร้อมชายที่ตามหลังเขามาวิ่งสวนทางหญิงคนนั้นขึ้นมา 
         
          หมดหนทางแล้ว เขาคิด แล้วคำพูดของพ่อเขาก็ดังขึ้นในหัว ถ้าปราศจากความกลัว เราจะชนะได้ทุกอย่างคาลอสได้สติ ก้าวขาข้ามสะพานลอยมายืนอยู่บนขอบอันน้อยนิด ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เเต้นแรง ขาของเขาสั่นระรัว หายใจไม่เป็นจังหวะ เขามองพื้นที่อยู่ต่ำลงไปกว่าห้าเมตรด้วยสายตาที่แตกตื่น แขนที่สั่นระริกเหนี่ยวราวเหล็กที่อยู่ด้านหลังไว้ เขาโน้มตัวไปข้างหน้า แต่ยังไม่กล้าปล่อยมือ สายตาหลายคู่กำลังจับจ้องที่เขา หลายคนพยายามตะโกนอะไรบางอย่างแต่คาลอสไม่ได้ยินมันเลย
               
               ขณะที่ชายสองคนนั้นชี้นิ้วมายังเขา คาลอสรวบรวมความกล้าที่มีอันน้อยนิด แล้วปล่อยมือ เขาปล่อยตัวลงมาจากสะพานลอยที่อยู่สูงห้าเมตร ได้ยินเสียงคนที่อยู่ข้างถนนกรีดร้อง โชคดีที่ถนนขณะนั้นไม่มีรถผ่านมา แรงกระแทกทำให้เขาเจ็บแปลบที่เท้า เขากลิ้งหลุนๆเหมือนลูกบอลหนึ่งรอบ แล้วรีบวิ่งต่ออย่างไม่คิดชีวิตพร้อมแสงสีแดงวาบด้านหลังเขา พร้อมกับเสียงระเบิดของสะพานลอยและเศษปูนกระจัดกระจาย
        
                 เขาวิ่งฝ่าสายฝนจนกลับมาถึงบ้าน  ทันทีที่เขาเปิดประตู พลันไฟในบ้านทุกดวงดับเหลือแต่ความมืดมิด มีเสียงที่คุ้นหูดังขึ้น

 

แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู  แฮปปี้เบิร์ธเดย์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์ เดียร์ คาลอส แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยู.."
          
                

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

101 ความคิดเห็น

  1. #101 Rose d' amore (@rosedemore) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มีนาคม 2555 / 12:52
    สนุกมากค่ะ

    อ่านจนเพลินเลย ชอบแนวแบบนี้ค่ะ

    น่าค้นหาและก็ลึกลับดี

    จะติดตามนะคะ

    สู้ๆ ^O^
    #101
    0
  2. #74 L!tch-----* (@bobolove) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กันยายน 2554 / 01:25
    เปิดเรื่องมาก็วิ่งกันเสียแล้ว 555
    เริ่มแรกถือว่าเปิดได้เยี่ยมค่ะ น่าสนใจ น่าติดตาม เพราะแหวนเลยพาซวยแน่ๆ <- นี่คือสิ่งที่คิดเป็นอันดับแรก ^^
    คำบรรยายมีแปร่งๆ อยู่บ้างค่ะ > เสาไฟฟ้าบรรจงฟาดเข้าใส่รถเก๋ง เอ่อ...ไม่รู้สิ เราว่ามันแปลกๆ งะ
    คำว่า บรรจง มันน่าจะใช้กับสิ่งมีชีวิตที่ต้องการกระทำบางสิ่งกับอะไรสักอย่าง
    พอท่านเอามาใช้กับเสาไฟฟ้ามันเลยแปร่งๆ ไป อ่านแล้วเกิดสะดุด เฮือก! ขึ้นมาเลย =w=''
    ที่เหลือก็บรรยายดี อ่านเพลินจนจบตอน มีคำผิดบ้างประปราย เราเลยเก็บมาฝากค่ะ

    เมื่อสายฟ้าก็ผ่าลงมาใส่เสาไฟ > ตัดก็ออกก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ดูแปร่งๆ
    ปราณี=ปรานี (สองคำนี้คนสับสนกันเยอะค่ะ ปรานี=เผื่อแผ่ เมตตา/ปราณี=ผู้มีลมหายใจ)
    แถวนั้น
    สิ่งที่อยู่เองหน้า > ตรงหน้า? ข้างหน้า?

    #74
    0
  3. วันที่ 30 สิงหาคม 2554 / 23:25
    มาตามที่ไปเชิญให้มานะนะครับ

    เรื่องพลอต แค่ตอนแรกยังบอกอะไรมากไม่ได้ แต่จัดว่าน่าสนใจดีครับ
    แม้จะเป็นพลอตที่เห็นอยู่บ่อยๆก็ตาม

    การบรรยาย ผมว่าใช้คำโอเวอร์ไปหน่อยควรปรับคำให้กระชับพอดี
    การอุปมาอุปไมยยังไม่ถูกต้องนัก หรือการใช้อติพจน์ในการบรรยายควรทำให้พอเหมาะ
    อย่างเช่น เสาไฟฟ้าแหวกอากาศลงมา มันโอเวอร์ไปหน่อย ทำให้ดูพยายามใช้ศัพท์สูงเกินไปในการแต่ง
    สายฟ้าเปรียบกับธนูที่ง้างจนสุด ผมว่าสายฟ้ายังไงก็มีภาพลักษณ์ที่ดูรวดเร็วและรุนแรงกว่าธนูอยู่แล้วนะ
    กบาล คำนี้พอใช้แล้วจะกลายเป็นบทตลกทันทีถ้าใช้ไม่ถูกสถานะการณ์นะครับ
    จริงๆมีอีกหลายคำนะครับที่ยังขัดๆอยู่

    อีกอย่าง เสียงเอฟเฟก ถ้าเป็นไปได้ควรเลี่ยงที่จะใช้ เช่น เปรี้ยง ตูม ทำให้เรื่องดูเป็นการ์ตูน
    ถ้าเป็นไปได้ควรจะใช้การบรรยายแทนนะครับ เช่น เกิดเสียงดังสนั่น อะไรทำนองนี้
    ถึงจะเห็นนักเขียนดังๆหลายท่านทำก็เถอะ แต่ถ้าไปดูในหนังสือระดับอาจารย์ๆจะไม่มีคำพวกนี้ครับ

    แต่สำหรับการดำเนินเรื่องและเปิดเรื่องทำได้น่าสนุกดีครับ
    ชวนให้อยากอ่านต่อได้ดีพอสมควร

    ข้อแนะนำอีกข้อที่จะแนะนำเพิ่มคือ การเล่าแบบ active และ passive ถ้ามีทั้งสองอย่างจะทำให้เรื่องมีมิติมากกว่าเดิมครับ
    ข้อนี้หลายๆคนในเด็กดีจะเล่าในแบบ active เพียงอย่างเดียวทำให้เรื่องไม่มีมิติเท่าไหร่

    ไว้จะแวะมาอ่านต่อนะครับ
    พยายามเข้าครับ สู้ๆ^^



    #73
    0
  4. วันที่ 28 สิงหาคม 2554 / 21:50
     ทักทายครับผม เพิ่งเคยลองอ่านแนวนี้เป็นครั้งแรก สนุกดีครับ
    #72
    0
  5. #71 rose2012 (@roseanocha) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2554 / 14:04
    เปนเรื่องที่สนุกมาก น่าตื่นเต้น น่าติดตามมาก ^^
    #71
    0
  6. #70 knock-up (@knock-up) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2554 / 01:44
     ยาวดีแท้...  น่าติดตามมาก  นับว่าดีทีเดียว

    อะไรหลายๆ อย่างอ่านแล้วลงตัวดีครับ

    เสียดายที่คงเข้ามาอ่านได้ไม่บ่อยนัก  เพราะเวลากระชั้นเข้ามาแล้ว

    #70
    0
  7. วันที่ 22 สิงหาคม 2554 / 16:26
    สนุกมากค่ะคือเราเพิ่งเริ่มเเต่งอยากให้ลองไปอ่าน
    http://writer.dek-d.com/suckzynoiseseeya/writer/view.php?id=738460   ช่วยวิจารณ์ด้วยนะค่ะTT
    #69
    0
  8. #68 Zombie Butterfly (@zombie-butterfly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2554 / 15:51
    บังเอิญผ่านมา สวัสดีท่าน จขบ.ก่อนเลย ^^
    เปิดเรื่องมาน่าสนใจมากมาย แต่มีคำซ้ำนิดนึงนะท่าน
    เม้นบอกแค่นี้ล่ะ จะอ่านต่อแล้ว งิงิ XD
    #68
    0
  9. #67 เจสท์ (@lianglong) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2554 / 22:40
    สนุกมากเลย ไม่เสียเเรงที่มาอ่านนะครับ ยังไงก็...สู้ๆ นะครับ เจียโหยว เจียโหยว 
    #67
    0
  10. #66 meenniizmouse (@meenniizmouse) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2554 / 17:14
    เปิดเรื่องดีมาดเลยยย
    #66
    0
  11. #65 แม็กคลานิค (@macow) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2554 / 20:51
    ถือว่าเปิดเรื่องได้น่าสนใจดีค่ะ แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้ใช้ชื่อที่คนอ่านเมื่ออ่านแล้ว สามารถแยกเพศได้ชัดเจน จะช่วยให้ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมกับเนื้อเร่ืองได้ง่ายขึ้นนะ
    #65
    0
  12. #64 l2oFear (@l2ofear) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2554 / 21:56
     อยากจะถามว่า แหวนอ่ะ น้องม.3ให้หรือรุ่นพี่ให้กันแน่ ^^ งงมากคับ
    #64
    0
  13. #63 Ch-bangbai (@ch-bangbai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2554 / 06:54
    ^^ ปรบมือให้ผู้แต่งดัง ๆ ก่อน เปิดมาบทแรกสนุกมากค่ะ
    ดำเนินเรื่องได้ดี ตอนแรกข้าพเจ้าอ่านไปด้วยความอคตินิด ๆ
    เพราะเรื่องแนวแฟนตาซีหลายๆเรื่อง จะน่าสนใจเพียงย่อหน้าแรก
    จากนั้นก็หมดความน่าตื่นเต้นชวนติดตาม แต่เรื่องแหวนมนตรา
    นี่เยี่ยมมากที่ทำให้รู้สึกลุ้นไปด้วยจนจบตอน
    การผสมกันระหว่างตัวละครกับเมืองไทยก็ไม่แปร่งอ่านแล้วนึกถึง
    แซนวิชแกงเผ็ด ซึ่งก็เข้ากันได้ดีอยู่เหมือนกัน ^^
    #63
    0