หนังสือหยั่งรู้ฟ้าดินของเซนจิ (善地の占い本)

ตอนที่ 248 : ตอน 244 - สายสืบกลับใจ (Part 100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ส.ค. 60



ตอน 244 - สายสืบกลับใจ
(Part 100%)

"...เมื่อผู้คนละโมบโลภหลงมิสุดสิ้น
เห็นอักษราวิชาสลักบนหินถ้ำ
ไม่ว่าดีหรือร้ายกลับมิไตร่ตรอง
ลอบฝึกหวังให้ตนเป็นใหญ่
หารู้ไม่..."

(บันทึกหนังสือชะตาฟ้าดินลิขิตของเซนจิเมื่อยุคหนึ่ง)


กาลผันผ่านเวียนนับสามตะวันสองราตรี ยามจำจากหมู่บ้านอุ่นวารีต้องสูญสิ้นคราเดียวเพราะเหตุมหันตภัย เจ็ดมนุษย์เจ็ดจุลเทพลงเขารอนแรมสู่แดนเหนือยาวไกลท่ามกลางมิตรภาพไว้เนื้อเชื่อใจ

ย่างก้าวผ่านทางขนาบไพรสณฑ์ผืนใหญ่ แลต้นไม้ผลัดใบเริ่มโรยราเมื่อย่างสู่กาลเหมันต์ แต่ละสองเท้าสืบก้าวเรื่อยมาจนพบหนึ่งทางแยกสำคัญ ดุจวาระจากนี้ต้องจำอำลามิอาจเห็นหน้าแล้ว

แยกซ้ายคือทิศบูรพามุ่งสู่เขตเมืองสำคัญ แหวกผ่านใจกลางแดนเหนืออันเรืองโรจน์นับร้อยปี ส่วนอีกแยกเบื้องขวาคือทิศอาคเนย์อ้อมทางสู่แดนบูรพา เจ็ดชีวิตตาสีตาสาต่างชี้แนะสาธยายทางรอนแรมไกลจากนี้ไป

ที่ว่าต้องร่ำลามิอาจเห็นหน้าย่อมมีเหตุผลหนึ่ง หวั่นใจอยู่บ้างหากลูกศิษย์สำนักซาโตอิจิมุ่งผ่านเขตเมืองแห่งแดนเหนืออาจตกเป็นภัยเกิน หนึ่งดรุณีสวมอาภรณ์ชาวเฉินย่อมสะดุดร้อยพันสายตาผู้คนแปลกหน้าแน่

หากเบี่ยงทางเบื้องขวาแม้ต้องผ่านผืนไพรยาวไกลทั้งไร้เขตเมืองอยู่บ้าง ทว่านั่นย่อมปลอดภัยกว่ามิต้องเสี่ยงพบหน้ากลุ่มซามูไรเที่ยวไล่สังหารชาวเฉิน กอปรกับทางหนีทีไล่คิดหลบเข้าพงไพรช่างง่ายดายกว่าซ่อนพรางในเขตเมือง

จูนสะท้านเฮือกคราหนึ่งพลันก้มหน้าหลบหลุบตา ไร้วจีเอื้อนเอ่ยใดได้แต่น้อมรับคำแนะนำจากเจ็ดชีวิตด้อยฐานะ

มัตสึโมะโตะเอ่ยปากหนักแน่นราวกับปรารถนาให้เชื่อใจ หากมิระแวดระวังทั้งมิยอมปลอมตัวกลมกลืนเสมือนชาวนามิ หาไม่แล้วย่อมต้องตกเป็นภัยล่อพวกพ้องซามูไรใจอำมหิตคิดแต่จ้องปลิดชีพแน่

เหตุผลจากเจ็ดชีวิตชาวบ้านล้วนปรารถนาดีมิเป็นอื่น เหล่ารุ่นวัยเริ่มเชื่อสนิทใจจนไม่อาจปฏิเสธ ทางแยกขวาน่าจะมินำพาเรื่องยุ่งยากระหว่างรอนแรมกว่ามาก เยือนสู่แดนใต้เข้าหมู่บ้านศักดิ์สิทธิ์เร็วที่สุดเท่าใดยิ่งดีเท่านั้น

หนึ่งสิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือต้องคุ้มครองหนังสือหยั่งชะตาลิขิตฟ้ามิให้สูญหาย หาไม่แล้วเมื่อต้องเจอะซามูไรใจละโมบโลภมากระหว่างทางอาจถูกช่วงชิงง่ายดาย

ฟังจากปากเล่าชาวหมู่บ้านอุ่นวารีช่างกร้านประสบการณ์ รอนแรมตามหนทางเบี่ยงขวาเรื่อยไปจนเจอะแม่น้ำบูรพาเลียบขนาน ย่างเท้าอีกระยะจะเจอะสะพานข้ามแม่น้ำและอีกหนึ่งถนนแยกสำคัญในที่สุด ซ้ายเป็นทางทอดข้ามสะพานสู่แดนบูรพาและเขตชายฝั่ง หากเลือกเบี่ยงขวาย่อมเป็นทางวกทิศย้อนกลับสู่แดนใต้

ตลอดเส้นทางแม้อ้อมเขตผ่านแดนอื่นช่างยุ่งยากอยู่บ้าง ทว่านี่คือถนนสำคัญยามผู้คนสัญจรระหว่างแดนใต้และแดนเหนือ หากไร้ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์คั่นขวางจนเป็นอุปสรรควิบากเกินมนุษย์จะฝ่าข้ามแล้วย่อมใกล้กว่ามาก

เจ็ดจุลเทพสำนักฝ่ามือคุณธรรมก้มคำนับทั้งรับปากตกลง

ดูเหมือนคำเล่าจากเหล่าชาวบ้านราวกับแผนที่พึ่งพาอยู่บ้าง แม้เคนตะเอ่ยพรรณนาว่าเคยรอนแรมจากแดนใต้สู่แดนเหนือเมื่อห้าปีก่อน ทว่าเพราะตนต้องสิ้นบุพการีร้างถิ่นฐานย่อมมิคุ้นเขตเมืองอื่นมาแต่แรก หนำซ้ำคลับคล้ายคลับคลาว่าพลั้งหลุดหลงร่อนเร่ยังแดนบูรพามาก่อนด้วย

หนึ่งเรื่องราวชี้แนะจากเหล่าตาสีตาสาเริ่มผ่านล่วง สองฝ่ายร่างมนุษย์ร่างเทพคล้ายบ่งบอกทีท่าจะจำจากรอมร่อ

หากแต่... แม้นี่ถือเป็นวาระใกล้ร่ำลาก็จริง ทว่ายางิวกลับพรรณนาหนึ่งความหลังช่างตะลึงตะไล ราวกับทะลวงห้วงกาลวันวานจนสองหญิงสาวสกุลอาไคชิพลันใจหาย

เรื่องเล่าเมื่อปีกลายคราตนพบคู่พี่น้องต้องระหกระเหินกลางหมู่บ้านศักดิ์สิทธิ์...

มิน่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เหตุการณ์ล่วงผันราวเกือบหนึ่งปีให้หลังกลับมีหนึ่งชีวิตหวนระลึกได้ มิวายฉากภาพกระเสื อกกระสนดิ้นรนชีวิตคราเพิ่งพรากบุพการีพลันผุดวาดกลางใจคู่พี่น้อง

ยางิวสารภาพสิ้นตรงไปตรงมาหาได้อ้อมแอ้มไม่ เพราะประหลาดใจแต่แรกว่าอาจคุ้นหน้าคู่ดรุณีสวมอาภรณ์ต่างชนชาติคราเยือนหมู่บ้าน คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นหน้าครั้งหนึ่งในหมู่บ้านศักดิ์สิทธิ์

เหตุการณ์ครานั้นช่างยากพรรณนาราวกับปริศนาแตกตื่น พวกพ้องของตนกลับชะงักร่างทั้งจดจำทิศทางสองพี่น้องหลบลี้หนีภัยมิได้

จูนและโอเรนได้แต่เผยอปากค้างตะลึงลาน อารามจมดิ่งภวังค์วันวานปานพูดมิออกบอกมิถูก ได้แต่เอื้อมสัมผัสมือนุ่มนิ่มต่อกันดุจประโลมใจมิให้หวนระลึกความหลังช่างกล้ำกลืน

ที่แท้ยางิวเองหรือคือหนึ่งซามูไรจอมสอดแนมรับใช้หัวหน้าทสึโยชิ ทั้งเคยอยู่ในเหตุการณ์ประหลาดจนพวกพ้องต้องชะงักร่างปานเลือนลืมห้วงทรงจำ

ในบรรดาลูกน้องซามูไรติดตามมีเพียงยางิวเท่านั้นกลับอยู่ห่างเหตุการณ์มากที่สุด เป็นเพียงกำลังเสริมสอดแนมเที่ยวโปรยดอกอุเมะตามรายทางชี้ช่องสังหาร

หลากกลีบผกาขาวโปรยปรายกลับกลายเป็นเงามรณะก็มิปาน เยือนสู่เรือนอาศัยชาวเฉินเร้นพรางคราใดล้วนต้องจบชีวาชะตาขาดเมื่อนั้น

เช่นเดียวกับวระสองดรุณีสกุลอาไคชิที่เจียนตายคาคมดาบซามูไรทสึโยชิ

หากแต่... ดูเหมือนเหตุการณ์ประหลาดยากพรรณนาครานั้นยางิวหาได้ชะงักร่างไม่ หนำซ้ำยังจดจำฉากอัศจรรย์พันลึกทั้งตะลึงตะไลจนขึ้นใจ ทว่ากลับมิปริปากให้ทสึโยชิล่วงรู้ทิศทางสองดรุณีหลีกลี้หนีหายแม้แต่น้อย

มิเข้าใจตนเองไยจึงเก็บงำอำพรางเรื่องพิสดารเช่นนี้ สองดรุณีสวมอาภรณ์ต่างชนชาติกลับน่าเห็นใจเกินกว่าจะปลิดชีวาลงหรือไร

เมื่อล่วงกาลคับคันช่างอัศจรรย์เกินบอกเล่าใครต่อใคร เหล่าตาสีตาสาชาวหมู่บ้านศักดิ์สิทธิ์กลับมีเพียงตนและพ่อค้ายายามาโมะโตะที่ล่วงรู้ นอกนั้นล้วนต้องมนตราประหลาดจนมิอาจระลึกฉากน่าเสียวไส้ได้เลย มิรู้แม้แต่ทิศทางหลีกลี้หนีภัยของสองหญิงสาวเจียนจมชะตาต้องฆาต

ทั้งตนและพ่อค้ายายามะโมะโตะต่างมิเชื่อตาตนเอง มิเชื่อว่าเป็นยอดฝีมือจากสองชีวาเจียนสังเวยคมดาบซามูไรทสึโยชิแน่ บางทีอาจเพราะหนึ่งเงาปริศนาจงใจสกัดขัดขวางจอมสังหารก็เป็นได้ จงใจเบิกทางให้เหยื่อดรุณีพี่น้องพบโอกาสยืนหยัดชีวิตต่อลมหายใจ

ทว่าผันกาลเนิ่นนานแล้วกลับไร้เศษเสี้ยววี่แวว ไร้เบาะแสไร้ต้นสายปลายเหตุเดียวแม้กระผีกริ้น มิรู้แม้หนึ่งเงื่อนงำเงาปริศนาช่วยสองชีวาจมชะตาน่าอาภัพ หยั่งคาดไปมาว่านี่อาจเพราะลิขิตสวรรค์บัญชาก็เป็นได้

ไม่ผิดเลยที่สังหรณ์ใจไร้คำตอบมาแต่แรก ละแวกเคียงใกล้เหตุการณ์สุดพันลึกกลับไร้ยอดฝีมืออื่นแม้ชีวิตเดียว นอกจากทสึโยชิจอมสังหารปานพยัคฆ์กร้าวแล้วย่อมมิเหลือใครเทียมเทียบ

เหตุการณ์ขุนเขาอัคคีหลั่งธารวิปโยคเพิ่งล่วงผันกลับยืนยันมิเป็นอื่น สอดรับสอดประสานห้วงกาลวันวานเคยเกิดกลางหมู่บ้านศักดิ์สิทธิ์ มิผิดแน่เพราะหนึ่งดรุณีสวมอาภรณ์ชาวเฉินกลับกลายเป็นเทพเจ้าไปแล้ว เหล่าซามูไรใจโฉดจึงต้องมนตราชะงักทั้งร่างมิต่างจากหุ่นหิน

กาลผันนับร่วมปีจูนย่อมสลักลึกภาพทรงจำจนติดตา ทั้งสำเหนียกตนเองว่ามิอาจหยั่งแท้พลังอำนาจอาจซ่อนพราง มิรู้แม้แต่เสี้ยวฤทธานุภาพจิตประหลาดปานปีศาจสังหารด้วยซ้ำ ยังพาพี่สาวพ้นผ่านวิกฤติเคราะห์ฆาตมาได้เพราะจิตอำนาจเร้นลับดุจตัวการเดียว

ตราบจนย่ำเท้าฝ่าข้ามขุนเขาศักดิ์สิทธิ์จึงเริ่มสำเหนียกความจริง ยอมรับทั้งรู้สึกขมขื่นจมกลืนน้ำตาว่าตนกลายเป็นดรุณีจิตพิฆาต หาไม่แล้วชีวิตพี่สาวร่วมเป็นร่วมตายคงตกร่วงกลางหุบเหวมรณะแล้ว

คำเล่าจากยางิวกลับซึมเซาะกลางใจดรุณีคู่พี่น้องต้องผจญชะตา โอเรนเริ่มบรรจงวาจาสั่นพร่าราวกับเจียนหลั่งน้ำตาจมอาดูร คล้ายห้วงกาลวันวานเคยสลักลึกภาพทรงจำยากเลือนลืมกลับผุดวาดอีกครั้ง เคียงกายยังมีมือละเมียดประคองแขนจากน้องสาวร่วมสายเลือดช่วยประโลม

ฝ่ายพี่สาวพรั่งพรูอดีตล่วงผันครามิทันเตรียมใจ เพราะยามาโมะโตะเปิดโปงความจริงเคนโชจึงตามล่ามาถึงสำนักซาโตอิจิ หาไม่แล้วคงมิคิดทวงคืนชีวิตสองพี่น้องจนต้องฝ่าขุนเขาเหน็บหนาวยังสำนักเทพ

คำว่าเคนโชกลับเริ่มกระตุกห้วงทรงจำคนเป็นซามูไรสายสืบจนใจสะท้าน อารามปานมิอยากเชื่อไยสวรรค์จึงปั้นเรื่องช่างบังเอิญเหลือเกิน

ดูเหมือนยางิวและเคนโชเคยรู้จักกันมาแต่แรกแน่ เพียงแต่ยังสงวนท่าทีมิจาระไนเรื่องราวสหายซามูไรเคยหักหลังครอบครัวสกุลอาไคชิ

จังหวะนี้เองหัวหน้าหมู่บ้านอุ่นวารีเริ่มปริปากเจตนาหนึ่ง คราหนุ่มสาวศิษย์สำนักท่านผู้เฒ่าเยือนหมู่บ้านเจียนจมหายนะตนกลับมิต้อนรับ ราวกับประกาศเขตหมู่บ้านต้องห้ามมิให้คนแปลกหน้ายุ่มย่ามภายใน

เหตผลเดียวที่มัตสึโมะโตะต้องขับไล่ไสส่งเจ็ดรุ่นวัยให้พ้นตา มิปรารถนาให้อาคันตุกะแปลกหน้าเยือนสู่หมู่บ้านอุ่นวารีเมื่อคราแรก แท้จริงแล้วเพราะหวาดหวั่นหากสายสืบอย่างยางิวพบหญิงสาวเสมือนชาวเฉินเข้าอาจรีบกำจัดทันที

เพียงแต่เมื่อสถานการณ์ช่างคับขันกลางมหันตภัย ทั้งอารามสับสนตีปนระทึกย่อมมิอาจเอ่ยปากทัน อีกทั้งยางิวเองกลับละเลยใส่ใจเอาแต่จะหาทางช่วยชาวบ้านเท่านั้น เมื่อผ่านพ้นมหันตภัยหน้าสิ่วหน้าขวานกลับยิ่งประหลาดใจ ไม่ผิดแน่จอมสอดแนมชี้ช่องสังหารชาวเฉินผู้นี้คงเริ่มกลับตัวกลับใจกระมัง

ใช่ว่ายางิวจะเอ่ยตอบจากสามัญสำนึกตนเองว่ากลับใจได้เต็มปาก สีหน้าเคล้าแววตาฉายชัดราวกับคนยังอึกอักยังลังเล เกรงว่าหากห่างหายจากพวกพ้องซามูไรเมื่อใดทสึโยชิคงมิไว้ชีวิตแน่ เพียงแต่หน้าที่สายสืบเคยรับมาตนจะยอมปิดตาข้างหนึ่ง สัญญาแน่นหนักจะมิแพร่งพรายว่าเคยพบพี่น้องสกุลอาไคชิเคยหลีกลี้หนีทสึโยชิเมื่อปีกลาย

จูนได้แต่ก้มหน้าหลุบตาเก็บปากเก็บคำปานคนเบื้อใบ้ ในใจนางทั้งหวาดพรั่นขวัญผวาเกรงว่ายางิวจะมิรักษาสัญญา แม้ว่าตนหยั่งจิตทะลวงห้วงลึกในใจว่าซามูไรสายสืบผู้นี้ยังน่าเชื่อถืออยู่บ้าง

แม้แต่สีหน้าฉายประกายตาจากโอเรนยามสบมองยางิวก็คล้ายมิมั่นใจ สัจจะจากซามูไรเคยโปรยอุเมะชี้ช่องสังหารชาวเฉินนักต่อนักจะไว้เนื้อเชื่อใจเพียงง่ายเชียวหรือ

เพราะปูมหลังคู่พี่น้องสกุลไคชิกลับผ่านพบวันวานปานชะตารวดร้าว ยังเข็ดขยาดต่อสหายสนิทชิดเชื้อที่สุดของท่านพ่อนามว่าเคนโชมาแล้ว คนเคยเชื่อใจนับสิบปีกลับปิดบังธาตุแท้ตลอดมา กระทั่งหลักหลังท่านพ่อได้ลงคอจนครอบครัวต้องสิ้นสลาย

เมื่อยางิวคล้ายรู้จักมักคุ้นซามูไรแห่งแดนใต้นามว่าเคนโช สารพันวจีจากคนเคยเป็นฝ่ายอริสกุลอไคชิจึงเริ่มสาธยายน้ำไหลไฟดับ ล้วนปรามาสธาตุแท้เคนโชหมดสิ้นปานกินแหนงแคลงใจนับสิบปี

คนอย่างเคนโชช่างหน้าเนื้อใจเสืออย่าเชื่อวาจาง่ายๆ !!

มิน่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่านี่คือวาจาจากซามูไรจอมสายสืบ ซามูไรเคยชี้ช่องฉุดคร่าล่าล้างชาวเฉินนักต่อนักกลับถากถางนิสัยใจคอพวกพ้องเดียวกัน เสมือนความจริงหนึ่งในหมู่ซามูไรใจโฉดย่อมไว้เนื้อเชื่อใจเพียงเปลือกนอก

แม้ว่ายางิวยืนยันวาจาทั้งเบิกเรื่องราวสายสนกลในพวกพ้องซามูไรส่วนหนึ่ง ราวกับปรารถนาหว่านล้อมกล่อมใจสองพี่น้องสกุลอาไคชิโปรดเชื่อสนิทสักครา แม้ช่างยากพิสูจน์ตนเองว่าจะมิแพร่งพรายความลับคอขาดบาดตายสักคำ ทว่าดูเหมือนมิช่วยผ่อนเพลาชะตากรรมคู่พี่น้องสองชนชาติแม้แต่น้อย เมื่อหนึ่งวจีงามเอื้อนเอ่ยในที่สุดราวกับระทดท้อต่อวาสนาจำเผชิญ

เป็นวจีละมุนจากดรุณีจิตสังหาร...

จูนเงยหน้าสบมองยางิวมิกะพริบตา โฉมสะคราญอาบเคล้าหมองเศร้าราวกับใจสลายนับครั้งมิถ้วน หนึ่งความหมายเดียวจากนางล้วนบ่งบอกมิซับซ้อน

ต่อให้เก็บงำอำพรางเพียงใดความจริงย่อมมิอาจเลือนมลายได้เลย

สักวันเมื่อเยี่ยมกรายสู่หมู่บ้านศักดิ์สิทธิ์ย่อมมิอาจปิดบังฐานะ มิอาจหลบลี้หนีหน้าซามูไรเคยหมายปลิดชีวามีแต่ต้องเผชิญหน้าเท่านั้น

ยางิวสะท้านเฮือกคราหนึ่ง เป็นจริงอย่างที่หญิงสาวสวมอาภรณ์ชาวเฉินมิอาจหลบหน้าผู้คนอีกต่อไป ไร้เรือนเหย้าไร้ครอบครัวจนยากยิ่งหลีกเร้นสกุลสองชนชาติได้อีกแล้ว

เพียงแต่สัญญาจากซามูไรจอมสอดแนมกลับยืนกรานหนักแน่น ต่อให้ต้องรับหน้าที่สืบหาชาวเฉินต่อไปตนจะหาทางหลีกหนีทีไล่ หากเป็นไปได้จะมิใส่ใจปานคนตาบอดหูหนวกก็มิปาน มิเคยรับรู้ว่าเคยพบพานชาวเฉินเมื่อใจปรารถนาขอให้พวกเขามีชีวิตรอด

เพียงแต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ลำพังซามูไรผู้เดียวคงมิอาจช่วยชีวิตชาวเฉินต้องจมชะตากรรมมากนัก อย่างมากคงต่อชีวายืดลมหายใจพวกเขาได้ระยะหนึ่ง

จูนและโอเรนโน้มศีรษะค้อมคารวะชดช้อย น้ำเสียงเอ่ยเอื้อนสั่นเครือปานเจือน้ำตาทว่ามิหลั่งคลอ ดูเหมือนสองพี่น้องต้องหักห้ามใจกล้ำกลืนขีดสุดมิให้สะอึกสะอื้น

เป็นคำขอบคุณเรียบง่ายจากสองชีวาร่วมชะตากรรม

คำสัญญาจะกลับใจจากยางิวช่างตื้นตั้นจับจิต เท่านี้ก็มากพอแล้วสำหรับสองพี่น้องร่วมอุทรสกุลอาไคชิ ที่เหลือคงสุดแต่ลิขิตฟ้าจะเอื้อโชคชะตามิทารุณเกิน

นับว่ายางิวยังหลงเหลือจิตใจมิไร้สิ้นมนุษยธรรมอยู่บ้าง...

เมื่อหนึ่งเรื่องราวชวนหน้าสิ่วหน้าขวานเริ่มผ่อนพะวง วาระนี้คงมิอาจหน่วงรั้งยั้งรอหนทางชีวิตเลือกเดินที่เหลืออยู่ แม้มิตรภาพเพียงข้ามกาลสามตะวันสองราตรีช่างสลักลึกน่าจดจำ ยามจะพรากจากกันกลับน่าเสียดายมิอาจร่วมจุดหมายปลายทางผจญได้เลย

แต่ละชีวิตล้วนกำหนดย่างก้าวฟันฝ่าชะตากรรมตนเองแล้ว มิอาจร่วมรอนแรมจำต้องแยกย้ายไกลห่าง ณ ทางแยกนี้

สองฐานะต่างค้อมคำนับร่ำลาแท้จริง มิเหลือสิ่งล้ำค่าใดหยิบยื่นให้นอกจากมิตรภาพสุดท้ายเป็นภาพทรงจำเท่านั้น

สองดรุณีสกุลอาไคชิร่วมโผกอดร่างเยาว์คราวสุดท้าย เด็กน้อยยิ้มเริงร่าทั้งรู้เดียงสายังเอ่ยอวยพรเพียงง่ายช่างตื้นตัน สบตาคราสำคัญย่อมรู้ว่านี่คือยอดคนฉลาดเฉลียวยามเติบใหญ่เป็นแน่ ส่วนแม่ผู้ฟูมฟักยังค้อมคารวะขอบคุณราวกับตนเป็นหนี้ชีวิต สองพี่น้องต่างประคองร่างทั้งคุกเข่าคำนับกลับมิไยดีศักดินาตนเอง

และแล้วเมื่อร่างเยาว์คืนสู่อ้อมกอดบุพการีอีกครา สองเทพดรุณีหนึ่งหญิงสาวชาวบ้านลุกขื้นยืนชดช้อย วาระส่งท้ายจากนี้ไปกลับไร้คำพรรณนาเอ่ยวาจาใด ได้แต่ปล่อยให้มิตรภาพสลักลึกระหว่างสองฐานะเป็นฝ่ายถ่ายทอดรู้สึกแทนบอกลา

โฉมสะคราญอัครเทพแลไร้แย้มใดให้ปรากฏ มีเพียงทอดฉายผ่านประกายตาห่วงหาอาทรให้รู้สึกเท่านั้น โอเรนและสองสหายดรุณีเรอิและซายูริต่างผลิยิ้มพริ้มเพราส่งท้าย เหล่าหนุ่มร่วมทางต่างโบกไม้โบกมือร่ำลาเจ็ดชาวหมู่บ้านอุ่นวารี

สิ้นพิธีร่ำลาเรียบง่ายจำแยกย้ายตามทางชีวิตตนเอง

เจ็ดมนุษย์ต่างสืบเท้าลาไกลตราบจนไร้เงา ที่เหลือคือหนทางย่างเท้าขนาบผืนไพรน้อยใหญ่สู่แดนใต้ รอนแรมยาวนานนับหลายวันทั้งมิอาจหยั่งคาดสถานการณ์ระหว่างทาง หวังเพียงหนังสือหยั่งชะตาดินฟ้าสุดล้ำค่าคงปลอดภัยตลอดรอดฝั่งเท่านั้น

แต่ละชีวิตศิษย์จุลเทพล้วนหอบสัมภาระตนเองนับแต่วันลงเขา จูนอุ้มห่อผ้าขาวพรางหนังสือศักดิ์สิทธิ์แนบอกราวกับทะนุถนอมเด็กน้อย อีกหนึ่งมือช่วยผ่อนทอนภาระพี่สาวยามประคองห่อผ้าอาภรณ์สองพี่น้อง ส่วนหนึ่งโคมตะเกียงและไหน้ำมันสนสามหนุ่มมิตรภาพต่างแบ่งรับแบ่งปันกันถือมิถ่วงภาระนัก

สองสะคราญพี่น้องเดินรั้งท้ายไร้ถือสาแม้อาวุโสกว่าชีวิตที่เหลือ ประหนึ่งช่วยระแวดระวังภัยพรางจากเบื้องหลังอาจลอบจู่โจมไร้ตั้งหลัก จิตอำนาจไร้ลักษณ์จากอัครเทพฐานะย่อมสำเหนียกรอบข้างเปลี่ยนแปรพอให้อุ่นใจ

หากหวนระลึกครารอนแรมสู่ยอดขุนเขาศักดิ์สิทธิ์กลับช่างแตกต่างยิ่ง ฐานะครานั้นยังเป็นมนุษย์ปุถุชนจำทนแบกภาระเสบียงกรังส่วนหนึ่ง ลำบากยากเข็ญฝ่าทางชันขึ้นขุนเขากว่าจะถึงสำนักซาโตอิจิ ยามลงเขาทั้งผันฐานันดรดุจร่างเทพแล้วย่อมมิพึ่งพาน้ำและอาหารประทังหิวอีก

จากสายจรดปลายบ่ายตามรายทางขนาบผืนพงไพรน้อยใหญ่ ใบไม้ทยอยร่วงผล็อยราวกับคอยหิมะโปรยปรายอีกครายามเหมันต์กาล ลมเอื่อยเฉื่อยช้าแม้ไร้ละอองหิมะพัดพาช่างยะเยียบผิวหน้าจนรู้สึก หากกวาดตามองกลับมิเหลือเกล็ดละอองเกาะพราวตามผิวใบและรายทาง หยั่งคะเนมิยากว่าคงเพราะแสงตะวันอาบไล้ละลายเกล็ดยะเยือกไปก่อนหน้าแล้ว

ไร้ผู้คนสัญจรสวนทางผ่านมาแม้ชีวิตเดียว ไร้เงารอนแรมตามติดเจ็ดชีวิตจุลเทพย่ำเท้าฝ่าชะตามุ่งสู่แดนใต้ อาจเป็นจริงอย่างที่มัตสึโมะโตะและยางิวแนะนำมิมีผิด หนำซ้ำคำเล่าถัดมาจากเคนตะระหว่างสืบก้าวคล้ายซึมเซาะอดีตกาลวันวานช่างน่าสนใจ ชีวิตฝ่าชะตามิรู้วันเป็นตายเมื่อต้องย้ายถิ่นฐานจากบ้านเกิด

คราต้องสูญเสียท่านแม่ซูมิเระเสมือนสิ้นสุญที่พึ่งแท้จริง จำใจพรากจากแดนใต้คล้ายปรารถนาเลือนลืมภาพความหลังช่างกล้ำกลืน ยามระหกระเหินไร้จุดหมายไม่อาจคะเนปลายทางดั่งคนค่ำที่ไหนก็นอนที่นั่น

ชีวิตเคยชุบเลี้ยงจากครอบครัวตระกูลสูงศักดิ์กลับกลายเป็นตกอับในบัดดล แม้อับจนสิ้นเนื้อประดาตัวทว่ามิเคยย่อท้อต่อโชคชะตา แต่ละย่างก้าวมุ่งหน้าหวังเพียงว่าจะพบสหายถูกชะตาแม้ต้องกำพร้าบุพการี

สวรรค์คล้ายการุณย์อยู่บ้างจึงได้เจอะสามสหายรู้ใจในที่สุด สองหญิงสาวเรอิกับซายูริและหนึ่งหนุ่มมูซาชิดุจมิตรร่วมเป็นร่วมตาย

กาลล่วงเมื่อตัดสินใจขึ้นขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ชีวิตจึงพลิกผันสิ้นเชิง ได้พบพานคนสนิทของซายูรินามว่าโซจิและสองพี่น้องสกุลอาไคชิ ยิ่งมิหยั่งคาดก่อนใดจนตะลึงตะไลเมื่อได้เจอะสหายเก่าท่านแม่ด้วย

จังหวะนี้เองราวกับห้วงทรงจำเพิ่งพ้นผ่านพลันผุดวาดกลางใจ เจ็ดวันให้หลังนับแต่ลงเขาจำจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ที่บัดนี้ต้องรกร้างว่างเปล่าชีวิตแล้ว

ป่านนี้สหายรักจุลเทพแห่งความเมตตาจะเป็นเช่นไรบ้างหนอ...

นับแต่เรโมริกลับสู่สวรรค์ชั้นฟ้าพร้อมผู้อาวุโสซาโตอิจิ ชีวิตสหายรักจะตกระกำลำบากเสมือนเจ็ดจุลเทพร่วมรอนแรมไหมหนอ

เพราะยิ่งกว่าคำว่ามิตรภาพแน่นแฟ้นย่อมมิอาจเลือนลืมถวิลหา ยิ่งคู่ดรุณีสกุลอาไคชิเคยเป็นสหายยามยากยาวนานกว่ากลับยิ่งพันผูกสายใยลึกซึ้ง โดยเฉพาะโอเรนเสมือนสหายสนิทชิดเชื้อที่สุดปานพึ่งพาลมหายใจเดียวกัน นานวันเมื่อร่วมชายคาสำนักจึงต่างสวมกิโมโนประดับลวดลายคล้ายคลึงราวกับฝาแฝด

มิรู้วันใดจะได้พบหน้าสบแววตาสหายรักอีกครา

เมื่อลิขิตชะตาเลือกเดินกลับมิเอื้อให้อยู่ร่วมผจญฟันฝ่า เรโมริจำจากลาเพราะต้องรักษาสัจจะต่อเทพอาวุโสผู้มีพระคุณ โอเรนเป็นฝ่ายพรั่งพรูวาจาถ่ายทอดเจตนารมณ์สหายรัก แม้ช่างน่าเสียดายอยู่บ้างทว่าล้วนเป็นแรงปรารถนาแน่นหนักมาแต่แรก ได้แต่ผ่อนหายใจสายยาวยามถวิลถึงยากเลือนลืม

วงสนทนาระหว่างย่างก้าวตามทางล้วนรำลึกความหลังคราวยังเห็นหน้าเรโมริ มีเพียงดรุณีจิตสะท้านปฐพีเท่านั้นแลเก็บปากเก็บคำสนิท นอกจากเป็นเทพสะคราญไร้ยิ้มพริ้มเพราแล้วยังช่างสงบงันวาจา ทว่าดูเหมือนบรรดาพี่น้องผองสหายกลับหยั่งแท้แก่ใจลึกล้ำมิเปลี่ยน อัครเทพแห่งแผ่นดินย่อมถ่ายทอดห่วงหาอาวรณ์สหายรักจำพรากต่างภพเช่นเดิม

เสียงสนทนาระลึกความหลังต่อเรโมริค่อยเจื่อนจาง แทนที่ด้วยเรื่องราวน่าขมขันเล็กน้อยพลอยช่วยคลายเบื่อหน่ายเดินทาง

สองดรุณีเรอิและซายูริต่างเบิกแย้มบางเบายามปรายตามองสหายหนุ่ม ดูเหมือนว่าตลอดเวลามูซาชิแลเอาแต่ผลิยิ้มกรุ้มกริ่มไปมาช่างน่าสงสัย

มิรู้ว่าหนุ่มเจ้าบทเจ้ากลอนเกิดหลงใหลได้ปลื้มอันใด สหายรู้นิสัยใจคอที่สุดอย่างเรอิย่อมหยั่งแท้กว่าใครมาแต่แรก เพียงสำเหนียกผิวเผินคงเพราะคราอาจารย์หญิงล้มสลบแทบสิ้นพลังชีพกลางมหันตภัยหลายวันก่อน มือหยาบกร้านจากศิษย์ลุ่มหลงจมราคะกลับลอบสัมผัสประคับประคองกายมิรู้กี่ครา เป็นธรรมดาที่คนตกหล่มจมเลนปรารถนาเคียงใจย่อมปลาบปลื้มง่ายดายแม้อีกฝ่ายอาจมิยินดี

เรอิจึงถ่ายทอดกระซิบกระซาบให้ซายูริมิอำพราง สหายเลี้ยงผมสยายระเท้าเคียงย่างก้าวพลันหน้าแดงซ่านเอียงอาย มูซาชิก็คล้ายถูกจับตาจนเริ่มลนลานแทบหุบยิ้มมิทัน สายเกินจะซ่อนพรางพิรุธจากทุกคู่สายตาสะกดมอง

มิวายเคนตะและโซจิจึงเริ่มขบขันขานรับ สองดรุณีสกุลอาไคชิสืบก้าวรั้งท้ายก็คล้ายเดาใจคนอย่างมูซาชิง่ายดาย โอเรนเบิกพรายแย้มละเมียดแลจิ้มลิ้มพริ้มเพรามิน้อยหน้า มีเพียงดรุณีจิตสะท้านฟ้าเคียงประคองกลับเอาแต่สงวนท่าทีช่างด้านชา โฉมลักษณ์แลไร้รู้สึกรู้สาใดต่อศิษย์หมายใจปานคนหน้าตายสิ้นเชิง

เหล่าจุลเทพแห่งซาโตอิจิต่างสำเริงสำราญระหว่างย่างเท้าเพียงมินาน เสียงหัวร่อต่อกระซิกเริ่มขาดหายเมื่อคืบใกล้เบื้องหน้าเริ่มสะดุดตา

ย่ำเท้าจรดสายัณห์ยามตะวันเจียนลับลา ฉากตรงหน้าแลเป็นเรือนสร้างคล้ายบ้านพักคร่ำคร่าปักหลักสองข้างทางเพียงสามสี่หลัง ประเมินมองมิกี่อึดใจจนมิน่าจะเรียกว่าเป็นหมู่บ้านด้วยซ้ำ หากแต่มิทันคาดกลับต้องพบชาวบ้านริมทางราวสามชีวิต หนึ่งเป็นหญิงรุ่นราวคราวเดียวกันและอีกสองเป็นบุรุษสูงอาวุโสกว่า ท่าทีกำลังรวบรวมของป่าบรรทุกใส่ขึ้นรถม้าแลขมักเขม้น

มีเพียงหนึ่งม้าน้ำตาลผูกกับคันรถไม้เอาแต่ก้มเล็มหญ้าแห้งริมทาง ไร้อินังขังขอบมิตื่นคนผ่านทางราวกับมันเชื่องเชื่อ ทว่าสามชาวบ้านพลันเริ่มรู้ว่ามีนักเดินทางสัญจรผ่านมาจึงพากันจับจ้องมองเขม้น อารามล้วนประหลาดใจผ่านสีหน้าทั้งเบิกตาโตชัดเจน

ในเจ็ดรุ่นวัยกลับมีหนึ่งหญิงสะคราญสวมอาภรณ์หิมะจันทรา ยิ่งดึงสายตาชาวบ้านริมทางจนเริ่มฉงนฉงายเคล้าใจแตกตื่น ไยจึงมีดรุณีชาวเฉินรอนแรมผ่านทางทั้งที่น่าจะเป็นเหยื่อซามูไรล่าสังหารด้วยซ้ำ

สำเหนียกกลางใจเจ็ดจุลเทพว่ามิควรหยุดเท้าสังเกตสังกา รู้ว่ายิ่งฐานะแปลกถิ่นมีแต่ต้องก้มหลุบตามุ่งหน้าผ่านไปเท่านั้น เชื่อมั่นหนึ่งเดียวว่ายิ่งห่างไกลผู้คนมิคุ้นหน้าค่าตาเท่าใดยิ่งพ้นไกลภัยพราง

เจ็ดคู่ย่างเท้าเคลื่อนผ่านกลุ่มสามชาวบ้านทีละน้อย แม้เพิ่งพ้นเลยมาได้มิกี่ก้าวพลันมีเสียงเจี้อยแจ้วหนึ่งร้องทัก ทว่าคำเรียกนั้นกลับยิ่งแตกตื่นตีปนสะท้านใจจนพากันชะงักเท้าทันที

เสียงเรียกนี้มาจากหนึ่งดรุณีหน้าผ่องสวมกิโมโนสีชาไร้ลวดลาย ผมเผ้าสยายยาวระกลางหลังทั้งประดับผมด้วยปิ่นปักบุปผาสีชมพู มุมปากประดับยิ้มกรุ้มกริ่มดั่งนารีเริงร่าช่างน่าคบหา ร้องทักคำเดียวว่ามูซาชิจนหนุ่มเจ้าของชื่อสะอึกกายหันขวับกลับไปมองทันที

หญิงสาวชาวบ้านปริศนาผู้นี้เป็นใครไยจึงรู้จักมักคุ้นมูซาชิเล่า


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

107 ความคิดเห็น