คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

หนังสือหยั่งรู้ฟ้าดินของเซนจิ (善地の占い本)

ตอนที่ 251 : ตอน 247 - ความจริงมิอาจอำพราง (Part 100%)


     อัพเดท 26 ก.ค. 61
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/กำลังภายใน
Tags: สาวพลังจิต, เทพหญิง, เทพสาว, วรยุทธ์เทพ, วรยุทธ์, พีเรียดแฟนตาซี, พีเรียดเอเชีย, แฟนตาซีย้อนยุค, จิตสังหาร, กำลังภายใน, ดราม่า, ทำนาย, ทำลายล้าง, ชะตา, ฟ้าดิน, หยั่งรู้, ต่อสู้, พลังจิต, สวรรค์, เทพสวรรค์, นารี, อาจารย์หญิง, ญี่ปุ่น, สาวจีน, เทพจีน, หมอดู, หนังสือทำนาย, เทพซามูไร
ผู้แต่ง : Nikihata Kato ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nikihata Kato
My.iD: https://my.dek-d.com/mckinley850
< Review/Vote > Rating : 87% [ 24 mem(s) ]
This month views : 22 Overall : 88,294
105 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1321 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หนังสือหยั่งรู้ฟ้าดินของเซนจิ (善地の占い本) ตอนที่ 251 : ตอน 247 - ความจริงมิอาจอำพราง (Part 100%) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 302 , โพส : 0 , Rating : 20% / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด




ความจริงมิอาจอำพราง

"...จริงอยู่ ย่อมหมายถึงข้า...
ทว่า ศิษย์เทพสวรรค์ริอ่านลอบฝึกอีกหนึ่ง
กลับเป็นเพียงรุ่นเยาว์"

(บันทึกหนังสือชะตาฟ้าดินลิขิตของเซนจิเมื่อยุคหนึ่ง)



ยามย่ำก้าวรอนแรมบนทางดินเลียบแม่น้ำบูรพา ดั่งคล้ายเดินคลำตามลิขิตพรางชะตาเบื้องหน้าช่างยากหยั่ง มิทันคาดพลันต้องพบหนึ่งบุรุษชรากอดร่างอีกชีวิตอาจไร้ค่า ทอดมองเมื่อใดยิ่งอเนจอนาถยิ่งสะทกสะท้อนรู้สึกเจ็ดรุ่นวัย

มิร่ำไรจึงยื่นมือช่วยผ่านจิตกระแสการุณย์จากดรุณีชุดหิมะจันทรา ล้นท้นปรารถนายื้อชีวิตเยียวยาหนึ่งอาชาต้องรับเคราะห์พิษ แม้เป็นเพียงเดรัจฉานกลับมิอาจนิ่งดูดายให้ตายตกต่อหน้า

มาตรว่าแม้มันมิรู้ประสีประสาทว่าดุจชีวาช่างล้ำค่ามิต่างจากมนุษย์

สวรรค์คงอาจเป็นใจคล้ายอำนวยพรโชคชะตา เจ็ดรุ่นวัยหนึ่งร่างชราล้วนผ่อนทอนพะวงต่อชะตากรรมอาชาเคยน่าสังเวช เคยล้มพังพาบน้ำลายฟูมปากต่อหน้าต่อตาปานอยากร่ำไห้ มิน่าเชื่อมันกลับประคองกายายืนสี่ขาเองได้ราวกับชีวิตเกิดใหม่

ทว่า..

ชะตากรรมเจ็ดจุลเทพรอนแรมกลับดิ่งเหวอีกครั้ง หาได้สังเกตสังกาหนึ่งภัยกล้ำกลายลอบขยับใกล้เบื้องหลังไม่ แม้แต่อัครเทพสะท้านปฐพีก็มิทันสำเหนียกเช่นกัน

ห้วงกาลพลันหน้าสิ่วหน้าขวานเมื่อต้องพบกลุ่มอาคันตุกะมิรับเชิญ แลเป็นร่างบุรุษฉกรรจ์สี่ห้าชีวิตพร้อมพรั่งดาบคมกริบในมือ อาภรณ์สวมยูกะตะทะมัดทะแมงแลทั้งเทาหม่นทั้งดำทะมึนช่างกริ่งเกรง ยิ่งขมวดคิ้วนิ่วหน้ายิ่งฉายชัดคุคั่งชังแค้นปานอยู่ร่วมโลกเดียวกันมิได้

หนึ่งในกลุ่มซามูไรใจอำมหิตแผดตวาดกร้าวกราดปานพยัคฆ์ขู่คำราม เจ็ดชีวิตหนุ่มสาวและหนึ่งชราริอ่านสมรู้ร่วมคิดจะต้องตายตกที่นี่ ต่อให้หนีไปได้ก็มิพ้นพวกพ้องซามูไรพร้อมใจดักล้อม

มิผิดแน่พวกเขายิ่งโอหังหมายจะสังหารมิเลือกหน้า แม้ในกลุ่มแปดชีวิตหนึ่งเดรัจฉานกลับมีเพียงสตรีชาวเฉินเพียงโดดเดี่ยว นางเพียงผู้เดียวกลับชักพาชะตากรรมตายตกกันหมดหรือไร

ยิ่งจูนสำเหนียกตนเองดุจลางร้ายกลับยิ่งร่างสะท้านเฮือก อารามหวาดพรั่นครามครันยามโอบร่างโอเรนกระชับ ทั้งที่ฝ่ายพี่สาวร่วมอุทรก็คล้ายประหวั่นขวัญผวามิต่างกัน

เรียวปากจับรูปงามเอื้อนสั่นพร่าขอขมาลาโทษร่างชรา...

ยิ่งโอกาสจ้องกำจัดเยือนตรงหน้าแล้วยิ่งมิอาจรั้งรอต่อไป ห้าซามูไรใจคับแค้นยื่นคมดาบจ่อคอพร้อมปลิดชีพรอมร่อ มีเพียงสามหนุ่มสหายร่วมทางและหนึ่งอาชากลับมิตกเป็นเหยื่อจ้องสังเวย ดูเหมือนพวกมันหมายแรกสังหารชีวิตสตรีและชราตามสันดานชินชากระมัง

และแล้วหนึ่งในห้าซามูไรเริ่มเอื้อมมือซ้ายล้วงถุงผ้ายามสวมคล้องไหล่ เพียงอึดใจเดียวจึงกำกลีบผกาขาวเต็มมือแล้วสาดโปรยใส่แปดเหยื่อเจียนจบชีวา

ดอกอุเมะแห่งวาระมรณะ....

พวกซามูไรสังกัดเจ้านายใหญ่ทสึโยชิ !!

เหล่าบุรุษฉกรรจ์นี้เองหรือคือซามูไรจิตใจหยาบช่างก่อกรรมบาปหนาสิ้นดี

ยิ่งได้ยินเสียงเอื้อนสั่นเครือเจือน้ำตาคลอจากจูนกลับยิ่งกำสรด ห้วงกาลจมดิ่งขีดสุดสลดเคล้าขวัญหายแทบใจหลุดกระเจิง รู้ทั้งรู้ว่านางดุจตัวการเดียวล่อกลุ่มซามูไรหมายล่าสังหารแต่แรก พลันตัดสินใจก้มคำนับพร่ำสะอื้นมิสนเทพฐานะตนเอง เพียงโปรดไว้ชีวาอย่าเจ้าคิดเจ้าแค้นพี่น้องผองสหายและหนึ่งร่างชรามิเคยรู้เรื่องราว

อับจนหนทางจะหลีกลี้หนีภยันตรายแล้วหรือ... เป็นหนทางเดียวที่นางยอมก้มหัววิงวอนหรอกหรือ...

กลีบอุโมะโปรยปรายหล่นใส่แปดร่างหนึ่งอาชาซ้ำแล้วซ้ำเล่า บุรุษซามูไรคนเดิมยังแผดเสียงกร้าวกราดปานจงชังข้ามภพชาติ ราวกับมันมิเคยสะทกสะเทือนรู้สึกมิเคยสัมผัสสังเวชแม้กระผีกริ้น

วิงวอนสวรรค์ปานขาดใจก็คงไม่มีใครอยากจะช่วย จะหนีก็หนีไม่ได้จงตายตกเสียตรงนี้

สิ้นคำตวาดกลับหัวเราะร่วนชั่วอึดใจปานหยามหยันดูแคลน กระชั้นจังหวะถัดมาอีกสี่พวกพ้องยิ่งขบขันประสานเสียง น่ากลัวว่าใต้ฟ้าบนผืนพสุธาแห่งนามิพวกมันคงหลงเหลิงระเริงอำนาจกระมัง ใหญ่ยิ่งคับแผ่นดินจนมองชีวิตอื่นเพียงมดมอด

เมื่อรู้ว่าอำนาจซามูไรใจละโมบทสึโยชิแผ่อิทธิพลทั่วหัวระแหง ลูกน้องสวามิภักดิ์อย่างห้ามือสังหารกลับยิ่งย่ามใจ หากได้เห็นเพียงชักดาบหมายขู่เชือดชีวิตเป็นใครต่อใครย่อมกลายเป็นเต่าหดหัว

เจ็ดจุลเทพและหนึ่งชราก็คล้ายรู้สึกเดียวกัน รู้ว่าชะตาสวรรค์มิเคยเอื้ออาจต้องจบชีวาถูกจับโยนทิ้งแม่น้ำบูรพาแน่ แม้แต่อัครเทพสะท้านแผ่นดินอย่างจูนก็ยังอกสั่นครั่นคร้ามเป็น

มือเรียวจากพี่สาวโอบกระชับร่างอรชรฝ่ายน้อง พร่ำวจีเจือสะอื้นมิเป็นคำอื่นเพียงเรียกชื่อจูนแผ่วผิว คล้ายว่ายิ่งจะช่วยวิงวอนกลับสับสนลนลานจนพูดมิออกบอกมิถูก สองดรุณีสหายเรอิและซายูริก็คล้ายยิ่งอับจนหนทาง ล้วนหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาดทั้งต้องก้มหลุบตามิกล้ามองคมดาบจ่อคอ

กะพริบตาเดียวปลายคมดาบซามูไรอาจกรีดเชือดทันที ชีวีที่พอจะยืนหยัดอาจเหลืออีกมิกี่เฮือกหายใจ ทางหนึ่งทางใดเล่าจะสกัดยับยั้งห้าฉกรรจ์ใจอาจหาญนี้ได้

สามหนุ่มรุ่นได้แต่หวาดพรั่นเนื้อตัวสั่นเทิ้มเป็นรัวกลอง มิกล้าสบมองห้าบุรุษเหิมกล้าหมายแต่จะเข่นฆ่าชีวิตอื่นเป็นผักปลา เพียงลอบเงยหน้ามองถึงจิตใจพวกมันช่างเมินการุณย์แต่เกิดกระมัง

หาแต่... ยังมีหนึ่งชีวิตช่างน่าใจหายคล้ายยิ่งกว่าห่วงชีวาตนเอง บุรุษชรากลับเจียนตกเป็นเหยื่อเข่นฆ่าครานี้ด้วยหรือ ชาวบ้านตาสีตาสาละเมิดกฎใดไยต้องหมายมาดอาฆาตแค้นด้วย

เพราะเข้าใจผิดว่าสมรู้ร่วมคิดกับเจ็ดรุ่นวัยใช่หรือไม่ เพราะหนึ่งในเจ็ดรอนแรมคือดรุณีต้องห้ามแห่งแผ่นดินใช่หรือไม่ เพียงเพราะนางสวมอาภรณ์ผิดต่างชนชาติจนโดดเด่นเกิน

ชาวเฉินกลับถูกตราหน้าเยี่ยงคนบาปหนามิคู่ควรอยู่บนแดนนามิเลยหรือ...

บุรุษชราช่างน่าเห็นใจกลับกลายเป็นลูกหลง เจ็ดจุลเทพรอนแรมผ่านทางเพียงแวะช่วยชีวิตอาชาจากใจปรารถนาการุณย์ ใครจะหยั่งคิดเล่ากลับต้องมาพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย

เช่นนี้แล้วจึงสำเหนียกกลางใจสามหนุ่มสี่สาวคล้ายตกเป็นจำเลย มิเคยสังเกตสังกาไร้สัมผัสสังหรณ์ถึงวิกฤติร้ายเยี่ยมกราย สายเกินจะพาหนีมิอาจหลบลี้เข้าพงไพรแม้สักก้าว

เสียงเอื้อนขอขมาลาโทษคำแล้วคำเล่าช่างซึมเซาะซอกรุ้สึก ทั้งสั่นพร่าเคล้าน้ำตาคลอคลองจากดรุณีจิตสะท้านปฐพียิ่งน่าสังเวช

ดูเหมือนคนเป็นบุรุษชราใช่ว่าจะมิซึมซับมิหยั่งสัมผัสน้ำใจ เจ็ดรุ่นวัยผ่านทางอุตส่าห์ช่วยอาชาพ้นชะตากรรมย่อมเป็นคุณ เคราะซ้ำกรรมซัดจะต้องมาตายตกเพราะซามูไรใจอำมหิตตนกลับมิขัดเคือง เมื่อพบพานดั่งมิตรภาพใหม่กลับอบอุ่นใจยิ่งกว่าสวรรค์บันดาลพร มาตรว่าต่อให้ต้องตายตกไปด้วยกลับน้อมนอบยินดีที่สุด

แลสีหน้าย่นชราแม้หวาดพรั่นขวัญเสียราวกับเห็นผี แม้หลั่งคลอน้ำตาอาบหน้ามิหยุดยามรู้เพียงว่าตนเป็นไม้เจียนใกล้ฝั่ง ทว่ากลับเงยหน้าร้องขอห้าฉกรรจ์โปรดสังหารเพียงตนเท่านั้น เมื่อล่วงสู่วัยใกล้ชีวากลบฝังย่อมมิเหลือประโยชน์จะยืนหยัดลมหายใจอีก หากแลกกับอีกเจ็ดชีวิตรุ่นวัยยังต้องผจญชะตาย่อมล้ำค่ากว่านัก

วจีวิงวอนจากร่างอาวุโสยิ่งสะทกสะเทือนจิตใจปานอยากร่ำไห้โฮ รู้ว่าชะตากรรมรอดับลมหายใจต่อหน้ากลับยื่นเงื่อนไขแลกชีวิต สี่สาวสามหนุ่มรุ่นวัยยิ่งมิอาจเฉยเมยได้เลย

มิร่ำไรจูนและโอเรนจึงผสานวิงวอนบุรุษอาวุโสเคล้าสะอื้น วาระจมกลืนแม้ช่างขมขื่นขีดสุดราวกับมิเหลือทางเลือก พร่ำสัจจะปรารถนาจะปกปักรักษาชีวิตชราต้องกลายเป็นลูกหลงจนสุดกำลัง

วาจาดุจคำสัญญาจากนางกลับฝากแฝงถึงเงื่อนงำหนึ่ง

และคล้ายว่าหกชีวิตร่วมรอนแรมเริ่มสำเหนียกผิดแปลกผ่านสัมผัสเสียงสั่นพร่า

ดูเหมือนห้าซามูไรใจเหี้ยมเริ่มอดรนทนมิไหว ที่ผ่านมามัวร่ำไรไม่ชิงปลิดชีพแต่แรกจึงจำฝืนดูละครกำสรด ทนฟังแต่คำวิงวอนเคล้าสะอื้นจากหญิงสาวบ้างร่างชราบ้างช่างน่าอึดอัด จะว่าพวกมันละล้าละลังมิสังหารแปดชีวิตรับเคราะห์เสียทีก็คงใช่

เมื่อเหล่าโฉดใจชั่วมัวพิรี้พิไรอยู่นานราวกับอยากประกาศศักดาตนเอง ใครคนหนึ่งในกลุ่มกลับสบถคำโตปานระอิดระอาเต็มกลืน ลงมือเด็ดชีพเสียทีจะได้ความดีความชอบจากหัวหน้าทสึโยชิ ชั่วอึดใจเดียวขณะปลายดาบเคยจ่อรอมร่อเริ่มสัมผัสผิวซอกคอผุดผาดอัครเทพ เสียงก่นด่าจากอีกหนึ่งสหายซามูไรกลับให้รั้งรอขอชะงักพลัน

วาจากะทันหันราวกับร้องปรามพวกพ้องกันเอง มิช้าคนท้วงทักกลับยื่นปลายดาบชี้จ่อห่อผ้าขาวหนึ่ง เขม้นมองชั่วอึดใจก่อนแผดเสียงกระโชกโฮกฮากใส่สองพี่น้องสกุลอาไคชิ

วาจากระแทกกระทั้นราวกับหั่นตะปูตัดเหล็กสั่งให้ปลดห่อผ้าเดี๋ยวนี้

มิน่าเชื่อว่าห่อผ้าขาวซ่อนพรางหนึ่งสิ่งล้ำค่าพวกมันกลับตาถึง คำขู่จากคนอหังการ์ใจคะนองยิ่งเซาะซึมรู้สึกหวั่นผวา มาตรว่าภายในยิ่งประเมินค่ามิได้หากถูกแย่งชิงไปย่อมมิสู้ดีแน่ เร้นพรางมิดชิดมิให้ผ่านสัมผัสสายตาพวกมันเท่าใดยิ่งปลอดภัยเท่านั้น

มิควรเลยจะให้ห้าซามูไรใจหยาบช้าได้เห็นแม้แวบเดียว

สองหญิงสาวพี่น้องคล้ายขัดขืนยืนกรานจะปกป้อง แม้ตรอมตรมจมกล้ำกลืนน้ำตาทว่ากลับด้านชาคำสั่ง ยิ่งรู้ว่าถูกขู่เข็นเท่าใดจูนกลับโอบห่อผ้ากระชับแนบอกยิ่งกว่าบุตรรัก

ปากพร่ำแผดตะแบงเกรี้ยวกราดสั่งกลับคล้ายมิช่วย ไร้พลังไร้อำนาจจะบัญชาเหยื่อเจียนสังเวยคมดาบให้ปลดห่อผ้า สีหน้าฉายชัดแลขบเขี้ยวเคี้ยวฟันปานมารพญาอัคคี เมื่อขัดขืนคำสั่งเช่นนี้ย่อมหยามหยันดูแคลนแท้จริง

มันขบกรามกัดฟันกรอดปานเหลือทนเหลืออด มิช้าเมื่อคำสั่งกลับกลายเป็นน้ำลายไร้ค่าจึงกระชับดาบในมือยิ่งกว่า แลเส้นเลือดบนมือปูดโปนท่ามกลางจิตใจคุคั่งชังแค้นขีดสุด ประกายตาขุ่นขวางเขม้นจ้องปานอยากจับฉีกเนื้อกินเลือด

จังหวะฉับพลันมิทันให้หายใจ เมื่อมันยกปลายดาบเสี้ยวพริบตาแล้วฟาดลงฟันต่อหน้าจูน หมายใจแน่นหนักจะเชือดร่างหญิงดื้อด้านหวังชำระแค้นให้สาสม

ราวกับชีวิตขึงแขวนบนเส้นด้ายจะตายตกหรืออยู่รอด ชะตาสวรรค์ลงทัณฑ์หรือปรานีมีใครหยั่งถึงบ้าง กระทั่งเสี้ยวพริบตาเดียวยิ่งกว่าใจหายใจคว่ำ

ในที่สุด...

มือเรียวขวาจากอัครเทพจิตสังหารกลับยื่นรับคมดาบสุดกำลัง !!

หกพี่น้องผองสหายและหนึ่งบุรุษชราล้วนปากอ้าตาค้าง ทั้งหน้าตื่นตะลึงลานจนพูดมิออกบอกมิถูก

ในซอกอณูลึกล้ำกลางใจจูนหาได้หวาดพรั่นครั่นคร้ามไม่ เมื่อหมายมาดจะรักษาห่อผ้าขาวล้ำค่ามิให้ถูกช่วงชิงแล้ว มาตรว่าชีวิตนางย่อมไร้ค่าเกินกว่าจะยอมส่งมอบง่ายดาย ไม่ว่าทางใดซามูไรใจบาปคงต้องลงมือสังหารนางอยู่ดี

หวังวาดเพียงวิชาฝ่ามือคุณธรรมเคยซึมซับอาจช่วยได้ ทว่าจูนกลับอ่อนหัดเกินไปมิอาจต้านแรงกดเชือดจากซามูไรใจชังได้เลย ในที่สุดเลือดข้นสดจึงหลั่งทะลักจากมือเรียวแสนผุดผาด ยิ่งมองยิ่งท้นอเนจอนาถกลางใจหกชีวาหนึ่งบุรุษชราผ่านสีหน้าอึ้งอั้น

ดุจความงามหนึ่งเคล้าสลดจับจิตช่างน่าเห็นใจ ยามหยาดโลหิตแดงฉานอาบไล้เรือนมืองามยิ่งขับเน้นสีผิวขาวผ่อง รวดร้าวขีดสุดเพียงใดเมื่อต้องร้องครวญสะอื้นจมกล้ำกลืน

เสียงครวญทุรนทุรายจากดรุณีจิตสังหารช่างเซาะซึมห้วงลึกซอกรู้สึกคนฟัง ยากยิ่งหักห้ามหลั่งน้ำตาจาบัลย์เคล้าคลอตาม

จอมสังหารพลันหน้าตื่นเกินเชื่อสายตา อารามสับสนลนลานมิทันตั้งหลักมิเคยเตรียมใจ ไยดรุณีไร้ฤทธิ์สงกลับปกป้องห่อผ้าล้ำค่ามิห่วงชีวาตนเอง รู้ทั้งรู้ว่ารอชะตาเจียนสังเวยให้คมดาบกลับยื่นมือสกัดทัดทาน

สี่สหายใจชั่วพลันปั้นหน้าคล้ายคลึง อารามตกตะลึงยืนอ้ำอึ้งดุจหุ่นหินชั่วครู่หนึ่ง ยิ่งเขม้นมองดรุณีจิตสะท้านปฐพีกลับยิ่งหวั่นหวาดรู้สึก แม้บาดแผลกรีดลึกเต็มฝ่ามือนางช่างเสียวไส้กลับป้องรับคมดาบมิลดละ

หกชีวิตร่วมรอนแรมพลันผสานอุทานทั้งน้ำตาเพียงชื่อจูน...

มิกี่อึดใจคล้ายฝันร้ายย่างกรายต่อหน้าห้าซามูไรใจเหี้ยม ความหวังพลันทลายสิ้นสลายไปกับคมดาบสังหารไร้เรียกร้อง เมื่อจู่ๆ เหล็กดาบเคยลงทัณฑ์ร้อยพันชีวิตกลับแตกแหลกละเอียดปานอำนาจสวรรค์บดขยี้

แต่ละดาบเคยกระชับมือกลายเป็นเศษเหล็กเสี้ยวเล็กเสี้ยวน้อยในบัดดล ร่วงกราวราวห่าฝนหลงเหลือเพียงด้ามจับคามือเหล่าใจโฉด ล้วนสีหน้าปั้นมึนชาเบิกตาโพลงยิ่งกว่าผีหลอนวิญญาณหลอก

เมื่อพยัคฆ์คำรามต้องไร้เขี้ยวไร้เล็บย่อมดุจเพียงพยัคฆ์สิ้นลาย ห้าซามูไรใจบาปหนาล้วนปากสั่นขวัญกระจุย ดาบคมกริบในมือกลับแหลกต่อหน้าต่อตายากพรรณนาใครต่อใครให้ปักใจเชื่อ

พวกมันร้องอุทานอึงมี่กันเองไปมาราวกับฝาดฟ้าเลือนสายตา อารามปานยังมิตื่นห้วงฝันมิทันพร้อมสำเหนียกความจริง ยิ่งเขม้นก้มยิ่งทอดมองเศษดาบแหลกคาตายิ่งปวดหนึบกรีดลึกกลางใจ

ชั่วขณะตะลึงตะไลปานเลือนลืมตัวตน หนึ่งซามูไรคนใจโฉดพลันสวนตะแบงมิยั้งเคล้าหน้าเลือดดาลเดือด วาจาสามหาวหยาบคายเจือใจชังถามซักดรุณีลี้ลับฐานะ

นางเป็นใครไยจึงทลายศัสตราวุธอันตรายเพียงพริบตา !!

สี่บุรุษใจอำมหิตที่เหลือเริ่มสวนปากสบถถามราวห่าธนู มือเคยกระชับศาสตราคู่ใจต้องสูญสลายกลับยกชี้ต่อหน้าหญิงสาวสวมอาภรณ์เฉิน ท่าทีหยามหยันชังแค้นเข้าสายเลือดปานอยู่ร่วมแผ่นดินเดียวกันมิได้

ไร้วจีมิยอมปริปากจากนาง...

มีเพียงเสียงสะอื้นจมขมขื่นตอบรับเท่านั้น แลก้มหน้าแนบใกล้โฉมลักษณ์ผ่องพรรณเคล้าคลอน้ำตาร่วงเผาะของพี่สาว มาตรว่ายิ่งใจสลายคล้ายห้าซามูไรใจบาปเช่นกัน แม้ผลประจักษ์ทุกสายตากลับตัดสินศึกปลิดชีวาว่านางคือฝ่ายชนะ

เหตุผลซ่อนลึกใดไยนางจึงยอมแง้มฐานะตนเองเช่นนี้

ช่างมิคล้ายเหตุการณ์ต่อหน้าทสึโยชิเจียนปลิดชีพเมื่อปีกลาย...

จริงอยู่เมื่อต้องเผชิญหน้าซามูไรใจเหี้ยมยิ่งกว่าฝ่าชะตาทางตาย จิตสะกดไร้ลักษณ์จากจูนน่าจะสำแดงฤทธานุภาพอื่นดุจทางเลือกที่ดีกว่า อย่างน้อยน่าจะสะกดร่างห้ามือสังหารปานหุ่นหินเสมือนเคยพบทสึโยชิ ทั้งสั่งสะกดจิตเลือนลบกลบล้างห้วงทรงจำชั่วขณะอย่างเคยบัญชามหเทพคีรันมาแล้ว หรือแม้แต่ระงับสัมผัสจักษุราวกับตาบอดชั่วครู่เมื่อเคยเนรคุณอาจารย์ซาโตอิจิ

สถานการณ์คับขันดุจชี้เป็นชี้ตายเท่ากันนางมิเลือกทางอื่น ยอมยื่นมือขวายอมระทมจมกล้ำกลืนรับคมดาบมิห่วงชีวาตน ดูเหมือนยิ่งอำพรางฐานะกลับยิ่งอับจนหนทาง

ใครเล่าจะหยั่งแท้เจตนารมณ์จมโศกศัลย์จากอัครเทพสวรรค์บ้าง...

ยิ่งหลีกเร้นฐานะกลับยิ่งขมขื่นฝืนชะตาฝ่าฟัน ทางหนึ่งทางเดียวคือหันหน้าท้าเผชิญแม้เจื่อนขมระทมรู้สึกราวกับดาบเชือดร่าง หวังวาดเพียงจอมชังมือสังหารจะกลับตัวกลับใจมิมากก็น้อย

หรือบางที... หากยอมรวดร้าวพิษแผลเพื่อแลกกับจิตทลายศาสตราศัตรูแล้วพวกมันอาจรู้สำนึก

แม้มิยอมแง้มศักดินาฐานะผ่านวาจาตอบสักคำ แม้เก็บงำอำพรางฐานันดรราวกับคนเบื้อใบ้ไม่เห็นพวกมันในสายตา ทว่าท่ามกลางใจตะลึงตะไลห้าจอมสังหารย่อมสำเหนียกทันที ดรุณีจิตพิฆาตกลับผงาดวรยุทธ์พิลึกพิลั่นเกินพรรณนา ยิ่งประเมินมองนางอาจเหนือชั้นกว่ายอดฝีมือใดในใต้หล้าด้วยซ้ำ

หากนางเป็นยิ่งกว่ายอดยุทธ์แห่งแผ่นดินพวกมันจะเหิมกล้าท้าทายอย่างไร ท่าทีแลล้วนละล้าละลังจะดาหน้าสู้หรือจะชักก้าวหนีกลับยิ่งหยั่งคิดมิตก

เมื่อกระโชกโฮกฮากตวาดถามก็แล้วกลับยิ่งไร้ผล สุดท้ายจนใจไม่อาจหยั่งคำตอบทั้งเหนื่อยปากจะเค้นคั้น แลสีหน้าห้าจอมลงทัณฑ์ล้วนขมึงทึงถลึงตาระคนหวั่นผวา มิรู้ว่าส่วนลึกห้วงรู้สึกของพวกมันจะจงชังคั่งแค้นหรือพรึงเพริดใจเตลิดกว่ากัน แลประกายตาสับสนมือไม้ลนลานมิรู้จะสังหารแปดชีวิตตรงหน้าอย่างไร

ยามไร้ศัสตราวุธคู่กายแล้วย่อมสูญสิ้นความหมายจอมสังหาร เคยน่าประหวั่นกริ่งเกรงกลับเป็นเพียงโจรอันธพาลข้างถนนมิมีผิด หมดสิทธิ์จะปลิดชีพเจ็ดหนุ่มสาวและหนึ่งร่างชราสิ้นเชิง

เมื่อต้องทนฟังเหล่าดรุณีเอาแต่คร่ำครวญหวนไห้ยิ่งอดรนทนมิได้ ในมือไร้ดาบลงทัณฑ์ย่อมทำได้เพียงสาดคำสบถยืดยาวจนหนำใจ ดูท่าพวกมันคงไร้ผลงานจะกลับไปขอความดีความชอบจากหัวหน้าทสึโยชิเสียแล้ว

ช่างอับอายขายหน้าเกินกว่าจะถลึงตาจ้องบรรดาหนุ่มสาวได้อีก แพ้พ่ายเพียงหนึ่งดรุณีจนหมดรูปหากใครได้ยินเข้าคงหัวเราะเยอะเย้ยแน่ ห้าคู่เท้าจอมอันธพาลก่อกรรมทำเข็ญล้วนหน้าตื่นรีบชักก้าวกลับ พร่ำสบถคำโตทิ้งท้ายสักวันเจ้านายใหญ่จะกลับมาล่าล้างบัญชีแค้นให้ได้

หกพี่น้องผองสหายและหนึ่งบุรุษชราทอดมองพวกมันจนลับตา มีเพียงหนึ่งดรุณีจิตสะท้านปฐพีกลับเอาแต่ก้มหน้าซึมเซา หยาดน้ำใสคลอคลองร้องสะอื้นแผ่วผิวยาวนาน

จิตกระแสถ่ายทอดผ่านมือซ้ายผุดผาดประคองอีกมือเรียวเยียวยาตนเอง เลือดข้นสดแดงฉานเริ่มหยุดไหลทั้งพิษแผลเสียวไส้น่าใจหายค่อยปาสนาการ

มิรู้ว่าห้าซามูไรใจเหี้ยมลอบสะกดรอยเพียงห่างแต่คราใด บางทีอาจฝากแฝงในกลุ่มชาวบ้านเก็บของป่าข้างทางกระมัง เมื่อสังเกตหมู่คนจรผ่านทางทั้งเห็นดรุณีสวมชุดหิมะจันทราจึงเริ่มแง้มฐานะแท้จริง

แลอาชาสีน้ำตาลยังยืนนิ่งก้มหัวแสนเชื่องเชื่อ เดรัจฉานมิรู้ประสีประสาอย่างมันคงมิหยั่งแท้ชีวิตเจื่อนขมจมชะตากระมัง ผิดต่างห่างฐานะกว่าชนมนุษย์หรือชีวิตเทพสิ้นเชิง

แคล้วคลาดวิกฤติหวิดดับชีวามาได้นับเป็นดินฟ้าเมตตา พิษมรณะขจัดปัดเป่าจากจิตกระแสเยียวยายิ่งน่าอัศจรรย์ ยิ่งเมื่อรู้ว่าดรุณีลี้ลับฐานะสั่งจิตบดขยี้ศัสตราวุธหมู่ซามูไรอันธพาลยิ่งน่าใจหาย ทว่าบุรุษชราหาได้พรึงพรั่นครั่นคร้ามต่อนางแม้กระผีกริ้นไม่ น้ำตานองหน้าก้มคารวะมิหยุดราวกับยอมขอเป็นบ่าวทาส

เมื่อคำว่านอบน้อมถ่อมตนจากบทสอนของท่านแม่มิอาจขาดตกบกพร่อง จูนเอื้อมมือซ้ายไร้แผลอาบเลือดประคองเอวผู้อาวุโส เอื้อนวาจาสั่นพร่าเคล้าน้ำตาคลออย่ามองนางเป็นอื่น แม้ฐานะตนสูงศักดิ์เพียงใดกลับมิอาจรับคารวะได้เลย

สารถีชราเลี้ยงม้าเงยหน้าสบประสานประกายตาอ่อนโยน ยามมิรู้จะตอบแทนด้วยสิ่งใดจึงยื่นผ้าหยาบสีผุ่นเก่าให้หญิงสาว จูนคำนับชดช้อยก่อนรับมาเช็ดหยาดเลือดเปรอะมือขวา โอเรนและคู่สหายเรอิกับซายูริร่วมสัมผัสไหล่ประคองมือประโลมใจมิห่าง สามหนุ่มร่วมทางต่างทอดมองผ่านแววตาห่วงหาห่วงใยไร้วจี

เมื่อวาระบีบคั้นปานชะงักหายใจค่อยผ่านล่วง เสียงสะอึกสะอื้นระงมเริ่มแผ่วผิวยามเจื่อนจางตรอมตรมทีละน้อย ไร้เงาเหล่าซามูไรใจต่ำช้ามิลอบกล้ำกรายอีกเลย

คนกระเหี้ยนกระหือรือจากไปเหลือไว้เพียงกลีบอุเมะเกลื่อนผืนดิน

แม้นว่าดูเหมือนคนแพ้ทว่ากลับยังมิยอมแพ้ รอยตราเคยหมายล่าสังหารกลับเหลือไว้ด้วยหลากกลีบผกา เชื่อว่าหากหมู่ซามูไรถิ่นอื่นไกลสัญจรผ่านย่อมสะดุดตาแน่ กลีบอ่อนชดช้อยน่ารัญจวนใจกลับกลายเป็นเบาะแสมรณะจนขัดรู้สึก

ทางหนึ่งทางเดียวต้องขจัดร่องรอยดุจวาระเสียวไส้น่าอนาถใจนี้เสีย

จวบจนเหล่าดรุณีไร้เสียงสะอึกสะอื้นจมกล้ำกลืน ยามตะวันเคลื่อนคล้อยลอยสูงกลางศีรษะบ่งบอกวาระเที่ยง ไร้เสียงควบม้าไร้เสียงฝีเท้าย่างก้าวจากหมู่คนสัญจรผ่าน...

นับแต่ห้าจอมสังหารสิ้นศัสตราวุธทั้งแพ้หมดรูปจนชักก้าวหนีกลับ แม้แต่ตาสีตาสาขนของป่าค้าขายระหว่างเมืองก็มิเห็นแม้เงา ช่างน่าใจหายกลับกลายเป็นวาระจากลาน่าเสียดาย เจ็ดจุลเทพและหนึ่งบุรุษเลี้ยงม้ายืนเอ่ยอำลายามมิอาจพบหน้ากันอีก

สีหน้าย่นชราอาบฉายผุดพรายยิ้มกริ่มแช่มชื่น อารามอุ่นใจคลายพะวงเมื่ออาชาเคยชุบเลี้ยงมากับมือยังยืนหยัดชีวิต เมียงมองดรุณีชุดหิมะจันทราแวบหนึ่งแม้นางมิเคยแง้มฐานะ หยั่งแท้แก่ใจผิวเผินย่อมมิใช่ฐานันดรคนจรร่อนแร่เป็นแน่

ฝ่ายดรุณีจิตสังหารและพี่น้องผองสหายก็คล้ายตกตะลึงแต่แรก คนชราแม้เพียงตาสีตาสาทว่ากลับมิเกรงชีวาตนจะตกร่วง เพียงคบค้าสนทนากับชาวเฉินย่อมดุจทัณฑ์มหันต์ถึงตายไร้ทางแก้ตัว 

บุรุษเลี้ยงม้าค้อมคำนับยามวาระเห็นหน้าคราสุดท้าย เจ็ดรุ่นวัยรอนแรมโน้มคารวะเจียนจำจาก มิอาจฝืนชะตาร่วมสืบก้าวตามทางดินจนถึงปลายทาง

หากแต่... วาระร่ำลาสุดท้ายหาใช่วาจาเอ่ยไม่ หาใช่พิธีอำลาเรียบง่ายเพียงก้มศีรษะคำนับไม่ กลับกลายเป็นหนึ่งฤทธานุภาพสำแดงน่าอัศจรรย์ปานภาพมายา แทบมิอยากเชื่อสายตาราวกับต้องมนตร์หลุดหลงกลางห้วงฝัน

มิวายบุรุษอาวุโสพลันต้องปากอ้าตาค้าง ไร้คำพรรณนาใดได้แต่ใจตื่นตะลึงปานรัวกลอง บ่งบอกมิถูกเพียงสัมผัสถึงมิตรภาพสุดท้ายผ่านฉากงดงาม

หมู่มวลกลีบอุเมะลอยปลิวจากผืนหล้าต่างพากันพลิกตวัดสู่ผืนนภา พลิกม้วนเวียนวนชั่วครู่ก่อนโปรยปรายสู่พงพนาเบื้องไกล หวังเพียงเกลื่อนกลบลบรอยติดตามจากสมุนซามูไรทสึโยชิ

ฉากตระการตาช่างงามจับจิตราวกับละอองผกาแห่งสรวงสวรรค์...

แม้ตาสีตาสาเพียงแค่คนเลี้ยงม้ามิอาจหยั่งเบื้องลึก หากแต่สามหนุ่มสามดรุณีรอนแรมกลับสำเหนียกคุ้นเคย หมู่กลีบผกาพากันลอยละล่องปลิวไกลย่อมเพราะจิตสะกดจากจูนมิเป็นอื่น ต่อให้เป็นโซจิเร่งเร้าสำแดงกลับอ่อนกระแสกว่ามาก

ร่างอรชรอัครเทพกางแขนซ้ายโบกปลายมือ แลกลีบผกาขาวละมุนพากันเริงระบำผ่านสายลมตามจังหวะมือเรียว

ยิ่งมองยิ่งประหลาดรู้สึกเคล้าใจฉงนฉงาย ล่วงเข้าเหมันต์กาลย่อมไร้มวลผกางอกงามทั้งใบเฉาต้องโรยรา ไยกลับยังมีกลีบอุเมะหลงฤดูในมือครองเหล่าซามูไรใจสามานย์

กลีบอุเมะเหล่านั้นพวกมันได้จากแห่งหนใดหนอ...

บางทีจูนอาจหยั่งแท้คำตอบเพียงสะกดจิตอ่านใจจอมสังหาร ทว่านางกลับผนึกกั้นมิสืบเสาะที่ไปที่มาแม้กระผีกริ้น มาตรว่าหากเทียบกับชีวาชาวเฉินต้องตกยากจำผจญวิบากชะตายิ่งน่าเห็นใจกว่าหลายส่วน

เมื่อมิได้ตระหนักแม้เสี้ยวอณูกลางใจจึงปล่อยผ่านไปตามชะตา

เจ็ดจุลเทพฐานะแยกจากหนึ่งบุรุษชราและหนึ่งอาชาในที่สุด



(โปรดอ่านต่อตอนหน้า)




Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
หนังสือหยั่งรู้ฟ้าดินของเซนจิ (善地の占い本) ตอนที่ 251 : ตอน 247 - ความจริงมิอาจอำพราง (Part 100%) , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 302 , โพส : 0 , Rating : 20% / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android