Produce101 / Wannaone อ่อยเด็ก the series #ONGNIEL #NIELONG

ตอนที่ 19 : Gobuki 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 ธ.ค. 60

เนียล x อง


คอบูกิที่แปลว่าเต่า :)


song: turtle - Twice click



.



.



.





คุณเคยออยากจับเด็กซักคนมาฟาดจนมันร้องไห้มั้ยครับ หรือม้วนถุงเท้าเป็นก้อนแล้วยัดปากเด็กนั่นซะเพราะพูดมากเหลือเกิน



ในสายตาคนอื่นอาจจะมองว่าผมจิตใจโหดร้าย ทำไมถึงคิดจะทำกับเด็กได้ลงคอ แต่เชื่อเถอะครับ คนที่เกลียดเด็กแบบผมไม่ได้คิดเล่นๆแน่



สิ่งที่ทำให้ผมต้องตีหน้านิ่งคอยยับยั้งชั่งใจตัวเองไม่ให้ทำอยู่นั้น ก็เพราะว่าผมเป็นครู ครูฝึกสอนที่ High school ชายล้วนแห่งหนึ่งในโซล และผมกำลังจะเรียนจบปริญญาตรี



เด็กผู้ชายเป็นพันๆคน ถึงแม้จะเป็นเด็กมอปลายผมก็ขอบัญญัติว่าไอ้พวกนี้ก็คือเด็ก(เปรต)อยู่ดีนั่นแหละ แต่ถึงแม้เด็กพวกนี้จะห่าม ทะโมน กวนตีนยังไงก็ตาม ผมว่ามันก็เป็นไปตามวัย(สะกดจิตตัวเองอยู่) เพราะเท่าที่จำได้ตอนมอปลายผมก็เอาเรื่องอยู่ เพราะฉะนั้นผมจะไม่ถือสาอะไรเพราะเด็กคืออนาคตของชาติ - มารีญา พูนเลิศลาภ ไท๊ยแล๊นนนนน ไม่ใช่



แต่มันมีเด็กอยู่คนนึงที่ทำให้ผมคิดอยากจะทำแบบประโยคแรกให้รู้แล้วรู้รอด ให้มันสิ้นฤทธิ์กันไปข้าง เด็กคนนี้ไม่เหมือนเด็กผู้ชายทั่วไปในโรงเรียนที่ผมเคยเห็นมา



อ่ะข้อแรก เด็กนี่เป็นตัวแสบของห้อง ไม่ต้องสืบเลย  และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในข้อนี้คือ ผมเป็นครูคู่ชั้นของเด็กนี่ ห้องม.5/2



ข้อสอง ตัวแสบ สมชื่อ ตัวก็เล็กกว่าชาวบ้าน แต่แท๊กทีมไปหาเรื่องคนอื่นได้ไม่เว้นวัน อย่าเข้าใจผิดว่าเด็กนี่จะไปมีเรื่องต่อยตีกับใครนะครับ โรงเรียนเราไม่นิยมให้เด็กไปเป็นศัตรูกับชาวบ้านที่ไหน และสนับสนุนให้นักเรียนปรองดองกัน แต่แต่ละสิ่งที่มันทำเช่น กวาดขยะไปไว้หน้าห้องข้างๆบ้าง แย่งที่นั่งในโรงอาหารของน้องมอสี่บ้าง เปิดพัดลมทั้งๆที่อากาศข้างนอกติดลบบ้างด้วยเหตุผลที่ว่าวันนี้ตัวเองใส่ฮีทเทคมาหนาแล้วร้อน เออ เอากะมันสิ



ข้อสาม ไม่สนใจเรียน โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ที่ผมสอน ก็เข้าใจว่าเด็กวัยนี้กำลังค้นหาตัวเอง คนที่หาเจอแล้วว่าตัวเองสนใจอะไรก็โชคดีไป เหมือนเด็กนี่ที่พบแล้วว่าตัวเองชอบเต้น ตอนกลางวันนอกจากหาเรื่องชาวบ้านผมก็เห็นมันไปซ้อมเต้นอยู่ในชมรมเนี่ยแหละ และก็เข้าใจว่าคงจะย้ายสายไปเรียนโรงเรียนศิลปะไม่ทันแล้วก็เลยต้องเรียนอยู่ที่นี่ที่เป็นโรงเรียนเน้นเรื่องวิชาการต่อไป แต่มันจะสอบตกทุกครั้งเนี่ยก็ดูจะเกินไปหน่อย เรียกมาซ่อมแล้วซ่อมอีกก็ไม่เคยผ่าน สอบครั้งต่อไปอุตส่าห์ออกง่ายๆก็ยังจะตกให้ได้



แค่สามข้อก็น่าจะรู้แล้วใช่มั้ยว่าผมต้องเหนื่อยขนาดไหน อ้อลืมไป มีอีกหนึ่งข้อ



ข้อสุดท้าย ผมชอบเด็กนี่



แต่อย่าเพิ่งคิดว่าผมเป็นสมภารกินไก่วันอะไรเทือกๆนั้นนะครับ ที่ผมบอกว่าชอบเด็กนี่เพราะว่าผมรู้จักกับเขาก่อนจะมาเป็นครูฝึกสอนที่นี่เสียอีก




















ผมเจอเด็กนี่ครั้งแรกตอนเรียนอยู่ปีสาม มีคาเฟ่แห่งใหม่มาเปิดอยู่หน้ามหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ข้างคอนโดของผมพอดี ช่วงแรกๆก็คนเยอะมากแหละครับตามประสาร้านใหม่ ซึ่งผมก็คิดว่าผ่านไปไม่กี่เดือนคนก็น่าจะเลิกเห่อ แต่ผิดคาด ผ่านไปเกือบหนึ่งเทอมแล้วร้านนี้ก็ยังมีคนเข้ามาใช้บริการแน่นขนัดเกือบทุกช่วงเวลา มันทำให้ผมที่อยากไปลองชิมขนมในคาเฟ่นั้นซักครั้งไม่อยากเข้าไปเพราะคนเยอะเหลือเกิน



แต่ไม่กี่สัปดาห์ผ่านไปจนกระทั่งหนึ่งสัปดาห์ก่อนสอบ ผม คังแดเนียลที่กำลังมีปัญหากับการอ่านหนังสือสอบ ด้วยความเรื่องมากที่มีอยู่ในตัวอย่างเต็มเปี่ยม ผมไม่สามารถอ่านหนังสือกับเพื่อนได้เพราะจะไม่โฟกัสก็เลยชอบไปอ่านคนเดียวที่หอสมุดของมหาวิทยาลัย แต่ความโชคร้ายคือผมงีบหลับตอนเย็นหลังเลิกเรียนนานไปหน่อยเลยออกจากคอนโดตอนสามทุ่มเพื่อไปอ่านที่หอสมุดอย่างที่เคยทำเป็นประจำ แต่ผมคงลืมไปว่านี่มันสัปดาห์นรกแตก แม้แต่เก้าอี้ซักตัวก็ไม่มีให้ผมนั่ง สุดท้ายก็เลยตัดใจกลับมาอ่านที่ห้อง



แต่เหมือนความโชคร้ายในวันนี้ยังไม่ใช่ขั้นสุด เพราะระหว่างที่เดินจากลานจอดรถกลับขึ้นไปห้องตัวเองก็ดันเหลือบไปเห็นร้านร้านหนึ่งที่เปิดไฟสว่างจ้า คาเฟ่เปิดใหม่ร้านนั้นนั่นเอง



พอมองเข้าไปด้านในก็พบกับโต๊ะว่างอยู่หลายโต๊ะ 

มานั่งอ่านที่นี่ดีมั้ยวะ พอเค้าปิดร้านค่อยกลับห้อง 

ด้วยความที่ไม่อยากกลับไปอ่านที่ห้องก็เลยถือโอกาสลองชิมน้ำกับขนมของร้านนี้ไปเลยละกัน ไหนๆก็คนไม่เยอะแล้ว



ผมเปิดประตูเข้าไปในคาเฟ่แห่งนี้ ที่ตกแต่งอย่างเรียบๆด้วยหินอ่อนสีขาว มองแล้วสบายตา เลือกโต๊ะตัวที่อยู่ในสุดเท่าที่จะเหลือว่างอยู่ และผมก็ได้โต๊ะที่มีเก้าอี้นุ่มๆด้วย นั่งสบายดีแต่กลัวหลับชะมัด



ผมนั่งหันหน้าไปทางบาร์ขนมและเค้าท์เตอร์คิดเงิน เมื่อคนที่ยืนอยู่หลังเค้าท์เตอร์เห็นผมก็ยิ้มให้อย่างใจดีและเดินเอาเมนูมาให้



ผมจัดการสั่งมอคค่ามิ้นท์ช็อกโกแลตหวานน้อยและน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว เพราะคิดว่าคงนั่งได้อีกไม่นาน แต่เมื่อถามคุณน้าเจ้าของร้าน(คนที่เอาเมนูมาให้นั่นแหละ) ว่าร้านปิดกี่โมง ก็ได้ความว่าช่วงนี้เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงเพราะเป็นสัปดาห์สอบ โอ้โห ใจดีด้วยแฮะ เอาใจนักศึกษาสุดๆ ถึงว่าคนเยอะตลอดเลย

อย่างงี้ผมก็เลยนั่งอ่านยาวๆไปได้ ไม่ต้องกลับห้องแล้ว ถ้าน้ำแก้วนี้หมดค่อยสั่งอย่างอื่นเพิ่มเอา



นั่งรอซักพักเครื่องดื่มที่สั่งไปก็ถูกนำมาเสริฟ แต่คราวนี้คนเสริฟไม่ใช่คุณน้าคนเดิม แต่เป็นเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักคนนึง ใส่ผ้ากันเปื้อนสีเหลืองลายแมวดำดูไม่เข้ากับสีของร้าน เด็กคนนั้นค่อยๆวางแก้วเครื่องดื่มของผมลงอย่างเบามือเหมือนกลัวมันจะหก ปากเล็กๆนั่นเม้มเข้าหากันแน่นจากอาการลุ้น ตาโตเบิกกว้างพลางกระพริบถี่ๆ เมื่อวางเสร็จก็หันหลังวิ่งกลับไปที่เค้าท์เตอร์อย่างไว



“ออมม่า ซองอูวางแก้วไม่หกแล้วนะ” ท่าทางน่ารักกับประโยคน่าเอ็นดูดังมาจากปากเล็กๆ ผมมองคุณน้าที่คงเป็นแม่ของเด็กคนนั้นยิ้มออกมาทั้งตาทั้งปาก ลูบหัวกลมๆสีเข้มนั่น แล้วเอ่ยชมลูกชาย



“เก่งมากไอ้ตัวแสบ วันนี้สอบผ่านแล้วไปเล่นเกมได้” เด็กน้อยชูมือทั้งสองขึ้นแล้วพูดว่าเยส! บ่งบอกถึงความดีใจแล้วหันกลับมามองที่แก้วน้ำบนโต๊ะของผม 



ขอบคุณมันสิหนู จะได้ไปเล่นเกมแล้วนะ



เด็กคนนั้น ชื่อซองอูผมจำได้ ยิ้มออกมาทั้งตาทั้งปากเหมือนคุณแม่ของเขาเลย ยิ้มหวานชะมัด มันทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาอย่างช่วยไม่ได้



แต่เมื่อเด็กซองอูละสายตาจากแก้วน้ำของผมขึ้นมา เราสบตากัน เด็กนั่นก็หุบยิ้มฉับและหันกลับไปหาแม่ตัวเองทันที อ้าวน้อง พี่ผิดอะไรวะ มาทำหน้าตึงใส่งี้ได้หรอ



เด็กซองอูเดินหายเข้าไปหลังร้าน ผมก็เลยไม่ได้สนใจเขาอีกและเริ่มอ่านหนังสือซักที ลืมบอกไปว่าเครื่องดื่มที่ผมสั่งมาอร่อยมาก เข้มข้น หอมมิ้นท์ หวานน้อยๆกำลังดี เจอเหตุผลอีกข้อนึงแล้วว่าทำไมร้านนี้ถึงคนเยอะตลอดเวลา



ผมนั่งอ่านหนังสือไปเรื่อยๆจนเวลาล่วงเลยไปสี่ทุ่มครึ่ง จึงผละจากหนังสือมาพักสายตาบ้าง และเครื่องดื่มของผมก็หมดพอดี ด้วยความเกรงใจเจ้าของร้านบวกกับอยากลองเมนูอื่นผมจึงสั่งอเมริกาโน่ไป สิ้นคิดสุดเพราะง่วง



“น้องซองอู เอาแก้วนี้ไปเสริฟโต๊ะสิบให้หน่อยครับ เสร็จแล้วเราจะได้กลับห้องไปนอนซักที” คุณน้าเรียกลูกชายตัวเองที่คงนั่งเล่นเกมอยู่แถวนั้นให้ลุกขึ้นมาทำงาน เขาไม่ได้พูดเสียงดังอะไรหรอกแต่ด้วยความที่ตอนนี้คนในร้านเหลือน้อยและทุกคนก็นั่งอ่านหนังสือกันเงียบๆทำให้ผมได้ยินประโยคสนทนาของสองแม่ลูกอย่างชัดเจน



เด็กซองอูเดินเอาแก้วเครื่องดื่มแก้วที่สองของผมมาเสริฟ เขายกออกจากถาดมาวางบนโต๊ะอย่างเบามือเหมือนแก้วแรก แต่เหมือนซองอูจะสมาธิหลุดไปหน่อยเพราะเผลอสบตากับผมที่นั่งจ้องน้องเขาอยู่พอดี แก้วในมือเลยถูกวางลงอย่างแรง กาแฟในแก้วกระฉอกออกมานิดหน่อยไม่ถึงกับเทคว่ำ แต่ก็ซึมเลอะชีทเรียนผมไปทั้งเล่มนั่นแหละ



“ชิบ!” ซองอูเผลอสบทออกมาเบาๆ คุณน้าที่ได้ยินเสียงแก้วกาแฟกระทบกับโต๊ะกระจกก็รีบวิ่งมาพร้อมกับอุปกรณ์เช็ดทำความสะอาดทันทีอย่างรู้งาน



สองแม่ลูกขอโทษอยู่หลายทีแต่ผมยืนยันว่าไม่เป็นไร ชีทเรียนเปื้อนคราบกาแฟก็ดูขลังดีเหมือนกัน



ผมนึกว่าน้องซองอูจะโดนคุณแม่ดุซะแล้ว แต่ผิดคาด หลังจากที่ขอโทษผมเสร็จคุณน้าก็ลูบหัวน้องแล้วบอกว่าไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวฝึกบ่อยๆก็เก่งเอง แล้วไล่น้องไปนอน



ผมมีความรู้สึกว่าครอบครัวนี้คงจะอบอุ่นน่าดูเลยล่ะ



“แปรงฟันแล้วนอนเลยนะครับ พรุ่งนี้ออมม่าปลุกห้ามงอแงนะ”



“รู้แล้วครับ เจอกันพรุ่งนี้ครับออมม่า” น้องซองอูตอบคำคุณแม่แล้วถอดผ้ากันเปื้อนสีเหลืองของตัวเองออกแขวนไว้บนราว



นั่งมองสองแม่ลูกร่ำลากันไปเข้านอนก็ยิ้มออกมาอีกแล้ว นี่ผมอ่านหนังสือจนเป็นบ้าไปแล้วเรอะ 


แต่ร้านนี้อบอวลไปด้วยความอบอุ่นจริงๆนะ ต่อไปนี้ผมคงมีที่อ่านหนังสือประจำแล้วล่ะ










วันต่อมาผมมีเรียนตอนเช้า พอเรียนเสร็จก็ตรงมาที่คาเฟ่เดิมทันทีเพราะกลัวว่าถ้ามาช้ากว่านี้จะไม่มีที่นั่งเอา



เวลาเที่ยงวันนี้คนน้อยกว่าปกติ ผมเดาว่าเพราะเป็นวันศุกร์เรียนเสร็จแล้วคนก็คงจะกลับบ้านกันหมด แต่ถึงจะคนน้อยก็ยังนั่งกันเต็มร้านอยู่ดี และสิ่งที่เปลี่ยนไปในวันนี้คือคนที่อยู่หลังเค้าท์เตอร์ไม่ใช่คุณน้าใจดีคนนั้น แต่เป็นผู้ชายวัยกลางคนที่ก็ดูใจดีไม่แพ้กัน ตอนแรกผมเกือบจะหอบหนังสือย้ายถิ่นไปอ่านที่อื่นแล้วแต่ว่าตาดีเหลือบไปเห็นเก้าอี้สูงตัวหนึ่งที่อยู่หน้าเค้าท์เตอร์ชงกาแฟเลยตัดสินใจขอเขานั่งตรงนั้นแล้วรอให้คนที่โต๊ะลุกไปค่อยย้าย อ้อแล้วที่ผมไม่กลับบ้านวันศุกร์ก็เพราะว่าบ้านผมอยู่ปูซานนู่น กลับบ้านเทอมละครั้งก็พอ



ผมอ่านหนังสือไม่ค่อยรู้เรื่องเพราะเครื่องชงกาแฟค่อนข้างจะเสียงดังมากก็เลยได้นั่งคุยกับคนที่อยู่หลังเค้าท์เตอร์ เขาบอกว่าเป็นเจ้าของร้านนี้กับภรรยา ด้วยความฉลาดผมก็รู้ได้ทันทีว่าคนนี้คงจะเป็นพ่อของน้องซองอูแน่ๆ



“กลับมาแล้วคร้าบ” สิ่งที่ผมคิดก็ได้รับการยืนยันเมื่อเจ้าเด็กคนนั้นเปิดประตูร้านเข้ามาแล้วพุ่งไปหาคุณน้าผู้ชายที่ยืนเช็ดกระจกอยู่



“ไม่เปลี่ยนชุดก่อนหรอลูก”



“เดี๋ยวหกโมงค่อยไปเปลี่ยนก็ได้อัปป้า วันนี้เวรน้องเฝ้าร้าน”



“ครับๆ อย่าให้เสื้อนักเรียนเลอะนะตัวแสบ”



ตัวแสบของคุณพ่อเดินเข้าไปหลังเค้าท์เตอร์แล้วเอากระเป๋ามาวางตึงลงตรงหน้าผมเฉย ผมจะคิดจริงๆแล้วนะว่าน้องมันเกลียดขี้หน้าผมอ่ะ



“น้องซองอู อย่าเอากระเป๋าไปทับหนังสือพี่แดเนียลอย่างนั้นสิครับ” คุณน้าผู้ชายตะโกนมาจากหน้าประตูเมื่อเห็นว่าลูกชายตัวเองทำอะไร



“อ้าว ไม่เห็นอ่ะ ขอโท- นี่พี่อีกแล้วหรอ” จำพี่ได้ด้วยแฮะ



“ครับน้องซองอู” คนที่น้องทำกาแฟหกใส่ชีททั้งเล่มไง



“รู้ชื่อผมได้ไง”



“ก็พ่อแม่เราเรียกออกจะบ่อย”



“มานั่งตรงนี้ทำไมเนี่ย เสียงดังจะตาย แต่ตามสบายเหอะพี่ ถ้าคิดว่ามันไม่น่ารำคาญอ่ะ” ซองอูพูดกับผมด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ต่างจากคุยกับพ่อแม่สิ้นเชิง นี่พี่เป็นลูกค้านะเฮ้ย “พี่ชื่ออะไรเนี่ยวๆนะ”



“แดเนียลครับ”



“อ่อ แดเนี่ยว ชื่อแปลกจัง” แปลกกว่าชื่อพี่ก็นิสัยน้องแล้วล่ะ



พูดจบซองอูก็เดินไปใส่ผ้ากันเปื้อนตัวเดิมและช่วยพ่อทำงาน เป็นเด็กที่แปลกดีจริงๆ



แล้วผมก็ได้รู้ว่าน้องซองอูเรียนอยู่โรงเรียน A ที่อยู่แถวๆนี้จากสัญลักษณ์โรงเรียนบนเสื้อ และน้องนามสกุลอง 



'องซองอู' เข็มกลัดปักชื่อที่ติดอยู่บนหน้าอกเสื้อนักเรียน



แม้กระทั่งนามสกุลยังแปลกเลยคิดดู



บอกตามตรงว่าเครื่องชงกาแฟทำให้ผมไม่มีสมาธิในการจดจ่อกับหนังสือตรงหน้ามากเท่าไหร่ น้องซองอูทำให้ผมสมาธิหลุดคูณสิบไปเลย เพราะหลังจากนั่งมองมาหลายขั่วโมงก็เห็นน้องมันทำอะไรหลายๆอย่างที่ต้องเอามือมาอุดปากกลั้นขำ เช่น ทำเค้กคว่ำตอนยกออกมาจากตู้ เอากาแฟคั่วเป็นเม็ดๆเข้าเครื่องชงกาแฟ เก็บโต๊ะอยู่ก็ทำถาดร่วง ถูพื้นดีๆก็เอาไม้มาฟาดหน้าตัวเอง และอีกหลายสิ่งที่ดูโก๊ะประมาณนี้ จนคุณพ่อที่คอยช่วยเก็บช่วยเช็ดต้องมาไล่ให้กลับห้องไป



ผมแอบเสียใจเล็กๆเพราะยังอยากนั่งมองน้องมันอยู่เลย คลายเครียดจากการอ่านหนังสือได้ดีเหลือเกิน



แต่พอสามทุ่มคนเริ่มน้อยลงและมีเก้าอี้นุ่มๆว่างแล้ว ผมก็เลยรวบชีทมาไว้ในมือเตรียมจะย้ายไปโต๊ะนั้น แต่ประตูร้านก็เปิดออกโดยคุณน้าผู้หญิงคนเมื่อวาน ตามมาด้วยลูกชายของเขาที่ตอนนี้เปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็นชุดอยู่บ้านธรรมดาแล้ว



ซองอูมองมาที่ผมที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมไม่ไปไหน (จริงๆก็กำลังจะไป) แล้วเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า



“พี่ยังอยู่อีกอ่อเนี่ย สงสัยจะชอบเสียงเครื่องชงกาแฟ สนใจมาเป็นบาริสต้าที่นี่มั้ย”



“ซองอู ทำไมพูดอย่างนั้นกับพี่เค้าล่ะลูก ขอโทษนะคะ”



“ก็พี่แดเนี่ยวนั่งอยู่ตรงนี้เป็นชาติแล้วอ่ะออมม่า ก็นึกว่าชอบเสียงดังๆ”



“ย้ายไปนั่งตรงนู้นมั้ยคะ น้าว่าเสียงเครื่องนี่จะทำให้ไม่มีสมาธิอ่านหนังสือนะ”



“ไม่เป็นไรครับ ผมชอบ” ยิ้มเจื่อนเลยตัวกู ผมบ้าจี้ตอบคุณน้าไปแบบนั้นทั้งๆที่ตอนแรกกำลังจะย้ายที่นั่ง แต่พอไอ้ตัวแสบมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ก็ชักจะไม่อยากลุกไปไหน



ผมบังคับให้ตัวเองอ่านหนังสือต่อท่ามกลางเสียงเครื่องดังๆที่กำลังทำงานอยู่และบังคับสายตาตัวเองไม่ให้เผลอไปมองเจ้าตัวแสบสร้างวีรกรรมอะไรอีก อย่างหลังนี่ยากมากเพราะเหมือนเสียงของซองอูจะเข้าหัวผมมากกว่าหนังสือที่อ่านอย่างบ้าคลั่งและเสียงเครื่องชงกาแฟดังๆนี่อีก



“เมื่อไหร่จะกลับไปซะที”



“ห้ะ” ผมขอให้คนพูดพูดอีกครั้งเผื่อว่าหูตัวเองจะฝาด



“หูอื้อไปแล้วมั้ง ผมถามว่าเมื่อไหร่พี่จะกลับ”



“จะปิดร้านแล้วหรอ” ต้องใช่แน่ๆ ไม่งั้นเด็กแสบนี่คงจะไม่พูดกับลูกค้าแบบนี้หรอกใช่มั้ย



“ป่าว ร้านเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ตอนนี้ทั้งร้านเหลือพี่คนเดียวแล้ว ถ้าพี่กลับไปผมจะได้เปิดเพลงดังๆ”



เมื่อมองไปรอบๆก็เป็นจริงอย่างที่ซองอูว่า ทั้งร้านเหลือผมเป็นลูกค้าคนเดียวแล้วตอนนี้



“ซองอูเปิดเพลงดังๆก็ได้นะ พี่จะได้ไม่ง่วงด้วย”



“นี่ไล่อยู่นะเนี่ยทำไมยังไม่เข้าใจอีก” ซองอูแอบถอนหายใจแล้วพูดกับตัวเองเบาๆ แต่ขอโทษครับน้องพี่แค่หูอื้อไม่ได้หูหนวก ได้ยินหมดทุกคำเลย!



“อยากให้พี่กลับไปแล้วหรอ”



“วันนี้วันศุกร์พี่ควรไปพักผ่อนนะ”



“แต่วันนี้พี่กะจะอ่านถึงเช้าเลย เราอยู่เป็นเพื่อนพี่ได้มั้ยล่ะ”



“แล้วแต่พี่เลย ผมนอนเล่นเกมอยู่ตรงนี้แหละ”



พูดจบซองอูก็ผลุบหายลงไปด้านล่างเค้าท์เตอร์  ผมชะเง้อคอมองตามก็เห็นว่าหลังเค้าท์เตอร์มีเก้าอี้ชายหาดตัวนึงตั้งอยู่ที่พื้น บนเก้าอี้ตัวนั้นมีเด็กนอนจิ้มโทรศัพท์อยู่ ขอคิดไปเองว่าน้องมันจะอยู่เป็นเพื่อนจริงได้มั้ย



จะว่าไปที่นั่งตรงนี้ก็ไม่ได้แย่อะไรนะ สงสัยต้องบอกคุณน้าทั้งสองให้ล็อคไว้เป็นที่ประจำของผมซะแล้วล่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับเด็กเจ้าที่หลังเค้าเตอร์นี้เลยนะสาบาน เพราะขนมกับเครื่องดื่มอร่อยต่างหาก เพราะแอร์เย็นๆด้วย และก็เพราะว่าร้านหอมๆกับเจ้าของร้านใจดีอีก



โอเคยอมรับก็ได้ว่าองซองอูเป็นเหตุผลข้อที่สามที่ผมค้นพบว่าทำไมร้านนี้ถึงขายดี



รู้ตัวอีกทีผมก็มานั่งที่เค้าท์เตอร์นี้ทุกเย็นซะแล้ว















นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เจอกัน ซึ่งใช้เวลานานกว่าผมจะยอมรับกับตัวเองว่าผมชอบซองอู ด้วยความที่น้องยังเป็นเด็กมอปลายหมาดๆ ผมกลัวว่าจะโดนข้อหาพรากผู้เยาว์รึป่าว แต่คิดไปคิดมาผมกับน้องก็ไม่ได้ห่างกันขนาดนั้นนี่หว่า



ซองอูอายุ 17 ไปแอบถามแม่เค้ามา ส่วนผมอายุ 21 ห่างกันสี่ปีพอกรุบกริบ รอโตกว่านี้หน่อยก็น่าจะกำลังดีแล้วล่ะ



ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองชอบน้องมันแค่ไหน แต่พอเห็นรายชื่อโรงเรียนที่ให้เลือกไปฝึกสอนผมก็มองหาชื่อโรงเรียนของซองอูเป็นที่แรก ซึ่งผมก็ถูกเลือกให้มาสอนที่โรงเรียนนี้อย่างง่ายดายเนื่องด้วยเกรดแสนสวยและพอร์ทที่ผมภาคภูมิใจ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือผมไม่มีคู่แข่งเลยเพราะไม่มีใครอยากมาสอนโรงเรียนชายล้วนหรอก แค่คิดก็น่าปวดหัว เอาจริงๆตอนนี้ผมก็ยังคิดอยู่ว่าทำไมตอนนั้นตัวเองตัดสินใจไปแบบนั้น แค่เพราะอยากจะอยู่ใกล้น้องมันแค่นั้นหรอ ถึงกับต้องแลกมาด้วยความสงบสุขในชีวิตเลยงั้นหรอ



แต่ทุกครั้งที่คิดย้อนกลับไปใจผมก็บอกว่าคุ้มสัสๆ



อย่างตอนนี้ที่ผมกำลังเดินไปที่รถของตัวเองที่จอดอยู่ด้านล่างของคอนโด ก็เจอกับเด็กแสบที่พอผ่านไปหนึ่งปีก็อยู่ชั้นมอห้าแล้ว เด็กคนนั้นปีนขึ้นไปนั่งหันหลังบนฝากระโปรงรถผม ซนจริงๆเลย ถ้าตกลงมาจะทำยังไงล่ะห้ะ แล้วไม่กลัวกระโปรงรถคนอื่นจะบุบหรือเป็นรอยบ้างเลยรึไง



ผมตีหน้ายักษ์ไว้ตั้งแต่ตอนที่ยังเดินไปไม่ถึงตัวเจ้าเด็กนั่น ต้องดุสั่งสอนกันซะหน่อยแล้ว บอกไม่รู้จักจำ



แต่พอผมเดินไปประจันหน้ากับซองอูเท่านั้นแหละ ใจที่ฝึกให้มันแข็งมาตั้งกะบนห้องก็ต้องอ่อนยวบลงเป็นครั้งที่ล้านที่ได้เห็นใบหน้าของน้อง คิดภาพ ตาโตๆใสแจ๋วที่มองจ้องมาที่ผม กับใบหน้าเล็กแต่สมส่วนจนเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบที่เอียงน้อยๆ ปากเล็กๆสีชมพูวาวด้วยวาสลีนที่คุณแม่จับทา ที่อมหลอดนมอยู่ขยับเล็กๆเพื่อดูดนมขึ้นไป ผมสีดำสนิทตัดเป็นหน้าม้าหัวเห็ดอะไรนั่น น่ารักจนพี่จะตายอยู่แล้วววว



ใจบอกว่าอุ้มน้องลงมาจากกระโปรงรถเดี๋ยวนี้แล้วพาเข้าไปข้างในเพราะตรงนี้มันหนาว แต่ก็ต้องทำเพียงแค่ปั้นหน้าให้เป็นยักษ์ที่สุดทั้งๆที่รู้สึกว่ามุมปากมันค่อยๆยกขึ้นจนต้องงับมันไว้ให้ติดกัน คือหน้าต้องประหลาดมากชัวร์ๆ จนน้องมันทักอ่ะ



“สาย ละนั่นหน้าเป็นอะไร ตะคริวกินปากหรอ” แต่ละคำที่เด็กนี่พ่นออกมามันน่าตีปากจริงๆ



“ช้าไปแค่สองนาทีเนี่ยนะ ลงมาจากกระโปรงรถพี่เดี๋ยวนี้เลย” เข้มไว้แดน ทำเสียงโหดๆไว้



“บ่นจังลุงอ่ะ” ซองอูวางกล่องนมที่น่าจะกินหมดไว้ไว้ข้างตัวแล้วก็ยันตัวเองขึ้นมาเตรียมจะลงจากกระโปรงรถ แต่มาเรียกพี่ว่าลุงอีกแล้วนะ



“อ๊ากกกก ปล่อยยย!” เจ้าเด็กร้องลั่นเมื่อผมสอดมือเข้าไปใต้เขนทั้งสองข้างแล้วยกมันลงมาจากบนนั้น ร้องไม่พอดิ้นด้วยเพราะพอยกออกมาจากกระโปรงรถแล้วผมก็ไม่ปล่อยซองอูลง อุ้มไว้อย่างนั้นแหละ



“ชู่วว จะโวยวายทำไมเนี่ยเดี๋ยวคนทั้งคอนโดก็ตื่นกันหมดหรอก”



“ก็ปล่อยสิวะ!”



“เด็กดื้อทำร้ายข้าวของครูไม่พอยังจะพูดไม่เพราะกับครูอีก”



“ไม่ได้อยู่ในโรงเรียนพี่ไม่ได้เป็นครูว้อยยย” ซองอูโวยวายเสียงเบาลงแต่ยังดิ้นไม่เลิก



ถึงตัวจะเล็กแต่ดิ้นมากๆแขนพี่ก็รับไม่ไหวนะ



“อยากให้ปล่อยก็ขอร้องดีๆก่อน” ได้ผล ซองอูหยุดดิ้นแล้ว



“ไอ้พี่เนี่ยวบ้า”



“เร็วๆ เอาแบบที่พูดกับออมม่าอัปป้าซองอูนะ”



“...”



“...” จ้องหน้าใกล้ๆแบบนี้ไม่ดีกับใจพี่เท่าไหร่เลยนะ



“ปล่อยน้องซองอูลงเดี๋ยวนี้ครับ” ปล่อยครับปล่อย ถึงแม้น้องจะไม่มีความเต็มใจในใบหน้าและน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยแต่พี่แค่ทนกับความน่ารักนี้ไม่ไหวก็เลยต้องยอมปล่อยตามที่น้องขอ



พอตัวเองได้รับอิสระก็รีบเปิดประตูข้างคนขับขึ้นไปนั่งอย่างรวดเร็ว แถมปิดประตูเสียงดังลั่นด้วย ทำเด็กงอนอีกแล้วหรอเนี่ย



แต่ผมก็มีวิธีง้อเด็กอยู่นะ



ผมขึ้นไปนั่งประจำที่ขนขับแล้วออกรถตรงไปยังโรงเรียนของเราสองคน เหลือบมองก้อนด้านข้างหน่อยก็เด็นว่าซองอูนั่งตะแคงข้างหันไปอีกทางแล้วหันหลังให้ผม ขดตัวกลมกับเสื้อกันหนาวของตัวเองเป็นก้อนเลย



ง้อเด็กหน่อยละกัน เดี๋ยวถึงโรงเรียนละไม่ได้ง้อ



“ซองอูครับ งอนพี่หรอ” เอาเอื้อมมือไปแตะๆก้อนเสื้อกันหนาวนั้นเบาๆ



“ไม่ได้งอน เป็นตุ๊ดหรอ” พูดจาน่าหยิกอีกแล้ว



“ไม่เป็นก็ไม่เป็นครับ หันมาคุยกับพี่หน่อยเร็ว” ผมเขย่าก้อนนั้นแรงขึ้นแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับมา



โอเค จะเริ่มง้ออย่างเป็นทางการแล้วนะ



ผมคว้ามือซองอูขึ้นมา น้องก็สะบัดออกอย่างที่ผมคิดไว้นั่นแหละ แต่ขอโทษ สู้แรงพี่ไม่ได้หรอก



ผมจับมือข้างนั้นของซองอูไว้แล้วเอามาแนบที่แก้มของผมเอง ซองอูหันมาแง้วๆให้ปล่อยตามเคย แต่ผมไม่สนหรอก มือเย็นขนาดนี้ควรได้รับความอบอุ่นจากผม



ผมเอามือของซองอูมาจรดที่ปากของตัวเอง คือจริงๆก็จะเป่าลมร้อนๆให้มือน้องอุ่นเฉยๆนะ แต่หอมอ่ะ นิ่มด้วยก็เลยทำเนียนจุ๊บไปหลายที



ซองอูยอมปล่อยให้ผมเป่ามือสลับกับจุ๊บไปซักพักก็ลุกขึ้นมานั่งดีๆ



“พอได้ยัง”



“มือยังเย็นอยู่เลย”



“เปียกน้ำลายหมดแล้วไอ้พี่เนี่ยวบ้า” ไม่พูดเปล่ายังสะบัดมาตีปากผมไปทีอีกแน่ะ



ตีเสร็จก็ชักมือกลับไปเลย โห่ ยังไม่หนำใจเลยอ่ะ



“หนาวหรอ มือเย็นเจี๊ยบเลย”



“อืม”



ผมยื่นมือข้างที่ไม่ได้จับพวงมาลัยไปเกลี่ยแก้มใสของน้องเบาๆ แก้มก็เย็นแฮะ พอหันไปมองก้เห็นซองอูนั่งหน้าบูดแต่ก็ไม่ได้ปัดมือผมออกหรือสะบัดหน้าหนี ก็เลยฉวยโอกาสลูบแก้มน้องไปเรื่อยๆ



“หายงอนได้แล้วครับ อยู่โรงเรียนพี่ง้อไม่ได้นะ”



“ก็ไม่ต้องง้อ”



“ง้ออยู่เนี่ยไง ดีกันนะ” ไม่ลูบเปล่า ผมจับคางน้องไว้แล้วโยกมันไปมาให้น้องยอมเล่นด้วย



“ไม่ดีด้วยหรอก”



“ทำไมอ่ะ พี่ทำผิดมากเลยหรอ”



“พี่เนี่ยวแม่ง ชอบแต๊ะ…”



“ห้ะ ว่าไงนะครับ” ผมขอให้น้องพูดอีกรอบเพราะเมื่อกี๊ได้ยินไม่ชัด



“เออๆหายงอนแล้ว เอามือออกไปได้แล้วด้วย” น้องเริ่มปัดมือผมออกจากใบหน้าของตัวเองแล้วขดตัวคะแคงข้างเหมือนเดิม จะหลับตอนใกล้จะถึงโรงเรียนอีกแล้วนะ แต่ไม่เป็นไร ปล่อยให้นอนไปก่อนถึงแล้วค่อยปลุกก็ได้



เมื่อถึงหน้าโรงเรียนผมก็เรียกให้ซองอูตื่น เด็กนี่ก็ตื่นทันทีแบบไม่งอแง



“ไปจอดข้างหลังดิ ตรงนี้คนเยอะ”



“เราจะได้เดินใกล้ๆไง วันนี้หนาวนะ”



“ไม่เอา ไปจอดข้างหลังเลย”



“ก็ได้ครับ อยากเดินเข้าโรงเรียนกับพี่ก็ไม่บอก”



“ไม่ใช่ซะหน่อย จอดเลยๆๆๆๆ ลงตรงเนี้ยแหละ” แล้วซองอูก็เปิดประตูรถออกไปทันที วิ่งไปนู่นแล้ว



ตามคาด ลืมกระเป๋านักเรียนอีกแล้ว



“องซองอู กระเป๋านักเรียน!” ผมเปิดกระจกแล้วตะโกนเรียกเจ้าเด็กหัวเห็ดที่กำลังวิ่งดุ๊กๆขึ้นเนินไปไม่ได้สนใจผมเลย แต่เหมือนเด็กคนอื่นๆจะสนใจผมมากกว่าแฮะ เด็กบางคนที่จำผมได้ก็หยุดก้มหัวให้บ้าง



เดี๋ยวค่อยเอาไปให้ในห้องเรียนก็ได้ หรือจะแกล้งทำโทษก่อนดีนะ ตอนเย็นเลิกเรียนนั่งรถกลับบ้านจะได้หาเรื่องง้อด้วยเลย






.



.




.




-----------------------------------------------------

ฟิคฟีลกู้ดอีกแล้ว ไม่รู้จะชอบกันมั้ยอ่ะบอกไรต์ที เพราะมีภาคต่อค่ะ ถ้ากระแสไม่ดีก็ไม่ลงเด้อ5555
ละก็อาจจะลงหลังสอบเสร็จนะคะ อ่านหนังสือต่อละเดี๋ยวค่อยมาเช็คคำผิด55
ฝากแท๊ก #พี่เนี่ยวคบก ด้วยค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

383 ความคิดเห็น

  1. #350 Kaserr (@Kaserr) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2560 / 08:22
    น่ารักกกกก ร้องซองอูแมวน้อยชัดๆ วุ้ยยยยยยยยย
    #350
    0
  2. #329 fernlanddd (@fernlanddd) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 14:26
    มาต่อๆๆๆนะคะ
    #329
    0
  3. #328 Juji_Han (@Juji_Han) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 07:10
    น้องน่ารักกกกกกกก
    #328
    0
  4. #327 Snowflake_Star (@Snowflake_Star) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 10:14
    คุณครูเนียลกะเด็กแสบซองอู น่ารักกกกกก มีความดื้ออออ แต่ชอบอ้อนพ่อแม่โคตรน่ารักกกกก รอมาต่อนะคะะะ
    #327
    0
  5. #326 Ms.Y (@itun197) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 22:39
    พดเทพสาดำพเพวสำสเย-ๆำกสบำกสห งื้อออออออออออออ 
    ฟีลกู๊ดมากค่า ดีมาก เขินมาก ชอบมาก น่ารักมาก ยิ้มหนักมาก 
    น้องซองอู~~~ งือออออ น้องน่ารักมากเลย
    พี่เนี่ยวชอบแต๊ะอั๋งหนูใช่มั้ยลูก หนูชอบใช่มั้--- แค่กๆ 
    ดีค่ะไรท์ สำหรับไฟนอลนี้เราต้องการอะไรฟีลกู๊ดแบบนี้มาก
    ขอบคุณนะคะ รอภาคต่อเด้อ 
    #326
    0
  6. #325 Ms.Y (@itun197) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 22:39
    พดเทพสาดำพเพวสำสเย-ๆำกสบำกสห งื้อออออออออออออ 
    ฟีลกู๊ดมากค่า ดีมาก เขินมาก ชอบมาก น่ารักมาก ยิ้มหนักมาก 
    น้องซองอู~~~ งือออออ น้องน่ารักมากเลย
    พี่เนี่ยวชอบแต๊ะอั๋งหนูใช่มั้ยลูก หนูชอบใช่มั้--- แค่กๆ 
    ดีค่ะไรท์ สำหรับไฟนอลนี้เราต้องการอะไรฟีลกู๊ดแบบนี้มาก
    ขอบคุณนะคะ รอภาคต่อเด้อ 
    #325
    0
  7. #324 ᄒᄈ (@eunhan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 21:54
    ขาแหย่เข้าไปในคุกเล็กน้อย รีบโตนะลูก
    แล้วคูมคูเนี่ยวขา ใจคอจะแต๊ะอั๋งตลอดเวลาเลยป่ะคะ
    #324
    0
  8. #323 Sukanya Toey Kaisang (@s45407) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 11:19
    ฟีลกู๊ดมากกกก
    #323
    0
  9. #322 เลติล่า (@barbie8590) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 08:05
    ชอบบบบบมากกกกกกกค่ะ
    #322
    0
  10. #321 Popiyu (@Popiyu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 21:50
    วี๊ดดดชอบ น้องซองอูรูกกก มาต่อเร็วๆนะคะไรท์////
    #321
    0
  11. #320 wryipsfhkxvnn55 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 19:37
    น่าร้ากกก พี่เนี่ยวกะตัวแสบบบ แงๆๆๆ รอต่อน้าาา
    #320
    0
  12. #319 P-pin (@pinpin43) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 13:31
    น่ารักก รอตอนต่อน้า
    #319
    0
  13. #317 stjarnfall (@vampyr_kmsl) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 09:05
    น่ารักกก ไรท์เขียนต่อเถอะค่ะ พลีสสส ;-;
    #317
    0
  14. #316 veevie_zizi (@veewonnie) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 07:59
    น่ารักอ่ะ ฮืออออ งุ้งงิ้งๆ น่ารัก น่ารักตั้งแต่อัปป้าออมม่ามาเลย น่ารักกก ชอบบบ
    #316
    0
  15. #315 sweet blossom (@matsuyama25ume) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 03:04
    แงงงง น่ารักมากเลยค่า พี่เนี่ยวแกล้งน้อง แต่น้องแสบนี่เนอะ น่ารักๆๆๆๆๆ ชอบมากเลยค่ะ
    #315
    0
  16. #314 doctorfire (@doctorfire) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 00:27
    รอมาต่อ ภาคต่อนะค่ะไรท์ 55+
    #314
    0
  17. #313 น้ำแข็งใส* (@snice_cz) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 18:07
    ชอบค่ะ น่ารักกกกกกก พี่เนียลชอบแต๊ะอั๋ง 55555
    #313
    0
  18. #312 shinepetal (@shinepetal) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 17:56
    กรี้ดชอบบบบบบบบบ เด็กแสบของคูมครู รออ่านต่อเลยค่ะะะะะ
    #312
    0
  19. #311 december sonyeo (@071295) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 15:48
    น้องซองอูน่ารักจังเลยค่ะ ยัยเด็กแสบบบบ ครูแดเนียลก็ชอบหลอกแต๊ะอั๋งน้อง คนนิสัยไม่ดี น้องมีพ่อมีแม่นะ!
    #311
    0
  20. #310 KNfanfan (@KNfanfan) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 15:24
    แง้ววววว คุมคูแดเนียลคับบบ งื้อออออ น้องซองอูน่ารักกกกก
    #310
    0
  21. #309 kanoknoina (@kanoknoina) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 15:18
    ฮือออ ความน่ารักได้มากองอยู่ตรงนี้ทั้งหมด แงงงงง เขินเด้อออิอ
    #309
    0
  22. #308 BangUmi (@numon1998) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 14:59
    น่าร้ากกกกกกกกกกก
    #308
    0
  23. #307 Koo เป็นนามสกุล (@LeeMe) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 09:05
    น่ารักค่ะะะ ซองอูน่ารักมากเลยยยยยย ตัวแซบมากก รอตอนต่อไปนะคะ
    #307
    0
  24. #306 Thesundaly (@zombie2332) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 08:05
    ฮื่ออออ รอตอนต่อไปค่ะ ครูเนี่ยวจะเอากระเป๋าไปคืนซองอูยังไงน๊าาา
    #306
    0
  25. #305 lvsj (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 07:20
    ซองอูเจ้าตัวแสบ น่ารักกกกกก อยากเห็นพี่เนี่ยวง้ออีกจังเลยค่ะ ><
    #305
    0