คัดลอกลิงก์เเล้ว

[ํYaoi] ในวันที่ฝนพร่ำ...

โดย mayrisung

ผมเกลียดฝน เวลาฝนตกแม่มไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง!

ยอดวิวรวม

207

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


207

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


11
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  17 พ.ค. 60 / 20:37 น.
นิยาย [Yaoi] ѹ轹... [ํYaoi] ในวันที่ฝนพร่ำ... | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ในวันที่ฝนพร่ำ...




ⓒ、b a b y
Tiny Grey Pointer

เนื้อเรื่อง อัปเดต 17 พ.ค. 60 / 20:37


 

            เขาว่ากันว่า 'ฝน' เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ล้ำค่า เป็นสิ่งที่เกษตรหลายคนชื่นชอบเพราะมันช่วยในการเกษตรกรรมของพวกเขา แต่สำหรับผมที่เป็นนิสิตนักศึกษาธรรมดาๆแล้ว...

          เกลียด

            ผมเกลียดฝน!!

            ผมเกลียดเวลาที่ฝนตกที่สุด สำหรับผมฝนไม่ได้มีประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น ไม่ใช่แค่ไม่มีประโยชน์แต่ยังสร้างความเดือดร้อนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น

            ผ้าที่ตากไว้ไม่แห้งบ้างล่ะ

            ทำให้เป็นหวัดบ้างล่ะ

            เหนียวเหนอะหนะตัวบางล่ะ

            ออกไปไหนมาไหนไม่ได้บางล่ะ

            แล้วก็อะไรอีกหลายๆอย่างล้วนแล้วแต่เป็นผลเสียที่เกิดการฝนด้วยกันทั้งสิ้นรวมถึงการที่มันกำลังจะทำให้ผมไปสอบไฟนอลวิชาสุดท้ายของช่วงชีวิตปีหนึ่งไม่ทันด้วยเนี่ย เวรเอ้ย!

          ผมนายณัฐวิทย์ เรียนอยู่ปีหนึ่งคณะเภสัชศาสตร์ ชื่อมหาลัยขอไม่บอกแล้วกันปล่อยให้อยากรู้กันเล่นๆ หึ

            13.20

          ผมมีสอบตอนบ่ายโมงครึ่งครับและตอนนี้ก็บ่ายยี่สิบแล้ว โอเค ให้มันรู้กันไปว่าวันนี้ผมจะไปสอบไฟนอลไม่ทันเพราะฝนตก!! จากที่โดยส่วนตัวผมเป็นคนที่เกลียดฝนอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งทำให้ผมเกลียดฝนเข้าไปใหญ่

            ความจริงทางมหาวิทยาลัยของผมมันก็มีรถรับส่งนิสิตนักศึกษาไปตามตึกเรียนต่างๆนะ เมื่อก่อนหน้านี้รถรับส่งมันเสียเงินขึ้นแต่ตอนนี้เพิ่งจะมาปรับเปลี่ยนเป็นขึ้นฟรีครับ และเนื่องด้วยมันฟรีก็เลยมีนิสิตให้ความสนใจใช้บริการเป็นจำนวนมาก จากที่ปกติมันมากอยู่แล้ว บวกกับฝนที่ตกลงมาตอนนี้ ให้ผมยืนรอรถรับส่งเป็นชั่วโมงผมยังไม่ได้ขึ้นรถเลยครับ คนเยอะมาก!

            ผมเลยคิดว่าการที่ผมเดินจากหอพักนิสิตไปยังตึกอาคารเรียนน่าจะใช้เวลาน้อยกว่าและน่าจะทำให้ผมคนนี้ไปสอบทันเวลา แต่มันก็ติดตรงที่ว่าผมไม่มีร่มนี่แหละ ผมเป็นผมไม่ค่อยพกร่มครับ อย่าเรียกว่าพกเรียกว่าผมไม่มีร่มเลยนั่นแหละถูกต้องแล้ว

            เปียก กูเปียกแน่ๆ!

            ผมกำลังทำใจที่จะก้าวออกไปยังตัวนอกอาคารหอพัก เอาวะ เปียกก็ยังดีกว่าขาดสอบแหละครับถูกมั้ย เปียกฝนอย่างมากก็แค่ไม่สบาย

            หนึ่ง สอง สาม

          วิ่ง!!

            ผมวิ่งตากฝนออกมาจากตัวหอพักมุ่งหน้าไปตามทางไปยังตึกที่ผมใช้สอบในวันนี้ แต่อยู่ๆ ไอ้ฝนที่ตกพร่ำๆพาให้เปียกปอนเล็กๆมันก็เกิดเป็นบ้าตกลงมาอย่างกับชาติที่แล้วมันไม่เคยตก ฉิบหาย!! กูเข้าใจนะว่ากูต้องเปียก วิ่งตากผมออกมาแบบนี้มันต้องเปียกแน่ๆอยู่แล้ว แต่ไม่จำเป็นที่กูต้องเปียกประหนึ่งว่าไปกระโดดน้ำเล่นมาไง!

          ในขณะที่ผมกำลังจะโดนฝนที่กำลังตกลงมาอย่างบ้าคลั่งชโลมร่างกายของผมให้เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำ อยู่ๆผมก็สัมผัสได้ถึงวัตถุบางอย่างที่มาบดบังน้ำฝนที่กำลังตกลงมาทำให้ผมกลายเป็นลูกหมาตกน้ำไว้

            หืมมมมม??

            ผมเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบกับร่มสีเทาคันหนึ่งกำลังกางอยู่เหนือหัวของผม และผู้ชายคนหนึ่งที่...เป็นใครก็ไม่รู้โว้ย!!! ผมไม่รู้จัก!

          "เอ่อ..."

            "เดี๋ยวเปียกนะ :)" ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไปสักคำเลย ไอ้คนที่ตัวสูงกว่าผมสัก เอ่อ...เดาจากสายตาน่าจะ6-7เซนเห็นจะได้ ที่กำลังยืนกางร่มสีเทาคันนี้เหนือหัวผมอยู่ก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มออกมาเบาๆ

            "คือ..."

            "เดินเร็ว" มันเอ่ยปากบอกผมอีกครั้ง เออ เดินก็เดินวะ คือผมแค่กำลังงงอยู่ว่า ผมรู้จักกับมันมั้ย?? แต่จากที่ผมจำได้ผมว่าผมไม่รู้จักกับมันนะ แล้วอยู่ดีๆมากางร่มให้ผมแบบนี้คืออะไรวะ? จะว่าจิตใจดีมีน้ำใจเหรอ มันก็เป็นไปได้ครับ แต่มันก็แปลกๆ ผมว่ามันแปลก คนไม่รู้จักกันจะมาช่วยเหลือกันแบบนี้ได้เหรอ หรือจะได้วะ??

            "เฮ้ย!"

            "มองทางดิ มองอะไรกู" อาจจะเป็นเพราะผมกำลังงงและพยายามจะจ้องหน้าของไอ้คนที่กางร่มสีเทาเหนือหัวผมอยู่อย่างพินิจพิจารณา แบบบางทีผมอาจจะเคยรู้จักมันไงครับแต่ผมอาจจะลืมไปอะไรแบบนี้ก็เลยลืมดูทางไปหน่อย เหยียบเข้าไปตรงทางที่มีน้ำฝนขังอยู่ ผลก็คือเปรอะรองเท้ากับขากางเกง เออแฉะไปเลยสิมึง

          "กูรู้ว่ากูหล่อ แต่ควรมองทางก่อนไง" โอโห้ ไอ้สัด มึงเกือบหล่อแล้วถ้ามึงไม่พูดประโยคนี้ออกมา กูไม่มองมึงแล้วก็ได้

            "จะไปตึกไหน?"

            "เรียนรวม" ผมเอ่ยบอกมันอย่างงงๆตอนที่เห็นอาคารเรียนอยู่ด้านหน้า คือกูงงตั้งแต่มันมากางร่มให้แล้วครับแต่ถ้าจะปฏิเสธความช่วยเหลือก็คงไม่ดี คือกูก็จะเปียกมากกว่านี้ เรื่องอะไรจะยอมโง่เปียกล่ะ แค่นี้สภาพก็แย่จะตายห่าแล้ว

            "เปียกหมดเลยเนอะ" ไอ้คนแปลกหน้าว่าหลังจากที่ผมกับมันเดินเข้ามาในตัวอาคารเรียนรวมแล้ว มันกำลังหุบร่มสีเทาของมันแล้วก็บ่นออกมาเบาๆ

            "เอ่อ ขอบคุณนะ"ผมเอ่ยขอบคุณมันออกไปตามมารยาทนั่นแหละครับถึงแม้ว่าถึงจะมีร่มมันมาช่วยบดบังฝนให้ผมก็เปียกอยู่ดีแต่ถ้าไม่มีผมก็คงเปียกกว่านี้ ก็ยังดีแหละวะที่เปียกแค่นี้อะ

            "ไม่เป็นไร ทางเดียวกัน ประหยัดพลังงาน"มันส่ายหัวแล้วก็พูดออกมาพลางยกยิ้มมุมปากเบาๆ คือไอ้ประโยคข้างหลังมันแปลกๆปะ ประหยัดพลังงานเหี้ยอะไรวะครับ บ้าบอ

            "งั้น ขอตัวนะ" ผมบอกมันพลางส่งยิ้มแห้งๆไปให้ คือผมว่าตอนนี้ผมควรที่จะเข้าไปห้องสอบได้แล้วแหละ

            "เดี๋ยว!" ไม่ว่าเปล่าไอ้คนแปลกหน้าก็เอื้อมมือมาฉุดข้อมือของผมเอาไว้ก่อนที่ผมจะได้เดินไปยังห้องสอบของตัวเอง พอดีผมสอบชั้นหนึ่งน่ะครับเลยไม่ต้องขึ้นลิฟต์หรือขึ้นบันได

            "??"

            "เสื้อโคตรบาง" มันมองมายังเสื้อนิสิตของผมพลางขมวดคิ้วให้ยุ่ง เออแต่จะว่าไปเสื้อนิสิตผมมันก็บางจริงๆแหละครับ ปกติมันก็บางของมันอยู่แล้ว ยิ่งเปียกฝนมาแบบนี้มันยิ่งบางไปใหญ่แล้ววันนี้ผมก็ไม่ได้ใส่เสื้อกล้ามทับมาด้วย เรียกได้ว่า ตอนนี้ผมโคตรเซ็กซี่อ่ะ เท่ห์เปล่าล่ะ โชว์บอดี้กันไปเลย และอยู่ๆไอ้คนแปลกหน้าก็ทำการอุจอาจอย่างที่ผมขาดไม่ถึง

            มันถอดเสื้อช็อปสีน้ำเงินที่มันใส่อยู่มาคุมตัวผม!!

          "เห้ย อะไร????"

          "เสื้อมันบาง"

            "แล้ว?" คือก็รู้แล้วว่าเสื้อกูบางแต่ทำไมต้องถอดเสื้อช็อปให้กูด้วย ผมลืมบอกไปว่าไอ้นี่น่าเรียนวิศวกรรมศาสตร์ครับ เพราะมันสวมเสื้อช็อปสีน้ำเงินที่เป็นเครื่องบ่งบอกถึงความเป็นวิศวะ

            "ก็เอาไปคุมไว้"

            "ทำไม?"

            "เออ เอาไปเหอะ มีสอบไม่ใช่เหรอ?" คนแปลกหน้าไม่ตอบคำถามผมแต่กลับไล่ผมให้ไปสอบแทน

            "แล้วไม่ใช้เสื้อเข้าสอบ?" ผมถามออกไปด้วยความสงสัย คือมันถอดเสื้อช็อปให้ผม ตอนนี้มันก็เหลือแค่เสื้อยืดธรรมดาๆที่ใส่ทับไว้ข้างในแล้วมันจะเข้าห้องสอบได้เหรอวะ

            "สอบเสร็จแล้ว รีบไปเข้าสอบเหอะเดี๋ยวไม่ทัน กูไปล่ะ" พูดจบมันก็กางร่มสีเทาคันเดิมที่กางพาผมมาอาคารเรียนรวมแล้วก็เดินจากไปหายไปกับสายฝนที่กำลังตกลงมากระทบกับพื้นแผ่นดิน...

          แปลก??

            แต่ผมก็แปลกกว่าที่เดินเข้ามาในห้องสอบพร้อมกับเสื้อช็อปวิศวะที่คุมตัวอยู่ คือกูเรียนเภสัชแต่มีเสื้อช็อปคุมอยู่คือเหี้ยอะไรเนี่ย!!! สมงสมองหายไปไหนแล้ว หายไปกับสายฝนหมดแล้วเหรอวะ

            "แหะๆ"ผมยิ้มแห้งๆให้กับเพื่อนๆในห้องและอาจารย์คุมสอบที่มองมาที่ผมด้วยสีหน้าและแววตาแปลกประหลาดใจ

            "???"และผมก็รู้สึกประหลาดใจกว่าเพื่อนๆในห้องสอบหรืออาจารย์คุมสอบหลายเท่าเมื่อสอบเสร็จแล้วผมดันซนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อช็อปของคนแปลกหน้าแล้วพบกับกระดาษแผ่นเล็กๆที่มีตัวหนังสือที่ถูกเขียนไว้ด้วยหมึกสีดำ...

          'Line ID : Bnrpteitei

          095XXXXXXX'

          เชี่ยยยยยย!!! แบบนี้ก็ได้เหรอวะครับ?? อ่อยกันแบบนี้ก็ได้เหรอ??

            แต่ถึงแบบนั้นผมก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชั่นไลน์แล้วกดไปยังหน้าค้นหาพิมพ์ไอดีที่อยู่ในกระดาษแผ่นเล็กที่ถูกขีดเขียนด้วยหมึกสีดำ

            เพียงไม่กี่วินาทีที่ผมกดค้นหาไป ก็ขึ้นบัญชีเจ้าของไอดีและปุ่มเพิ่มเพื่อนให้กด

            ผมคิดพิจารณาเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจกดเพิ่มเพื่อนไอ้คนแปลกหน้าที่ทิ้งเสื้อช็อปและไอดีไลน์เอาไว้ในกระเป๋า

            ความจริงผมไม่ได้อยากจะแอดไปหรอกครับแต่ว่า ผมแค่ไม่อยากติดค้างอะไรกับใคร ก็แค่อยากจะคืนเสื้อช็อปให้ถ้าผมไม่แอดไปแล้วผมจะคืนเสื้อช็อปให้มันได้ยังไงล่ะครับ จริงมั้ย

          "แอดมาก็ต้องคุยนะ :)"        

            ไอ้เหี้ย ผีหลอก!! พอผมกดแอดไปแชทไลน์ของคนที่ผมเพิ่งแอดไปเมื่อกี้ก็เด้งขึ้นมาแทบจะในทันที นี่อย่าบอกว่าไอ้คนแปลกหน้าร่มสีเทาเจ้าของเสื้อช็อป(ที่ตอนนี้ก็ยังใช้คุมตัวอยู่)มันกำลังรอให้ผมแอดมันไปอยู่นะ

            "จะคืนเสื้อให้"

          "สอบเสร็จแล้วเหรอ?"

          "อาฮะ"

          "ฝนยังไม่หยุดตกเลยว่ะ ไม่มีร่มใช่ปะ รออยู่นั่นแหละไม่ต้องวิ่งตากฝนออกมานะ เดี๋ยวไปรับ"

            นี่เป็นข้อความล่าสุดที่คนแปลกหน้าตอบไลน์ผมหลังจากนั้นมันก็เงียบหายไปเลย แล้วคิดว่าไงครับ คิดว่าคนอย่างผมจะรอมันมั้ย คำตอบก็คือ...

            ผมรอ เฮ้ย!! อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้นที่ผมรอก็เพราะผมตั้งใจจะคืนเสื้อช็อปให้มันต่างหากไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้นหรอกครับ ถ้าจะมีอะไรที่นอกเหนือกว่านั้นก็คงจะเป็น ผมไม่มีร่มกลับเลยต้องรอคนมารับมั้ง...

            จะว่าไปแล้วเวลาฝนตกมันก็ไม่ได้แย่เสมอไปเหมือนกันเนอะ :)

 

 

 

 

 

 

            "กูบอกมึงกี่ครั้งแล้วว่าให้ใส่เสื้อทับ เสื้อนิสิตมันบาง!"

            "ก็มัน..."

            "ไม่ต้องมาเถียง ไป กลับขึ้นไปบนห้องแล้วไปใส่มาเลย" ผมเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิดเล็กๆ ที่ไอ้บ้าหน้าแมวนี่กำลังจะเอ่ยปากเถียงผมเรื่องเสื้อทับของมัน             

            "ทีตัวเองยังไม่ใส่"

            "มันไม่เหมือนกันเว้ย"

            "ยังไง?"

            "ถามมาก รีบๆขึ้นไปใส่มาเหอะเร็ว หิวข้าวแล้วเนี่ย" ผมว่าแล้วดันหลังให้คนที่เพิ่งเดินลงมาจากหอพักเดินขึ้นไปยังหอพักอีกครั้ง ก็มันหวงนี่หว่า ผมยังจำวันที่ผมรวบรวมความกล้าเข้าไปจีบมันครั้งแรกได้อยู่เลย วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกเหมือนๆกับวันนี้และผมก็เห็นคนบางคนวิ่งตากฝนออกไป โคตรซ่า ฝนก็ตกยังจะวิ่งฝ่าฝนออกไปอีก

            "ขี้เกียจขึ้น"

            "ขึ้นไปเหอะ"

            "ทำไม?"เนี่ย บางทีผมก็หงุดหงิดเวลาที่ไอ้หน้าแมวนี่มันช่างถาม กูรู้ว่ามึงเป็นเรียนเภสัช มึงคือหมอยา แต่ไม่จำเป็นต้องขี้สงสัยหรือช่างถามอะไรแบบนี้ไง

            "เออ กูหวง ขึ้นไปได้ยัง"

            "ยัง :)" ไอ้หน้าแมวว่าพร้อมทั้งระบายยิ้มออกมาอีกทั้งยังทำตาปริบๆมองผม โอ้ยยยย มันน่าจับตีจริงๆ ใครสั่งใครสอนให้มึงน่ารักขนาดนี้วะ

            ผมแอบชอบมันมาตั้งแต่รับน้องแล้วครับ มันเป็นคนที่น่ารัก ทำอะไรก็น่ามองไปหมด ยิ้มทีนี่ตายแบบตายไปเลย แต่ผมก็ไม่กล้าพอที่จะเข้าไปทำความรู้จักอะไรกับมันเพราะผมกลัว กลัวว่ามันจะกลัวผม เพราะผมแม่มเถื่อนไง ผมเรียนอยู่วิศวะปีสอง นิสัยก็เหี้ยๆหน่อย ใครจะกล้าเข้าไปยุ่งกับเด็กเภสัชที่ดูคุณหนูขนาดนั้นล่ะ

            จนในที่สุดผมก็ทนไม่ได้ที่จะอยู่เฉยๆคอยแอบมองมันไปวันๆไม่ไหว ผมก็เลยเข้าไปตีเนียนจีบมันในวันนั้น วันที่ฝนตก วันที่มันวิ่งตากฝนเพื่อที่จะไปสอบ

            "พูดดีๆด้วยก่อนแล้วจะขึ้นไป" ไอ้หน้าแมวว่าแล้วอมยิ้มน้อยๆ

            "..."

            "ไม่งั้นก็ไม่ขึ้นอ่ะ"

            "เอออออ!" ผมถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เออ ผมยอมมันก็ได้วะ ถ้าไม่ติดว่าชอบ ว่าหวง ว่าห่วง ผมไม่ยอมใครง่ายๆหรอกนะรู้ไว้เลย

            "ขึ้นไปใส่เสื้อทับนะ...ครับ"

            "..."

            "พี่หวง" ประโยคนี้ผมขยับเข้าไปกระซิบข้างหูมันเบาๆ ซึ่งมันก็เรียกความเขินของอีกคนได้เป็นอย่างดี เออเว้ย เวลาเขินนี่ก็โคตรน่ารัก แก้มแดงๆ ตากลมๆรอยยิ้มบางๆ ไม่หิวแล้วข้าวกูอยากจับแมวตรงหน้าแดกแล้วเนี่ย น่ารักชิบหาย

            "ขึ้นไปได้แล้วจะได้ไปกินข้าวกัน"

            "อืม"

            "เร็วๆล่ะ เดี๋ยวคิดถึง"

            "ไอ้กระรอกบ้า!"ไอ้หน้าแมวว่าแล้วก็รีบเดินขึ้นหอขอมันไป หึหึหึ น่ารักเว้ย น่ารักโว้ยยยยย!! ถ้าถามว่าทำไมไอ้แมวมันเรียกผมว่ากระรอก เพราะผมชอบลอกข้อสอบ เอ่อ ไม่ใช่เว้ย เพราะผมเลี้ยงกระรอกต่างหาก เห็นเถื่อนๆแบบนี้ผมก็มีมุมดีๆอยู่เหมือนกันนะ ถ้าผมไม่ดี ผมคงจีบไอ้หน้าแมวไม่ติดหรอก กว่าจะจีบไอ้หน้าแมวติดใช้เวลาไม่น้อยเลยนะ แต่ก็ถือว่าคุ้มแหละครับ ก็ดูสิ น่ารักขนาดนี้ให้จีบเป็นสิบปียังจีบไหวเลย :)

ผลงานทั้งหมด ของ mayrisung

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 .. ... ...- . (@kawinporn-jertam) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 23:14
    หูยยยยดีอ่ะ มีความไบร์ทมิวซ์มากกกกก 55555
    #1
    0