คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Yaoi] Back‬ in time...หากย้อนเวลากลับไป

โดย mayrisung

หากย้อนเวลากลับไปได้...

ยอดวิวรวม

838

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


838

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


17
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ธ.ค. 58 / 19:57 น.
นิยาย [Yaoi] Back‬ in time...ҡ͹ҡѺ [Yaoi] Back‬ in time...หากย้อนเวลากลับไป | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

 

Back in time...
หากย้อนเวลากลับไป

 

หากย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะดูแลเขาให้ดีกว่านี้

หากย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะไม่ทำร้ายจิตใจของเขา

หากย้อนเวลากลับไปได้ ผมจะรั้งเขาไว้...

 

 

 

 

           

q ♕ lala.

เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ธ.ค. 58 / 19:57


 

 

            ในช่วงฤดูหนาวปลายปีที่แล้ว ณ สถานที่ ที่ผมกับเขาจะไปนั่งเล่นด้วยกันเป็นประจำทุกๆปี สถานที่ที่มีความทรงจำอันมากมายของผมกับเขา

            “กี่ปีแล้วนะที่เรามานั่งเล่นด้วยกันแบบนี้”เสียงใสๆที่หวานจับใจเอ่ยขึ้นถามในขณะที่เจ้าตัวกำลังเหม่อมองไปยังท้องฟ้าเบื้องบน

            “ก็ตั้งแต่...”ผมพยายามนึกหาคำตอบให้กลับคำถามเมื่อครู่นั้นแต่คำถามนั้นมันอาจจะยากเกินไปสำหรับผมเพราะว่าคิดเท่าไหร่ผมก็คิดไม่ออก

            “ถ้านับจากที่เราคบกันก็สี่ปีแต่ถ้านับตั้งแต่เราเจอกันก็เจ็ดปีแล้ว พี่จำไม่ได้เหรอครับ?”เจ้าของน้ำเสียงหวานๆละสายตาจากท้องฟ้าแล้วหันมาส่งสายตาตัดพร้อใส่ผมเล็กๆ

            “ฉันขอโทษ”

            “ไม่เป็นไร ผมเข้าใจ”พูดพร้อมทั้งกับยิ้มออกมาน้อยๆ

 

ผมไม่เคยรู้เลยว่ารอยยิ้มและคำพูดที่บอกว่าไม่เป็นไรนั้น มันจะแฝงความเจ็บปวดของเขาเอาไว้

 

“กลับกันมั้ย?” ผมเอ่ยถามเจ้าของน้ำเสียงหวานๆที่นั่งเหม่อมองวิวทิวทัศน์รอบๆอยู่ข้างๆกายผม สถานที่แห่งนี้คือสวนสาธารณะที่สวยงามและร่มรื่นแต่น่าแปลกใจที่ไม่ค่อยมีคนมาใช้บริการเสียเท่าไหร่อาจเป็นเพราะว่ามันอยู่ไกลจากตัวเมืองมากก็เป็นไปได้

“...” ไร้การตอบรับจากเจ้าของน้ำเสียงหวานๆ คงกำลังเข้าสู่โหมดโลกส่วนตัวอยู่สินะ

“พัตเตอร์กลับกันเถอะ”ผมเอื้อมมือไปจับไหล่คนที่นั่งเหม่อลอยเบาๆ เจ้าตัวสะดุ้งน้อยๆแล้วหันมามองหน้าผมอย่างสงสัย “กลับกันเถอะ”

“แต่เราเพิ่งมากันเองนะพี่วิน จะกลับแล้วเหรอ”

“ฉันมีงานต้องไปทำต่อ”คนฟังชักสีหน้าไม่พอใจใส่ผมน้อยๆ ก็ผมมีงานที่ต้องทำจริงๆนี่น่า จะมางอแงใส่ผมมันไม่ถูกเลยนะ

“งั้นพี่กลับไปก่อนเถอะผมขออยู่ที่นี่อีกสักพัก”

“เอางั้นก็ได้” ผมยักไหล่น้อยๆแล้วลุกขึ้นเดินออกมาจากสวนสาธารณะโดยไม่ได้หันกลับไปมองเจ้าของน้ำเสียงหวานๆร่างเล็กๆที่มีนามว่า พัตเตอร์เลยแม้แต่น้อย

 

ถ้าหากผมหันกลับไปมองคนตัวเล็กสักนิดผมก็จะรู้ว่าสายตาที่เขาส่งมาไล่หลังผมมันดูเศร้ามากแค่ไหน

 

ผมชื่อนาย กวินเป็นมนุษย์ที่ค่อนข้างจะบ้างานแบบเข้าเส้น อาจจะเป็นเพราะผมเป็นนักศึกษาที่เพิ่งจะจบมาใหม่ๆก็เลยร้อนวิชาและอยากจะทำงานให้ออกมามีประสิทธิภาพดีๆก็เลยค่อนข้างที่จะใส่ใจและหมกมุ่นอยู่กับงานเป็นพิเศษโดยลืมที่จะสนใจสิ่งอื่นๆรอบตัวไป ลืมสนใจแม้กระทั้งคนรักของตัวเอง

“งานนี้สำเร็จได้เพราะน้องกวินเลยนะเนี่ย เก่งจริงๆ”

“ขอบคุณครับ”ผมเอ่ยขอบคุณพี่ที่ร่วมทำงานกันอีกทั้งพี่เขายังเป็นถึงหัวงานงานในโปรเจ็คครั้งนี้ ที่ผมเพิ่งจะทำสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง

“ไหนๆงานเราก็เสร็จแล้วไปฉลองกันหน่อยมั้ยทุกคน”

“เฮ้! ฉลองๆ”ทุกๆคนที่เป็นทีมงานในโปรเจ็คครั้งนี้ต่างดีใจที่ได้ยินหัวงานเอ่ยปากชวนไปฉลอง ผมเองทีแรกก็ว่าจะไม่ไปร่วมฉลองด้วยหรอกแต่พี่หัวงานคะยั้นคะยอจนผมต้องไปฉลองด้วยนี่สิ

“ชนแก้ว!!”แอลกอฮอล์หลายต่อหลายแก้วถูกยกขึ้นมาชนกันหลังจากนั้นมันก็ถูกผู้คนที่เป็นเจ้าของแก้วใบนั้นกลืนกินเขาไป

“หมดแก้ว หมดแก้ว”ผมที่ตั้งใจว่าจะค่อยๆจิบไปที่ละนิดๆก็ถูกคนในกลุ่มที่ร่วมงานกันยุให้หมดแก้วๆอยู่นั่นแหละ ได้! หมดแก้วก็หมดแก้ว

“เยี่ยม!”ทุกคนต่างหันมายกนิ้วให้ผม จากนั้นก็เริ่มกันชนแก้วกันใหม่ ชนแก้วเสร็จก็หมดแก้ว วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆจนผมเริ่มรู้สึกมึนๆหัวขึ้นมาแล้วสิ สงสัยจะดื่มมากเกินไป

“เด็กๆ เนื่องด้วยในวันนี้โปรเจ็คของพวกเราลุล่วงไปด้วยดี ฉันในฐานะที่เป็นหัวหน้างานก็ขอจัดของขวัญเล็กๆน้อยๆให้แล้วกัน สาวๆมามะ” พอพี่หัวหน้างานพูดจบอยู่ๆก็มีสาวๆหุ่นสวยหมวยเอ็กซ์โผล่มาจากไหนไม่รู้เยอะแยะยั้วเยี้ยเต็มไปหมด หนึ่งในกลุ่มสาวๆพวกนั้นก็มีคนหนึ่งมานั่งแทรกอยู่ข้างๆผม อะไรวะเนี่ย!

“คืนนี้เรามาสนุกกันเถอะ”เธอพูดพลางส่งรอยยิ้มหวานมาให้ผมอีกทั้งเธอยังเอื้อมมือมาคล้องคอผมไว้อีกด้วย

“...”

“ฉันถูกใจนายจัง คิก” เธอว่าแล้วยื่นใบหน้าสวยๆของเธอเข้ามาใกล้ผมก่อนที่เธอจะค่อยๆประทับริมฝีปากของเธอลงบนแก้มของผมเสียงดังจ๊วฟ!

“ทำอะไรของเธอ”ผมผลักเธอออกจากตัวหลังจากที่เธอจูบแก้มผม เธอมีสีหน้างงเล็กน้อยที่ผมมีปฏิกิริยาแบบนั้นแต่ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้นเพราะเธอเริ่มคลี่ยิ้มบางออกมาจากนั้นเธอเข้ามากระซิบที่ข้างหูผมเบาๆ “ไม่เคยเหรอคะ?” ผมค่อนข้างที่จะโมโหกับคำถามนั้นของเธอดูถูกกันนี่สาวน้อย เนื่องด้วยอารมณ์โทสะและฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้ผมเอื้อมมือไปสัมผัสกับใบหน้าสวยๆของเธอแล้วค่อยๆประทับริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากสวยของเธออย่างเร่าร้อน หึ ดูถูกคนอย่างฉันเกินไปนะสาวน้อย แต่ทว่าในขณะที่ผมกำลังจูบกับผู้หญิงคนนี้อย่างดูดดื่มอยู่ดีๆในหัวของผมก็มีภาพของใครบางคนซ้อนทับขึ้นมา

พี่วิน

ภาพของคนตัวเล็กและน้ำเสียงหวานใสของคนที่มีรอยยิ้มอันสดใสที่ชอบงอแงใส่ผมอยู่บ่อยๆลอยขึ้นมาในหัว...พัตเตอร์

ผมผละออกจากจูบอันดูดดื่มระหว่างผมและผู้หญิงคนนั้นพลางหันไปมองเพื่อนร่วมงานรอบๆตัวที่บัดนี้กำลังนัวเนียอยู่กับสาวๆกันอย่างรื่นเริงบันเทิงจิต

            “มีอะไรเหรอ?”เธอคนที่จูบกับผมไปเมื่อครู่เอ่ยถามพลางจะเข้ามาซุกไซร้ผมต่อแต่ทว่า

            “ขอโทษนะ”ผมเอ่ยขอโทษกับเธอแล้วลุกออกมาจากรานเหล้าที่พวกเรากำลังสังสรรค์กันอยู่ทันทีโดยไม่มีการบอกลาเพื่อนร่วมงานหรือพี่หัวหน้างานใดๆทั้งสิ้น ผมไม่อยากขัดจังหวะความสุขของคนพวกนั้น แถมตอนนี้ก็เมากันหมดแล้วบอกไปก็เท่านั้นแหละ

            ผมพยายามรวบรวมสติที่พอเหลืออยู่ของตัวเองขับรถกลับคอนโดที่ค่อนข้างที่จะไกลจากที่ที่ผมสังสรรค์พอสมควร การขับรถด้วยสติที่ไม่ครบถ้วนด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์นี่มันอันตรายนะ แต่โชคดีที่ผมรักษาสติที่พอเหลือของตัวเองไว้ได้จึงขับรถกลับมาถึงคอนโดของตัวเองอย่างปลอดภัย

“พัตเตอร์” ผมเอ่ยเรียกคนตัวเล็กที่คาดว่าตอนนี้น่าจะหลับอยู่ในห้องให้ออกมาเปิดประตูห้องให้ผมเพราะผมดันหาคีย์การ์ดเข้าห้องไม่เจอน่ะสิไม่รู้ว่าเก็บไว้ที่ไหนหรือลืมไว้ที่ไหน หรือผมหาไม่เจอเองหรือเปล่าก็ไม่รู้

“...” ไร้เสียงตอบรับจากคนในห้อง คงหลับไปแล้วนั่นแหละ

“พัตเตอร์!!

“...”

“พัต…!!” ในขณะที่ผมกำลังจะส่งเสียงเรียกคนในห้องอีกครั้งประตูห้องที่ปิดสนิทก็เปิดออกพร้อมกับร่างเล็กๆที่อยู่ในชุดนอนน่ารักและสีหน้าที่งัวเงียบ่งบอกได้ชัดว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวกำลังนอนหลับอย่างสบาย

“โทษทีพอดีฉันหาคีย์การ์ดไม่เจอน่ะ”ผมเอ่ยบอกกับคนตัวเล็กพลางเดินเข้ามาในห้อง

“พี่วินไปไหนมาทำไมกลับดึกจัง”คนตัวเล็กที่เดินตามหลังผมมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ยังดูงัวเงียๆอยู่

“งานน่ะนายไปนอนต่อเถอะ”

“งาน? งานอะไรกลิ่นเหล้าหึ่งแบบนี้ แล้ว...”คนตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้ๆผมแล้วจ้องมองไปยังที่คอของผม อะไรวะที่คอผมมีอะไรเหรอ? “พี่วินไปทำอะไรมากันแน่”

“ก็ทำงานไงเป็นอะไรของนาย เซ้าซี้จัง” ผมถามออกไปอย่างหงุดหงิด คนตัวเล็กเป็นอะไรถึงได้ทำตัวน่ารำคาญแบบนี้ถามอยู่นั้นแหละ บอกว่างานก็งานสิวะ

“งานของพี่นี่มันจำเป็นต้องมีรอยลิปสติกติดอยู่ตรงที่คอพี่ด้วยเหรอครับ!” รอยลิปสติกเหรอ? ผมเดินไปยังหน้ากระจกที่อยู่ใกล้ๆจึงสังเกตเห็นรอยบางอย่างบนคอของผม อ่า...รอยลิปสติกจริงๆด้วย คงเป็นตอนที่ผู้หญิงคนนั้นเข้ามากระซิบข้างๆหูผมแน่ๆเลย ยัยบ้าเอ้ย!

“พัตคือพี่...”ผมที่กำลังจะหันไปอธิบายให้คนตัวเล็กฟังว่าเรื่องมันเป็นมายังไง ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะให้ผู้หญิงคนนั้นมาทำแบบนี้สักหน่อย แต่คนตัวเล็กกลับหันหลังให้ผมเสียอย่างนั้น

“ช่างมันเถอะครับ ผมเข้าใจพี่ พี่คงมีเหตุผลของพี่นั่นแหละ พรุ่งนี้ผมมีเรียน ขอตัวนอนก่อนนะครับ” ทั้งๆที่ผมควรจะรั้งคนตัวเล็กไว้เพื่อที่จะอธิบายแต่ผมก็กลับปล่อยคนตัวเล็กให้เดินจากไปเสียอย่างนั้น

“เข้าใจก็ดีแล้ว”

ถ้าหากผมรู้สึกตัวสักนิดผมก็คงจะรู้ว่าสิ่งที่คนตัวเล็กบอกว่าเข้าใจ จริงๆแล้ว เขาไม่เข้าใจอะไรเลยเขาต้องการคำอธิบายจากผม

 

ลมหนาวพัดผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างทำให้ผมที่กำลังนอนอยู่บนเตียงอันแสนนุ่มนิ่มลุกขึ้นมาด้วยความไม่สบอารมณ์เสียเท่าไหร่นัก ผมจำได้ว่าผมเพิ่งนอนไปได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงเองมั้ง  แต่ก็ดีแล้วล่ะที่ผมตื่นไม่งั้นผมคงต้องได้ไปทำงานสายแน่ๆเลย แต่จะว่าไป คนตัวเล็กที่ปกติจะนอนอยู่ข้างๆผมหายไปไหนล่ะ?

“พัตเตอร์” ผมส่งเสียงเรียกพลางเดินไปยังห้องน้ำ

“คะ ครับ”คนตัวเล็กที่อยู่ในห้องน้ำก่อนหน้าผมมีอาการรนนิดหน่อยที่เห็นผมเดินเข้าไป หืม?

“มีอะไรหรือเปล่า?”ผมขมวดคิ้วมองไปยังคนตัวเล็กอย่างสงสัย จะว่าไปคนตัวเล็กดูตัวซีดแปลกๆไปมั้ยนะ แต่คงไม่หรอกมั้งผมคงจะคิดไปเอง จริงๆแล้วช่วงนี้มันเป็นหน้าหนาวจะตัวซีดบ้างก็คงไปแปลก ก็อากาศมันหนาวน่ะนะ

“ปะ เปล่านี่ครับ พี่วินจะอาบน้ำเหรอเอาสิครับผมใช้ห้องน้ำเสร็จพอดี”คนตัวเล็กว่าด้วยความรนๆแล้วเดินสวนผมไปแต่ทว่าในขณะที่เรากำลังเดินสวนกันนั้น

“พัต เดี๋ยว...เฮ้ย!”ผมเรียกคนตัวเล็กไว้กะจะบอกว่าให้ช่วยเตรียมอาหารเช้าให้ผมหน่อย ผมจะรีบไปทำงานขี้เกียจต้องมาวุ่นทำเองเดี๋ยวไปทำงานสาย แต่ความคิดนี้ก็ถูกลบหายไปเมื่อผมมองกลับไปยังคนตัวเล็ก คนตัวเล็กที่บัดนี้มีเลือดไหลออกมาจากจมูกเป็นจำนวนมากพอสมควร เฮ้ยยย!

“ครับ?”คนตัวเล็กมองหน้าผมงงๆ ประหนึ่งไม่ได้รู้ตัวเองเลยว่ามีเลือดไหลออกมาจากจมูก

“เลือด”ผมชี้นิ้วไปที่จมูกของตัวเองเพื่อสื่อวารกับคนตัวเล็กเป็นแนวว่า เลือดมันไหลออกจากจมูกโว้ยอะไรแบบนั้น

“อ่ะ”คนตัวเล็กยกมือขึ้นมาเช็ดเลือดตรงที่จมูกแล้วมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยพลางเงยหน้าขึ้นมองเพดาน

“ไปทำอะไรมา”ผมเดินเข้าไปหาคนตัวเล็กแล้วช่วยเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากจมูกของคนตัวล็ก

“เปล่าครับ...อากาศมันคงจะหนาวเกินไปน่ะ พี่วินไม่ต้องห่วงหรอกรีบไปอาบน้ำเถอะครับเดี๋ยวไปทำงานสายนะ”

“อื้ม ช่วงนี้อากาศหนาวก็ดูแลตัวเองดีๆด้วยแล้วกัน เป็นอะไรขึ้นมาแล้วจะยุ่ง แต่ว่านี่นายโอเคใช่มั้ย?”

“ผมโอเคครับไม่ต้องเป็นห่วง ว่าแต่พี่วินเหอะยืนคุยกับผมนานขนาดนี้สายแล้วนะครับรู้มั้ย”คนตัวเล็กว่าด้วยรอยยิ้มพลางเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากจมูกไปด้วย

“เออจริง งั้นฉันอาบน้ำล่ะ ถ้านายไม่เป็นอะไรมาก รบกวนช่วยเตรียมอาหารเช้าให้ก็จะดีมาก ขอบคุณนะ”

“ครับเดี๋ยวผมจัดการให้”คนตัวเล็กว่ายิ้มๆจากนั้นก็เดินออกไปส่วนผมก็เข้าไปในห้องน้ำอาบและทำภาระกิจส่วนตัว

 

ถ้าหากผมช่างใจสักนิดว่าสิ่งที่คนตัวเล็กพูดออกมามันไม่ได้เป็นความจริง ถ้าผมฉุกคิดให้ดีสักนิดว่าเลือดกำเดามันจะไหลเฉพาะตอนหน้าร้อน ถ้ามันไหลออกมาตอนหน้าหนาวเนี่ยแปลก ถ้าผมสักเกตดีๆก็จะเห็นว่ารอยยิ้มของคนตัวเล็กที่ส่งมาให้ผมมันคือรอยยิ้มที่แสนเศร้า

 

“พี่วินว่างอยู่มั้ยครับ?” คนตัวเล็กเดินเข้ามาหาผมในขณะที่ผมกำลังปั่นงานของตัวเองอยู่บนโต๊ะทำงาน

“มีอะไร?”ผมหันไปมองคนตัวเล็กน้อยๆก่อนที่จะหันกลับมาสนใจงานตรงหน้าต่อ

“คือว่าผมมีเรื่องจะบอกพี่น่ะ”

“ว่ามาสิ”ทั้งๆที่ผมตอบกลับไปแบบนั้นแต่ผมก็ไม่ได้หันไปมองสีหน้าและใบหน้าของคนตัวเล็กเลยสักนิดมั่วแต่สนใจกับกองกระดาษและโน๊ตบุ๊ค สนใจแต่งานตรงหน้าที่กำลังทำอยู่เท่านั้น

“คือว่า ผม คือผม...”

กริ้งงงงงงงงง

เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นขัดการพูดที่คนตัวเล็กกำลังพยายามจะพูดบอกกับผม

“ฮัลโหล ครับ ใช่ครับ ตอนนี้เลยเหรอครับ ได้ครับผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละครับ ครับ ขอบคุณครับ”ผมกดรับสายโทรศัทพ์นี้ถึงได้รู้ว่าหัวหน้างานต้องการจะดูงานที่ผมกำลังทำอยู่เพื่อเอาไปประสานงานกับทางอื่นต่อและต้องการที่จะเอางานกับผมตอนนี้เลยทำให้ผมต้องรีบไปที่บริษัทแล้วแหละ

“พี่วินคือ...”คนตัวเล็กที่ยืนเงียบอยู่เอ่ยเรียกผมขึ้น จะว่าไปก่อนหน้านึ้คนตัวเล็กมีเรื่องจะคุยกับผมนี่น่าแต่ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยกลับมาคุยกันแล้วกัน ตอนนี้ผมต้องรีบเอางานไปให้หัวหน้างานดูแล้ว

“เอาไว้คุยกันที่หลังนะตอนนี้ฉันต้องรีบเอางานไปส่ง ฝากห้องด้วย ไปล่ะ” ผมว่าแล้วรีบจับยัดงานของตัวเองใส่กระเป๋าจากนั้นก็รีบเดินออกจากห้องไปโดยไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของคนตัวเล็กเลย

 

ถ้าหากผมสังเกตสักนิดผมก็จะมองเห็นสีหน้าลำบากใจของคนตัวเล็ก ถ้าผมยอมเสียเวลาที่จะฟังสิ่งที่คนตัวเล็กจะพูดบอกผมสักนิดผมก็คงจะรู้ว่าสิ่งที่คนตัวเล็กจะพูดบอกผมมันคืออะไร

วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมต้องลุยกับงานอันมากมายให้เสร็จสิ้น แต่ทว่า

“พี่วิน ผมอยากไปดูหนัง ไปดูหนังกันนะ”คนตัวเล็กที่ช่างไม่รู้กาลเทศะอะไรบ้างเลย พูดขึ้นมาพลางเดินเข้ามาหาผม ไม่เห็นหรือไงว่าคนกำลังทำงานอยู่

“ฉันทำงานอยู่ ไม่เห็นเหรอไว้วันอื่นแล้วกัน”

“วันอื่นพี่ก็อ้างงานอีกนั่นแหละ ไปดูหนังกันน๊า นะ แป๊บเดียวเอง”คนตัวเล็กส่งเสียงออดอ้อนนี่ถ้าเกิดเป็นเมื่อก่อนถ้าคนตัวเล็กมาทำแบบนี้ใส่ผมว่าผมคงยับยั้งช่างใจในความน่ารักของคนตัวเล็กไม่ไว้คงต้องมีเผลอขโมยจูบกันบ้างแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ งานสำคัญกับผมมากจริงๆ ขอโทษนะพัตเตอร์ที่มุกนี้ใช้ไม่ได้กับฉันแล้ว

“ถ้าอยากดูก็ไปดูคนเดียวก็ได้นี่ ฉันไม่ว่าง”

“เดี๋ยวนี้พี่เห็นงานสำคัญกว่าผมอีกนะพี่วิน!”คนตัวเล็กเริ่มจะงี่เง่าแล้วนะ ก็บอกว่าไงว่าทำงานๆ ยังจะมางี่เง่าใส่อีก ใช้ได้ที่ไหนกัน

“อย่ามางี่เง่าแบบนี้ ฉันไม่ชอบ!

“ผมจะไม่งี่เง่าเลยถ้าพี่สนใจผมบ้าง แต่นี่อะไร พี่ยังเห็นผมอยู่ในสายตาพี่บ้างมั้ย!”คนตัวเล็กทุบโต๊ะทำงานผมเสียงดังปังไม่รู้ว่าไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนตัวก็เล็กแค่เนี่ยแต่แรงที่ทุบโต๊ะไปเมื่อกี้ไม่ใช่น้อยๆเลยนะ

“พัตเตอร์!!”ผมมองหน้าคนตัวเล็กอย่างเหลืออด คนจะทำงานโว้ย คนจะทำงานแล้วมางี่เง่ามาทุบโต๊ะแบบนี้คิดว่าจะมีสมาธิทำมั้ย “รู้ใช่มั้ยว่าฉันไม่ชอบคนงี่เง่า ถ้าอยากจะงี่เง่านักก็ไปทำที่อื่นไม่ใช่ตรงนี้ จะไปไหนก็ไป ไป!!!”ผมตวาดคนตัวเล็กเสียงดังลั่นด้วยความโมโห จริงๆผมก็แอบตกใจตัวเองเหมือนกันที่โมโหคนตัวเล็กได้ขนาดนี้ แต่มันก็น่าโมโหมั้ยล่ะ งี่เง่าไม่เข้าเรื่อง น่ารำคาญ

“พี่วิน...”

“...”

“ถ้าเป็นแบบนี้ ผมว่า....เราเลิกกันดีมั้ย”คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นน้ำเสียงที่แสนแผ่วเบาราวกับกระซิบแต่ทว่ามันกลับดังก้องในใจของผม นี่คนตัวเล็กกำลังจะขอเลิกกับผมงั้นเหรอ “ถ้าการที่มีผมอยู่ด้วยแล้วมันทำให้พี่ไม่สบายใจ ลำบากใจ ไม่สะดวกในการทำงาน ผมว่าเราเลิกกันก็ได้นะ”

“...”

“ขอโทษที่ผมทำให้พี่เสียเวลาในการทำงานนะครับ แต่ต่อไปนี้ผมจะไม่มายุ่งกับพี่อีกแล้ว พี่กวิน...”สิ้นประโยคคนตัวเล็กก็ก้าวขาออกห่างจากผมไปเรื่อยๆ ทั้งๆที่ผมควรจะเอื้อมมือไปรั้งคนตัวเล็กแล้วบอกว่าอย่าไปเลย แต่ผมกลับนิ่งเงียบปล่อยให้คนตัวเล็กเดินจากไปแล้วทำงานของตัวเองต่ออย่างนั้น ผมคิดแค่ว่าเดี๋ยวค่อยไปง้อคนตัวเล็กทีหลังก็ได้ ตอนนี้ทำงานของตัวเองให้เสร็จก่อน  แต่ใครจะไปรู้ว่าการตัดสินใจของผมครั้งนี้มันจะผิดมหันต์

 

ถ้าหากผมเอื้อมมือไปรั้งคนตัวเล็กไว้สักนิด....ก็คงดี

 

วันนี้เป็นวันที่ผมไม่มีงาน เพราะผมรีบเคลียร์งานทุกอย่างจนเสร็จสิ้นหมดแล้ว และวันนี้ผมก็ตั้งใจจะไปง้อคนตัวเล็กที่เพิ่งขอเลิกกับผมไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เฮ้อออ ตอนนี้ผมแต่งตัวดูดีหรือยังนะ ผมควรจะง้อคนตัวเล็กยังไงดี เอาเป็นว่าค่อยไว้คิดตอนเจอหน้าคนตัวเล็กก็แล้วกัน ว่าแต่ว่าคนตัวเล็กจะมีสีหน้ายังไงตอนเจอผมนะจะยังคงโกรธผมอยู่หรือเปล่า

ผมเอื้อมมือไปกดออดหน้าบ้านของคนตัวเล็กหนึ่งที แต่ดูเหมือนว่ายังไม่มีวี่แววที่จะมีคนออกมาเปิดประตูให้ผมเอาเสียเลย จะว่าไปบ้านของคนตัวเล็กก็ดูเงียบๆเหมือนกันนะ ผมกดออดหน้าบ้านไปอีกสองสามที คราวนี้มีผู้ชายที่ผมค่อนข้างที่จะคุ้นหน้าคุ้นตาดีเดินออกมาจากตัวบ้าน

“สวัสดีครับพี่พีค” ผมเอ่ยทักผู้ชายที่เดินออกมา ผู้ชายคนนี้อายุมากกว่าผมสองปีและที่สำคัญผู้ชายคนนี้ก็คือพี่ชายของพัตเตอร์ พี่ชายของคนที่ผมต้องการจะมาง้อในวันนี้

“มาทำไม”พี่พีคเอ่ยถามผมด้วยน้ำเสียงเรียบๆ เฮ้ย! ปกติพี่พีคเขาเอ็นดูผมจะตาย วันไหนที่ผมทะเลาะกับพัตเตอร์ก็มีพี่พีคนี่แหละที่ค่อยช่วยเหลือผม แต่ทำไมวันนี้พี่พีคเขาถึงดูแปลกไปแบบนี้ล่ะ

“เอ่อ ผมมาหาพัตเตอร์ครับพี่ พอดีว่าเราทะเลาะกันนิดหน่อยผมเลยกะว่าจะมาง้อ...”

“ไม่คิดว่ามันสายไปหน่อยเหรอ!”พี่พีคพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูโมโหอีกทั้งยังมองผมด้วยสายตาไม่พอใจ นี่มันอะไรกันทำไมพี่พีคถึงมองผมด้วยสายตาแบบนั้นแล้วทำไมมันถึงจะสายไปที่ผมจะมาง้อพัตเตอร์ พัตเตอร์มีคนใหม่ไปแล้วเหรอ

“สายอะไรครับพี่ พัตเตอร์มีคนใหม่ไปแล้วเหรอ ผมไม่ยอมนะ พี่ไปเรียกพัตเตอร์มาคุยกับผมเดี๋ยวนี้เลย!

“แกมันโง่หรือโง่มากกันแน่วะ!!”พี่พีคตะคอกเสียงใส่ผมพลางเดินหายเข้าไปในบ้านแล้วกลับออกมาพร้อมกับสมุดอีกเล่มหนึ่งที่มีความหนาพอสมควรอยู่ในมือ “เอานี้ไปซะ แล้วอย่ากลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก เพราะถ้าฉันเห็นหน้าแกอีกเมื่อไหร่ ฉันฆ่าแกแน่ กลับไป!!”พี่พีคพูดด้วยสีหน้าจริงจังและหน้ากลัวแล้วโยนสมุดเล่มนั้นมาให้ผมจากนั้นพี่แกก็เดินเข้าไปในบ้านแล้วปิดประตูบ้านดังปัง

“อะไรวะ” ผมบ่นกับตัวเองเบาๆพลางยกสมุดที่พี่พีคโยนมาให้ผมเมื่อกี้ขึ้นมาดู หน้าปกสมุดถูกปากกาสีดำเขียนเอาไว้ว่า บันทึกของพัตเตอร์

ไดอารี่ของพัตเตอร์งั้นเหรอ?  พี่พีคเอามาให้ผมทำไม แต่ก็ช่างเถอะเอาไว้กลับไปอ่านที่ห้องแล้วกันวันนี้เห็นที่จะมาเสียเที่ยวแล้วสิ

“นายควรหายโกรธฉันได้แล้วนะพัตเตอร์” ผมตะโกนประโยคทิ้งท้ายไว้ที่หน้าบ้านของคนตัวเล็ก ผมคิดว่าถ้าคนตัวเล็กไม่หูหนวกก็คงจะได้ยินสิ่งที่ผมพูด ก่อนที่จะขับรถกลับมายังคอนโดของตัวเอง

พอผมกลับมาถึงคอนโด ผมก็ลองกดโทรศัพท์ไปหาคนตัวเล็กดู เผื่อว่าคนตัวเล็กจะพอเห็นใจผมเปิดเครื่องโทรศัพท์บ้าง แต่สิ่งที่ผมได้รับกลับมาคือ คนตัวเล็กยังคงเปิดเครื่องโทรศัพท์เหมือนเดิม ให้ตายสิงอนนานไปแล้วหรือเปล่าตั้งแต่วันนั้นที่คนตัวเล็กขอผมเลิกผมก็ไม่ได้ติดต่อคนตัวเล็กไปเพราะมัวแต่ทำงานจะมาติดต่ออีกที่ก็สองสามวันถัดมา แต่พอติดต่อไปคนตัวเล็กก็ปิดเครื่องโทรศัพท์ผมเลยไม่ได้ปรับความเข้าใจกับคนตัวเล็กสักทีจนวันนี้ผมมีโอกาสได้ไปง้อถึงที่บ้านแต่คนตัวเล็กก็ไม่ยอมออกมาเจอผมแถมยังให้พี่ชายออกมาไล่ผมพร้อมกับโยนสมุดบันทึกมาให้ผมอีก จริงสิ สมุดบันทึกนั่น….บางทีอาจมีอะไรดีๆซ่อนอยู่ในสมุดเล่มนี้ก็ได้ เมื่อคิดได้แบบนั้นผมจึงรีบหยิบสมุดบันทึกที่พี่พีคพี่ชายของพัตเตอร์โยนมาให้ผมขึ้นมาเปิดอ่าน

 

บันทึกของพัตเตอร์

11/11/20xx

วันนี้ผมไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะที่ผมชอบไปเป็นประจำทุกทีที่มีโอกาสตามปกติแต่สิ่งที่ไม่ปกติผิดไปจากเดิมนั่นคือ ผมเจอผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งที่ประจำของผม

นี่นายไปนั่งที่อื่นเลยตรงนั่นมันที่ของฉันนะเว้ย!’ ด้วยความที่ผมเป็นคนที่ค่อนข้างหวงที่ผมเลยเอ่ยปากพูดออกไปอย่างแมนๆ แต่พอนายคนนั้นที่นั่งอยู่บนม้านั่งที่ประจำขอผมหันมามองผมด้วยสายตาที่ดูโหดๆ เท่านั้นผมก็น้ำตาคลอแล้ว แง่ง!

เฮ้ย ร้องไห้ทำไมเนี่ยแต่ทว่าสิ่งที่ผมคิดไว้กลับผิดถนัด ผมที่คิดว่านายคนนี้ต้องเป็นคนที่ดูโหดร้ายน่ากลัว เหมือนปีศาจร้าย แต่พอนายคนนี้เห็นผมร้องไห้เท่านั้นแหละเขาก็รีบลุกจากม้านั่งแล้ววิ่งเข้ามาปลอบผมแทบจะทันที

ไม่ร้องนะเด็กดีเขาพูดปลอมผมจนตอนนั้นแหละทำให้ผมเริ่มสังเกตรูปลักษณ์และลักษณะของเขาดีๆ ผมว่าเขาอายุมากกว่าผมแน่ๆ

นายแย่งที่ฉัน

ห้ะ? อ่อ ม้านั่งตรงนั่นน่ะนะ ฉันไม่ได้แย่งแค่ไม่รู้ว่ามันมีเจ้าของเท่านั้นเอง จะว่าไปนายดูเด็กกว่าฉันต้องเยอะมาเรียกฉันว่านายห้วนๆแบบนี้ได้ยังไง ไม่น่ารักเลยนะ

แล้วจะให้เรียกว่าอะไร

เรียกฉันว่าพี่สิ พี่วิน

นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมกับผู้ชายคนนั้นได้รู้จักกัน...ผู้ชายคนนั้นก็คือพี่กวินไง

 

ผมนั่งอ่านบันทึกหน้าแรกของคนตัวเล็กแล้วหลุดขำออกมาอย่างเสียไม่ได้ ฮ่าๆ ผมก็เพิ่งจะรู้ว่าคนตัวเล็กมีโมเมนต์มานั่งเขียนอะไรบ้าๆแบบนี้ด้วย ก็น่ารักดีเหมือนกัน

 

 

20/12/20xx

ผมเริ่มสนิทกับพี่วินตั้งแต่วันนั้นที่เราเจอกันเป็นครั้งแรก จากนั้นผมกับพี่เขาก็มานั่งเล่นที่สวนสาธารณะแห่งนี้ด้วยกันบ่อยๆ เนื่องด้วยบ้านของพี่วินอยู่หมู่บ้านใกล้ๆกับสวนสาธารณะแห่งนี้ส่วนผมเหรอโรงเรียนที่ผมเรียนอยู่มันอยู่ใกล้กับที่นี่น่ะ

พัตเตอร์ วันนี้พี่มีเรื่องจะบอก พี่ต้องย้ายบ้านแล้ว อาจจะไม่ได้มาเล่นกับเราอีกแล้วนะ

ผมค่อนข้างที่จะใจหายกับ ประโยคที่พี่วินบอกแต่ว่านะ

แต่พี่จะกลับมาเล่นกับเราทุกๆปีเลย พี่สัญญา รอพี่นะ

ครับ ผมจะรอนะพี่วิน พี่วินอย่าผิดสัญญากับผมนะเราจะมาเล่นด้วยกันทุกปี

 

 

30/10/20xx

ผมมานั่งรอพี่วินเขาทุกๆวันจนเกือบจะครบรอบปีได้แล้วแต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าพี่เขาจะมาหาผมเลย พี่เขาผิดสัญญากับผม...

พัตเตอร์!’แต่ในขณะที่ผมกำลังคิดน้อยใจเสียงของพี่วินก็ดังขึ้นมาจากข้างหลังของผม พี่เขามาหาผมแล้ว

หลังจากที่เราไม่ได้เจอกันเกือบปีผมกับพี่เขาเลยมีเรื่องคุยกันมากมาย และเนื่องด้วยเทคโนโลยีที่มีจึงทำให้ผมกับพี่เขาได้แลกเบอร์ติดต่อกันไว้ แล้วปีหน้าเจอกันอีกนะครับพี่วิน

 

11/12/20xx

ผมกับพี่วินจะได้เจอกันทุกๆปีในช่วงหน้าหนาว และวันนี้พี่วินก็ส่งข้อความมาบอกผมว่าจะมาหาผม แต่นี่ผมนั่งรอพี่เขามานานมากแล้ว ทำไมพี่เขายังไม่มาอีกเล่า! ผมค่อนข้างที่จะหงุดหงิดน้อยๆกับการมานั่งรอพี่วินที่จนตอนนี้ท้องฟ้าจากสีฟ้าสดใสเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีส้มบ่งบอกได้ว่ามันเย็นมากแล้ว

รอนานมั้ยเสียงของพี่วินดังขึ้นมาทำให้ผมที่กะจะหันไปต่อว่าเสียหน่อยที่พี่มาช้า แต่เพราะว่าผมหันไปแล้วเจอพี่แต่งตัวด้วยชุดที่แสนจะดูดีอีกทั้งยังถือช่อดอกไม้มาด้วยแบบนี้ก็บ่นไม่ได้น่ะสิ

นานครับ ว่าแต่ทำไมวันนี้พี่มาแปลกจัง

อ่อ พอดีพี่จะไปขอคนที่พี่ชอบเป็นแฟนน่ะก็ต้องทำตัวพิเศษนิดนึง พี่ดูดีใช่ปะ?พี่รู้มั้ยว่าตอนที่พี่พูดประโยคนี้ออกมาผมใจหล่นไปถึงตาตุ่มเลยนะ พี่มีคนที่พี่ชอบอยู่แล้วเหรอ  ทำไมผมรู้สึกเสียใจจัง ก็ต้องเสียใจสิ ก็ผมชอบพี่นี่ ไอ้พี่บ้า ฮือๆ แต่ผมก็ต้องตกใจในเวลาต่อมาเมื่อพี่วินเขามาใกล้ๆผมแล้วกระซิบข้างๆหูผมเบาๆ

คบกับพี่นะ

ครับ?

พี่ชอบเรา ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรแต่พี่มีความสุขที่สุดเวลาที่ได้คุยได้เห็นหน้าเรานะพัตเตอร์ คบกับพี่ได้มั้ย? พี่วินว่าแล้วยื่นช่อดอกไม้ที่ถือติดมือมาด้วยมาให้ผม

ถ้าผมตอบว่าไม่ ผมคงเป็นไอ้โง่แล้วล่ะครับ โอเค ผมตกลง ผมเองก็ชอบพี่นะพี่กวิน ชอบมากๆเลย

อื้มผมตอบตกลงพี่กวินไปแค่นั้นแต่ว่าพี่เขาน่ะเลื่อนใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ เรื่อยๆจนริมฝีปากของเราทั้งคู่สัมผัสโดนกัน….

พี่กวิน นั่นจูบแรกของผมเลยนะครับ!!

 

ผมจำไม่เห็นจะได้ว่าตอนผมขอคนตัวเล็กคบผมแต่งตัวแปลกๆแบบนั้นด้วย น่าอายเป็นบ้าเลย ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะไม่ทำแบบนั้น ไม่ทำเด็ดขาด!! แต่ว่านั่นไม่ใช่แค่จูบแรกของนายหรอกนะจูบแรกของฉันเหมือนกันนั่นแหละ เด็กบ้า

ผมค่อยๆเปิดสมุดบันทึกหรือก็คือไดอารี่ของคนตัวเล็กอ่านไปทีละนิด เรื่องราวในนี้ก็จะมีบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ช่วงเวลาต่างๆที่ผ่านมา แต่ส่วนมากก็จะมีเรื่องของผมกับพัตเตอร์ เรื่องราวหลังจากที่เราคบกัน พัตเตอร์ก็ย้ายโรงเรียนซึ่งมันก็บังเอิญว่าโรงเรียนใหม่ของพัตเตอร์ก็อยู่ใกล้กับที่พักของผมพอดิบพอดีเราก็เลยได้เจอหน้ากันบ่อยๆเรียกได้ว่าแทบจะทุกวันเลยก็ได้ ช่วงนั้นผมก็เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้วแหละก็จะมีเวลาไปรับไปส่งคนตัวเล็กไปเรียนบ้างอะไรบ้าง จนสุดท้ายทางบ้านของคนตัวเล็กก็อนุญาตให้คนตัวเล็กมาอยู่กับผม

ผมยังคงเปิดอ่านบันทึกไปเรื่อยๆแล้วก็พบว่าเรื่องราวที่คนตัวเล็กเขียนไว้บ้างเรื่องมันก็ทำให้ผมยิ้มและขำออกมาเสียอย่างนั้น  แต่ทว่าพอผมเปิดมาจนเกือบจะถึงหน้าท้ายๆของบันทึกเล่มนี้มันกลับทำให้ผมแปลกใจกับการบันทึกในสิ่งที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย

 

 

24/9/20xx

วันนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายจริงๆผมก็รู้สึกไม่ค่อยสบายมาหลายวันแล้ว แต่ผมเห็นพี่วินทำงานอย่างเอาเป็นเอาตายก็เลยไม่กล้าที่จะเข้าไปยุ่ง วันนี้ผมเลยออกมาข้างนอกหาหมอคนเดียว

          ผมไปโรงพยาบาลกะว่าจะขอยามากินเพื่อที่จะได้หายๆป่วยแต่ว่า

          ตั้งใจฟังหมอดีๆนะ... คุณเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพัน ซึ่งหมอต้องแสดงความเสียใจด้วยจริงๆที่คุณมาพบหมอช้าเกินไปหัวใจผมหล่นวูบหลังจากได้ยินประโยคที่คุณหมอพูดออกมา ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ ผมจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ยัง

          หมออยากให้คุณทำใจให้สบาย อย่าคิดมาก จะไม่ให้ผมคิดมากได้ยังไง ในเมื่อผมกำลังจะตาย ผมกำลังจะตาย!

          ผมยังมีเวลาเหลืออีกกี่วันเหรอครับ?

          เคสของคุณถ้านานสุดก็ประมาณราวสามเดือนแต่ถ้าหากโชคร้ายหน่อยก็แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่ตัวคุณแล้ว หมออยากให้คุณทำใจให้สบาย

          ผมไม่รู้ว่าหลังจากที่ผมคุยกับคุณหมอเสร็จแล้ว จากนั้นผมนั่งเหมออยู่ในโรงพยาบาลนานแค่ไหน

          ผมเหลือเวลาอีกแค่สามเดือนเท่านั้นเองเหรอ...

 

           

            ผมอ่านบันทึกหน้านี้ด้วยความอึ้ง มะเร็งเม็ดเลือดขาว เหรอ ทำไมไม่เคยรู้มาก่อน ทำไม! ด้วยความอึ้งไม่คิดไม่ฝันและอะไรหลายๆอย่าง ทำให้ผมรีบเปิดอ่านในหน้าถัดๆไปของสมุดบันทึกโดยเร็ว

 

                      14/10/20xx

วันนี้ผมกับพี่วินมานั่งเล่นกันที่สวนสาธารณะที่ประจำที่ที่ผมเจอกับพี่เขาเป็นครั้งแรก แต่ครั้งนี้บรรยากาศกับเปลี่ยนไป ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าแต่พี่วินดูไม่ค่อยอยากมาเสียเท่าไหร่เลย ผมรู้ว่าพี่เป็นห่วงงาน ผมรู้ แต่ผมก็อยากใช้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่เก็บเกี่ยวความทรงจำดีๆของผมกับพี่เขาไว้

กี่ปีแล้วนะที่เรามานั่งเล่นด้วยกันแบบนี้ ผมเอ่ยคำถามขึ้นมาลอยๆหวังจะให้พี่เขาตอบกลับมาแต่สิ่งที่ผมได้รับคือพี่วินเอาแต่อั้มอึ้ง

พี่จำช่วงเวลาดีๆของเราสองคนไม่ได้แล้วเหรอครับ?

ผมอยากจะเอ่ยปากถามพี่วินไปแบบนี้แต่ว่าผมก็ได้แค่ยิ้มแล้วบอกว่าไม่เป็นไรเท่านั้นแหละ

สักพักพี่วินก็ชวนผมกลับทั้งๆทีเราเพิ่งมากันเองนะ พอผมงอแงไม่ยอมกลับแล้วบอกให้พี่กลับไปก่อนพี่ก็ตกลงอย่างหน้าตาเฉยเดินหนีผมไปเสียอย่างนั้น พี่ไม้รู้เหรอว่าที่ผมพูดออกไปแบบนั้นผมอยากให้พี่รู้ว่าผมกำลังงอน ผมอยากให้พี่รู้ว่าผมอยากอยู่ต่อกับพี่ อีกแค่แป๊บเดียวก็ยังดี พี่ไม่รู้เลยเหรอครับ?

 

 

ใช่ พี่ไม่รู้ พี่ไม่รู้ว่านายต้องการแบบนั้น พี่ไม่รู้เลยพัตเตอร์...

 

28/10/20xx

ผมอยากจะฉีกเนื้อพี่เป็นชิ้นๆพี่กวิน! วันนี้ผมโกรธพี่มากรู้มั้ย ก็ดูสิพี่ไปกินเหล้าเมากลับมาพอผมถามก็บอกว่างาน แถมบอกว่าผมเซ้าซี้อีก คนผิดมันพี่นะเว้ย ทำไมมาใส่อารมณ์กับผมล่ะ แล้วพอผมเข้าไปใกล้ๆพี่ผมก็เห็นรอยลิปสติกนั้น ผมไม่รู้หรอกนะว่าพี่ไปทำยังไงมันถึงติดคอพี่มาได้ แต่ที่รู้ๆผมโกรธ! ผมต้องการคำอธิบาย แต่พี่ก็ไม่ยอมอธิบายให้ผมฟังเพียงเพราะผมบอกว่าเข้าใจ  นี่พี่เชื่อจริงๆเหรอว่าผมเข้าใจจริงๆ

 

14/11/20xx

วันนี้ผมตื่นเข้ากว่าปกติมาเข้าห้องน้ำ ให้ตายเถอะอาการผมเริ่มออกแล้วงั้นเหรอ เลือดกำเดาผมไหลแหละ ผมเลยต้องรีบเช็ดมันออกให้เร็วที่สุดก่อนที่พี่วินจะเข้ามาเห็นแต่ว่า

มีอะไรหรือเปล่า? ไอ้พี่บ้า เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียงผมตกใจนะ แต่ก็เป็นโชคดีของผมที่ผมเช็ดเลือดออกเสร็จหมดแล้วพอดี แต่ทว่ามันไม่โชคดีเสมอไปเมื่อผมกำลังจะเดินออกมาจากห้องน้ำแต่พี่วินกลับเรียกผมไว้อีกครั้ง และคราวนี้ไอ้เลือดกำเดาบ้านี่ก็เสือกไหลมาไม่รู้เวลาเอาเสียเลย พี่จะสงสัยมั้ย พี่จะถามมั้ยว่าผมเป็นอะไร

ไปทำอะไรมา นั่นไงล่ะ

 เปล่าครับ...อากาศมันคงจะหนาวเกินไปน่ะ พี่วินไม่ต้องห่วงหรอกรีบไปอาบน้ำเถอะครับเดี๋ยวไปทำงานสายนะ ผมพยายามหาเหตุผลโง่ๆ ที่ถ้าพี่ฉุกคิดสักนิดพี่ก็จะรู้ว่าไม่มีไอ้บ้าที่ไหนมันจะเลือดกำเดาไหลตอนหน้าหนาวหรอกนอกจากคนเป็นโรคแบบผมเนี่ย

อื้ม ช่วงนี้อากาศหนาวก็ดูแลตัวเองดีๆด้วยแล้วกัน เป็นอะไรขึ้นมาแล้วจะยุ่ง แต่ว่านี่นายโอเคใช่มั้ย? ผมไม่อยากด่าพี่นะ แต่พี่โง่เหลือเปล่าที่เชื่อกับสิ่งที่ผมพูด ผมเลือดกำเดาไหลตอนหน้าหนาวนะพี่ แต่ก็ช่างเถอะ ผมก็ไม่อยากให้พี่รู้เหมือนกันว่าผมเป็นมะเร็ง ผมไม่อยากให้พี่รู้

 

 

ใช่ทำไมผมโง่แบบนี้ คนบ้าอะไรจะเลือดกำเดาไหลตอนหน้าหนาวนอกจากคนป่วยไม่สบาย ทำไมผมไม่คิด ไอ้โง่! น้ำตาของผมค่อยๆเอ่อล้นออกมาจากดวงตาอย่างห้ามไม่ได้เมื่ออ่านถึงหน้านี้ ทำไมผมถึงได้ละเลยคนตัวเล็กแบบนี้....

 

10/12/20xx

วันนี้เป็นวันที่ผมขอเลิกกับพี่ พี่รู้มั้ยว่าจริงๆผมไม่ได้อยากเลิกกับพี่เลย แต่ผมแค่กำลังคิดว่าการที่ผมถอยออกมาจากพี่มันเป็นอะไรที่ดีที่สุดสำหรับเราสองคนแล้ว ผมเหลือเวลาอีกไม่มาก ผมไม่อยากให้พี่เสียใจการที่ผมถอยออกมามันคงเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้ว พี่จะได้ไม่ต้องมากังวลเรื่องของผม พี่จะได้ลืมผมได้ง่ายๆ....

 

 

15/12/20xx

วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะได้เขียนบันทึกเล่มนี้แล้ว ผมอยากขอบคุณทุกคนที่คอยดูแลเลี้ยงดูผมมา ขอบคุณมากจริงๆ

พี่กวิน ขอบคุณที่พี่ไม่เคยผิดสัญญากับผมเลย ทั้งๆที่ตอนนั้นพี่จะหนีหายไปไม่กลับมาเล่นกับผมอีกก็ได้แต่พี่ก็กลับมา กลับมาหาผมทุกปี ขอบคุณนะครับ แล้วก็ขอบคุณที่พี่มอบความรักให้กับเด็กอย่างผม ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆมานี้พี่จะมัวแต่ยุ่งกับงานไม่สนใจผมเลยก็ตาม นี่ผมน้อยใจพี่อยู่นะ! แต่ผมไม่เคยโกรธพี่เลยนะครับ...

ผมคิดว่าถ้าพี่ได้อ่านบันทึกหน้านี้ของผม ผมคงไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้วล่ะ

ผมขอโทษนะที่ไม่เคยบอกพี่เลยว่าผมเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกพี่ด้วยตัวเองผมขอโทษที่ต้องมาให้พี่รู้ด้วยตัวเองทีหลังแบบนี้ แต่พี่อย่าโกรธผมเลยนะ พี่ให้อภัยผมเถอะนะครับ ผมขอโทษ

แต่จริงๆแล้วเคยมีครั้งหนึ่งนะที่ผมตั้งใจจะบอกพี่ แต่พี่ไม่ยอมฟังผมเอง พี่โกรธผมไม่ได้หรอก แบร่!

ผมหวังว่าพี่จะลืมผมได้ ก็เราเลิกกันแล้วนี่ พี่ไม่ต้องมาคิดถึงผมหรอก เพราะผมเองก็จะไม่คิดถึงพี่เหมือนกัน  ผมจะไม่คิดถึงพี่จริงๆนะ เวลาผมขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้าผมก็จะไม่มองลงมาหาพี่ด้วย เราเลิกกันแล้วครับ ผมควรจะไปมีรักใหม่กับเทวดารูปงามสิ ฮ่าๆๆ

ดูแลตัวเองดีๆนะครับ ไม่มีผมอยู่กวนใจพี่แล้ว ตั้งใจทำงานนะ ดูแลสุขภาพด้วยไม่ใช่โหมงานจนหนักแล้วไม่ยอมดูแลตัวเองนะ ถ้าเป็นแบบนั้นผมจะไปหักคอพี่ให้ตายเลย!

พี่วินเวลาของผมมันสั้นเหลือเกินแต่ผมก็มีความสุขมากเหลือเกินเหมือนกัน...รักพี่กวินมากนะครับ

พัตเตอร์

 

 

“ไอ้เด็กบ้าเอ้ย!” ผมพ่นคำด่าว่าคนตัวเล็กออกมาด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้ม พี่จะเอาอะไรไปโกรธนายพัตเตอร์ พี่จะไปโกรธนายได้ยังไง ในเมื่อนายไม่ได้ทำอะไรผิด คนที่ผิดน่ะมันคือพี่ต่างหาก พี่ละเลยเรา พี่ไม่สนใจเรา พี่บ้างานมากเกินไป พี่ขอโทษ....เลิกกันเหรอ เราคิดเองเออเองมากกว่า วันนั้นพี่ยังไม่ได้ตอบอะไรเราเลยนะพัตเตอร์ พี่ยังไม่ได้พูดสักคำว่าตกลงเราเลิกกัน พี่ยังไม่ได้พูดสักคำ เพราะฉะนั้นเรายังไม่ได้เลิกกันสักหน่อย เราต้องคิดถึงพี่สิ เวลาอยู่บนฟ้าก็ต้องมองลงมาหาพี่ด้วย พี่ไม่ยอมให้เราไปกิ๊กกับเทวดาบ้าที่ไหนหรอก พี่หวงเรานะพัตเตอร์!  ถ้าเราไปทำแบบนั้นพี่จะตามไปต่อยหน้าไอ้เทวดาบ้านั้นให้ยับเลย หึ! ถ้าพี่โหมงานจริงๆเราจะมาหักคอพี่เหรอ เอาสิ มาเลยพี่จะได้ไปอยู่กับเราไงเด็กบ้า...

ผมบ่นกับตัวเองอยู่อย่างนั้นพร้อมๆกับน้ำตาที่ไหลออกามากมาย ไม่อยากเชื่อเลย ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้น ผมไม่อยากเชื่อเลยว่านี่คือความจริง ผมกำลังฝันอยู่หรือเปล่านะ ผมต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ ฝันร้ายนี้ผมขอตื่นจากมันได้มั้ย ถ้าผมตื่นจากฝันร้ายนี้ผมจะตื่นมาเจอกับคนตัวเล็กที่นอนอยู่ข้างๆกาย ผมจะเจอกับเขา

ผมค่อยๆหลับตาลงและลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง...

ไม่ มันไม่มีอีกแล้ว ไม่มีคนตัวเล็กที่ชื่อว่าพัตเตอร์แล้ว ไม่มีแล้ว....

 

ลมหนาวในช่างปลายปีที่พัดผ่านหน้าผมไป ต้นหญ้าเอียงอ่อนไปตามแรงลมที่พัดไหว ผมนั่งมองไปบนท้องฟ้าอันสดใสเบื้องบน บนม้านั่งเก่าๆตัวหนึ่งอย่างโดดเดี่ยว จากวันนั้นวันที่ผมรู้ว่าพัตเตอร์ไม่อยู่กับผมแล้วจนมาถึงวันนี้ก็เกือบจะครบรอบหนึ่งปีแล้วก็ว่าได้ เกือบจะครบหนึ่งปีแล้วที่ผมไม่มีคนตัวเล็กอยู่ข้างๆกายเหมือนแต่ก่อน ผมขอบอกเลยว่าตอนนั้นเมื่อผมอ่านสมุดบันทึกของคนตัวเล็กจนจบ ผมยังคงไม่เชื่อสนิทใจด้วยซ้ำว่าคนตัวเล็กจากผมไปแล้ว ผมขับรถกลับไปยังบ้านของคนตัวเล็กแล้วเรียกพี่พีคพี่ชายของคนตัวเล็กออกมาคุยทีแรกพี่แกก็ไม่ยอมออกมาคุยกับผม แต่ไปๆมาๆพี่แกก็ยอมออกมาคุยและบอกยืนยันกับผมว่า พัตเตอร์ได้จากผมไปแล้วจริงๆ...

สถานที่แห่งนี้ สถานที่ที่ผมอยู่ในตอนนี้ สวนสาธารณะแห่งนี้คือที่ที่ผมกับพัตเตอร์ได้เจอกันครั้งแรก คือที่ที่ผมขอคบกับพัตเตอร์ ผมไม่คิดเลยว่าครั้งนั้นมันจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราทั้งสองคนจะได้มานั่งเล่นด้วยกัน ถ้าผมรู้ผมจะอยู่กับพัตเตอร์ให้นานๆผมจะไม่รีบกลับไปทำงาน ผมจะอยู่กับเขา...ไอ้เด็กบ้า!!

ผมเหม่อมองขึ้นไปมองบนท้องฟ้าอีกครั้งแล้วบ่นพรึมพรำกับสายลมอยู่คนเดียว

“ปีนี้พี่ก็มาหาเราแล้วนะพัตเตอร์ พี่ไม่ลืมสัญญาที่ให้ไว้กับเราหรอกนะ มีแต่เรานั่นแหละที่ผิดสัญญากับพี่ ไหนบอกว่าจะมาเล่นด้วยกันทุกปีไง...ตอนนี้คงแอบไปกิ๊กอยู่กับเทวดารูปงามแล้วล่ะสิเรา ลืมพี่ไปแล้วใช่มั้ยเด็กบ้า”ผมหยุดประโยคไว้แค่นั้นแล้วปล่อยให้น้ำใสๆไหลลงมาจากดวงตาทั้งสองข้างของผมที่ละนิด

หากบนโลกนี้มีพรศักดิ์สิทธิ์จริง ผมอยากจะขอ ย้อนเวลากับไปในปีที่แล้ว ย้อนเวลากลับไปเพื่อให้ผมได้ดูแลพัตเตอร์ให้ดีกว่านี้ ดูแลเขาจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต แต่มันช่างน่าขันในเมื่อพรนั้นมันไม่ได้มีอยู่จริงบนโลกนี้ ทุกอย่างยังคงต้องดำเนินต่อไปตามกาลเวลาที่ควรจะเป็นของมัน...

“รู้มั้ยว่าพี่คิดถึงนายเหลือเกินพัตเตอร์...”

สายลมอ่อนๆพัดผ่านหน้าผมไปประหนึ่งเป็นสัญญาณบอกผมว่าคนที่อยู่บนฟ้ากำลังจ้องมองมาที่ผมและรับรู้ว่าผมคิดถึงเขามากแค่ไหน

 

ผลงานทั้งหมด ของ mayrisung

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 มกราคม 2562 / 15:40
    สะใจ ต้องโดนบ้าง ชอบๆ
    #4
    0
  2. วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 19:00
    ไรท์ใจร้ายยอ่า ทำเค้าร้อนให้จนเหมือน...นะ
    #3
    0
  3. วันที่ 13 ธันวาคม 2558 / 15:17
    แบบว่าชอบมากอ่าาาอ่านแล้วอ่านอีก
    #เศร้าแปป พัตเตอร์จ้าาาาาาา ???
    #2
    0
  4. วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 23:49
    เศร้าาาาา...พัตเตอรรรรร์ T^T
    #1
    0