เศษเสี้ยวใจ

ตอนที่ 7 : คืนดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    30 ก.ค. 63

    วันต่อมา  :

    “คุณหนูยามบ่ายแล้วนะเจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือเอ่ยหลังจากที่ยังคงเห็นข้านอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียง

    “อืม  ข้ารู้แล้ว  เจ้าบอกข้ามา  3  รอบแล้ว”

ข้าหันไปตอบเจี๋ยวจือที่กำลังนั่งหน้ามุ้ยอยู่ข้างๆเตียงนอนที่ข้านอนอยู่

    “คุณหนู  ท่านทะเลาะกับท่านอ๋องหรือเจ้าคะ?”

เจี๋ยวจือเอ่ยถามด้วยความสงสัย

    “ทำไมข้าต้องทะเลาะกับอ๋องผิงด้วย?”

ข้าถามกลับไป

    “บ่าวไม่รู้จึงถามคุณหนูอยู่นี้ไงเจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือตอบ

    “ไรสาระ  เจ้ามีอะไรจะไปทำก็ไปเถอะ”

ข้าบอกกับนางก่อนจะผลิกหน้าหันไปอีกทางซึ่งเป็นฝั่งตรงข้ามกับที่เจี๋ยวจือนั่งอยู่  เชอะ ใครทะเลาะกัน  ข้าบ่นในใจ

     

    ชั่วยามต่อมา :

    “อี้เออร์  ทำอะไรอยู่รึ?”

ท่านแม่เอ่ยถามหลังจากที่เดินเข้ามาในห้องของข้าแล้ว

    “ลูกกำลังปักลายเสื้ออยู่เจ้าค่ะ  ท่านแม่มีสิ่งใดเรียกใช้ลูกหรือเจ้าคะ?”

ข้าเอ่ยถามทันทีหลังจากที่ท่านแม่เดินมานั่งลงข้างๆตัวข้า

    “เอ่อ…คือว่า  หมู่นี้ลูกทะเลาะกับอ๋องผิงหรือไม่?”

ท่านแม่เอ่ยถามหลังจากที่อ้ำๆอึ้งๆอยู่นาน  อะไรกันอีก?  มาถามเรื่องนี้ข้าอีกคนแล้ว  เมื่อวานท่านพี่หลี่โหว่ก็พึ่งถามไป  เมื่อครู่เจี๋ยวจือก็พึ่งจะถาม  ตอนนี้ท่านแม่ก็มาถามข้าอีกคน

    “เกิดเรื่องอันใดขึ้นรึเจ้าคะ?  เหตุใดท่านแม่จึงถามเช่นนี้?”

ข้าเอ่ยถามหลังจากที่วางมือจากเข็มกับด้ายแล้ว  และหันมาจ้องมองมารดาของตนทันที

   “เอ่อ  คือ  หลายวันมานี้  ท่านอ๋องดูอารมณ์ร้ายผิดปกติ  มิหนำซ้ำเรื่องที่บิดาของเจ้าทูลเสนอฝ่าบาทก็พลอยติดขัดไปด้วย  อีกอย่างเรื่องงานของท่านพี่ทั้งสองของเจ้าก็ดูเหมือนจะ....”

    “ลำบากสินะเจ้าค่ะ”

ข้าเอ่ยทรกขึ้นมาในขณะที่ท่านแม่กำลังพูดอยู่  เหอะ เป็นอ๋องซะเปล่าแต่เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานมันน่านัก

    “เช่นนั้นลูกจะไปหาท่านอ๋องเดี๋ยวนี้แหละเจ้าค่ะ”

พูดจบข้าก็ลุกออกไปจากห้องทันที

    “ประเดี๋ยว”

ท่านแม่เอ่ยเรียก  พร้อมกับคว้ามือของข้าเอาไว้

    “เป็นหญิงจะไปหาบุรุษได้เช่นไร  มิงามเลย  ประเดี๋ยวก็เป็นขี้ปากชาวบ้าน”

ท่านม่เอ่ยต่อ  เอ้าโน้นก็ไม่ได้  นี้ก็ไม่ได้  แล้วจะเอาอย่างไรกัน?

    “ช่างเถอะ  ประเดี๋ยวท่านอ๋องคงใจเย็นลงบ้าง  ลูกไม่ต้องไปหรอก”

ท่านแม่เอ่ยพร้อมกับตบหลังมือข้าเบาๆก่อนจะเดินจากไป  อะไรของท่านกัน?  ข้างงกับการกระทำของท่านแม่มากในตอนนี้  ประเดี๋ยวนะถ้าข้าเดาไม่ผิดท่านอ๋องเคยบอกว่าส่งคนมาคอยดูแลข้านิ  เช่นนั้นก็คงจะติดต่อท่านอ๋องไม่ยาก  ข้าคิด

    “พวกเจ้าอยู่แถวนี้รึไม่?  ข้าต้องการพบกับท่านอ๋อง”

ข้าพูดขึ้นมาลอยๆ  หวังว่าใครสักคนที่เป็นคนของอ๋องผิงจะได้ยิน  เงียบ........ เฮ่อหรือข้าจะคิดมากไปเองกัน

    “เจ้ามีเรื่องอันใด?”

เฮือก......เสียงนี้คือ  อ๋องผิง  ข้าตกใจมากเมื่ออยู่ๆอ๋องผิงก็มาปรากฏตัวต่อหน้าข้า  ทำเอาตกอกตกใจไปหมด  แบบนี้ก็แสดงว่าคนของเขามีอยู่จริงๆสินะ

    “ท่านโกรธข้าก็มาลงที่ข้าสิ  เหตุใดจึงให้คนในครอบครัวข้าเดือดร้อนด้วยเพคะ?”

ข้าเอ่ยถาม

    “ข้าเปล่า”

ท่านอ๋องตอบ  แน่ะยังจะปฏิเสธอีก

    “จริงหรือเพคะ?”

ข้าเอ่ยถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเขา

    “อืม”

ท่านอ๋องตอบก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นด้วยสีหน้าท่าทางน่าสงสัยยิ่งนัก

    “ท่านอ๋องโกรธข้าเรื่ององค์ชายเก้าหรือเพคะ?”

ข้าเอ่ยถามด้วยสีหน้าท่าทางจริงจังเลิกล้อเล่น  อ๋องผิงจึงหันหน้ากลับมามองข้าอีกครั้งด้วยสีหน้าท่าทางจริงจังเช่นกัน

    “ใช่”

อ๋องผิงตอบ  นั้นไง  แล้วไหนบอกว่าไม่ได้โกรธ

    “หม่อมฉันไม่เคยคิดสิ่งใดเกินเลยกับองค์ชายเก้า  และไม่มีทางเป็นเช่นนั้นด้วย  ท่านอ๋องโปรดเชื่อใจหม่อมฉันด้วยเพคะ”

ข้าพูดต่อ  จะบอกความจริงว่าข้าทำไมถึงพูดเช่นนั้นก็ไม่ได้  และดูเหมือนข้าจะมั่นใจเอามากๆว่าจะไม่ตกหลุมรักองค์ชายเก้าแน่นอน

    “เจ้ารับปากข้าสิ  แล้วข้าจะเชื่อเจ้า”

อ๋องผิงเอ่ยพร้อมกับจ้องมองข้าเพื่อรอคำตอบ

    “หม่อมฉันสาบานเพคะ”

ข้าตอบอ๋องผิง  พระองค์ตกพระทัยเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยว่า

    “ไม่ต้องถึงกับสาบานหรอกแค่...”

    “สาบานเพคะ  หม่อมฉันจะไม่ตกหลุมรักองค์ชายเก้าเด็ดขาด”

ข้าพูดตัดบทอ๋องผิงที่กำลังพูดอยู่  อ๋องผิงมองข้าอย่างอึ้งๆ  ก่อนจะเก็บอาการและเผยยิ้มออกมาให้เห็น

    “ข้าเชื่อเจ้า”

อ๋องผิงเอ่ยพร้อมกับดึงข้าเข้าไปสู่อ้อมกอดของพระองค์

 

 

    1 เค่อต่อมา :

    “กบฏที่หัวเมืองเป็นเช่นไรบ้างเพคะ?”

ข้าเอ่ยถามพร้อมกับรินชาให้กับท่านอ๋อง

    “ข้ากำลังให้คนตามสืบอยู่  ช่วงนี้พวกมันเงียบๆผิดปกติ”

ท่านอ๋องตอบ  นับว่าแปลก  หากเป็นชาติที่แล้วเมืองหนานโจว่คนทั้งเมืองน่าจะถูกสังหารไปหมดแล้ว  ในวันลอยโคมที่ผ่านมา  หรือว่ามันค่อยๆเปลี่ยนไป  ต้องใช่แน่ๆ  ข้าคิด

    “เช่นนั้นหรือเพคะ”

ข้าพูด

    “ท่านอ๋องจ้องหน้าหม่อมฉันด้วยเหตุอันใดหรือเพคะ?”

ข้าเอ่ยถามทันทีเมื่อเห็นว่าท่านอ๋องกำลังมองหน้าข้าอย่างไม่กระพริบตา

    “หึ  หญิงงามล้มเมือง”

ท่านอ๋องผิงเอ่ย เอ๋ะ!!

    “เพคะ?”

ข้าเอ่ย  พร้อมกับทำหน้าแปลกใจ

    “ข้าว่า  เจ้าเหมาะกับคำนี้  ไม่รู้ว่าเจ้าคิดได้ว่าจะเป็นเช่นนี้จึงปิดหน้าไว้  หรือเพียงแค่เหตุผลส่วนตัวของเจ้า  แต่ข้าคิดว่าเจ้าทำถูกแล้ว”

อ๋องผิงเอ่ยต่อ  ทำเอาข้าทำตัวไม่ถูกเลย  งามล้มเมืองข้าควรดีใจที่เขาชม  หรือควรเสียใจที่ได้ยินแบบนี้

    “หม่อมฉันเอง  ยังไม่ปรารถนาต้องมาตายด้วยคมดาบของผู้ใดเพคะ”

ข้าเอ่ยพร้อมกับท่าทีขบขันก่อนจะยกชาขึ้นจิบ

    “ข้าเองก็ไม่ปรารถนาให้เจ้าตายเช่นกัน”

อ๋องผิงเอ่ย  ทำเอาข้าหน้าแดงขึ้นมาทันที  ท่านอ๋องผู้นี้ร้ายนัก

    “ข้าต้องกลับไปทำงานต่อแล้ว  เจ้าเองก็ดูแลตัวเองดีๆเล่า  หากเจ้ามีสิ่งใดเร่งด่วนให้คนของข้าไปตามได้”

ท่านอ๋องเอ่ยพร้อมกับลุกออกมาจากเก้าอี้ม้าหินอ่อนหน้าเรือนพักของข้า

    “หม่อมฉันน้อมส่งท่านอ๋องเพคะ”

ข้าเอ่ยพร้อมกับก้มหัวทำความเคารพ  ท่านอ๋องยิ้มเล็กๆที่มุมปากก่อนจะกระโดดหายออกไปจากกำแพงเรือนพักของข้า

    “เจี๋ยวจือ  เอาของไปเก็บ”

ข้าออกคำสั่งให้เจี๋ยวจือมาเก็บถ้วยชาและขนมที่วางอยู่บนโต๊ะหินอ่อน  ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอน

    วันต่อมา :

    “เฮ่อ...เหนื่อยจริงๆ “

กู่ถิงบ่นออกมาเบาๆหลังจากที่ไปราชการเช้า  และกลับมาถึงจวนเรียบร้อยแล้ว

    “ชาเจ้าค่ะ”

จือหยวนพูดก่อนจะวางถ้วยชาสมุนไพรลงตรงด้านหน้าของถู่ถิง

    “วันนี้เป็นเช่นไรบ้างเจ้าคะ?”

จือหยวนเอ่ยถาม

    “วันนี้ราบรื่นดี  ดูท่าท่านอ๋องจะอารมณ์ดี”

กู่ถิงตอบพร้อมกับยกชาขึ้นดื่ม

    “เช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ข้ายังกังวลอยู่ว่าท่านจะโดนท่านอ๋องเล่นงานเอาอีก”

จือหยวนพูดต่ออย่างสบายใจ

    “หลี่โหว่  เจ้ามาก็ดีแล้ว”

จือหยวนเอ่ยเรียกบุตรีอีกคนที่กำลังจะเดินกลับไปเรือนพักของนาง

    “เจ้าค่ะ  ท่านแม่”

หลี่โหว่เอ่ย

    “ทางเจ้าเป็นเช่นไร?  งานที่ทำราบรื่นดีหรือไม่?”

จือหยวนเอ่ยถาม

    “เจ้าค่ะ ราบรื่นดี  วันนี้ท่านอ๋องอารมณ์ดีเป็นพิเศษ”

หลี่โหว่ตอบ

    “นั้นประไร  ข้าคิดอยู่แล้วเชียว  สงสัยท่านอ๋องกับอี้เออร์กลับมาคืนดีกันแล้วเป็นแน่”

จือหยวนพูดต่อ

    “เจ้าก็ว่าไปนั่น บางทีอาจจะไม่เกี่ยวกับอี้เออร์ก็ได้”

กู่ถิงเอ่ยค้าน

    “ท่านอ๋อง  ส่งหม่อมฉันแค่นี้ก็พอเพคะ”

อี้เฟิ่งเอ่ยขึ้นมาจากหน้าจวน  จึงทำให้ทั้งสามคนที่ได้ยินดังนั้น  หันไปมองพวกเขาทั้งสองคน  ก็พบว่าอ๋องผิงมาส่งอี้เฟิ่งที่หน้าจวน  ทั้งสามจึงมองหน้ากันไปมาว่า  อืมเป็นดังคิดไว้  ทั้งสามคนคิด  ก่อนที่ทั้งสามจะเดินออกไปหน้าจวน

    “ถวายพระพรท่านอ๋อง”

ทั้งสามเอ่ยพร้อมกัน  อ๋องผิงกับอี้เฟิ่งจึงหันไปหาคนทั้งสามทันที

    “ตามสบายเถอะ  ข้าเจอนางที่ตลาดจึงอาสามาส่ง  นี้ก็กำลังจะกลับแล้ว”

ท่านอ๋องพูดต่อ

    “ขอบพระทัยที่ทรงใส่ใจบุตรีของพระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”

กู่ถิงเอ่ยต่อ

    “ท่านอย่าได้เกรงใจไปเลย  อีกประเดี๋ยวทั้งข้าและท่านก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว”

อ๋องผิงเอ่ย  ทำเอาคนทั้งสามตกใจเป็นอันมาก  แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา

    “เช่นนั้นข้ากลับก่อนนะ”

ท่านอ๋องหันไปหาอี้เฟิ่งก่อนจะเอ่ย

    “น้อมส่งท่านอ๋อง”

ทุกคนพูดพร้อมกัน  พร้อมกับก้มหัวทำความเคารพ  ท่านอ๋องไม่รอช้ารีบขึ้นรถม้ากลับตำหนักทันที

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #9 เทียน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 22:00

    งอนแล้วพาล เอาแต่ใจ พ่อขนานนี้แล้วลูกๆจะขนานใหนท่านอ๋อง

    #9
    0
  2. #6 pook1819 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 11:47
    ไม่ได้เอาแต่ใจสักนี๊ดนึง จริงจริง
    #6
    0