เศษเสี้ยวใจ

ตอนที่ 6 : ทะเลาะกับอ๋องผิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    30 ก.ค. 63

    1  เค่อต่อมา :

    ข้าเดินออกมารับลมเย็นๆด้านนอกงานเลี้ยงซึ่งก็ไกลจากตรงนั้นพอสมควร  ยิ่งนึกก็ยิ่งเจ็บใจ  แค่เห็นใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกรู้สาของไป๋หลี ข้าก็ปวดใจมากแล้ว  จะต้องทนเห็นหน้ามันผู้นี้ไปจนถึงเมื่อไหร่?  หากข้ามีอำนาจมากกว่านี้เสียหน่อยข้าคงตัดหัวมันไปแล้ว  ให้สาสมกับที่มันเคยทำกับข้าไว้

    “คุณหนูอี้เฟิ่ง  ในงานเลี้ยงไม่สนุกรึ?  จึงเดินออกมาไกลถึงเพียงนี้”

เสียงของบุรุษที่ข้าคุ้นหูดี  คนที่ทำให้ข้ารู้สึกสะอิดสะเอียนเต็มทีแค่เพียงได้ยินเสียง  คนจอมปลอมอย่างเขา  มันน่าจะตายๆไปซะ  แต่ถึงแม้ว่าข้าเกลียดมันมากเพียงใด  ข้าก็ต้องเก็บเอาความเกลียดนั้นเอาไว้

    “เพคะ  หม่อมฉันรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยเพคะ”

ข้าตอบหลังจากที่หันกลับไปเผชิญหน้ากับไป๋หลีแล้ว

    “ยังนั้นหรือ  เช่นนั้นข้าขออยู่เป็นเพื่อนคุณหนูอี้เฟิ่ง  คงจะไม่ว่าอะไรใช่ไหม?”

ไป๋หลีเอ่ยต่อพร้อมกับยิ้มหวานส่งมาให้  หากเป็นเมื่อก่อนข้าคงใจละลายไปกับรอยยิ้มนี้ไปแล้ว  แต่เวลานี้ข้ากับรู้สึกว่ารอยยิ้มนี้มันช่างจอมปลอมสิ้นดี

    “ย่อมได้เพคะ  หม่อมฉันเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนสักเท่าไหร่  หากมีองค์ชายอยู่ด้วยคงจะดีมิใช่น้อย”

ข้าเอ่ยพร้อมกับทำท่าทางเคอะเขินเต็มที่  

    “ถ้าคุณหนูไม่ว่าอะไร  ข้าขอไปพบคุณหนูทุกวันจะได้หรือไม่?”

ไป๋หลีเอ่ยต่อ  หืม…นี้เจ้ากำลังจะตามจีบข้ารึ?  หึ ช่างไม่เกรงใจอ๋องผิงเอาเสียเลย

    “เกรงว่าจะไม่เหมาะเพคะ  อีกอย่างข้า....”

    “ไม่ต้องกังวล  เราแอบพบกันก็ได้”

ไป๋หลีพูดตัดบทขึ้นมาทันทีราวกับรู้ทันว่าข้าจะพูดสิ่งใดออกมา  หึ เจ้าชีกอ  กะจะให้ข้าแอบแทงข้างหลังอ๋องผิงสินะ  ชั่วช้ายิ่งนัก

    “แบบนั้นเกรงว่าจะไม่เหมาะ  หากข้าหมั้นกับท่านอ๋องแล้ว  ยังแอบนัดพบชายอื่นอีก  คงเป็นที่ครหาเป็นแน่”

ข้าตอบ  ไป๋หลีไม่รอช้าให้ข้าได้ปฏิเสธง่ายๆ   เขาดึงมือของข้าเข้าไปกุมเอาไว้อย่างหน้าตาเฉย  ก่อนจะจ้องเข้ามาในดวงตาคู่สวยของข้าและเอ่ยต่อ

    “ข้าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน  ว่าเหตุใดจึงทำเช่นนี้  ข้ารู้เพียงแค่ว่า  คราแรกที่ได้พบคุณหนูหัวใจของข้าก็เต้นแรง  มันบอกข้าว่าหญิงสาวคนนี้แหละคือคู่ชีวิตของข้า  ข้าไม่รู้ว่าจะพูดเช่นไรให้คุณหนูหลิวเชื่อ  แต่ทุกคำที่ข้าพูดล้วนจริงทุกคำ”

ไป๋หลีเอ่ยต่อ  ทำเอาน้ำตาลเรียกพ่อเลย  เจ้านี้น้ำเน่าเสียจริง  หากเป็นเมื่อก่อนข้าคงม้วนตัวด้วยความเขินอายไปแล้ว  แต่ตอนนี้ไม่ว่าเจ้าจะพูดอะไรทุกอย่างล้วนจอมปลอมสำหรับข้า

    “อี้เฟิ่ง  เจ้าทำอะไรอยู่?”

อ๋องผิงเอ่ยเรียกพร้อมกับเดินตรงเข้ามาหาข้า  ข้าจึงสบัดมือออกมาจากมือของไป๋หลี  ก่อนจะหันไปหาท่านอ๋องที่เดินมาถึงตัวข้าพอดี

    “หม่อมฉันออกมาสูดอากาศเพคะ”

ข้าตอบก่อนจะเดินเข้าไปใกล้กับท่านอ๋อง

   “เจ้าสูดพอรึยัง?  ถ้าพอแล้วก็กลับเข้างานกันเถอะ”

อ๋องผิงเอ่ยต่อพร้อมกับน้ำเสียงดูไม่พอใจเป็นอย่างมาก  นี้เขาคงไม่ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างข้ากับไป๋หลีหรอกกระมั้ง?

    “เพคะ  เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวก่อนนะเพคะองค์ชาย”

ข้าตอบก่อนจะหันไปบอกกับไป๋หลีและเดินกลับเข้างานไปพร้อมกับอ๋องผิงทันที

    “หึ  น่าสนใจ”

ไป๋หลีพึมพำคนเดียวก่อนจะยกยิ้มชั่วร้ายออกมาให้เห็น  ‘สิ่งที่ข้าต้องการ  ก็แค่แย่งมันมา’  ไป๋หลีคิดในใจ

 

 

    หลังจากที่ข้ากลับเข้างานมาแล้ว  อ๋องผิงก็ไม่ยอมพูดกับข้าอีกเลย  ดูท่าเขาคงจะโกรธข้าจริงๆ  สงสัยมาแอบฟังข้าคุยกับไป๋หลีสินะ  หึ

   “หม่อมฉันขอตัวกลับก่อนะเพคะ  รู้สึกไม่ค่อยสบายเพคะ  ขอฝ่าบาทและองค์ฮองเฮาอย่าได้ถือสา”

ข้าเอ่ยพร้อมกับโค้งเคารพทั้งสองพระองค์

    “ในเมื่อไม่ค่อยสบายก็กลับเถอะ  หากป่วยเป็นอะไรไปอ๋องผิงคงโกรธข้าเป็นแน่”

ฝ่าบาทรับสั่งด้วยน้ำเสียงขบขัน

    “เพคะ  เช่นนั้นหม่อมฉันทูลลา”

พูดจบข้าก็คุกเข่าโค้งคำนับก่อนจะเดินออกไปจากงาน  พร้อมกับท่านอ๋องที่เดินตามมาติดๆ

    “หม่อมฉันกลับเองได้เพคะ  ท่านอ๋องอยู่รับแขกที่นี่เถอะ”

ข้าบอกก่อนจะเดินต่อไป

    “เจ้าไล่ข้ารึ?”

อ๋องผิงเอ่ยพร้อมกับคว้าแขนของข้าให้หันไปสบตากับเขา

    “หาไม่เพคะ”

ข้าตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย

    “ทีกับข้าเจ้าอยากไล่ไปให้ไกล  ที่กับองค์ชายเก้า  เจ้ากับอยากให้อยู่ใกล้  หึ  ช่างหลายใจนัก”

    เพลี้ย!

    “อย่าได้มาหาหม่อมฉันอีก”

ข้าตบหน้าอ๋องผิงทันทีก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยความโมโห  พูดจบข้าก็เดินจากไปทันที  หึ  หลายใจเหรอ?  ไม่ถามอะไรข้าสักคำ  เอาแต่ต่อว่าข้า  แบบนี้ก็ต่างคนต่างอยู่เถอะ  ข้าคิด

 

    หลายวันต่อมา :

    นับจากวันนั้นอ๋องผิงก็ไม่เคยโผล่หน้ามาอีกเลย  และข้าก็ไม่เคยพูดถึงเขาอีกเลยเช่นกัน

    “คุณหนู  เอาเจ้านี้ไปไว้ตรงไหนเจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือเอ่ยถามเมื่อนางกำลังยกแจกันใบใหม่ที่ข้าพึ่งซื้อมาจากตลาดเมื่อเช้านี้เข้ามา

    “เอาไว้ตรงใกล้ๆกับแจกันใบนั้น”

ข้าตอบพร้อมกับชี้ไปที่แจกันอีกใบที่วางอยู่ก่อนแล้ว

    “คุณหนู  ทำอะไรอยู่รึเจ้าคะ?”

เจี๋ยวจือเอ่ยถามหลังจากที่วางแจกันและเดินเข้ามาหาข้าแล้ว

    “ปักลายเสื้ออยู่”

ข้าตอบเจี๋ยวจือ

    “ปักลายเสื้อ? ให้นายท่านหรือเจ้าคะ?”

เจี๋ยวจือเอ่ยถามเมื่อมองสำรวจดีแล้วว่าเป็นเสื้อของบุรุษ  แต่ว่าสีน้ำเงินเข้มเช่นนี้คุณชายใหญ่ไม่น่าจะใส่ปกติท่านชอบสวมใส่สีขาวไม่ก็สีฟ้าอ่อน  แต่ถ้าเป็นของนายท่านก็ดูจะเอ่อ......

    “ให้ใครก็ช่างเถอะ  เรื่องที่ข้าให้ไปสืบไปถึงไหนแล้ว?”

ข้าเอ่ยถามเจี๋ยวจือก่อนจะหยุดมือลง

  “เรียนคุณหนู  เห็นว่าองค์ชายเก้าจะย้ายมาอยู่ในเมืองหลวงเจ้าค่ะ  เพราะว่าที่หัวเมืองหนานโจว่มีพวกกบฏอยู่เจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือตอบก่อนจะหันมากระซิบเบาๆพอให้เราได้ยินเพียงสองคน

    “คุณหนูมีใจให้กับองค์...”

    “ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ  สบายใจได้”

ข้าพูดตัดบทเจี๋ยวจือก่อนที่นางจะพูดอะไรออกมา  เจี๋ยวจือเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เบาใจ

    “คุณหนูหมู่นี้ดูเงียบๆนะเจ้าคะ?”

เจี๋ยวจือเอ่ยถาม  เมื่อสังเกตุเห็นว่าท่านอ๋องผิงไม่มาหาคุณหนูของนางเลย

    “ก็ดีแล้ว  ข้าจะได้อยู่อย่างเงียบสงบ”

ข้าตอบก่อนจะเริ่มลงมือปักผ้าต่อ

 

    ชั่วยามต่อมา :

    “ท่านพี่หลี่โหว่  กลับมาแล้วรึเจ้าคะ?”

ข้าเอ่ยถามทันทีหลังจากที่ท่านพี่หลี่โหว่เดินเข้ามาในจวน  ซึ่งข้าเองก็กำลังนั่งดื่มชา  ชมนก  ชมไม้  อยู่ในสวนเล็กๆข้างๆห้องรับรองแขกของจวน

    “อืม  ท่านพ่อเล่า?”

ท่านพี่หลี่โหว่เอ่ยถามต่อทันที

    “ท่านพ่ออยู่ห้องหนังสือเจ้าค่ะ”

ข้าตอบพร้อมกับท่าทางสงสัยในตัวท่านพี่ของข้าเป็นอย่างมาก  ดูรีบร้อนชอบกล

    “อี้เฟิ่ง  เจ้า…หมู่นี้ทะเลาะกับท่านอ๋องผิงหรือไม่?”

ในขณะที่ท่านพี่กำลังจะเดินไป  ก็หยุดฝีเท้าลงก่อนจะหันมาถามข้า  ข้าทำสีหน้างุนงงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามต่อ

    “มีอะไรรึเจ้าคะ?”

หลังจากข้าเอ่ยถามท่านพี่  ท่านพี่ก็มีสีหน้าแบบบอกบุญไม่รับจะพูดไม่พูดดี  อะไรทำนองนั้น

    “วันนี้เป็นวันตรวจหน่วยพิเศษอาชาของข้า  และหน่วยข่าวกรองของท่านพี่เจียงหรัน  คนของข้าถูกทำโทษไป  5  คน  ส่วนของท่านพี่  10 คน  ซึ่งปกติทุกครั้งความผิดแค่เล็กน้อยแค่นี้ท่านมักจะปล่อยผ่าน  แต่วันนี้ เฮ่อ....”

ท่านพี่หลี่โหว่ตอบ  ทำเอาข้าชะงักงันไปครู่  ‘ให้ตายเถอะปกติเขาเป็นคนชอบเอาเรื่องงานมารวมกับเรื่องส่วนตัวหรอกรึ?’  ข้าถามตัวเองในใจ

    “นี่  พี่ถามเจ้าอยู่นะ”

ท่านพี่หลี่โหว่เอ่ยถามอีกที  จะว่าอย่างไรดีเล่า?  ตอบไม่ถูกเลยแหะ

    “เปล่าเจ้าค่ะ  เป็นเพราะคนของท่านพี่ทำผิดกฎระเบียบบ่อยเกินไปกระมั้ง  ก็สมควรถูกลงโทษแล้วนะเจ้าค่ะ”

ข้าตอบ  พร้อมกับหันกลับไปดื่มชาต่อ  ส่วนท่านพี่เมื่อเห็นเช่นนั้นก็ดูออกทันทีว่าคงทะเลาะกันสินะ  แต่ท่านพี่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก  นอกจากเดินไปหาท่านพ่อที่ห้องหนังสือ

    “คุณหนูๆ  แฮ่กๆอึกๆ”

เจี๋ยวจือวิ่งเข้ามาด้วยหน้าตาแตกตื่น  ดูเหนื่อยหอบ  ข้าจึงยื่นน้ำชาที่ถืออยู่ในมือส่งให้นางดื่ม  

    “คุณหนู  องค์ชายเก้ามาเจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือพูดต่อหลังจากที่ดื่มน้ำชาหมดถ้วยแล้ว

    “อะไรนะ?”

ข้าเอ่ยถามด้วยสีหน้าตกใจเป็นอย่างมาก  เหตุใดเขาจึงมาที่นี่กัน?

    “องค์ชายอยู่ไหน?”

ข้าเอ่ยถามต่อ

    “บ่าวเห็นอยู่ช่วงโค้งที่ตลาดเจ้าค่ะ ป่านนี้น่าจะใกล้ถึงแล้ว”

เจี๋ยวจือตอบ  ข้าจึงรีบกุลีกุจอลุกออกไปจากสวนและกลับไปเรือนพักของตนเอง

    “เจี๋ยวจือ  หากองค์ชายถามหาข้า  บอกว่าข้าไม่อยู่นะ  ไปไหนก็ได้”

ข้าหันไปบอกกับเจี๋ยวจือ  ก่อนจะรีบเดินกลับเรือนพักทันที

 

 

    1  เค่อต่อมา :

    “ถวายพระพรองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ”

ที่ปรึกษาหลิวเอ่ยพร้อมกับคุกเข่าทำความเคารพ

    “ตามสบายเถอะ  ว่าแต่คุณหนูอี้เฟิ่งอยู่หรือไม่?”

องค์ชายเก้าถามโดยไม่รีรอให้มากความ  ทำเอาหลี่โหว่กับกู่ถิงหันไปมองหน้ากันด้วยความตกใจ

    “คุณหนูไม่อยู่เจ้าค่ะ  ออกไปข้างนอก”

เจี๋ยวจือบอกกับท่านที่ปรึกษาหลิว  แต่องค์ชายก็ได้ยินเข้าพอดี

    “ไปไหน?”

องค์ชายรับสั่งถาม  เจี๋ยวจือจึงเผลอมองหน้าองค์ชายก่อนจะรีบก้มหน้าลงต่ำและตอบว่า

    “ไปตลาดเจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือตอบ

    “เมื่อครู่ข้าเองก็พึ่งมาจากตลาด  แต่ไม่ยักเห็นคุณหนูหลิวเลย”

องค์ชายบอกพร้อมกับท่าทางสงสัยบ่าวคนนี้

    “คุณหนูคงไปที่ร้านแพรไหมเจ้าค่ะ  องค์ชายจึงไม่ทันได้เห็น”

เจี๋ยวจือตอบ  

    “เช่นนั้นหรือ?”

องค์ชายเอ่ย  ก่อนจะยืนคิดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง  อาจจริงอย่างนางว่าร้านเรือนแพร่ไหมไปคนละแยกกับที่ข้ามา  คงจะคาดกัน  องค์ชายคิด

    “เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน”

องค์ชายพูดจบก็เดินออกไปจากจวนทันที  แต่ไม่ได้จะกลับตำหนักของพระองค์เพียงแค่จะไปร้านเรือนแพร่ไหม  เพื่อไปพบกับคุณหนูหลิวอี้เฟิ่งก็เท่านั้น

    “เฮ่อ...”

กู่ถิงถอนหายใจอย่างโล่งอกหลังจากที่องค์ชายเก้ากลับไปแล้ว

    “เจี๋ยวจือ  อี้เออร์ไปตลาดรึ?”

หลี่โหว่เอ่ยถามเมื่อนึกสงสัย  ก็เมื่อครู่นางพึ่งจะสนทนากับน้องสาวของนางอยู่เลย

    “หาไม่เจ้าค่ะ  คุณหนูบอกให้บ่าวแจ้งองค์ชายเช่นนั้น”

เจี๋ยวจือตอบ

    “เช่นนั้นนางอยู่ไหน?”

หลี่โหว่เอ่ยถามต่อ

    “เรือนพักเจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือตอบ  หึ  แบบนี้ก็แสดงว่าอี้เออร์เองก็ไม่ชอบองค์ชายเก้าเช่นกันสินะ  หลี่โหว่คิด  นางเองก็ไม่ชอบองค์ชายพระองค์นี้เช่นกัน  และนางเองก็ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมถึงไม่ชอบใจนัก  คงจะเหมือนกับว่าไม่ถูกชะตาด้วยกระมั้ง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #14 Nidmitsu789 (@Nidmitsu789) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 03:09

    อย่างอนกันเลยนะคะ

    #14
    0
  2. #5 Ubonwan4839 (@Ubonwan4839) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 07:40
    อยากอ่านต่อจัง
    #5
    0
  3. #4 pook1819 (@pook1819) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 18:15
    เฮียอ๋องเข้าใจน้องน้อยผิดแล้ว งอนนะเนี่ยใจป่าว
    #4
    0