เศษเสี้ยวใจ

ตอนที่ 5 : งานลอยโคม : เจอกันครั้งแรกหลังย้อนเวลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    30 ก.ค. 63

     ครึ่งชั่วยามต่อมา  :    

     “อี้เออร์ เป็นเช่นไรบ้าง? ท่านอ๋องว่าอย่างไร?”

จือหยวนเอ่ยถามทันทีที่นางเดินมาถึงจวน

    “ไม่ได้ว่าอย่างไรเจ้าค่ะ”

อี้เฟิ่งตอบมารดาก่อนจะส่งยิ่มไปให้กับนาง  จือหยวนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เบาใจ จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก  ก่อนจะมองไปสะดุดเข้ากับกำไลหยกทมิฬที่อยู่ที่ข้อมือของบุตรีของนาง

    “อี้เออร์ แล้วนี้?”

จือหยวนเอ่ยถามพร้อมกับยกมือของอี้เฟิ่งขึ้นมาดู

    “ของหมั้นเจ้าค่ะ  ท่านอ๋องบอกว่าเสร็จภาระกิจที่ท่านได้รับมอบหมายแล้วจะมาสู่ขอเจ้าค่ะ”

อี้เฟิ่งตอบพร้อมกับท่าทางเคอะเขิน

    “จริงรึ!!?  เรื่องใหญ่ขนาดนี้ใยเจ้าจึงไม่รอพ่อกับแม่ก่อน”

จือหยวนเอยพร้อมกับท่าทางกระวนกระวายใจ

    “หากข้าไม่รับไว้  ท่านอ๋องคงโกรธข้าแน่  อีกอย่างท่านอ๋องก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นเสียหน่อย”

อี้เฟิ่งตอบพร้อมกับก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบซ้อนใบหน้าที่กำลังแดงอย่างกับลูกตำลึงสุกของนาง  ‘เหตุใดต้องนึกถึงจูบนั้นทุกที’  อี้เฟิ่งคิดในใจ

    “เอาเถอะ  เช่นนั้นประเดี๋ยวเย็นนี้แม่จะหารือกับบิดาเจ้า”

จือหยวนเอ่ยก่อนจะแตะไปที่มือของอี้เฟิ่ง

    “ถ้าเช่นนั้นลูกขอตัวก่อน”

อี้เฟิ่งเอ่ยก่อนจะเดินตรงไปที่เรือนพักของนาง  จะว่าไปแล้วหากดึงอ๋องผิงมาอยู่ข้างข้าก็ไม่เลว  เขามีทั้งอำนาจและกำลังทหารมากมาย  หากจะกำจัดไป๋หลี่ก็คงต้องพึ่งกำลังของอ๋องผิงแล้ว  เมื่อคิดได้เช่นนั้นหลายวันมานี้ที่ข้าเครียดจนนอนไม่หลับก็พลอยดีขึ้นมาบ้าง  หากเป็นอำนาจของอ๋องผิงแล้วละก็  ต่อให้เป็นไป๋หลี่ก็คงจะล้มได้ไม่ยาก  อี้เฟิ่งคิด

 

 

    1 เดือนต่อมา  เทศการลอยโคม :

         “คุณหนูแต่งตัวได้งดงามมากเลยเจ้าค่ะ คุณหนูของบ่าวงดงามที่สุด”

เจี๋ยวจือเอ่ยพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

    “ไปเอาผ้าปิดหน้าข้ามา”

ข้าหันไปสั่งเจี๋ยวจือที่ตอนนี้กำลังยืนหน้ามุ้ยอยู่ด้านข้าง

    “ไปสิ”

ข้าหันไปสั่งอีกครั้ง

    “แต่งตัวงดงามเช่นนี้  เหตุใดจึงต้องใช้ผ้าปิดบังใบหน้าเช่นนี้อีกละเจ้าคะ?”

เจี๋ยวจือเอ่ยถามพร้อมกับเดินไปหยิบผ้าปิดหน้ามาปิดให้กับข้า

    “ยิ่งงามยิ่งอันตราย  เจ้าไม่เคยได้ยินคำนี้หรือ?  หญิงงามทำให้ชาวประชาแตกแยก จนเกิดสงคราม  ฮ่องเต้จึงสั่งประหารเพื่อยุติความบาดหมาง  ข้าไม่อยากเป็นเช่นนั้น”

ข้าตอบพร้อมกับลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินนำหน้าเจี๋ยวจือออกไปจากเรือนที่พัก  

 

    ไม่นานนักข้าก็เดินมาถึงห้องรับรองแขกของจวน  ก่อนจะหันหน้าไปพบกับบุรุษรูปงานไม่เป็นสองรองใครอย่างอ๋องผิง

    “หม่อมฉันถวายพระพรท่านอ๋องเพคะ”

ข้าทำความเคารพพร้อมกับก้มหัวลงต่ำ

    “ไม่ต้องมากพิธีหรอก  คนกันเองทั้งนั้น”

ท่านอ๋องกล่าวก่อนจะเดินเข้ามาหาข้า  และยื่นมือเข้ามาจับมือของข้าเอาไว้แน่น

    “ต่อหน้าท่านพ่อกับท่านแม่ของข้า  ท่านช่วยทำตัวดีๆหน่อยจะได้ไหมเพคะ?”

ข้าหันไปกระซิบต่อว่าท่านอ๋องผิงอย่างเหลืออด  และแทนที่ท่านอ๋องจะโมโหหรือโกรธข้า  เขากับหัวเราะออกมาซะอย่างนั้น  เฮ่อ....

    “ท่านที่ปรึกษาเช่นนั้นข้ากับอี้เฟิ่งขอตัวก่อน”

ท่านอ๋องพูดจบก็จูงมือข้าเดินขึ้นรถม้าของเขาไป

    “ท่านนี้จริงๆเลยนะเพคะ”

ข้าเอ่ยหลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถม้าของเขาแล้ว

    “ข้าทำไมรึ?”

ท่านอ๋องเอ่ยถามพร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆข้า  จนใบหน้าของเราทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ท่านอ๋องค่อยๆดึงผ้าปิดหน้าของข้าออกก่อนจะประกบจูบอย่างนุ่มนวล  

    คนทั้งสองจูบกันอย่างดูดดื่ม  และเนินนานต่างฝ่ายต่างไม่อยากถอดถอนออกจากรสจูบที่หวานฉ่ำนี้เลย  ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียดาย  ก่อนจะค่อยๆผละตัวออกจากกันอย่างเคอะเขิน

    “อะแอ่ม  อากาศค่อนข้างร้อนนัก”

ท่านอ๋องเอ่ยกลบเกลื่อน

    “เพคะ  หม่อมฉันเองก็เช่นกัน”

อี้เฟิ่งตอบก่อนจะต่างคนต่างหันหน้าไปทางอื่นเพื่อซ้อนความเคอะเขินเอาไว้  

     เวลาต่อมาไม่นานนัก  อี้เฟิ่งก็หยิบผ้าปิดหน้าขึ้นมาปิดบังใบหน้าของตนเองเอาไว้  ไม่นานเกินรอรถม้าก็วิ่งมาถึงวังหลวง  ท่านอ๋องจึงลงจากรถม้าก่อนจะยื่นมือออกไปประคองอี้เฟิ่งลงจากมา  และในจังหวะที่อี้เฟิ่งกำลังจะก้าวเท้าลงจากรถม้านางก็ก้าวเท้าพาด  แต่ทว่าท่านอ๋องผิงกับเข้าไปประคองนางไว้ได้ทัน  ทั้งสองจึงสบประสานสายตากันไปมาอย่างไม่อาจละสายตา  ราวกับว่ากำลังต้องมนต์สะกดของกันและกันอยู่

    “ท่านอ๋องปล่อยหม่อมฉันได้แล้วเพคะ”

อี้เฟิ่งได้สติก่อนจึงเอ่ยทักท้วงขึ้นมา  จึงทำให้ท่านอ๋องผิงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะปล่อยมือจากนาง

    “เอ๋ะ!! นั้นมันท่านอ๋องผิงนี้  พระองค์ทรงมากับผู้ใดกัน?”

    “นั้นสิๆ”

เสียงพูดคุยมากมายดังกึกกล้องไปทั่วทั้งลานงานจัดเลี้ยง  แม้แต่ฝ่าบาทกับฮองเฮาเองก็ทรงให้ความสนใจมิน้อย  ไม่ช้าท่านอ๋องและคุณหนูอี้เฟิ่งก็เดินเข้ามาถึงงานจัดเลี้ยง

    “ถวายพระพรฝ่าบาทขอให้ฝ่าบาททรงอายุยืนหมื่นปีๆๆพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ”

ทั้งสองเอยพร้อมกัน

    “ถวายพระพรฮ่องเฮาขอให้ฮ่องเฮาอายุยืนพันปีๆๆ พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ”

ทั้งสองเอยพร้อมกัน

    “ตามสบาย”

ฝ่าบาทรับสั่ง  อ๋องผิงจึงประคองอี้เฟิ่งลุกขึ้นก่อนจะพานางเดินไปนั่งที่ประจำตำแหน่งของพระองค์

    “เทียนหลง  เจ้าไม่คิดจะแนะนำหญิงสาวที่มากับเจ้าหน่อยรึ?”

ฝ่าบาทรับสั่งถาม

    “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

อ๋องผิงตอบก่อนจะพยักหน้าให้อี้เฟิ่งแนะนำตนเอง

    “หม่อมฉันมีนามว่าหลิวอี้เฟิ่งเพคะ  บิดาของหม่อมฉันนามว่าหลิวกู่ถิง  มารดาของหม่อมฉันมีนามว่าหลิวจือหยวน  พี่ชายของหม่อมฉันมีนามว่าหลิวเจียงหรัน  พี่สาวของหม่อมฉันมีนามว่าหลิวหลี่โหว่เพคะฝ่าบาท”

ทุกคนเมื่อได้ยินที่หญิงสาวปริศนาแนะนำตัว  ก็นิ่งอึ้งกันเข้าไปอีก  ‘ที่แท้แม่นางท่านนี้คือบุตรีของท่านที่ปรึกษาหลิวนี้เอง’  เหล่าขุนนางคิด

    “ที่แท้ก็เป็นบุตรีของที่ปรึกษาหลิวนี้เอง  เรื่องนี้ท่านไม่บอกข้าบ้างเลยนะ  ที่ปรึกษาหลิว”

   ฝ่าบาททรงรับสั่งเชิงขบขัน

    “หามิได้พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท  เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนสองคน  กระหม่อมเองก็ทำได้เพียงยืนดูอยู่ห่างๆพ่ะย่ะค่ะ”

ที่ปรึกษาหลิวตอบ  เป็นการบอกเป็นในๆว่าเรื่องนี้เขาเองก็ไม่รู้เรื่อง  เป็นเรื่องของท่านอ๋องและอี้เฟิ่ง

    “เอาเถอะ  ถ้าเจ้ามั่นใจว่าจะแต่งกับนางข้าก็ไม่ห้าม”

ฝ่าบาทรับสั่งต่อ

    “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

ท่านอ๋องเอ่ย  ไม่นานนักบุรุษที่อี้เฟิ่งไม่ต้องการพบหน้ามากที่สุดก็มาปรากฎตัวต่อหน้านาง  อี้เฟิ่งขบอารมณ์ความโกรธแค้นเอาไว้จนตัวสั่นไปหมด  จนอ๋องผิงเองยังตกใจ

    “เจ้าเป็นอะไร ไม่สบายรึ?”

อ๋องผิงเอ่ยถามนางด้วยความเป็นห่วง  อี้เฟิ่งฝืนยิ่มก่อนจะเอ่ยออกไปว่า

    “มิเป็นอันใดเพคะ  หม่อมฉันเพียงรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยเพคะ”

อี้เฟิ่งตอบ

    “เจ้ากลับไปก่อนดีหรือไม่?  หรือให้ข้าตามหมอหลวงดี?”

อ๋องผิงเอ่ยถามอี่เฟิ่งจนไม่ได้หันไปสนใจองค์ชาย 9  ที่ยืนอยู่เบื้องหน้ารอคารวะเขาเลย

    “ท่านอ๋อง  กระหม่อมขอแสดงความยินดีล่วงหน้าด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

องค์ชาย 9  เอ่ยหลังจากที่อ๋องผิงยอมหันหน้ามาหาเขาแล้ว

   “อืม”

ท่านอ๋องกล่าวก่อนจะยกสุราขึ้นดื่ม  องค์ชาย 9  ก็ทำเช่นเดียวกัน  หลังจากองค์ชาย 9  ดื่มสุราคาราวะแล้ว  องค์ชายคนอื่นๆก็ทำเช่นเดียวกัน  และต่อมาก็เป็นขุนนาง  ดื่มเยอะขนาดนี้เป็นข้าคงเมาสุราไปแล้ว  อี้เฟิ่งคิดในใจ  เพราะไม่เพียงท่านอ๋องดื่มสุราจอกของเขา เขายังดื่มจอกของนางด้วย  เพราะว่าอี้เฟิ่งไม่สบายเขาจึงไม่ยอมให้นางดื่มแม้แต่หยดเดียว  และการกระทำของพระองค์นั้นก็อยู่ในสายพระเนตรของฝ่าบาทอยู่ตลอด  จนฝ่าบาทเผลอยกยิ้มอย่างเปี่ยมสุขออกมาให้เห็น  ‘เฮ่อ...ในที่สุดเจ้าก็มีความสุขบ้างเสียที’  ฝ่าบาททรงรับสั่งในใจ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #3 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 16:06

    นางจะเอาคืนในรูปแบบไหนกันน๊า

    #3
    0