เศษเสี้ยวใจ

ตอนที่ 3 : ให้นางมาคืนเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    30 ก.ค. 63

    เช้าวันต่อมา :

    วันนี้ข้าเองก็ลุกขึ้นมาแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมสำรับเช้าให้กับท่านพ่อและท่านแม่ด้วยตัวเอง

    “ยกสำรับขึ้นไปได้แล้ว”

ข้าหันไปสังบ่าวไพร่ที่กำลังยืนก้มหน้าก้มตาอยู่ด้านหลัง  หลังจากข้าพูดจบพวกนางก็เดินเข้ามายกสำรับ  และเดินตามข้ามา

    “เอาวางไว้ตรงนั้น  ส่วนอันนี้ก็เอาวางไว้ตรงโน้น”

ข้าหันไปสั่งพวกนางอีกรอบ  หลังจากที่เดินมาถึงศาลาด้านนอกซึ่งวันนี้เราจะทานมื้อเช้ากันที่นี่

    “เจ้าตื่นมาทำเองแต่เช้าเชียวหรือ?”

เสียงของท่าแม่ที่เอ่ยเรียกจากด้านหลังข้าจึงหันไปมอง

    “เจ้าค่ะ  ข้าอยากทำอะไรให้พวกท่านบ้าง”

ข้าตอบ  ก่อนจะเริ่มน้ำตาคลออีกครั้ง  ข้าเคยสูญเสียพวกเขาไป  ทั้งๆที่พวกเขารักข้ามากทำเพื่อข้าได้ทุกสิ่ง  แม้กระทั้งยอมแลกชีวิตให้กับข้า  ข้าผู้ซึ่งโง่เขลานัก  เหตุเป็นเพราะข้า  ไป่หลี่คนชั่วช้า  มันบังคับให้พวกเขายอมรับผิดเรื่องรอบวางยาพิษฝ่าบาท  และมันสัญญากับบิดา มารดา  พี่ชาย  และพี่สาวของข้าว่าจะไว้ชีวิตข้า  ขอแค่พวกเขายอมรับผิด  พวกเขาจึงยอม  แต่มันกับสังหารคนทั้งตระกูลข้า  และยังผิดสัญญากับบิดาของข้า  ไป่หลี่  ความแค้นนี้ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มลองอย่างสาสม

    “อี้เออร์  อี้เออร์  เป็นอะไรลูก?”

ฮูหยินหลิว  หลิวจือหยวนเอ่ยเรียกบุตรีของนางที่เอาแต่ยืนเหม่อพร้อมกับน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

    “ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ  พอดีฝุ่นมันเข้าตาเจ้าค่ะ”

อี้เฟิ่งตอบ  ก่อนจะส่งยิ้มไปให้มารดาของนาง

    “อะไรกัน  สองแม่ลูก  ตื่นเช้ามาทำอาหารให้ข้าทานรึ?”

ที่ปรึกษาหลิวเอ่ย  ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาคนทั้งสอง  อี้เฟิ่งเมื่อได้ยินเสียงของบิดาตนเองก็รีบวิ่งเข้าไปหาเขาและโอบกอดเอาไว้ด้วยความคิดถึง  ก่อนจะปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอีกครั้งอย่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

    “ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน”

อี้เฟิ่งเอ่ยออกมาด้วยความเจ็บปวดใจ  เป็นเพราะนาง  เพราะนางคนเดียว

    “อี้เออร์!  เป็นอะไรไปลูก?  มีใครรังแกเจ้ารึ?  ไหนบอกพ่อมาสิ”

บิดาของนางเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงก่อนจะผละตัวออกมา  และยืนจ้องหน้าบุตรีของเขาด้วยความเป็นห่วง  อี้เฟิ่งเมื่อนึกได้ว่าตนเองเผลอตัวทำเช่นนี้ไป  จึงหาทางกลบเกลื่อนทันที

    “เปล่าเจ้าค่ะ ก็ตั้งแต่เมื่อวานท่านพ่อเอาแต่ยุ่งอยู่กับงาน  จนไม่สนใจข้านี้เจ้าค่ะ  ข้าก็ต้องคิดถึงท่านพ่อสิ”

อี้เฟิ่งเอ่ยแก้ตัว

    “พ่อขอโทษเจ้าด้วยจริงๆ  ที่เอาแต่ทำงาน  ช่วงนี้ฝ่าบาทมีเรื่องปรึกษามาก  จึงค่อนข้างยุ่งเป็นพิเศษ”

หลิวกู่ถิงเอ่ยพร้อมกับลูบหัวนางเบาๆอย่างเอ็นดู  แต่การกระทำเช่นนี้กับยิ่งทำให้อี้เฟิ่งน้ำตาไหลหนักเข้าไปอีก  นานแค่ไหนแล้วนะที่เราไม่ได้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเช่นนี้  ท่านพ่อ  ข้าผิดต่อท่านจริงๆ  อึกๆ ข้าเสียใจยิ่งนัก

    “อ่า  อี้เออร์ไม่เอาเจ้าอย่าร้องนะ  พ่อเสียใจจริงๆ  พ่อผิดไปแล้ว”

กู่ถิงเอ่ยพร้อมกับท่าทางกระวนกระวายใจจนเห็นได้ชัด  ปกติบุตรีของเขาแทบไม่เคยร้องไห้งอแงขนาดนี้  นี้นางเสียใจขนาดนี้เลยหรือ?  เมื่อคิดได้เช่นนั้นกู่ถิงยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่

    “ท่านนี้จริงๆเลย  ชอบทำให้ลูกสาวข้าเสียใจอยู่ได้  อี้เออร์ไม่เป็นอะไรนะ  แม่อยู่นี้แล้ว  ส่วนพ่อเจ้าเดี๋ยวแม่จัดการให้เจ้าเอง”

จือหยวนเอ่ยปลอบบุตรีของตนเองพร้อมกับเดินเข้าไปลูบหัวของนางเบาๆ  อี้เฟิ่งเมื่อเห็นเช่นนั้นก็หันหน้ากลับมาซบอกของมารดาและร้องไห้ออกมาจนหยุดไม่อยู่  พวกท่านดีกับข้าเหลือเกิน  ต่อไปนี้ข้าจะปกป้องพวกท่านเอง

    “เอ๋! พวกท่านรังแกนางอีกแล้วหรือ?  ข้าไม่อยู่เพียง  3  วันเองนะ  พวกท่านนี้จริงๆเลย”

บุรุษอีกคนเดินเข้ามาในจวนแล้วจึงเอ่ยขึ้น

    “ท่านพี่!”

อี้เฟิ่งหันไปมองบุรุษที่มาใหม่  เมื่อเห็นว่าเป็นพี่ชายของตนเองจึงรีบวิ่งไปกอดเขาอย่างอดไม่อยู่

     “โอ๋ๆๆ  ไม่ร้องนะ  เม่นน้อยของพี่”

หลิวเจียงหรันเอ่ยปลอบใจน้องสาวพร้อมกับกอดตอบนาง

    “พวกท่านนี้นะ  พอๆกันเลยนะเจ้าค่ะ  ตามใจนางจนเคยตัว  ดูสิแค่เรื่องแค่นี้ก็ร้องไห้จะเป็นจะตาย”

หญิงงามอีกคนเดินเข้ามาก่อนจะเอ่ยขึ้น  อันที่จริงนางมาถึงได้สักครู่ใหญ่ๆแล้ว  จึงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด

    “หลี่เออร์เจ้าก็พูดเกินไป”

มารดาของนางเอ่ยทักท้วง

    “ท่านพี่  อึกอึก”

อี้เฟิ่งวิ่งเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของหลี่โหว่ซึ่งเป็นพี่สาวของนาง  ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่ดวงตาของหลี่โหว่พร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสองข้าง

    “มานี้มะ”

หลี่โหว่ดึงตัวน้องสาวของนางเข้าไปกอดอย่างเอ็นดู  ซึ่งนางก็เป็นอีกคนที่แพ้ให้กับน้ำตาของอี้เฟิ่ง

    “หืม…เมื่อครู่ใครเป็นคนพูด...”

    “หุบปากไปเลย”

หลี่โหว่ตะคอกเสียงดังตัดบทเจียงหรันที่กำลังจะพูดประชดนาง  ‘พึ่งต่อว่าคนอื่นไปเมื่อครู่นางกับเป็นเสียเอง  เหอะๆ’  เจียงหรันคิด

    “ว่าแต่พวกท่านหายไหนมาถึง  3  วัน?”

อี้เฟิ่งเอ่ยถามหลังจากหยุดร้องไห้แล้ว

    “แม่ว่าเราไปทานข้าวกันก่อนเถอะ  เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นเสียหมด”

จือหยวนเอ่ยก่อนจะเดินไปนั่งบนศาลา  และคนอื่นๆก็เดินตามไป  ปกติทุกคนในบ้านจะรักน้องเล็กอี้เฟิ่งมาก  ทุกคนจึงเอ็นดูนาง  อี้เฟิ่งเป็นเด็กน่ารัก  และงดงามที่สุดแล้วในแผ่นดินนี้  (พวกเขาคิด)  และความเป็นจริงก็เป็นเช่นนั้น  

    หลิวเจียงหรันพี่ชายของนางมักจะเป็นคนชอบใช้สมองมากกว่ากำลัง  แต่ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เก่งเรื่องการต่อสู้นะ  อันที่จริงเก่งมากๆเสียด้วย  ตอนนี้เขาได้รับตำแหน่งกุนซือของแคว้นอยู่  

    ส่วนพี่สาวของนางหลิวหลี่โหว่  มีอายุห่างจากเจียงหรันเพียงปีเดียว  จึงทำให้พวกเขาสนิทกันมาก  พอโตมาด้วยกันพี่ทำอะไร  หลี่โหว่ก็จะทำสิ่งนั้น  และเพราะนางอยู่กับบุรุษมากกว่าสตรีนางจึงมีนิสัย  ท่าทางห้าวหาญกว่าบุรุษบางคนเสียอีก  และยังเป็นถึงแม่ทัพอาชาเหล็กของแคว้นอีกด้วย  

    หน่วยอาชาเหล็กเป็นหน่วยทหารพิเศษ  ที่ทำการฝึกอย่างโหดและบ้าคลั้ง  พวกเขาต้องเจอกับอันตรายในระหว่างฝึกจึงมีการตายเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ  แต่ก็มีผู้คนมากมายอยากเข้าร่วมกับกลุ่มอาชาเหล็ก  เพราะพวกเขาทั้งแข็งแกร่ง  และองอาจ  ชุดเกาะนั้นก็แตกต่างจากทหารทั่วไปหลายขุม  แม่ทัพของพวกเขาจะสวมชุดเกาะสีแดงเหลือบทองในการออกรบ  ส่วนเหล่าทหารชุดเกาะจะเป็นสีแดงเลือด  เอาละนอกเรื่องมาเยอะแล้ว

    “ทางนั้นไปได้ด้วยดีสินะ  ถึงได้กลับมาเร็วขนาดนี้”

กู่ถิงเอ่ยถามบุตรีของเขาที่กำลังตักซุปเข้าปากอยู่

    “เจ้าค่ะ  เป็นไปตามแผนที่ท่านพ่อวางไว้เจ้าค่ะ”

หลี่โหว่ตอบพร้อมกับตักผัดผักเข้าปากต่อ

     “ท่านอ๋องทำงานได้ไวเสียจริง “

กู่ถิงพึมพำ  แต่ทุกคนก็ได้ยิน

    “อ๋องผิงเป็นเช่นไร?  ใครบ้างไม่รู้  ทำงานชักช้าสิแปลก”

เจียงหรันเอ่ยสมทบ

    “เอ่ะ!!!!  อี้เออร์ กำไลนั้น?”

จือหยวนเอ่ยถามเมื่อมองเห็นกำไลหยกสีดำสนิทที่ข้อมือของนาง  ซึ่งปกติแล้วบุคคลธรรมดาไม่มีใส่  และยกดำเช่นนี้มีเพียงคนเดียวที่มี เพราะมีเพียงแค่  2  ชิ้นเท่านั้น  จือหยวนจึงตกใจมากเมื่อมองเห็น  แต่ก็ยังไม่แน่ใจจึงเอ่ยถาม

    “อ๋อ  นี้นะหรือเจ้าคะ?  ข้าเก็บได้น่ะเจ้าค่ะ”

อี้เฟิ่งตอบ  ก็นางเก็บได้จริงๆ  แต่เก็บได้ในห้องนอนของนาง  สงสัยคงจะเป็นของบุรุษลึกลับคนนั้นเป็นแน่  แต่ก็ชั่งเถอะเขาอยากทำหล่นเอง  อีกอย่างนางก็ชอบมันมากๆด้วย  มันเป็นกำไลที่ไม่เหมือนใคร  และแปลกตามากจริงๆ

    “เก็บได้!!  เจ้าเก็บกำไลนี้ได้จากที่ไหน?”

คราวนี้เป็นบิดาของนางที่เป็นคนเอ่ยถาม  พร้อมกับสีหน้าตกใจจนซีดเผือด  กำไลนี้มันทำไมกัน?

    “ทำไมหรือเจ้าคะ?  มันเป็นของมีค่ามากเลยหรือ?”

อี้เฟิ่งเอ่ยถามทันทีเมื่อนึกสงสัย  ตอนนี้ไม่ใช่แค่กับบิดา  มารดาของนาง  แต่ท่านพี่ทั้งสองของนางก็ตกใจไม่แพ้กัน  หืม...ถ้าบอกว่าได้ที่ห้องคงได้สืบสาวราวเรื่องต่ออีกเป็นแน่  ไม่เช่นนั้นบุรุษลึกลับที่เคยช่วยนางไว้  คงได้ถูกท่านพ่อกับท่านพี่ของนางสั่งตามหาตัว  และมาลงโทษเป็นแน่  อี้เฟิ่งคิด

    “ที่ตลาดเมื่อวานนี้เจ้าค่ะ”

อี้เฟิ่งตอบ  หลังจากที่ทุกคนได้ยินในสิ่งที่นางตอบก็พากันถอนหายใจกันอย่างโล่งอก  อะไรของพวกเขากัน?

    “ถ้าเช่นนั้นลูกก็ถอดออกมาให้พ่อเถอะ  พ่อจะเอาไปคืนเจ้าของเขาให้เอง”

กู่ถิงเอ่ยก่อนจะยื่นมือไปรอรับกำไลหยกทมิฬนั้นมา

    “ท่านพ่อรู้จักเจ้าของกำไลนี้หรือเจ้าคะ?”

อี้เฟิ่งเอ่ยถามก่อนจะถอดกำไลนั้นส่งไปให้แต่โดยดี  ถึงนางจะไม่อยากทำก็เถอะ  แต่ดูจากปฎิกิริยาของพวกเขาเมื่อครู่นี้แล้ว  ดูเหมือนคนผู้นี้จะไม่ธรรมดา

    “อืม  ในใต้หล้านี้มีเพียงแค่คนเดียวที่มีกำไลหยกทมิฬนี้  นั้นคืออ๋องผิง  ซึ่งมีเพียงแค่  2  ชิ้นเท่านั้น  อดีตองค์ฮ่องเต้ทรงสั่งทำขึ้นมาคู่กัน เพื่อมอบให้กับหญิงสาวที่พระองค์รัก  นั้นคือพระมารดาของท่านอ๋องผิง  และเมื่ออดีตองค์ฮ่องเต้สวรรคต  ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจึงส่งมอบให้กับท่านอ๋องผิงเพื่อให้มันได้อยู่คู่กันอีกครั้งหนึ่ง”

กู่ถิงตอบพร้อมอธิบาย  เอ๋ะ!!!ของอ๋องผิงเหรอ  ไม่นะ  บุรุษคนนั้นจะเป็นอ๋องผิงได้เช่นไร?  อันที่จริงข้าก็เคยได้ยินเรื่องกำไลหยกทมิฬนี้มาบ้างแล้วในชาติที่แล้ว  แต่ใครจะไปคิดว่าคืออันเดียวกัน  ไม่ๆ ไม่ใช่  เลิกคิดๆ  คืนไปแล้วก็จบๆไป  อี้เฟิ่งคิด  อ๋องผิงเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่อี้เฟิ่งไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย  ถ้าเป็นไปได้อยู่ห่างๆจะดูกว่า

    “เอาละพวกเราเองก็รีบทานข้าวได้แล้ว  ต้องรีบเข้าไปประชุมราชการแต่เช้า”

กู่ถิงเอ่ยก่อนจะรีบตักข้าวใส่ปาก  รวมถึงคนอื่นๆด้วยเช่นเดียวกัน

 

    ครึ่งชั่วยามต่อมา  :

    “เอาละ  เรื่องภัยแล้งจาก ดงฮว่า  เป็นอย่างไร?”

ฝ่าบาทรับสั่งถาม  ไต้เท้าที่ดูแลเรื่องนี้จึงก้าวเท้าออกมาจากแถวและเอ่ยว่า

    “ทูลฝ่บาท  กระหม่อมได้ให้ทางเจ้าเมืองดงฮว่าเปิดยุ้งฉางให้กับราษฏร์แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ไต้เท้าคนนั้นตอบ

    “อืม”

ฝ่าบาทรับสั่งเบาๆ

    “ฝ่าบาทการทำเช่นนั้นมันก็เป็นเสมือนการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ  หากวันใดยุ้งฉางหมดจะทำเช่นไร?  แบบนี้ก็ไม่ต่างจากการยื่นปลาให้กับขอทานนะพ่ะย่ะค่ะ  สู้เราสอนเขาตกปลาเองไม่ดีกว่ารึพ่ะย่ะค่ะ?”

ที่ปรึกษากู่ถิงเอ่ย  ทำให้ฝ่าบาทสนใจยิ่งนัก

    “แล้วเจ้าจะสอนคนขอทานตกปลาได้เช่นไร?”

ฝ่าบาทรับสั่งถาม

    “ทูลฝ่าบาท  กระหม่อมได้ข่าวว่าบนภูเขาดงแฮที่อยู่ใกล้กับเมืองดงฮว่ามีน้ำตกไหลผ่านไม่ขาดสาย  หากเราขุดลอกทางน้ำให้ไหลลงมาทที่แอ่งน้ำของเมืองจะเป็นเรื่องที่ดีพ่ะย่ะค่ะ  และช่วงระหว่างที่ยังขุดลอกไม่เสร็จก็ให้ชาวบ้านช่วยกันทำแอ่งเล็กๆสำหรับรองน้ำฝนให้อยู่ได้ในช่วงหน้าแล้งเช่นนี้เป็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?”

ที่ปรึกษาตอบ

    “อืม  เป็นความคิดที่ดี  แบบนี้ชาวบ้านก็จะมีรายได้ในการมารับจ้างในการขุดลอกทางน้ำด้วยใช่หรือไม่?”

ฝ่าบาทรับสั่งถามอีกครั้ง

    “พ่ะย่ะค่ะ”

ที่ปรึกษาตอบ

   “ดี  เอาแบบนี้ละ  เจ้าไปเตรียมการและแจ้งแก่เจ้าเมืองดงฮว่าด้วย”

ฝ่าบาทรับสั่ง

    “พ่ะย่ะค่ะ”

ไต้เท้าคนนั้นรับคำสั่งก่อนจะเดินกลับเข้าแถวไป  

    “เรื่องต่อไป?”

ฝ่าบาทเอ่ยเรียกคนที่จะทูลเรื่องอื่นต่อ  และขุนนางที่ได้รับมอบหมายงานที่ฝ่าบาททรงมอบหมายให้ก็ออกมารายงานความคลืบหน้าต่อทันที

 

 

    2  เค่อต่อมา  :

    “วันนี้ท่านที่ปรึกษาเก่งจริงๆ”

    “นั้นสิๆ”

เสียงบรรดาเหล่าขุนนางที่ทยอยเดินออกมาจากท้องพระโรงพูดคุยกัน

    “ท่านอ๋อง  กระหม่อมขอเวลาเพียงครู่พ่ะย่ะค่ะ”

ที่ปรึกษาหลิวเอ่ย  พร้อมกับก้มหัวลงเล็กน้อยหลังจากที่เดินมาขวางทางที่ท่านอ๋องผิงกำลังจะเดินไป

    “ที่ปรึกษาเกรงใจเกินไปแล้ว”

อ๋องผิงเอ่ยเมื่อมองเห็น  นี้ถ้าไม่ติดว่าเป็นบิดาของนาง  เขาคงสั่งตัดหัวไปแล้วที่กล้าเดินมาขวางทางเขา

    “เอ่อ...คือกระหม่อม  นำสิ่งนี้มาคืนพ่ะย่ะค่ะ  พอดีว่าบุตรีของกระหม่อมเก็บมันได้ที่ตลาด  กระหม่อมเห็นว่ามันน่าจะเป็นของพระองค์จึงได้นำมาคืนพ่ะย่ะค่ะ”

ที่ปรึกษาหลิวเอ่ยต่อ  หึ เก็บได้ที่ตลาดรึ?  นางนี้ชั่งโกหกไม่เนียนเสียจริง   อีกอย่างข้าให้นางไป  นางก็ต้องเป็นคนนำมาคืนสิถึงจะถูก  แต่ถึงจะนำมาคืนข้าก็ไม่รับคืนอยู่ดี  อ๋องผิงคิด

  “ในเมื่อบุตรีของท่านเป็นคนเก็บได้  เช่นนั้นก็ให้นางเอามาคืนข้าเองเถอะ”

อ๋องผิงพูดจบก็เดินออกไปจากท้องพระโรงทันที  ทำเอาที่ปรึกษาหลิวหน้าชาไปเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น