เศษเสี้ยวใจ

ตอนที่ 2 : ว่าที่ชายา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 121 ครั้ง
    30 ก.ค. 63

    ชั่วยามต่อมา :

    “คุณหนูอย่าเดินเร็วนักสิเจ้าค่ะ  ประเดี๋ยวก็หกล้มหรอกเจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือเอ่ยพร้อมกับวิ่งตามข้าไปมาทุกซอกมุมที่ข้าเดินไป

    “อืม...อันนี้ก็สวยนะ เจ้าว่ากำไลนี้เหมาะกับข้าไหม?”

ข้าเอ่ยถามเจี๋ยวจือหลังจากที่เดินมาสะดุดเข้ากับกำไลสีเขียวมรกตเลื่อมทองที่ดูสวยแปลกตายิ่งนัก

    “อืม..ก็งดงามนะเจ้าค่ะ  เพียงแต่กำไลที่ห้องของคุณหนูก็มีมากมายแล้วนะเจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือตอบ  พร้อมกับพูดต่อ

   “เชอะ  ของพวกนั้นข้าไม่ถูกใจเลยสักชิ้น  อีกอย่างของพวกนั้นข้าไม่ได้เป็นคนซื้อเองเสียหน่อย  มีแต่พวกคุณชายที่เมื่องเหลาหลูเป็นคนซื้อให้มา  มันจะเหมือนกันได้อย่างไร?”

ข้าบอกกับเจี๋ยวจือที่ทำหน้างวยงงอยู่ข้างๆ  เมืองเหลาหลูเป็นเมืองบ้านเกิดข้า

    “เจ้าค่ะๆ  หากคุณหนูต้องการ  ก็ซื้อเถอะเจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือเอ่ย  นางคงไม่ได้งอนข้าหรอกนะ  น้ำเสียงกับสีหน้าดูบึ่งตึงอย่างเห็นได้ชัด

    “หลบไปๆ  หลีกทางให้องค์ชาย  5  ด้วย”

รถม้าวิ่งด้วยความเร็วเต็มที่  พุ่งตรงเข้ามาทางที่คุณหนูอี้เฟิ่งยืนอยู่  ซึ่งพอนางหันไปมองก็สายเกินไปเสียแล้วที่จะหลบ

    พรึบ!

อี้เฟิ่งหลับตาปี๋  เมื่อคิดว่ารถม้าคงพุ่งชนตัวเองเป็นแน่  แต่ผ่านไปเพียงครู่กับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นนางจึงลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษเสียแล้ว  ก่อนจะผละตัวออกห่าง  เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าบุรุษท่านนี้  สวมใส่อาภรณ์สีดำสนิททั้งตัว  ใบหน้าหล่อเหลา  คิ้วงามดังกระบี่  ดวงตาคมดังเหยี่ยว  ผมเกล้าขึ้นเพียงครึ่งศีรษะ รับกับดวงหน้าได้เป็นอย่างดี  ใต้หล้านี้มีบุรุษเช่นนี้อยู่อีกรึ?  เท่าที่ข้าจำได้นอกจากไป่หลี่แล้วความหล่อเหลาระดับนี้ข้ายังมิเคยเห็นเลย  บุรุษท่านนี้เป็นใครกัน?

    “คุณหนู!!”

เจี๋ยวจือเอ่ยเรียกหลังจากที่มองมาเห็นข้าปลอดภัยดีแล้ว

    “เป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ?”

เจี๋ยวจือเอ่ยถามหลังจากที่เดินเข้ามาถึงตัวข้าแล้ว

    “ไม่เลย โชคดีที่คุณชะ...”

ข้ากำลังตอบ  แต่พอหันกลับมาอีกทีบุรุษที่ยืนอยู่เมื่อครู่ก็หายไปเสียแล้ว  ข้าจึงมองดูรอบๆก็ไม่พบผู้ใดที่คลายคลึงกับเขาเลย  ไปไวมาไวเสียจริง

    “อะไรหรือเจ้าคะ?”

เจี๋ยวจือเอ่ยถามต่อเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆของข้า

    “เปล่าๆ  ไม่มีอะไร  ไปร้านผ้าแพรกันเถอะ”

ข้าตอบเจี๋ยวจือก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

 

    2  เค่อต่อมา :

    “เถ้าแก่  มีผ้าแพรสีชมพูอ่อนๆหรือไม่?”

ข้าเอ่ยถามหลังจกที่เดินหาอยู่นาน  แต่ก็ไม่พบ

    “รอสักประเดี๋ยวนะเจ้าค่ะ  เดี๋ยวข้าจะไปดูให้”

เถ้าแก่ร้านบอกก่อนจะเดินหายเข้าไปหลังร้าน

 

 

    อีกฝั่งหนึ่งของเมืองหลวง :

    “ท่านอ๋องท่านหายไปไหนมาพ่ะย่ะค่ะ  เมื่อครู่กระหม่อมเห็นคนขององค์ชาย  4  เคลื่อนไหวแล้ว”

ซูซื่อคนสนิทของท่านอ๋องรายงานหลังจากที่ท่านอ๋องมาถึง

    “ไปช่วยหญิงงามมา”

ท่านอ๋องตอบ

    “หญิงงามในใต้หล้านี้นอกจากบุตรีของท่านอมาตฟู่  ยังมีคนอื่นอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

ซูซื่อเอ่ยถาม  ทำเอาท่านอ๋องถึงกลับปวดหัวกันเลยทีเดียว  มันเป็นการเปรียบเปยให้ฟังดูดีอะไรประมาณนั้น  แต่ดูๆไปแล้วแม่นางคนนั้นอาจจะงดงามมากก็เป็นได้  ท่านอ๋องผิงคิด

    “ให้คนของเราตามองค์ชาย 3 องค์ชาย 4   องค์ชาย 5  องค์ชาย 7   และองค์ชาย 8  หากพวกเขามีความเคลื่อนไหวอะไรให้รีบมารายงานข้า  ข้าต้องสืบรู้ให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังกบฎที่เมืองเหยาซี”

ท่านอ๋องออกคำสั่ง

    “พ่ะย่ะค่ะ”

ซูซื่อรับคำสั่งก่อนจะหายไปกับสายลมทันที  

    “คุณหนู  ซื้อผ้าแพรเยอะขนาดนี้จะเอาไปทำอะไรเจ้าคะ?”

เสียงสาวใช้ข้างกายของหญิงสาวที่อ๋องผิงช่วยชีวิตเอาไว้เอ่ยถาม  มันจึงเป็นจุดสนใจให้กับบุรุษในห้องริมหน้าต่างชั้นสองได้มองดูอย่างนึกสนุก

    “ก็ต้องเอาไปเย็บเสื้อผ้า  ตัดสื้อสิ เจ้าถามมาได้”

คุณหนูอี้เฟิ่งตอบ  ก่อนจะเดินหน้าต่อไป

 

    เย็นวันนั้น :

    หลังจากที่คนในจวนหลับกันหมดแล้ว  อ๋องผิงก็แอบเข้าไปในห้องนอนของคุณหนูอี้เฟิ่งทันที  ท่านอ๋องผิงเดินตรงไปที่เตียงนอนแต่กับไม่พบใครบนนั้น  นางหายไปไหนกัน?

    “แอบย่องเบายามวิกาล  มันผิดกฎหมายนะเจ้าค่ะ”

อี้ฟิ่งพูดพร้อมกับกอดอกจ้องมองหน้าบุรุษในอาภาณ์สีดำสนิท  อ๋องผิงตกใจเล็กน้อยก่อนจะเก็บอาการเอาไว้

    “เจ้ารู้  ว่าข้าจะมารึ?”

อ๋องผิงเอ่ยถาม

    “เจ้าค่ะ  อันที่จริงควรจะบอกว่าท่านตามข้ามาตั้งแต่อยู่ที่ตลาดแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ?”

อี้เฟิ่งตอบ  ทำเอาคนที่ฟังตกใจเป็นอย่างมาก  หากนางรู้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว  เหตุใดจึงทำเป็นเหมือนไปรู้ตัวเล่า?

    “ท่านเป็นใคร?”

อี้เฟิ่งเอ่ยถามอย่างนึกสงสัย  

    “แล้วเจ้าเล่าเป็นใคร?  ปิดบังใบหน้าไว้เช่นนี้  ยังจะมาถามคนที่เปิดเผยใบหน้าให้เห็นเช่นข้าอีกรึ”

อ๋องผิงตอบ  ก่อนจะเดินวนรอบๆตัวนาง

    “ท่านตามข้ามาถึงจวนตระกูลหลิว  ยังจะมาถามว่าข้าเป็นใครอีกรึ?”

อี้เฟิ่งตอบ  นั้นสิก็จริงของนาง  หากมาที่ตระกูลหลิว  ก็คงต้องเป็นบุตรีของไต้เท้าหลิวอยู่แล้วนี้นะ

    “ข้าอ๋องผิง”

อ๋องผิงตอบ

    “ท่านนี้ตลกเสียจริง  หากไม่ประสงค์อยากจะบอกข้า  ก็ไม่ควรแอบอ้างชื่อผู้อื่นนะเจ้าค่ะ”

อี้เฟิ่งพูดพร้อมกับท่าทางขบขัน  อ๋องผิงส่วนใหญ่ใครๆก็รู้ว่าเขาอยู่แต่สนามรบ  ไม่ก็ชายแดน  จะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?

    “นี้เจ้า!”

อ๋องผิงไม่รู้จะพูดหรืออธิบายอะไรต่อ  จึงทำได้เพียงหงุดหงิดโมโหและเงียบเสียงลง

    “เอาเถอะ  ท่านไม่มีอะไรแล้วก็กลับออกไปได้แล้วนะเจ้าค่ะ  ข้าจะพักผ่อน”

นางไล่ข้ารึ!?  อ๋องผิงโมโหจนแทบจะคลั้งตาย  แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเก็บเอาความโมโหนั้นไว้  แล้วก็หายออกไปจากห้องนี้ทันที  อี้เฟิ่งเมื่อเห็นเช่นนั้นก็หลับตานอนต่อ  

 

    ตกดึกท่านอ๋องก็กลับเข้ามาในห้องของอี้เฟิ่ง  พร้อมกับกำไลหยกสีดำที่ทำขึ้นมาเป็นคู่  ท่านอ๋องผิงเอามาให้นางชิ้นหนึ่งส่วนอีกชิ้นเขาเก็บเอาไว้เอง  ก่อนจะค่อยๆบรรจงจูบไปที่หน้าผากของอี้เฟิ่ง

    “จงภูมิใจเสีย  ที่ข้าเลือกเจ้าเป็นว่าที่ชายา”

อ๋องผิงพูดพร้อมกับยิ้มอย่างไร้สิ่งใดแอบแฝงให้แก่นาง  ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าหน้าตาหลังผ้าปิดหน้าผืนนี้นางมีหน้าตาเช่นไร?  แต่สำหรับเขาแล้วนางเป็นผู้หญิงคนเดียวที่กล้าพูดกล้าคุยเช่นนั้นกับเขา  เขาจึงสนใจนางมาก  ไม่นานนักอ๋องผิงก็หายออกไปจากห้องของอี้เฟิ่ง

 

    เช้าวันต่อมา :

   “เอาอันนั้นไปไว้ที่เรื่อนรับรองนะ  ส่วนอันนี้ก็ไปไว้ที่ห้องนอนของข้า”

ฮูหยินหลิวสั่งบ่าวในจวนขนของไปเก็บหลังจากที่พึ่งเดินทางมาถึงเมื่อครู่นี้เอง  เพราะสามีของนางเข้ามารับตำแหน่งในวังหลวง  นางกับลูกสาวจึงต้องย้ายมาอยู่ในเมืองหลวงด้วย  นางจึงต้องเก็บของจากบ้านเก่ามาบางส่วน  จึงทำให้นางเดินทางล่าช้ากว่าสามีแล้วบุตรีของนางหนึ่งวัน

    “ท่านแม่  มาถึงแล้วหรือเจ้าคะ?”

อี้เฟิ่งเอ่ยก่อนจะเดินเข้าไปทำความเคารพ

    “อี้เออร์  มานี้มาให้แม่กอดหน่อย”

ฮูหยินหลิวเอ่ยก่อนที่อี้เฟิ่งจะเดินเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง

    “บิดาเจ้าเล่า?”

ท่านแม่เอ่ยถามหลังจากที่ผละตัวออกไปแล้ว

    “ท่านพ่อไปราชการตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ”

ข้าตอบท่านแม่

    “งั้นเหรอ  เดี๋ยวแม่จัดแจงของพวกนี้เสร็จแล้วจะไปรับสำรับนะ  ตอนนี้อี้เออร์ของแม่ออกไปจากตรงนี้ได้แล้ว”

ท่านแม่เอ่ยก่อนจะหันกลับไปทำงานต่อ  ข้าเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงเดินออกมา

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 121 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น