เศษเสี้ยวใจ

ตอนที่ 1 : ย้อนเวลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,915
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 137 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

    ณ  ตำหนักเย็น  อู๋ฝู :

    “ปล่อยข้าออกไป  ไป๋หลี่  ไอ้คนชั่ว ปล่อยข้าออกไป...ฮื่อๆๆ”

เหตุใดข้าจึงโง่นัก  ยอมทำทุกอย่างเพื่อเขา  แต่ดูตอนนี้สิแม้แต่ตระกูลของตนเองก็ยังดูแลมิได้  มิหนำซ้ำยังเป็นคนทำลายตระกูลด้วยมือของข้าเอง

   “ปล่อยข้า  ฮื่อๆๆๆๆ”

ลูกคนนี้ชั่งอกตัญญูนัก  ท่านพ่อ  ท่านแม่  ท่านพี่  โปรดให้อภัยข้าด้วย  หญิงสาวบ่นโอดครวญด้วยความเจ็บปวด  ที่เป็นต้นเหตุให้คนทั้งตระกูลหลิวของนางต้องถูกประหารในวันนี้  เหตุเพราะนางไว้ใจและรักเป่ยไป่หลี่มากเกินไป  จนนางถูกเขาหลอกใช้  และพอได้มาซึ่งอำนาจทุกอย่างเขาก็ถีบหัวนางส่ง

    แอ๊ด...

เสียงประตูห้องถูกเปิดออก  ก่อนจะเผยให้เห็นบุรุษในชุดสีแดงเดินก้าวเท้าเข้ามา

    “หึ  อี้เฟิ่ง  สภาพเจ้าตอนนี้ดูมิได้เลย  นี้นะหรือ  หญิงงามในใต้หล้า”

ไป๋หลี่เอ่ยพร้อมกับยกยิ้มอย่างพอใจ

    “ไอ้คนชั่ว  ข้าจะฆ่าเจ้า”

ข้าพูดจบก็วิ่งเข้าไปหาเขา  หมายจะบีบคอของคนเลวที่อยู่เบื่องหน้า  แต่ก็มีทหารวิ่งเข้ามาจับตัวข้าไว้เสียก่อน

    “หึ  ชั่งไม่เจียมตัวเองเสียจริง”

ไป๋หลี่เอ่ยพร้อมกับหรี่ตามองอย่างเหยียดหยาม

    "เหตุใดท่านจึงใจร้ายเช่นนี้?"

อี้เฟิ่งร้องไห้คร่ำครวญถึงบุรุษที่ไร้หัวใจอย่างไป๋หลี่  ทั้งๆที่นางมอบให้เขาไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง  แม้กระทั้งใจของนาง  แต่เขากับตอบแทนนางด้วยการประหารตระกูลของนางจนหมดสิ้น

    "เหตุผลเดียวเลย อี้เฟิ่ง นั้นคือเจ้าโง่มากกับเรื่องเช่นนี้"

ไป๋หลี่ตอบพร้อมกับยกยิ้มชั่วร้ายออกมาให้เห็น

    "คนชั่วอย่างเจ้า  สักวันข้าจะทำลายเจ้าให้ย่อยยับ"

อี้เฟิ่งตะคอกใส่หน้าไป๋หลี่  พร้อมกับแววตาอาฆาตอย่างแรงกล้า  หากข้ามีโอกาสอีกสักครั้งข้าจะไม่ขอรักเจ้าอีก  เป่ยไป๋หลี่

    "หึ  เจ้าจะทำได้หรือ?  จงตายไปซะ"

ไป๋หลี่ฟันดาบลงที่คอของอี้เฟิ่งจนหัวหลุดออกจากคอ  แต่ทว่าแววตาที่จ้องมองมาที่ไป๋หลี่กับดูน่ากลัวจนไม่มีใครกล้ามอง  แววตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาต  แววตาของความชิงชัง......

.

.

.

    “คุณหนู  ตื่นได้แล้วนะเจ้าค่ะ นี้มันยามเว่ยแล้วนะเจ้าคะ”

(ยามเว่ยคือเวลา 13.00-14.59 น.)  เสียงใสๆของใครสักคนเอ่ยขึ้น  ฟังจากน้ำเสียงเหมือนคนคุ้นเคยยิ่งนัก  ข้าจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปมองด้านข้างเตียงนอน  ในช่วงแรกภาพใบหน้าของนางยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก  แต่พอข้ามองดูอีกครั้งก็ต้องตกใจเป็นอย่างมาก

    “เจี๋ยวจือ!!...ฮื่อๆ  เป็นเจ้า  เป็นเจ้าจริงๆด้วย”

ข้าเอ่ยพร้อมกับสวมกอดสาวใช้ข้างกายข้าทันที  นี้นางยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ?  หรือว่าข้าแค่ฝันไป

    “เจ้าค่ะ  ข้าเอง  คุณหนูเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ?”

เจี๋ยวจือเอ่ยถามก่อนจะมองสำรวจข้าต่อทันที

    “เจ้ายังไม่ตาย  ข้าดีใจเหลือเกิน”

ข้าเอ่ยต่อพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย  แต่ข้าจำได้ว่านางตายไปแล้ว  ตายต่อหน้าข้า  เป็นไป๋หลี่ที่เป็นคนฆ่านางเองกับมือ  และข้าเองก็เห็นกับตา  แล้วเหตุใด?  นางถึงยังไม่ตาย

    “คุณหนู  ฝันร้ายหรือเจ้าค่ะ  ข้าจะตายได้เช่นไรกัน?”

เจี๋ยวจือเอ่ยพร้อมกับท่าทางกังวลกับสิ่งที่ข้าพูดไปเมื่อสักครู่  เป็นไปได้เช่นไรกัน?  ข้าคิด

    “เจี๋ยวจือ  ตอนนี้ฮ่องเต้คือใคร?”

ข้าเอ่ยถามเจี๋ยวจือเมื่อนึกสงสัย

    “คุณหนูองค์ฮ่องเต้ก็คือ เป่ยหมิงเทียน  อย่างไรเล่าเจ้าค่ะ  คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ?”

เจี๋ยวจือตอบ  เป่ยหมิงเทียน  เช่นนั้นก็ยังคงเป็นบิดาของเป่ยไป๋หลี่อยู่นะสิ  เอ่ะ!!หรือว่าข้าจะย้อนเวลากลับมาได้จริงๆ  เช่นนั้นตอนนี้ข้าก็สามารถแก้ไขความผิดพลาดของข้าได้แล้วสิ

    “เจี๋ยวจือ  ตอนนี้ข้าอายุเท่าไหร่หรือ?”

ข้าเอ่ยถามต่อ

    “คุณหนู  ข้าว่าให้ข้าไปตามท่านหมอดีกว่านะเจ้าค่ะ  ถ้าทางคุณหนูน่าจะไม่สบาย”

เจี๋ยวจือตอบ  พร้อมกับสีหน้าท่าทางตกใจเป็นอันมาก

    “ข้าแค่อยากรู้เจ้าก็แค่ตอบ  มันยากนักรึ?”

ข้าเอ่ยพร้อมกับท่าทางเหมือนจะน้อยใจ  นางมักจะทนไม่ได้เมื่อข้าทำเช่นนี้  จนยอมใจอ่อนให้ทุกที  นางอายุมากกว่าข้าเพียง  2  ปี

    “15  ปีเจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือตอบ  นั้นไงเห็นหรือไม่  15  ปี  เช่นนั้นก็อีก  4  ปี  กว่าตะกูลข้าจะถูกทำลาย  ข้าจำได้ว่างานเทศกาลลอยโคมปีนี้ข้าจะพบเจอกับไป๋หลี่  และข้าก็ตกหลุมรักเขาจากนั้นอีก  1  ปีต่อมา  ข้าก็แต่งกับเขา  เช่นนั้นข้าก็แค่ไม่พบเขาทุกอย่างก็น่าจะจบแล้ว  แต่ว่าแล้ววันลอยโคมมันวันใดเล่า?

    “เจี๋ยวจือ  วันนี้คือวันใดรึ?”

ข้าเอ่ยถามเจี๋ยวจือที่ตอนนี้คือแบบ  เต็มทีแล้ว  ถ้าข้าถามนางอีกครั้ง  นางคงรีบวิ่งไปแจ้งท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าเป็นแน่

    “วันนี้เป็นวันที่คุณหนูพึ่งเดินทางมาถึงเมืองหลวงวันแรกเจ้าค่ะ”

เจี๋ยวจือตอบ วันเข้ามาเมืองหลวง เช่นนั้นก็อีก  1  เดือนก็เป็นวันลอยโคมนะสิ   เช่นนั้นก็แสดงว่าวันนี้ท่านพ่อของข้าจะถูกแต่งตั้งให้เป็นขุนนางขั้น 3  เป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์ของฝ่าบาท  ถึงแม้ว่าจะไม่มีทหารในความดูแลเหมือนตระกูลอื่นๆ  แต่ท่านพ่อก็เป็นที่น่าเกรงขามของเหล่าขุนนางมาก  เพราะทรงเป็นถึงสหายรักของฝ่าบาท  และยังดำรงค์ตำแหน่งที่ปรึกษาของฝ่าบาทอีกด้วย  แม้แต่เหล่าเสนาอมาตย์ยังต้องเกรงใจ

    “เช่นนั้นหรือ  เจี๋ยวจือข้าหิวแล้ว  เจ้าช่วยไปเตรียมสำรับมาให้ข้าหน่อยสิ”

ข้าเอ่ยกับเจี๋ยวจือ  เจี๋ยวจือมองดูสีหน้าของข้าสักพักก่อนจะขอตัวออกไป  

 

    ณ วังหลวง :

   “อ๋องผิง  ปราบกบฎได้คราวนี้  เจ้าต้องการสิ่งใด?  หากข้าหามาให้เจ้าได้  ข้าจะหาให้”

ฮ่องเต้เป่ยหมิงเทียนเอ่ยพร้อมกับจับจ้องไปที่ท่านอ๋องผิง  หรืออีกพระนามคือ  อ๋องเป๋ยเทียนหลง

    “กระหม่อมไม่ขอสิ่งใดมากพ่ะย่ะค่ะ  นอกจากขอให้ฝ่าบาททรงเลิกหาคู่ให้กระหม่อมได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ท่านอ๋องตอบ  ทำเอาทั้งท้องพระโรงแอบขบขำกันเสียมิได้  เนื่องจากหลายเดือนมานี้ฝ่าบาททรงพยายามจับคู่ให้ท่านอ๋องที่มีพระชนมายุ  23 ชรรษาแล้ว  แต่ก็ยังไม่ยอมอภิเษกกับบุตรีของใครเลย  ฝ่าบาทจึงทรงเป็นกังวลว่าน้องชายของพระองค์จะหาภรรยามิได้  เพราะชื่อเสียงของท่านอ๋อง  

    ชื่อเสียงอันเลื่องลือของพระองค์  เหตุเพราะท่านอ๋องทรงติดตามอดีตองค์ราชาออกรบบ่อยๆ  จนกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว  พระองค์สามารถสังหารคนได้โดยไม่ต้องกระพิบตา  และขับไล่ศัตรูที่มารุกรานออกไปได้หมดสิ้น  และคำว่าหมดสิ้นนั้นคือไม่มีใครได้รอดกลับไปได้สักคนเดียว  ท่านอ๋องจึงมักจะอยู่ที่สนามรบมากกว่าอยู่ในเมืองเสียอีก  จะกลับมาก็ต่อเมื่อฝ่าบาทรับสั่งหาเท่านั้น  แต่มิใช่ว่าพระองค์จะไม่ชอบสตรี  ก็มีบ้างในบางครั้งที่พระองค์จะไปที่หอนางโลม  หรือไม่ก็สนมที่ฝ่าบาทส่งมาให้  แต่ก็มีหลายปากหลายเสียงเล่าว่า   สตรีเหล่านั้นล้วนทนกามารมณ์ของท่านอ๋องมิไหวก็ขาดใจตายกันเสียหมด

    “เจ้าไม่อยากให้ข้ายุ่ง  ก็รีบหาสตรีสักคนมาเป็นชายาของเจ้าให้ข้าเห็นเสียก่อนสิ  แล้วข้าจะปล่อยผ่าน”

ฝ่าบาทรับสั่ง  ทำเอาคนทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ

    “เอาละ  ในเมื่อเจ้ายังไม่มีสิ่งใดที่ต้องการ  ก็เก็บเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน  ในเมื่อวันนี้ไม่มีสิ่งใดเพิ่มเติมแล้ว  ก็แยกย้ายกันได้แล้ว”

ฝ่าบาทรับสั่งก่อนจะลุกออกจากบัลลังก์  และเหล่าขุนนางที่อยู่ในท้องพระโรงวก็ก้มหัวคุกเข่า  และกล่าวพร้อมกันว่า

    “น้อมส่งฝ่าบาท”

หลังจากฝ่าบาทออกจากท้องพระโรงแล้ว  ท่านอ๋องผิงก็เดินออกไปจากท้องพระโรงเช่นเดียวกัน

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 137 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น