เรือนฤทัยที่รัก (yaoi)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,262 Views

  • 87 Comments

  • 887 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    32

    Overall
    7,262

ตอนที่ 13 : ๑๓ โตเป็นหนุ่มแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1399
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 94 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

๑๓

                บัดนี้ ๑๓ ปีเลยผ่าน อ้ายดีอายุยี่สิบเอ็ดยืนเคียงข้างคุณหนูโปรด ในวัยเดียวกัน ทั้งคู่เรียนจบคณะนิเทศศาสตร์ สวมชุดพระราชทานปริญญาบัตร ในมือโอบใบจบการศึกษาไว้โดยที่อีกข้างหนึ่งมีคุณหมอปลื้ม ในวัยกลางคน ยืนด้านข้าง สวมแว่น ยิ้มนิ่งมองดูเหล่าสหายของเด็กทั้งสอง เข้ามาร่วมถ่ายภาพหมู่ บ้างถือช่อดอกไม้ บ้างถือลูกโป่งสวรรค์ยิ้มสดใส

                “มองกล้องนะคะ”

                คุณดวง ที่บัดนี้กลายเป็นสาวเปรี้ยววัยยี่สิบเก้า สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีน พร้อมส้นสูงแหลมเปี๊ยบสะพายกล้องถ่ายรูป ยิ้มภาคภูมิใจ ด้วยคนหนึ่งก็น้องชาย อีกคนก็แฟนสาว แน่ล่ะ หนูโปรดขอเธอเป็นของขวัญวันรับปริญญา ซึ่งคุณดวงเองก็ตอบตกลงไปแล้วไม่ตกใจเท่าไหร่ ด้วยสองสาวต่างแอบมีความรู้สึกที่ดีต่อกันมายาวนานนัก แม้ไม่เคยบอกใครถึงความรักที่เบ่งบานในฤทัยมาเสมอ

                อ้ายดีที่บัดนี้หน้าตาหล่อเหลาต่อเติมจากโครงเค้าตอนเด็กๆ ถูกดึงตัวจากสาวๆนักศึกษารุ่นน้อง เข้าไปถ่ายรูปคู่ พร้อมขอลายเซ็น แน่ล่ะ อ้ายดีมีชื่อเสียงมากในรั้วมหาวิทยาลัย ด้วยมีตำแหน่งเป็นถึงสุดยอดหนุ่มหล่อประจำภาควิชา หัวกระไดอ้ายดีไม่เคยแห้ง ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่รุมตามตื้อไม่เคยขาด คุณหมอปลื้มเองก็ดูจะพึงใจอยู่ไม่น้อย ที่กลับมาจากเมืองนอกแล้ว ได้เห็นอ้ายดีเติบใหญ่ เรียนจนจบ ได้รับโอกาสทางการแสดง กลายเป็นที่รักของมหาชน เห็นว่าอ้ายดีถูกเชิญให้ถ่ายภาพลงนิตยสารอยู่บ่อยๆ และอีกไม่นานแว่ววาจะมีงานเปิดกล้องละครโทรทัศน์ แน่นอนอ้ายดีได้รับบทเป็นพระเอก และหนูโปรดเป็นนางเอก

                หนูโปรดเองก็เติบโตเป็นสาวสวย เรือนร่างงาม หุ่นดีรับงานเดินแบบของห้องเสื้อหลายแห่ง หนุ่มๆทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องจึงดึงตัวไป ขอถ่ายรูป ขอลายเซ็น แม้หนูโปรดจะรู้สึกเกรงใจคุณดวงอยู่ไม่น้อย แต่ก็ต้องจำยอม ด้วยบัดนี้เป็นคนของประชาชนแล้วจึงเลือกปฏิเสธไม่ได้ เห็นว่าจดหมายรักของหนุ่มๆที่ส่งมาถึงบ้านเจริญทรัพย์จ่าหน้าถึงเธอเองนั้นมีไม่เคยขาด แต่ทุกฉบับก็ถูกทำลายโดยฝีมือของคุณดวง ด้วยหึงหล่อน หนูโปรดเองก็ไม่ได้ว่าอะไร ด้วยชอบอยู่แล้วที่ถูกหวง

                อ้ายดีลอบมองคุณหมอปลื้ม คนที่เขาคะนึงหามาตลอดสิบสามปี กลับมาครั้งนี้คุณหมอปลื้มยังคงเดิม ใบหน้าหวานจ๋อย สุภาพ อ่อนโยน หากทว่าเหินห่าง คุณหมอปลื้มเพียงรับไหว้อ้ายดีเท่านั้น ตบไหล่และชื่นชมเขา ยืนอย่างมีระยะห่าง ไม่โอบกอดเหมือนเก่า ด้วยคงเห็นว่าอ้ายดีนั้นไม่ใช่เด็กๆแล้ว อ้ายดีทราบ ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน คุณหมอปลื้มก็ไม่เคยมีเขาในใจ ที่ผ่านมาคงเป็นแค่เพียงความรับผิดชอบของชายคนหนึ่ง ต่อเด็กน้อยคนหนึ่ง เสมือนพี่ชายรักน้องชาย หาใช่ความรู้สึกแบบคู่รัก ที่เขาเฝ้าเพ้อฝันไปแต่เพียงผู้เดียว

                อ้ายดีเองก็โตขึ้น มีวุฒิภาวะมากพอที่จะแยกแยะได้แล้ว ว่าครั้งหนึ่งนั้นเขาเพียงเข้าใจผิดไป ถึงความรัก ความห่วงใยที่คุณปลื้มมีให้ คนหน้าหล่อจึงยอม กักเก็บความรู้สึกในใจนั้น ไม่ให้ระเบิดออกมาผิดที่ผิดเวลาก็พอ

                “น้องปลื้ม กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่บอกพี่” คุณศรันย์ ในวัยสี่สิบ มาพร้อมภรรยาฝรั่งคนเดิมมอบช่อดอกไม้ให้อ้ายดีและหนูโปรด อ้ายดีไหว้เขา ยิ้มรับ มองเศร้ามาที่คุณหมอปลื้ม คนหน้าสวยยิ้มนิ่งมองคุณศรันย์สายตาไม่เคยเปลี่ยน คนนี้กระมังที่ยังอยู่ในใจคุณหมอปลื้มเสมอมา ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน

                “มาเมื่อเช้าขอรับพี่ศรันย์ ลงจากเครื่องปลื้มก็ตรงมานี่”

                “หายไปตั้งนานพี่คิดว่าจะไม่กลับมาเสียแล้ว”

                “ไม่ได้หรอกครับ น้องๆรับปริญญากันทั้งที ปลื้มต้องมาขอรับ”

                “ครูศรันย์มาถ่ายรูปเร็วเจ้าค่ะ” คุณดวงยกมือสวัสดีคุณครูสมัยเด็กของหล่อน ก่อนเชิญชวนเข้าร่วมเฟรมภาพนิ่ง ครูศรันย์ยิ้มรับพยักหน้า ควงแขนภรรยา ยืนเคียงข้างนิสิตจบใหม่ป้ายแดงทั้งคู่

                “แล้วรู้หรือไม่ว่าอ้ายดีดังเป็นพลุแตก ที่บ้านพี่ชอบกันมาก โดยเฉพาะหนูส้ม”                    

                “หนูส้ม?

                “ลูกสาวยัยโสม”

                คุณหมอปลื้มถึงบางอ้อ พยักหน้าคล้ายจำได้ลางๆ หนูโสม คนที่เจ้าคุณพ่อเคยจัดหาให้ ลูกสาวเจ้าพระยาบรรเจิด ที่เขาไม่เอา หาข้อต่อรองยืดเยื้ออยู่นาน ไม่ยอมกลับไทยก็เพราะเหตุนี้ จนเวลาล่วงเลยผ่านหนูโสมคงขี้เกียจรอคอย หล่อนเลยแต่งงานกับคนอื่นไปแล้วซึ่งเขาเองก็ยินดีด้วย คิดว่าเจ้าบ่าวคงเป็นชายหนุ่มที่หล่อนคบหาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เจ้าของรถสองล้อเครื่องคันนั้น

                “แล้วนี่ท่านเจ้าคุณไม่มาหรือ”

                คุณหมอปลื้มยังไม่ทันเอ่ยปากใดใด เสียงคุณนมและอ้ายเนียนก็แว่วเข้ามาสมทบ เมื่อคุณนมและอ้ายเนียนเห็นคุณหมอปลื้ม จึงรีบโผเข้าหาด้วยคิดถึงเป็นที่สุด ตามมาด้วยเจ้าพระยาปิติ ถือไม้เท้าบ่นมาตลอดทางเรื่องรถติดหนักที่หน้ามหาวิทยาลัย ด้วยถึงนานแล้วแต่ต้องจอดรถนิ่งๆด้วยการจราจรแน่นขนัด ท่านเจ้าคุณแก่ลงไปมาก คุณหมอปลื้มเองก็สังเกตเห็นริ้วรอยเต็มใบหน้า พร้อมผมขาวแซมหลายเส้น ท่านเจ้าคุณมองลูกชาย เห็นแล้วก็คิดถึงแต่กลบเกลื่อนทำเป็นทักทายผู้อื่นก่อน

                “อ้าวพ่อศรันย์มาด้วยหรือ”

                “สวัสดีขอรับท่านเจ้าคุณ”

                “เย็นนี้มีจัดงานเลี้ยงนิดหน่อยที่บ้าน ฉันฝากคุณบรรเจิดเชิญพ่อศรันย์แล้ว ไม่ทราบคุณบรรเจิดได้บอกหรือยัง”

                “เจ้าคุณพ่อบอกแล้วขอรับ กระผมไปได้”      

                “ดีงั้นมาถ่ายรูปกัน”

                คุณดวงยกกล้องขึ้นถ่ายภาพสองครอบครัว หนึ่งคือเจ้านายและบ่าวบ้านเจริญทรัพย์ อีกหนึ่งคือคู่ของครูศรันย์และภรรยา ฉากหลังคือเหล่านิสิตทั้งที่เรียนจบแล้ว และยังไม่จบ ยิ้มอย่างชื่นมื่น ยินดีกับการก้าวขึ้นเป็นผู้ใหญ่อีกขั้นของศิษย์รุ่นพี่ หนูโปรดกอดควงแขนท่านเจ้าคุณไว้หนึ่งข้าง ส่วนอีกข้างเป็นคุณหมอปลื้ม ยิ้มหวาน พร้อมด้วยคุณนมและอ้ายเนียนที่ยืนประกบอ้ายดี ยิ้มภาคภูมิใจไม่แพ้กัน

                เมื่อถึงเวลาเย็นย่ำ รถยนต์ของอ้ายเนียนจึงแล่นกลับเข้าบ้านเจริญทรัพย์ ทันทีที่รถจอดสนิท ทุกคนลงจากรถ โดยมีรถอีกคันหนึ่งตามหลัง เป็นรถคันเดียวกับที่ไปรับคุณหมอปลื้มที่สนามบินคนขับคือบ่าวคนหนึ่งในเรือน รถจอดสนิทจึงยกกระเป๋าเดินทางของคุณหมอปลื้มลง

                “แล้วคุณปลื้มจะนอนที่ไหนขอรับ หรือนอนห้องเดิมกับอ้ายดี” บ่าวถาม

                “อ้ายดียังนอนห้องฉันอยู่งั้นหรือ” คุณหมอปลื้มมองตามหลังอ้ายดีที่ขึ้นเรือนไปไวๆ

                “อ้ายดีไม่เคยย้ายไปนอนห้องอื่นเลยต่างหากขอรับ”

                คำตอบนั้นจึงทำให้คุณหมอปลื้มขมวดคิ้วแปลกใจ บ่าวเห็นดังนั้นจึงไม่ว่าอะไรต่อ รีบยกกระเป๋าเดินทางที่หนักอึ้ง ขึ้นไปบนเรือน ไว้ภายในห้องนอนเก่าของคุณหมอที่บัดนี้อ้ายดียึดอยู่ เมื่อจัดวางกระเป๋าไว้เรียบร้อย บ่าวจึงเดินลงเรือนไป อ้ายดีเห็นบ่าวยกกระเป๋าคุณหมอปลื้มเข้ามาในห้อง จึงรู้ตัวแล้วว่าควรย้ายออก ไม่เหมาะสมยิ่งที่เขาและคนหน้าสวยจะอยู่ด้วยกันในห้องนั้น

                “นั่นจะทำอะไรหรือ”

                “เก็บของขอรับ” อ้ายดีขนเสื้อผ้าออกจากตู้ ไม่ลืมนำหนังสือนิทานที่คุณหมอปลื้มเคยทำให้เขาตั้งแต่เด็กๆออกมาด้วย

                คุณหมอปลื้มมองหนังสือเล่มนั้น สภาพเก่าแล้ว แต่ยังเรียบสะอาด ด้วยคนหน้าหล่อเก็บไว้อย่างดี นิ้วเรียวนั้นทำท่าจะหยิบเล่มนั้นขึ้นอ่าน หากทว่าอ้ายดีไวกว่า เขาคว้ามันได้ก่อน คุณหมอปลื้มมองตามงงๆ แต่ไม่ได้ว่าอะไร

                “จะนอนนี่ก็ได้ ฉันไม่ว่า”

                “ไม่ได้ขอรับ นี่ห้องคุณปลื้ม”

                คุณหมอปลื้มจึงปล่อยเลยตามเลย นั่งที่เตียง มองคนหน้าหล่อจัดการขนย้ายข้าวของไปนอนห้องอื่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 94 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #62 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 21:50
    สงสารเชียว
    #62
    0
  2. #44 Aunchiree (@0956535071) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 23:31
    มันเจ็บปวดใจเหลือเกิน
    #44
    0
  3. #24 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 22:57
    อย่างอนกันเลยยยย
    #24
    0