UK-Boy รักสยบร้าย

ตอนที่ 4 : She never had much game

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 254 ครั้ง
    18 มี.ค. 62

3

She never had much game

เธอมันอ่อนต่อโลก

 

หลายอาทิตย์ผ่านไป

อย่างที่ฉันคาดไว้ไม่มีผิด เฮ้อออ~ ฉันรู้สึกว่าแอลลี่น้อยคนนั้นได้ตายจากฉันไปตั้งแต่เธอก้าวออกจากบ้านไปพร้อมกับเจคอบในวันนั้น เขาบอกว่าจะพาแอลลี่ไปดินเนอร์ แต่เขาไม่ได้บอกนี่ว่าจะส่งเธอกลับบ้านทันทีหลังทานอาหารด้วยกันเสร็จ ฉันก็ชะเง้อรอแอลลี่กลับบ้านทั้งคืนไปเถอะ รอจนกระทั่งเผลอหลับอยู่ที่หน้าประตูไปเลยด้วยซ้ำ รู้มั้ยว่าเธอกลับบ้านมาตอนไหน! เที่ยงของวันใหม่ด้วยสภาพกระเซอะกระเซิงแตกต่างจากตอนไปอย่างกับคนละคนเชียวนะ!!! ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแม่ที่กำลังใจสลายยังไงยังงั้น มองลูกสาวที่ตัวเองฟูมฟักมากับบุบสลายไปต่อหน้าต่อตา มันเกิดอะไรขึ้น...มันคงไม่ใช่...

ก็ได้! ถ้าเธออยากรู้นักล่ะก็ ฉันนอนกับเขา! ฉันนอนกับเจคอบ โจนส์ไปแล้ว พอใจมั้ย ทีนี้ก็เลิกถามเซ้าซี้สักที ไม่รู้จักคำว่าเรื่องส่วนตัวหรือไงฮะ

ขะ...เขาใช้กำลังบังคับเธอใช่หรือเปล่า!’

แอลลี่ส่งสายตาเหมือนเห็นฉันเป็นคนบ้าเพิ่งหลุดออกจากโรงพยาบาล

เธอพูดเรื่องบ้าอะไรเนี่ย เจคอบเนี่ยนะจะบังคับผู้หญิง เขาเป็นสุภาพบุรุษจะตาย เหอะ! รู้ไว้ซะว่าฉันเต็มใจนอนกับเขาเอง เราจะเริ่มออกเดตกันนับจากนี้

แอลลี่บอกแล้วก็เชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ แต่ฉันกลับเหมือนจะล้มทั้งยืน นี่มัน...สุภาพบุรุษตรงไหน (วะ)! แอลลี่ที่ฉันดูแลมาด้วยชีวิต ได้มอบกายถวายหัวให้กับผู้ชายที่เพิ่งออกเดตด้วยกันเป็นครั้งแรก แค่ครั้งแรกน่ะนะ!!! โฮกกก ป้าอยากจะเป็นลม ต่อให้อยู่เมืองฝรั่งมากี่ปี ฉันก็ไม่มีวันชินกับความไวไฟในเรื่องพวกนี้ แอลลี่ก็เคยดูการ์ตูนเรื่อง Frozen นี่นา เอลซ่าพูดไว้แล้วนี่ว่าเราจะแต่งงานกับคนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกไม่ได้ เธอก็ไม่ควรมีอะไรกับผู้ชายตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ฉันใดก็ฉันนั้น!!

ธะ...เธอเพิ่งเจอเขาเองนะแอลลี่ ละแล้ว...เธอก็นะ...นอน

ฉันชอบเขา

แต่...’

ฉันชอบเขา หุบปากได้แล้ว!’

นับแต่นั้นมาถ้าฉันเอ่ยปากหรือออกความเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเจคอบ ฉันก็จะโดนด่าไฟแลบตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มประโยค อย่างน้อยเจคอบก็ไม่ได้มาแบบฟันแล้วทิ้งไปเฉยๆ (ป้าค่อยโล่งอกไปหน่อย) ตอนนี้ทั้งคู่เริ่มออกเดตแล้วก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ จนเริ่มตกเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์บันเทิงก๊อสซิป เว็บไซต์ข่าวดารานักร้องอะไรเทือกนั้น หลายวันมานี่มีนักข่าวอออยู่หน้าบ้านเพื่อคอยเก็บรูปของแอลลี่กับเจคอบอยู่เรื่อยๆ บางทีเธอเลยใช้ข้ออ้างนี้เพื่อที่จะไม่กลับมานอนที่บ้านซะเลย ส่วนคุณนายโอลิเวียร์ก็ไม่ว่าอะไรสักคำ (ให้มันได้อย่างงี้!) คงมีแต่ฉันคนเดียวที่มองเหตุการณ์เหล่านี้แบบเหวอๆ เหมือนคนตั้งตัวไม่ติด อะไรมันจะเร็ว มันจะง่ายดายขนาดนี้ นี่เจคอบเปลี่ยนรสนิยมมาชอบเด็กวัยรุ่นอย่างนั้นเหรอ บอกตามตรงว่าฉันไม่เชื่อ! หลักฐานคือฉันลงทุนนั่งคุ้ยข่าวผู้หญิงของเขาย้อนหลังสองสามปีเลยเชียวนะ ปรากฏว่าในลิสต์บรรดาสาวๆ คนเก่าของเจคอบทั้งหมด แต่ละคนก็มีแต่อายุไล่เลี่ยทั้งนั้น ไม่เคยจะผ่าเหล่าผ่ากอมาเป็นสาววัยทีนแบบแอลลี่สักคน ดูยังไงก็เหมือนตั้งใจมาหลอกเห็นๆ ที่น่าเซ็งคือฉันทำอะไรไม่ได้ซักอย่างน่ะสิ

นี่มันเรื่องของฉัน ชีวิตฉัน เธอหยุดสาระแนสักทีได้มั้ย

ฉันก็แค่เป็น...

อย่ามายุ่ง! ถ้ารู้ว่าเธอจะพูดมากแบบนี้ ฉันจะไม่กลับบ้านแล้วนะ

โธ่...แอลลี่

ก็นั่นล่ะ... ชั่วโมงนี้ฉันมีหน้าที่อย่างเดียวคือคอยรับโทรศัพท์แทนแอลลี่และจัดคิวงานอันยุ่งเหยิงไม่ให้ชนกันตาย แอลลี่มีงานอยู่ตลอดก็จริงแต่ไม่เคยล้นจนต้องบอกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำอีกแบบนี้ จะบอกว่าเจคอบเพิ่มความดังให้เธอก็คงไม่ผิด ขนาดนี่แค่เริ่มออกเดตยังไม่ได้คบกันจริงๆ จังๆ แอลลี่ก็กลายเป็นรู้จักในวงกว้างขนาดนี้ ถ้าใช้คำว่า 'แฟนสาว' ได้เมื่อไหร่...มีหวังแอลลี่ได้ขึ้นเป็นบุคคลทรงอิทธิพลของโลกบนหนังสือพิมพ์ไทม์แหงๆ (โปรดเข้าใจว่าประชด)

เวรล่ะชารีน! ฉันลืมมือถือเอาไว้ที่สตูดิโอแหงเลย แล้วแบบนี้ฉันจะโทรหาเจคอบยังไงเนี่ย!”

อ้าวเหรอ งั้นเดี๋ยวฉันโทรเช็กให้ก่อนนะว่าอยู่ที่สตูดิโอจริงๆ หรือเปล่า”

ฉันรีบต่อสายเข้าเครื่องของแอลลี่ทันที แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเลยปลายสายก็รีบแจ้งว่าคุณแอลโลดี้ลืมโทรศัพท์ไว้ที่สตูดิโอเรียบร้อย

อ่อค่ะ ฉันชื่อชารีนนะคะ เป็นคนดูแลแอลลี่...ถ้างั้นเดี๋ยวฉันจะเข้าไปรับโทรศัพท์คืนนะคะ”

[ได้เลยค่ะ ติดต่อพนักงานด้านหน้าได้เลยนะคะคุณชารีน]

ขอบคุณมากค่ะ”

ฉันกดวางสายแล้วหันไปบอกแอลลี่ที่กำลังรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

เธอลืมเอาไว้ที่นั่นจริงๆ นั่นล่ะ เดี๋ยวฉันนั่งทูบไปเอาให้แล้วกันนะ เพราะขับรถย้อนกลับไปกลับมาคงจะลำบาก เธอเองก็เหนื่อยมากแล้ววันนี้ ลองเสื้อผ้ามาทั้งวันแล้ว กลับไปพักที่บ้านก่อนดีกว่านะ”

ก็ได้ งั้นเธอลงแถวนี้เลยละกัน รีบไปเอาเลยนะ”

ฉันพยักหน้ารับ แถวนี้มีทูบสเตชั่นใกล้ๆ พอดีด้วย เดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นอะไรที่สะดวกสบายมากในอังกฤษ อยู่ที่นี่คุณแทบไม่จำเป็นต้องมีรถยนต์ส่วนตัว (ถึงมี เอามาใช้ก็ต้องจ่ายค่าที่จอดแพงระเบิดอีก) เพราะที่นี่มีทูบและรถเมล์สองชั้นคอยบริการทั่วถึงทุกซอกทุกมุมในลอนดอนเลยล่ะ ที่สำคัญมาตรงเวลาเป๊ะ เพราะมีตารางเวลาคอยบอกว่าอีกกี่นาทีจะมาถึง คนที่นี่ไม่ว่าจะยากดีมีจนก็ใช้ทูบใช้รถเมล์ด้วยกันทั้งนั้น

รีบไปเอาแล้วรีบกลับมาเลยนะ ฉันอยากได้โทรศัพท์เร็วๆ!”

จ้าๆ”

ฉันรับคำแล้วโบกมือให้แอลลี่ที่อยู่บนรถ เพียงอึดใจเดียวฉันก็นั่งทูบไปโผล่ที่สตูดิโอที่แอลลี่ลืมโทรศัพท์เอาไว้ เมื่อได้โทรศัพท์คืนเรียบร้อยฉันก็มุ่งตรงกลับบ้านทันทีตามที่เธอบอก เพราะรู้ว่าเจ้าตัวคงร้อนใจมาก เด็กสมัยนี้ขาดมือถือเหมือนขาดใจนั่นล่ะ ป่านนี้คงนั่งชะเง้อคอยาวรอฉันที่หน้าประตูแล้วมั้ง

แต่ในขณะที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวลงไปชั้นล่างสุด

ติ๊ง!

ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ ที่ชั้นแปด ภาพตรงหน้าคือนางแบบหุ่นสูงชะลูดที่ฉันเคยเห็นผ่านๆ ในนิตยสาร เธอคนนั้นกำลังจูบกับ...เจคอบ! ฉันเบิ่งตาขึ้นอีกรอบ...และมั่นใจว่านี่เป็นเจคอบ โจนส์ไม่ผิดแน่! ทั้งคู่หัวเราะกุ๊กกิ๊กแล้วก็ก้าวเข้ามาโดยไม่ทันสังเกตว่ามีสิ่งมีชีวิตอื่นๆ อยู่ในลิฟต์เลย ประหนึ่งโลกนี้มีเพียงสองเราก็ไม่ปาน ฉันเอามือยกแมกกาซีน Time Out ที่ถือติดมือตอนนั่งทูบมาบังหน้าโดยไม่ตั้งใจ เอ...ฉันควรจะเอ่ยทักเจคอยมั้ยนะ...แต่แล้วฉันก็สำเหนียกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นแค่...แค่อะไรก็ตาม ซึ่งเผลอๆ เขาคงลืมไปแล้วว่ามีฉันอยู่บนโลก แต่พอเห็นพวกเขาจูบกัน หัวเราะกัน ฉันก็เลยคิดว่าอยู่เงียบๆ และอย่าให้เขาเห็นจะดีกว่า

ฉันยอมรับนะคะว่าเด็กนั่นสวย น่ารักใช้เลยทีเดียว”

“แต่เธอก็ไม่สวยเท่าคุณนะฮาน่า”

“อย่ามาชมซะให้ยากเลยค่ะ...ถึงแม่เด็กนั่นจะสวยแค่ไหนแต่เธอก็ไม่ใช่แบบที่คุณชอบนี่คะเจคอบ แปลกจริงๆ แล้วเธอก็เพิ่งจะสิบแปดสิบเก้าเองไม่ใช่เหรอ คุณคิดอะไรกันแน่คะ”

“เอ้า ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ”

“เด็กแบบๆ นั้นน่ะนะ...คุณเกลียดเด็กจะตาย ฉันรู้”

ฮ่าๆ เรื่องก็คือ...ถ้าคุณยอมรับรักผมแต่แรก...ผมก็คงไม่ต้องหาของเล่นแก้เบื่อหรอกจริงมั้ย ฮ่าๆ”

เอ๊ะ นี่พวกเขากำลังพูดถึงแอลลี่ใช่มั้ย เมื่อกี้ฉันได้ยินเต็มสองรูหูเลยว่าเขาเห็นเธอเป็นแค่ของเล่น นั่นไง! ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้ เห็นมั้ยๆๆ! มันเคยมีเหรอที่นักร้องหล่อๆ ฮอตๆ จะมาตกลงปลงใจคบกับเด็กไม่ทันยี่สิบ หึ! ฉันจะต้องเอาไปบอกแอลลี่ให้ได้ จบกันเสียที!

คุณก็รู้ว่าฉันตอบรับคุณเสมอเจคอบ”

ว้าว...ผมไม่ยักรู้เลยแฮะว่าคุณมีใจให้ผมด้วยฮาน่า”

จริงเหรอคะ...ที่คุณไม่รู้”

“...”

เจคอบไม่ตอบนอกจากหัวเราะเล็กน้อย แวบหนึ่งฉันเห็นสายตาเศร้าๆ ของนางแบบผอมบางที่ยืนข้างเขา แต่เธอก็ขจัดมันออกไปอย่างรวดเร็วเมื่อเขาก้มลงประคองใบหน้าเธอขึ้นมาจูบเบาๆ อย่างรักใคร่ และจังหวะนั้นเองที่เจคอบเหลือบมาทางด้านหลัง แล้วก็รับรู้ถึงการมีตัวตนของฉัน (สักที)

กึก!

แล้วฉัน...ต้อง...ทำยังไง...ล่ะเนี่ย

...(เดดแอร์)...

เขาเลิกคิ้วแล้วก็ทำท่าแปลกใจเอามากๆ หลายวินาทีที่เจคอบทอดสายตามองมามันทำให้ฉันแน่ใจว่าเขาจำฉันได้ โธ่...ไม่นะ นี่แปลว่าที่เอาแมกกาซีนปิดหน้าไว้นี่ไม่ช่วยเลยหรือไง...งือออ ฉันลดมือลงแล้วก็สบตาเจคอบอย่างเกร็งๆ ทำไมฉันต้องรู้สึกผิด ฉันไม่ได้ทำอะไรไม่ดีสักหน่อย! เขาส่งสายเหมือนเป็นเชิงถามว่าเธอโผล่มาอยู่ในลิฟต์ตอนไหน แต่ก็ไม่มีท่าทีร้อนอกร้อนใจที่รู้ว่าฉันมาบังเอิญได้ยินอะไรเข้า

คนรู้จักเหรอคะ” นางแบบที่ยืนอยู่ข้างเขาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

ก็...ประมาณนั้น”

เอ๋?”

แล้วฉันจะต้องทำยังไงดีละเนี่ย กล่าวทักทายเหรอ... ฉันควรรู้สึกเป็นเกียรติสิที่เจคอบจำหน้าฉันได้ด้วยใช่มั้ย

สะสวัสดีค่ะเจคอบ”

ไง แล้วแอลลี่ล่ะ”

ฉันอึ้งเล็กน้อยที่เขาพูดถึงแอลลี่ด้วยท่าทางสบายเว่อร์ เขาไม่รู้สึกกังวลบ้างเหรอที่เจอฉันในลิฟต์ แถมยังได้ยินที่เขาพูดถึงแอลลี่แบบนั้นด้วย ถ้าเป็นฉันล่ะก็...ฉันคงต้องหาทางแบล็กเมล์แน่ๆ แต่ขอบอกเลยนะว่าถึงเขาจะเสนออะไรแพงๆ หรือเอาเงินร้อยปอนด์ฟาดหัวก็เถอะ ฉันก็จะเอาเรื่องนี้ไปบอกแอลลี่แน่ๆ คราวนี้เธอจะได้ตาสว่างสักที

อ่ะ...เอ่อ เธอกลับบ้านไปแล้วค่ะ ฉันมาเอามือถือที่เธอลืมไว้”

อือฮึ”

เอ๋...ผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะ”

เธอเป็นผู้จัดการของแอลโลดี้น่ะ”

อุ๊ย จริงเหรอคะเนี่ย แหม! แบบนี้เธอก็ได้ยินที่เราสองคนคุยถึงเจ้านายเธอแล้วน่ะสิคะ แย่จังเลย”

ไม่เห็นเป็นไรเลยฮาน่า แบบนี้สิถึงจะสนุก”

เจคอบพูดพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วก็ดึงเธอเข้ามาจุ๊บโชว์ (ฉัน) อีกรอบ ส่วนนางแบบสาวนั้นก็หัวเราะกิ๊กแล้วพากันเดินโอบออกไปจากลิฟต์อย่างเก๋ไก๋ ทิ้งฉันให้ยืนงงเต้กอยู่ด้านหลัง เออ...มีอย่างที่ไหน โดนจับได้ว่าพูดลับหลังถึงคนอื่นแบบเสียๆ หายๆ แต่กลับไม่รู้สึกอะไรแถมยังหัวเราะซ้ำอีกต่างหาก

 หรือว่าในโลกของพวกเขา...เรื่องแบบนี้มันธรรมดาสามัญไปแล้วนะ

 

วันต่อมา

ฉันเล่าให้แอลลี่ฟังทุกอย่าง แถมพยายามตอกไข่ใส่สีเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำว่าเจคอบจูบกับนางแบบคนนั้นดูดดื่มแบบกลืนกันลงไปทั้งตัวแล้ว ไหนจะโอบกอด หัวเราะกุ๊กกิ๊กอะไรกันอยู่ได้ แต่กลายเป็นว่าแอลลี่ดูชิลล์ซะอย่างงั้น เธอไม่เดือดไม่ร้อนอะไรเลยสักนิดเดียวอ่ะ! โอย มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ แอลลี่ที่ฉันรู้จักไม่มีทางใจเย็นนั่งตะไบเล็บเล่นได้หรอก ถ้าเธอรู้ว่าของรักของเธอมีใครมาเกาะแกะแบบนี้ มันต้องตายกันไปข้างต่างหากล่ะ

เขาก็แค่เพื่อนกันน่า!’

เพื่อนนี่เค้าจูบปาก แลกลิ้นกันยังงั้นเหรอ

เธอคิดมากไปเองน่ะสิ ฉันเชื่อใจเจคอบ

เธอหลงเขาจนไม่มีสติไปแล้วนะสิเด็กบ้า!

เจคอบโทรมาบอกฉันแล้ว เขาขออนุญาตฉันด้วยนะ น่ารักมั้ยล่ะ

แล้วเธอก็อนุญาตให้เขาไปกับผู้หญิงคนอื่นเนี่ยนะ

เขาบอกไม่มีอะไร ก็ไม่มีอะไรนั่นล่ะ ก็แค่เจอเพื่อนเก่า กินข้าวแล้วก็กลับบ้าน รู้มั้ย...ฉันไม่อยากเป็นผู้หญิงน่ารำคาญงี่เง่าพวกนั้นนะ ฉันต้องเชื่อใจเขาสิ

นี่ไม่เรียกเชื่อใจนะ มันเรียกตาบอดแล้วย่ะ! เธอบอกไม่มีอะไรเหรอ ฉันเห็นมากับตาว่าเขาแลกลิ้นกันจนแทบจะลวงไปถึงคอหอยแล้วมั้ง รับรองว่าต้องไปต่อกันถึงไหนต่อไหนอยู่แล้ว ไม่มีทางแค่กินข้าว ฟังเพลงหรอกนะ โอย มาถึงตอนนี้ฉันชักไม่แน่ใจว่าแอลลี่หรือฉันกันแน่ที่โลกสวยจนประสาทไปแล้ว

เจคอบ ฉันอยากให้คุณมารับฉันที่บ้านจัง...นะคะที่รัก คุณว่างนี่นา”

นอกจากไม่โกรธ แอลลี่ยังไปออดอ้อนเสียงหวานจ๋อยจนแม้แต่ฉันยังขนลุก บางทีฉันน่าจะออกไปหาอะไรทำพ้นๆ ไปซะดีกว่าอยู่ฟังอะไรพรรค์นี้ มันน่าหงุดหงิดจริงๆ ที่รู้ทั้งรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแต่ฉันกลับทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ทำไมแอลลี่ถึงไม่เชื่อฉันบ้างเลยนะ อยากจะแหวกอก อยากจะชำแหละสมองแล้วต่อเข้าทีวีฉายให้ดูในสิ่งที่ฉันเห็นมาจริงๆ ถึงเธอจะไม่เชื่อ แต่ก็น่าจะเอะใจและระวังมากกว่านี้สิ ทำไมถึงให้เขาเป่าหูง่ายๆ ชี้นกเป็นไม้ ชี้ไม้เป็นสากกะเบืออย่างนี้ ฮึ่มมมมม

ไปทานข้าวด้วยกันเถอะนะคะ…นะคะ...นะคะที่รัก...อ๊ะ ตกลงคุณจะมาใช่มั้ย! ขอบคุณค่ะ...ฉันรักคุณที่สุดเลย!”

แอลลี่กรอกเสียงหวานจ๋อยลงโทรศัพท์ด้วยความดีใจแบบไม่ปิดบังอาการ ฉันรู้สึกเหมือนเธอเป็นหมูในอวยรอให้เจคอบเชือดยังไงยัง จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด...นี่ก็เหมือนรอให้เขาเล่นจนเบื่อแล้วทิ้ง

รออะไรล่ะชารีน รองพื้นที่หน้าฉันเร็วเข้า! เจคอบจะมารับฉันไปทานข้าวล่ะ ฮี่ๆๆ”

จ้ะๆๆ”

เมื่อโดนแอลลี่เร่ง ฉันเลยเทรองพื้นลงที่ฝ่ามือแล้วค่อยๆ แต้มลงที่ใบหน้าของแอลลี่ พอเห็นว่าเธอกำลังอารมณ์ดีเบิกบาน ฉันเลยรีบพูดเตือนสติเธออีกครั้ง

แอลลี่จ๊ะ เธอเชื่อเจคอบจริงๆ เหรอ ฉันว่าเขา...”

ชารีน...”

เธอฟังนะ เขาเชื่อไม่ได้ เธอกำลังเล่นกับไฟ เขาไม่มี...”

ชารีน หุบปาก! อย่าเริ่มมันขึ้นมานะ!”

เขาอาจจะแค่เห็นเธอเป็นของเล่นนะแอลลี่”

ไม่จริง!!!”

เธอออกเดตกับเขาตั้งหลายครั้งแล้ว เขาเคยขอเธอเป็นแฟนหรือยัง”

นี่เราก็เกือบจะเหมือนเป็นแฟนกันแล้วนะ!”

แต่ก็ยังไม่ใช่ ก็แค่คู่เดตอย่างที่เขาควงๆ ไปทั่วเท่านั้น”

เธอมันจะไปรู้อะไร! เธอไม่ใช่ฉัน! หยุดสะเออะสักทีได้มั้ย คนที่เขาคุยด้วยคือฉัน ไม่ใช่เธอสักหน่อย! เธอมันคนนอก เธอเลยไม่รู้หรอกว่าเขาดีกับฉันแค่ไหน! ถ้าเธอเป็นฉัน เธอจะไม่สงสัยในตัวเขาแม้แต่นิดเดียว”

แอลลี่ตะเบ็งเสียงดังลั่น พอโดนตอกกลับมาขนาดนี้ฉันเลยไม่รู้จะพูดอะไรอีกดี จริงของเธอ...เจคอบดีกับเธอแค่ไหน ฉันก็ไม่ได้ไปรู้ไปเห็นด้วย นี่มันเรื่องของคนสองคน...คนที่สามอย่างฉันน่าจะสงบปากได้แล้วล่ะมั้ง

ขอโทษนะ ฉันก็แค่เป็นห่วงเธอเท่านั้น”

ไม่ต้องมาห่วงฉัน ฉันโตแล้ว! ฉันรู้ว่าอะไรเป็นอะไร ฉันรู้ว่าเจคอบไม่ใช่ผู้ชายที่จะตกลงคบใครได้ง่ายๆ แต่ฉันจะใช้ความรักและความจริงใจที่มีมัดใจเขาให้ได้ ฉันจะทำให้เจคอบรู้ว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนจะรักเขาได้เท่าฉันอีกแล้ว”

โอย ดูความคิดของยัยเด็กนี่สิ แล้วฉันจะวางมือไม่เข้ายุ่งได้ยังไงเนี่ย ความรักมันทำให้ตาบอดคงเป็นแบบนี้เองสินะ ทำไมเธอไม่คิดบ้างว่าถ้าเจคอบมองเห็นคุณค่าของความรักที่สาวๆ ทั้งหลายมอบให้เขาจริงๆ เขาคงไม่ทิ้งขว้างแล้วก็เปลี่ยนผู้หญิงปีละเจ็ดแปดคนแบบนี้หรอก

งั้นลองทดสอบเขาดูหน่อยมั้ยล่ะว่าเขาจริงใจกับเธอแค่ไหน”

เช่น?”

เธอก็ลองไม่โทรหาเขา ลองไม่ว่างมาเจอบ้างอะไรเงี้ย”

แอลลี่ทำเสียงจิ๊ขัดใจแล้วก็ตอบฉันด้วยท่าทางรำคาญ

บ้าเหรอ เล่นตัวแล้วเขาเกิดเบื่อขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ! สมัยนี้ใครจะมามัวแต่ชักช้าอยู่ล่ะฮะ แค่เขายอมมารับฉันแล้วพาไปกินข้าวก็สุดยอดแล้ว เจคอบ โจนส์ยอมมาเป็นคนขับรถให้เชียวนะยะ ยังจะเอาอะไรอีก”

แอลลี่บอกแล้วยิ้มอย่างภูมิใจสุดขีด ส่วนฉันก็อยากจะหลั่งน้ำตาให้กับความคิดอันตื้นเขินของเด็กคนนี้เหลือเกิน เด็กวัยรุ่นทุกคนเป็นแบบนี้หมดเลยเหรอคะ ฉันว่าฉันก็ผ่านช่วงสิบแปดสิบเก้ามาอย่างปกติดีนะ

พอที เอาเป็นว่าอีกไม่นานเขาต้องขอฉันคบแน่ ส่วนตอนนี้...เธอน่ะรีบทารองพื้นที่หน้าฉันเร็วเข้า เดี๋ยวก็แห้งเป็นคราบหมดหรอก”

จ้ะๆ

ฉันรีบลงมือแต่งหน้าให้แอลลี่ด้วยความอ่อนใจเป็นที่สุด เมื่อเมกอัพเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณเธอก็ไปใช้เวลาที่ตู้เสื้อผ้ากับหน้ากระจกอยู่เป็นปีเห็นจะได้ กระทั่งเสียง...

ออดดด~

ออดดังมาจากหน้าบ้านแล้วทุกอย่างก็เหมือนกับเดจาวูคือแอลลี่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ เริ่มกรี๊ดๆ แล้วก็วิ่งพล่านไปทั่วห้อง  มันก็คงจะไม่สายหรอกแต่ช่วงนี้เธอพิถีพิถันในการแต่งตัวเกินเหตุ อย่างแค่เสื้อผ้านี่ก็เลือกไปสามชั่วโมงได้มั้ง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธอจะใส่แค่คาร์ดิแกนกับบลูยีนตามด้วยรองเท้าบูตสวยๆ สักคู่ก็พอที่จะออกไปข้างนอกแบบเก๋ไก๋ได้อยู่แล้ว แต่พอเริ่มออกเดตกับเจคอบ การแต่งตัวของแอลลี่ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เธอไม่ยอมใส่เสื้อผ้าจากไฮสตรีตแบรนด์จำพวก topshop, sara แล้วแต่เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าแบรนด์พรีเมี่ยมอย่างชาแนล เวอร์ซาเช่ เป็นต้น ฉันแนะก็แล้วนะว่ามันดูเว่อร์ แถมอัพลุคเธอให้ดูแก่ขึ้นสักสิบปีเห็นจะได้มั้ง แต่เจ้าตัวก็ไม่ฟังฉันเลยสักนิดเดียว มันน่าเสียดายที่เธอทิ้งเสน่ห์ของเด็กสาววัยรุ่นสดใสแล้วก็ไปเลือกใช้เสื้อผ้าแพงๆ เนี้ยบนิ้งพวกนั้นราวกับเป็นคุณนายอายุเลขสามเลขสี่ขึ้นงั้นล่ะ

บอกเจคอบว่าให้รอแป๊บนะ ฉันขอไม่เกินสิบนาที! อ๊ะ เวรเอ๊ย! ตาฉันเลอะเหรอนี่”

ฉันมองแอลลี่ที่สบถอยู่หน้ากระจกแล้วก็พยายามจัดการอายไลน์เนอร์ที่ดำเยิ้มอยู่ตรงหางตา

ไปสิ! อย่าให้เขาคอยอยู่ที่หน้าประตูนานนัก!”

ฉันพยักหน้ารับอย่างเหนื่อยๆ เผลอเหลือบเห็นซีดีเพลงของเจคอบวางทิ้งไว้ที่โต๊ะจึงถือติดมือลงไปด้วย โอเคว่า...ถึงเขาจะเป็นผู้ชายเพลย์บอยไม่น่าคบหาแล้วก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมาหลอกแอลลี่ก็เหอะ แต่มันก็ไม่สามารถลบล้างเรื่องที่เขาเป็นศิลปินยอดเยี่ยมไปได้ ติ่งอย่างฉันจึงอยากได้ลายเซ็นของเขาเป็นยิ่งนัก สะอื้นนน

แอ๊ด~

ฉันเปิดประตูบ้าน คราวนี้ฉันตั้งใจเตรียมรับมือความหล่อเหลาเกินบรรยายของเจคอบอย่างเต็มที่ จะไม่มีการยืนตะลึงซ้ำอีกแน่นอน! แต่เพราะฉันคาดว่าเขาจะมาแบบหล่อเหนือเมฆแลดูแพงตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนคราวก่อน ภาพที่เจ้าตัวใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวง่ายๆ มีฮู้ดของ GAP ทับอยู่ด้านนอก สวมกางเกงยีนและรองเท้าผ้าใบ ลุคที่ดูชิลล์ๆ ง่ายๆ แต่มีสไตล์ของเจคอบทำเอาฉันยืนอึ้งกิมกี่ไปหลายวินาทีซะงั้น ที่สำคัญเขาดูเด็กลง แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งออร่าและประกายของคนดังไว้ได้อย่างดี

แอลลี่ล่ะ”

เสียงของเขาช่วยดึงสติของฉันกลับมา ตายละ! แบบนี้แอลลี่ไม่แต่งตัวจัดเต็มลิเกจ๋าเกินไปหรอกเหรอเนี่ย โธ่...เวรแล้วไง

เฮ้!”

เอ่อ ค่ะ! เชิญเข้ามาด้านในก่อนค่ะ”

อย่าบอกนะว่ายังแต่งตัวไม่เสร็จ”

ฉันยิ้มแหยๆ เป็นคำตอบ เจคอบถอนหายใจนิดหน่อยแต่ก็ยอมเดินเข้ามาในบ้าน ฉันเห็นนักข่าวที่อยู่ตรงรั้วกดชัตเตอร์จนนิ้วแทบหงิก แต่รูปพวกนี้คงเสียเปล่าเพราะคนที่เปิดประตูเป็นฉัน ไม่ใช่แอลลี่

เชิญนั่งรอสักครู่นะคะ คุณอยากดื่มชาสักถ้วยก่อนมั้ยคะ”

ไม่ต้อง”

ถ้างั้นเดี๋ยวฉันขึ้นไปดู...”

เฮ้...ซีดีที่อยู่ในมือนั่นใช่แผ่นของฉันหรือเปล่า”

โอ๊ะ ใช่ค่ะ!”

ฉันก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าถือแผ่นเพลงของเจคอบไว้ในมือ แอบเหลือบมองเขาอย่างลังเลเล็กน้อย

เอ่อ...ฉันขอลายเซ็นของคุณได้มั้ยคะ”

ฮ่าๆ...มาสิ”

เขารับคำง่ายๆ นั่นทำเอาฉันเผลอยิ้มตอบอย่างดีใจ รีบส่งซีดีให้เขาพร้อมกับปากกาที่วางอยู่แถวๆ นั่นทันที เขารับมาแล้วก็เซ็นขยุกขยิกบนปกซีดีที่เป็นรูปใบหน้าหล่อเหลาของตัวเองอย่างคุ้นเคยดี จากนั้นก็ยื่นกลับมาให้ฉัน

เรียบร้อย”

ว้าว ขอบคุณค่ะ!”

ฉันมองลายเซ็นของนักร้องชื่อดังที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกด้วยความตื่นเต้น นี่คือลายเซ็นเจคอบ โจนส์เชียวนะ! แต่แล้วก็ต้องมาสะดุดกับสองคำสั้นๆ ที่ว่า...

 

‘For... Hey!’

 

นี่มันคืออะไรหว่า  ถึง...เฮ้?

ใครคือเฮ้? ฉันเหรอ? และตอนนั้นเองฉันก็นึกได้ว่าครั้งแรกที่เขามารับแอลลี่ไปเดต เขาเรียกฉันว่า เฮ้ แล้วตอนนี้มันกลายเป็นชื่อเล่นฉันไปแล้วเหรอ

เอ่อ...ฉันไม่ได้ชื่อเฮ้นะคะ”

อ้าว งั้นเหรอ” เจคอบถามแล้วก็เลิกคิ้วอย่างสงสัยเหลือเกิน แต่ปากเขาดูเหมือนกำลังกลั้นยิ้มอยู่ต่างหาก จะเอาตุ๊กตาทองเลยมั้ยคะ

ฉันนึกว่าเธอชื่อเฮ้ เพราะทุกครั้งที่ฉันเรียกเฮ้! เธอก็หันมาทุกทีนี่นา”

ไม่ใช่ค่ะ ฉันชื่อชารีนต่างหาก คนอะไรจะชื่อเฮ้

เฮ้!”

ฉันหันไปมองตามเสียงโดยอัตโนมัติและเพิ่งรู้ตัวว่าหันไปเพราะเขาเรียกว่าเฮ้อีกแล้ว ได้ยินเสียงเจคอบหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

เห็นมั้ยล่ะ เธอคงชอบชื่อเฮ้แหงๆ”

ใครจะไปชอบล่ะยะ นี่ถ้าเป็นที่ไทยมีหวังคนได้หัวเราะท้องแข็งตาย เสียงคำว่าเฮ้! มันออกเสียงคล้ายคำด่าสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งด้วยเหอะ เจคอบยังคงขำไม่หยุดแล้วก็ดึงซีดีกลับคืนไป เขาเซ็นอะไรเพิ่มเติมนิดหน่อยแล้วก็คืนมันให้ฉัน

 

‘For… Hey! Charlyn’

 

เขาเขียนชื่อฉันลงไปนั่นเอง ไม่น่าเชื่อว่าจะเขียนถูกด้วย (ชารีนสะกดได้หลายแบบ) ฉันเงยหน้ามองเจคอบแล้วยิ้มอย่างดีใจ เจ้าตัวมองฉันแล้วก็ยิ้มกลับมาเช่นกัน...หัวใจพลันเต้นเร็วขึ้นกับภาพตรงหน้าอย่างช่วยไม่ได้ รู้สึกแน่นหน้าอกมากขึ้นไปอีกเมื่อตระหนักได้ว่านักร้องระดับโลกกำลังยืนอยู่ตรงหน้าฉัน แถมยังยิ้มให้อีกต่างหาก

ว่าแต่แอลลี่ยังไม่เสร็จอีกเหรอ”

เอ่อ...ให้ฉันขึ้นไปตามมั้ยคะ”

ไม่ต้อง อยู่คุยเป็นเพื่อนฉันเนี่ยล่ะ”

อะ...อ้าว แล้วจะคุยอะไรกับเขาดีล่ะเนี่ย...พูดเรื่องงานเพลงของเขางั้นเหรอ ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับดนตรีเลยนอกจากฟังแล้วเพราะหรือไม่เพราะเท่านั้นเอง ถ้าให้พูดชมเชยแบบทั่วๆ ไปเขาคงจะฟังจนเบื่อไปแล้วแหงๆ ในเมื่ออัลบั้มชุดนี่เขาได้รางวัลแกรมมี่มาตั้งสามรางวัล ไหนจะรางวัลบริชอวอร์ดอีก

“แย่หน่อยนะที่แอลลี่ไม่เชื่อคำพูดเธอ”

“เอ๋? อะไรนะคะ”

“ก็เธอดูพยายามแทบตาย ที่จะทำให้แอลลี่เกลียดฉัน...จริงมั้ย”

“ฉันเปล่านะคะ”

เจคอบว่าแล้วก็เหยียดริมฝีปากออกมาเป็นยิ้มเยาะ ตอนแรกฉันไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร แต่ในที่สุดฉันก็เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในลิฟต์เมื่อหลายวันก่อนนั่นเอง

“จริงเหรอ...ก็แอลลี่บอกว่าเธอพูดเรื่องพวกนี้วันละหลายๆ รอบจนเธอเบื่อที่จะฟัง...ประมาณว่าอะไรนะ อ่อ...ฉันจูบกับผู้หญิงคนอื่นในลิฟต์แบบดูดดื่ม ไหนจะพล่ามบอกว่าฉันเห็นเขาเป็นแค่ของเล่น ที่เบื่อแล้วก็ทิ้ง

ทั้งๆ ที่เรื่องทั้งหมดก็เป็นเรื่องจริง แต่ทำไมฉันต้องรู้สึกอายประโยคที่เขาว่าด้วยนะ มันเหมือนฉันเป็นเด็กขี้ฟ้องที่ขยันเอาเรื่องนู่นเรื่องนี้ไปบอกพ่อแม่เพื่อจะได้เรียกคะแนนความรักไม่มีผิดเลย

“แต่ที่ฉันพูดเป็นความจริง คุณก็รู้ว่าฉันพูดความจริง”

“จริงหรือไม่จริงไม่รู้ แต่แอลลี่ไม่เชื่อนี่นา”

“...”

ฉันรู้สึกทั้งโกรธทั้งอาย รอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าหล่อเหลาประหนึ่งเทวดานั้นแท้จริงแล้วคือการแสดงความเยาะเย้ยอย่างร้ายกาจที่สุด

“ถ้าเป็นฉัน...ต่อไปนี้ฉันจะอยู่เฉยๆ สนใจแต่เรื่องของตัวเองดีกว่า“

เจคอบว่าต่อไปเรื่อยๆ ด้วยท่วงท่าสบายๆ เขาทำเหมือนตัวเองเป็นคนถูก ส่วนฉันผิด นอกจากจะเป็นคนขี้ฟ้องแล้วฉันยังเป็นพวกสาระแนเรื่องชาวบ้านอีกต่างหาก

“คุณทำแบบนี้ไปทำไมคะ ฉันไม่เข้าใจเลย”

“แบบไหน”

“ก็อย่างที่คุณทำอยู่...คุณไม่ได้รัก ไม่ชอบแอลลี่ แล้วจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรคะ”

“เพื่ออะไรน่ะเหรอ”

“ใช่ค่ะ เพื่ออะไร การมีผู้หญิงหลายๆ คน ทำให้พวกเธอรักคุณ แล้วคุณก็ทิ้งเธอ ทำเหมือนพวกเธอเป็นแค่ของเล่น มันสนุกเหรอคะ”

“งั้นขอถามบ้างว่าการที่ฉันเป็นแบบนั้น มันไปทำให้เธอเดือดร้อนตรงไหนเหรอ”

เขาเอียงคอเล็กน้อยแล้วก็ถามราวกับว่าสิ่งที่เขาทำมันเป็นเรื่องธรรมดาเหลือเกิน ส่วนฉันมันก็แค่คนยุ่งไม่เข้าเรื่อง

“ฉันเป็นห่วงแอลลี่ ฉันไม่อยากให้เธอเสียใจค่ะ”

“ไม่ยักรู้ว่าผู้จัดการนางแบบจะต้องเป็นห่วงเป็นใยสินค้าของตัวเองขนาดนี้”

“แอลลี่ไม่ใช่สินค้านะคะ ฉันรักเธอ...เธอเป็นเหมือนน้องสาวของฉันต่างหาก และเมื่อฉันเห็นว่าเธอเจอคน...เอ่อ ฉันหมายถึงเธอกำลังจะโดนหลอก ไม่ก็ต้องเสียใจในตอนจบ ฉันก็อยากปกป้องเธอให้ถึงที่สุด”

“ทั้งๆที่เขาไม่เชื่อที่เธอพูดเลยสักนิดน่ะนะ ไม่รู้สึกว่าเปลืองแรงเปล่ามั้งหรือไง ฉันได้ยินเวลาเธอเตือนทีไรก็ถูกแอลลี่โมโหใส่ใช่เหนอ”

“ก็ไม่เป็นไร ยังไงฉันก็จะพยายาม เพราะมันดีกว่าฉันยืนเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย”

“เฮ้อ เป็นคนดีจริง...จริ๊ง”

เจคอบทำน้ำเสียงสูงแล้วก็หัวเราะอยู่ในลำคอ

“ถ้าเป็นฉัน..คงปล่อยไปล่ะ ค่อยรอสมน้ำหน้าตอนจบทีเดียว”

มีใครจะเชื่อมั้ยว่าคนที่มีใบหน้าและท่าทางเหมือนกับเทวดาบนสววรค์จะพูดจาร้ายกาจได้ขนาดนี้ แล้วที่บอกว่าสมน้ำหน้าตอนจบ ก็หมายความว่าจะทิ้งแอลลี่ไปจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย

มาแล้วค่ะ! ขอโทษที่ให้รอนะคะเจคอบ

แอลลี่ปรากฏตัวอย่างรีบร้อนจนฉันเกรงว่าเธอจะตกบันไดตายก่อน เสื้อผ้าของแอลลี่ทำให้ฉันหยุดหายใจไปแวบหนึ่ง พยายามจะส่งสัญญาณบอกเธอให้หมุนตัวกลับแต่ก็คงไม่ทันแล้ว

อุ๊ย! เอ่อ...วันนี้คุณดูสบายๆ จังนะคะ น่าอิจฉาจัง”

ส่วนคุณก็ดู...แพงมากแอลลี่ ผมดูเหมือนคนขับรถคุณมากกว่านะเนี่ย นึกว่าเราแค่จะไปทานอะไรง่ายๆ กันซะอีก”

เจคอบถามแล้วก็ยิ้ม แอลลี่หัวเราะเสียงแห้งแล้วก็มองฉันอย่างขอความช่วยเหลือแบบเร่งด่วน เจ้าตัวคงรู้แล้วว่าชุดเดรสผ้าไหมหรูหราที่เธอใส่อยู่ช่างไปคนละทิศคนละทางกับการแต่งตัวของเจคอบราวฟ้ากับเหว ถ้าเดินคู่กันออกไป...ชาวบ้านคงมองว่าแอลลี่โอเวอร์อย่างไม่ต้องสงสัย

แอลลี่ ฉันว่าเธอใส่ชุดผิดแน่ๆ เลย ฉันเตรียมชุดให้เธอไว้บนเตียงแล้วนี่นา สเวตเตอร์ผ้านิตกับกางเกงยีนสกินนี่ไงล่ะ!”

ฉันช่วยรักษาหน้าโดยบอกว่าเป็นความผิดของตัวเองแทน พร้อมกับให้ลายละเอียดชุดใหม่ที่เธอควรใส่ไปด้วย จะได้ไม่หยิบชุดเจ๊ๆ ที่ไหนมาใส่ให้เจคอบขำกลิ้งเป็นครั้งที่สองอีก

งะ...งั้นเหรอ! แล้วทำไมไม่บอกล่ะฮะ ฉันเลยหยิบอะไรมาใส่ก็ไม่รู้! น่าอายจัง”

รีบขึ้นไปเปลี่ยนเถอะจ้ะ”

ละแล้วเจคอบจะรออีกห้านาทีได้มั้ยคะ”

ไม่มีปัญหาครับ แค่เปลี่ยนชุดเอง”

เขาบอกอย่างนุ่มนวล แอลลี่กล่าวขอบคุณและมองเขาด้วยสายตารักใคร่บูชาอย่างสุดซึ้งก่อนจะวิ่งขึ้นไปเปลี่ยนชุดบนห้องอย่างด่วนจี๋

ผู้หญิงนี่น่ารักนะว่ามั้ย...” เจคอบชมขึ้นมาลอยๆ แต่เสียงหัวเราะของเขาดูราวกับกำลังสมเพชอีกฝ่ายมากกว่า

“คุณรู้ใช่มั้ยคะว่าแอลลี่ชอบคุณมาก”

“รู้สิ”

“ถ้าคุณรู้...คุณก็ไม่ควรล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นแบบนี้ ในเมื่อถ้าไม่ชอบ ไม่จริงใจ คุณก็ควรจะปล่อยเธอไปซะ”

“แล้วถ้าฉันไม่ปล่อยล่ะ” เขาย้อนทันทีด้วยท่าทางนึกสนุก

“แล้วมันสนุกตรงไหนเหรอคะที่ทำแบบนี้”

“มันก็ไม่ได้สนุกอะไรหรอก จนกระทั่งมีแม่ชีที่แสนดีอย่างเธอเข้ามายุ่งเนี่ยล่ะ”

ฉันไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปดีเมื่อถูกเขาแดกดันด้วยท่าทางติดตลกแบบนั้น ไม่รู้ว่าทำไมลึกๆ ฉันถึงได้กลัวเขา...ผู้ชายที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่กลับไม่ยี่หระต่อสิ่งใดๆ เย่อหยิ่งแล้วก็มองทุกสิ่งของไร้ค่าไปเสียหมด คนแบบนี้รักใครเป็นได้ด้วยเหรอ...ฉันว่าไม่

“เอาแบบนี้สิ ถ้าเธอเป็นห่วงแอลลี่นัก เธอก็คอยปกป้องเขาจากไอ้สารเลวแบบฉันสิ...คำนี้หรือเปล่าที่เธอกำลังด่าฉันอยู่ในใจ”

“เปล่านี่คะ”

“อ้าว ไม่ถูกเหรอ งั้นเธอด่าฉันว่าอะไรอยู่ล่ะ”

“ฉันไม่ได้ด่าอะไรคุณสักหน่อย”

“หรือด่าว่าฉันเป็นไอ้สวะ”

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะคะ”

“งั้น...เธอคงอยากให้ฉันไปพ้นๆ จากแอลลี่ใช่มั้ย”

“....”

ฉันเงียบ ไม่กล้าสบตาเขาเพราะกลัวว่าคำตอบของตัวเองมันจะเสียมารยาทจนเกินไป ฉันไม่ลืมเขาเป็นใคร และสำคัญแค่ไหนกับโลกนี้หรอก

“เธอเป็นคนไม่พูดโกหกสินะ ฉันเชื่อแล้ว”

“...”

“เห็นแก่ความเป็นคนดีประหนึ่งแม่พระของเธอ ฉันจะเลิกยุ่งแอลลี่ก็ได้นะ”

“...”

“แต่เจ้าตัวจะยอมหรือเปล่าล่ะ เธอห้ามเขาให้ได้สิ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 254 ครั้ง

4,611 ความคิดเห็น

  1. #4241 Dame_SD (@damesdark) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 23:02
    เจค นายมันร้ายยยย
    #4241
    0
  2. #4210 ๐-PuN-HuB (@o-punhub) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 08:38
    ความหมั้นหน้านี้มาจากไหน
    #4210
    0
  3. #4209 Yuki_Ayumu (@jamkoko22) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 00:43
    รู้สึกไม่ต่างจากเวอร์เดิมเลย งงนิดหน่อยคิดว่าเนื้อหาจะเพิ่มรายละเอียดอะไรมากขึ้น หรืออาจจะเพิ่มตอนช่วงหลังๆ??
    #4209
    1
    • #4209-1 May112 (@may112) (จากตอนที่ 4)
      19 มีนาคม 2562 / 18:10
      ใช่ค่า ช่วงต้นๆ จะแก้น้อยมาก เพราะคิดว่าสมบูรณ์แล้ว ตั้งแต่ช่วงกลางของเรื่อง (โดยเฉพาะเล่มพาร์ท 2) จะแก้ไขเรียบเรียงนั่นนี่ตลอด และมีตอนเพิ่มมาด้วยค่า
      #4209-1
  4. #4208 sailovetula1 (@sailovetula1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 18:18
    อ่านกี่รอบก็หมั่นใส้เจคอบอยู่ดี555
    #4208
    0
  5. #4202 Kihyun_monx (@pimchanok2604) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 11:08
    ถ้าเปลี่ยนจากพระเอกกลายเป็นผู้หญิงจะโดนหมั่นไส้มากกกกกว่านี้มากกกกๆ
    #4202
    0
  6. #4087 KunNoofc (@kunnoohfc) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 15:27
    คาสโนว่าที่สุดอีนางเจคอบ
    #4087
    0
  7. #4086 KunNoofc (@kunnoohfc) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 15:27
    คาสโนว่าที่สุดอีนางเจคอบ
    #4086
    0
  8. #3845 Ping (@wipat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2557 / 14:17
    ซึ้งมาก รอนะคะ :)
    #3845
    0
  9. #2504 LunarLN (@nutyawee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2557 / 21:10
    ร้ายกาจจัง
    #2504
    0
  10. #2209 televisionbb (@chompunuttt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2557 / 11:17
    รอๆๆๆ พี่เมย์อัพด่วนนนน
    #2209
    0
  11. #2105 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2557 / 20:45
    ร้้ายกาจเจคอบบบบ แอลลี่ไม่หยุดแน่เลยยยยยยยย
    #2105
    0
  12. #1270 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 12:08
    โหยยยย ร้ายอ่า
    #1270
    0
  13. #1009 Knith-Princess (@knith-princess) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 23:41
    สงสารชารีนจับใจ T_T. ฮือๆชารีนน้อยไม่กินผัก เจคโหดร้ายยยยยยยยยยยย .!!
    #1009
    0
  14. #831 iceize (@iceize24) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 01:52
    สองเล่ม ออกห่างกันสองเดือนแค่สองเดือน มันตั้งสองเดือน TTATT ดีใจที่มีสองเล่ม เวลาอ่านจบเหมือนจะยังไม่หายคิดถึงก็ อ้าว! จบซะแล้ว เจคอบดูเป็นคนดีจริงๆ(ประชด!) หญิงเยอะเป็นฮาเล็มเลย นี่หรือพระเอกของฉัน(?)
    #831
    0
  15. #802 B_bz (@bimozan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 17:21
    กรี๊ดดดดดดด!ดุเดือดเลือดพล่าน น้ำลายย้อยหยดไหลลงพท้นแหมะๆ >๐< รอเล่มแทบจพไม่ไหวแล้ว
    #802
    0
  16. #700 PARE FRIEND (@parefriend) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 14:00
    ชารีนอายุเท่าไหร่อ่าคะพี่เม
    #700
    0
  17. #660 lailai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 14:46
    นี่พระเอกของเราเข้าขั้นเลวนะนิ...อิอิ
    #660
    0
  18. #647 yejin_fai>_< (@puifailovelyyun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 11:49
    เจคอบอายุ27 หรอลองบวกตอนที่ดูรูปสมัยก่อนนู่นนน
    เจคอปร้ายจริงๆชารีนจะเอาอยู่ได้ยังไงอิอิ 
    แต่ ชารีนไม่ใจง่ายนะ แล้วก็น่าจะเป็นคนที่นิสัยแปลกหรือเป็นคนดีผิดกับคนรอบข้างของเจคอปๆเลยชอบ 
    ฮาแอลลี่ ให้ชารีนจัดการหมดเลย = = แต่งตัวทำไรไม่เป็นสักอย่าง
    #647
    0
  19. #634 ` Memories ★ (@eayaomam) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 05:55
    นิสัยเจคอบว่าร้ายแล้ว ความคิดร้ายยิ่งกว่า 55555
    #634
    0
  20. #631 alicia (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 02:22
    มีสองเล่มแบ่งเป็นสองพาร์ทนี่หนามากมั้ยคะพี่เม ราคาเล่มละประมาณเท่าไหร่คะน้องจะได้เก็บเงินถูก น้องกลัวเก็บเงินไม่พอ T^T

    ปล. ชารีนนี่อายุเท่าไหร่เหรอคะพี่เม
    #631
    0
  21. วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 21:52
     โหยย
    พระเอกร้ายเว่อร์อะ สงสารแอลลี่จริงๆนะ
    #585
    0
  22. #568 ซากุระ ไอโกะ (@lucifer999girl) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 21:37
    หลายคนอยากตบเจคอบ แต่เราอยากตลแอลลี่มากกว่า เห็นด้วยกับเจคอบอย่างแรง "ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะไม่ยุ่ง รอสมน้ำหน้าตอนจบทีเดียว" เห็นด้วยอย่างแรงและถ้าเราเป็นชารีนเราทำมันแน่
    #568
    0
  23. #517 Ping (@wipat) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 13:54
    รอนะคะ อิอิ
    #517
    0
  24. #469 morgan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 00:11
    make me happy just to read this, over n over...
    #469
    0
  25. #463 fufu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 22:49
    ทำไม เจคอบ ถึงร้ายเพียงนี้ พี่เม อัพด่วน บอลโลกไม่ดูกันเเล้วล่ะจ้าา
    #463
    0