UK-Boy รักสยบร้าย

ตอนที่ 2 : Charlyn

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 282 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

1

Charlyn

ชารีน

 

วันต่อมา

ฉันใช้เวลาสักพักในการปัดเศษใบไม้ใบหญ้าออกจากป้ายชื่อของแม่ จากนั้นก็วางช่อดอกไม้ลงตรงหน้าหลุมศพของท่านและอีกหนึ่งช่อที่คุณนายโอลิเวียร์ฝากมาลงที่หน้าหลุมศพของคุณเอ็ดดี้ แม่จะเสียใจหรือเปล่านะที่ฉันไม่ค่อยได้มาเยี่ยมท่านสักเท่าไหร่ ตอนนี้แอลลี่เป็นนางแบบที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เธอมีงานถ่ายภาพชุกอยู่ตลอดเวลา ฉันซึ่งมีหน้าที่ต้องคอยติดตามดูแลเธอจึงพลอยยุ่งมือระวิงไปด้วย เลยไม่ค่อยได้มาเยี่ยมท่านเลย... เฮ้อ ฉันได้แต่กล่าวขอโทษแม่อยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำอีก สัญญาว่าจะมาเยี่ยมท่านให้บ่อยขึ้น อย่างน้อยก็จะไม่ปล่อยให้ป้ายหลุมศพรกเป็นป่าอย่างนี้

ขอเล่าย้อนหลังถึงชีวิตของฉันสักหน่อยแล้วกัน ทุกคนคงสงสัยว่าผู้หญิงไทยตัวเล็กๆ อย่างฉันมาทำอะไรอยู่ที่ประเทศอังกฤษ...อืม เริ่มจากฉันย้ายตามแม่ที่แต่งงานใหม่มาอยู่ลอนดอนตอนประมาณมัธยมสี่ สามีใหม่ของแม่ก็คือคุณเอ็ดดี้ ชาวอังกฤษที่มาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนฉันเองก็แทบตั้งตัวไม่ทัน แม่รู้จักกับคุณเอ็ดดี้แค่ไม่กี่สัปดาห์แต่กลับตัดสินใจแต่งงานอย่างกะทันหัน ฉันต้องออกจากโรงเรียนและย้ายไปอยู่ที่ประเทศที่ไม่เคยคาดฝันมาก่อน นั่นก็คือประเทศอังกฤษ ชีวิตใหม่ของฉันเริ่มต้นขึ้นที่นี่

พอมาถึงที่นี่ชีวิตฉันก็ไม่ได้ราบรื่นเลยสักนิด ครอบครัวของคุณเอ็ดดี้ไม่ได้อยากต้อนรับแม่กับฉันสักนิดพวกเขาหาว่าแม่ตั้งใจจะจับคุณเอ็ดดี้เพื่อหวังจะมีชีวิตสุขสบายในตระกูลใหญ่ ในโลกนี้คงไม่มีผู้หญิงคนไหนยอมแต่งงานปุบปับกับคนอย่างคุณเอ็ดดี้ ถ้าไม่มีความต้องการอย่างอื่นแอบแฝงซ่อนอยู่ คุณเอ็ดดี้ไม่ใช่ผู้ชายหล่อเหลาน่าดึงดูดใจ เขารูปร่างอ้วนใหญ่และไม่ได้ทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง สำหรับตระกูลมาร์สันแล้วเขาเป็นจุดด่างพร้อยที่ทำให้คนในครอบครัวต้องอับอาย นอกจากไม่เป็นโล้เป็นพายแล้วก็ยังไปคว้าเอาผู้หญิงเอเชียที่มีลูกติดมาแต่งงานด้วยอีก คนในตระกูลมาร์สันตราหน้าว่าแม่กับฉันไม่ต่างอะไรจากกาฝาก เป็นพวกหิวเงิน พวกขุดทองและอะไรต่างๆ อีกมากมาย ฉันไม่เคยถามแม่ว่าพวกเราเป็นแบบนั้นจริงๆ หรือเปล่า อาจจะเพราะฉันกลัวคำตอบก็ได้ละมั้ง

แม่บอกเสมอให้ฉันอดทนต่อคำพูดและสายตาดูถูกดูแคลนเหล่านั้น เพราะไม่เหลืออะไรให้เราสองคนที่ประเทศไทยอีกแล้ว พ่อแต่งงานใหม่กับผู้หญิงอีกคน ท่านมีอีกครอบครัวและไม่มีที่ให้เราสองคนแม่ลูกอีกต่อไป ที่นี่ต่างหากคือชีวิตใหม่ของพวกเรา...

หลายปีผ่านไปฉันเริ่มชินกับชีวิตที่อังกฤษ ถึงจะถูกปฏิบัติเหมือนคนที่อยู่ต่ำกว่า ฉันก็ไม่เคยเก็บมาคิดให้ตัวเองเสียใจ ขอแค่ฉันมีที่กิน ที่อยู่ มีโรงเรียนให้ไปแค่นั้นก็พอใจแล้ว ทว่าชีวิตอันเรียบง่ายของฉันก็ต้องจบลงเมื่อแม่กับคุณเอ็ดดี้ประสบอุบัติเหตุขับรถตกเขาในฤดูหนาวเมื่อสองปีก่อน ทั้งคู่จากฉันไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ...

ตอนที่รู้ข่าวครั้งแรก...ฉันได้แต่ยืนงงอยู่กับที่ ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัวด้วยซ้ำ ต่อให้น้ำตาไหลออกมาสักเท่าไหร่ก็ไม่ทำให้ความเจ็บปวดที่อยู่ในใจฉันบรรเทาลงเลย ความรู้สึกที่ทั้งเสียใจและสิ้นหวังในชีวิตมันเป็นแบบนี้นี่เอง เพราะเมื่อไม่มีแม่...ฉันก็เหมือนตัวคนเดียวในโลกใบนี้

ครอบครัวของคุณเอ็ดดี้ไม่ได้แยแสว่าฉันจะมีชีวิตอย่างไรต่อไป ยังไงฉันก็ไม่ได้เกี่ยวพันอะไรกับพวกเขาตั้งแต่แรกเริ่มอยู่แล้ว ในขณะฉันลอยคว้างอยู่กลางอากาศราวกับเป็นขยะที่ไม่มีใครต้องการ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับชีวิตที่เหลือ ตอนนั้นเองที่คุณนายโอลิเวียร์ยื่นมือเข้ามาช่วยฉันไว้ เธอเป็นพี่สาวแท้ๆ ของคุณเอ็ดดี้แต่กลับต่างกันราวฟ้ากับดิน คุณนายโอลิเวียร์ที่ทั้งสวยและสง่าในแบบฉบับผู้ดีอังกฤษขนานแท้ และไม่ว่าจะเพราะความสงสารหรือความเวทนาก็ตามแต่ เธอให้ที่อยู่ที่กินกับฉันพร้อมเงินใช้จ่ายตามความสมควร แลกเปลี่ยนกับการที่ฉันต้องคอยดูแลแอลโลดี้ซึ่งก็คือลูกสาวของเธอเท่านั้นเอง

ฉันย้ายเข้าไปอยู่บ้านคุณนายโอลิเวียร์ที่ย่านลิเวอร์พูลอันแพงระยับ รับหน้าที่ดูแลแอลโลดี้หรือแอลลี่ผู้ซึ่งเป็นลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจมาตลอดตั้งแต่เล็ก อาจเพราะเธอเป็นลูกสาวคนเดียวและขาดพ่อมาตั้งแต่เด็ก คุณนายโอลิเวียร์จึงพยายามเติมเต็มทุกอย่างที่แอลลี่ต้องการ ทว่าเธอให้ลูกสาวได้ทุกอย่างยกเว้นเวลา คุณนายโอลิเวียร์ยุ่งกับงานสังคมของคนชั้นสูง เธอยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาอยู่บ้านเลยด้วยซ้ำ ตั้งแต่เด็กแอลลี่จึงต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแลและอยู่เป็นเพื่อนแทนแม่เสมอๆ แต่ด้วยความที่เจ้าตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจแบบสุดโต่ง แถมบยังโมโหร้ายชนิดที่ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ด้วยสาเหตุนี้เองจึงไม่มีพี่เลี้ยงคนไหนทนอยู่กับเธอได้นานเกินหนึ่งเดือนเลยสักคน ยกเว้นฉันคนนี้

ฉันพยายามหาเหตุผลเหมือนกันนะว่าทำไมฉันถึงทนอยู่ได้ อาจเพราะฉันเป็นคนเอเชียล่ะมั้งเลยมีความยืดหยุ่นสูงกว่าคนยุโรปด้วยกัน ถ้าไม่เลวร้ายถึงขั้นโดนตบตีทำร้ายร่างกาย ฉันว่ามันก็ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงสักเท่าไหร่ ฉันสามารถทนยืนฟังคำด่าโวยวายหรือกระทั่งคำหยาบคายของฝ่ายตรงกันข้ามได้สบายๆ ราวกับมันเป็นเสียงเพลงอันทรงพลังอะไรทำนองนั้น (อันที่จริงฉันก็ฟังไม่ออกส่วนหนึ่ง และคำด่าภาษาอังกฤษเนี่ย ต่อให้ด่าเท่าไหร่ฉันก็ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไรนัก เหอๆ) หรือจะเป็นเพราะว่าฉันไม่มีที่ไปแล้วก็ได้มั้ง ความอดทนของฉันจึงมีสูงมากเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นไม่ว่าแอลลี่จะร้ายกาจแค่ไหน ฉันก็ทนได้สบายมาก ยิ่งเมื่อแอลลี่ไม่ได้ไปโรงเรียนแบบเด็กๆ ทั่วไปเพราะเธอเรียนแบบโฮมสคูลอยู่บ้าน (แอลลี่บอกว่าไม่อยากไปโรงเรียนและแม่เธอก็ไม่บังคับ) จึงช่วยไม่ได้เลยที่เธอจะไม่ค่อยมีเพื่อนในวัยเดียวกันให้พูดคุยด้วย เมื่อมีฉัน...ถึงแม้จะเป็นแค่ยัยกระจอกงอกง่อยในสายตาเธอก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีใครให้คุยด้วยเลยน่ะนะ ฮ่ะๆ  เมื่อผ่านช่วงที่เลวร้ายไปแล้ว ในที่สุดแอลลี่ก็ติดฉันแจ

แล้วการเป็นพี่เลี้ยงเด็กโตก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย ไม่ต้องป้อนข้าวป้อนน้ำ พาไปเข้าห้องน้ำ อาบน้ำอะไรแบบนั้นด้วย ฉันก็แค่ทำการบ้านแทน ถือของให้เวลาช็อปปิ้ง ช่วยเลือกเสื้อผ้า ช่วยทำผม ช่วยแต่งหน้า ช่วยออกความเห็นเมื่อเธอต้องการ ทำนู่นทำนี่แทนเธอเวลาที่เจ้าตัวขี้เกียจก็เท่านั้นเอง

เมื่อปีก่อนนี่เองที่แอลลี่ผู้น่ารักของฉันก็เริ่มมีจุดมุ่งหมายในชีวิต เธอเป็นคนไม่ชอบเรียนหนังสือเอาซะเลย เรื่องเรียนต่อจึงไม่น่าหวัง (ฉันแอบอิจฉาเธอหน่อยๆ เพราะฉันคือคนที่อยากเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเหลือเกิน แต่กลับไม่มีโอกาสนั้น) แต่หลังจากได้ดูแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ดังยี่ห้อหนึ่งจบ เจ้าตัวก็ตาลุกวาวและประกาศว่าจะต้องขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีแบบนางแบบเหล่านั้นให้ได้

 นี่ถ้าเป็นคนอื่นพูด...ฉันคงจะช่วยเขย่าตัวให้ตื่นจากฝันกลางวันไปแล้ว แต่สำหรับแอลลี่ เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาสะสวยและมีเอกลักษณ์โดดเด่นสะดุดตาจากสาวๆ วัยเดียวกัน ไหนจะรูปร่างและส่วนสูงก็ดูเหมาะที่จะเป็นนางแบบสุดๆ พอเห็นเจ้าตัวดูตั้งใจจริง ฉันเลยช่วยสนับสนุนหาข้อมูลเกี่ยวกับวงการนางแบบให้เธออย่างเป็นเรื่องเป็นราว ตอนนั้นฉันไม่ได้คาดหวังว่าแอลลี่จะโด่งดังอะไรเลย แค่อยากให้เจ้าตัวมีอะไรทำนอกเสียจากนอนเล่น นั่งเล่นไปวันๆ เรียนก็ไม่ค่อยเรียน เอาแต่ออกไปช็อปปิ้งซื้อข้าวของไร้สาระแบบที่ผ่านมาก็พอแล้ว

นับแต่นั้นมาเวลาแอลลี่จะไปเทสต์หน้ากล้องหรือถ่ายภาพที่สตูดิโอไหนๆ ฉันก็คอยติดสอยห้อยตามไปกับเธอทุกหนทุกแห่ง เมื่อก่อนการที่นางแบบโนเนมอย่างแอลลี่มีคนมาคอยถือของ ถือเสื้อผ้า ทำนู่นทำนี่ให้อย่างนี้ช่างดูอวดเบ่งชอบกล แต่ตอนนี้เธอกลายเป็นนางแบบมาแรงของอังกฤษไปซะแล้ว การที่เธอจะมีพี่เลี้ยง ไม่สิ! ผู้จัดการที่คอยดูแลแบบนี้จึงดูไม่ใช่เรื่องเบ่งอะไรอีกต่อไป ตัวฉันเองก็แอบสนใจในเรื่องแฟชั่นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การตามติดแอลลี่เลยพลอยทำให้ฉันมีโอกาสได้เห็นเสื้อผ้าหลายแบบหลายสไตล์อยู่เสมอ ได้เห็นวิธีการแต่งตัวและการสร้างสรรค์งานแต่ละชิ้นของสไตลิสต์ชั้นนำอยู่บ่อยๆ ถึงฉันจะไม่มีปัญญาซื้อชุดราคาเป็นพันปอนด์พวกนั้น ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยด้านแฟชั่น แต่ฉันก็ใช้วิธีซึมซับจากสิ่งที่เห็น อ่านหนังสือ เกาะขอบเวทีแฟชั่นโชว์แถวตามซอกหลืบเวลาไปดูแลแอลลี่ เมื่อผ่านระยะเวลามาประมาณหนึ่ง ฉันก็พอจะให้คำแนะนำแอลลี่เรื่องการแต่งตัวได้บ้าง อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของเสื้อผ้าในตู้เธอก็มาจากคำแนะนำของฉันทั้งนั้น เมื่อเธอไปไหนแล้วถูกสื่อต่างๆ ชมว่าเป็นนางแบบที่แต่งตัวดี ทั้งในเวลางานและนอกงาน มันก็ทำให้ฉันอดภูมิใจเล็กๆ ไม่ได้

ตุเรงตุเร้งตุเร้งตุเรงงง~

เสียงระนาดโหมโรงดังระงมขึ้นมา อ๊ะ! ฉันลืมปิดเสียงสินะเนี่ย โชคดีที่ไม่มีใครอยู่แถวนี้ ไม่งั้นฉันต้องได้เจอสายตาแปลกๆ เข้าอีกแน่  ฉันเคยคิดจะเปลี่ยนริงโทนเหมือนกันเพราะอึดอัดกับสายตาคน แต่ฉันก็พบว่าเสียงระนาดโหมโรมนี่ช่างตัดกับบรรยากาศหนาวๆ และตึกรามบ้านช่องของประเทศในยุโรปซะไม่มี แถมทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดนตรีไทยๆ มันทำให้ฉันนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมาจากที่ไหนกันแน่...

ว่าไงแอลลี่”

[ชารีน! เธอต้องไม่เชื่อที่ฉันจะบอกแน่ๆ]

ฉันกำลังคิดว่าควรจะกังวลดีมั้ยหว่า...แต่เมื่อสัมผัสถึงน้ำเสียงอันตื่นเต้นแกมดีใจของแอลลี่ ฉันก็คิดว่าคงไม่ใช่เรื่องร้ายอะไร

เกิดอะไรขึ้นเหรอจ๊ะ”

[เธอเป็นคนแรกที่ในโลกที่ได้รู้ข่าวนี้! ฉันได้รับเลือกให้ถ่ายแบบลงนิตยสารเอ็มกับเจคอบ โจนส์! กองบรรณาธิการเอ็มเพิ่งโทรหาฉันเมื่อกี้นี่เองล่ะ!]

พระเจ้า! ดีใจด้วยแอลลี่!!!”

[ฉันรู้!!! พวกเขาจะถ่ายธีมหนุ่มสาวมาแรงแห่งปี กรี๊ดดด!! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าฉันจะได้รับเลือกให้ถ่ายกับเจคอบบนนิตยสารเอ็ม]

โห จริงเหรอเนี่ย นิตยสารเอ็มแทบไม่เคยมีการถ่ายปกคู่มาก่อน (เท่าที่ฉันเคยเห็นมาน่ะนะ ส่วนใหญ่จะมีแต่ถ่ายเดี่ยวทั้งนั้นเลย!) นี่จะต้องเป็นกระแสดังกระฉ่อนไปทั่วเมืองแน่ๆ ต่อไปนี้แอลลี่จะถูกจับตามองในฐานะนางแบบมาแรงมากขึ้นไปอีก ดีจังเลยเนอะ!

[เธออยู่ที่ไหนล่ะชารีน เราต้องไปฉลองกันเดี๋ยวนี้ สงสัยเป็นเพราะวันนั้นฉันใส่ชุดของมิวมิวตามที่เธอบอกแน่เลย! พวกเขาถึงเลือกฉัน! ฮ่าๆๆ ใครจะคิดล่ะว่าดีไซเนอร์มิวมิวจะมาร่วมคัดเลือกนางแบบด้วย กรี๊ด! รีบมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!]

ฉันยิ้มบางๆ และนึกถึงใบหน้าอันตื่นเต้นของคนพูด ถึงแอลลี่จะเอาแต่ใจและไม่ค่อยมีเหตุผล แต่สองปีที่ฉันและเธอผ่านเรื่องราวต่างๆ ด้วยกันมานั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีความหมายอะไรเลย ฉันรับรู้ถึงน้ำใจของแอลลี่ที่มีต่อฉันในหลายๆ ครั้ง ซึ่งเธอคงแสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ถึงแม้ว่าสำหรับเธอแล้วฉันจะเป็นแค่คนที่แม่จ้างมาดูแลเธอด้วยความสงสารก็ตาม แต่สำหรับฉัน...เธอเหมือนกับน้องสาวตัวเล็กๆ ที่ฉันอยากให้เธอประสบความสำเร็จตามที่เธอหวังไว้

ฉันกำลังจะกลับบ้านจ้ะ”

[ดี! แล้วเจอกัน งั้นแค่นี้นะ ฉันโทรไปบอกคุณแม่ก่อน!]

แอลลี่วางสายไปแล้ว ฉันเก็บโทรศัพท์ลงแล้วก็หันไปมองที่ป้ายหลุมศพของแม่อีกครั้ง

หนูจะพยายามมีชีวิตที่ดีให้ได้ค่ะแม่...ไม่ต้องห่วงหนูนะคะ“

ฉันบอกแล้วก็ยิ้มกว้างออกมา ถ้าเผื่อว่าแม่ได้เห็น ท่านจะได้สบายใจ

 

หลายอาทิตย์ต่อมา...

การถ่ายแบบนิตยสารเอ็มกับเจคอบ โจนส์จะเริ่มถ่ายในต้นเดือนหน้า เหลือเวลาอีกสองอาทิตย์กว่าๆ ที่แอลลี่จะเตรียมตัวให้พร้อมกับงานใหญ่ครั้งนี้ แล้วคุณเธอก็จริงจังเอามากๆ เลยล่ะ เริ่มจากเจ้าตัวกินแต่ผักกาดต้ม อกไก่ งดแป้ง งดของมัน งดของทอดทุกชนิดแล้วก็เล่นเวท เล่นโยคะ นอกจากนั้นเธอก็ไปสถาบันเสริมความงามจำพวกสปา นวดตัว ขัดผิว บลาๆ ที่แพงจนฉันเกือบหน้ามืดตอนเห็นใบเสร็จ แค่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ แอลลี่ใช้เงินประโคมไปกับความงามเกือบจะเท่าเงินที่ฉันใช้ทั้งปีด้วยซ้ำ แต่ผลที่ได้ก็คือแอลลี่แทบจะเหมือนมีสปอตไลต์สาดใส่อยู่ตลอดเวลาเลยล่ะ ไม่ว่าเธอจะเดินผ่านตรงไหนก็มีแต่คนหันมามองกันคอแทบเคล็ด ผู้ชายมากหน้าหลายตาพยายามเข้ามาทำความรู้จักเธอไม่หยุด

กระทั่งถึงวันที่นิตยสารเอ็มนัดถ่ายภาพกับแอลลี่ ฉันคงไม่ต้องบรรยายว่าเธอตื่นเต้นแค่ไหนหรอกนะ (แค่วิ่งมาปลุกฉันตอนตีห้าเท่านั้นเอง) และตอนนี้แอลลี่กำลังแต่งหน้าอยู่ที่สตูดิโอของนิตยสารเอ็มแล้วล่ะ

ขอเวลาส่วนตัวสักครู่ได้มั้ย”

แอลลี่บอกช่างแต่งหน้าที่กำลังลงไพรเมอร์บนหน้าของเธอ ช่างสาวพยักหน้าและบอกว่าจะเข้ามาใหม่ในอีกสิบนาทีจึงค่อยเดินออกจากห้อง

มีอะไรหรือเปล่าแอลลี่”

ฉันเดินไปถามด้วยความเป็นห่วง ทั้งๆ ที่ในห้องแต่งตัวก็เย็นขนาดนี้ แต่ฉันยังเห็นเหงื่อผุดออกมาจากหน้าผากของเธอไม่หยุด

ฉัน...ฉันตื่นเต้น...พระเจ้า ฉันกลัวจังเลย!”

แอลลี่สารภาพแล้วก็ปล่อยอาการแตกตื่นออกมาเต็มที่

ฉันกลัว ฉัน...ฉัน...ฉันกำลังจะถ่ายกับเจคอบ โจนส์นะ ถ้าฉันทำไม่ได้ล่ะ”

ไม่มีทาง! เธอเป็นนางแบบมาปีกว่าแล้วนะ แล้วทุกครั้งเธอก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ เลย ดูเธอสิ...ทั้งสวยและน่ารักขนาดนี้ นี่ขนาดเธอยังแต่งหน้าไม่เสร็จเลยด้วยซ้ำนะ”

ฉันชมแล้วมองเธอผ่านกระจกเงาที่ตั้งอยู่ข้างหน้า แอลลี่ยังดูกระวนกระวายแต่คำพูดของฉันคงทำให้เธอผ่อนคลายลงบ้าง เจ้าตัวคงอยากได้ความมั่นใจมากขึ้นและฉันก็ยินดีจะชมจนกว่าเธอจะหายตื่นเต้น

หายใจเข้า หายใจออกช้าๆ...แบบนั่นล่ะ”

ทำยังไงดี ฉันรู้สึกว่าตัวเองอ้วน! ทำไมหน้าฉันถึงได้บวมขนาดนี้”

นี่เป็นเรื่องตลกที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมา แอลลี่เนี่ยนะอ้วน!

ไม่สักหน่อยแอลลี่ เธอดูดีที่สุดแล้วน่า”

เธอไม่ได้โกหกฉันใช่มั้ย”

ไม่อยู่แล้ว...ฉันเคยโกหกเธอหรือไงจ๊ะ”

ฉัน...ฉันอยากดื่มกาแฟ”

เอ๋?”

ฉันอยากดื่มลาเต้ใส่ฟองสักครึ่งแก้ว”

หา!”

ฉันมองแอลลี่อย่างไม่เข้าใจ ลาเต้หรือกาแฟใส่นมเป็นของต้องห้ามของเหล่านางแบบผู้กำลังฟิตหุ่นอย่างเด็ดขาด ถ้าพวกเธออยากดื่มกาแฟล่ะก็...สาวๆ จะดื่มแบบเอสเพรสโซ่ งดน้ำตาล งดนม งดครีม (บางครั้งฉันก็คิดว่าพวกเธอน่าจะอมเมล็ดกาแฟแทนไปเลยดีมั้ย) แต่ลาเต้ใส่ฟองตั้งครึ่งแก้วเนี่ยนะ...ตั้งกี่กิโลแคลอรี่นะ?

สองอาทิตย์มานี่ฉันกินแต่อะไรเละๆ แหยะๆ บางที...ถ้าได้กินอะไรหวานๆ ก็คงจะดี”

แอลลี่บอกเสียงอ่อย ฉันมองเธอแล้วถอนหายใจเบาๆ นี่คงเป็นอาการอยากของหวานเพราะน้ำตาลในเลือดต่ำล่ะมั้ง วิธีแก้ที่ง่ายที่สุดคือหาอะไรหวานๆ ดื่มลงไปเพื่อให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้น อาการตื่นเต้น กระวนกระวายเหล่านี้ก็น่าจะดีขึ้นด้วย

งั้นฉันจะไปซื้อน้ำผลไม้ให้ดีมั้ย”

ไม่เอา! ฉันจะดื่มลาเต้...ฉันต้องการคาเฟอีน เธอเข้าใจมั้ย! ลาเต้ ลาเต้เท่านั้น!”

โอเคๆ ใจเย็นนะ ได้ตามนั้นจ้ะ ลาเต้ใส่ฟองครึ่งแก้วเลยนะ”

เร็วๆ ด้วย! ฉันอยากให้มีคนอยู่เป็นเพื่อน”

จ้ะๆ”

ฉันหยิบแจ็กเก็ตมาสวมก่อนจะออกไปจากสตูดิโอ โชคดีที่ร้านกาแฟสตาร์บัคส์อยู่ตรงมุมตึกซึ่งห่างออกไปแค่ไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น เมื่อได้กาแฟที่แอลลี่ต้องการแล้วฉันก็รีบเดินกลับมาที่สตูดิโอเลย แต่ทว่าคราวนี้ที่ด้านหน้าตึกมีฝูงนักข่าวกำลังสาดแฟลชใส่ผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งลงมาจากรถออดี้หมาดๆ เขาถูกระดมคำถามใส่ไม่ยั้งและไมค์จำนวนหลายสิบอันก็คอยจ่ออยู่ที่ปากไม่หยุด บอดี้การ์ดสามสี่คนต่างพากันแงะเหล่านักข่าวออกจากตัวเขาอย่างวุ่นวาย ฉันอดชะเง้อไปดูไม่ได้ว่าเขาคนนั้นคือใคร แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เห็นใบหน้าด้านข้างของเขา ฉันก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือใคร

เจคอบ โจนส์

ตัวจริง เสียงจริง อยู่ตรงหน้าฉันแล้ว!

ว้าว....เขาอยู่ในชุดเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำกับกางยีนสีเข้มแบบพอดีตัว รูปร่างและส่วนสูงของเขาโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ อย่างชัดเจน แว่นตาเรย์แบนสีชาเกาะอยู่ที่สันจมูกโด่ง ผมสีบลอนด์ยุ่งๆ ยาวระถึงต้นคอที่ปล่อยไว้อย่างไม่ใส่ใจ บนบ่ากว้างมีกระเป๋ากีตาร์สะพายอยู่ให้ลุคของศิลปินอินดี้เท่ๆ เขาดูมีเสน่ห์สมกับที่คนล่ำลือกันจริงๆ พอมาเทียบกับเขาแล้ว...ฉันกลายเป็นมดและแมลงตัวเล็กๆ ที่ไร้ค่าไปเลย

ตุเรงตุเร้งตุเร้งตุเรงงง~

เฮือก! ฉันควานหยิบโทรศัพท์ที่กำลังกรีดร้องเป็นเสียงระนาดอย่างวุ่นวาย ด้วยความที่เป็นเสียงดนตรีไทยแบบนี้ย่อมไม่เป็นที่คุ้นหูของชาวอังกฤษอยู่แล้ว นักข่าวพวกนั้นหันมาทางฉันเป็นตาเดียว กระทั่งเจคอบเองก็เหลือบมองมา

เอ่อ...เวรแล้ว

ฉันมองทุกคนแล้วก็ยิ้มแหยๆ รีบรับโทรศัพท์และสาวเท้าเข้าไปในสตูดิโออย่างว่องไว พยายาไม่สบตาใครทั้งนั้นด้วย

จ้ะ ว่าไงแอลลี่”

[ฉันต้องการลาเต้เดี๋ยวนี้! เธอไปอยู่ที่ไหนหา!!!]

กำลังขึ้นลิฟต์จ้ะ อีกแป๊บเดียว”

ฉันกดวางโทรศัพท์แล้วตรงไปที่ลิฟต์ ในขณะที่รอฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยดังไล่มาจากทางด้านหลัง พอหันไปก็พบว่าเป็นเจคอบและชายผิวดำที่แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้ากำลังตรงมาทางนี้ ฉันก็อดตกใจไม่ได้

อึ๋ย! เจคอบเหรอ....เกร็งชะมัดเลยแฮะ

คืนนี้ฝากจองร้านดินเนอร์ให้ทีนะ”

เป็นที่ไหนดีครับ”

นายเลือกๆ มาเถอะสักที่ อ้อ ฝากส่งการ์ดส่งให้ทาย่าด้วย”

จะให้เขียนว่าอะไรดีครับ”

ยังต้องถามอีกเหรอ”

พวกเขาเดินมาหยุดข้างๆ ฉันในที่สุด ฉันรีบหันกลับมาที่ลิฟต์ ยืนตัวตรงประหนึ่งเคารพธงชาติ สงสัยจังว่าฉันควรจะขึ้นลิฟต์ไปพร้อมกับเขาดีมั้ย หรือปล่อยให้เขากับคนที่มาด้วยนั้นขึ้นไปก่อนดี

มาร์ติน...ฉันอยากได้กาแฟสักถ้วย น่าจะมีสตาร์บัคส์อยู่แถวนี้นะ”

เพราะประโยคของเขาทำให้ฉันแอบก้มมองแก้วลาเต้จากสตาร์บัคส์ที่ตัวเองถืออยู่เล็กน้อย เราควรจะบอกมั้ยว่าร้านมันอยู่ที่มุมตึก เอิ่ม... กดดันจัง

ได้เลยครับ”

เจอกันข้างบนนะ”

ชายผิวดำผงกหัวรับคำสั่งแล้วเดินออกไปจากตึก คราวนี้เหลือฉันกับเจคอบสองคนที่หน้าประตูลิฟต์ โอ๊ย...ตายแล้วๆๆ ฉันพยายามซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ รู้สึกเหมือนจะเข้าใจแล้วว่าทำไมแอลลี่ถึงได้กระวนกระวายขนาดนี้ นะ...นี่...ฉันกำลังยืนอยู่ข้างเจคอบ โจนส์เหรอเนี่ย  ชีวิตนี้เจอนายแบบหล่อๆ มาก็มากแต่ไม่เคยมีใครทำให้ฉันตื่นเต้นได้ขนาดนี้เลย อยากจะบอกเขาจังเลยว่าเพลง You are my home ของเขาน่ะเพราะ,kdแค่ไหน นี่ถ้าไม่มากจนเกินไปฉันอยากให้เขาเซ็นแผ่นเพลงให้จัง อ๊ายยย

ปิ๊งป่อง~

เสียงลิฟต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นหนึ่ง ประตูเปิดออกและเจคอบก็ก้าวเข้าไปข้างในทันที พอได้มองใกล้ๆ แบบนี้ฉันจึงตระหนักได้ว่าเขาตัวสูงจริงๆ ไม่ว่าเสื้อผ้าแบรนด์ไหนที่ได้เขาไปถ่ายแบบให้จะต้องขายดีอย่างแน่นอน ฟันธง!

ไม่ขึ้นเหรอ”

เขาถามฉันพลางถอดแว่นตาออกเผยให้เห็นดวงตาเรียวคมสีฟ้าที่ทำเอาฉันลืมหยุดหัวใจไปชั่วขณะ

ขะ...เขาคุยกับฉันเหรอ จะ..เจคอบ โจนส์เนี่ยนะ คนที่อยู่บนปกซีดีคนนั้น..น่ะนะ!

ขะ..ขึ้นค่ะ”

ฉันบอกอย่างตะกุกตะกักแล้วรีบเข้าไปในลิฟต์

ชั้น?”

เอ่อ...คุณกดแล้วค่ะ”

ฉันตอบเมื่อเหลือบเห็นเลขสิบหกที่สว่างขึ้นอยู่บนแผงลิฟต์ โอ้ ใช่ๆ! เราจะไปชั้นเดียวกันเพราะว่าเขาจะไปถ่ายแบบกับแอลลี่ไงล่ะ! เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงก็มีเพียงฉันกับเจคอบเท่านั้น ฉันตื่นเต้นจนเหมือนจะหายใจไม่ออกแล้ว ออร่าคนดังนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ แล้ววินาทีต่อมาโทรศัพท์ของเจคอบก็สั่นไม่หยุด ฉันเห็นเขาหยิบมันออกมาแล้วทำหน้าเหนื่อยหน่าย

เฮ้...ฉันจะพูดตรงๆ เลยนะ อย่าโทรมาอีก ฉันเหนื่อยที่จะคุยกับเธอแล้วคริสติน”

เอิ่ม...ฉันรู้สึกเหมือนมายืนอยู่ผิดที่ผิดทางยังไงไม่รู้ ดูเสียมารยาทจังมาที่ฟังเรื่องส่วนตัวของเขาแบบนี้ ลิฟฟฟต์.....รีบไปให้ถึงชั้นสิบหกเร็วเข้า สู้ๆ

เราไม่มีอะไรต้องพูดอีกแล้ว...ฉันไม่แคร์...ไม่เสียดาย...เชิญ แต่งเพลงด่าฉันไปเลยก็ได้นะ อย่าลืมใส่ชื่อเจคอบลงไปด้วยละ ไม่ต้องอ้อมค้อมเดี๋ยวโลกจะไม่รู้นะ ฮ่าๆ”

เจคอบตัดสายทิ้งไปในที่สุด มือถือของเขายังคงสั่นอย่างต่อเนื่องแต่เจ้าตัวไม่ยอมกดรับสายอีก เพียงอึดใจเดียวเท่านั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออกเมื่อเรามาถึงชั้นสิบหก ฉันที่อยู่ใกล้กับประตูลิฟต์ที่สุดจึงตัดสินใจก้าวออกไปก่อน

เฮ้!”

เอ่อ คะ?”

ฉันหยุดเท้าแล้วหันไปมองเจคอบ สบตาสีฟ้านั่นโดยไม่ได้ตั้งใจ

เสียงมือถือของเธอประหลาดดีนะ”

เขาบอกแล้วก็ยิ้มออกมาน้อยๆ ภาพนั้นทำเอาฉันเกือบจะปล่อยแก้วลาเต้หลุดจากมือ เจคอบเดินผ่านไปแล้วแต่ฉันยังคงอยู่กับที่ นิ่งเหมือนถูกสาป...ฉันหยุดหายใจไปแล้ว เฝ้าแต่ถามตัวเองอย่างสงสัยว่า

ผู้ชายคนนั้นเป็นเทวดาแปลงกายลงมาเดินเล่นบนโลกหรือเปล่านะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 282 ครั้ง

4,611 ความคิดเห็น

  1. #4239 Dame_SD (@damesdark) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:48
    เจคอบตัวร้ายยย
    #4239
    0
  2. #4224 keroty (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 14:24

    แบรนด์ มิวมิววว

    #4224
    0
  3. #4194 <<aKinA>> (@aunjungka410) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 22:24
    น่าติดตามมากคับบ
    #4194
    0
  4. #4084 KunNoofc (@kunnoohfc) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2557 / 14:52
    ชอบๆๆติดตามต่อ
    #4084
    0
  5. #2503 LunarLN (@nutyawee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2557 / 20:37
    ตื่นเต้นแทน><
    #2503
    0
  6. #2101 NuMaple (@numagicpen) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2557 / 20:20
    อ่าาาาาา ให้ความรู้สึกแบบแค่เห็นเธอโลกก็หยุดหมุนเลยอ่ะ
    #2101
    0
  7. #1982 amnesiac (@amnesiac) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2557 / 07:43
    เป็นเพราะร้องเพลง เลยสนใจทำนองริงโทนแปลกหูละมั้งเนอะ

    ขออย่าให้ชารีนกับแอลลี่มีเรื่องทะเลาะกันทีหลังเลย อยากให้มิตรภาพคงไว้ยาวนาน ถึงจะเป็นมิตรภาพแบบกึ่งลูกน้องก็เถอะ
    #1982
    0
  8. #1548 Knom Cake (@z-cake) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 18:54
    อยากให้พระเอกทอล์กจัง อยากรู้เริ่มสนใจนางเอกแล้วสิ 555
    #1548
    0
  9. #1488 xchinesemoment (@jiadi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2557 / 10:53
    ฟินมากเลยอ่ะพี่เมย์
    ชอบภาษาที่พี่ใช้บรรยายมาก ไหลรื่นสุดๆ อ่านแล้วอารมณ์ดีตามเลย ^____^
    #1488
    0
  10. #1286 หมูกิ่ง (@mizu2_cub) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 18:16
    เจ้เมล้อเลียนเจ้เทป้ะเนี้ยยย แต่งเพลงด่าเนี้ยยย  555 ฮาอ่ะ
    #1286
    0
  11. #1280 fabregas10 (@maprang312) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 15:16
    เกร๊สสสส เจคอบน่ารักจังเลยค่าาา >_<
    #1280
    0
  12. #1268 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 11:27
    อร๊ายยยยย โชคดีชิป๋งเลยยยยย
    #1268
    0
  13. #1071 kindalos (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 21:17
    อ่านแล้วเขินจังเลย ><



    แอบติงนิดนึงเรื่องกาแฟอะค่ะ ได้ยินมาว่าส่วนใหญ่พวกดาราจะกินอเมริกาโน่ไม่ใส่น้ำตาลกันนะคะ
    #1071
    0
  14. #1011 Eyp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 10:14
    รู้สึกว่าตัวเองกลั้นหายใจขณะอ่าน 5555
    #1011
    0
  15. #838 candle::tian (@cantian) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 14:03
    อ่านไปตื่นเต้นไป 55555555
    #838
    0
  16. #829 iceize (@iceize24) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 01:26
    ตื่นเต้นแทนชารีนเลย อั้ยย้ะ! ยิ้มมมมมมมม(อ่อย)
    #829
    0
  17. #698 PARE FRIEND (@parefriend) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 13:24
    กรี๊ดดดด เห็นภาพมากคะ เสมือนตัวเองได้ไปยืนดูฉากนี้ใกล้ๆ สัมผัสได้ถึงความหล่องอลังการของฮีมากคะ แทบลืมหายใจ ฟินกว่านี้ไม่มีอีกแล้วอะ ปล.เข้าใจความรู้สึกนางเอกเลยอะ เวลาได้อยูใกล้คนที่เราปลื้มมันมักทำตัวไม่ถูกแบบนี้เลยอ่า อร๊ายยยยย เขินนนนน
    #698
    0
  18. #671 whquestion (@bam-wipoo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 21:07
    แต่งได้เหนภาพโคตร!บอกเลยตอนนี้ยังสั่นอยู่ อ้ากกก ตื่นเต้นแทนจิงๆโฮ่!!!
    #671
    0
  19. #644 yejin_fai>_< (@puifailovelyyun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2557 / 11:15
    เจคอบบบ ชอบแนวนี้อ่าาา
    #644
    0
  20. #582 ` Memories ★ (@eayaomam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 21:50
    เจคอบ นายเป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มาก 55555 
    #582
    0
  21. วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 21:28
    อ่านละสัมพัสได้ถึงความหล่อเลยค่ะ กรี๊สสสส
    ท่านเจคอบบบ
    #557
    0
  22. #532 เนม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 19:08
    แต่งนิยายได้เห็นภาพมากเลยคะ

    มันเหมือนกับว่าเราอยู่ตรงนั้นกับตัวละคร หรือไม่เราก็กลายเป็นตัวละครไปแล้ว กรี๊ด!

    บอกเล่าความรู้สึกนึกคิดได้ดีเยี่ยม

    สรุป แต่งเก่งมากๆ คร้า ^^ ยังไงก็ขอให้เป็นนักเขียนที่ทุกคนชื่นชอบยิ่งๆ ขึ้นไปเน้อ ติดตามคร้าบผม
    #532
    0
  23. #489 Benmorrr (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 01:19
    อีกกี่วันจะถึง เดือน ก.ค อยากอ่านเป็นเล่มแย่แว้ว ติดลมบอกเลย 😁😁😁
    #489
    0
  24. #435 เอินแบค (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 19:22
    รอเป็นหนังสือนะพี่เมมมมมมมม สาหนุกกกกก
    #435
    0
  25. #387 fernseer (@ferniiza) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 02:17
    ชอบนางเอกกกกก บทดราม่านี้ต้องสนุกแน่ๆ 
    #387
    0