Medico Z เซย์เดนกับสาวใสข้างบ้าน

ตอนที่ 5 : Falling Slowly

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    7 เม.ย. 56

4

Falling Slowly

ค่อยๆ ร่วงหล่น

 

สองวันต่อมา

อาการเหนื่อยหอบทำให้วันต่อมาฉันเป็นไข้สูง คุณแม่จึงรีบพาฉันไปโรงพยาบาลทันที และคุณหมอก็ตรวจพบว่า...ปอดฉันอักเสบ (ซะอย่างนั้น) =_=; เฮ้อ ไม่นึกว่าทริปพัทยาจะจบลงอย่างรวดเร็วขนาดนี้ อย่างน้อยก็ไม่ควรเป็นแบบนี้อ่ะนะ ส่วนเซย์เดนเขาก็อยู่ที่โรงพยาบาลเหมือนกัน แต่ไม่เป็นอะไรมากหรอกนะ ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง เจ้าตัวแค่หัวแตกเย็บสามสี่เข็ม แล้วก็มีรอยฟกช้ำดำเขียวตามใบหน้าและเนื้อตัวเท่านั้นเอง ต่างจากฉันที่ถูกจับฉีดยาตั้งไม่รู้กี่เข็ม ไหนจะต้องถูกให้น้ำเกลืออีก U_U คุณแม่เล่าให้ฟังว่าน้าบุ๋มกับคุณอลอนโซ่ไปถึงทันเวลาพอดีก่อนที่เซย์เดนจะโดนพนักงานคนอื่นๆ ในผับรุมซ้ำ ดูเหมือนเขาจะอัดพี่บึ้กสองคนแรกจอดสนิท! แถมเกือบจะหนีได้สำเร็จแล้วเชียว แต่พี่บึ้กหนึ่งในนั้นดันโทรไปตามเพื่อนมาช่วยซะก่อน เขาเลยหนีไม่รอดเพราะอีกฝ่ายมีเยอะกว่า แต่พอน้าบุ๋มบุกไปถึงผับพร้อมกับตำรวจอีกยกโหล เรื่องราวเลยจบลงด้วยดี เจ้าของผับออกมาขอโทษสำหรับความเข้าใจผิดและยินดีจะชดเชยค่าเสียหายต่างๆ ให้โดยไม่มีข้อแม้ใดๆ ทั้งสิ้น แต่น้าบุ๋มบอกว่าจะฟ้องและเอาเรื่องให้ถึงที่สุด (คุณแม่ฉันก็เอากับเขาด้วยนะ -_-‘)

ในที่สุดฉันก็มาได้จังหวะเธอตื่นสักที”

ฉันหันไปมองตามต้นเสียงโดยอัตโนมัติ ก็พบว่าเป็นฮีโร่ที่ช่วยชีวิตฉันไว้นั้นเอง

แม่เธอล่ะ”

ออกไปทานข้าวน่ะ”

เซย์เดนนั่งอยู่บนรถเข็นก่อนจะค่อยๆ เลื่อนล้อตรงมาหาฉันบนเตียง เราเพิ่งจะได้เจอกันหลังจากเกิดเรื่องนั้นขึ้น

ทะ...ทำไมนายนั่งอยู่บนรถเข็นล่ะ”

ฉันถามอยากตกใจพร้อมกับมองสำรวจขาของเขา ไหนคุณแม่บอกว่าเจ้าตัวไม่เป็นอะไรมากไง TOT

ไม่มีอะไรหรอก ข้อเท้าฉันเคล็ดนิดหน่อยน่ะ ไม่อยากเดินก็เลยยืมรถเข็นมาใช้ ฮ่าๆ”

แล้วไป...ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ก็ยังอดมองสำรวจเนื้อตัวของเขาไม่ได้ ฉันเห็นแผลฟกช้ำดำเขียวตามตัวเขาเล็กน้อย คิ้วและที่มุมปากยังพลาสเตอร์ติดเอาไว้ มีตรงเหนือคิ้วขึ้นที่ใช้ที่ปิดแผลอันใหญ่กว่าที่อื่นซึ่งฉันเดาว่าน่าจะเป็นแผลที่ถูกเย็บ เราทั้งคู่ต่างใส่ชุดผู้ป่วยสีฟ้าอ่อนๆ ของโรงพยาบาล แต่ฉันรับประกันได้ว่าตัวเองคงดูเหมือนขาไก่จืดๆ ส่วนอีกฝ่ายก็ยังดูดีเสมอแม้จะบุบสลายแบบนี้ก็เหอะ มิน่าล่ะน้าบุ๋มถึงบอกว่าพยาบาลเข้าออกห้องเซย์เดนเป็นว่าเล่น -_-

เธอเป็นยังไงบ้าง”

ก็ปอดอักเสบน่ะ แย่ชะมัด”

นั่นสิ แบบนี้เธอคงไปทันเปิดเรียนวันมะรืนนี่แน่เลย”

ฉันยักไหล่ไหวๆ เหมือนเห็นพ้องกับเขา ถ้าโรงเรียนเปิดวันมะรืน ฉันคงได้ไปอีกทีอาทิตย์หน้า

ฉันแวะมาดูเธอหลายครั้งแล้วล่ะ แต่ก็เห็นเธอหลับอยู่ตลอดอย่างกับ...”

ตาย -_- นายจะบอกแบบนั้นใช่มั้ย”

เซย์เดนไม่ได้ตอบ แต่ส่งยิ้มกวนๆ ให้แทน เขาหันไปหยิบแอปเปิ้ลสีแดงสดที่วางอยู่ในกระเช้าผลไม้มากัดดังกร้วบ! พอเห็นแบบนี้แล้วฉันก็ชักอยากจะกินแอปเปิ้ลขึ้นมาตงิดๆ เลยแฮะ

นี่ เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าหลังจากฉันวิ่งไปแล้ว นายทำยังไงต่อ”

ก็ไม่มีอะไร ฉันก็พยายามไม่ให้ไอ้พวกนั้นวิ่งตามเธอไป”

นายสู้แรงพี่บึ้กสองคนนั้นได้เหรอ พวกเขาตัวใหญ่กว่านายสองเท่านะ O_O ฉันนึกว่านายจะถูกรุมจนตายไปแล้วซะอีก”

ก็โดนรุมนั่นล่ะ แต่พอดีอีกคนถูกปาก้อนหินใส่ก่อนไง มันก็เลยทำอะไรฉันไม่ถนัด“

ว้าว! นายเก่งชะมัด OoO

โชคดีมากกว่าล่ะ อีกอย่างฉันเคยเรียนยูโดมานิดหน่อยตอนปีหนึ่ง”

(*ไฮสกูลเริ่มนับตั้งแต่เกรด 9-12 บางแห่งก็ 10-12 ในที่นี้ที่เซย์เดนกล่าวก็หมายถึงไฮสกูลปีหนึ่งหรือเทียบกับมัธยมปีที่ 4 ของไทย)

อ้อ มิน่าล่ะ แล้ววันมะรืนนายไปโรงเรียนทั้งๆ ที่แผลเต็มตัวแบบนี้ จะไม่เป็นไรเหรอ”

ดีซะอีก ดูเท่ขึ้นว่ามั้ยล่ะ ^_^”

หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะทันทีที่เห็นรอยยิ้มขี้เล่นของเขา หลังจากใช้เวลาด้วยกันมาหลายวัน...เซย์เดนไม่ใช่ผู้ชายขี้โอ่และหลงว่าตัวเองหน้าตาดีอะไรพรรค์นั้น ซึ่งถ้าพวกหลงตัวเองพูดแบบนี้บ่อยๆ มันก็ชวนอ้วกอยู่หรอก แต่เพราะนี่คือเซย์เดนไงล่ะ ฉะนั้นเวลาที่เขาเล่นมุกแบบนี้แล้ว มันอดไม่ได้ที่จะเรียกรอยยิ้มจากคนอื่นจริงๆ

ยังไงก็ขอบใจมากนะที่ช่วยฉันไว้ ถ้านายเข้าไปประมูลฉันไม่ทัน...”

เฮ้ ช่างมันเหอะน่า ฉันรับปากแม่เธอแล้วว่าจะดูแลเธอนี่ พูดแล้วก็ต้องทำให้ได้สิ”

“...”

อีกแล้วนะ...รู้สึกมีบางอย่างแผ่ซ่านอยู่ในอกกับคำพูดของเขาอีกแล้ว...

รู้มั้ย ตอนแรกฉันยังนึกว่าเขาแค่รับปากคุณแม่ของฉันไปงั้นๆ เพื่อให้เราได้ออกไปเดินเที่ยวเล่นกันซะอีก ไม่คิดเลยว่าเขาจะจริงจังกับคำพูดที่ให้ไว้ขนาดนี้ บอกตามตรงว่าฉันประทับใจเขาอย่างบอกไม่ถูก

แต่เครดิตฉันคงเสียไปแล้ว ต่อไปนี้น้าเปิ้ลคงไม่อนุญาตให้ฉันพาเธอไปไหนแล้วล่ะมั้ง”

ฮะๆ คงจะอย่างนั้น แต่จริงๆ มันก็เป็นความผิดฉันมากกว่า ฉันมันวอนหาเรื่องเองนั่นล่ะ”

แล้วเธอโดนแม่เทศน์หรือเปล่าเรื่องเข้าไปถนนคนเดินน่ะ”

จะเหลือเหรอ T_T

เซย์เดนขำยกใหญ่กับหน้าใบหน้าอันเศร้าสร้อยของฉัน พออาการฉันเริ่มทรงตัวและสติสตังเริ่มเข้าที่ คุณแม่ก็จัดการเทศนาฉันยาวเหยียดว่าถนนคนเดินอันตรายกับคนที่ไม่รู้จักระวังเนื้อระวังตัวอย่างฉัน (ที่จริงถ้าฉันไม่ซวยโดนเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิงในผับล่ะก็...มันก็ไม่อันตรายหรอกนะ T^T)

ฉันอุตส่าห์บอกกับแม่เธอว่าเป็นฉันนี่ล่ะเป็นคนชวนเธอไปเดิน เธอไม่น่าบอกความจริงกับท่านเลย”

ใช่...เขาพยายามปกป้องฉันแล้ว คิดถึงตรงนี้ทีไรฉันก็ยิ่งรู้สึกขอบคุณคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก แต่ฉันไม่อยากให้ใครๆ เข้าใจเขาผิด ฉันเลยสารภาพว่าเจ้าของไอเดียนี้คือเดี๊ยนเอง นั่นทำให้คุณแม่ก็เลยยิ่งกริ้วหนักไปอีกห้าเท่า T.T

ช่างเถอะ ฉันก็แค่โดนกักบริเวณสองอาทิตย์ แต่จะว่าก็ว่าเหอะ ยังไงฉันก็ไม่ค่อยได้ไปไหนอยู่แล้วล่ะ ฉันอยู่แต่บ้าน -_- เพื่อนก็ใช่ว่าจะมี...อย่างที่รู้กันว่าฉันเพิ่งย้ายโรงเรียนมานี่นา โดนกักบริเวณแค่เนี้ยสบายมาก”

งั้นฉันจะแวะไปหาเธอละกัน”

ไม่เป็นไรหรอก ฉันอยู่บ้านได้สบายมาก”

ฉันจะแวะไป”

เขาบอกซ้ำอีกครั้งก่อนจะโยนแกนแอปเปิ้ลลงถังขยะได้อย่างพอดิบพอดี รู้สึกเหมือนฉันจะเข้าใจโดยอัตโนมัติว่าบทสนทนาเรื่องนี้ได้จบลงแล้ว และเซย์เดนจะต้องแวะมาหาฉันที่บ้านอย่างที่เขาบอกแน่นอน พอคิดได้เช่นนั้น ฉันก็เผลอยิ้มออกมาอย่างเก็บไม่อยู่ สายตาก็มองผู้ชายตรงหน้าที่กำลังเอื้อมมือไปหยิบแอปเปิ้ลอีกลูกจากกระเช้าผลไม้ แต่คราวนี้เขาใช้มีดค่อยๆ ปอกแอปเปิ้ลออกเป็นชิ้นๆ อย่างชำนาญ

เอ้า กินผลไม้บ้างสิ ร่างกายจะได้วิตามินบ้าง จะได้หายป่วยไวขึ้น”

ไม่เป็นไรจ้ะ นายอุตส่าห์ปอกเอง นายกินเถอะ”

ก็ปอกให้เธอนั่นล่ะ ฉันกินหมดไปแล้วลูกหนึ่งเมื่อกี้ไง ลูกนี้ของเธอ”

เขาส่งจานใส่แอปเปิ้ลที่ถูกปอกไว้เป็นชิ้นๆ มาให้ฉันเหมือนยัดเหยียด เขาคงไม่รู้ว่าในขณะที่หันไปเปิดทีวีและหยิบรีโมตขึ้นมากดหาช่องที่ชอบไปเรื่อยเปื่อย ฉันแอบมองใบหน้าด้านข้างของเขาแล้วก็ยิ้มออกมาอีกครั้งอย่างกับคนบ้า

นายนี่ใจดีจัง”

หืม”

เขาละสายตาจากทีวีแล้วหันมามองฉันเหมือนจะถามว่า พูดว่าไงนะ แต่ฉันส่ายหน้าเหมือนไม่มีอะไร

เขาจึงหันกลับไปดูการ์ตูนก่อนจะเดินไปหยิบส้มมาแกะกินต่อ ฉันค่อยๆ ละเลียดกินแอปเปิ้ลที่เขาปอกให้ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เหมือนว่ามันจะอร่อยกว่าปกติยังไงยังงั้น

ยังกินไม่หมดอีกเหรอ เอ้านี่ส้ม”

เขาบอกพลางวางส้มที่แกะเปลือกแล้วลงบนจาน ไม่ใช่แค่แกะเปลือกออก แต่เขายังลอกใยขาวๆ ที่อยู่รอบๆ ผลส้มออกให้ด้วยอย่างใส่ใจ

ขอบใจนะ”

อ่าฮะ”

นายเนี่ยเป็นคนดีชะมัดเลยรู้มั้ย”

ฮ่า...ก็บอกแล้วไงว่าฉันเป็นคนดี ^_^

ฉันไม่คิดจะเถียงข้อนี้เลยสักนิด เขาไม่ได้โม้โอ้อวดเกินจริงไปเลย ถ้าหากฉันยังไม่ยอมคุยกับเขาเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในวันแรกที่เราเจอกัน ถ้าฉันยังปล่อยให้อคติเข้ามาเป็นตัวตัดสินว่าคนตรงหน้าเป็นยังไง ฉันคงจะเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ ที่มองผ่านคนดีๆ แบบนี้

ฉันน่าจะอ่านชาร์ตพวกนี้ได้นะ จะได้รู้ว่าอาการเธอเป็นยังไงบ้าง”

เขาหยิบแผ่นชาร์ตที่อยู่ปลายเตียงฉันขึ้นมาลองเปิดดูผ่านๆ เวลาที่พวกหมอหรือพยาบาลเข้ามาตรวจอาการของผู้ป่วย เขาก็จะลงรายละเอียดต่างๆ ไว้ในแผ่นชาร์ตนี่เอง

นายก็เป็นหมอสิ”

อืม น่าคิด”

แหม พูดอย่างกับมันเป็นกันง่ายๆ งั้นล่ะตาบ้า”

เขาว่ากันว่าเรียนตั้งหกปี ยังไม่นับตอนเป็นอินเทิร์นอีกนะ”

โหย แค่คิดก็เหนื่อยแล้วเนอะ มาเป็นผู้ป่วยแบบฉันดีกว่า ง่ายดี ไม่ต้องเรียนด้วย ฮ่าๆ”

เซย์เดนส่ายหัวอย่างอ่อนใจ เขาคุยเล่นกับฉันเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งคุณแม่กลับมาจากทานอาหาร จึงขอกลับไปที่ห้องตัวเองบ้าง แปลว่าที่เขายังไม่กลับห้องในตอนแรกก็คงเพื่อจะอยู่เป็นเพื่อนฉันจนกว่าคุณแม่จะมาสินะ... ^_^

ไว้เจอกันนะแพนเจีย หายไวๆ ล่ะ”

อื้อ”

หายแล้วก็เลิกพากันไปซนไม่เข้าท่าล่ะ”

คุณแม่ว่าขึ้นมา นั่นทำให้ฉันกับเซย์เดนมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะอย่างช่วยไม่ได้

เซย์เดนกลับไปแล้ว แต่ในใจฉันยังมีอะไรบางอย่างที่คุกรุ่นอยู่ มีบางอย่างแผ่ซ่านและเหมือนกำลังเจริญเติบโตขึ้นช้าๆ อยู่ในอกของฉันตอนนี้ ทำไมฉันถึงรู้สึกมีความสุขทั้งๆ ที่ตัวเองนอนจิ้มสายน้ำเกลือแบบนี้หว่า นี่ฉันเป็นโรคอะไรประหลาดหรือเปล่านะ -_-

 

หลายวันต่อมา

ฉันกลับมาถึงบ้านและพบว่า...น้าบุ๋มได้ทำการทุบกำแพงและรั้วของบ้านทั้งสองหลังออกเรียบร้อย! แล้วก็เนรมิตทางเชื่อมระหว่างห้องนั่งเล่นทั้งสองบ้านเข้าไว้ด้วยกัน -_-; ดูจากภายนอกแล้วอย่างกับบ้านรถไฟไม่มีผิด ในที่สุดคุณแม่กับน้าบุ๋มก็ทำมันจนได้สินะ ต่อไปคงได้เม้าท์กันสะดวกสุดๆ ไปเลย อันที่จริงทางเชื่อมระหว่างสองบ้านมันก็ไม่ใช่ความคิดที่แย่หรอก ต่อไปนี้สองครอบครัวสามารถไปมาหาสู่กันได้ง่ายขึ้น แต่ฉันก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งเราสองครอบครัวเกิดทะเลาะกัน หรือบ้านใดบ้านหนึ่งอยากขายทิ้งขึ้นมา โอ้...นั่นล่ะปัญหา =_=

เช้านี้ฉันตื่นเต้นเอาๆ มากที่จะได้ไปโรงเรียนใหม่ครั้งแรก (ถึงโรงเรียนจะเปิดได้มาเกือบอาทิตย์แล้วก็เถอะ) ฉันสำรวจตัวเองที่กระจกอีกครั้งแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจที่ทุกอย่างเรียบร้อยดี จึงเดินลงไปชั้นล่างเพื่อทานอาหารเช้า

ไฮแพนเจีย”

ไฮเซย์”

ฉันทักเขาตอบก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงกันข้าม ไม่ต้องแปลกใจหรอกที่เซย์เดนจะมาทานอาหารบ้านฉัน เพราะต่อไปนี้เขาจะมาทานข้าวที่นี่ทุกเช้าแล้วก็ไปโรงเรียนพร้อมฉันจนกว่าจะจบไฮสกูลนั่นล่ะ -_-; พวกแม่ๆ เค้าตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาจจะเพราะครอบครัวฝั่งฉันต้องตื่นเช้ากันอยู่แล้ว คุณพ่อต้องไปสอนที่มหาวิทยาลัย ส่วนฉันก็ต้องไปเรียน คุณแม่ก็ต้องตื่นมาทำอาหารให้คนที่บ้านกิน ก็แค่ทำอีกที่เผื่อเซย์เดนด้วยคงจะไม่เป็นไรใช่มั้ยล่ะ

ตรงกันข้ามกับบ้านน้าบุ๋มที่ไม่ค่อยมีใครตื่นเช้าๆ ขนาดนี้ คุณอลอนโซ่เป็นผู้จัดการบริษัทนำเข้ารถยนต์ยุโรปชื่อดังแบรนด์หนึ่ง เขาจะเข้างานตอนไหนก็ได้ ไม่มีใครไล่เขาออกได้หรอก -_- ส่วนน้าบุ๋มก็เป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าในห้างดังแห่งหนึ่ง ซึ่งจะเข้าไปนับเงินตอนไหนก็ได้อีกเหมือนกัน ลูกน้องไล่น้าบุ๋มออกจากการเป็นเจ้าของร้านไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นกว่าสามีภรรยาคู่นี้จะตื่นก็เป็นช่วงสายๆ ไปแล้วนู่นล่ะ ลูกชายที่น่าสงสารอย่างเซย์เดนจึงต้องหาอาหารเช้าทานเองมาตลอด จะรอแม่บ้านมาทำให้ก็ไม่ต้องไปโรงเรียนกันพอดี แต่พอครอบครัวฉันย้ายเข้ามาเท่านั้นล่ะ เซย์เดนก็รอดตาย!

เอ้านี่จ้ะ เด็กๆ”

คุณแม่ยกอาหารมาเสิร์ฟให้เราทั้งคู่ ไม่นานนักคุณพ่อก็ตามลงมานั่งร่วมโต๊ะ

นี่คงจะเป็นอาหารเช้าที่ดีที่สุดในชีวิตของผมแหงๆ ขอบคุณนะครับน้าเปิ้ล”

ไม่เป็นไรจ้ะเซย์ ถ้าไม่อิ่มบอกน้านะ”

ขอบคุณครับ ^^

วันนี้มีเรียนอะไรกันบ้างเด็กๆ ว่าแต่เซย์กับแพนเจียไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันใช่มั้ย”

เปล่าค่ะคุณพ่อ หนูอยู่ห้องสี่ค่ะส่วนตานี่อยู่ห้องสองค่ะ”

ฉัน เซย์เดน และคุณพ่อนั่งทานอาหารเช้าและก็คุยสัพเพเหระไปตามเรื่อยเปื่อย อ้อ! ฉันลืมบอกไปว่าหลังจากเราทานเสร็จ คุณพ่อก็จะไปส่งฉันกับเซย์เดนที่โรงเรียนเพราะมันเป็นทางผ่านไปมหาวิทยาลัยของท่านพอดี เรื่องนี้อาจจะไม่ทำให้เซย์เดนอภิรมย์สักเท่าไหร่ เพราะมันทำให้เขาอดขี่มอเตอร์ไซค์ตัวเก่งไปโรงเรียนซะแล้ว

อิ่มกันเรียบร้อยแล้วก็ไปรอพ่อที่รถกันได้เลยนะ”

ค่า

เปิ้ล แล้วเดี๋ยวผมจะเอาเอกสารมาให้คุณดูคืนนี้ อยากได้อะไรก็โทรหาผมนะ”

ขอบคุณค่ะที่รัก ขับรถดีๆ นะคะ”

คุณแม่พูดอย่างอ่อนโยน ในขณะที่ท่านเดินเข้าไปกอดคุณพ่อและกำลังจะจูบกันตามธรรมเนียมก่อนออกจากบ้าน

ไปรอที่รถสิแพนเจีย ให้เวลาพ่อแม่เธอบ้าง”

ว้าย

อีตาเซย์เดนลากฉันออกจากบ้านซะอย่างนั้น อีกนิดเดียวแท้ๆ

ไม่เห็นเป็นไรเลย นั่นพ่อกับแม่ของฉันนะยะ”

ฉันบอกหน้ามุ่ย การที่เห็นพ่อกับแม่ตัวเองแสดงความรักกันมันผิดตรงไหน พวกท่านน่ารักออกจะตาย! ทุกครั้งที่ได้เห็นพวกท่านแสดงความรักต่อกันแบบนี้มันทำให้ฉันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยพวกท่านก็ทำให้ฉันเชื่อว่ารักแท้ยังมีอยู่จริงบนโลก

ให้ช่วยถือกระเป๋าให้มั้ย”

ไม่เป็นไร! ไม่ได้หนักอะไรมากหรอก”

ฉันรีบโบกมือปฏิเสธเมื่อเขาเสนอน้ำใจจะช่วยถือกระเป๋านักเรียนให้ เอาอีกละ! หมอนี่ใจดีมีน้ำใจพร่ำเพรื่ออีกแล้ว เขาเป็นแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่านะ ฉันอดสงสัยในใจไม่ได้

ไปโรงเรียนใหม่ตื่นเต้นหรือเปล่า”

แน่นอนสิ! นายช่วยดูให้หน่อยได้มั้ยว่าฉันเป็นยังไงบ้าง”

ฉันบอกแล้วก็ลองหมุนตัวไปช้าๆ ฉันไม่แน่ใจว่าพวกนักเรียนหญิงผูกโบแบบไหนกันแน่ หรือกระทั่งถุงเท้าเป็นแบบสั้นหรือแบบยาว ไหนจะรองเท้าอีก โอ๊ย! ชักไม่มั่นใจซะแล้ว

ให้บอกยังไงล่ะ”

บอกมาสิว่ามันเป็นยังไงล่ะ”

น่ารักดี”

“...”

กึก! หัวใจฉันแกว่งไปมาครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้! บ้าจริง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นและฉันโทษว่าเป็นเพราะแสงแดดตอนเจ็ดโมงเช้า เหอะ! ร้อนตายล่ะ

ไม่ใช่! คือฉันหมายถึงว่า...เอ่อ มันเรียบร้อยเหมือนนักเรียนหญิงคนอื่นๆ ในโรงเรียนของนายมั้ย ฉันไม่อยากเป็นตัวประหลาดน่ะ”

ไม่ประหลาดหรอก ก็เหมือนเด็กผู้หญิงคนอื่นๆ นั่นล่ะ”

อะ...อืม”

แต่โบผูกผมเธอเบี้ยว”

หา? จริงเหรอ อุตส่าห์ผูกตั้งนานแน่ะ”

ฉันบ่นแล้วก็พยายามจัดมันให้เข้าที่ เวรกรรม! ฉันไม่มีตาข้างหลังนะถึงจะได้เห็นว่ามันเบี้ยวมากแค่ไหน

เดี๋ยวผูกให้ใหม่”

เขาไม่รอให้ฉันตอบอะไร อีกฝ่ายขยับตัวไปด้านหลัง รู้สึกเหมือนโบว์ที่ถูกดึงออกมาผูกใหม่อีกรอบ หัวใจฉันเต้นเร็วขึ้นจนฉันเริ่มกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยินเสียงของมันไปแล้วล่ะมั้ง

ผมของเธออย่างกับผมกับตุ๊กตาเลย เป็นลอนๆ คลื่นๆ เชียว”

คะ...ใครๆ ก็บอกอย่างนั้น”

เหมาะกับเธอดี เอาละ! เสร็จแล้ว”

ขอบคุณ! ขึ้นรถกันเถอะ คุณพ่อออกมาแล้วล่ะ”

ฉันบอกก่อนจะเปิดประตูรถแล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เบาะข้างคนขับ พอคุณพ่อมาถึงท่านก็สตาร์ตรถแล้วขับไปส่งฉันกับเซย์เดนที่โรงเรียนเลย โชคดีที่ระหว่างทางท่านกับเซย์เดนคุยกันเรื่องฟุตบอลเป็นส่วนใหญ่ ฉันเลยไม่ต้องพูดอะไรมากนักจึงมีเวลาพอที่จะพยายามนั่งสงบจิตใจที่กำลังฟุ้งซ่าน พอครึ่งชั่วโมงต่อมารถของคุณพ่อก็มาถึงโรงเรียน

ในตอนเช้าแบบนี้มีรถมาส่งนักเรียนกันอย่างเนืองแน่น ฉันเชื่อว่าร้อยละห้าสิบของนักเรียนโรงเรียนนี้เป็นคุณหนูคุณชายกันทั้งนั้น ปริมาณรถยนต์บริเวณถนนเส้นนี้จึงยิ่งแน่นขนัดเป็นพิเศษ ถ้าโรงเรียนนี้มีนักเรียนหนึ่งพันคน อย่างน้อยๆ เช้านี้ก็ต้องมีรถเกือบห้าร้อยคันวิ่งผ่านไปมา เซย์เดนเลยบอกบอกให้คุณพ่อจอดอีกฝั่งหนึ่งแทน พวกเราเดินข้ามสะพานลอยไปอีกไม่กี่เมตรก็จะถึงโรงเรียนอยู่แล้ว คุณพ่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลากลับรถเข้าไป

แล้วเจอกันที่บ้านเย็นนี้นะลูก เซย์ด้วยนะ”

บ๊ายบายค่ะคุณพ่อ”

ขอบคุณครับน้าแซม”

คุณพ่อขับรถออกไป คราวนี้ก็เหลือฉันกับเซย์เดนเท่านั้น เขาแย่งกระเป๋านักเรียนฉันไปถือได้ในที่สุด จากนั้นก็พาฉันข้ามสะพานลอย

ฉันถือเองได้น่า!”

ฉันกลัวเธอจะเป็นลมก่อนถึงบันไดทางลง ให้ช่วยถือกระเป๋ายังดีกว่าต้องแบกเธอในตอนสุดท้ายนะ”

ฉันไม่เป็นลมหรอกน่า เอากระเป๋าคืนมานะ”

เซย์เดนไม่ตอบ ขณะเดียวกันโทรศัพท์มือถือของเขาก็แผดเสียงร้องลั่น เขาใช้แขนข้างหนึ่งอุ้มกระเป๋าของฉันไว้แล้วก็กดรับสายโทรศัพท์ด้วยมืออีกข้าง

ถึงโรงเรียนแล้วครับแม่ ครับ...ครับ”

โอกาสนี่ละ! ฉันจึงพยายามดึงกระเป๋าตัวเองกลับมา แต่ก็ไม่เป็นผลเลย! แรงเขากับแรงฉันนี่มันแตกต่างกันเท่าไหร่เนี่ยฮะ! พอลงจากสะพานมาแล้ว ฉันก็เริ่มเห็นนักเรียนโรงเรียนนี้มากยิ่งขึ้น จึงใช้โอกาสนี้แอบสำรวจว่าตัวเองแต่งกายแตกต่างจากชาวบ้านเขาหรือเปล่า โอเค...เสื้อผ้าหน้าผมน่าจะผ่านแล้ว แต่ยิ่งเดินไปใกล้ประตูโรงเรียนมากเท่าไหร่ สายตาของนักเรียนคนอื่นๆ ก็เริ่มมองมาที่ฉันและเซย์เดนมากยิ่งขึ้น พวกเขาอาจจะไม่คุ้นหน้าฉันก็เลยยิ่งจ้องเหมือนพยายามจะหาคำตอบว่าฉันเป็นใคร หรือไม่ก็เห็นว่าฉันกำลังเดินอยู่กับสุดหล่อประจำโรงเรียนที่สาวๆ ทุกคนหมายปอง =_=

อืม มีความเป็นไปได้ว่าว่าจะเป็นอย่างหลัง...ฉันคงไม่โดนตบหรอกใช่มั้ย

เออ แพนเจีย ฉันมีเรื่องจะขอร้องหน่อย”

อะไรเหรอ”

รู้มั้ยว่าตั้งแต่รู้จักกันมาเนี่ยมีแต่เขานี่ล่ะที่ทำนู้นนี้ทำนี้ให้ฉันสารพัด เรียกว่านี่เป็นครั้งแรกล่ะมั้งที่เขาขอให้ฉันทำอะไรให้สักอย่าง รู้สึกตื่นเต้นแฮะ

อย่าบอกใครได้มั้ยว่าเธออยู่ข้างบ้านฉัน”

ฮะ? O_o

ก็แค่ถ้าใครถาม เธออย่าบอกพวกเขาว่าเราอยู่บ้านติดกันได้มั้ย”

ทำไมล่ะ”

เรื่องส่วนตัวนิดหน่อยน่ะ”

เขาบอกเสียงเรียบก่อนจะเดินนำไปที่โรงเรียนต่อเหมือนไม่คิดจะอธิบายอะไรต่อ ฉันเองก็เพิ่งตระหนักได้ว่าที่จริงตัวเองก็ไม่ได้รู้จักเซย์เดนดีสักเท่าไหร่ ฉันคงไม่สนิทพอที่จะรู้ เรื่องส่วนตัว ของเขาล่ะมั้ง ฉันผ่อนลมหายใจหนักๆ พร้อมกับไล่ความรู้สึกน้อยอกน้อยใจนี่ออกไป เวลาที่ใครสักคนพูดว่า เรื่องส่วนตัว ก็แปลว่าเขาไม่อยากบอกเราไงละแพนเจีย

แล้วฉันต้องทำเป็นไม่รู้จักนายด้วยหรือเปล่า”

ฉันถาม พยายามใช้เสียงที่ดูสบายๆ ที่สุด

ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก”

แต่เรามาโรงเรียนพร้อมกันทุกวันนะ ถ้าบ้านไม่ได้อยู่ใกล้กัน คงไม่มาโรงเรียนพร้อมกันทุกวันหรอก จริงมั้ย”

ก็บอกว่าเรารู้จักกันก็ได้ แล้วบังเอิญ...”

บังเอิญทุกวันน่ะเหรอเซย์ เป็นไปไม่ได้หรอก”

เซย์เดนเงียบลงไปเหมือนกำลังใช้ความคิดกับเรื่องนี้

ก็บอกว่าเราไม่รู้จักกันนั่นล่ะ แล้วรู้อะไรมั้ย...คนไม่รู้จัก เขาไม่ถือกระเป๋าให้กันหรอกนะ”

ฉันบอกแล้วก็ดึงกระเป๋าตัวเองกลับมาได้โดยง่าย อดคิดไม่ได้ว่าเป็นเพราะอีกฝ่ายยอมปล่อยกระเป๋าออกมาจากมือแล้วต่างหาก ตอนนี้เขาคงไม่อยากถือมันไว้ให้ฉันอีกแล้ว เขาคงไม่อยากให้ใครรู้ว่าถือกระเป๋าให้คนอย่างฉัน โอ๊ย บ้าชะมัด! ทำไมฉันต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยพวกนี้ด้วยเนี่ย

เธอโกรธฉันหรือเปล่า”

เปล่านี่ ไม่เห็นมีอะไรต้องโกรธเลย”

ฉันบอกปัด ไม่เคยเชื่อเลยนะว่าผู้หญิงเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ แต่คราวนี้ล่ะฉันเชื่อสนิท แต่จะให้ฉันบอกว่าโกรธเขางั้นเหรอ แล้วทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ แม้แต่ตัวฉันเองยังไม่รู้สาเหตุเลย

ถ้างั้นไว้เจอกันตอนเย็นนะ”

แต่เราไม่รู้จักกันนะอย่าลืมสิ เราจะไม่เจอกันตอนเย็นหรอก”

เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนฉันเคยวาดฝันว่าจะได้ใช้เวลาที่เหลือตอนเช้าก่อนเข้าเรียนกับเขา ขอให้อีกฝ่ายแนะนำสถานที่ต่างๆ ในโรงเรียนเซนต์ลีโอนาร์ดอันเลื่องลือให้ฟัง เหอะ! น่าอายชะมัดที่ฉันดันไปคิดอะไรแบบนี้ขึ้นมาได้ ขอบใจตัวเองที่ไม่ได้เอ่ยปากชวนเขาขึ้นมาก่อนที่จะหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ

แพนเจีย...ตอนเย็นแม่ฉันมารับนะ จำได้มั้ย”

รู้น่ะ! ตามที่พวกผู้ใหญ่ตกลงกันไว้คือตอนเช้าคุณพ่อฉันมาส่ง ส่วนตอนเย็นน้าบุ๋มจะเป็นคนมารับกลับ แต่ในเมื่อเขาไม่อยากให้ใครๆ รู้ว่าเขารู้จักฉัน เพราะฉะนั้นการที่แม่เขามารับเราทั้งคู่มันจะดูไม่ประหลาดไปหน่อยเหรอ

ฉันกลับเองก็ได้นะ ไม่ต้องห่วงหรอก”

ฉันพยายามหาทางเข้าโรงเรียนอีกทางด้วยการเดินหนีเซย์เดนออกมา แต่ประตูลูกกรงประหนึ่งคุกนี่ก็ไม่ยอมเปิดออก พอหันไปมองนักเรียนคนอื่นฉันจึงได้รู้ว่า...

ประตูทางเข้าสำหรับนักเรียนอยู่ทางนี้ เธอต้องสแกนบัตรนักเรียนก่อนถึงจะเข้าไปได้”

เอ่อ ฉันยังไม่มีบัตรนักเรียนเลยนี่หว่า -_-‘ พอเป็นแบบนี้ฉันเลยต้องจำใจเดินกลับไปหาเซย์เดนที่ยืนรออยู่ตรงประตูทางเข้าสำหรับนักเรียนอย่างช่วยไม่ได้

ตอนเย็นเจอกันตรงนี้นะ”

คนไม่รู้จักกัน แต่กลับบ้านด้วยกันเนี่ยนะ -*-”

ฉันก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าเราต้องทำเป็นไม่รู้จักกัน ก็คุยกันตามปกติสิ”

แต่นายไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันอยู่บ้านติดกับนายไม่ใช่เหรอ”

ถ้าใครถามก็บอกว่าอยู่บ้านใกล้ๆ กันก็พอ”

ใกล้กันก็เหมือนติดกันนั่นล่ะ”

ไม่เหมือนหรอก”

ฉันรู้ว่าเขาแค่ขอไม่ให้บอกใครว่าอยู่บ้านติดกันแค่นั้นเอง มันก็แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี่นา แต่กับฉันแล้วทำไมมันถึงได้เป็นเรื่องใหญ่นักนะ ฉันอดคิดไม่ได้ว่าเขาอายที่จะบอกคนอื่นเหรอว่าบ้านเราติดกันงั้นเหรอ ฉันคือสิ่งที่นายอายใช่หรือเปล่า ทำไมฉันเอาแต่คาดหวังว่าเขาจะบอกว่า ช่างเถอะ เธอบอกใครๆ ไปเลยว่าบ้านเราติดกัน ด้วยนะ คนอย่างเซย์เดนน่ะถ้าโอนอ่อนได้ เขาคงยอมไปนานแล้ว แต่นี่ยังคงยืนกรานอยู่...แปลว่าเรื่องนี้คงสำคัญมากจริงๆ

โอเค ฉันเข้าใจล่ะ ไว้เจอกันหลังเลิกเรียนนะ”

ฉันบอกโดยไม่สบตาอีกฝ่าย นึกสงสัยว่าตัวเองอยากให้เขายอมรับว่าบ้านติดกันเพื่ออะไร ฉันนี่มันไร้เหตุผลชะมัด

โอเค ไว้เจอกัน ขอให้โชคดีกับวันแรกของโรงเรียนนะ”

เขาบอกแล้วก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เหมือนเคย แต่ฉันหลบสายตาคู่นั้น...

การที่เราเป็นบ้าเป็นบออยู่คนเดียวโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้เรื่องรู้ราวด้วยเนี่ย

มันน่าสมเพชชะมัดเลยว่ามั้ย

ฉันสั่งให้ตัวเองเลิกงอแงสักที เมื่อเซย์เดนสแกนบัตรนักเรียนปุ๊บ ประตูก็เปิดออกกว้างปั๊บ ฉันเดินตามเขาเข้าไปภายในรั้วโรงเรียนอย่างไม่รอช้า อันดับแรกฉันต้องไปหาครูใหญ่หรือเปล่านะ หรือว่าไปที่ห้องเรียนเลย ฉันอยากจะหันไปถามเซย์เดน แต่กลับรู้สึกเหมือนริมฝีปากถูกเย็บติดกันไปแล้ว ฉันก้าวเข้าไปในอาคารเรียนและพยายามลืมอาการบ้าๆ ก่อนหน้านี้ของตัวเองไปให้หมด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คุยกันเล่นๆ

สวัสดีค่านักอ่านทุกท่าน ม๊วฟฟ >3< เมื่อวานเมมีคิวที่งานหนังสือ แจกลายเซ็นมาราธอนโคตร ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่พัก ถึงเหนื่อยแต่ก็สู้ตายยยยย เพราะว่ามีน้องๆ มากันเพียบเลย ขอบคุณทุกคนจริงๆ นะคะ ^O^ นอกจากไวน์ที่กระแสดีเยี่ยมแล้ว เมปลื้มใจจริงๆ ที่มีนักอ่านถามถึงเซย์เดนกันเยอะมาก >_< บอกว่ารออ่านเรื่องนี้อยู่ ชอบพระเอกมว้ากกก เมดีใจมากจริงๆ ค่ะที่ทุกคนให้การตอบรับดีขนาดนี้ เดือนหน้าก็จะออกเป็นเล่มแล้วนะ ไม่นานเกินรอ >.<

มีเรื่องที่เมอยากพูดถึงนิยายเรื่องนี้อีกนิดหน่อย อย่างแรกคือกังวลมาก ถึงจะได้รับเสียงตอบรับที่ดีกว่าที่คิด แต่ก็ยังมีเรื่องให้กังวลเยอะแยะจริงๆ มีคอมเม้นทั้งชมและติติงมาในจุดเดียวกันคือความสมเหตุสมผลของตอนที่แล้ว เมเคยบอกอยู่ว่าพยายามเขียนให้จริงที่สุด เรียลที่สุด อารมณ์นิยายชีวิตวัยรุ่นจริงๆ แต่บางครั้งมันก็ยากเหมือนกันค่ะ 555+ (ยอมรับ กัดผ้า ฮือออ) เพราะว่าบางครั้งเราเขียนจริงเกินไป มันจะไม่สนุกอ่ะ มันไม่ชวนฝัน มันไม่น่ากรี๊ด มันจะไม่ใช่ นิยาย แล้ว เพราะฉะนั้นเมเลยต้องพยายามคอนโทลเรื่องให้อยู่ระหว่างเกือบเท่เว่อร์กับความสมจริงสมจัง อันนี้งานยากจริงๆ ค่ะ ถ้าใครไม่ชอบ... คงแปลว่าเมยังทำจุดนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่ ขอน้อมรับความเห็นและจะปรับปรุงในเล่มต่อ ไปนะคะ -/\-

แต่เมอยากให้อ่านจนจบก่อนจริงๆ เพราะว่าตอนหลังๆ ของนิยายเรื่องนี้ เมคิดว่าเมทำได้ดีนะ 55555555555+ (เข้าข้างตัวเองเฉยเลย โฮะๆ) จุดพีค ความสัมพันธ์ ความคิด อารมณ์ ทุกๆ อย่างจะอยู่ค่อนไปตอนท้ายของเรื่อง แล้วแพนเจียก็เข้มแข็งในแบบของตัวเอง อาจจะไม่ได้ลุกขึ้นมาวิ่งพันเมตรเพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่ง หรือตบตีกับใครแล้วชนะ แต่เมกำลังพูดถึงความเข้มแข็งของจิตใจเด็กผู้หญิงวัยรุ่นสักคน วิธีการรับมือกับความรัก การเรียนรู้และเติบโตขึ้นไปทีละก้าวของเด็กสักคน นี่เป็นนิยายที่เมตั้งใจแต่งเพื่อให้เป็นเรื่องของวัยรุ่น ได้แต่หวังว่าสิ่งที่เมตั้งใจจะไปถึงทุกคนนะคะ คงไม่เบื่อกันไปซะก่อนน้า จุ้บ!

เม112

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

1,512 ความคิดเห็น

  1. #1507 Reader (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 20:34
    เซ็นต์ลีโอนาร์ด นี่โรงเรียนพี่เสือใช่เปล่าคะ ชื่อคุ้นๆ
    #1507
    0
  2. #1497 Biikiiz (@rainbow-tear) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2557 / 17:32
    หวงแพนเจียป่าว ><
    แบบกลัวเพื่อน ผช ในกลุ่มตัวเองรู้แล้วจะมาหาตัวเองที่บ้านเพื่อเข้าใจแพนเจียงี้ 55555
    ไม่ก็อาจกลัวแฟนคลับตัวเองทำร้ายแพนเจียไรงี้

    (ออกจะมโน แต่เซย์ก็โคตรพระเอกก็อาจจะเป็นไปได้นะ 5555555)
    #1497
    0
  3. #1492 สี่ เหลี่ยม ' ▽ (@wanicha-28) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 15:30
    อะไรอ่ะ คล้ายกับว่าเซบ์เย็นชาเเปลกๆอ่าาา
    #1492
    0
  4. #1477 GooDYeaR =) (@premanid-28) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 18:19
    ทำไมถึงไม่ให้บอกว่าบ้านติดกัน งง
    #1477
    0
  5. #1464 มัท (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 มกราคม 2557 / 06:46
    ไรท์สู้ๆๆๆค่ะ
    #1464
    0
  6. #1459 junyajunj (@junyajunj) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 / 13:25
    ความรู้สึกของนางเอกในตอนนี้พูดเลยว่าเคยเป็น = =
    #1459
    0
  7. #1332 IYUN (@alliyun) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 22:41
    เซเดน ทำไมทำแบบนี้ล่ะ ??????
    รออ่านต่อไป
    #1332
    0
  8. #1250 jongkim (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 19:24
    ดราม่าเรื่องนี้ไม่ใช่นางเอกตายนะ TTOTT
    #1250
    0
  9. #1023 Polaris (@khonmonam) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 เมษายน 2556 / 16:24
    นะ..นะ...น้องสาวววว แง ๆ TOT
    #1023
    0
  10. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  11. #992 SnowOwl (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 เมษายน 2556 / 21:03
    ถ้าเราเป็นแพนเจีย ก็ต้องรู้สึกแบบนี้แน่ ๆ สะเทือนอารมณ์เบาๆ อิน!
    #992
    0
  12. #933 อิจุก (@kaew_weass2000) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 17:42
    หือออ หนูเซย์น่ารักจังลูก -//-
    #933
    0
  13. #924 sακurα κιss (@centrion) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 02:13
    แพนเจียน่าร้ากกกกกกกกกกก
    #924
    0
  14. #681 Hourglass (@mellda) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2556 / 22:55
    เซย์คงเป็นห่วงเเพนเจียนั่นแหละ เพราะเวย์ก็ดูจะป๊อปไม่น้อยเลยในหมู่สาวๆ เเต่ถ้าเป็นเเพนเจียก็แอบเฟลเหมือนกันนะเนี่ย #เซนต์ลีโอนาร์ดโรงเรียนในตำนานของพี่เมเลยนะนเนี่ยตั้งเเต่เซตลูกครึ่งเเล้ว #เเซว 555
    #681
    0
  15. #673 wawa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2556 / 08:30
    ทำไมเซย์ช่างน่ารักแสนดีขนาดเน่,,,,,,,><
    #673
    0
  16. #669 Potic AL (@079952200) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 23:16
    เหมือนจะเขียนผิดอยู่ที่นึงน้า
    ที่บอกว่าไปทันเปิดเรียนแน่เลย น่าจะเป็นไปไม่ทันป่าว
    สนุกมากๆ สู้ๆนะคะ อยากอ่านต่อแล้ว ><
    #669
    0
  17. #646 knom cake (@noo-cakeza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2556 / 01:28
    เซ็นต์ลีโอนาร์ด ไฮสคูลของฮาท์ฟ-คาร์ท คิดถึงเรื่องนี้ เอ่อ...นอกเรื่อง 555+

    เรื่องส่วนตัว ไมเซย์พูดงั้น เหมือนแพนเจียเป็นคนนอกเลยง่ะ
    #646
    0
  18. #604 snow (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 19:05
    สนุกมากๆเลยค่ะ ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ ^O^
    #604
    0
  19. #602 mook_family (@mook89) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 11:35
    สนุกมากค่ะพี่เม พี่เมไม่ต้องกังวลเรื่องความสมจริงนะคะยังไงก็สนุกมากอยู่ดี เป็นกำลังใจให้พี่เมค่ะ แต่ทำไมเซย์เดนต้องไม่ให้บอกว่าบ้านอยู่ติดกันด้วยคะเป็นปริศนามากกกกก จะคอยติดตามค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 เมษายน 2556 / 11:36
    #602
    0
  20. #601 Mudmee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 เมษายน 2556 / 09:56
    กลับมาอ่านอีกรอบ โอ้ย เซย์น่ารักขนาด
    #601
    0
  21. #598 Aun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 15:52
    พี่เมย์ไม่จริงมากก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เอาแบบผสมกันไปก็ดีค่ะ ยังไงก็สนุกอยู่แล้วค่ะ รอเก็บเซ็ทนี้แน่นอน

    สู้ๆค่ะ รอติดตามทุกเล่มเลย

    รักพี่เมย์มากมาย

    ไปงานหนังสือไปเจอพี่เมย์มาด้วย พี่เมย์น่ารักมากๆ สวยด้วย ดูอารมณ์ดีตลอดเวลา อิอิ

    ปีหน้าจะไปเจออีกนะคะ
    #598
    0
  22. #597 ยุนแจ ฟีฟีจัง (@fifi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 15:05
    ชอบพระเอกคนนี้ที่สุดแล้วอ่าพี่เม
    #597
    0
  23. #595 pirate }. (@i-mcrazy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 09:15
    นี่สิ่นะที่เขาเรียกว่า 'พระเอก' 
    หาอ่านนิยายพระเอกแบบนี้มานานแล้ว!
    แบบเรียลมาก เซย์เดนเป็นอะไรที่โดนใจสุดๆ 
    ชอบเรื่องนี้มากคะ บรรยากาศวันวานมากมากเลย ฮ่าาาาา
    ตีพิมพ์จะซื้อมากอดเลย! เดือนหน้า ฟิวเหมือนปีหน้าเลย TT


    #595
    0
  24. #594 KEDA (@kedpark) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 01:53
    ชอบนิยายเรื่องนี้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    ทำไมเซย์เดนต้องไม่ให้บอกว่าบ้านอยู่ติดกันด้วยนะ??

    รอติดตามนะคะพี่เม รอออกมเาป็นเล่มด้วยยยยยยยยย ><
    #594
    0
  25. #593 พระจันทร์ยิ้ม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 23:23
    อ๊ากกกก คิดว่าตัวเองเป็นแพนเจียไปซะแล้ว พระเอกน่ารัก >< ชอบมากค่ะเรื่องนี้
    #593
    0