Medico Z เซย์เดนกับสาวใสข้างบ้าน

ตอนที่ 2 : Zayden

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    16 มี.ค. 56

1

 

Zayden

เซย์เดน

 

หนึ่งเดือนต่อมา

ฉันย้ายมาอยู่ในกรุงเทพฯ ในที่สุด U_U บ้านใหม่ โรงเรียนใหม่ เพื่อนใหม่ (ที่ยังไม่รู้จะหาได้หรือเปล่า) ให้ตายเถอะ! ย้ายโรงเรียนตอนอยู่เกรดสิบสอง เทอมสองเนี่ยนะ แย่ชะมัดเลย ใครๆ เขาก็มีเพื่อนสนิทกันไปหมดแล้ว พวกเขาเรียนด้วยกัน ผ่านอะไรต่อมิอะไรมาด้วยกันตั้งหลายปี แล้วฉันน่ะเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ จะเข้าไปแทรกกลางวงได้ไงล่ะ เฮ้อออ ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ่ม ใกล้จะเปิดเทอมแล้วด้วย หวังว่าฉันจะไม่ต้องนั่งกินข้าวกลางวันอย่างโดดเดี่ยววิเวกเอกาหรอกนะ

ห้องใหม่เป็นยังไงบ้างแพนเจีย ชอบวอลเปเปอร์ที่พ่อเลือกให้หรือเปล่า”

คุณพ่อเดินเข้ามาในห้องแล้วก็ลูบหัวฉันด้วยความเอ็นดู ท่านมองวอลเปเปอร์ลายดอกไม้สีฟ้ากับสีชมพูด้วยความพอใจ พอเห็นแบบนี้ฉันเลยต้องซ่อนใบหน้าบูดบึ้งเอาไว้ ทั้งที่อยากจะโพล่งออกมาใจแทบขาดว่าต่อให้แปะวอลเปเปอร์ลายสวยๆ อีกร้อยแผ่นก็ไม่ทำให้ฉันแฮปปี้ขึ้นมาหรอก

ชอบค่ะ แต่ชอบบ้านที่เชียงใหม่มากกว่า”

เอาน่า...พ่อรู้ว่าการย้ายมากรุงเทพฯ มันไม่ใช่สิ่งที่ลูกต้องการ แต่คนเก่งก็ทำเพื่อพ่อจนได้ เห็นมั้ยเราได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสักที พ่อไม่อยากพลาดช่วงเวลาสำคัญๆ ของลูกอีกแล้ว ลูกเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อนะ”

คุณพ่อบอกแล้วก็โอบไหล่ฉันอย่างอบอุ่น เฮ้อ พอได้ยินแบบนี้ฉันก็ไม่อยากดื้อดึงอะไรต่อไปอีก

แล้วลูกจะชอบที่นี่ เชื่อพ่อเถอะ”

ค่า...”

ฉันตอบรับไปงั้นๆ แหละ แต่ในใจยังคิดข้อดีของที่นี่ไม่ออกเลย อากาศที่กรุงเทพฯ ทำให้ฉันแทบหายใจไม่ออก จะไปไหนมาไหนก็แสนจะลำบาก ทั้งที่ห้างสรรพสินค้าห่างจากบ้านแค่สิบกิโลเมตร แต่กลับต้องใช้เวลาขับรถประมานครึ่งชั่วโมง แบงคอกโอนลี่จริงๆ T^T

ไปดูแม่เรากับน้าบุ๋มหน่อยดีกว่ามั้ย เม้าท์กันได้ทั้งวี่ทั้งวันจริงๆ สองคนนั้น”

คุณพ่อบ่นขำๆ คงมีแต่คุณแม่นั่นแหละที่แฮปปี้กับการย้ายที่อยู่ครั้งนี้ ก็ได้มาอยู่บ้านติดกันกับบ้านเพื่อนสนิทนี่นา =_= ดูซิขนาดเวลาที่ฉันกับคุณพ่อไม่ได้พูดอะไรกัน เสียงของคุณนายทั้งสองยังดังลอดมาที่ห้องฉันเป็นระยะๆ อยู่เลย

จำยัยซูซานที่ชอบนั่งหลังห้องได้มั้ย ตอนนี้ลูกห้าแล้วนะยะ ผัวนางอย่างรวยเลยยัยเปิ้ล”

ป.ล. เปิ้ลคือชื่อเล่นของคุณแม่นั่นเอง

ว้าย! จริงเหรอ ใครจะเชื่อนะว่ายัยซูซานจะมีลูกได้ตั้งห้าคน ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าจะมีอะไรโตอยู่ในมดลูกของยัยนั่นได้ หล่อนตัวเล็กอย่างกับมด”

ฮ่าๆๆ จริงของเธอ เอ๊ะ นี่มันห้าทุ่มแล้วเหรอ O_o”

เวลาเดินไวจังเลย กำลังเม้าท์สนุกๆ เลย”

นั่นสิ ขี้เกียจเดินอ้อมรั้วชะมัด เราน่าจะทุบกำแพงทิ้งแล้วทำทางเชื่อมระหว่างบ้านเราไปเลยนะ”

ว้าย! ความคิดดีอ่ะบุ๋ม แบบนี้จะได้ไปมาหาสู่กันง่ายขึ้นเนอะ!”

ฉันกับคุณพ่อมองหน้ากันโดยอัตโนมัติก่อนจะยิ้มแห้งๆ พร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย นี่คงไม่ได้คิดจะทำจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย =_=;

เอาล่ะ ลูกก็ควรไปอาบน้ำแล้วเข้านอนได้แล้ว นอนดึกไม่ดีต่อสุขภาพนะคนเก่งของพ่อ ไว้ค่อยเก็บของต่อทีหลังเถอะนะ”

ค่า

คุณพ่อจูบที่ผมฉันเบาๆ แบบนี้ทุกทีก่อนจะออกไปหาคุณแม่ ฉันนั่งจัดของที่กองอยู่บนที่นอนต่ออีกสักพักก่อนจะเตรียมตัวไปอาบน้ำ ฉันจัดการถอดเสื้อเชิ้ตกับกางเกงยีนออก

กึก!

O_O

จังหวะนั้นเองที่ฉันเหลือบไปเห็นเงาของผู้ชายคนหนึ่งอยู่ในกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง! เย้ย! ห้องฝั่งตรงกันข้ามกับห้องฉันมักปิดไฟเสมอนี่นา! ฉันยกมือปิดหน้าอกที่สวมแค่บราเอาไว้ เอ๊ะหรือจะเปิดส่วนล่างที่สวมแค่แพนตี้ไว้ดี กรี๊ด!!! TOT ฉันหันขวับไปทางหน้าต่างเพื่อดูให้แน่ใจว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่ ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ย! หรือฉันเจอพวกถ้ำมองเข้าซะแล้ว!

ฟึบ!

O_O

วินาทีนั้นฉันสบตากับอีกฝ่าย

O_O

ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะดึงม่านมาปิด ส่วนฉันได้แต่ช็อกตาค้าง...

พยายามกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ สมองกำลังประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เอาล่ะ...บ้านติดกันด้านข้างมีอยู่หลังเดียวคือบ้านของน้าบุ๋ม ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่อลอนโซ่แน่ๆ เพราะเขาไปอิตาลีเมื่อหลายวันก่อน ถ้างั้นก็คงต้องเป็น...ลูกชายของน้าบุ๋ม โอ๊ย! ให้มันได้ยังงี้สิ TTOTT

 

เช้าวันต่อมา

ฉันไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้คุณแม่ฟัง มันเป็นความสะเพร่าของฉันเองที่ไม่ยอมปิดหน้าต่างและปิดม่านให้มิดชิดก่อนจะแก้ผ้า ฉันจึงได้แต่พยายามปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นอะไรหรอก (มั้ง)

ยู้ฮูววว มอร์นิ่งจ้ะทั้งสามคน ขอร่วมวงทานอาหารเช้าด้วยคนค่า ^O^”

มาเลยจ้าบุ๋ม สามีเธอไม่อยู่นี่นา นั่งทานข้าวกันแค่สองคนแม่ลูกไม่อร่อยหรอก มามะๆ”

บรรยากาศภายในครัวบ้านฉันต่อจากนี้ไปคงได้ครึกครื้นแหงๆ ดีจัง

เฮือก! O_O เฮ้ย! นายนั่นเดินตามหลังแม่เขาเข้ามาแล้ว!

แค่กๆๆ”

เอ้า แพนเจียค่อยๆ ทานสิลูก สำลักแล้วเห็นมั้ย”

คุณพ่อว่าพลางส่งแก้วน้ำเปล่ามาให้ฉันที่ไอค่อกแค่กจนหน้าดำหน้าแดง น้าบุ๋มเข้ามาช่วยลูบหลังพร้อมกับวางจานใส่พายสัปปะรดลงบนโต๊ะ

ดีขึ้นหรือยังจ๊ะ ถ้าหายแล้วชิมพายที่น้าเพิ่งอบมาสดๆ ร้อนๆ นี่ดูนะแพนเจีย”

แย่ละ! ฉันยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจเลย โดยเฉพาะเวลาที่ต้องมาเจอกับ...

โอ๊ะ! สองคนนี้เพิ่งเคยเจอกันหรือเปล่าเนี่ย มาตรงนี่ซิเซย์”

น้าบุ๋มโพล่งขึ้นราวกับเพิ่งนึกได้ กวักมือเรียกเด็กหนุ่มตัวสูงๆ ให้เดินมาใกล้ๆ ฉันไม่ยอมสบตาอีกฝ่ายเลย เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำเอาฉันอายจนอยากจะจุ่มหน้าลงไปในถ้วยซีเรียล

ในที่สุดน้าก็มีโอกาสได้แนะนำลูกชายหัวแก้วหัวแหวนสักที ฮี่ๆ เซย์เพิ่งกลับมาจากทริปของหนุ่มๆ แก๊งเค้าน่ะ ปิดเทอมทีไรไม่เคยจะอยู่บ้านอยู่ช่องกับเค้าเล้ยยย ไหว้น้าเปิ้ลกับน้าแซมสิลูก”

สวัสดีครับน้าเปิ้ลน้าแซม”

สวัสดีจ้ะเซย์ สูงขึ้นอีกหรือเปล่าเราเนี่ย น้าไม่ได้เจอแวบเดียวเอง”

เท่าเดิมล่ะครับน้าเปิ้ล”

เท่าเดิมที่ไหน สาวๆ ที่โรงเรียนคุยด้วยคงเมื่อยคอแย่แน่ๆ เอ้า แพนเจีย ทักทายเซย์เค้าหน่อยสิลูก”

-_-;;

ฉันเงยหน้ามองหน้าเขาก่อนจะพยายามฉีกยิ้ม อยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ว่าดันพูดไม่ออก ให้ตาย! ฉันไม่กล้ามองหน้าเขาตรงๆ ด้วยซ้ำ กรี๊ด! ทำไมต้องเกิดเรื่องเมื่อวานขึ้นด้วยนะ!

ไฮ...แพนเจีย”

เขาทักฉันก่อน ช่วยไม่ได้ที่ฉันจะต้องทักกลับ

ฮะ...ไฮ”

ฉันยังไม่ยอมสบตาเขา ท่าทีกระอักกระอ่วนของฉันคงตีแผ่ออกไปทั่วทุกมุมโลกแล้วล่ะ โดยเฉพาะคุณแม่คงสังเกตได้ไม่ยาก

โทษทีนะจ๊ะเซย์ ลูกสาวน้าเค้าเป็นคนขี้อาย พอเจอหนุ่มหล่อๆ แบบนี้เข้าหน่อยก็เลยเขินน่ะ”

อ๋อไม่เป็นไรครับ”

ใช่ที่ไหนล่ะยะ! TOT เขาเองก็รู้อยู่เต็มอกว่าทำไมฉันถึงมีอาการแบบนี้ แต่ยังไปเออออห่อหมกกับคุณแม่ฉันอีกนะ ฮึ่ย! ฉันรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเขาขึ้นมาแล้วสิ

พรุ่งนี้อลอนโซ่ก็ถึงไทยแล้ว งั้นพวกเราสองครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนกันในช่วงสุดสัปดาห์ดีมั้ย ทุกคนว่าไง”

ไม่ดี! ฉันแทบจะโพล่งออกมา แต่คุณแม่ดันตอบรับน้าเปิ้ลอย่างฉับไว

เอาสิ! เป็นความคิดที่ดีเหมือนกันนะ ฉันอยากไปเที่ยวทะเลอยู่พอดีเลย ไม่ได้ไปมาตั้งห้าปีแล้วมั้ง!”

ไม่เอานะ! ไอ้น้ำเค็มๆ มันน่าเที่ยวตรงไหน! ฉันรีบหันไปมองคุณพ่ออย่างมีความหวัง

ดีเหมือนกันนะคุณ เดี๋ยวพอเด็กๆ เปิดเทอมแล้วก็คงไม่มีเวลาไปเที่ยวกับผู้ใหญ่ ส่วนตัวผมเองก็มีสอนที่มหาวิทยาลัยเหมือนกัน คงจะหาเวลาเที่ยวแบบพร้อมหน้าพร้อมตากันลำบาก แพนเจียเองก็อยากไปใช่มั้ยลูก”

ใครบอกคะคุณพ่อ TOT! หนูพยายามอ้อนวอนคุณพ่อไม่ให้สนับสนุนเรื่องนี้ผ่านทางสายตาอยู่ ไม่เห็นบ้างเลยเหรอคะ แง T_T

ว้าว! ถ้างั้นเดี๋ยวเรื่องเที่ยวคราวนี้ฉันจัดการเอง คืนนี้เตรียมเก็บกระเป๋ากันได้เลยนะ เพราะพรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวทะเลกัน!”

น้าบุ๋มบอกอย่างกระตือรือร้นสุดขีด ส่วนคุณแม่กับคุณพ่อก็ไม่น้อยหน้าค่ะ ช่วยกันออกความเห็นว่าจะไปที่ไหนอะไรยังไงดีกันยกใหญ่เลยทีนี้ คงมีแค่ฉันคนเดียวที่ไม่อยากให้ทริปทะเลบ้าๆ นี่เกิดขึ้น! เพราะมันหมายความว่าฉันต้องไปเที่ยวเล่นกับผู้ชายที่เคยเห็นฉันในสภาพเกือบโป๊มาแล้วเนี่ยนะ โอ๊ย! ฉันอยากแกล้งทำเป็นเหมือนไม่รู้เรื่องว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ อยู่หรอกนะ จะได้ไม่ต้องมาทนอึดอัดอยู่แบบนี้ แต่ประเด็นคือฉันทำไม่ได้น่ะสิ!

จะไปกี่วันดี!”

สองวันไปเลยจ้ะบุ๋ม!”

พูดเป็นเล่นน่ะคุณแม่!

ฉันแถมให้เป็นสามวันไปเล้ย ^O^”

โหย สามวันเลยเหรอ ทะเลมีอะไรให้เที่ยวนักหนาค้า T^T ฉันถอนหายใจพลางคนซีเรียลในชามต่อจนมันนิ่มไปหมดแล้ว

ทำไมเธอคนซีเรียลเล่นแบบนั้นล่ะ อิ่มแล้วเหรอ”

หะ... -O-“

ฉันเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาสีเทาอ่อนคมคายของอีกฝ่ายเข้าพอดี วินาทีนี้เองที่ฉันตระหนักได้ว่าเด็กผู้ชายซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามหน้าตาหล่อเหลาแค่ไหน คุณแม่ไม่ได้พูดเว่อร์เกินจริงสักนิด เขาดูดีเอามากๆ เลยล่ะ

บอกตามตรงว่าพอฉันเห็นซีเรียลเละๆ แบบนั้นแล้ว มันทำให้ฉันนึกถึง...อ้วก”

“-_-;;”

จริงๆ นะ ทำเอาไม่อยากซีเรียลเลย”

ก็อย่ามองถ้วยฉันซิยะ ฉันคิดในใจ =_=*

งั้นขอเป็นขนมปังทาแยมดีกว่า อ้อ พายของแม่ฉันอร่อยนะ เธอลองดูสิ"

อีกฝ่ายว่าพลางเลื่อนมือไปหยิบขนมปังปิ้งมาทาแยมแทน ส่วนฉันเงียบ ไม่รู้จะพูดอะไร จะคนซีเรียลต่อก็จะดูไม่ดีอีก ฮึ่ย!

เธอไม่ชอบเที่ยวทะเลเหรอ”

“-_-;;”

ทำไมล่ะ”

ฉันยังไม่ได้พูดสักคำว่าไม่ชอบ

ตกลงเธอจะไม่พูดกับฉันเหรอ หรือว่าเธอยังโกรธเรื่องเมื่อวานที่ฉันเห็นเธอ...”

คุณแม่คะ!”

ฉันโพล่งขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เซย์เดนเลยชะงักเล็กน้อย

ว่าไงจ๊ะลูก”

หนูยังง่วงอยู่เลย สงสัยเมื่อคืนนอนน้อย หนูขอไปนอนต่อก่อนนะคะ!”

ฉันบอกเสร็จก็ลุกจากโต๊ะไปเลย ทุกคนคงงงๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร ฉันไม่แม้แต่จะหันไปมองนายนั่นด้วยซ้ำ ปกติฉันไม่ใช่คนไร้มารยาทแบบนี้หรอกนะจะบอกให้ คุณแม่อบรมฉันมาดีกว่านี้นะ -_-; แต่คราวนี้มันช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะฉันไม่อยากพูดคุยกับอีตานั่นแม้แค่เสี้ยววินาทีเดียว ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงพูดคุยกับฉันได้อย่างเป็นปกติ ราวกับกับว่าเรื่องเมื่อวานไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน! อย่างน้อยก็น่าจะขอโทษกันก่อนสิยะ ไม่ใช่มาถึงก็จ้วงเรื่องคนซีเรียลจนเละ พูดเรื่องซีเรียลเนี่ยนะ เอาจริงเหรอ! มันสำคัญนักหรือไง ลำดับไม่ถูกเหรอว่าอะไรควรพูดก่อนพูดหลัง -*- อ้อ...หรือไอ้เรื่องเมื่อวานมันเป็นเรื่องธรรมดาๆ สำหรับเขา โอ้! ก็แน่ล่ะ เขาไม่ได้เป็นฝ่ายที่เกือบโป๊นี่!

 

วันต่อมา

เดินมาเร็วๆ สิลูก"

ค่า

ฉันอยากรู้จังว่าประเทศไทยปกครองด้วยระบบเผด็จการอยู่หรือเปล่า ฉันถึงไม่มีสิทธิ์มีเสียงออกความเห็นเรื่องการไปเที่ยวครั้งนี้ได้เลย ออฟชั่นเดียวที่ฉันมีคือเก็บกระเป๋าเดินทางแล้วไปเที่ยวพัทยากับทุกคนโดยไม่มีข้อแม้ ส่วนเรื่องที่ฉันจะขออยู่บ้านคนเดียวน่ะลืมไปได้เลยล่ะ เหตุผลก็เพราะไม่มีคนคอยดูแลฉันถ้าหากอาการป่วยกำเริบขึ้นมา เชอะ =_= แปดโมงตรงฉันเลยถูกหิ้วออกมาหน้าบ้านพร้อมกับข้าวของที่ (ถูกบังคับ) แพ็กไว้เมื่อคืน ครอบครัวน้าบุ๋มยืนคอยอยู่ก่อนแล้วพร้อมกับรถตู้คันใหญ่ คุณแม่กับคุณพ่อทักทายคุณอลอนโซ่ สามีของน้าบุ๋มที่เพิ่งกลับมาถึงเมื่อช่วงตีหนึ่งกว่าๆ อย่างเป็นกันเอง พวกท่านรู้จักกันมาตั้งแต่ก่อนฉันเกิดเลยนะ

โอ้...หนูแพนเจีย ยังน่ารักน่าชังเหมือนเคย”

คุณอลอนโซ่หันมาทักทายฉันบ้าง ทุกครั้งที่ฉันได้ยินภาษาอังกฤษสำเนียงอิตาลีของอีกฝ่ายทีไรเป็นอันต้องอดอมยิ้มไม่ได้สิน่า

สวัสดีค่ะคุณอลอนโซ่ ไปอิตาลีมีของฝากให้หนูหรือเปล่าคะ”

แน่นอน! ไว้ถึงโรงแรมแล้วฉันจะเอาให้หนูดูนะ เอ...เธอทานช็อกโกแลตผสมเนยถั่วได้ใช่มั้ย”

ได้ค่ะ ของโปรดหนูเลย!”

ที่รักจ๋า หนูทานเยอะไม่ได้นะลูก ห้ามลืม”

คุณแม่ท้วงขึ้นเบาๆ แต่คุณอลอนโซ่ก็แอบขยิบตาให้ฉันเหมือนรู้กันสองคนว่าเราจะกินมันแบบไม่ยั้ง >_< เอ้อ...ลืมบอกไปว่าเวลาคุยกันระหว่างสองครอบครัวนี้ ถ้าเป็นเวลาที่น้าบุ๋มกับคุณแม่เม้าท์แตกกันก็มักจะใช้ภาษาไทยเพราะมันสนุกและมันส์ปากมากกว่า แต่เวลาอื่นๆ มักจะใช้ภาษาอังกฤษเพื่อให้คุณพ่อกับคุณอลอนโซ่ฟังเข้าใจด้วย (แต่คุณพ่อฟังภาษาไทยได้เยอะแล้วนะ) ส่วนฉันเองก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว พูดได้ทั้งไทยและอังกฤษ

เอ้อ วันนี้ฉันตื่นมาอบคุกกี้ไว้ให้ทานกันระหว่างทางด้วย สูตรพิเศษเชียวนะจะบอกให้”

ต๊ายยย ดูเธอสิเปิ้ล รู้จักอบคุกกี้แบบนี้ด้วยเหรอ O_O เธอเปลี่ยนไปมากเลยนะยะ”

แน่นอน การเป็นแม่คนสอนให้ฉันทำได้ทุกอย่างนั่นล่ะ โฮะๆ”

ฮ่า! แพนเจียคงยังไม่รู้สินะว่าแม่ของหนูตอนเป็นสาวๆ น่ะแสบซ่าส์แค่ไหน”

ฉันหันไปยิ้มให้น้าบุ๋มเป็นเชิงบอกว่า...หนูรู้ค่ะ -_-

พอๆ หยุดสาวไส้ให้ลูกสาวฉันฟังได้แล้ว ว่าแต่ลูกชายเธออยู่ไหนล่ะ เซย์ไม่ไปด้วยกันเหรอ”

เออ นั่นสิ! นี่ฉันยังไม่เห็นเขาเลย O_O หรือว่า...เขาจะขอบายทริปนี้

ฮูเล่!

ครืดดด

ประตูรถตู้เปิดออกแล้วก็เผยให้เห็นผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อนที่นั่งอยู่ด้านใด วินาทีนั้นหัวใจฉันก็ห่อเหี่ยวเหมือนหญ้าโดนยาฉีด T_T ที่แท้เขานั่งรออยู่ในรถนี่เอง

สวัสดีครับน้าเปิ้ล น้าแซม เชิญครับทุกคน”

นี่ๆ ลูกเขยิบไปนั่งด้านหลังดีกว่า ข้างหน้าให้พวกผู้ใหญ่นั่งเถอะลูก”

ได้ครับ”

เจ้าตัวย้ายไปนั่งด้านในสุดตามที่คุณแม่เขาบอก แล้วคนที่ต้องไปนั่งข้างๆ เขาจะเป็นใครได้อีกล่ะถ้าไม่ใช่...ฉัน! เอ่อ อันที่จริงฉันเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ น่าจะนั่งข้างหน้าได้

เข้าไปด้านในเลยแพนเจีย ไปนั่งกับเซย์นู่น”

ฉันอิดออดอยู่นิดหน่อย แต่แรงดุนหลังของคุณแม่ทำให้ฉันต้องก้าวเท้าขึ้นรถตู้จนได้ นี่ถ้าฉันทำตัวมีปัญหาเยอะแยะจุกจิก ประเภทว่าไม่ยอมนั่งด้านหลังกับเซย์เดน งอแงอยากจะนั่งข้างหน้าอะไรเทือกนี้มันคงจะดูน่ารำคาญไปหน่อยป่ะ =_= เอาล่ะ! ฉันนั่งลงที่เบาะแถวหลังสุดโดยไม่โต้แย้งอะไรอีก แต่หน้าตาฉันน่ะบูดบึ้งแบบไม่ปิดบังเลยล่ะ เซย์เดนเห็นสีหน้าของฉันเข้าเต็มๆ และฉันไม่แคร์ด้วยว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกยังไงที่ฉันแสดงท่าทีเหมือนไม่ชอบเขาแบบนี้ เหอะ! ฉันแคร์แค่น้าบุ๋มกับคุณอลอนโซ่ที่แสนจะใจดีเท่านั้น ฉันไม่อยากให้พวกเขารับรู้ว่าฉันรังเกียจลูกชายพวกเขาจนนั่งข้างกันไม่ได้ =_= ซึ่งที่จริงฉันก็ไม่เกลียดอะไรขนาดนั้นสักหน่อย ก็แค่...ยังไม่อยากเสวนาด้วยเท่านั้นเอง

เด็กๆ นั่งรถอยู่ในรถก่อนนะจ๊ะ พวกผู้ใหญ่จะไปตรวจเช็กรอบๆ บ้านก่อน ยังไงเราก็ต้องทิ้งบ้านไว้ตั้งสามวันนี่เนอะ จะได้หมดห่วง”

น้าบุ๋มบอกเสร็จก็ปิดประตูรถดังปัง! อ้าวเฮ้ย! กลายเป็นว่าเหลือฉันกับเซย์เดนสองคนในรถตู้ซะงั้น คนขับก็ไม่อยู่ด้วย เวร! อีตาเซย์เดนนั่งอยู่ด้านในสุดติดกับหน้าต่างฝั่งขวาและกำลังแกะสายหูฟังที่พันอยู่ออกจากกัน

อยากนั่งฝั่งนี้หรือเปล่า”

อยู่ดีๆ เขาก็หันมาถาม นั่นทำเอาฉันเหวอหน่อยๆ นี่ขนาดฉันทำหน้าบึ้งใส่เขาเป็นเชิงประกาศตัวว่าไม่ขอญาติดีด้วยนะเนี่ย ยังจะมีหน้ามาชวนคุยเจ๊าะแจ๊ะอีกเหรอ

มะ...ไม่ ฉันนั่งตรงนี้ก็ได้”

อื้อ”

จากนั้นพวกเราก็เงียบ ได้ยินแต่เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานอยู่ในรถ

...หนูเครียดจังค่ะ -_-

ฟังเพลงด้วยกันมั้ย”

เขาหันมาถามอีกครั้ง ใบหน้าหล่อเหลานั่นมองมาที่ฉันอย่างเป็นมิตรเสียจนฉันแปลกใจ เพราะจากอาการที่ฉันแสดงออกมาหลายๆ ครั้ง คงทำให้เขารู้สึกได้บ้างล่ะน้าว่าฉันไม่อยากคุยกับเขาเลย แต่เจ้าตัวกลับพยายามคุยกับฉันอยู่เรื่อยๆ อย่างไม่เหนื่อยหน่าย ไม่มีอีโก้หรือศักดิ์ศรีบ้างเลยหรือไง ดูจากการที่เขาเป็นฝ่ายเริ่มเปิดบทสนทนาก่อนทุกครั้งนี่สิ อะไรจะอยากคุยกับฉันขนาดนั้น

ไม่ล่ะ นายฟังเถอะ”

ฉันปฏิเสธแล้วก็หยิบไอพอดของตัวเองออกมาจากกระเป๋าเพื่อแสดงให้เห็นว่าฉันเองก็มีเครื่องฟังเพลงเหมือนกัน ไม่ง้อ!

เธอชอบฟังเพลงของใครเป็นพิเศษเหรอ”

อีกฝ่ายยิงคำถามขึ้นมาใหม่ (อีกละ) รู้มั้ยว่าการที่เราต้องมาพล่ามกับคนที่เราไม่อยากคุยด้วยนี่มันน่าอึดอัดชะมัด ถึงเขาจะพยายามคุยดีกับฉันแค่ไหน แต่การที่เขายืนดูฉันเกือบล่อนจ้อนผ่านทางหน้าต่างบ้านฉันนั้นถือเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้อยู่ดี โดยเฉพาะการที่ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้

ฟังได้ทุกแนวน่ะ”

ฉันได้ยินคนที่ตอบว่าทุกแนวมาเยอะละ แต่พอฉันลองเปิดแนวเมโทรให้ฟังทีไรก็เผ่นกระเจิงทุกที”

เขาบอกด้วยน้ำเสียงขบขันนิดหน่อย ส่วนฉันกลับไม่ขำเลยสักนิดเดียว -_-; ท่ามกลางความเงียบเชียบนี่เอง ฉันก็รีบเอาหูฟังไอพอดยัดเข้าไปในหูเพื่อจะใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ต้องคุยกับเขาอีก แต่ยังไม่ทันจะเปิดเพลงเลย

แพนเจีย”

ฉันหันไปหาอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อชื่อตัวเองหลุดออกมาจากปากของเขาเป็นครั้งแรก

ฉันเป็นคนดีนะ”

...

คราวนี้ฉันเหวอสุดขีด คุณพระ! ฉันไม่คิดว่าจู่ๆ เขาจะมาบอกนิสัยตัวเองให้ฉันฟังแบบนี้

ฉันรู้ว่าเธอยังคาใจเรื่องเมื่อคืนอยู่ ที่ฉันเห็นเธอถอดเสื้อผ้า...”

“...” โอ้โห...ฉันรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาทันควัน หวนคิดถึงตอนที่ตัวเองใส่แค่บรากับแพนตี้ตัวเล็กๆ ก็ยิ่งอายมากขึ้น

ฉันไม่รู้ว่าเธอต้องการแบบไหนกันแน่ ไม่อยากให้พูดถึงเลย หรืออยากจะคุยกันให้เคลียร์”

มะ...ไม่ต้องพูดถึงมันแล้วก็ได้ ช่างเถอะ”

เธอไม่ได้ ช่างเถอะ อย่างที่พูดสักหน่อย เราทั้งคู่ต่างรู้ดี  เธอคงคิดในใจมาตลอดว่าทำไมฉันถึงคุยกับเธอได้หน้าตาเฉยราวกับว่าไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น”

... โอ้โห ถูกเผงเลย

แต่เธอก็เป็นเด็กผู้หญิง ฉันเข้าใจว่าถ้าเราคุยกันตรงๆ มันคงทำให้เธออึดอัด อย่างเช่นตอนนี้ที่เธอกำลังเป็นอยู่...ใช่มั้ย”

... ฉันไม่ตอบ ที่จริงฉันพูดไม่ออกมากกว่าเพราะเขาทายใจฉันถูกทั้งหมด

ถ้าเป็นไปได้ ฉันจะไม่เปิดหน้าต่างห้องวันนั้น เวลานั้นเด็ดขาด ฉันสาบานเลยก็ได้! แต่มันก็เกิดขึ้นไปแล้ว ฉันแก้ไขอะไรไม่ได้...จริงมั้ย

“...”

สิ่งเดียวที่ฉันทำได้ตอนนี้ก็คือ...ฉันขอโทษนะ เพราะฉันอยู่บ้านหลังนั้นมาห้าปี ตลอดห้าปีที่ผ่านมาบ้านข้างๆ ไม่เคยมีคนอยู่ ห้องตรงกันข้ามกับห้องฉันก็ปิดไฟมืดตลอด ฉันก็นึกว่ามันจะเป็นแบบนั้นทุกวันจนกกระทั่ง...”

ช่างเถอะ! คราวนี้ฉัน ช่างเถอะอย่างที่พูดจริงๆ นะ ฉันรู้แล้วว่านายไม่ได้ตั้งใจ!”

ฉันรีบโพล่งออกมาก่อนที่เขาจะพูดว่าเห็นฉัน...เกือบโป๊อยู่ตรงนั้น อ๊ายยย ฉันเปลี่ยนใจแล้ว บางทีให้เขาเงียบๆ ไปเลยน่าจะดีกว่าก็ได้มั้งเนี่ย แง TOT

ตอนแรกที่ฉันไม่พูดเรื่องนี้ ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะฉันคิดว่าถ้าพูดออกไปแล้วเธออาจจะยิ่ง...เอ่อ...อายน่ะ แต่มันคงเป็นความคิดที่ผิดนะว่ามั้ย ฉันควรจะรีบขอโทษเธอตั้งแต่ตอนแรก”

อะ...อื้อ เอาเถอะๆ ฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะ ยังไงเราก็คุยกันเป็นทางการครั้งแรกต่อหน้าแม่ๆ ของพวกเราด้วย ถ้านายพูดออกมาตอนนั้นมันคงทำให้ฉันรู้สึกอึดอัดน่าดู”

ก็จริง อ้อ...ถ้าเผื่อมันจะช่วยทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น...คือฉันไม่ได้เห็นอะไร...เอ่อ ฉันหมายถึง พอฉันเปิดหน้าต่างออกไปเห็นเธอยืนอยู่ตรงนั้น พอฉันรู้ว่าเธอ...เอ่อ...”

ช่างมันเถอะ ฉันขอร้อง...จากใจ...เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเหอะ U_U”

เพราะที่นายกำลังพยายามจะอธิบาย ถึงแม้ว่าจะพยายามเลี่ยงการใช้คำอะไรก็ตามที่จะทำให้ฉันดูเสียหายอย่างสุดความสามารถ แต่ฉันก็ยังรู้สึกอายเป็นบ้าอยู่ดีนั่นล่ะ

โอเค! เอาเป็นว่า ฉันยังไม่ทันได้เห็นอะไรจริงๆ จังๆ หรอก ฉันมัวแต่ช็อกที่อยู่ๆ ก็มีคนโผล่มาอยู่ห้องฝั่งตรงกันข้าม ยิ่งมาเห็นในจังหวะที่ไม่เหมาะสมด้วย ฉันก็รีบปิดม่านเลยทันที เธอสบายใจได้นะ”

ฮ่าๆ -_-;;”

ฉันรู้ว่าเรื่องนี้มันทำให้แต่ละฝ่ายกระอักกระอ่วนใจที่จะพูดออกมากันตรงๆ ยิ่งเธอกับฉันไม่รู้จักกันมาก่อนด้วยมันก็ยิ่ง...อ่ะนะ แต่ถ้าปล่อยให้เรื่องค้างคาเอาไว้ ทุกอย่างมันคงจะยิ่งแย่ลงไปเรื่อยๆ ฉันไม่อยากให้เราผิดใจกันแบบนี้ ยิ่งพ่อแม่ของพวกเราเป็นเพื่อนกันด้วย หลังจากนี้เราอาจจะต้องไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ”

ฉันรู้”

ถ้างั้น เราเข้าใจกันแล้วนะ”

อื้อ”

อย่าเข้าใจผิดอีกล่ะ ถึงแม้พ่อแม่ของพวกเราจะไม่ใช่เพื่อนกัน แต่ฉันก็ไม่อยากให้เธอรู้สึกไม่ดีกับฉัน เพราะฉะนั้น...ฉันขอโทษอีกครั้งนะ ต่อไปฉันจะระวังให้มากกว่านี้”

นอกจากคำขอโทษที่เขาพูดออกมาจะทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้ว การแสดงออกของอีกฝ่ายยังทำให้ฉันรับรู้ได้ว่าเขาจริงใจกับการขอโทษมากแค่ไหน ไม่ใช่แค่การพูดส่งๆ หรือพยายามจะทำดีกับฉันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคตเท่านั้น น้ำเสียงและแววตาของเขาเหมือนจะสื่อให้คนฟังรู้ว่าเขาหมายความตามคำที่กล่าวออกมาจริงๆ และยังไงเรื่องเมื่อวานมันก็เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ตัวฉันเองก็มีส่วนผิดที่ไม่รู้จักมองให้รอบคอบก่อนจะถอดเสื้อผ้า ใช่ว่าเขาจงใจเปิดหน้าต่างมารอดูฉันแก้ผ้าที่ไหนล่ะ -_- นี่ถ้าเขาไม่ใส่ใจอยากจะอธิบายเรื่องนี้ให้เคลียร์จริงๆ เขาก็แค่เมินฉันกลับก็ได้

ฉันเองต่างหากที่ทำอะไรไม่รอบคอบ”

เอาล่ะ! ทีนี้เธอก็คุยกับฉันได้อย่างสบายใจสักทีนะ ^_^”

เขาบอก รอยยิ้มของเขาดูดีเสียจนฉันนึกแปลกใจที่ตัวเองไม่เคยสังเกตเห็นมันมาก่อน

เราเป็นเพื่อนกันได้แล้วใช่มั้ย แบบที่แม่ของเธอและแม่ของฉันเป็น”

แน่นอน ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”

ฉันตอบไปแบบนั้น

 

 





















 

 

 

คุยกันเล่นๆ (และยาวมาก -.,-)

 

สวัสดีค่ะนักอ่านที่เลิฟทุกท่าน วันนี้ฤกษ์ดีแล้วจ้า ^O^ มาอัพแก๊งเกรียนให้ได้อ่านกัน ก่อนอื่นขอเรียนให้ทราบว่านิยายเรื่องนี้แต่งจบเรียบร้อยแล้วค่ะ ผ่านการพิจารณาแล้วเริ่มสู่กระบวนการทำเป็นรูปเล่มล่ะ (เช็คได้ที่หน้า home นิยายเรื่องนี้นะ ตรง Diary นะจ้ะ) เพราะฉะนั้นถ้าอ่านตรงไหนแล้วฝืนๆ ขอให้ทำใจเพราะแก้ไม่ได้แล้ว 5555555+ แต่ถ้าเป็นพวกข้อมูลที่ผิดพลาด คำผิดที่ไม่น่าให้อภัย โปรดช่วยแจ้งเรามาเร็วพลันนน จิได้รีบควบม้าไปบอกรีไรท์เตอร์ให้แก้ก่อนที่จะออกจำหน่าย (ไม่รู้ว่าเล่มไวน์จะเป็นยังไงบ้าง TT) คิวนิยายเล่มนี้ออกเดือน พฤษภาคม นะคะ ส่วนใครจะวาดนั่นกำลังเสี่ยงทายอยู่ค่ะ โฮกกกก TTOTT

                เค มาพูดถึงงานชุดนี้บ้าง Medico ถ้าเปิดดิคกันมาแล้วววก็คงไม่ต้องสงสัย แปลว่าแพทย์ค่ะ ^__^ ส่วนตัว Z ที่ต่อท้ายมาในเล่มนี้ จะเป็นใครไม่ได้นอกจากพระเอกของเราอย่างเซย์เดน (Zayden) นั่นเอ้งงงง ชัดเจนค่ะว่านี่ต้องเป็นนิยายเกี่ยวกับนักเรียนแพทย์อย่างมิต้องสงสัย วางพล็อตคร่าวๆ ไว้หลายเล่ม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องอยู่ที่กระแสตอบรับเล่มนี้ด้วยว่าจะเข็นเล่มต่อไปมาอีกมั้ย อะไรงี้ 555+

ขอออกตัวแรงๆ ก่อนว่า จริงอยู่ที่มันเป็นเซ็ทเกี่ยวกับแพทย์ แต่ไม่รู้อะไรเข้าสิงให้เมเขียนอินโทรเล่มแรกเป็นนักเรียนมัธยม 6 กันหมดเลย ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีไรเกี่ยวกับหมอเลยค่ะ 555555+ (ขออภัยในความผิดหวัง ฮืออ กัดผ้า) คือเมอยากจะเขียนปูพื้นหลายๆ อย่างก่อนด้วย อยากให้เห็นว่าตัวละครมีความสัมพันธ์กันยังไง เป็นเพื่อนกัน แล้วก็สนิทกันแค่ไหน บลาๆๆ ไม่อยากเปิดเรื่องมาติดแพทย์แล้วเข้าปี 1 ไปเลย แต่อยากให้เห็นพวกเด็กๆ มันเริ่มตั้งแต่นับศูนย์ เกรียนไปวันๆ จนกระทั่งพร้อมใจกันลงคณะแพทย์แบบมึนๆ แล้วเมอยากเขียนให้ตัวละครชุดนี้ค่อยๆ โตไปเรื่อยๆ ได้เห็นพัฒนาการทุกอย่างเป็นลำดับเป็นขั้นตอนอะไรประมาณนั้น เล่มนี้ ม.6 /ต่อไป ปี1 / ปี 2  ... แบบนี้แหละ

อีกเรื่องคือเมอยากเขียนดราม่าวัยรุ่นแบบที่สมกับคนวัยนี้น่ะค่ะ วันหนึ่งเมก็นั่งคิดได้ว่าชีวิตวัยรุ่นเนี่ยมันไม่ได้เยอะ ไม่ได้แยะ ไม่ได้วุ่นวายอะไรขนาดนั้น จะไปชิงรักหักสวาทอะไรกันนักหนาฟะ (จริงๆ คือไม่มีพล็อตจะเขียน 555+) อยากเขียนอะไรที่คนอ่านจะพูดว่า โอ... เคยเป็นแบบนี้แหละ/ คิดแบบนี้เหมือนกัน / เจอแบบนี้มาเหมือนกัน อะไรเงี้ย อยากให้เป็นดราม่าที่เกิดในชีวิตวัยรุ่นสักคนก็พอ แบบว่าปัญหาความรัก ปัญหาการเรียน ปัญหาเรื่องเพื่อน ซึ่งเมก็หวังว่าจะถ่ายทอดออกไปได้ถึงนักอ่านทุกคนนะคะ T__T

แล้วเซ็ทนี้เมเองก็จูนตัวเองใหม่เหมือนกัน พอแล้วกับประเภทเก่งไปหมดทุกอย่าง ฉลาดยังงี้ รวยยังงั้น 555+ พยายามให้ทุกคนมีข้อดี ข้อเสียให้เหมือนคนธรรมดาที่สุด (แต่เซย์เดนไม่มี!! 555+) ขอให้ทุกคนสนุกกับนิยายเรื่องนี้นะจ้า (คนอ่านชักไม่แน่ใจ -.-) อัพทุกอาทิตย์เช่นเคยนะคะ *-* แต่หนึ่งตอนจะลงให้ยาวหน่อย ถ้าอยากให้กำลังใจกันก็เม้นบ้างนะจ้า อยากรู้ว่านักอ่านจิคิดเช่นไรรรรรร ม๊วฟฟ *3*

เม112

             ปล. รับบริจาคโปสเตอร์ T_T

 

 










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

1,512 ความคิดเห็น

  1. #1501 ~*:.ChezZ[y].:* (@petch-smile2sky) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2557 / 17:05
    คือ ตอนอ่านเรื่องก็ซ่าน่าติดตามแล้วนะคะ 
    พอมาอ่าน ที่พี่เมย์คุยตอนจบแล้ว น่าอ่านกว่าเดิมอีกอ่ะ 
    อยากได้ฟีลแบบที่พี่เมย์พูดเลยยย แบบ เฮ้ย เข้าใจ เคยเป็นนึกออก <3<3 เย้ รอทุกเล่มนะคะ
    #1501
    0
  2. #1485 ByChu (@numilike) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มกราคม 2557 / 19:20
    อยากเปนแพนเจียจัง
    #1485
    0
  3. #1474 GooDYeaR =) (@premanid-28) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 17:49
    พระเอกดูจริงใจมากเลย
    #1474
    0
  4. #1461 มัท (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2557 / 06:02
    ไรท์สู้ๆ
    #1461
    0
  5. #1457 Te a mo (@prangmi) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 10:01
    ชอบมากเลยค่ะ อัพอย่างนี้เรื่อยๆๆนะคะ  มีหนังสือที่ may112 แต่ง เยอะเลย 55555 ขอบคุณนะคะ จะติดตามผลงานตลอดๆๆเลย
    #1457
    0
  6. #1432 mail (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 21:35
    ชอบจัง พระเอกที่เริ่มคุยก่อน ถูกใจอ่ะพี่เม >
    #1432
    0
  7. #1331 IYUN (@alliyun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 22:26
    ชอบแนวแบบนี้แหละค่ะ ใกล้ตัวดี อ่านแล้วฟิน อินจัดได้ง่ายๆ เหมือนเฮียสองไง ><
    ปลื้มที่สุดในชีวิตละ ไรเตอร์ may112 จะติดตามผลงานต่อไปนะคะ
    #1331
    0
  8. #1316 Treasure's Shiro (@lovepkpt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 20:48
    แปลกใหม่ดีค่ะ>_< นักเรียนแพทย์!
    #1316
    0
  9. #1046 tdz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2556 / 13:59
    เป็นแฟนนิยายคุณ may112 มานานแล้ว



    อ่านทุกเล่มที่ออก



    และยังคงติดตามอ่านต่อไป



    เรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ นำเข้าสู่ประสบการณ์ของเด็กนร.แพทย์ ฮ่า ลุ้นจริงจัง



    นิยายคุณ may112 ไม่หวือหวา แต่มีสาระทุกเล่มเลย รออุดหนุนค่ะ !



    #1046
    0
  10. #895 F-FN (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 21:38
    ปลื้มผลงานของmay112มากๆเลยค่ะอ่านไม่เคยเบื่อเลย:D
    #895
    0
  11. #894 panda_L (@panda_L) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2556 / 18:35
    เซย์เดน ฉันก็เป็นคนดีนะ ฮิฮิ
    ปล.อ่านไปได้แค่สองตอนแต่รู้สึกขอบผู้ชายแบบเซย์เดนจัง ><
    #894
    0
  12. #682 `ท่านเนออน (@blacxpunica) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2556 / 11:56
    เซย์เดน !! ผช.ในฝันน >O<
    #682
    0
  13. #599 blacxpunica (@blacxpunica) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 16:53
    เชื่อมันในตัวพี่เม ! อุดหนุนแน่นอนค่ะ><
    #599
    0
  14. #511 MillLz (@omilzz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2556 / 00:11
    แนวใหม่มากเลยคะะ
    แต่อยากอ่านมานานแล้วว ชอบอ่าา เป็นกำลังใจให้น้าา
    #511
    0
  15. #509 me too (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2556 / 23:50
    อ๊ายย>_< ใจนายหล่อมากกก!

    ช๊อบ! ชอบบ

    #509
    0
  16. #496 It'me nutty nutcha (@nutty1929) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 19:05
    น่ารัก น่าอ่านจัง><
    #496
    0
  17. #484 อิน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 12:54
    กรีดร้องงงง เซย์เธอน่ารัก
    #484
    0
  18. #465 little girl (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 02:20
    น่าสนใจและน่าติดตามมากเลยค่ะ(*0*)
    #465
    0
  19. #458 Sand'Zt (@sand-zt) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2556 / 00:01
    ชอบค๊าบบบ
    #458
    0
  20. #447 Toater (@parnjai) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 21:40
    อยากอ่านแนวนี้มานานแล้วว ><'

    เซย์เดน <3
    #447
    0
  21. #443 ϟ เจเอ็น . (@jn-jenny) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 21:09
    เซย์น่ารักไปปปปปปปปป T///////////////////////////T หลงรักเลยยยยยยยยยยยยยยยย <3
    #443
    0
  22. #384 INsmile (@streamwa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มีนาคม 2556 / 19:24
    เซย์น่ารักอ่ะ ช๊อบชอบ >/<
    #384
    0
  23. #380 som~~som (@som--m) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2556 / 23:59
    เซย์เดน!!!!
    #380
    0
  24. #364 nampung08 (@nampung08) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 12:35
    สนุกมากค่า
    #364
    0
  25. #82 boa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 16:14
    ขอบคุณพี่เมย์มากๆนะคะ สำหรับนิยายสนุกๆอย่างนี้ เป็นอะไรที่ช่วยคลายเคลียดหนูได้มาก หนูเพิ่งได้รับอุบัติเหตุมาไม่นานไปไหนไม่ได้ วันๆ อยู๋แต่กับที่ นิยายก็ออกไปซื้อไม่ได้ ถ้าสั่งก็ไม่รู้จะโอนเงินอย่างไร สัญญาค่ะ ว่าถ้าดีขึ้นเมื่อไหร่จะออกไปซื้อมาเก็บแน่นอน ได้เห็นความเปลี่ยนแปลง หลายๆอย่างของตัวละครของพี่ ติดตามมาตั้งแต่ เด็กหอแล้ว พี่เป็นนักเขียนที่หนูรักมากที่สุด ขอบคุณมากนะคะ
    #82
    0