2nd Love หนุ่มเฮ้วสาวเปรี้ยว รักเดียวโดนใจ

ตอนที่ 3 : พรหมลิขิตบรรดาลชักพา TOT

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,106
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    14 ม.ค. 64

2

พรหมลิขิตบันดาลชักพา TOT

 

ในที่สุดฉันก็มาถึงมหาวิทยาลัยเป็นผลสำเร็จ -O- และย้ายของไปเก็บที่หอในเรียบร้อยแล้ว

ฉันกำลังจะเป็นนิสิต >_<

อ้อ! แฮ่ๆ ลืมบอกไปเลยว่าฉันเรียนอยู่คณะสังคมฯ เอกประวัติศาสตร์ >_<

แต่ในขณะนี้ ฉันกำลังนั่งฟังรุ่นพี่ปีสองแนะนำมหาลัย แนะนำการใช้ชีวิต แนะนำการเรียนบลาๆๆๆ เพื่อให้เราว่ายน้ำรอดไปถึงฝั่ง (กระซิกๆ หนทางช่างยาวไกลนัก) อธิบายถึงการเป็นเฟรชชี่ที่ต้องผ่านการรับน้องเพื่อฝึกให้พวกเรามีความอดทนและสามัคคี T[]T รวมถึงการขึ้นกิจกรรมห้องเชียร์ซึ่งเป็นหน้าที่ของปีหนึ่ง และ...

กรุณารักษาป้ายชื่อของน้องไว้ด้วย นี่คือป้ายรูปพระมาลาเบี่ยง (หมวกของกษัตริย์) เป็นป้ายที่แทนสัญลักษณ์คณะสังคมฯ ซึ่งพี่ๆ ช่วยกันตัด ช่วยกันทำเพื่อน้องๆ ทุกคน ใครทำป้ายชื่อหาย พี่จะลงโทษนะคะ!”

ฉันหยิบป้ายชื่อขึ้นมาดูอีกครั้ง N’ เปรี้ยว ฉันควรเอาไปเลี่ยมทองไว้เลยดีมั้ย

เรื่องต่อไปนะคะ พรุ่งนี้น้องๆ จะต้องเข้าค่าย Beginning Camp เป็นเวลาสามวัน ค่ายนี้ถือเป็นค่ายเตรียมความพร้อมให้กับชั้นปีหนึ่ง ซึ่งน้องๆ จะต้องเข้าค่ายนี้ทุกคน และไม่ได้มีแค่คณะสังคมฯ ของเราเท่านั้นนะคะ แต่รวมไปถึงเพื่อนๆ ทุกคณะไม่ว่าจะเป็นแพทย์ฯ วิศวะฯ พยาบาลฯ สถาปัตย์ฯ และคณะอื่นๆ อีกมากมาย รับรองว่าในการเข้าค่ายรวมคณะครั้งนี้ น้องๆ จะต้องได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ต่างคณะแน่นอนค่ะ

อุ๊ย! ค่ายรวมคณะงั้นเหรอ ฉันอยากรู้จักนิสิตคณะแพทย์ กรี๊ดดด >O<

นี่เป็นโอกาสอันดีที่ฉันจะได้จับหมอมาเป็นแฟนซะ! นี่คือจุดประสงค์ที่ฉันมาเข้ามหาลัย (อ้าว -_-) ยิ่งพวกหมอฟันด้วยแล้ว อนาคตตัวเองมีแววว่าจะได้เป็นคุณนายแน่นอน โฮ่ๆ -v- เคยมีคนบอกว่าไอ้การดัดฟันเหล็กน่ะแพงนรกแตกมาก พวกหมอฟันน่ะฟาดเงินไปเนาะๆ หลายหมื่นเลยทีเดียว เฮ้อ ฉันอยากมีแฟนอยู่ในวงการแพทย์จัง กรี๊ดดดด >_<

โอ๊ย ฉันละรอวันพรุ่งนี้ไม่ไหวแล้ววะเปรี้ยว หนุ่มๆ วิศวะฯ ที่ร้ากกก

ฉันก็รอไม่ไหวเหมือนกัน ว่าที่คุณหมอขา~ >_<”

 

 

วันรุ่งขึ้น

โอ๊ย วันนี้เป็นวันเข้าค่าย Beginning Camp วันแรก มันเริ่มตั้งหกโมงเช้าเลยทีเดียว =_= เมื่อวานพวกพี่หัวหยองได้ประกาศว่าใครจะได้อยู่ ซอยไหนบ้าง -_- ตอนแรกฉันแอบงงว่าอะไรคือซอย พี่หัวหยองเลยอธิบายต่อว่าค่ายนี้จะแบ่งเด็กปีหนึ่งทั้งหมดออกเป็นซอยๆ ซึ่งมีตั้งแต่ซอยหนึ่งไปจนถึงซอยสิบ

เปรี้ยวๆ กรี๊ดๆ >O< อยู่ซอยเดียวกันนะแก

ดีใจท่วมท้นอะไรแบบนี้ >_<”

ฉันกอดกับแฟร์แนบแน่นเมื่อรู้ว่าเราได้อยู่ซอยเดียวกัน นั่นคือซอยสี่ >_< (แฟร์เป็นเพื่อนร่วมหอของฉันเอง!) ส่วนนังป่องกระเด็นไปอยู่ซอยสิบคนเดียวนั่นล่ะ ฮ่าๆ แล้ววันนี้ซึ่งเป็นวันเริ่มค่าย พวกรุ่นพี่ทำการนัดบรรดารุ่นน้องปีหนึ่งให้มาเจอกันที่ลานจอดรถ บรรยากาศช่างคึกคักเสียนี่กระไร เมื่อรุ่นพี่จากซอยต่างๆ พากันยกกลองยกฉิ่งขึ้นมาตี สร้างความครึกครื้นไปทั่วลานจอดรถ แถมยังมีการเต้นประกอบเพลงพิลึกๆ อะไรพวกนั้นด้วย

เปรี้ยว นั่นไงซอยสี่

แฟร์ชี้ก่อนจะลากฉัน (ซึ่งมัวแต่ยืนดูพวกพี่ๆ สันทนาการเต้นเพลงหนอนน้อยอยู่ -_-;) ไปหาพี่กะเทยคนหนึ่งซึ่งชูป้ายว่า ซอยสี่ ที่อยู่ไม่ไกลนัก แถมยังส่งเสียงเรียกเราสองคนว่า...

น้องๆ ซอยสี่ทางนี้ค่ะ ทางนี้จ้า ทางนี้ค่า >O<”

ฉันกับแฟร์รีบตรงเข้าไปสมทบกับคนอื่นๆ ที่ซอยสี่ทันที มีเพื่อนๆ หน้าใหม่นับร้อยคนนั่งรออยู่บนพื้นถนนก่อนแล้ว พวกเรานั่งลงเกือบปลายสุดของแถว มีกลุ่มเด็กผู้ชายนั่งอยู่แถวข้างๆ และกำลังคุยเรื่องอะไรสักอย่างอยู่ อย่าหาว่าฉันเจือกเลยนะ =..= พอเห็นมีคนขาวๆ นั่งอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย แม้ไม่เห็นใบหน้า แต่แค่ขาวก็ดูดีแล้ว อะโฮ่ๆๆๆ -_-// ฉันแพ้คนขาว สูง โดยเฉพาะนิสิตคณะแพทย์เคอะ

เฮ้ย แกรู้ปะ หลังมอมีรองเท้าผ้าใบขายมั้ยวะ(มอ = ม. ย่อมาจากคำว่า มหาวิทยาลัย)

มีมั้ง ยังไม่ได้ไปเซอร์เวย์เลย จะซื้อรองเท้าใหม่เหรอวะไอ้สอง

เออ มันหายไปข้างหนึ่งน่ะ -_- “

อ๋อ พวกเขาคุยเรื่องรองเท้ากันนั่นเอง ฉันยังไม่ได้ไปหลังมอเลย เห็นรุ่นพี่บอกว่ามีร้านค้าเยอะแยะเต็มไปหมด ทั้งของกิน ของใช้ ที่สำคัญยังแนะนำ ถนนโลกีย์ ซึ่งอยู่ด้านข้างมหาลัยด้วย แค่ชื่อก็รู้แล้วว่ามันเป็นถนนประเภทไหน ฮิฮะ =.= ดูเหมือนผู้ชายแถวข้างๆ นี่จะอยู่คณะวิศวะฯ นะ เพราะป้ายชื่อของพวกเขาเป็นรูปเกียร์

ทำไมรองเท้าแกหายตั้งแต่ก่อนเปิดเรียนเลยเหรอวะ

ไม่เชิงหายหรอก -_-“

อะไรของแกวะ

อย่าเพิ่งถาม เดี๋ยวของขึ้น!”

ทำไมเสียงนี้คุ้นหูจังเลยแฮะ -O-;; โอ๊ย ไม่เอา ไม่นึกถึงเรื่องนั้น มันเป็นตราบาปของฉันเลยนะ หน้าหล่อๆ นั่นยังเฝ้าตามหลอกหลอนทุกค่ำคืนอยู่เลย T_T ช่วงนี้ฉันเป็นโรคกลัวตำรวจแล้วด้วย T^T

ตอนนี้พี่คิดว่าพวกเราซอยสี่ น่าจะมากันเกือบครบแล้วนะ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวพวกเราจะเคลื่อนขบวนย้ายไปยังใต้ตึกกิจกรรมกันนะ แต่ในช่วงเวลาที่เรารอเพื่อนมาสาย พี่อยากให้น้องๆ หันหน้าไปคุยกับเพื่อนคนข้างๆ แล้วแนะนำตัวกันหน่อย ถามว่าเพื่อนชื่ออะไร มาจากที่ไหน เรียนคณะอะไร...ดีมั้ย

สิ้นสุดคำประกาศของรุ่นพี่ หลายคนเริ่มขยับตัวหันหน้าไปทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ขณะที่เด็กวิศวะฯ กลุ่มหนึ่งขยับตัวหันหน้ามาทางฉัน >_< นังป่องเอ๊ยยย เด็กวิศวะฯ อยู่ตรงหน้าฉันแล้ว บุญแกมันน้อยจริงๆ

เอ๊ะ! O_O

ทำไม... ไอ้คนผิวขาวๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ มันถึง...

เฮ้ย! ยัยต่างด้าว นี่นา

“OoO”

กรี๊ดดดดดดดดด!

หมอนี่... คะ...เขาคือเจ้าของรถคันที่พุ่งไปชนต้นไม้จนไฟหน้าแตก แถมยังถูกฉันเสยคาง เตะหน้าแข้งเข้าให้ด้วย! โฮกกก ทำไมอยู่ที่นี่ได้ แว้กกก >O<

เปรี้ยว รู้จักเขาเหรอ

แฟร์รีบหันมาถามอย่างตื่นเต้น แน่นอนหมอนี่มีใบหน้าที่หล่อเข้าขั้นร้ายกาจ หล่อขนาดไปเล่นหนังเรื่องรักแห่งสแหยม เป็นพระเอกแบบมาริโอ้ เมาแอ๋ ได้เลยด้วย >_<

เฮ้ย! คนรู้จักเหรอวะสอง ไหนบอกไม่รู้จักหญิงที่ไหนไง

ใช่ๆ โกหกกันนี่หว่า นี่เด็กของคณะนกเพนกวินเหรอ -_-“ (มองดูจากป้าย)

เด็กคณะสังคมฯ โว้ย ไม่ใช่คณะนกเพนกวิน ไอ้บ้านี่ไม่มีสมองหรือไงฟะ พูดออกมาได้ไงคณะนกเพนกวิน ที่บ้านแกเปิดสอนเหรอ =_=

เปรี้ยว?

หมอนี่อ่านชื่อเล่นฉันจากป้ายชื่อ เขากำลังทำหน้าสับสนยุ่งเหยิง แต่เหมือนแฟร์จะให้คำตอบที่เขาสงสัยอยู่

เปรี้ยวๆ คนนี้มาจากเชียงใหม่เหมือนแกเหรอ >_<”

มาจากเชียงใหม่?

เขาทวนคำพูดของยัยแฟร์อีกครั้ง สีหน้าของเขาค่อยๆ เปลี่ยนไปอย่างช้าๆ จากงุนงงและสับสนเปลี่ยนเป็นโมโหโกรธา -O- ขณะที่ฉันค่อยๆ ขยับตัวออกห่างเขาทีละนิดอย่างรู้งานเหมือนกัน

แล้วไหนบอกว่าเป็นคนเกาหลีไงวะ!”

ฉันสะดุ้งกับเสียงตะโกนระดับความดังหนึ่งพันล้านเดซิเบลนี่ แต่ยังทำใจดีสู้มังกร

อะ...เอ่อ นั่นเป็นฝาแฝดของฉัน ^O^”

ยังหน้าด้านโกหกอีกเหรอ!”

“-_-;;”

แล้ววันนั้นเธอพูดภาษาอะไร ซิมโบซัมเบนั่น มั่วหมดเลยใช่มั้ยฮะ!”

เสียงตะโกนของเขาทำให้ฉันทั้งกลัว ทั้งอายยย กรี๊ดดด! ทุกคนหันมามองที่เราโดยไม่ได้นัดหมาย แฟร์จ้องมองเขาอ้าปากหวอ ขณะที่เพื่อนของเขาทำหน้าเด๋อด๋าไม่ต่างกัน

ฉันขอโทษ...

ขอโทษงั้นเหรอ ไอ้ที่เธอทำ มันพอเหรอสำหรับคำว่าขอโทษ!”

ถ้าไม่มีคนอื่นๆ อยู่ หมอนี่ต้องเตะฉันไปแล้วแน่ๆ เลย ดูเขาคันไม้คันมือเหมือนอยากจะทำอะไรสักอย่างเลยอะ เอ่อ เขาคงไม่ตบตีผู้หญิงหรอกใช่มั้ย ฉันค่อยๆ เขยิบถอยหลังไปเรื่อยๆ ส่วนเขาเขยิบเข้ามาด่าฉันใกล้ๆ พอฉันลุกขึ้น หมอนี่ก็ลุกตาม

จะไปไหน!”

ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ขะ...ขอโทษนะ!”

ฉันบอกก่อนจะชิ่งตัวหายไปจากตรงนั้น ไม่เข้ามันก็ได้วะ ไอ้ค่าย Beginning Camp เนี่ย T^T ขาดกิจกรรมเดียวคงไม่ทำให้ฉันติดเอฟทุกวิชาหรอก! แต่ฉันวิ่งไปได้แค่ห้าก้าวเท่านั้น แค่นั้นจริงๆ นะ -_-

ยังจะหน้าด้านหนีอีกเหรอ

เขาบอกก่อนจะล็อคคอฉันไว้ ละ...ล็อคคอ! ล็อคคอสุภาพสตรีที่แสนบอบบางแบบฉันเนี่ยนะ =[]=

น้องสองค้า มีอะไรกับเพื่อนคนนี้หรือเปล่า

เสียงพี่กะเทยคนหนึ่งถามมาจากด้านหลัง ฉันเต้นผ่างๆ ด้วยความดีใจ รุ่นพี่! ช่วยด้วยยย T^T แต่เขากลับกระซิบใส่หูฉันว่า...

ขืนพูดอะไรแมวๆ ออกไป รับรองเธอได้เป็นผีอยู่เฝ้ามอที่นี่แน่

เขากระซิบบอกก่อนจะปล่อยแขนตัวเองออกจากคอฉัน แง้ คอแทบหักนะไอ้มนุษย์คิงคอง! หมอนี่จับตัวฉันหมุนกลับไปหาพี่กะเทยคนนั้น เขายิ้มออกมาและดึงตัวฉันเข้ามาโอบไหล่ไว้อย่างรักใคร่

พบเพื่อนเก่า เลยขอเคลียร์เรื่องที่ค้างคาหน่อยนะครับพี่โหน่ง

ปากบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแสนสุภาพ แต่มือที่เขากุมไหล่กลับบีบแน่นซะจนกระดูกฉันร้าวจวนจะหัก TOT

แต่เดี๋ยวพี่จะเคลื่อนขบวนย้ายไปใต้ตึกกิจกรรมแล้วนะ

หมอนี่ทำเสียงจิ๊ๆ เหมือนรำคาญ ก่อนจะเอาไหล่ตัวเองกระแทกหลังฉันเหมือนเป็นเชิงให้พูดอะไรแทนตัวเองหน่อย ดูเหมือนเขาจะโคตรไม่ชอบกะเทยเลยนะ

คือหนูขอไปคุยกับเพื่อนเก่าด้านหลังนี่แป๊บเดียวค่ะ

ฉันกัดฟันบอก แม้ในใจกำลังร่ำร้องว่า ช่วยช้านนนด้วยยย! TT^TT

เรามีเรื่องต้องสะสางกันมากมายครับ

หมอนี่เสริมก่อนจะหมุนตัวและพยายามลากฉันไปยังด้านหลังสุดของลานจอดรถ บริเวณนั้นคล้ายดงหญ้าเลยอะ ไม่เอานะ! TT^TT ฉันไม่อยากฝังตัวเองไว้ในป่า!

เดินตามมาดีๆ เดินไม่ดี เธอตายแน่

ไอ้บ้านี่ขู่เมื่อเห็นว่าฉันแสดงทีท่าว่าจะไม่ยอมเดินตามไปด้วยง่ายๆ ฉันส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปหาแฟร์ แต่ด้วยความที่เพื่อนฉันมันไม่ฉลาดเลยแม้แต่นิด มันเลยคิดว่าฉันทำตากะพริบและ..

สู้ๆ นะเปรี้ยว ขอให้มีความสุข >O<!”

ใครก็ได้ฆ่ายัยนี่ให้ที T^T

 

 

 

ไกลพอแล้ว!”

ฉันตะโกนบอกก่อนจะสะบัดตัวออกจากแขนของเขา นี่เราห่างจากพวกเพื่อนๆ ซอยสี่ประมาณหนึ่งร้อยเมตร ถ้าฉันถูกขืนใจ จะมีใครเห็นมั้ยยย TT^TT

ชิ! พูดมาสิว่าจะเอายังไงเรื่องรถฉัน

หมอนี่เปิดประเด็นซึ่งฉันกังวลมากที่สุด มันสร้างความหนาวเย็นเสียนี่กระไร

รถนายก็ยังวิ่งได้อยู่นี่ -_-“

ฉันบอกอย่างกล้าหาญ สองขมวดคิ้วเข้มๆ บนหน้าตัวเองทันที เขาอาจจะอยากเตะฉันภายในอีกไม่กี่นาทีนี้แน่ๆ

เธอว่าไงนะ!”

รถนายมันก็ยังขับได้อยู่นี่นา แค่ไฟหน้าแตกกับเป็นรอยถลอกนิดเดียวเอง -O-!”

นิดเดียวบ้านเธอน่ะสิ เกือบสิบเซนติเมตรเนี่ยนะ! ให้ฉันลองกรีดบนหน้าเธอบ้างเอามั้ย จะได้รู้ว่ามันยาวแค่ไหน -_-”

โห ไอ้หน้าตี๋จอมโหด ทำไมข่มขู่ผู้หญิงแบบนี้ฟะ!

“ว่าไง จะเอายังไงกับความวินาศที่เธอก่อ”

อะไรล่ะ! รถมันก็ยังวิ่งได้อยู่นี่นา นายให้อภัยฉันไม่ได้เหรอ

แต่ฉันหน้าด้านพูดต่อ หมอนี่แค่นเสียงหัวเราะออกมา

ฮ่าๆๆๆ ให้อภัยงั้นเหรอ!”

ปั๊ก! เขาหันไปเตะปี๊บที่ตั้งอยู่ในพงหญ้าแถวนั้นอย่างแรง -O- เหมือนเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าเขาจะเตะฉันแบบนี้ถ้ายังพูดเรื่องหน้าด้านแบบนี้อีก T^T ตอนนี้หัวใจฉันหล่นหายไปอยู่ข้างไส้ติ่งแล้ว

ฉันจะชดใช้ให้นายก็ได้!”

ฉันกรีดร้องออกมาในที่สุด ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะมีปัญญาเอาเงินที่ไหนมาคืนหมอนี่

ดี! เธอควรจะพูดคำนี้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว ทุกอย่างมันก็จบ!”

ตอนนี้ฉันมีเงินไม่เยอะนี่หว่า ถ้าฉันรวยกว่านี้จะไม่อิดออดใดๆ เลย T^T แม่ทิ้งเงินไว้ให้แค่ค่าหน่วยกิตที่จะต้องจ่ายตอนเปิดเทอม (ไม่จ่าย...ไม่ได้เรียนเลยนะเฟ้ย!) กับเงินอีกนิดหน่อยสำหรับพกติดตัวไว้พอกินพอใช้ ส่วนค่าขนมรายเดือนจะได้จากการปล่อยเช่าคอนโด ซึ่งกว่าจะได้นะอีกสองเดือนข้างหน้าเลยอะ (แม่เก็บค่าเช่าล่วงหน้าไปก่อนแล้ว T^T) แน่นอนว่าขืนฉันโทรไปขอเงินเรื่องค่าเสียหายของไอ้รถสุดหรูของหมอนี่ล่ะก็ แม่ต้องกลับมาเชือดฉันด้วยไม้เสียบลูกชิ้นแน่ๆ

ละ...แล้วมันเท่าไรล่ะ

ฉันเอ่ยปากถาม หวังว่ามันคงไม่เกินเงินออมของฉันหรอกนะ

ค่าซ่อมไฟหน้าที่แตกรวมกับค่าลงสีและแวกซ์รอยถลอกความยาวสิบเซนติเมตรนั่น... หนึ่งหมื่นบาท

ฉันแทบจะทรุดลงไปนั่งลงบนพื้น หนะ...หนึ่งหมื่น!

วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม...

อ้อ ที่สำคัญเลย กันชนหน้าไฟเบอร์พลาสติกของฉันแตกด้วย เพราะมันไปกระแทกกับต้นไม้ ของแต่งรถมันค่อนข้างแพงหน่อยนะ กันชนนั่นราคาประมาณหนึ่งหมื่นน่ะ

ล้อเล่นใช่มั้ย!”

ฉันกรีดร้องพลางล้วงกระเป๋าหยิบยาดมขึ้นมาสูดดด ซื้ดๆ ไปด้วย โอ๊ย กันชนบ้าอะไรวะ หนึ่งหมื่น โอ๊ย จะเป็นลมตาย T_T ส่งฉันไปขายมาเลย์เถอะ ถ้าอยากให้ฉันหาเงินมาชดใช้ไอ้พวกค่าเสียหายเวรๆ นี่หมดเนี่ย!

คิดว่าฉันอยากจะได้เงินเธอนักเหรอ -_- อ้อ มีค่ารองเท้าไนกี้ข้างที่ฉันขว้างใส่รถเธอด้วย คู่นั้นซื้อมาตั้งสองพันเจ็ด

อะไรนะ! นายขว้างมันมาเองนะ แล้วมาคิดเงินฉันได้ไง

ใส่รองเท้าสองพันเจ็ดแล้วบินได้เหรอ ซื้อมาทำไมยะ TOT

เพราะเธอเอาหัวอันเหม็นเน่านั่นมาเสยคางฉันก่อน

-_- เวรเอ๊ย! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ้หน้าหล่อนี่จะคิดเล็กคิดน้อยได้ขนาดนี้ ที่สำคัญฉันน่ะสระผมทุกวันนะยะ >_<

ไม่ต้องคิดรวม ฉันจะไปเอารองเท้าอีกข้างมาคืนให้นายเอง! อ้อ แต่นายต้องหักค่าชดใช้ของฉันจากค่าซ่อมกระจกหลังของรถนังป่องเพื่อนฉันด้วย เพราะนายขว้างไอ้รองเท้าไนขี้ข้างนั้นมาเอง!”

เอาฟะ อย่างน้อยๆ ก็ลดไปสักหมื่นหนึ่งล่ะวะ (ค่ากระจกอะไรเป็นหมื่นฮะเปรี้ยว!)

อ่อ ถ้าเธออยากให้ฉันจ่ายค่าซ่อมกระจกนั่น บางทีฉันควรจะแจ้งตำรวจเรื่องที่เธอขับรถมาชนรถฉันหน่อยแล้วมั้ง -_-“

โอเคๆ ไม่ต้องจ่าย! ฉันไม่คิดค่ากระจก

ฉันรีบโพล่งแบบไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้นเลย หมอนี่ยิ้มอย่างยินดีออกมา =_= หน้าตาดี๊ดีแต่ทำไมนิสัยถึงได้เจ้าเล่ห์เพทุบายขนาดนี้ฟะ นังป่องจะว่ายังไงเนี่ยถ้ากระจกหลังของรถมันต้องแตกฟรี แต่ฉันว่ายังดีกว่าให้รองเท้าอุบาทว์ๆ ข้างนั้นปักคาอยู่ที่กระจกนั่นนะ =_=

ฉันควรจะคิดค่าทำขวัญรวมไปด้วยดีมั้ย

เขาถามพลางทำสีหน้าเหมือนเป็นเรื่องน่าหนักใจมาก ท่าทางหมอนี่จะถนัดจริงนะไอ้เรื่องขูดรีดเงินคนอื่นเนี่ย

ถ้านายยังมีความเป็นคนอยู่บ้าง

อย่ามาอ้างเรื่องนี้ เธอต่างหากยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า โกหกว่าเป็นคนเกาหลี หน้าด้านพูดภาษามั่ว แถมยังบังอาจทำร้ายร่างกายฉันอีก

“=_=;;“

โดนย้อนแบบนี้จุกเลยวุ้ย ถ้ามีทางเลือก ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า!

โดยเฉพาะนังกะเทยหมูทวนลมนั่น บังอาจมาลวนลามฉัน

นั่นไม่เกี่ยวกับฉันนี่ อย่าเอามารวมกัน ฉันไม่ได้สั่งให้ป่องไปหอมแก้มนายสักหน่อย

ก็เธอเป็นเพื่อนกับมัน!”

แต่...

เอาล่ะ ฉันจะคิดแต่ค่าเสียหาย ทั้งหมดสองหมื่นสองพันเจ็ดร้อย

สะ...สองหมื่นกว่าเลยเหรอ =_=;; ฉันมีเงินเก็บในธนาคารแค่สองหมื่นเองนะ! ครึ่งหนึ่งเก็บไว้จ่ายค่าลงทะเบียนหน่วยกิต (หนึ่งหมื่นบาท) ที่เหลือเป็นค่าขนมอีกสองเดือนเลยนะ โอ๊ย มืดแปดด้าน

เอามาสิ รีบๆ จ่ายจะได้จบๆๆ

เอ่อ สองหมื่นถ้วนได้มั้ย

ฉันจะไปแจ้งตำรวจ -_-“

เออ สองหมื่นสองพันอะไรนั่นก็ได้ฟะ!”

“สองหมื่นสองพันเจ็ดร้อย ตีเป็นเลขกลมๆ ก็สองหมื่นสาม”

“สองหมื่นสองไม่ได้เหรอ เลข...กลมๆ”

“ตำรวจ =_=

“โอเคๆๆ สองหมื่นสองพันเจ็ดร้อยเนอะ”

เออ งั้นก็เอามาสิ

หมอนี่บอกพร้อมกับยื่นมือมาตรงหน้าฉัน นิ้วเรียวยาวขาวๆ นั่นกระดิกไปมาอย่างกวนโทสะ

นายคงไม่คิดว่าฉันจะจ่ายเงินสดให้นายได้ทันทีใดทันใดหรอกนะ

ฉันคิดว่าต้องทันที เพราะฉันจ่ายค่าซ่อมไฟหน้า กันชน รวมทั้งค่าทำสีรถกับแวกซ์ไปแล้ว

โห...อะไรกัน! ไหนๆ ก็ทำไปแล้วนี่นา ยังจะมาขูดรีดอะไรกับฉันอีก ท่าทางบ้านหมอนี่ออกจะรวย มีปัญญาขับรถหรูๆ แบบนั้น มีเงินเติมน้ำมันในยุคนี้ แล้วทำไมเขาต้องมาลากคอเอาเงินจากคนจนๆ อย่างฉันอีกเนี่ย

บอกตามตรงนะ ฉันไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น ฉันมีแค่สองหมื่นในธนาคาร

ก็นั่นล่ะ เอามาจ่ายซะ!”

แต่ฉันต้องเก็บไว้เป็นค่าลงทะเบียนหน่วยกิต

คณะที่เธอเรียนคงจ่ายไม่ถึงสองหมื่นหรอก! อย่างมากก็หมื่นเดียว ไม่ได้เรียนหมอสักหน่อย

รู้งี้บอกว่าเรียนหมอซะก็ดี T_T เพราะค่าเทอมหมอจะแพงกว่าทุกคณะไงล่ะ

ที่เหลือมันเป็นค่าขนมของฉันนะ นายน่าจะรู้ว่าการย้ายเข้าหอใหม่ๆ มันมีรายจ่ายเยอะแค่ไหน

เรื่องนั้นฉันไม่สน

แล้วถ้าฉันให้นาย ฉันจะเอาเงินที่ไหนกินล่ะ T^T”

ดอกโสนข้างอ่างเก็บน้ำ ต้นข้าวหน้าคณะเกษตรฯ ปลาหน้าอ่างคณะวิศวะฯ ประทังชีวิตน่าจะพอไหว

“=_=^

มันพ่นออกมาได้ไง! ใครจะบ้าไปทำแบบนั้นฟะ ตกเย็นจะให้ฉันไปนั่งตกปลาหน้าคณะวิศวะฯ งั้นเหรอ หรือว่าให้ไปเกี่ยวข้าวหน้าคณะเกษตรแบบนั้น แง้ TOT ฉันอยากจะข่วนหน้าขาวๆ นี่ให้เป็นรอย แกร๊กๆ อยากจะเอาไม้หน้าสามฟาดเข้าให้ที่สันจมูกโด่งๆ นี่ ตุบๆ และอยากจะทำอะไรอีกมากมายเพื่อให้ไอ้บ้านี่ร้องโอดครวญอย่างที่ฉันกำลังเป็นอยู่บ้าง

ฉันจะผ่อนจ่ายนาย ฉันจะหางานพิเศษทำ!” ฉันเสนอทางเลือกใหม่ที่ไฉไลกว่าเก่า

มันเสียเวลา ฉันอยากได้เงินก้อน เขาบอกหน้าตาย นายมีหัวใจหรือเปล่าฟะ! นายเอารถบีเอ็มมาเป็นตัวล่อใช้สูบเลือดฉันหรือไงยะ!

งั้นนายก็จับฉันไปขายเลยเถอะ ถ้าอยากได้เงินขนาดนั้น!”

เธอคิดว่าตัวเองจะขายได้กี่บาทกันเชียว -_-

จะกี่บาทก็ได้ ถ้ามันสามารถเอาเงินมาให้คนใจโหดอย่างนาย

โอ๊ย แม่ใจกว้าง แม่คุณ แม่พระ แม่คนดี แค่สิ่งที่เธอทำกับรถฉัน...มันเป็นเรื่องตลก? การที่เธอทำร้ายฉัน...มันเป็นเรื่องล้อเล่น? และการที่เธอโกหกฉัน...มันก็เป็นแค่เรื่องขำๆ งั้นสินะ ฉันคงต้องให้อภัยเธอแล้วบอกว่า... เฮ้! ไม่เป็นไร ฉันอภัยให้เธอ แม้ว่ารถของฉันจะถลอก คางฉันจะแตก หรือกระดูกขาฉันจะหักก็ช่างเหอะ!”

หมอนี่พูดพร้อมกับหัวเราะด้วยใบหน้าเหยียดๆ ตอนนี้ฉันโกรธและอยากจะทึ้งหนังหัวผู้ชายตรงหน้าอย่างมหาศาล เขากอดอกมองฉันด้วยสีหน้ากวนโมโห ไอ้บ้าเอ๊ย! ถ้าเลือกได้ ฉันไม่อยากขับรถไปชนรถนายหรอกเฟ้ย!

ยังไงซะ ฉันมีเงินไม่พอจะจ่ายนายครบ งั้นฉันขอจ่ายก่อนห้าพันก่อน

ไม่ได้ เงินแค่นั้นฉันไม่รับ บอกแล้วว่าขอเป็นเงินก้อน

แล้วนายจะเอายังไงฟะ ฉันบอกว่าเงินไม่พอ ไม่มีให้เฟ้ย!”

ฉันตะโกนอย่างโมโหพลางส่ายหน้าอย่างคลุ้มคลั่ง หมอนี่หัวเราะหึๆ ออกมา และใช้สายตาคมกริบนั่นประเมินตัวฉันตั้งแต่หัวจรดหาง นี่คงไม่ได้คิดจะเอาฉันไปขายจริงๆ หรอกใช่มั้ย มาเลย์มันไกลนะตัวเอง =_=;;

ก็ได้! ฉันจะให้เวลาเธอหาเงินมาคืนฉันแบบเต็มจำนวน

เกิดอะไรขึ้นกับหมอนี่! มันเกิดอะไรขึ้น

แต่ในช่วงระหว่างที่เธอยังหาเงินไม่ได้ เธอต้อง...เอาตัวเข้าแลกนะ

อะไรนะ!”

เอาตัวเข้าแลก ไม่ได้ยินหรือไง อาบน้ำไม่แคะขี้หูมั้งเหรอ -_-”

เวรเอ๊ย มีประโยคไหนบ้างมั้ยที่นายจะไม่ด่าฉันเสียๆ หายๆ เนี่ย

ละ...แล้วอะไรคือเอาตัวเข้าแลกฟะ หมายถึงร่างกายอันบริสุทธิ์ผุดผ่องยองใยของฉันงั้นเหรอ กรี๊ดดด >O<

ไม่ต้องคิดว่าฉันจะทำอะไรเธอแบบนั้นหรอก สเป็คฉันไม่ต่ำขนาดนั้น -_-^ แต่เธอต้องทุ่มเทแรงกาย แรงงาน และหยาดเหงื่อในการทำงานให้ฉัน

อะ...อะไรนะ! จะให้ฉันไปก่อสร้างตึกวิศวะฯ หรือไง

อย่ามาปัญญาอ่อน -_- ฉันได้ยินมาว่าคณะวิศวะฯ ของที่นี่มีการรับน้องวุ่นวายมาก มีงานสั่งให้ทำเยอะสุดๆ และฉันคิดว่า...ในช่วงเวลาที่ยังหาเงินมาจ่ายฉันไม่ได้ เธอจะต้องทำงานที่พวกรุ่นพี่วิศวะฯ สั่งให้ทำแทนฉันทั้งหมด

แต่ฉันต้องรับน้องของคณะตัวเองเหมือนกันนะ จะให้เอาเวลาที่ไหนไปถวายการรับใช้นาย

ขี้เกียจพูดแล้ว ถ้าไม่ทำเธอก็เอาเงินมาจ่ายให้หมด ถ้าขืนยังเรื่องมาก ฉันจะได้แจ้งตำรวจไปเลย -_-

เงินสองหมื่นกว่ามันเยอะนะโว้ย จ่ายในทันทีไม่ได้หรอก ฉันไม่ได้รวยเว่อร์นะ!”

เธอคงไม่มีใบขับขี่ด้วยสินะ บางทีอาจจะต้องเข้ามุ้งสายบัวด้วยนะ ลองดูสักครั้งมั้ย

หมอนี่ไม่ฟังคำที่ฉันพยายามตะโกนกรอกหูเขาเลย เขาบิดคอไปมาด้วยท่วงท่าสบายแล้วพูดประโยคนั้นขึ้นมาลอยๆ อย่างไม่เดือดร้อน นี่สินะคนในฐานะ...เจ้าหนี้ -_- ส่วนคนในฐานะ...ลูกหนี้อย่างฉัน... กระดุกกระดิก กระสับกระส่าย กระวนกระวาย บ้าบอคอแตก T-T

นะ...นายกับฉัน เราอยู่มหาลัยเดียวกันน้า!”

ฉันอ้างขึ้นมา อย่างน้อยๆ ก็ควรจะมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมสถาบันหน่อยสิฟะ

แล้วไง -_- เธอไม่ได้เป็นครอบครัวฉันนี่ ถ้าใช่...ก็ว่าไปอย่าง

ฉันกัดฟันแน่น สมองแล่นประมวลความคิดอย่างเร่งด่วน ฉันไม่มีทางเลือกเลย! ฉันไม่มีเงินก้อนใหญ่ๆ แบบนั้น แต่ก็ไม่อยากไปทำงานเป็นเบ๊แทนเขาด้วย งานที่พวกรุ่นพี่คณะวิศวะฯ สั่งให้ทำ มันต้องโหดแน่ๆ ฉันเคยได้ยินมาว่าบางคนต้องแต่งตัวประหลาดๆ เช่น เอาถุงพลาสติกมาสะพายแทนกระเป๋าบ้างล่ะ -O- หรือใส่เสื้อกลับตะเข็บบ้างล่ะ โอ๊ย นรกชัดๆ

ว่าไง รีบๆ เลือก ดูเหมือนพี่กะเทยคนนั้นพยายามจะเรียกฉันอยู่นะ ให้ตาย!~ ขนลุกชิบ

ฉันจ้องเขาพลางส่งสายตาเกลียดชังสุดขั้วหัวใจให้ หมอนี่ไม่ยี่หระ กลับส่งยิ้มเหยียดหยันได้กวนฝ่าเท้าวานรมากกลับมา เดี๋ยวมีโอกาสจะสวนอรหันต์ดอกจำปาใส่ซะเลยนี่ -_-

ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจได้... ฉันตกลงยอมหมอนี่ดีกว่าไปอยู่ในซังเต เพราะยังไงแล้วแม่คงไม่ยอมบินกลับมาที่ไทยเพื่อประกันตัวฉันและจ่ายค่าเสียหายหรอก T^T

ก็ได้! ฉันตกลงตามนั้น

นับว่ายังมีสมองอยู่ งั้นเอาเบอร์เธอมา ฉันจะได้โทรตามตัวถูก ไม่เอาดีกว่า เอามือถือเธอมาเลย -_- “

ฉันจะแสร้งเป็นว่าไม่มีโทรศัพท์มือถืออีกครั้งได้มั้ย -_-

เอามาเร็วๆ ไม่ต้องมาโกหกว่าไม่มีด้วย ฉันรู้แล้วว่าเธอมี

ฉันเบะปากก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างไม่มีทางเลือก หมอนี่ฉกไปจากมือฉันอย่างรวดเร็ว

มีเงินโทรออกมั้ยเนี่ย มือถือของคนยากจนนี่ช่างน่าสงสารจริงๆ

มีย่ะ!”

เขายักไหล่ขึ้นเนือยๆ กับคำพูดของฉัน ก่อนจะใช้โทรศัพท์มือถือของฉันกดเบอร์ตัวเองโทรออก ไม่นานเสียงริงโทนดังขึ้นจากโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เอี่ยมอ่องของไอ้หน้าตี๋จอมโหดนี่ เบอร์ฉันถูกค้นพบแล้วจนได้ T^T หวังว่าซิมใหม่มันคงไม่แพงนะ ฉันเตรียมวางแผนเปลี่ยนเบอร์เรียบร้อยแล้ว เขากดปุ่มนู่นนี่อยู่สองสามทีแล้วจึงส่งมือถือคืนให้ฉัน

เม็มให้เรียบร้อยแล้ว -_- ห้ามตัดสายฉันทิ้ง ห้ามจงใจทำเป็นไม่รับสาย และที่สำคัญห้ามเปลี่ยนเบอร์โดยไม่บอกฉันเด็ดขาด ไม่งั้น...เรื่องเธอถึงตำรวจแน่ -O-”

รู้แล้ว!”

ยังไงซะ ฉันต้องหนีเขาได้อยู่แล้ว อันมหาลัยแห่งนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล จะไม่มีที่ให้หลบหมอนี่ได้สักที่ให้มันรู้ไป!

เพื่อเป็นหลักประกันว่าเธอจะไม่ชิ่งอีก เอาป้ายชื่อที่ห้อยคอเธอมา

ได้ไง! ถ้าให้นาย แล้วฉันจะเอาป้ายชื่อที่ไหนมาห้อยคอล่ะ

เกิดมีรุ่นพี่มาถามว่าป้ายชื่ออันล้ำค่าของฉันหายไปไหน จะให้บอกกลับไปว่ายังไง บอกว่าหายงั้นเหรอ! บอกว่าหายก็ถูกลงโทษอะดิ T^T

อยากแขวนป้ายชื่อมากนักหรือไง -_-“

ป้ายชื่อสำคัญมาก!”

ชิ!”

เขาถอดป้ายชื่อที่ห้อยคอตัวเองแล้วโยนมาให้ฉัน ป้ายชื่อสี่เหลี่ยมสีขาวมีสัญลักษณ์รูปเกียร์อยู่ เส้นสีแดงล้อมกรอบตัวหนังสือเขียนไว้ว่า

N’ สอง

หมอนี่ชื่อสองงั้นเหรอ -_- นึกว่าชื่อสอพลอซะอีก เขียนถูกเปล่าเนี่ยยย

เอาป้ายชื่อเธอมาแลกกัน -_- ต่อจากนี้ไปเธอต้องห้อยป้ายชื่อฉันแทน เวลาหายหัวไปไหนจะได้ตามตัวได้ถูก

แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ! ถ้าเราไม่ห้อยป้ายชื่อประจำคณะตัวเอง นายอยู่วิศวะฯ นะ มาห้อยป้ายสังคมฯ ของฉัน เดี๋ยวรุ่นพี่นายจะได้ด่าให้หรอก

ไม่ต้องพูดมาก =_= ยังไม่เปิดเทอมไม่มีใครรู้หรอก เอาป้ายชื่อเธอมา

แบบนี้ ต่อไปพวกเขาก็จะเรียกชื่อเราสองคนสลับกันนะสิ!”

นั่นล่ะที่ฉันต้องการ พวกรุ่นพี่เก้งกะเทยพวกนั้นจะได้ไม่ต้องรู้จักชื่อฉันจริงๆ แล้วพวกผู้หญิงบ้าผู้ชาย จะได้ไม่ต้องมาเจ๊าะแจ๊ะถามหาฉันบ่อยๆ

นายนี่มัน...

ใช่ -_- คราวนี้พวกบ้าทั้งหลายคงจะได้เที่ยวตามหาแต่นายเปรี้ยวที่เรียนอยู่คณะสังคมฯ เหอๆ แน่นอนว่าไม่มีทางหาตัวฉันเจอหรอก เพราะความจริงฉันชื่อสองและเรียนอยู่คณะวิศวะฯ ต่างหาก

พอพูดจบ หมอนี่พลันแย่งป้ายชื่อฉันไปจนได้ -_- เขายิ้มอย่างพอใจก่อนจะจัดการถอดป้ายชื่อตัวเองออกมาห้อยที่คอฉันอย่างบังคับสุดฤทธิ์

“ฉันทำเองได้”

“ก็รีบๆ ห้อยสิ จะได้ไปกันสักที -_-^

ตอนนี้เขามีเบอร์ มีป้ายชื่อประจำคณะ และมีเบอร์รุ่นพี่ของฉัน (เขียนอยู่ด้านหลังป้ายชื่อ) เขาสามารถโทรมาจิกตัวฉันไปเป็นเบ๊ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง!

นี่ฉันเป็นทาสแบบเซเว่นอีเลฟเว่นไปแล้วเหรอฟะ!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,798 ความคิดเห็น

  1. #13757 Iturlek (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 18:42
    จะสนุกไปไหนเนี่ย ฮามากๆ
    #13,757
    0
  2. #13753 ByChu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มกราคม 2557 / 09:14
    555 ไม่น่าโกหกเล้ยยย
    #13,753
    0
  3. #13740 Ichisa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2556 / 18:03
    โอ๊ะ ว้าวววววววว *o*
    #13,740
    0
  4. #13710 Numkhing Chiczz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2554 / 16:29
     ค่อตฮาอะ 555555555555555+ ชอบมากกกกก
    #13,710
    0
  5. #13703 pinkcherryprincess (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 เมษายน 2554 / 15:01
     แต่งเรื่องเก่งมากๆเลยอ่า พี่ตังเม>_<
    #13,703
    0
  6. #13678 ★ ขนมหวาน ★ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2553 / 19:29

    สงสารจิงๆๆเลย

    #13,678
    0
  7. #13676 ★Noo DaDy...★ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2553 / 18:32

    น่าลั๊คๆๆๆๆ

    #13,676
    0
  8. #13669 Tอ้!อ้ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 เมษายน 2553 / 21:42
    อ๊ากกกกกกก อ่านกี่รอบก็ชอบ
    เฮียสองงง
    #13,669
    0
  9. #13668 ปุกกา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2553 / 17:54
    ขอบคุนค่ะที่เอามาลง หนุกมากเรยยย

    ชอบเฮียสองงงงงงงงงง
    #13,668
    0
  10. #13651 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2552 / 21:00
    หนุกหนานมากมาย
    #13,651
    0
  11. #13642 เฟรม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2552 / 21:39
    หนุกอะครับ เพิ่งมาอ่านอะ หนุกมากเลย
    #13,642
    0
  12. #13625 F @ n G (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2552 / 15:38
    555+

    เจอกันจนได้
    #13,625
    0