The Moon Light วิกฤตหัวใจ ไขปริศนารัก

ตอนที่ 5 : แจ๊คกี้ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,667
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    7 ก.ย. 50

3
แจ็คกี้
 
เหตุการณ์เมื่อวันงานเลี้ยงรุ่นพี่เป็นที่กล่าวขานกันไปทั่วทั้งโรงเรียนตลอดสองวันที่ผ่านมา พวกที่บันทึกภาพการแสดงได้ก็มีความคิดหัวใสรีบไรท์ภาพในงานมินิคอนเสิร์ตใส่แผ่น CD ออกมาขายเกลื่อนกลาด น่าโมโหจริงๆ -_- แน่นอนพวกรุ่นน้องหรือคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มางานในวันนั้นต่างก็สนใจซื้อไปคนละแผ่นสองแผ่น
“มินมินสนใจ ‘ช็อค! ผีสิงคาร์เตอร์’ มั้ย”
นายหมูอ้วนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนหัวก้าวหน้าในเรื่องการค้า (หน้าเลือด) มากที่สุด หมอนี่เดินอุ้ยอ้ายพร้อมกับแผ่น CD ใส่ซองหลายสิบแผ่นในมือแล้วยื่นมาเสนอให้ฉันที่โต๊ะ
“เอามันไปไกลๆ ฉันเลยนะ!” ฉันแหวใส่
“อะไรกัน! เธอไม่อยากดูแฟนเธอถูกผีเข้าหน่อยเหรอ ฮ่าๆ“
ฉันมองหมูอ้วนอย่างโกรธๆ เขาหัวเราะจนเห็นฟันที่ถูกแมงกินจนเกือบพรุนไปทั้งปากแล้วตบบ่าเล็กๆ ของฉันว่า
“เปลี่ยนใจมาคบฉันยังทันนะ ดีกว่าไอ้ฝรั่งผีสิงนั่นอีก อ้อ! อีกอย่างเธอได้ยินที่มันตะโกนมั้ย?”
‘WHERE ARE YOU NANCY MY BABY GIRL!!!?’
 (แนนซี่ที่รักของฉัน เธออยู่ไหน!!?)
ประโยคนี้มันยังคงดังกึกก้องอยู่ในสมองฉัน เฝ้าตามหลอกหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แนนซี่...เธอเป็นใครกัน?
หรือว่าจะเป็นผู้หญิงคนใหม่ของคาร์เตอร์??
เพียงแค่คิดน้ำตาฉันก็พาลจะไหลออกมาซะเดี๋ยวนั้น ฉันคบกับคาร์เตอร์มาสองปี มันเป็นสองปีที่ฉันอุ่นใจเสมอว่าเขามีเพียงแค่ฉัน ถ้าเขามีคนอื่น ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงต่อไป...ฉันจะอยู่ได้มั้ยถ้าไม่มีเขา...
“ถอยไปเลยนะไอ้เวร!! อย่ามาใกล้แฟนฉัน อ้อ! อย่าให้ฉันเห็นว่าแกเอาซีดีเวรๆ นั่นมาขายอีกนะ!!”
เสียงกร้าวของคาร์เตอร์ดังขึ้นพร้อมผลักหมูอ้วนให้กระเด็นออกห่างจากฉันไป หมอนั่นทำหน้าไม่พอใจแต่ก็ยอมเดินหนีไปแต่โดยดี แต่ฉันว่าเรื่องขายภาพ CDงานเมื่อสองคืนก่อน หมูอ้วนไม่ยอมหยุดหรอก -_-
“ไงมึนมึน สองวันแล้วนะที่ดูเหมือนเธอพยายามจะหลบเลี่ยงฉัน”
“ปะ...เปล่านี่”
“เมื่อวานฉันโทรหาเธอเป็นพันครั้งได้แล้วนะ!!”
เขาขึ้นเสียงอย่างโมโห นายโทรหาฉันแค่สามสิบสองครั้งเองนี่ ไม่ถึงพันครั้งสักหน่อย -_- ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เพราะเมื่อวานฉันจงใจเลี่ยงที่จะรับโทรศัพท์จากเขาจริงๆ ฉันกลัว...กลัวว่าเขาพูดถึงผู้หญิงอีกคน
ยัยแนนซี่อะไรนั่น...แล้วเขาจะขอเลิกกับฉัน
ประจวบเหมาะกับที่ซิสเตอร์ที่สอนภาษาอังกฤษเข้ามาพอดี คาร์เตอร์จึงต้องกลับไปนั่งที่ตัวเองอย่างไม่มีทางเลือก เพราะหลังจากวันงานมินิคอนเสิร์ตทำให้เขาไม่สามารถแผลงฤทธิ์เดชอะไรกับอาจารย์ได้อีก เพราะยังถูกคาดโทษจากการแสดงอันป่าเถื่อน ไหนจะเรื่องที่บังอาจไปถ่มน้ำลายใส่อาจารย์อีก
“ตอนเที่ยงมาเจอกันที่ดาดฟ้า อย่าให้ฉันบ้ามากไปกว่านี้นะมินมิน”
เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง
 
พักเที่ยง
ฉันยืนถอนหายใจอยู่หน้าประตูดาดฟ้าอยู่นานสองนาน กว่าจะรวบรวมความกล้าและเปิดประตูนั่นเพื่อเดินเข้าไปหาคาร์เตอร์ที่คงรออยู่บนนั้นได้สักพักแล้ว ก็เขาหายไปตั้งแต่คาบสามยังไม่ทันเรียนจบเลยนี่
ลมที่ดาดฟ้าค่อนข้างแรงเอาการอยู่ ฉันเห็นคาร์เตอร์ยืนอยู่ริมกำแพงลูกกรงในมือมีบุหรี่ที่เพิ่งเริ่มจุดไปไม่นาน เมื่อเขาได้ยินเสียงประตูเปิดออก และพบว่าเป็นฉันที่กำลังเข้ามาเขาก็โยนบุหรี่ทิ้ง
“นายไม่น่าโดดเรียนนะ”
“คิดว่าฉันนั่งอยู่ในนั้นแล้วจะเรียนรู้เรื่องหรือไงฮะ น่าหงุดหงิดชะมัด”
แล้วฉันใช่มั้ยที่ทำให้นายหงุดหงิด =_=
“รีบมาคุยกันให้รู้เรื่องนะ ก่อนที่ฉันจะบ้า”
“คุยเรื่องอะไร งั้นเรื่องของแนนซี่ก่อนเลยดีมั้ย?”
ฉันเปิดประเด็นทันที เพิ่งรู้สึกว่าตัวเองเหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมา ฉันพยายามหายใจเข้าลึกๆ และเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนดวงตาที่เอ่อไปด้วยน้ำใสๆ
“ฟังนะมึนมึน! ฉันบอกเธอแล้วไงว่าตอนนั้นฉันไม่รู้สึกตัวอะไรทั้งนั้น ฉันไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฉันงงแทบตายที่พอตื่นขึ้นมา พวกอาจารย์ก็พากันรุมด่าฉันจนหูแทบจะระเบิด”
“นายจะบอกว่าผีเข้านายหรือไง”
ฉันย้อนถาม คาร์เตอร์ขมวดคิ้วทั้งสองข้าง ก่อนจะกระชากเสียงตอบว่า
“เออ ใช่ ฉันมันผีเข้า!! โธ่...เวรเอ๊ย!! เธอคิดว่าฉันโกหกเธอหรือไงฮะ! คนอย่างฉันเคยโกหกเธอหรือไง ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น นั่นไม่ใช่ฉัน! ยัยแนนซี่เวรอะไรนั่นฉันก็ไม่รู้จัก ฉันไม่ได้นอกใจเธอนะมินมิน!!”
แล้วความเงียบก็เข้ามาปกคลุม คาร์เตอร์คงรู้สึกว่าฉันไม่ได้เชื่อคำที่เขาพร่ำตะโกนบอกสักเท่าไร จึงหันไปเตะลูกกรงสี่ห้าทีเพื่อระบายอารมณ์ ความเงียบดำเนินไปอีกสักพัก ฉันจึงตัดสินใจถามต่อ
“หรือนายเล่นยา” แทบจะในทันที คาร์เตอร์หันมามองหน้าฉันด้วยความโมโห
“คิดว่าฉันใฝ่ต่ำขนาดนั้นหรือไงฮะ เธออยากจะดูผลตรวจสารเสพติดของฉันมั้ยล่ะ!!”
ฉันก้มหน้าเงียบ ฉันรู้ว่าคาร์เตอร์ไม่มีทางใช้สารเสพติดแน่ๆ หลังจากที่เขาปฏิเสธว่าจำเรื่องทั้งหมดไม่ได้พวกอาจารย์ก็เลยบังคับให้เขาไปตรวจร่างกายเพื่อหาสารเสพติด เพราะคิดว่าเขาอาจจะเสพยาลงไปก่อนเล่นคอนเสิร์ต จนเกิดอาการคลั่งแบบนั้น
“นั่นไม่ใช่ฉันแน่ๆ เธอคิดว่าฉันบ้าพอที่จะไปเตะลำโพงใส่หัวเธอหรือไง”
ฉันส่ายหน้า
“แล้วเธอคิดว่าฉันจะเล่นเบสได้โคตรห่วยแบบนั้นด้วยใช่มั้ย”
ฉันส่ายหน้าอีก
“นั่นไม่ใช่ฉัน เธอเชื่อหรือยัง? แล้วเชื่อหรือเปล่าว่าฉันไม่รู้จักยัยแนนซี่นั่น ฉันไม่ได้นอกใจเธอ?”
คาร์เตอร์ถามพลางดึงมือฉันมากุมเอาไว้ ฉันมองหน้าเขาที่กำลังจ้องมองฉันอย่างจริงจัง แววตาของเขาไม่มีประกายของความหวาดวูบไหวหวั่น มีเพียงแต่ความมั่นคงและแน่วแน่เท่านั้น และมันเหมือนเป็นเครื่องย้ำเตือนให้ฉันเชื่อมั่นในตัวเขา
“ฉันเชื่อนาย”
ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมาจากปากเขาก็ดึงฉันเข้ามากอดทันที ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ จากเขาและบ่นอะไรบางอย่างออกมาเบาๆ ว่า
“ฉันโคตรเกลียดเวลาทะเลาะกับเธอเลยจริงๆ ให้ตายสิ”
เขาดึงฉันออกจากอ้อมกอดแล้วเปลี่ยนมายีหัวฉันเล่นเหมือนเดิม -_- เรากลับมาสู่สภาพเดิมแล้วหรือเนี่ย
“แล้วพวกอาจารย์ล่ะ เขาจะทำโทษนายหรือเปล่า?”
“ไม่รู้สิ พวกเขาบอกว่ากำลังตัดสินอยู่ แต่ถ้ามีเรื่องแบบนี้อีกฉันอาจจะต้องถูกพักการเรียน ฉันบอกแล้วว่าฉันจำอะไรไม่ได้ ไอ้ที่แสดงอยู่บนเวทีนั้นต้องไม่ใช่ฉัน มันจะเป็นอะไรก็ตาม อาจจะเป็นผีห่าซาตานวิญญาณอะไรเทือกนั้น ต้องไม่มีทางเป็นฉันแน่นอน ฉันบอกอาจารย์ไปว่า ‘ผมไม่มีวันเล่นเบสห่วยๆ รวมถึงเตะลำโพงใส่แฟนตัวเองหรอก’ พวกเขาก็ได้แต่เงียบ แล้วก็ปล่อยฉันออกมา”
ไอ้ท่าทางแบบนี้คงทำให้อาจารย์หมั่นไส้นายน่าดูเลยนะเนี่ย -_- แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าอาจารย์จะปล่อยคาร์เตอร์โดยไม่ลงโทษอะไรเลย (ทั้งๆ ที่เขาแสดงอาการหยาบคายขนาดนั้น) กฎของโรงเรียนเราน่ะเคร่งครัดจะตาย! สงสัยเป็นเพราะพ่อของเขาคือผู้สนับสนุนหอสมุดใหม่ที่แสนจะไฮโซนั่นแน่ๆ -O-;; ยังไงก็ตามคนที่ก่อเรื่องก็คือตัวนาย (ที่ไม่ใช่นาย =_=)
แต่ผีสิงคาร์เตอร์จริงๆ เหรอเนี่ย O[]O!!
“นายว่า...เป็นผีที่...สิงนายงั้นเหรอ”
“ไม่รู้ -_- บางทีฉันจะลองเข้าโบสถ์ดูสักหน่อยละกัน”
ฉันว่านายเลิกไปตั้งแต่สิบขวบแล้วมั้ง
“มันจะกลับมา...อีกมั้ย”
“คงไม่แล้วมั้ง แต่ขอร้องอย่ากลับมาจะดีกว่า ฉันขี้เกียจทะเลาะกับเธอเรื่องแฟนของไอ้วิญญาณนั่น แนนซี่ใช่มั้ย? ชื่อโคตรเห่ยเลย โหลสุดๆ ไม่เหมือนมึนมึนของเรา หนึ่งเดียวในหล้า -O-“
แล้วเขาก็จัดการยีหัวฉันจนผมฟูเป็นนางกระเพิ้งเหมือนเคย =_= ทำไมนายยังอารมณ์ดีไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ได้นะคาร์เตอร์ เฮ้อ...ถ้าเกิดวิญญาณผีอะไรนั่นเข้าสิงนายอีก นายอาจจะทำตัวก้าวร้าวและหยาบคายแบบนั้นอีกก็ได้ นั่นก็หมายถึงนายต้องถูกพักการเรียนนะ!!
แต่แล้วอยู่ดีๆ ฉันก็นึกถึงอีตาตี๋หล่อพิฆาตมารนั่นขึ้นมา ฉันยังจำประโยคที่หมอนั่นพูดได้
“เธอเชื่อเรื่องผีมั้ย?”
บางทีฉันน่าจะไปหานายตี๋หล่อนี่สักหน่อย เขาอาจจะบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคาร์เตอร์
 
ห้อง 11/B
ฉันมายืนอยู่หน้าห้องเกรด 11/B แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ห้องฉัน -_-;; (ฉันอยู่ห้อง G นู่นล่ะ) นี่เป็นการกระทำที่กล้าหาญที่สุดในประวัติศาสตร์ชีวิตฉันเลยก็ว่าได้ คือหลบคาร์เตอร์เพื่อมาหาผู้ชายคนอื่น ผู้ชายที่ว่าก็คือนายหน้าตี๋หล่อนั่นล่ะ หลังจากที่ฉันขอดูสมุดภาพรายชื่อหนุ่มหล่อประจำโรงเรียนของเอมี่ (เพื่อนร่วมห้องที่แสนดี) ฉันก็พบว่านายตี๋หล่อพิฆาตนั่นอยู่ห้อง B นั่นเอง หมอนี่มีชื่อเล่นน่ารักๆ ว่า ‘แจ็คกี้’ -O-
“หวัดดี”
ฉันเอ่ยทักเด็กผู้ชายห้อง B ที่ยืนอยู่แถวๆ หน้าประตู พวกเขาหันมามองฉันแล้วทำสีหน้าประหลาดอกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ฉันคิดผิดหรือเปล่านะที่มาที่นี่ -_-;;
“เฮ้ย! นี่มันมินมินน้อยห้อง G นี่หว่า -O-”
“ไหนๆๆ มาคนเดียวเหรอ ไอ้ห่วยคาร์เตอร์ไม่ได้ตามเกาะแจใช่มั้ย”
“โหย...หน้าเล็กนิดเดียวเองว่ะ คิกๆ เห็นแล้วอยากแกล้งชะมัด”
ฉันยืนตกเป็นเป้าสายตาให้พวกนี้พูดนั่นพูดนี่อยู่หลายนาที พวกเขาไม่ยอมขยับออกจากหน้าประตูเพื่อให้ฉันเข้าไปหาแจ็คกี้เลย เอาแต่วิพากษ์วิจารณ์หน้าตาของฉันอยู่ได้ T^T ฉันคิดผิดจริงๆ ด้วยที่มาที่นี่คนเดียว อย่างน้อยฉันน่าจะมีเพื่อนมาด้วยสักคนก็ยังดี ผู้ชายพวกนี้ทำสีหน้าหื่นจนฉันขนลุกแล้วเนี่ย
“เฮ้ย!! ถอยๆๆ”
แล้วผู้ชายที่ผิวขาวจัดได้ใจ (เกือบๆ จะเท่ากับคาร์เตอร์เลยนะเนี่ย) กำลังแหวกพวกผู้ชายหื่นๆ นี่ออกจากหน้าประตู แล้วก็เป็นนายตี๋หล่อนั่นจริงๆ ด้วย >_< เขาเห็นฉันแล้วยิ้มออกมา
“โอ้ว...เธอมาหาฉันสินะ”
เขาถาม ฉันเลยรีบพยักหน้าทันทีพลางเหลือบไปเห็นในมืออีตาหล่อตี๋นี่มีกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีตัวอักษรจีนสีดำตัวใหญ่ถูกล้อมกรอบด้วยสีแดงเข้ม -O-;; นี่มันเหมือนกระดาษยันต์ที่เอาไว้แปะผีดิบกองกอยในหนังจีนเลยอะ O_O
“เฮ้ย!! ไอ้หมอผี แกอย่าเสล่อมายุ่งกับมินมินนะเว้ย”
“มินมินน้อย เธอคงไม่อยากยุ่งกับไอ้หมอผีนี่หรอกใช่มะ มาเล่นกับพวกเราดีกว่าน่า”
ฉับพลัน นายหน้าตี๋ที่ถูกเพื่อนๆ เรียกว่า ‘ไอ้หมอผี’ ก็จัดการเอายันต์ที่อยู่ในมือแปะติดไปที่กลางหน้าผากของเด็กผู้ชายที่เพิ่งว่าเขา เสียงต่ำๆ และดวงตาที่แข็งกร้าวของหมอผี เอ้ย...แจ็คกี้ทำให้ทุกคนสยองขวัญ
“แกน่ะมีวิญญาณของหญิงชราวนเวียนอยู่ แกคงเป็นไอ้โง่ ที่กล้าไปแอบกินของเซ่นไหว้ของคนอื่นสินะ”
“ไอ้...หมอผี...กะ...แกอย่าพูดอะไรบ้าๆ นะ”
“ถ้าแกไม่ไปขอขมาล่ะก็...มะรืนนี้แกจะคอหัก!!”
แล้วนายคนนั้นก็ขาอ่อนล้มพับไปกับพื้นทั้งๆ ที่มียันต์แปะอยู่กลางหน้าผากนั่นล่ะ
“เวรเอ๊ย!! งั้นพวกเราต้องรีบไปขอขมาแล้วสิ ฉันบอกแกแล้วว่าอย่าไปแอบกิน พวกเราคอหักแน่เลย T^T”
เสียงพูดนั่นเจือปนไปด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับหน้าซีด บางคนทำหน้าอยากจะร้องไห้ -O-
“ไปกันเถอะ เธอมาเพื่ออยากจะถามอะไรฉันนี่?”
โอ้โฮเฮะ -O- เขารู้ได้ไงกัน นะ...น่ากลัวจัง >_<
“ไม่จำเป็นต้องจับมือก็ได้นี่นา”
ฉันบอกพลางรีบแกะมือที่เขากำลังจูงฉันให้เดินไปด้วยกัน ถ้าคาร์เตอร์มาเห็น ทั้งฉันและเขาเละเป็นโจ๊กแน่
“ฉันคิดว่าจำเป็น ถ้าเธออยากจะถามฉันเรื่องที่เกิดขึ้นกับแฟนเธอมันคืออะไร”
หมอนี่รู้อีกแล้วว่าฉันจะถามเรื่องนี้ เขาไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ ด้วย T_T
“ฉันชอบมือเธอจัง นุ่มดีแฮะ”
โอย ตายแน่ๆ ถ้าคาร์เตอร์มาเห็นตอนนี้ ฮือๆ T^T ถึงฉันจะพยายามแกะมือของนายตี๋นี่เท่าไร เขาก็ยิ่งเกาะกุมมือฉันไว้ราวกับเป็นหมากฝรั่งพันธุ์เหนียวอมตะ คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต่างก็มองมาที่ฉันและเขาพลางซุบซิบอะไรที่ต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
 
ดาดฟ้า
ฉันขึ้นมาบนนี้สองวันติดๆ กันแล้วนะเนี่ย แถมเมื่อกี้มีเสียงกริ่งบอกเลิกเวลาพักกลางวันแล้วด้วย พอคาร์เตอร์ กลับมาที่ห้องเรียนแล้วไม่เจอฉันล่ะก็ โฮก...ไม่อยากจะคิดเลย TT_TT ในจังหวะที่แจ็คกี้เผลอฉันก็รีบแกะมือของเขาออกทันที
“ดูเธอจะเกรงใจแฟนจังนะ ทีเมื่อสองวันก่อนมันยังตะโกนเรียกชื่อผู้หญิงคนอื่นเลย”
“นั่นไม่ใช่เขาหรอก คาร์เตอร์ไม่มีทางนอกใจฉันด้วย -O-“
ฉันรีบพูด หมอนั่นเลยหัวเราะออกมาก่อนจะยื่นหน้ามาใกล้ๆ
“งั้นก็แปลว่าเธอเชื่อแล้วสิว่ามันถูกผีเข้า?“
ฉันทำหน้ามุ่ยเพราะเถียงเขาไม่ได้ -_-^ ก็มันไม่มีเหตุผลอย่างอื่นที่จะให้เชื่อแล้วนี่ นอกเสียจากคาร์เตอร์จะถูกผีเข้าจริงๆ นายหน้าตี๋ทำหน้าพึงพอใจเมื่อฉันไม่ได้เถียงอะไรออกไปอีก มันก็เหมือนเป็นการยอมรับแบบกลายๆ ว่าฉันยอมเชื่อเขาแล้ว
“เอาล่ะ เธอชื่ออะไร ทีนี้จะเลิกเล่นตัวแล้วบอกฉันได้รึยัง”
“มินมิน”
“พ่อเธอบ้าหนังจีนน่าดูแฮะ ฮ่าๆ”
เป็นอีกครั้งที่ฉันได้แต่ทำหน้ามุ่ยเพราะไม่อาจพูดเถียงอะไรแจ็คกี้ได้ T3T ใช่แล้วล่ะ พ่อฉันน่ะบ้าหนังจีนมาก ท่านทั้งชอบดูและชอบอ่านพวกหนังและนิยายกำลังภายใน อย่างชื่อ ‘มินมิน’ ของฉันก็มาจากหนังเรื่องดาบมังหยก T^T
“ฉันชื่อแจ็คกี้” ว่าแล้วเขาก็ยื่นมือออกมาข้างหน้า แบบพวกฝรั่งที่จะทำเช็คแฮนด์ตอนรู้จักกันครั้งแรก
“ไม่ต้องละ เมื่อกี้เราก็จับมือกันมามากพอแล้ว -O-“
“ฮ่าๆ เธอตลกจริงๆ นะ”
แล้วแจ็คกี้ก็หัวเราะออกมาราวกับมันเป็นตลกโปกฮาซะเหลือเกิน =_=;; เขาเอามือที่ยื่นมาเช็คแฮนด์กับฉันเมื่อกี้เลื่อนขึ้นมาผลักหัวฉันเบาๆ แทน ทำไมใครๆ ถึงชอบยุ่งกับหัวฉันเนี่ย TOT
“เธออยากถามอะไรล่ะ ว่ามาสิ”
“สรุปคาร์เตอร์ถูกผีเข้าจริงๆ เหรอ T_T”
แจ็คกี้ตีหน้านิ่ง ต่างกับฉันที่กำลังรอให้เขาอ้าปากแล้วพูดอะไรสักคำอย่างใจจดใจจ่อ
“ใช่ หมอนั่นถูกผีเข้า เรียกให้ดีหน่อยก็คือถูกวิญญาณเข้าสิง”
“แน่เหรอ...แล้วนายรู้ได้ไง T^T”
“เพราะฉันเห็นน่ะสิ อย่างรอบๆ ตัวเรานี่ก็เต็มไปด้วยวิญญาณ”
ฉันขยับเข้าไปใกล้แจ็คกี้โดยอัตโนมัติ ฉันยอมรับเลยว่าตัวเองเป็นโรคกลัวไอ้สิ่งลี้ลับพวกนี้เข้าขั้นปอดแหก T_T เสียงหัวเราะของแจ็คกี้ยิ่งทำให้ฉันปวดประสาทเข้าไปอีก ฉันไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย
“เธอกลัวเหรอ ฮ่าๆ”
ฉันต่างหากที่ควรจะถามนายว่าไม่กลัวหรือไง =_= เอ๊ะ...หรือว่าเขาโกหกฉันเล่น -O-
“ฉันจะเชื่อได้ไง...ว่านายไม่ได้พูดโกหก...วะ...ว่านายเห็นอะไรพวกนั้น”
แจ็คกี้ยิ้ม (น่ารัก) ออกมา ก่อนจะพูดว่า
“แล้วแต่เธอจะเชื่อนะ บ้านฉันเป็นสำนักทรงจีนที่สืบเชื้อสายมาแล้วสิบแปดรุ่น”
สิบแปดรุ่น -O-...โอ้ว
“เราทุกคนในตระกูลมีเซ้นส์ทางด้านวิญญาณทั้งนั้นล่ะ”
มิน่าล่ะ!! เพื่อนๆ ในห้องถึงเรียกเขาว่าหมอผี ฉันรีบถามเขาต่อทันที
“ถ้างั้นนายรู้มั้ยว่า ผี...เอ่อ วิญญาณที่มาสิงคาร์เตอร์เขาต้องการอะไร...แล้วจะกลับมาสิงคาร์เตอร์อีกหรือเปล่า??”
“มาสิ จนกว่าหมอนั่นจะบรรลุจุดประสงค์ในการกลับมาของตัวเอง”
ตายแล้ว =[]=!! แบบนี้วิญญาณนั่นก็จะกลับมาสิงคาร์เตอร์อีกน่ะสิ ฉันรีบถามต่ออย่างร้อนรน
“แล้วทำยังไงวิญญาณนั่นถึงจะไปจากคาร์เตอร์ล่ะ”
“ฉันบอกแล้วไงว่า จนกว่าวิญญาณนั่นจะบรรลุจุดประสงค์ที่ตัวเองต้องการ”
จุดประสงค์เวรอะไรกันล่ะ!! ครองโลกหรือไง!!
“ดูเธอเป็นห่วงไอ้หมอนั่นจริงนะ”
“แน่สิ เขาเป็นแฟนฉันนี่นา”
ฉันเม้มปากพลางใช้ความคิดเป็นการใหญ่ นี่มันไม่เหมือนปัญหาในหนังสือเรียนนี่นา T^T
“แล้วทำไมวิญญาณนั่นถึงต้องมาสิงคาร์เตอร์ด้วยล่ะ คนบนโลกมีตั้งเป็นล้านเป็นแสน ทำไมต้องเป็นเขา”
“ฉันยังฟันธงตอบไม่ได้หรอกนะ ว่าทำไมต้องเป็นแฟนเธอ ฉันจะให้คำตอบได้ชัดๆ ก็ต่อเมื่อได้เจอหมอนั่นแล้วก็พูดคุยกับวิญญาณนั่นก่อน ถ้าไอ้คาร์เตอร์นั่นสามารถทำให้ความปรารถนาของวิญญาณนั่นสำเร็จ ทุกอย่างก็จบ”
แจ็คกี้บอกพลางเอียงคอมองหน้าฉันด้วยสีหน้าประหลาดๆ แต่ฉันไม่ได้สนใจอะไรเขามาก เพราะฉันกำลังปวดหัวเรื่องวิญญาณที่มาสิงคาร์เตอร์อยู่นี่ล่ะ
“นายต้องช่วยฉัน...เอ่อ ช่วยคาร์เตอร์ด้วยนะแจ็คกี้ T^T”
“ถ้าช่วยเธอน่ะอาจจะพอคุยกันได้ แต่ต้องช่วยไอ้คาร์เตอร์นั่นล่ะก็...ไม่ล่ะ”
ฉันทำสีหน้ายุ่งทันที ท่าทางเขาเป็นพวกไม่แพ้ลูกตื้อของใครด้วย T_T ถ้าแจ็คกี้ไม่ช่วย แล้วใครจะช่วยได้ล่ะ
“แต่ถ้าเธออยากให้ฉันช่วยหมอนั่น...ก็ได้...แต่เธอต้องทำตามที่ฉันบอกอย่างหนึ่ง ตอนนี้เลยด้วย”
“นายจะให้ฉัน ทะ...ทำอะไรล่ะ?”
“จูบฉันสิ ถ้าเธออยากให้ฉันช่วยมัน”
 
 
 
 
 
  
  
 
คุยกานคุยกานนน >O<!!
โฮ่ๆๆ ในที่สุดโมก็มีโอกาสมาเสนอหน้าในนี้จนได้ อ่ะโฮะ อ่ะโฮะ >O<!! ฮุ่ว์ ไม่รู้จะคุยอะไรเพราะปกติโมไม่ค่อยคุยกับนักอ่านเลย นอกจากบังคับให้เม้นต์ แฮะๆ ^^; แต่คราวนี้มาแต่งกับเมไม่กล้าบังคับแล้ว T^T เอาเป็นว่าขอร้องดีกว่าเน้อ *O* อ่านแล้วคอมเม้นต์ ติ-ชมนิยายด้วยเด้อ
และก็...ธีม โมเปลี่ยนใหม่ให้แล้วน้า ทำไมมีแต่คนบอกว่าน่ากลัว -..- โมว่าเท่ดีออก (ฉันเป็นคนประเภทไหนเนี่ย ฮ่าๆๆ )
โอเค มาทักทายแค่นี้ล่ะ ไม่รู้จะคุยไรจริงๆ แบบว่าเขิน ฮ้าฮ้า~///
บายบายค่า
Mimoza & May112
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,641 ความคิดเห็น

  1. #2626 ta-kom.sj (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2555 / 21:26
     แจ็คกี้~
    #2,626
    0
  2. #2607 music (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2554 / 13:40
    หมดแล้ว หนังสือหมดแล้ว T^T
    #2,607
    0
  3. #2600 dark fairy tale (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2553 / 16:59
    ตกลงจะช่วยจริงรึเปล่าเนี่ยแจ็คกี้
    ต้องไปซื้ออ่านแล้ว ยังมีอยู่รึปล่าวนะ
    #2,600
    0
  4. #2583 ปอปัดจ้า. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2553 / 16:14
    แจ็คกี้แสบอิ๊บอ๋ายเลยอ่ะ 55+ >_<



    อยากอ่านทั้งเล่มเลยอ่า แต่หนังสือหมดแย้ววว ว ว ~



    ~ ฉันรู้ดีว่ามันสายเกินไปปป ป ป ~ ( เศร้า v.v;; )



    เอาล่ะ ยังไงๆ ก็สู้ๆ เน้อค่าเน้อ พี่โมพี่เม อิๆ ^.^



    จะคอยติดตามผลงานจนโลกแตกเลยค่า เอิ๊กๆ ว๊ายวาย \ =w= /









    #2,583
    0
  5. #2568 ซินญอร่า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2552 / 10:35
    อย่าจูบนะมินมิน >O<
    #2,568
    0
  6. #2533 คนรักนิยาย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 เมษายน 2552 / 12:01
    ก็หนุกดี
    #2,533
    0
  7. #2513 pinkpenther (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2552 / 20:06
    หนุกมายเลยย
    #2,513
    0