The Moon Light วิกฤตหัวใจ ไขปริศนารัก

ตอนที่ 3 : คาร์เตอร์&มินมิน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,402
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    1 ก.ย. 50

1

คาร์เตอร์&มินมิน

 

คาร์เตอร์ช่วยมาเป็นนายแบบให้กับโครงการรณรงค์นักเรียนแต่งกายถูกระเบียบหน่อยได้มั้ยจ๊ะ

หัวหน้าห้องที่จัดว่าสวยสะบัดช่อ เดินเข้ามาหาฉันและคาร์เตอร์ อันที่จริงเธอคงไม่อยากจะเฉียดมาหาฉันเท่าไรหรอก -_- ถ้าไม่ใช่เพราะคาร์เตอร์ย้ายเก้าอี้ตัวเองมานั่งก่อกวนอยู่ข้างๆ ฉันเนี่ย =_=

ไม่ล่ะ ฉันขี้เกียจ

เขาตอบพลางใช้นิ้วตัวเองม้วนผมของฉันเล่น มันสนุกหรือไงที่ทำให้ผมฉันยุ่งเนี่ย -_-^

โธ่ ขอร้องล่ะ ใครๆ ก็อยากให้เธอไปเป็นนายแบบ

ใช่สิ คาร์เตอร์เป็นลูกครึ่งหน้าตาดีในอันดับต้นๆ ของโรงเรียน ถ้าได้หน้าเขาไปติดในใบประกาศรณรงค์คงทำให้สาวๆ กว่าครึ่งโรงเรียนมีความสุขที่จะได้เห็นหน้าเขาไปทั่วทุกหนทุกแห่ง

ไอ้วินเซนต์ไง มันก็ใช้ได้นี่คาร์เตอร์เสนอเพื่อนสนิทตัวเองให้ไปตกบ่วงกรรมแทน -_-;;

เขาเป็นแบบให้โครงการเล่นดนตรีต่อต้านยาเสพติดแล้ว

เธอรีบบอก ดูเหมือนเธอกำลังพยายามทำโครงการสะสมผู้ชายไปถ่ายแบบเลยนะคุณหัวหน้าห้อง -O-;; แต่จะว่าไปรูปที่วินเซนต์ไปเป็นแบบในโครงการนั้นก็โคตรจะตลกเป็นบ้า ใบหน้าของเขาเหยเกจนดูไม่ออกว่านั่นคือรอยยิ้ม วินเซนต์เล่าว่าเขาต้องเจอกับบรรดาผู้หญิงประหลาดๆ นับสิบที่รุมล้อมและพยายามจะจับใบหน้าเขาให้ได้ ไหนจะรุ่นพี่กะเทยพันธุ์ถึกที่ไล่ต้อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีก ฮ่าๆๆ

ไม่เอา ไม่เป็น

คาร์เตอร์พูดโดยไม่มองหน้าเธอแม้แต่นิด ฉันเหลือบสังเกตสีหน้าของหัวหน้าห้องที่ดูจะไม่พอใจเอามากๆ แถมเธอยังเหลือบมามองฉันด้วยสายตาอำมหิตอีกต่างหาก -O-;; คาร์เตอร์ไม่ไปเป็นนายแบบให้ ไม่ใช่ความผิดของฉันนี่นา

นี่มึนมึนช่วยพูดกับแฟนเธอให้หน่อยสิ

แล้วยัยหัวหน้าก็หันมาประจบเรียกฉันซะเสียงอ่อนเสียงหวาน เมื่อกี้เธอทำท่าเหมือนจะฆ่าฉันอยู่นี่นา

เมื่อกี้เธอเรียกแฟนฉันว่าไงนะ

แต่คาร์เตอร์ก็ถามเสียงเย็นขึ้นมาก่อน ฉันหยุดดูดอมยิ้มไปแว๊บนึงเพื่อสะกิดคาร์เตอร์ไม่ให้เขาโกรธกับเรื่องเล็กๆ แค่นี้

กะ...ก็ มึนมึนไง ฮ่าๆ น่ารักดีออก นายก็ชอบเรียกแบบนนี้นี่

ยัยหัวหน้าห้องหัวเราะออกมาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ -_- เธอจะโดนฆ่าอยู่แล้วนะ

เธอเป็นแฟนยัยนี่หรือไง

หะ...หา

ฉันถามว่าเธอเป็นแฟนยัยนี่หรือไง ถึงได้มีสิทธิ์มาเรียกยัยนี่แบบนี้

ปะ...เปล่า

ดี!! งั้นจำไว้ด้วยว่ามีฉันคนเดียวที่เรียกมินมินแบบนั้นได้ อย่าให้ฉันได้ยินว่าเธอเรียกแฟนฉันแบบนั้นอีก ไม่งั้นเธอจะไม่เหลือฟันไว้เคี้ยวข้าวอีก โอเค้?

อะ...โอเค

แล้วหัวหน้าก็รีบเดินไปด้วยสีหน้าหวาดหวั่น ฉันหันไปมองคาร์เตอร์พลางถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย เพราะหมอนี่ทำตัวแบบนี้ล่ะ ผู้หญิงในห้องเลยพาลพากันเกลียดฉันไปหมด

อย่าทำแบบนี้อีกนะคาร์เตอร์

ฉันไม่ชอบนี่ มึนมึน ฉันเรียกได้คนเดียว

ทำยังกับว่า มึนมึน มันน่ารักตายล่ะ นายถึงต้องสงวนไว้เรียกคนเดียวน่ะ ฟังแล้วมันโคตรทุเรศเลยจริงๆ ดูเหมือนฉันเป็นเด็กสติไม่ดีอะไรทำนองนั้นเลยอะ T_T

นายกลับไปนั่งที่ดีกว่า เดี๋ยวอาจารย์ก็มาแล้ว

คาร์เตอร์ไม่ขยับนอกเสียจากนั่งมองหน้าฉันแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม -_-;; ฉันพยายามไม่สนใจแล้วเอาสมาธิไปทุ่มกับหนังสือเรียนที่น่าจะมีประโยชน์กับฉันในชั่วโมงถัดไปนี้ คนสอนก็ค่อนข้างจะผีเข้าผีออกอยู่ด้วย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวข้ามเดี๋ยวเรียกชื่อ ทำให้นักเรียนในห้องรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ อย่างน่าเวทนา

เย็นนี้แวะไปบ้านฉันด้วยนะ แม่อยากเจอเธออีก

อีกแล้วหรอ ฉันอยากบอกนายจัง ว่าแม่นายทำอาหารไทยได้ห่วยแตกมาก เธอเห็นฉันเป็นหนูทดลองมากกว่าเห็นฉันเป็นแฟนลูกชายตัวเองเสียอีก =_= มินมินน้อยช่างอาภัพนัก

ได้สิ แต่นายเลิกจ้องหน้าฉันแล้วก็ไปนั่งที่ตัวเองได้แล้ว >_<”

คาร์เตอร์หัวเราะก่อนจะใช้มือหยิกแก้มฉันทั้งสองข้าง ไม่วายที่จะขยี้หัวฉันให้ฟูเป็นดงอีแร้งก่อนกลับไปนั่งที่ตัวเอง เสียงเพื่อนผู้ชายในห้องพากันหัวเราะ แล้วซุบซิบอะไรกันสักอย่าง น่าอายชะมัดเลย T^T

เสียดายว่ะ ผู้หญิงอะไรก็ไม่รู้น่ารักน่าแกล้งฉิบหาย

เมื่อก่อนใครจะไปคิดวะว่าถอดแว่นออกแล้วจะโคตรน่ารักขนาดนี้

กว่าจะรู้ตัวอีกที ไอ้คาร์เตอร์ก็คาบไปกินแล้วไง แช่งให้แม่งเลิกกันทุกวันอยู่เนี่ย เซ็งแสดด

 

ตกเย็น

ฉันแวะไปบ้านคาร์เตอร์หลังเขาซ้อมดนตรีเสร็จ ฉันยอมเป็นหนูทดลองชิมอาหารพิสดารของคุณนายลอร่า (แม่ของคาร์เตอร์) อีกด้วย โชคดีที่ฉันแอบผสมน้ำลงไปในชามต้มจืดของตัวเองได้สำเร็จ ฟู่!! >_< ฉันเลยได้รับรสความเค็มที่เจือจางในปริมาณที่ไตพอรับได้ ส่วนคาร์เตอร์ก็จำใจซดน้ำทะเลฝีมือแม่อย่างอเนจอนาถใจ

หลังจากที่กินต้มจืดแสนวิเศษนั่นเรียบร้อยแล้ว (วิเศษตรงที่มันไม่จืด -_-) ฉันก็ช่วยแม่ของคาร์เตอร์เก็บจานไปล้าง แม่ของเขาไม่เคยให้ฉันล้างจานเลย -_- คาร์เตอร์บอกว่าแม่ของเขากลัวฉันล้างจานไม่สะอาดเลยไม่ให้ฉันทำ T_T อะไรฟะ ทำเหมือนฉันเป็นคนไม่ได้เรื่องเลย

“คาร์เตอร์มีพัสดุถึงลูกแน่ะ แม่โยนมันเข้าไปในห้องนอนของลูกแล้ว อ้อ...ช่วยทำห้องให้มันดีกว่านี้ด้วย”

คุณนายลอร่าบอกขณะที่กำลังตีน้ำยาล้างจานให้เป็นฟอง

“ฮะ” คาร์เตอร์ตอบรับเสียงยานๆ ด้วยใบหน้าเบื่อๆ

ฉันและเขาเดินขึ้นบันไดไปยังห้อง(ซุกหัว)นอนของคาร์เตอร์ ห้องของเขาไม่เป็นระเบียบอีกเช่นเดิม สามารถใช้คำว่าทุเรศและเละเทะประกอบเสริมได้เลย จำได้ว่าสองวันที่แล้วฉันเพิ่งจะแวะมาเก็บกวาดไปเองนะ -_- ไหงกลับกลายมาเป็นที่เก็บขยะอีกล่ะเนี่ย เศษห่อขนม เปลือกลูกอม ขวดสปาย โอ้วว ตายๆๆ T^T

“ไม่ต้อง...”

คาร์เตอร์ห้ามเมื่อฉันกำลังจะเริ่มเก็บกวาดอีกครั้ง

“พรุ่งนี้ไอ้วินเซนต์จะมา เก็บไปก็เท่านั้นล่ะ เธอไปนั่งบนเตียงก่อนไป”

เขาบอกเมื่อเห็นว่ามีที่ว่างที่สะอาดที่สุดในห้องนี้คือเตียงของตัวเองเท่านั้นล่ะ

เตียงนายก็มีแต่เสื้อผ้า บ็อกเซอร์ -_-“

คาร์เตอร์ย่นคิ้วก่อนจะเลิกเอาเท้าเขี่ยๆ ขยะไปริมผนังห้องแล้วหันมาหยิบกางเกงยีนต์ บ็อกเซอร์โยนใส่ตะกร้าผ้า เขาโยนกระป๋องเบียร์เปล่าๆ ลงไปในถังขยะเล็กๆ ที่มุมห้อง ก่อนจะนั่งลงบนเตียง ส่วนฉันเลือกไปนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะคอมแทน ฉันจัดเก็บแผ่นซีดี แผ่นเกมส์ที่วางระเกะระกะให้เข้าที่ส่วนคาร์เตอร์กำลังแกะกล่องพัสดุด้วยท่าทางสนอกสนใจเต็มที่

“นั่นอะไรน่ะ”

ฉันถามพลางจ้องดูของในมือของคาร์เตอร์

“ไฟแช็คไง สวยมั้ย? คาร์เตอร์ถาม ความตื่นเต้นเจือปนในน้ำเสียงของเขาเล็กน้อย

ดูเหมือนของเก่าเลย -_-^”

เดี๋ยวเจ้าของเขาก็ตามมาทวงคืนหรอก เหอๆ

“แน่สิ! นี่เป็นไฟแช็คของพวกพังค์ร็อกยุค1977…เยี่ยมไปเลยโรเบิร์ต ฉันอยากกอดเขาแรงๆ จัง”

คาร์เตอร์พูดถึงลูกพี่ลูกน้องของเขาที่อยู่อังกฤษ ฉันเคยเจอหมอนั่นครั้งหนึ่งเมื่อตอนเขาหยุดซัมเมอร์แล้วมาเที่ยวที่ไทย -_- อะฮ้า...ฉันเฝ้าภาวนาว่าอย่าให้สองคนนี้โคจรมาพบเจอกันอีกเลย นรกชัดๆ สาธุ~

“แล้วนายจะเอาไฟแช็คไปทำอะไรล่ะคาร์เตอร์?”

ฉันถาม และเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองถามอะไรโง่ๆ

“ก็ใช้จุดไฟน่ะสิมึนมึน โห...ถามอะไรโง่ๆ แฮะ”

ฉันรู้น่า ไม่ต้องมาย้ำว่าโง่ V-V คาร์เตอร์ลองจุดไฟแช็คก่อนจะยื่นมันเข้ามาใกล้ๆ ฉันพยายามถอยห่างจากไฟทันทีเพราะกลัวว่ามันจะไหม้หัวฉัน

“แล้วนายจะเอาไปจุดอะไรล่ะ”

บุหรี่ไง...โอ้ยยย เวร! ถามบ้าอะไรของเธอเนี่ย

ฉันส่งสายตาคมกริบไปทันที โอเค!! ฉันพอจะเข้าใจอยู่ว่าผู้ชายมันก็ต้องมีเรื่องแบบนี้กันบ้าง กินเหล้า สูบบุหรี่ หรือเที่ยวกลางคืน แต่ข้อตกลงที่เราคุยกัน คือนายขอแค่ดื่มเบียร์ เหล้า และเที่ยวบ้าง ไม่เห็นนายบอกฉันสักคำว่านายก็อัดบุหรี่ด้วย แค่นายเป็นคนดื่มเก่งก็แย่พอแล้วนะ!!

เขาดับไฟแช็คนั่นและเก็บมันไว้ในกระเป๋าก่อนจะหันมายิ้มแหยๆ ให้ฉัน

“ไม่ตลกเลยนะ นายไม่เคยบอกฉันว่านายสูบบุหรี่!

ฉันขึ้นเสียงอย่างโมโห แต่คาร์เตอร์ก็ยังยิ้มอยู่ เขาเอนลงไปบนเตียงและเอาไฟแช็คออกมาเล่นอีกครั้ง

“โอเค ฉันบอกก็ได้...ฉันสูบบุหรี่อ่ะมึนมึน”

“แต่นั่นมันไม่ได้อยู่ในข้อตกลง

ก็เพิ่มเข้าไปสิ ไม่เห็นยาก

ฉันมองหน้าเขาโดยไม่ได้พูดอะไร เวลาฉันโกรธจริง นายจะรู้ว่าตัวเองต้องเดือดร้อนแค่ไหน

ก็ได้ งั้นตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปฉันจะไปนัดบอดกับเพื่อนมั่ง

มึนมึนของเราไม่ค่อยมีเพื่อนหรอก -O-“

ฉึก!! มีมีดร้ายที่แทงข้างหลังแล้วมันทะลุไปถึงหัวใจฉัน T_T ก็เพราะนายนั่นล่ะ ไอ้คนบ้า

ไม่รู้ล่ะ ฉันจะทำตามใจตัวเองบ้าง นายอยากทำอะไรก็ไป

คาร์เตอร์หยุดสนใจไฟแช็คเวรๆ นั่นแล้วหันมามองฉันด้วยสายตาจริงจัง

ให้ตายเหอะ! เธอก็รู้ว่าฉันเกลียดการทะเลาะกับเธอแค่ไหน

ถ้าไม่อยากทะเลาะกันแล้วทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะ

แค่เรื่องสูบบุหรี่เองนะ เธอไม่รู้สึกเหรอ ว่าข้อตกลงที่เธอห้ามนู่น ห้ามนี่มันบีบฉันจนแน่นเกินไป

ฉันอึ้งทันทีเมื่อได้ยินประโยคนี้ แปลว่าสิ่งที่ฉันทำลงไปมันคงทำให้เขาอึดอัดสินะ เขาน่าจะมีอิสระ อยากทำอะไรก็ได้ตามใจชอบต่างหาก ฉันค่อยๆ เปิดปากพูดด้วยเสียงอันเบาช้าๆ รู้สึกดวงตารื้นไปด้วยน้ำใสๆ จนแทบมองอะไรไม่เห็น

นั่นสินะ ฉัน...ไม่รู้เลย...ว่ามันทำให้นายอึดอัด เพราะความเป็นห่วงงี่เง่าของฉันแท้ๆ...

เฮ้อ...

คาร์เตอร์ นายเคยคิดหรือเปล่าว่าบางทีฉันอาจจะไม่เหมาะกับนายก็ได้ ฉันที่คอยแต่เป็นห่วงนายอย่างนี้ คงสร้างความรำคาญให้นายมากเลยสินะ ไหนจะข้อตกลงงี่เง่าพวกนั้นที่ฉันบังคับให้นายรับปากอีก...มันคงเป็นการบีบบังคับนายมากจนเกินสินะ

แล้วน้ำตาก็ร่วงลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ คาร์เตอร์ดึงฉัน หรืออันที่จริงจะบอกว่ากระชากฉันจากเก้าอี้หน้าคอมให้เข้าไปหาเขา

จะพูดอะไร จะพูดว่าเลิกกันเหรอฮะ!!”

ฮึกๆ ฮือๆ T_T”

มันอะไรนักหนานะมินมิน มันอะไรนักหนาเนี่ย!!”

ฮือๆ

เสียงว่าดังๆ ของเขาทำให้ฉันยิ่งร้องไห้หนักเข้าไปอีก คาร์เตอร์ถอนหายใจเสียงดังก่อนจะฉุดฉันให้นั่งลงไปบนตักเขา จากนั้นก็จัดการเช็ดน้ำตาให้ฉันที่กำลังงอแงเหมือนเด็กๆ

เอาล่ะ ค่อยๆ คุยกัน เรื่องบุหรี่ใช่มั้ย? โอเค ฉันขอโทษ แต่ฉันยังไม่รับปากว่าจะเลิกมันได้มั้ย บางทีเครียดๆ มันก็จำเป็นนะ เขาว่าในขณะที่กำลังใช้นิ้วเช็ดน้ำตาให้ฉันอยู่ สำหรับคนอย่างคาร์เตอร์แล้ว อะไรที่เขารับปากไว้แล้ว นั่นหมายความว่าเขาจะทำอย่างที่พูดให้ได้ทุกอย่าง

แต่ฉันสัญญาว่าจะสูบให้น้อยลง โอเคนะ เคลียร์มั้ย?

เขาถามและรอให้ฉันพยักหน้าตอบอย่างใจเย็น

อืม

ดี...เอาล่ะ ต่อไปนี้อย่าพูดแบบนั้นอีก ถึงฉันจะบอกเธอเป็นรอบที่ล้านครั้งแล้วก็เหอะ ว่าอย่าพูดประโยคจำพวกฉันไม่เหมาะกับเธอ เธอไม่เหมาะกับฉัน ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มันออกทำนองว่าเราจะต้องเลิกกัน หรือไอ้พวกคำพูดว่าเราห่างกันสักพักเถอะอะไรนั่นล่ะ อย่ามาพูดให้ฉันฟังอีกนะมินมิน

... ฉันก้มหน้านิ่ง รู้สึกกลัวนิดๆ เมื่อจับน้ำเสียงฉุนๆ ของคาร์เตอร์ได้ เขาใช้นิ้วเชยคางฉันขึ้นมาแล้วพูดต่อว่า

ฉันมองไม่ออกเลยว่าจะมีใครที่ฉันจะทุ่มเทให้ได้เท่าเธออีก เพราะฉะนั้น...ฉันกับเธอ เราจะไม่มีวันเลิกกันเด็ดขาด ต่อให้เธอจะอยากไปจากฉันแค่ไหนก็ตาม เข้าใจมั้ย?

ฉันพยักหน้าช้าๆ คาร์เตอร์ยิ้มออกมาก่อนจะเลื่อนหน้าเขามาหอมแก้มพร้อมกับพรมจูบซับน้ำตาให้ฉันช้าๆ

ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วงฉัน ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันทำอะไรที่เธอคิดว่ามันไม่ดี เธอบอกมาเลย ถ้าทำได้ ฉันจะทำ แต่อะไรที่ทำไม่ได้ ฉันจะขอให้มันลดแบบซอล์ฟลงช้าๆ หรือไม่ก็จะหาเหตุผลดีๆ มาบอกเธอว่าทำไมฉันถึงทำไม่ได้ ตกลงมั้ย?

จบประโยคนี้ น้ำตาฉันก็หยุดไหลเรียบร้อยแล้ว ฉันพยักหน้าตอบตกลงอีกครั้ง และนั่นทำให้คาร์เตอร์มีสีหน้าพอใจขึ้นมาทันที ในที่สุดบรรยากาศมาคุๆ ก็หมดไป >_< เมื่อคาร์เตอร์กอดฉันพร้อมกับร้องเพลงที่มีแต่คำว่า เลิฟมึนมึนทั้งเพลงเลย >O<//

ฉันรักเธอนะมึนมึน รักเธอที่สุดเลยจริงๆ

 

19.00 น.

พอทุ่มหนึ่งฉันก็ขอตัวกลับบ้าน หลังจากร่ำลาคุณนายลอร่าแล้วฉันกับคาร์เตอร์ก็รีบกระโดดขึ้นรถและบึ่งไปที่ห้างทันที ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก เพราะพวกเราหิวกันมากนั่นเอง ฉันทนซดต้มจืดนั่นได้ไม่กี่คำเอง (ถึงจะเอาน้ำละลายไปแล้วก็เถอะ =O=) บรรยากาศหลังทะเลาะกันคือคาร์เตอร์กลับมาแกล้งฉันเหมือนเดิม -_-;;

“ฉันต้องซื้อขนมตุนไว้เยอะๆ ถ้าแม่ยังพยายามที่จะทำอาหารไทยอย่างนี้”

คาร์เตอร์บ่น ตอนนี้เราอยู่ในซุปเปอร์มาร์เกตเรียบร้อยแล้ว

“นายขับรถออกมากินข้างนอกก็ได้นี่”

ฉันเข็นรถเข็นตามเขาไปติดๆ คาร์เตอร์ใช้ฉันเข็นรถอีกแล้ว -_-

“ขี้เกียจ...แต่ว่าทำไมแม่ชอบทำอาหารไทยเฉพาะตอนที่เธอไปบ้านเท่านั้นนะ”

คาร์เตอร์เริ่มบ่นถึงเรื่องอาหารแย่ๆ ของแม่ (ทำไมนายไม่ไปบ่นต่อหน้าแม่นายล่ะ) เขาบ่นเรื่องวินเซนต์กินจุเลยทำให้เขาต้องมาขนขนมไปทีละเยอะๆ แบบนี้ (เมื่อกี้ล่ะบอกซื้อไปตุน) เรื่องที่วินเซนต์ชอบทำห้องนอนที่สะอาดเรียบร้อยของเขาเละ (ห้องนอนนายรู้จักคำว่าสะอาดตั้งแต่เมื่อไหร่กัน) และเรื่องที่อากาศร้อนเพราะฉันเข็นรถช้าเกินไป (มันเกี่ยวกันจริงๆ เลยนะ =O=)

สุดท้ายเราก็มาซื้อเครื่องดื่มกัน ที่ตรงนั้นมีผู้ชายหน้าตี๋ๆ ใส่ชุดนักเรียนของเซ้นต์ลีโอนาร์ดยืนอยู่แล้ว ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมองเขาหรอกนะ แต่ชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกันฉันเลยแอบมองหน้าเขานิดๆ เผื่อเป็นคนรู้จัก คาร์เตอร์ไม่ชอบให้ฉันมองผู้ชายอื่น แต่ตอนนี้เขากำลังวุ่นวายกับการขนเครื่องดื่มลงไปในรถเข็นฉันเลยแวบไปมองนายหน้าตี๋นั่นได้

อ่ะ...กรรมเลย =O=; นายหน้าตี๋คนนั้นก็กำลังมองเราอยู่เช่นกัน ฉันไม่รู้จักเขาเลยไม่ทักทายและหันกลับมาที่เดิม

แต่...ฉันรู้สึกว่านายคนนั้นยังจ้องมาทางเราอยู่จึงหันไปหาเขาอีกครั้ง สายตาของเขาไม่ได้จ้องมาที่ฉันแต่เป็นคาร์เตอร์ต่างหาก อ๋า...อย่าบอกนะว่านายคนนั้นเป็นโฮโมฯน่ะ +O+ โลกนี้สูญเสียทรัพยากรคนหล่อไปอีกแล้วหนึ่งคน น่าเศร้าจริงๆ T_T โอ๊ะ...ชะอุ๋ย O_O หมอนั่นหันกลับมามองฉันแล้วก็โบกมือพร้อมกับส่งยิ้มแบบตี๋พิฆาตใจมาให้ด้วย >_<

มันอดไม่ได้จริงๆ ที่ฉันจะมองเขาแล้วส่งยิ้มกลับ

“มองอะไรน่ะมึนมึน?”

ฉันสะดุ้งโหยงและรีบหันกลับทันที

“เปล่า”

“เธอมองไอ้นั่นเหรอ -_-^

“เปล่านะ ฉันแค่เห็นว่าเขาเป็นเด็กโรงเรียนเดียวกันเลยมองดู เผื่อรู้จัก -_-;;

คาร์เตอร์มีท่าทีโมโห เขาใช้สายตาพิฆาตมองไปที่นายหน้าตี๋คนนั้นก่อนจะลากฉันกับรถเข็นออกไปจากที่นั่น

“มากับแฟนแท้ๆ เธอยังกล้ามองคนอื่นเหรอ เธอยังรู้จักฉันน้อยไปมั้ง”

ไม่ -O-; ฉันรู้จักนายดีพอ จริงๆ นะ

“โธ่ ฉันบอกไปแล้วไงว่าฉันแค่มองแวบๆ เผื่อรู้จัก”

“เธอแอบไปรู้จักผู้ชายคนอื่นตอนไหนล่ะ?”

คาร์เตอร์ถามเสียงหงุดหงิด ฉันไม่เคยคุยกับผู้ชายคนอื่นเลยนอกจากคาร์เตอร์และเพื่อนร่วมวงของเขา เคยคุยกับเพื่อนร่วมห้องบ้างแต่คาร์เตอร์จะชอบเข้าไปไล่พวกเขาออกไปห่างๆ สรุปฉันเลยไม่มีทั้งเพื่อนผู้หญิงและเพื่อนผู้ชายเพราะอีตานี่แหละ T_T

“โอเค...ฉันขอโทษก็ได้ T^T

“นั่นมันไม่ใช่คำตอบที่ฉันต้องการ...ฉันถามว่าเธอไปแอบรู้จักผู้ชายคนอื่นตอนไหน?”

“ฉันไม่เคยรู้จักใครนอกจากนายและพวกของนายเลยนะ =_=

“ถ้างั้นมองมันทำไมล่ะ?”

“ก็...เขาใส่ชุดนักเรียนโรงเรียนของเรา...”

“แล้วไง?”

“แล้วเขาก็จ้องนายด้วยน่ะสิ >_<

“ไอ้พวกสะเทินน้ำสะเทินบก...แต่เมื่อกี้หมอนั่นมันยิ้มแล้วโบกมือให้เธอไม่ใช่เหรอ -_-^

ตาไวชะมัด -_-;; ฉันซึ่งได้แต่ยิ้มแหยๆ แล้วบอกว่าเป็นการเข้าใจผิด T_T คาร์เตอร์เอื้อมมือมายีผมฉันอีกครั้ง

“อย่าให้รู้ก็แล้วกันว่ามันมองเธอ ไม่งั้นกระดูกแหลกแน่”

คาร์เตอร์ไม่คาดคั้นอะไรต่อแล้ว ฉันจึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเหมือนเพิ่งโดนยกเลิกตัดสินโทษประหารชีวิต โชคดีของนายหน้าตี๋นั่น T^T ไม่งั้นทั้งนายทั้งฉันกระดูกละเอียดแน่ๆ เลย

           ปล. 1 คอมเม้นของคุณ ทำให้พวกเราสองคนมีกำลังใจในการเขียนนิยายน่ะ >/\< อ่านแล้วเม้นท์หน่อยนะคนดี =3=

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,641 ความคิดเห็น

  1. #2638 Oomsin Jatkhong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 18:28
    อ๊ากกกก แจ็คกี้ชอบมึนมึน0o0// แบบกล้าได้กล้าเสี่ยงมาก>< คนเค้ามีแฟนอยู่แล้วน๊าาาาาาาา>0<
    #2,638
    0
  2. #2637 Oomsin Jatkhong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 18:09
    อ่านแล้วยิ้มไปด้วย เหมือนคนบ้าหน้าจอเลย -///- ชอบคาร์เตอร์มากค๊าาาาา คนขี้หวง~~
    #2,637
    0
  3. #2624 ta-kom.sj (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2555 / 20:44
    ตามหามานาน *0*
    #2,624
    0
  4. #2623 IFENA (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 / 14:24
    หนุกๆๆ
    #2,623
    0
  5. #2616 PlaZa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2554 / 11:52
    พระเอกขึ้หึงโคะๆ
    #2,616
    0
  6. #2615 KunTiraT (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2554 / 22:31
    สนุกโค้ดดด (y) >O<
    #2,615
    0
  7. #2597 dark fairy tale (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2553 / 16:52
    คาร์เตอร์น่ารักมาก ถ้ามีแฟนแบบนี้รักตายเลย
    #2,597
    0
  8. #2590 tued-club (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2553 / 20:59
    เรื่องนี้หนุกมาก

    น่ากลัวนิดๆด้วย
    #2,590
    0
  9. #2565 Eroza (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 16:18

    สู้ต่อไปนะคะ

    #2,565
    0
  10. #2558 โรมีโอ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2552 / 00:31
    พระเอกนี่ขี้หวงจิงๆเลยน้ะ^^
    #2,558
    0
  11. #2553 อิงคั๊บบ ' (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2552 / 20:28

    ^^
    หนุกค่ะๆๆๆๆ

    #2,553
    0
  12. #2551 yukijan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2552 / 03:50

    โว๊ววววววววววววว
    หนุกจัง

    #2,551
    0
  13. #2550 ploy424 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2552 / 19:39
    น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ที่สูดดดดดดดดเลยอ่ะ
    #2,550
    0
  14. #2548 chogora (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 / 19:04
    พี่mayแต่งนิยายเก่งอยู่แล้ว

    chogoraชอบนิยายของพี่เมย์ที่ซู้ดดดดดด
    #2,548
    0
  15. #2544 ผู้ติดตาม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 12:14
    สนุก ค่ะ..
    #2,544
    0
  16. #2542 หนมตาล (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 / 21:22
    โวะ โห่ ๆ

    รักคนเขียนมากมาย

    เป็นกำลังใจสู้ต่อไปนะคะ ^-^
    3805 
    #2,542
    0
  17. #2538 บ้องแบ๊ว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2552 / 16:17
    สนุกมากๆเลยค๊า ^^
    #2,538
    0
  18. #2532 คนรักนิยาย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2552 / 11:38
    หนุกดี
    #2,532
    0
  19. #2530 ปิม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 เมษายน 2552 / 05:19
    ชอบอ่ะ สนุก
    #2,530
    0
  20. #2523 ♥ซานะ >O< (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2552 / 18:26
    หุหุ

    =..=
    #2,523
    0
  21. #2517 002 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มีนาคม 2552 / 14:56
    หนุก จบ -*-
    #2,517
    0
  22. #2512 pinkpenther (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2552 / 20:04
    หนุกมากมายเล้ยยย
    #2,512
    0
  23. #2505 ขอแค่มีเธอ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 / 12:39

    ชอบค่ะ

    #2,505
    0
  24. #2503 fah (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2551 / 18:01
    หนุกจังเลย



    อยากอ่านทั้งเรื่องอ่า



    แต่โดนลบไปแล้ว



    จะซื้อหนังสือก้หมด



    แล้วดั้ว...
    #2,503
    0
  25. #2498 มีนา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2551 / 11:11
    อื้มม...ก็สนุกดีนะ..!~
    #2,498
    0