Angel Beside Me รัก (หล่น) จากฟากฟ้า / เทวดาท่าจะรัก

ตอนที่ 7 : We Met For A Reason (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,767
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    7 พ.ย. 61

ฉันอดยิ้มออกมาไม่ได้ อันที่จริงก้อยช่วยฉันไว้เยอะมากๆ เลยแหละ เพราะฉันขาดเรียนบ่อยเลยตามงานไม่ทันบ้าง ก็ได้ก้อยเนี่ยล่ะที่คอยบอกว่าต้องทำอันไหนส่งก่อน ส่งหลัง เวลามีรายงานที่ต้องจับคู่กัน ก้อยก็จะมาคู่กับฉันโดยอัตโนมัติ แล้วก็แทบจะเป็นคนทำงานกลุ่มให้ทั้งหมด ถ้าวันไหนฉันไม่มาแล้วต้องทำงานส่งในห้อง ยัยนี่ก็จะใส่ชื่อฉันไปด้วย นอกจากนี้ยังคอยโทรตาม คอยกำชับฉันตลอดว่าวันไหนต้องมาทำสอบเก็บคะแนน ที่ฉันสามารถเรียนมาได้ตลอดรอดฝั่งขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะน้ำใจอันดีงามของเพื่อนคนนี้นั่นล่ะ

ขอบใจมากเว้ย เอาที่แกช่วยฉันอยู่ทุกวันนี้ก็พอแล้วล่ะ ซึ้งจะแย่แล้ว

โอ๊ย! เล็กน้อย แต่อีกตั้งเกือบชั่วโมงกว่าจะเข้าเรียน ไปห้องสมุดกันมั้ย ฉันจะได้เอาโน้ตให้แกดูว่าแกต้องทำรายงานอะไรส่งบ้าง มีสามวิชาแน่ะ

เออดีๆ

แล้วพอเลิกเรียนไปกินข้าวกันมั้ย ฉันเลี้ยงเอง

ฉันรีบส่ายหัวปฏิเสธ ไม่ใช่ว่าเกรงใจหรอกนะ ถ้าเป็นคนอื่นน่ะฉันรีบตอบตกลงไม่อิดออดแน่นอน แต่ว่าก้อยมันก็มีปัญหาเรื่องเงินไม่ต่างจากฉันเหมือนกัน อย่าลืมสิว่าเรารู้จักกันเพราะเป็นเด็กทุนเรียนดี ซึ่งส่วนใหญ่ทุนพวกนี้ก็แจกให้กับเด็กที่ยากจน บ้านมีปัญหาทั้งนั้นล่ะ...ถึงแม้ว่าก้อยจะไม่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบฉัน แต่มันก็ต้องกลับบ้านไปดูแลแม่ที่พิการช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ เงินที่ใช้ในแต่ละเดือนก็มาจากเบี้ยยังชีพของคนพิการและเงินเกษียณไม่กี่พันบาทของแม่มัน ไหนจะค่าใช้จ่ายค่าจิปาถะแต่ละเดือน ไหนจะค่าหยูกยาเอย...มันก็แทบไม่เหลือแล้วเหมือนกัน

ไม่ต้องเว้ย ฉันสิควรจะเป็นคนเลี้ยงแกต่างหาก ไม่มีแกฉันคงเรียนไม่จบแน่ๆ

โอ๊ยยย ก็ถือว่าช่วยๆ กันนั่นล่ะหลิน ฉันคิดอยู่ตลอดนะว่าถ้าวันนั้นไม่ได้เงินจากแกมาช่วยค่าใช้จ่ายตอนที่แม่ต้องเข้าเครื่องสแกน แม่อาจจะตายไปแล้วก็ได้ ลำพังฉันคงไม่มีปัญญาหาเงินมาช่วยแม่แน่ๆ

พอๆๆ สรรเสริญบุญคุณกันเองไม่จบไม่สิ้น สรุปว่าไม่ต้องมีใครเลี้ยงใครนั่นล่ะ จ่ายกันเอง รับผิดชอบกันเอง

แต่แกผอมมากจริงๆ นะ...ผอมจนฉันอยากจะซื้อข้าวให้แกกินเดี๋ยวนี้เลย

เว่อร์! ถ้าอยากจะซื้อให้ฉันกินมากนักก็ตามใจ แล้วเดี๋ยวมื้อหน้าฉันเลี้ยงแกคืนละกัน ตกลงมั้ย

โอเค้!

 

ตกค่ำ

หลังจากกินข้าวกับก้อยเสร็จ นางก็ขอตัวกลับบ้านไปดูแลแม่ ส่วนฉันยังอยู่ที่มหาลัยต่ออีกพักใหญ่ๆ เพื่อทำรายงานและการบ้านทั้งหลายแหล่ให้เสร็จ พร้อมกับอ่านทบทวนบทเรียนที่ฉันไม่ได้เข้าไปช่วงอาทิตย์แรกๆ เพื่อจะได้ตามเพื่อนให้ทัน ทั้งหมดทั้งมวลนี้เล่นเอาฉันแทบไม่เหลือแรงจะกลับบ้านเลย ความจริงคือเรียนหนังสือมันก็เหนื่อยไม่แพ้กับทำงานเลยเหอะ โดยเฉพาะวิชากฎหมายที่ไม่ใช่แค่ท่องจำ แต่ต้องทำความเข้าใจในทุกตัวอักษร เฮ้อ! ได้แต่แอบหวังเล็กๆ ว่าถ้าเทอมนี้ฉันจะสามารถทำเกรดได้เกิน 3.3 อีกครั้ง เทอมหน้าซึ่งเป็นเทอมสุดท้ายฉันจะได้ได้ทุนเรียนฟรีอีก

แกร๊ก

ฉันไขประตูห้อง 515 ของตัวเอง วางข้าวของทั้งหมดลงที่โต๊ะก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงเล็กๆ อย่างเหน็ดเหนื่อย ของีบแป๊บหนึ่งเถอะ...อ่านประมวลกฎหมายจนตาลายไปหมดแล้ว ท่าทางฉันจะใช้สายตาจ้องตัวหนังสือมากเกินไป ตอนรอรถเมล์กลับบ้านแทบมองไม่เห็นเลยว่ารถเมล์สายไหนเป็นสายไหนกันแน่ แต่พอเห็นตัวหนังสือเขียนยาวๆ ที่น่าจะหมายถึงรถเมล์ฟรี ฉันก็โดดขึ้นเลย...วันนี้ไม่ต้องทำอะไรแล้ว งั้นของีบเอาแรงหน่อยละกัน ฉันล้มตัวลงนอน และในจังหวะที่กำลังหลับตานั่นเอง...

เอ๊ะ...นั่นมันรูโบ๋ตรงเพดาน ทำไมถึงมีรู...

ไวเท่าความเร็วแสง หน้าของผู้ชายคนหนึ่งก็ปรากฏอยู่ในห้วงความคิด

สมชาย!!

ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นมานั่งเมื่อตระหนักได้ว่าฉันลืมสมชายไปซะสนิทเลย เวรแล้ว! เมื่อเช้าฉันเอาเขาไปปล่อยไว้ที่สะพายลอยหน้าห้างเพื่อให้แจกใบปลิว ตอนแรกแพลนไว้ว่าพอหลังเลิกเรียนจะกลับไปรับหมอนั่นกลับบ้าน แต่พอเจอยัยก้อยอัพเดตเรื่องเรียนเรื่องงาน ฉันก็นั่งทำทั้งหมด แถมอ่านหนังสือหนังหาจนกระทั่งห้องสมุดปิดเลยด้วย! โอ๊ย! ฉันก็ลืมอีตาสมชายไปจนหมดสิ้น...เวรๆๆๆ นี่เขาจะรอฉันกี่ชั่วโมงแล้วเนี่ย!

ฉันลุกขึ้นพรวด คว้ากระเป๋าสตางค์เตรียมจะพุ่งออกไปรับสมชาย แต่แล้วก็มีเสียงเล็กๆ น่ารังเกียจดังก้องอยู่ในหัว

...ไม่ต้องไปรับมันแล้วหลิน...ปล่อยไปเหอะ!

ฉันหยุดชะงักเท้าลงชั่วขณะ

ไม่ต้องไปรับ...ก็ได้ด้วยเหรอ!

ลึกๆ ในใจก็อดเห็นด้วยเสียไม่ได้ ฉันแอบคิดพยายามหาวิธีกำจัดสมชายแทบตาย นี่เขาก็ออกไปจากห้องแล้วไงล่ะ ไม่ต้องคิดให้เปลืองสมองแล้วว่าจะไล่เขาไปยังไง

...แต่ถ้าเธอไม่ไปรับ...แล้วสมชายจะเป็นยังไงล่ะ

ฉันเดาว่ามันน่าจะเป็นเสียงของฝ่ายนางฟ้าแหงๆ เสียงนั้นทำให้ฉันฉุกคิดได้ว่า ผู้ชายคนนั้นเชื่อว่าตัวเองเป็นเทวดาจริงๆ เขาไม่มีความทรงจำใดๆ เกี่ยวพ่อแม่ ญาติโกโหติกา แล้วเขาจะไปที่ไหนได้...ถ้าไม่ไปรับ เขาก็คงจะร่อนเร่เป็นขอทานอยู่ตามสะพานลอยแหงๆ

...แล้วยังไงล่ะ มันไม่ใช่หน้าที่ที่เธอต้องรับผิดชอบสักหน่อย ให้สมชายอยู่ด้วยก็รังแต่จะเป็นภาระ และต้องทำให้เธอเดือดร้อนแน่ๆ ปล่อยหมอนั่นไปนั่นล่ะดีแล้วหลิน!

ฝ่ายปีศาจพูดได้เข้าประเด็นมาก ฉันกำลังจะวางกระเป๋าสตางค์ลงบนโต๊ะและกลับไปงีบต่อที่เตียงแล้ว แต่เสียงอันอบอุ่นประหนึ่งแม่ชีที่ปฏิบัติธรรมมาแล้วสามร้อยปีก็ดังกังวาน

เขาให้แหวนเธอไปจำนำไม่ใช่เหรอ นั่นคือสมบัติชิ้นเดียวที่เขามีติดตัว แหวนซึ่งอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันตัวตนของเขา หรือใช้มันติดต่อครอบครัว แต่เขาก็ยังมอบให้เธอเพื่อแลกกับการขอพักอาศัยเพียงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น...มาบัดนี้เมื่อเธอได้ทุกอย่างแล้ว เธอก็จะถีบหัวเขาส่งเลยอย่างนั้นหรือหลิน

...โอ๊ยยย ถีบหัวส่งแล้วยังไงล่ะ! ถ้าไปรับมันกลับมา พอครบเดือนแล้วมันไม่ยอมไปจะทำยังไงเล่า!

...ก็แจ้งตำรวจไปสิ บอกป้าแจ่มจันทร์ก็ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

...แล้วทำไมไม่สู้กำจัดมันออกไปตั้งแต่ตอนนี้ล่ะ ถ้าเกิดพวกตำรวจหรือยัยป้าแจ่มจันทร์ไม่เชื่ออีกล่ะ

พอเถอะน่าเจ้าปีศาจ! เรื่องนี้มันยังมีทางออก อย่าทำแบบนั้นเลยหลิน มันง่ายที่จะทิ้งสมชาย แต่เธอจะต้องรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตนะ แค่หนึ่งเดือนเอง หลังจากนั้นเธอจะไล่สมชายออกไปหรือแจ้งตำรวจมาจับเขาก็ไม่คงไม่รู้สึกผิดแล้ว ลองคิดดูสิว่าถ้าตอนนี้เขากำลังรอเธออยู่ล่ะ เขาจะเป็นอย่างไรบ้างแล้วก็ไม่รู้ เธอสัญญาว่าจะไปรับเขาไม่ใช่เหรอ...

...ก็ให้มันรอไป เดี๋ยวมันเบื่อก็หนีไปทะลุหลังคาอื่นแทนนั่นล่ะ

...แล้วถ้าเขายังอยู่ล่ะ เธอก็รู้นี่นาว่าความรู้สึกของการโดนทอดทิ้งมันเป็นยังไง...

...เชอะ!

อ้าว! ฉันไม่ได้ยินฝ่ายปีศาจพูดอะไรอีกนอกจากคำว่าเชอะ! แต่ประโยคเมื่อกี้ของฝ่ายนางฟ้าก็ทำเอาฉันนิ่งคิดไปพักใหญ่ สำหรับฉันแล้วคำว่าทอดทิ้ง มันคือเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เล็กจนโตไปแล้ว...บอกตรงๆ ว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไรหรอก

...ไปดูสมชายก่อนมั้ย ไปรับเขาเถอะนะหลิน

...นั่นสินะ สุดท้ายฉันก็ถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วเดินไปเปิดประตูห้อง มุ่งหน้าไปรับสมชายกลับบ้าน ฝ่ายนางฟ้าผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตาก็ชนะจนได้

หมายเหตุ : ถ้าเขายังรออยู่น่ะนะ

 

เพียงแค่ชั่วอึดใจเดียวฉันก็มาถึงสะพานลอยที่พามาส่งสมชายให้ยืนแจกใบปลิวเมื่อเช้า อดคิดไม่ได้ว่านี่มันก็ผ่านมาตั้งเจ็ดแปดชั่วโมงได้แล้ว หมอนั่นอาจจะไปเดินเล่นเตร็ดเตร่ที่อื่นก็ได้ คงไม่อยู่รอหรอกมั้ง เผลอๆ อาจจะไปปีนหลังคาบ้านใครแล้วก็ตกทะลุเพดานลงมาอีกรอบไปแล้วเหอะ ทว่าเมื่อฉันมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย... ที่ตรงกลางสะพานลอย ก็เห็นผู้ชายตัวใหญ่นั่งก้มหน้าคุดคู้อยู่กับพื้น เสื้อสีขาวรัดติ้วกับกระโปรงพลีตสีดำ และผ้าคลุมจานที่อยู่บนหัวนั่น...ช่างคุ้นตาเหลือเกิน...

ยังอยู่จริงๆ ด้วยนะสมชาย

หลิน...หลิน!!

สมชายรีบลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นฉัน แถมยังตะโกนเรียกเสียงดัง ดูแล้วคล้ายกับเด็กอนุบาลตอนดีใจเวลาเห็นแม่มารับกลับบ้านเลย

หลินมาแล้วเหรอ

ฉันเดินเข้าไปหาสมชาย อันที่จริงเขาต่างหากที่วิ่งมาหาอย่างหูตาตื่น

อืม...โทษนะที่มาช้า

รอตั้งนาน เราแจกใบปลิวหมดแล้วด้วย! ทำตามที่เธอบอกทุกอย่างเลยนะ!

หมดเลยเหรอ สองพันกว่าแผ่นอ่ะนะ!

ฉันถามอย่างตกใจนิดๆ เพราะปกติก็แจกกันได้แค่ครึ่งเดียว ส่วนที่เหลือก็แอบเอาไปทิ้งไกลๆ ไม่ให้คนจ้างเห็น แต่ถ้าครั้งไหนให้แจกใบปลิวที่หน้าหลังว่างล่ะก็...ฉันจะยืนแจกไม่ถึงสองชั่วโมง แล้วก็เอาที่เหลือกลับบ้านทั้งหมด จากนั้นก็เอาไปเย็บเป็นสมุดเอาไว้จดงานหรือเลกเชอร์ต่อ

ใช่! ระหว่างรอเธอเราก็ไปเดินเก็บใบปลิวที่คนทิ้งเอามาแจกใหม่ด้วยนะ มนุษย์นี่แปลกจริงๆ แล้วก็ไร้มารยาทมาก ถ้าไม่อยากได้ก็ไม่ควรรับแต่แรกสิ

ฉันมองสมชายที่เล่าไปทำท่าโมโหไปด้วย คิดภาพว่าเขาไปตามเก็บใบปลิวที่คนทิ้งแล้วก็เอามาแจกใหม่อีกก็ทำให้นึกสงสารอยู่ในใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีคนปกติที่ไหนเขาทำแบบนี้กันหรอก...ฉันเชื่อสนิทใจแล้วว่าสมชายเป็นคนบ้าจริงๆ ทั้งบ้าแล้วก็ซื่อบื้อด้วย

โครกกก~

เสียงท้องร้องของอีกฝ่ายดังแทรกขึ้นมา สมชายทำหน้าแหยๆ ก่อนจะบอกเสียงอ่อย

เอ่อ...คือ...เรายังไม่ได้กินอะไรเลย ตั้งแต่แยกกับเธอน่ะ

ทั้งวันน่ะน่ะ?”

เจ้าตัวพยักหน้ารับว่าใช่...นั่นทำเอาฉันรู้สึกฉุนขึ้นมานิดๆ ฉันไม่ได้ทิ้งเขาไว้แบบไม่แยแสอะไรขนาดนั้นนะ ฉันรู้แล้วว่าคนบ้าก็หิวเป็น กระหายเป็นเหมือนกัน

แล้วเงินที่ให้ไปล่ะฉันถามถึงเงินที่ทิ้งเอาไว้ให้เขาซื้อข้าวซื้อน้ำระหว่างที่รอให้ฉันมารับ

อ้อ...นี่ไง~

สมชายควักแบงก์ห้าสิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วก็โชว์ให้ดูด้วยท่าทางภูมิใจ เห็นแบบนี้ฉันก็ยิ่งถามกลับอย่างไม่พอใจ อะไรมันจะทั้งบ้าทั้งซื่อแล้วก็ทั้งโง่ขนาดนี้วะ

ทำไมไม่เอาไปซื้ออะไรกินเล่า ทนหิวอยู่ทำไม!

ก็...เรากลัวว่าถ้าเธอกลับมารับแล้วจะไม่เจอเราน่ะสิ ก็เลยไม่กล้าไปซื้ออะไร...

“...”

พอได้ยินแบบนี้แล้วฉันก็ได้แต่นิ่ง...ดีแล้วล่ะที่ฝ่ายนางฟ้าเป็นผู้ชนะในครั้งนี้ ไม่งั้นฉันคงทำบาปมหันต์ไปแล้ว ฉันจ้องผู้ชายตัวโตๆ ที่อยู่ตรงหน้าอย่างครุ่นคิด...เขาตัวสูงใหญ่เหมือนกับคนทั่วๆ ไป อันที่จริงอาจจะมากกว่าผู้ชายไทยทั่วไปสักหน่อย ทว่าแววตาและท่าทางของเขาช่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเหมือนกับเด็กเล็กๆ ไม่มีผิด เป็นเหมือนผ้าสะอาดๆ ผืนหนึ่ง ไร้ผิดสง ไม่ประสีประสากับอะไรสักอย่างจนดูเหมือนพวกโง่เง่าที่มักจะโดนคนอื่นเอาเปรียบอยู่เรื่อย

ทำไมฉันถึงต้องมาเจอคนบ้าอย่างนายด้วยนะ สมชาย...

ทำไมต้องเป็นเพดานห้องฉัน ทำไมถึงไม่เป็นห้องคนอื่น ทำไม...ทำไม...

ฉันเคยได้ยินว่าบนโลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมีเหตุผลด้วยกันทั้งนั้น แล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้ฉันต้องมาเจอเขาด้วยล่ะ...หรือคนบนฟ้าตั้งใจจะให้ฉันดูสมชายเป็นตัวอย่างว่าเขาน่ะทั้งบ้า ทั้งซื่อ แล้วก็ทั้งโง่งี่เง่า แต่เขาก็ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แม้จะโดนคนอื่นเอารัดเอาเปรียบ แม้จะโดนเหยียดหยามเป็นไอ้บ้าประสาทกลับ แต่เขาก็ไม่คิดจะตาย...เขาก็ยังสู้ต่อไป

เออนี่ ระหว่างเรานั่งรอเธอ...มีคนโยนเงินมาให้ด้วย มนุษย์นี่ช่างมีน้ำใจจริงๆ นะ!

ฉันพูดไม่ออกเมื่อเห็นสมชายอวดเหรียญห้าบาทที่ได้มาจากความสมเพชเวทนาในสายตาคนอื่น...

อืม หรือเรื่องนี้จะสอนให้รู้อีกอย่างว่า ถึงจะโดนดูถูกว่าเป็นแค่ขอทานข้างถนน แต่สมชายก็ยังมีความสุขและภูมิใจกับการได้เงินห้าบาท ที่แม้จะได้มา...ถุย! พอเถอะ คนอย่างฉันยอมตายดีกว่ามานั่งขอใครกิน ฉันไม่มีทางเบิกบานกับการได้เศษเงินจากความสงสารของคนอื่นหรอก และฉันไม่คิดว่าคนปกติที่ไหนเขาจะลั้ลลาที่คนอื่นโยนเศษเงินมาให้อย่างนี้ เฮ้อ!

เอาล่ะๆ เลิกพูดมากได้แล้ว หิวข้าวไม่ใช่เหรอ รีบตามมาสิ!

ฉันว่าแล้วก็เดินไปอีกฝั่งของสะพานลอยซึ่งมีร้านอาหารข้างทางตั้งอยู่ แต่ระหว่างเดินก็สังเกตได้ถึงสายตาของคนอื่นๆ ที่มองไปยังสมชายแล้วก็กลั้นหัวเราะ เมื่อหันกลับไปมองสมชายดีๆ อีกรอบฉันจึงตระหนักได้ว่าเขายังอยู่ในชุดกระโปรงพลีตสั้นๆ กับเสื้อฟิตๆ นั่นเอง โอ๊ยยย! ฉันร้องกรี๊ดอยู่ในใจ ไม่พ้นต้องเสียเงินอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย ถ้าไม่ซื้อให้ก็คงจะไม่ได้ซะด้วย...แย่ชะมัด!

ทำไมตอนนายตกลงมา ถึงไม่เอาเสื้อผ้ามาด้วยนะ!” ฉันอดบ่นไม่ได้ ถ้ามีอะไรติดตัวมาสักนิดนอกจากแหวนก็คงจะดี

ก็มันเป็นอุบัติเหตุนี่นา! เราไม่คิดว่าจะโดนคำสาปให้ต้องตกลงมายังมนุษย์โลก ถ้าเรารู้ล่วงหน้านะเราก็คงเตรียมสิ่งของ เสื้อ...

ถ้ารู้ล่วงหน้า ทำไมไม่เตรียมแผนซ้อนแผนเอาไว้ป้องกันตัวเอง จะตกลงมาที่ห้องฉันทำซากอะไรล่ะ

เออ...ก็จริงของเธอนะ

ฉันกลอกตา...เทวดาอะไรทำไมถึงมีสติปัญญาอยู่แค่นี้ แต่เอาความจริงคือเขาเดินล่อนจ้อนมาจากไหน ตั้งแต่จากบ้าน? โรงพยาบาลบ้า? หรือที่ไหนอะไรยังไง แล้วล่อนจ้อนแบบนั้น แอบเข้ามาในตึกแล้วขึ้นไปถึงชั้นดาดฟ้าได้ยังไงอ่ะ มันดูไม่น่าเป็นไปได้ มีแต่คำถามน่าสงสัยๆ เต็มไปหมด

แต่ไม่เป็นไร การได้ตกลงมาที่นี้ก็ถือเป็นประสบการณ์ตอนอยู่บนโลกมนุษย์อย่างไรล่ะ สนุกดีนะ

จ้ะ...

การจำกัดความคำว่า สนุกของฉันกับสมชายคงจะไม่เหมือนกันแล้วงั้น...ฉันไม่คิดว่าอะไรที่เขาประสบพบเจอตอนนี้มันจะสนุกเลยสักอย่าง เขาช่างไม่รู้เลยว่าตัวเองเกือบจะโดนทิ้งอยู่กลางสะพานร่อมร่ออยู่แล้ว อยากรู้นักว่าถ้ารู้แบบนี้แล้วยังจะสนุกอยู่อีกมั้ย...

เออ...แล้วคืนนี้เราจะเข้าหออย่างไรหรือ ต้องปลอมตัวเป็นผู้หญิงอีกหรือไม่...

ฉันชะงักไปแป๊บ...จริงด้วย! ลืมไปซะสนิทเลย ตั้งใจว่าจะทำบัตรประชาชนผู้หญิงปลอมให้สมชายเอาไว้ใช้แลกเข้าออกหอ เพราะแอบเข้าแอบออกมันง่ายซะที่ไหนล่ะ กะว่าถ้าทำแบบนั้นไปซะก็สิ้นเรื่อง แต่เดี๋ยวก่อน! ฉันก้มดูนาฬิกาข้อมือ...สองทุ่มแล้วนี่นา! นี่ร้านถ่ายรูปจะปิดไปแล้วหรือยังเนี่ย

ตายแล้วๆ ฉันเร่งฝีเท้ามากขึ้นก่อนจะหันไปบอกอีกฝ่าย เร็วๆ สมชาย! เดี๋ยวร้านถ่ายรูปปิดก่อน

อ้าว ทำไมเราต้องไปร้านถ่ายรูป เราไม่ไปร้านอาหารหรอกหรือ

ถ่ายรูปก่อนแล้วค่อยกินฉันว่าแล้วก็เริ่มคิดถึงราคาค่าถ่ายรูป ต้องยอมจ่ายโหลหนึ่งใช่มั้ย...ทั้งๆ ที่ต้องการแค่รูปใบเดียวเองเนี่ย

แต่เราหิวข้าวนี่นา ท้องของเราร้องเสียงดังมากเลยนะ เธอจะไม่ให้เรากินอะไรสักอย่างก่อนหรือ...

เดี๋ยวค่อยกิน

แต่เราหิวนี่นา ทำไมเธอถึงได้เป็นคนใจร้าย ใจดำ ชอบทรมานผู้...

หุบปาก!

ฉันแหวลั่นพลางคว้าแขนของคนบ้ามาจับแล้วก็ลากเขาให้ตามมาอย่างเร็วที่สุด สมชายยังคงบ่นกระปอดประแปดสลับกับท้องที่ร้องเสียงโครกครากไม่หยุด...จู่ๆ ฉันก็คิดว่า สาเหตุอะไรกันที่ทำให้ฉันต้องมาเจอสมชาย มันคงมีเหตุผลอะไรสักอย่างจริงๆ ล่ะมั้ง แม้ตอนนี้ฉันจะยังไม่รู้ว่าคืออะไรก็เหอะ อาจจะเป็นเวรกรรมที่ติดค้างเขาไว้ในชาติก่อนแหงๆ ชาตินี้เขาถึงได้ตามมาจองเวรฉันถึงที่ แรงอาฆาตนั้นมันคงหนักหนาสาหัสถึงขั้นสามารถเดินๆ อยู่บนดาดฟ้าแล้วก็ทะลุตกลงมาในห้องฉันได้...ตะลึงมั้ยล่ะ

เออ ไม่เป็นไร ฉันจะกัดฟันชดใช้เวรกรรมไปตลอดหนึ่งเดือนนี้ แค่หนึ่งเดือนเท่านั้นนะ!

หลังจากนี้ทางใครทางมัน ถึงต่อให้มีอีกกี่เสียงนางฟ้าก็คงช่วยนายไม่ได้แล้วนะสมชาย...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

116 ความคิดเห็น