Angel Beside Me รัก (หล่น) จากฟากฟ้า / เทวดาท่าจะรัก

ตอนที่ 2 : Man From the Sky

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,142
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    12 ก.ย. 59

1

Man From the Sky

ชายผู้มาจากฟากฟ้า

 

ฉันไม่รู้ว่าควรจะตื่นตระหนกกับเรื่องอะไรก่อน ระหว่างเรื่องที่อยู่ดีๆ เพดานห้องตัวเองที่ด้านบนเป็นชั้นดาดฟ้าก็พังถล่มลงมา มีรูขนาดเบอเร้อที่สามารถมองขึ้นไปเห็นท้องฟ้าได้กับ...สิ่งที่ตกลงมากลางห้องดันไม่ใช่อุกกาบาต ไม่ใช่เอเลี่ยนด้วย แต่ดันเป็นมนุษย์!! พูดภาษาคนได้อีกต่างหาก หรือว่า...ฉันควรจะตื่นตระหนกกับการที่มีคนทะลุดาดฟ้าตกลงมา แถมยังไม่สวมใส่อะไรเลยสักอย่าง!

เธอเข้าใจภาษามนุษย์นี้หรือไม่...”

เขาเอ่ยพลางเอียงคอเล็กน้อยมองฉันอย่างสงสัย แน่นอนว่าฉันพูดได้ แต่ว่ามันยังช็อกอยู่...คือไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอะไรก่อนดี...เกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นจะๆ คาตาแบบนี้ แบบนี้เรียกว่าใหญ่หรือเล็กนะ โอ๊ยยย! มันใช่เรื่องที่จะต้องมาคิดตอนนี้มั้ยเนี่ยหลิน

เราว่าเราพูดภาษามนุษย์นะ หรือนี่ไม่ใช่ภาษาของประเทศเธอ แต่เอ...ไม่ว่าจะภาษาอะไรก็ไม่ใช่ปัญหาของเทวดาสักหน่อย

ผู้ชายตรงหน้าพึมพำ มองมาทางฉันอย่างว้าวุ่นพลางก้าวเท้าเข้ามาใกล้!

ฮะ...เฮ้ย เดี๋ยว!

ยะ...หยุด! ไม่ต้องเข้ามา!”

ฉันห้ามเสียงหลง ไม่อยากให้ผู้ชายชีเปลือยขยับเข้ามาใกล้ตัวเองมากไปกว่านี้ อึ๋ย! ขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย

เธอพูดได้! ขอบคุณสวรรค์ เฮ่อ! โล่งอกไปที

นะ...นายน่ะ...”

ฉันเรียกเขาพลางหันหน้าหนีไปทางอื่น แต่ขนาดมองไปที่อื่นแล้ว มันก็ยังติดตาอยู่เลย โอ๊ยยย อีตานี่ไม่รู้จักอายบ้างหรือไง

ว่าอย่างไรล่ะมนุษย์หญิง

นะ...นายเป็นใคร ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ แล้วนายมาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง!”

เราบอกแล้วไงว่าเราเป็นเทวดา บังเอิญว่าเกิดเรื่องนิดหน่อย เราจึงต้องลงมาที่โลกมนุษย์ และ...ขอโทษที่ทำให้ห้องของเธอเสียหายนะมนุษย์หญิง

นายต้องรับผิดชะ....กรี๊ด!! ช่วยหาอะไรใส่หน่อยได้มั้ยหา!”

ฉันร้องอย่างหมดความอดทนเมื่อหันไปเห็น...โอ๊ย! ใครจะไปคุยกับคนที่ยืนโป๊แบบนี้ได้เล่า! ก็ไม่ได้อยากจะมองหรอกนะ แต่หันไปมันก็เห็นนี่หว่า แล้วพอเห็นฉันก็ลืมหมดเลยว่าจะพูดอะไร เพราะฉะนั้นช่วยหาอะไรใส่เถอะพ่อคุณ!!

เธอหมายถึง...”

จะยืนโป๊แบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่หา!”

ฉันแหวลั่นในขณะที่อีกฝ่ายไม่มีสะทกสะท้านเลยแม้แต่นิด

อ่อ...นี่มันไม่ถูกต้องหรือ

ฉันกลอกตาแรงๆ กับประโยคนี้ ยังมีหน้ามาถามอีกเนอะว่าถูกหรือผิด! ถึงฉันจะไม่รู้ว่าหมอนี่มาจากไหนกันแน่ แต่ฉันก็เชื่อว่าด้วยมารยาททางสังคมทั้งของโลกและจักรวาล รวมถึงสวรรค์ก็ด้วยเอ้า! เขาคงไม่แก้ผ้ายืนคุยกับคนแปลกหน้าหรอกมั้ง

การที่เราเปลือยเปล่าเช่นนี้ ทำให้เธอไม่พอใจหรือ

โอ๊ย ยังจะถามอีก! หาอะไรใส่สักทีได้มั้ย

เธอหมายถึงให้หาอะไรปกปิดร่างกาย?”

เออ!!”

ฉันระเบิดเสียงดังลั่น ทำไมถึงได้เข้าใจอะไรยากนักเนี่ย จะว่าแกล้งโง่ก็คงไม่ใช่ เพราะสีหน้าท่าทางของเขาดูฉงนสงสัย ไม่เข้าใจจริงๆ ผู้ชายคนนี้ทำเหมือนกับว่าการยืนโป๊ไม่ใส่อะไรสักอย่างมันเป็นเรื่องปกติอย่างงั้นล่ะ

แต่ทำไมต้องปกปิดด้วยเล่า หรือว่ารูปร่างของเรามันน่ารังเกียจ...

จะบอกว่ามันน่ารังเกียจก็ไม่ใช่น่ะนะ...

หรือมันทำให้เธอหวาดกลัว

ก็ไม่ได้น่าหวาดกลัว แต่มัน...โอ๊ย คุยกับคนแปลกหน้าที่ไม่ใส่เสื้อผ้ามันก็หนักเกินไปป่ะวะ

หรือว่า...เราดูดีเกินไปจนทำให้เธอเกิดกิเลสตัณหาอยากครอบครอง

ละ...เหลือเชื่อ ไอ้บ้านี่มันพล่ามอะไรอยู่เนี่ย!

ถ้าเช่นนั้น....”

มันอุบาทว์ต่างหากโว้ย!” ฉันแทรกอย่างเหลืออด ทนฟังอีกฝ่ายละเมอเพ้อเจ้อเข้าข้างตัวเองต่อไปไม่ไหวแล้ว แต่พอหันไปเห็นสิ่งนั้นเต็มสองตา! ฉันก็รีบหลับตาปี๋ อยากจะกรี๊ดก็กรี๊ดไม่ออก ได้แต่ตีอกชกหัวอยู่กลางอากาศ

จริงหรือที่เราอุบาทว์

อีกฝ่ายก้มมองตัวเองแล้วก็ถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจ นี่ฉันขอยากไปเหรอ แค่ให้เสื้อผ้าเนี่ยมันยากไปนักเรอะ!! ทำไมไม่หาอะไรมาใส่สักที

ไม่เคยมีใครบอกว่าเราอุบาทว์เลยสักครั้ง เธอเป็นคนแรก

“...”

ดวงตาของเธอมีปัญหาใช่หรือไม่

โว้ย!! พอกันที ฉันตัดสินใจเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าซะเอง มองหาอะไรก็ตามที่ไอ้เบื๊อกนี่พอจะใส่ได้ คว้ากระโปรงพลีตสีดำ (กระโปรงนักศึกษา) ที่ยางยืดตรงเอวมันเสื่อมสภาพไปแล้วติดมือออกมา แล้วก็โยนให้เขาโดยไม่ยอมหันไปมองอีก

เอ้า ใส่ซะ!”

นี่คืออะไรหรือ

กระโปรง! ใส่ๆ ไปก่อน

นี่เราอุบาทว์จนเธอไม่สามารถทนมองได้ขนาดนั้นเลยหรือ ไม่นะ...เราว่าไม่ เธอลองมองดูดีๆ ให้เต็มตาเถอะ เธออาจจะยังเห็นไม่ชัด สายตาของเธออาจจะมีปัญหา

โอ๊ย!! ไม่ต้องขยับเข้ามา ใส่กระโปรงนี่ซะ ใส่เดี๋ยวนี้!” ฉันแหกปากโวยวายเมื่อรู้สึกว่าเขากำลังจะเดินเข้ามาประชิดตัว บ้าเหรอวะ ถ้าเกิดไอ้ตรงนั้นมันมาโดนตัวฉันขึ้นมา...อี๋! แค่คิดก็ขนลุกแล้ว

อยากลองจับหรือไม่ ร่างกายนี้ให้สัมผัสเฉกเช่นมนุษย์ชายทั่วไป มันไม่ได้น่ารังเกียจ น่ากลัวอย่างที่เธอคิดหรอกนะ

หมับ!

กรี๊ดดดดดด อะ...ไอ้...!

ฉันแหกปากลั่นเมื่อเขาคว้ามือฉันเพื่อจะไปจับ...จับ...

ขนฉันลุกชันไปทั้งตัว มะ...ไม่ไหวแล้ว

พอ พอ! พอกันที!”

ฉันสะบัดมือออกจากมือเขาแล้วก็พูดอย่างหมดความอดทน สาวเท้าฉับๆ ไปหยิบคัตเตอร์ที่วางอยู่บนโต๊ะหนังสือขึ้นมา

นับหนึ่งถึงสาม ถ้านายไม่ใส่กระโปรงตัวนี้ล่ะก็ ฉันจะตัดไอ้ท่อนล่างนั่นของนายซะ!!”

อ้าว! จะตัดทำไมเล่ามนุษย์หญิง เธอจะไม่เสียดายหรือ

เสียดาย?

แว้กกกกกก ฉันไม่รู้จะด่าเป็นภาษาอะไรแล้ว ไอ้บ้านี่มียางอายบ้างมั้ย มันต้องไม่ใช่มนุษย์แน่ๆ เลย! ต้องไม่ใช่แน่ๆ มันถึงสะกดคำว่ายางอายไม่เป็น แถมยังมีความภาคภูมิใจแบบประหลาดๆ ผสมกับความหน้าด้านแบบแปลกๆ อย่างนี้ด้วย นี่ไม่ใช่นิสัยของคนปกติแล้ว!

ใส่-กระโปรง-เดี๋ยวนี้!” ฉันบอกทีละคำ เสียงดังฟังชัดสุดๆ ด้วยนะโว้ย

แต่นี้มันสีดำ...เราไม่เหมาะกับสีเช่นนี้

ฉันเลื่อนใบมีดขึ้นช้าๆ ทำหน้าเป็นเชิงบอกให้เขาเลือกว่าจะใส่หรืออยากจะโดนตัด! ตาสีฟ้าหม่นนั่นมองที่คัตเตอร์ที มองหน้าที่เอาจริงเอาจังของฉันทีสุดท้ายเขาก็ถอนหายใจคล้ายว่ายอมแพ้

เฮ้อ เอาล่ะๆ เราจะใส่ตามที่เธอต้องการเดี๋ยวนี้ล่ะมนุษย์หญิง เรื่องนี้เจรจาโดยสันติได้ เหตุใดต้องทำให้เสียเลือดเสียเนื้อกันด้วย

ก็รีบใส่ๆ เข้าไปสักทีจะได้ไม่ต้องมีใครตาย

ตกลง...

ฉันทำหน้าพอใจเมื่อเห็นเขายอมใส่กระโปรงในที่สุด เฮ้อ!! จากนั้นก็หมุนตัวเดินออกไปที่ระเบียงเพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นอะไรอีก เหอะ! ไม่เห็นจะอยากดูเลย เสียดายบ้าบออะไรกัน

มนุษย์นี่ช่างแปลกนัก ของดีเช่นนี้กลับไม่ต้องการเห็น...”

โวะ มันไปเอาความมั่นใจอะไรแบบนี้มาจากไหนเนี่ย ของดีบ้าบออะไร ก็แค่...ก้อนหนึ่งชิ้นหนึ่งเท่านั้นล่ะ

หากร่างกายนี้เป็นสิ่งอุบาทว์ แล้วมนุษย์จะทนมองตัวเองเปลือยเปล่าได้หรือนี่...ตลกแท้

ฉันปล่อยให้คนบ้าพล่ามอะไรไปเรื่อยเปื่อย เมื่อเห็นว่าเขาใส่กระโปรงเรียบร้อยแล้วก็หันมาเผชิญหน้าด้วยอีกครั้ง แต่ก็ต้องกลั้นหัวเราะเอาไว้เล็กน้อย เพราะผู้ชายอกสามศอกนุ่งกระโปรงบานๆ สั้นเต่อนี่มันตลกชะมัด...พอๆ ตั้งสติได้แล้วหลิน ถึงเวลาต้องซักถามความจริงสักที

นายเป็นใครกันแน่

เก็บของมีคมลงไปก่อนเถอะมนุษย์หญิง น่าหวาดเสียวเหลือเกิน

ไม่! ตอบมาว่านายเป็นใคร

ฉันถามซ้ำ เรื่องอะไรจะเก็บคัตเตอร์ล่ะ ถ้าเกิดไอ้บ้านี่เป็นโจรห้าร้อยขึ้นมา...ฉันก็แย่น่ะสิ

เธอถามเช่นนี้อีกแล้ว...เราบอกแล้วไงว่าเราเป็นเทวดา

เทวดา?”

อื้ม เราเป็นเทวดา

ฉันมองคนที่บอกว่าตัวเองเป็นเทวดาอย่างพินิจพิเคราะห์ เทวดาเหรอ ชื่อนี้เคยได้ยินแต่ในนิทานหลอกเด็กกับนิยายน้ำเน่า แล้วก็ละครแฟนตาซีกิ๊กก๊อก ใช่แล้ว...มันไม่มีอยู่จริงหรอก

เทวดาอะไร ทำไมไม่มีปีก

เคยมี

แล้วทำไมถึงแค่เคย

เพราะตอนนี้เราอยู่ในร่างมนุษย์เช่นเธอยังไงล่ะ

แล้วมีแสงหรือเปล่า

แสง?”

แสงวิ้งๆ หรือไม่ก็แสงกลมๆ ที่อยู่รอบหัวไง ฉันอธิบายเพิ่มตามที่เคยเห็นเทวดาในภาพวาดกับทีวี

อ้อ แฟชั่นคร่ำครึนั่นน่ะหรือ พวกเรายกเลิกไปเกือบหนึ่งพันปีถ้านับตามเวลาในโลกมนุษย์แล้ว

โห...บนสวรรค์มีเทรนด์แฟชั่นด้วย

แน่นอนอยู่แล้ว ไว้สักวันเราจะพาเธอไปเห็นกับตา

ใจดีจัง ขอบคุณมากนะ

ด้วยความยินดี

“...”

ฉันถลึงตาใส่ คือมันไม่รู้เลยเนอะว่าฉันประชด

หืม?” เขาทำเสียงสงสัยพลางเอียงคอ

ปัญญาอ่อน!! บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่านายเป็นใคร!

ฉันตะโกนแล้วก็ยื่นคัตเตอร์ออกมาแกว่งไปมาประหนึ่งคนสติแตก อีกฝ่ายผงะถอยหลังด้วยความตกใจ รีบยกสองมือยอมแพ้อีกรอบ

จะ...ใจเย็นนะ ระ...เราก็บอกแล้วไงว่าเราเป็นเทวดา!

เทวดาบ้านป้าน่ะสิ!! นี่ทะลุเพดานตกลงมาจนสมองฟั่นเฟือนเหรอฮะ!

เปล่า! แต่เราเป็นเทวดาจริงๆ เราไม่ได้โกหกเธอนะ!

ไม่ได้โกหก? ก็เห็นๆ อยู่ว่านายโกหก เทวดาบ้าบออะไรนั่นมันไม่มีอยู่จริงสักหน่อย!

มีสิ! เรานี่ไง!

เหอะได้! งั้นพิสูจน์มาสิ! แสดงอิทธิฤทธิ์ออกมา ไหน! เสกเงินให้ฉันสักล้านหนึ่งซิ! มากกว่าล้านก็ได้ถ้านายเป็นเทวดาจริงๆ!”

ฉันท้า ถึงจะรู้ว่าเทวดาเป็นเรื่องหลอกเด็ก แต่ก็ตั้งใจรอดูปาฏิหาริย์อย่างใจจดใจจ่อ (ก็เผื่อจะจริง เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นเงินล้านเลย) แต่พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้าอึกอักลำบากใจ ฉันก็แค่นเสียงออกมาในลำคอ เหอะ! ทำไม่ได้ล่ะสิ ไอ้พวกลวงโลกเอ๊ย คือถ้าจะหลอกชาวบ้านทั้งที หลอกอะไรที่มันไม่ต้องแฟนตาซีขนาดนี้ก็ได้มั้ง

ฟังก่อนนะมนุษย์หญิง...เรารู้ว่ามันยากที่จะเชื่อ แต่เรื่องที่เราเป็นเทวดานั้น เราไม่ได้หลอกเธอแน่ๆ เราเป็นเทวดาจริงๆ เพียงแต่ตอนนี้เราถูกคำสาปให้ต้องตกลงมายังโลกมนุษย์ และเมื่ออยู่ในร่างมนุษย์เช่นเธอ...จึงไม่มีอิทธิฤทธิ์ใดๆ แต่แค่ในตอนนี้! แน่นอนว่ามันแค่ชั่วคราวเท่านั้น! เมื่อเราได้พลังกลับมาเมื่อไหร่ สิ่งที่เธอต้องการ ไม่ว่าแก้วแหวนเงินทองใดๆ เราก็จะบันดาลให้เธอได้หมด ขอเพียงเธอยอมช่วยเหลือเราเล็กๆ น้อยๆ

ช่วย?”

ฉันถามกลับด้วยน้ำเสียงสงสัยสุดขีด พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นเทวดาก็ยังไม่ได้ ที่มาที่ไปก็ไม่มี แล้วอะไรคืออยู่ดีๆ ก็จะมาขอความช่วยเหลือคะ ไอ้บ้านี่มันคิดว่าฉันปัญญาอ่อนเหรอ หรือไม่ก็มันนั่นล่ะที่ปัญญาอ่อน

ช่วยเรา...ให้เราได้พักอาศัยอยู่กับเธอชั่วคราวจนกว่าพลังของเราจะกลับมา

พรืดดด

ฮ่าๆๆ ฉันหลุดหัวเราะลั่นกับสิ่งที่ได้ยินจากคนตรงหน้า ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้ ยิ่งเห็นสีหน้าจริงจังของอีกฝ่าย ฉันก็ยิ่งตลกหนักมากขึ้นไปอีก เฮ้ย! เอาจริงดิ ทำไมถึงกล้าเอ่ยปากขอออกมาล่ะ นี่ฉันหูฟาดหรือเปล่าเนี่ย อยู่ดีๆ คนที่ทะลุเพดานตกลงมาจะมาขออาศัยอยู่ด้วย โอ๊ย ตลก!

เรารู้ว่าเธอคงไม่เชื่อ และอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก แต่เมื่อพลังของเรากลับมา เธอจะเข้าใจในที่สิ่งที่เราพูดทั้งหมด

เหรอ แล้วเมื่อไหร่พลังนายจะกลับมาล่ะ

ฉันอดถามไม่ได้ อยากรู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้มันจะไปได้ไกลสักแค่ไหน

เพียงแค่ราวๆ สองถึงสามวันของสวรรค์ บริวารของเราก็คงรู้สึกได้แล้วล่ะว่าเจ้านายหายไป

“สองสามวัน...สวรรค์ แล้วมันต่างกันยังไงกับสองสามวันของมนุษย์เนี่ย”

“เอ่อ...หนึ่งวันของสวรรค์ก็...เท่ากับสิบปีโลกมนุษย์”

...ฉันเริ่มคำนวณเวลาในใจ หนึ่งวันของสวรรค์เท่ากับสิบปี...

ประมาณยี่สิบถึงสามสิบปีของโลกมนุษย์ คนตรงหน้าตอบอย่างไม่ค่อยเต็มเสียง

พรืดดด

ฮ่าๆๆๆๆ สามสิบปีของโลกมนุษย์เท่านั้น!!! ฉันระเบิดหัวเราะจนท้องขัดท้องแข็งเข้าไปอีก ดะ...เดี๋ยวนะ หมอนี่เพิ่งจะขออยู่กับฉันเป็นเวลาสามสิบปีน่ะนะ! ตายๆ สามสิบปีที่จะต้องติดแหง็กอยู่กับผู้ชายที่ไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้า ขนาดเสื้อผ้าก็ยังไม่ใส่...กางเกงในก็ยังไม่มี เอิ่ม ด้วยทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทำไมเขากล้าขออ่ะ ต้องด้านหน้าเบอร์ไหนเนี่ย

มันอาจจะฟังดูนานสำหรับเธอ เราเข้าใจ...แต่มันคุ้มค่าแน่ ไม่แน่อาจจะไวกว่านั้นด้วยซ้ำ ถ้าบริวารเราสามารถหาเราพบได้ก่อนกำหนด!

ฮ่าๆๆ

เชื่อเราเถอะ...

ฉันปล่อยก๊ากออกมาจนน้ำตาไหล ตลกจนหายใจไม่ทันมันเป็นอย่างนี้นี่เอง ก็นานแล้วเหมือนกันนะที่ฉันไม่ได้หัวเราะเสียงดังมากขนาดนี้ เพราะวันๆ เอาแต่คิดเรื่องเงินที่หาเท่าไหร่ก็ไม่พอใช้ มีพ่อแม่ก็เหมือนไม่มี เป็นลูกที่ไม่มีใครอยากให้เกิดแต่ดันแส่มาเกิดเอง ฮ่าๆๆ ได้หัวเราะแบบนี้ค่อยรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมานิดหน่อย ฉันเช็ดน้ำหูน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะหัวเราะมากไป เดินเข้าไปตบบ่าคนที่สูงกว่าเกือบสองช่วงศีรษะอย่างขอบอกขอบใจ ส่งยิ้มละมุนไปให้ก่อนจะกล่าวจบบทตลกนี่ซะ

เอาล่ะๆ หมดเวลาสนุกแล้ว บอกเบอร์ที่บ้านนายมา...ฉันจะให้คนที่บ้านนายมารับนายก็แล้วกัน อ้อ! แล้วค่าเพดานที่ถล่มนี่นายก็ต้องชดใช้ด้วยนะ

เบอร์ที่บ้าน?”

ใช่ ไม่ต้องมาเล่นลิ้นหรือสร้างเรื่องแล้ว ฉันคุยกับนาย...คุยทั้งชาติก็คงไม่รู้เรื่อง บอกเบอร์พ่อแม่นายมา

เราไม่มีพ่อแม่

งั้นเบอร์ใครก็ได้ ญาติโกโหติกาทั้งหลาย

เราไม่มีญาติโกโหติกา

แหม ทำไมนายนี่คล้ายกับฉันจัง ฮ่าๆๆ!!” ฉันแสร้งทำเป็นตลกขบขัน ก่อนจะปรับสีหน้าทำเป็นโหดๆ พร้อมกับตะโกนเสียงดังด้วยความโมโหสุดขีด บอกเบอร์คนที่บ้านมาเดี๋ยวนี้โว้ย ไอ้เทวดาเก๊!

เทวดาเก๊...?”

ใช่! ไอ้เทวดาเก๊ ไอ้เทวดาปลอม ไอ้เทวดากะโปกกะโหลกกะลา ไอ้เทวดาลวงโลก!

ชายตาสีฟ้าหม่นถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำหน้าผิดหวังที่ถูกต่อว่าว่าเป็นเทวดากำมะลอ ล่อลวงโลก! โอ้...บอกตามตรงว่าเขาแอ็กติ้งดีมาก สีหน้า แววตาเต็มไปด้วยความอึดอัดคับแค้นใจ นั่นมันสุดยอดไปเลย! ความจริงหน้าตาเขาก็ไม่เลวนะเนี่ย ทำไมถึงไม่ไปเล่นละครนะมาเที่ยวเดินซี้ซั้วจนทะลุเพดานตกลงมาห้องชาวบ้านเขาทำไม

จะบอกเบอร์หรือไม่บอก ถ้าไม่บอก...นายตาย!

ฉันยื่นคัตเตอร์ออกมาขู่อีกรอบ คิดว่ายังไงเดี๋ยวเขาก็คงยอมทำตามเหมือนตอนที่บังคับให้ใส่กระโปรงเมื่อกี้ ถึงบ้ายังไงก็ต้องกลัวตายใช่...มั้ย...

เอาสิ งั้นก็ฆ่าเราเลย

ฮะ...เฮ้ย ฉันร้องเหวอเมื่อเขาเดินเข้าหาคัตเตอร์อย่างจงใจ แถมยังจับมือที่ฉันจับคัตเตอร์ไปแนบที่อกของตัวเองอย่างน่าหวาดเสียว

เราไม่มีเบอร์บ้านอะไรนั่น ไม่มีที่ให้กลับ ไม่มีพ่อแม่

นะ...นาย...

คราวนี้เป็นฉันที่อึ้งกิมกี่พูดอะไรไม่ออกแทน กลายเป็นฝ่ายตรงข้ามพร้อมจะตายแทนที่จะกลัวซะงั้น ฉันพยายามจะชักมือกลับ แต่เขาก็ตรึงมือฉันไว้แน่น แน่นจนฉันกลัวว่าคัตเตอร์อาจจะเกี่ยวหัวนมเขาไปแล้ว

เมื่อเราไม่มีสิ่งเหล่านั้นและหมายความว่าเราต้องตายล่ะก็...เธอก็ฆ่าเราเลยเถอะ

เขาบอกด้วยใบหน้าเด็ดเดี่ยว แต่น้ำเสียงไม่ได้ฟังดูเหมือนคนอวดเก่ง ชอบท้าทาย แต่กลับมองฉันอย่างแน่วแน่ราวกับกำลังบอกว่าให้แทงเขาให้ตายไปเลย

เอ่อ...แล้วนี่ฉันกำลังจะกลายเป็นฆาตกรเพียงเพราะว่าเหยื่อไม่ยอมให้เบอร์บ้านงั้นเหรอเนี่ย บอกกับตำรวจ...ตำรวจจะเชื่อมั้ย เหตุจูงใจในการฆ่าทำไมมันถึงได้ทุเรศปานนี้

ลงมือเลยมนุษย์หญิง...

“...”

เฮ้ย ทำไมกลายเป็นฉันมาตกที่นั่งลำบากแทนได้ ฉันอยู่ในสภาวะหงึกๆ หงักๆ ทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว ถ้าใครโผล่มาตอนนี้คงนึกว่าฉันกำลังจะแทงเขาแหงๆ แต่เปล่าเลยเถอะ! เป็นไอ้บ้านี่ต่างหากที่อยากจะเอาคัตเตอร์แทงหน้าอกตัวเอง ฉันมองดวงตาสีฟ้าหม่นที่ปราศจากร่องรอยความกลัวใดๆ พยายามต้านแรงที่ส่งมาจากมือหนาๆ นั่นเพื่อไม่ให้คัตเตอร์เสียบทะลุหัวใจของเขา

เฮ้ย นี่นายอยากจะตายจริงๆ หรือไง หยุดนะ!

ถ้าเธอคิดว่าเราเป็นโจรหรือผู้ร้ายก็ฆ่าเราตั้งแต่ตอนนี้เลยเถอะ

จะบ้าเหรอ! ฆ่านายฉันก็ติดคุกน่ะสิ

ไม่หรอก ทันทีที่ร่างมนุษย์นี้สิ้นสภาพไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ร่างนี้จะสลายไปกับอากาศแล้วกลายเป็นฝุ่นละอองนั่นล่ะ ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้ เธอไม่ต้องกังวล

แหม่ อย่างกับการ์ตูน แล้วถ้ามันไม่สลายเป็นฝุ่นละอองแบบนั้น...ตูมิต้องกลายเป็นฆาตกรหรอกเรอะ!

งั้นนายก็ฆ่าตัวตายเองสิ เป็นเทวดาไม่ใช่เหรอ ตายแล้วเดี๋ยวก็ได้กลับขึ้นไปสวรรค์เองนั่นล่ะ!” ฉันรีบเสนอความคิดนี้ ก็ฆ่าตัวตายไปซะก็สิ้นเรื่อง ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนด้วย

ไม่ได้ ตามเทคนิคแล้วร่างนี้ก็ถือว่าเป็นร่างมนุษย์ การฆ่าตัวตายถือว่าเป็นบาป ดวงจิตของเราต้องไปที่นรกแทน

ก็ลงนรกไปเลย! ไม่เห็นเป็นไรสักหน่อย นายก็บอกยมบาลไปสิว่านายโดนสาปให้มาอยู่ในร่างมนุษย์ เลยต้องฆ่าตัวตายจะได้กลับเข้าร่างเดิม

ฉันร่ายไปแล้วก็นึกได้ว่า...นี่ฉันกำลังพยายามถกเถียงหาทางออกกับเรื่องที่มันไม่มีอยู่จริงหรือเปล่าเนี่ย คุยกันเป็นตุเป็นตะอะไรขนาดนี้...

เฮ้อ...อธิบายยากยิ่ง ถ้าพูดให้เธอเข้าใจง่ายๆ คือนรกกับสวรรค์นั้นไม่ถูกกัน แต่ที่ทุกอย่างดำเนินไปได้เพราะพวกเราต่างเคารพในกฎ ทำหน้าที่ใครหน้าที่มัน ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน หากเราฆ่าตัวตายในร่างมนุษย์ ก็จะต้องชดใช้บาปเช่นมนุษย์ด้วย แน่นอนว่ายมบาลจะแกล้งทำเป็นฟังข้อแก้ตัวต่างๆ แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ สุดท้ายเราก็ต้องรับโทษนั้นอยู่ดี...

แล้วโทษนั้นมันคืออะไร มันหนักหนามากนักหรือไง

ทั้งๆ ที่นี่มันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ แต่ฉันก็อดถามไม่ได้ เพราะเมื่อสิบนาทีที่แล้วฉันเพิ่งปีนระเบียงเตรียมจะทะยานลงไปข้างล่างอยู่เลย

โดยทั่วไปหากฆ่าตัวตายจะรับโทษด้วยการต้องมาเกิดเป็นมนุษย์อีกห้าร้อยชาติ และต้องมีเหตุประสบเคราะห์กรรมให้ต้องฆ่าตัวตายไปอีกห้าร้อยชาติเช่นกัน

อึก...ฉันแอบกลืนน้ำลายนิดหน่อย เกิดมาชาติเดียวก็เหนื่อยจะแย่แล้ว...ยังต้องเกิดมาและฆ่าตัวตายซ้ำๆ อีกห้าร้อยชาติเนี่ยนะ แต่เดี๋ยว! อย่าเพิ่งเชื่อสิ บางทีฆ่าตัวตายไปแล้วอาจจะแล้วแล้วกันไปก็ได้ นรกสวรรค์มีจริงที่ไหน

สรุปคือนายจะไม่ยอมฆ่าตัวตายสินะ

แน่นอน! เหตุใดเราจะต้องทำให้ตัวเองไปตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนั้นเล่า อีกไม่นานคนของเราก็ตามหาเราพบเองนั่นล่ะ พอถึงตอนนั้นพลังของเราก็จะกลับมา

สามสิบปีน่ะนะ!

พูดว่าสามวันของสวรรค์ดีกว่า ดูระยะเวลาสั้นกว่าใช่หรือไม่...อย่าลืมว่าเราสัญญาว่าจะตอบแทนเธอได้อย่างตามที่เธอต้องการ ไม่ว่าจะแก้วแหวนเงินทอง ชื่อเสียง ความโชคดีมีชัย สิ่งใดๆ ที่หวังไว้จะสำเร็จทุกประการ เป็นคนโชคดีที่สุดในโลกอย่างไรล่ะ

โอ๊ย! ใครจะไปรอวะตั้งสามสิบปี เอางี้! ถ้าฉันฆ่านายซะเองล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น นายก็จะได้กลับไปสวรรค์ชั้นเจ็ดอะไรนั่นเลยหรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทักทายสั้นๆ ตรงนี้ เพียงเพื่อจะบอกว่า.... เล่มนี้ตั้งใจมากกกกก อยากเขียนมานานแล้ว ท่ามกลางเสียงคัดค้านไม่ให้แต่ง 555 เพราะมันดูแฟนตาซี (?) อะไรเว่อร์วังช่วงนี้มักจะขายยาก แต่นี่ก็ยังตัดสินใจที่จะเขียน เพราะว่ามันดี (สนองตัวเองนี่หว่า) มันสุขใจที่ได้เขียนอะไรที่เราอยากเขียน 5555+  เจอกันตอนหน้าจ้า

เม112

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

116 ความคิดเห็น

  1. #113 Iglues_M (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 09:26
    ฮือออออ จนถึงตอนนี้ยังจำชื่อพระเอกไม่ได้เลยยย
    #113
    0
  2. #62 Pookii By kie (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 20:48
    ชอบมากเลยค่ะ พี่เม แต่งต่อๆ รอติดตามอยู่นะคะ^^-
    #62
    0
  3. #61 La Siesta (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กันยายน 2559 / 02:37
    ขำคำว่ามนุษย์หญิงทุกที ดูบันเทิงงงง 555 เรื่องนี้ไม่จบดราม่าใช่มั้ยคะ หนูใจบางงงง ต้านทานไม่ไหว
    #61
    0
  4. #60 Chompooh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 16:31
    ฮือออออออออ พี่เมมมมมมมมมม ชอบมากค่า ดีใจจังที่พี่แต่งต่อ ฮ่าๆ ใกล้เดือนตุลาแล้ว จะได้เล่มแล้ว คิดถึงความตลกแบบนี้ของพี่เมมากเลย 555555555
    #60
    0
  5. #59 BanoffeP (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 22:29
    มารอค่าาา
    #59
    0
  6. #58 a___me (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 22:12
    ตลกดีค่ะ แฟนตาซีมากๆ55555555
    #58
    0
  7. #57 xiujingggg (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 21:38
    ตอนแรกนึกว่าจะเป็นเทวดาตัวร้าย โอ้ย นี่มันฮาเกินไปแล้วนะ 5555
    #57
    0
  8. #56 Disk Nara (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 19:52
    ว้าวววว กลับมาแต่งแล้ววว นางเอกน่ารำคาญเหมือนเดิม
    #56
    0
  9. #55 swtice (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 19:10
    ตลก555555 อยากอ่านต่อแล้วว
    #55
    0
  10. #54 valane20wawa43 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 19:04
    มีความฮาและความน่าสงสารในเวลาเดียวกันน  รอออ
    #54
    0
  11. วันที่ 12 กันยายน 2559 / 18:13
    ช่วยด้วย หยุดขำไม่ได้ 5555555
    #53
    0
  12. #52 Sica (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 18:05
    สนุกอ่าาาา นางเอกโหด55555พระเอกน่ารักก
    #52
    0
  13. #51 สมกี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 17:18
    55555555555 ชอบตอนที่พระเอกพูดว่าตัวเองดูดีเกินไปจนเกิดกิเลสตัณหาอยากครอบครอง คือแบบอ่านไปขำไป สนุกมากค่ะพี่เมย์
    #51
    0