Mint To Be นายนั่นแหละ... คู่แท้ของฉัน

ตอนที่ 2 : Mint

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,409
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    22 มี.ค. 59

2

Mint

มินท์

 

ตอนแรกฉันจะปั่นจักรยานมา แต่ปรากฏว่ายางมันแบน ฉันก็เลยต้องเดินเกือบหนึ่งกิโลเมตรเพื่อเอาขนมถ้วยสิบคู่มาให้มินท์! แค่ขนมถ้วยสิบคู่ แต่ฉันต้องถ่อมาประเคนถึงที่ หมอนั่นมันเป็นเทวดาสำหรับยายไปแล้วหรือไงฮะ ทำให้ฟรีๆ แล้วยังต้องฝากคนเอามาให้รับประทานอีก ฮึ่มมม! ฉันพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด อากาศร้อนก็ร้อน ร่มก็ไม่ใช่แบบที่กันยูวีได้ด้วย นี่ถ้าฉันตัวดำแล้วร้านขายครีมไม่จ้างให้โพสต์ขายของต่อ...ใครจะรับผิดชอบเนี่ย!

นี่ นาย!”

ฉันเรียกคนที่กำลังนั่งยองๆ ขุดดินหรือทำอะไรกับหน้าดินนี่แหละ ฉันน่าจะเดินมาถึงเขตสวนของมินท์แล้วล่ะมั้ง สังเกตเห็นว่ามีการล้อมลวดหนามเอาไว้อย่างแข็งแรง ถ้าอย่างนั้นนี่ก็คงเป็นคนงานในสวนนั่นล่ะ ดีเลย!

มินท์อยู่ไหน นายรู้มั้ย”

“...”

มินท์ล่ะ”

“...”

โอ๊ย ถามไม่ได้ยินหรือไง”

ฉันต่อว่าอย่างอารมณ์เสีย ปกติฉันรักเด็ก รักสัตว์ เข้ากับคนง่าย...ต่อเมื่อได้อยู่ในห้องแอร์ค่ะ! แต่ถ้าเป็นข้างนอก แดดร้อนๆ เหงื่อไหลไคลย้อยแบบนี้ องค์เจ้บีบีลงเรียบร้อยแล้วนะคะ ใครขวางมีตายได้

แล้วคนตรงหน้าคืออะไร...มองฉันนิ่งๆ ไม่หือไม่อือ...

ฉันมาหาคนชื่อมินท์!”

“...”

โว้ยยย ยังทำหน้านิ่งได้อีก เอ่อ แต่อันที่จริงฉันไม่เห็นหรอกว่าอีกฝ่ายทำหน้ายังไง ก็เพราะตั้งแต่หัวจรดเท้าเนี่ย มีแค่ตาอย่างเดียวที่โผล่พ้นออกมาจากผ้า หน้าครึ่งหนึ่งก็พันเอาไว้ด้วยผ้าขาวม้า บนหัวก็มีหมวกฟางเก่าๆ ท่อนบนก็เป็นเสื้อคนตัดอ้อยสีสันฉูดฉาดที่คาดว่าน่าจะใช้แม่สีทั้งหมดบนโลกนี้สร้างมันขึ้นมา ตัดกับท่อนล่างที่เป็นกางเกงยีนสีเข้มเก่าๆ ขาดๆ มีรอยปะรอยชุนจนแทบมองไม่ออกว่าของเดิมมันเป็นยังไง ส่วนรองเท้าเป็นบูตยางครึ่งแข้ง แลดูเหมือนพนักงานส่งน้ำแข็ง นี่คือเทรนด์ของคนทำสวนใช่ป่ะ ฉันจะได้ทราบ

เฮ้ย! เข้าใจที่ฉันพูดหรือเปล่าเนี่ย”

ฉันพูดคนเดียวมาสักพักแล้วนะเนี่ย เอ๊ะ หรือว่านายคนนี่จะเป็นคนงานต่างด้าวที่ฟังภาษาไทยไม่ออกหรือเปล่านะ ฉันตัดสินใจลองพยายามอีกครั้งโดยการพูดแบบช้าๆ ชัดๆ อีกฝ่ายก็น่าจะเข้าใจบ้างไม่มากก็น้อย

มินท์-อยู่-ไหน”

ในที่สุดก็ได้ผล! คนตรงหน้าฉันลุกขึ้นยืน...เอ่อ ทำไมสูงจัง สูงถึงขนาดที่ว่าฉันต้องแหงนหน้าขึ้นไปมองเลยแหละ เขาชี้นิ้วไปยังบ้านที่ปลูกขึ้นโดดๆ ในเขตสวน ท่าทางจะเป็นบ้านพักของมินท์ล่ะมั้ง...โห แค่กะระยะจากสายตาก็พอจะรู้แล้วว่าต้องใช้เวลาในการเดินต่อไปอย่างน้อยอีกสิบนาที...บาย! เหนื่อยแล้วอ่ะ ร้อนก็ร้อน ถ้าไม่ติดว่าขนมนี่ยายทำเองกับมือ ฉันคงเขวี้ยงลงถังขยะไปนานละ แต่เพราะยายทำเองนี่ไงใครจะไปกล้าทิ้งลงเล่า! ต้องหอบสังขารฝ่าแดดร้อนๆ เอามาให้ถึงที่ แล้วก็ใช่ว่าฉันอยากจะเจอมินท์มากมายซะที่ไหน สรุปงั้นฝากคนงานไปเลยละกันดีที่สุด

นี่เป็นขนมของยายบัวทองฝากมาให้มินท์ ฉันฝากนายเอาไปให้เค้าด้วยก็แล้วกัน”

“...”

ไม่สัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียกอีกเช่นเคย แต่ฉันก็ยังทู่ซี้ต่ออีก

ฝาก-ให้-มินท์”

“...”

เข้าใจมั้ย”

นอกจากจะไม่ตอบแล้วมันยังเดินหนีไปเลยอีก เฮ้ย...คนแบบนี้ก็มีด้วยเว้ย! คือฟังไม่ออกใช่มั้ยเนี่ย ถ้าฟังไม่ออกก็บอกจิ๊ๆแจ๊ะๆ มาสักคำสองคำก็ยังดีนะยะ ฉันจะได้ไปหาคนที่คุยรู้เรื่องด้วย ฮึ่มมม ฉันข่มอารมณ์แล้วก็เดินหาทางเข้าสวน...ซึ่งมันอยู่ตรงไหนเนี่ย นี่ใจคอกะจะล้อมรั้วลวดหนามไปถึงชายแดนเลยใช่มั้ย ประตูทางเข้ามันอยู่...โอ๊ย ช่างหัวมันล่ะ! ฉันตัดสินใจลอดรั้วซะเลย พอเห็นตรงไหนที่ลวดหนามกว้างพอจะลอดไปได้ฉันก็ก้มตัวมุดลงไป

กึก

โอ๊ะ...โอ...รู้สึกเหมือนหนังหัวกำลังจะหลุด ฉะ...ฉิบหายแล้ว...ผมเกี่ยวกับลวด กรี๊ด!!!

ช่วยด้วยยย”

ฉันแหกปากลั่น น้ำตาแทบเล็ดเพราะมันเจ็บสุดจะทานทนแล้ว กรี๊ดดด!! ฉันที่ยืนยงโย่ยงหยกพยายามแกะผมออกจากลวดด้วยตัวเอง แต่ยิ่งทำก็เหมือนยิ่งพันกับลวดหนักขึ้นไปอีก นี่มันจะกินผมฉันทั้งหัวใช่ม้ายยย

ช่วยด้วยยย ใครก็ได้ช่วย...”

หางตาเหลือบไปเห็นชายกางเกงยีนเก่าๆ กับรองเท้าบูตยางแบบเด็กส่งน้ำแข็ง นายคนนั่นนี่นา!! อยากจะแหงนหน้าขึ้นไปขอความช่วยเหลือ แต่คิดว่าถ้าทำแบบนั้น หนังหัวฉันจะต้องแหว่งแน่ๆ TOT ถึงนายนั่นมาแล้วจะช่วยอะไรได้...คนงานต่างด้าวฟังภาษาไทยไม่ออกยังงี้ โฮ นี่มันวันบ้าอะไรเนี่ย

ไปตามคนมา...เข้าใจมั้ยเนี่ย เรียกมินท์ เรียก....”

ทำอะไรของเธอน่ะ”

อ้าว พูดภาษาไทยได้ แต่เดี๋ยวก่อนนะ เสียงนี้มัน...

ไปซิ่งกันบีบี’

ใครเหล่เธอ บอกมา!’

พรุ่งนี้มารับตอนเจ็ดโมงห้าสิบนะคนสวย’

เดี๋ยวคืนนี้พี่แอบปีนไปหานะ ฮ่าๆ’

เสียงของมินท์นี่

 

ทางเข้าเดินไปอีกนิดเดียวเอง แล้วจะมาลอดรั้วหนามทำไมเนี่ย”

มินท์?”

เออ”

เออบ้าเออบออะไรล่ะยะ แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกว่าเป็นมินท์ กรี๊ดดด!! ก่อนอื่นรีบมาช่วยฉันที เจ็บจะตายอยู่...โอ๊ยยย!”

อยู่เฉยๆ ดิ”

แล้วเขาก็เดินเข้ามาช่วยแกะผมฉันออกจากลวด เอ่อ...โอ๊ย บ้าชะมัด กรี๊ดดด! คุณนึกภาพดิฉันกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่นะ พอมินท์เดินเข้ามาแกะผมที่พันลวดให้ หน้าฉันก็เลยจ่ออยู่...กับ...ตรงกางเกงของเขาพอดี๊พอดี! แงงง จะหันไปทางอื่นก็ไม่ได้เพราะหนังหัวตึงมากกก ดิฉันก็เลยต้องประจันอยู่กับเป้าของอีกฝ่ายแบบเต็มๆ ฮือออ...อยากตายอ่ะ นี่ฉันกำลังเริ่มใช้กรรมที่ก่อไว้ในชีวิตมั้ย พระเจ้าถึงได้บันดาลให้ฉันมาตกอยู่ในสภาพน่าอดสูแบบนี้

ปิ๊นๆ

มีเสียงกริ่งจักรยานดังขึ้น แต่ฉันไม่สามารถเงยหน้าขึ้นไปดูอะไรทั้งนั้น ได้แต่มองสองล้อนั่นวิ่งผ่านไปพร้อมเสียงที่สอง (เสียงแบ๊ว) ของเด็กสาววัยรุ่น

พี่มินท์หวัดดีจ้า”

อ๋อ ไงนก”

อุ๊ย ทำอะไรกันน่ะ”

ฉันหลับตาลงอย่างชอกช้ำ หวังว่ายัยนกยัยเนิกอะไรนี่จะไม่เห็นหน้าฉันนะ ไม่งั้นถ้านางเอาไปโพทะนาว่าหลานสาวยัยบัวทองมายืนก้มๆ เงยๆ อยู่ตรงเป้ากางเกงผู้ชายแล้วฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่หนายยย TOT

อ้อ คนติ๊งต๊องไม่ชอบเข้าทางประตูแบบคนทั่วไป แต่ชอบลอดรั้วเข้ามาเหมือนหมา ผมเลยไปเกี่ยวกับหนามนี่ไง”

อ๋อออ แบบนี้นี่เอง พี่เค้าตลกเนอะ ฮ่าๆๆ ชอบลอดรั้วแบบหมา”

ฉันมีความเชื่อว่ายัยเด็กนี่ไม่น่าจะตายดี แถมไอ้คนตัวสูงที่หัวเราะก๊ากๆ นี่ก็จะได้ตายไปพร้อมกันด้วย

คิดถึงน้าพี่ ไว้หนูแวะมาช่วยใส่ปุ๋ยอีกนะ”

เฮ้ย เกรงใจ แต่ถ้ามาเดี๋ยวเลี้ยงข้าวละกัน”

ได้เลย ของฟรีไม่พลาดจ้า”

ขับจักรยานดีๆ มองทางข้างหน้าด้วย! นั่นๆ เดี๋ยวก็หัวทิ่มหรอก”

คิกๆ”

มาคิกๆ อะไรกัน กรี๊ดดด! หนังหัวฉันจะหลุดแล้วนะไอ้บ้า

มินท์! หัวฉัน!”

พยายามอยู่ ใจเย็นดิ...ใกล้ละ เอ้า! ได้ละ ดะ...”

ทันทีที่ได้ยินเขาบอกว่าได้แล้ว ฉันก็รีบเขยิบตัวออกจากลวดอเวจีทันทีแบบไม่รั้งรออะไรทั้งสิ้น

แควกกก

เฮ้ย เสียงเสื้อขาดดังมาก สัมผัสได้ว่าลวดหนามเพิ่งถากกับผิวบอบบางไม่เหมือนใครของฉันไปอย่างหวุดหวิด รู้สึกเจ็บนิดๆ แสบแปลบๆ แต่ยังไม่ถึงตาย

กำลังจะบอกว่า เดี๋ยว อย่าเพิ่งขยับ เสื้อเกี่ยวกับลวดอยู่...ว่าแต่ไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย เจ็บหรือเปล่า”

แล้วทำไมไม่รีบพูดล่ะยะ! โอ๊ย หลังฉันลายไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย มีเลือดออกมั้ย!”

ฉันโวยลั่นพร้อมกับหันหลังให้อีกฝ่ายช่วยดู ตอนแรกมันเจ็บนิดๆ แต่ตอนนี้น่าจะไม่ใช่แล้วดิ แงๆๆ ไม่นะไม่...ขออย่าให้เป็นแผลเลยนะ เพราะถ้าเกิดมันกลายเป็นแผลเป็นขึ้นมา... ฉันจะไม่สามารถใส่เสื้อโชว์แผ่นหลังได้อีกทั้งชีวิตอ่ะดิ เกิดใครมาเห็นรอยแผลเป็นเข้า เดี๋ยวก็เอาไปเม้าท์ว่าฉันไปแย่งผัวชาวบ้านเลยโดนเมียหลวงไล่ฟันหลังมาแน่ๆ กรี๊ดดด

ไม่เห็นมีเลือดออกนี่...ก็แค่รอยแดงถากๆ นิดๆ หน่อยๆ”

แน่ใจนะ ดูดีๆ หรือยัง”

จะให้ดูไปถึงไหน ไม่รู้ตัวเหรอว่าเสื้อมันขาดจนเห็นหมดแล้วว่าเธอใส่เสื้อในสีอะไร”

ฮะ อะไรนะ! ฉันลองเอามือไพล่หลังแล้วจับเสื้อตัวเองดู นี่มันเหมือนมีใครเอากรรไกรมาตัดให้มันขาดเป็นทางยาวเลยนี่นา ฉันชะ...ช็อก...เอื๊อกกก

นะ...นี่...”

ใจเย็น เอาเสื้อฉันใส่ทับไปก่อนละกันงั้น”

กรี๊ดดด!! เสื้อตัวนี้ตั้งห้าพันเลยนะ”

“...”

ฉันพยายามหันหลังไปดูความเสียหายของเสื้อสุดที่รัก แงงง น้ำตาจะไหล ฉันต้องโพสต์ขายครีม ขายยาลดความอ้วนลงไอจีตั้งสามครั้งนะกว่าจะได้ตังค์มาซื้อเสื้อตัวนี้ เพิ่งใส่ไปสองครั้งเอง โฮ

โอ๊ยยย ทำยังไงดี ใส่ยังไม่คุ้มเลย ไอ้ลวดเฮงซวยเอ๊ยยย!”

“...”

ซ่อมไม่ได้แล้วแหงๆ ขาดแบบนี้ โอ๊ยยย ตั้งห้าพันเลยนะ”

เฮ้ย...ไปอยู่กรุงเทพฯ นี่สมงสมองไปหมดแล้วเหรอ”

อะไรของนายเนี่ย!” ฉันแหวใส่อย่างไม่สบอารมณ์ คนกำลังแซดเรื่องเสื้ออยู่ไม่เห็นหรือไง ให้เวลาฉันได้รำพึงรำพันบ้าง อะไรบ้าง มันห้าพันนะ ไม่ใช่ห้าสิบบาท ขาดแบบนี้ก็เท่ากับฉันใช้เงินห้าพันซื้อผ้าขี้ริ้วเลยน่ะสิ!

ก่อนจะแหกปากกรี๊ดๆ เสียดายเสื้อตัวละห้าพันเนี่ย ช่วยใช้สมองคิดหน่อยซิว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในสภาพไหน เสื้อมันขาดจนเห็นไปถึงเสื้อในแล้วนะ ความอายแบบผู้หญิงปกติน่ะมีมั้ย”

อะไรวะ! ฉันกำลังจะสวนกลับ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นชาวบ้านที่เดินผ่านมาพอดีหยุดมองมาทางฉัน ขนาดเดินผ่านไปแล้วยังหันกลับมามองอีกรอบแน่ะ คืออยากดูอะไรเหรอจ๊ะ!? ฉันเลยพยายามเอี้ยวตัวไปดูรอยขาดของเสื้อว่าเยอะแค่ไหน และมันก็...เอื้อกกก นี่มันเลยกลางหลังขึ้นมาอีกนี่หว่า! หน้าฉันร้อนวาบด้วยความอาย รีบพลิกตัวไปอีกด้านเพื่อไม่ให้ใครเห็นว่าเสื้อขาดรุ่งริ่งจนโชว์อะไรต่อมิอะไรไปหมดแล้ว

โห ต่อมความอายเธอนี่ทำงานช้าเนอะ”

นี่! ฉันไม่คิดว่ามันจะขาดมากขนาดนี้ต่างหากโว้ย”

โตขนาดนี้แล้วยังใส่เสื้อในสีชมพูลายคิตตี้อยู่อีกเนี่ยนะ ตลกว่ะ”

ทุเรศมินท์”

เอ้า! ก็หันมาให้ดูเองนี่หว่า”

ฉันถลึงตาพร้อมกัดปากอย่างโกรธๆ รีบจับชายเสื้อที่ขาดเข้าไว้ด้วยกันแล้วก็หมุนตัวหันด้านข้างให้มินท์แทนที่จะหันหลังให้แบบเมื่อกี้ นี่มันเป็นวันอภิมหามหึมาความซวยจริงๆ เริ่มจากต้องถ่อเอาขนมถ้วยมาให้แฟนเก่าเส็งเคร็ง แล้วตัวเองก็ดันมุดรั้วหัวติดหนาม แถมเสื้อตัวละห้าพันก็ยังมาขาดแควกส่งท้ายอีก โอเค...ฉันว่าวันนี้เป็นวันที่ฉันกำลังใช้กรรมอยู่จริงๆ คำถามคือมันจบหรือยัง คงไม่ซวยไปกว่านี้แล้วใช่มั้ย แค่ดาวน์โหลดเพลงจากโฟร์แชร์มันจะบาปแค่ไหนกันเชียว ฮือออ

แล้วจะเอายังไง จะยืมเสื้อฉันใส่ทับก่อนมั้ย”

มินท์เสนอขึ้นมา ฉันมองเสื้อตัดอ้อยที่ตัวเองเพิ่งปรามาสไปเมื่อตะกี้ว่าสีฉูดฉาดสะแหล็นแป๋น เพราะเล่นเอาแม่สีทั้งหมดบนโลกมาไว้บนเสื้อตัวนี้...เอิ่ม มันช่างยากที่จะควบคุมตัวเองไม่ให้เบะปากจริงๆ สาบานว่าฉันพยายามแล้วนะ

รังเกียจอีก?”

เปล่าสักหน่อย!” แค่เบะปากนิดเดียวเองทำไมถึงเห็น จะมาสังเกตสังกาอะไรกับหน้าฉันนักยะ

จะใส่ไม่ใส่ ถ้าใส่จะถอดให้ ถ้าไม่ใส่ก็จะได้ไม่ถอดให้ เสียเวลา!”

เอาไงดีวะ ใส่ดีไม่ใส่ดี แต่ดูท่าทางเสื้อจะเหม็นอ่ะ หมอนี่ใส่มาทั้งวันแล้วใช่ป่ะ แล้วดูสิ...พันหน้าพันตาด้วยผ้ามาทั้งวัน ท่าทางเหงื่อจะออกเยอะ...แต่ถ้าไม่ใส่ก็ต้องใส่เสื้อขาดรุ่งริ่งเดินกลับบ้านนะ สรุปว่า...

ถอดมาสิ!”

เออ ก็ยังมีสมองอยู่นี่หว่า”

แน่นอน! ฉันมีมันมากกว่านายแน่ๆ”

เหรอ เอาอะไรมาวัด”

อ้าว ลืมเหรอ ฉันเรียนดีกว่านายนะ”

ใช่เร้อออ เธอได้เกรดเฉลี่ยตอนเรียนจบแค่สองจุดหน้า ส่วนฉันน่ะสามจุดศูนย์ศูนย์นะ

ว้ายยย มั่วแล้วย่ะ ฉันต่างหากที่เป็นคนได้สามจุดศูนย์ศูนย์ ส่วนนายน่ะสองจุดศูนย์ห้า โอ๊ะ ไม่สิ! นายน่ะได้แค่สองจุดสามเจ็ดเท่านั้นล่ะ อย่างกากเลยไอ้บ้า!”

เหอะ! อย่ามาโบ้เบ้ว่าตัวเองเหนือกว่าฉันเด็ดขาดเลยมินท์ ชาติหน้านู้นล่ะย่ะค่อยว่ากันใหม่ ส่วนชาตินี้ฉันขอเถียงขาดใจเลยเป็นไงเป็นกัน ดูสิ...เป็นไง อึ้ง...อึ้งเลยอ่ะเดะ! อายใช่มั้ยที่มโนเอาเกรดของฉันไปเป็นของตัวเองแบบหน้าด้านๆ

เรื่องไร้สาระพวกนี้เธอจำได้ด้วยเหรอ ฮ่าๆ”

อุ๊ย พูดแบบนี้เนี่ยเพราะกลัวเสียหน้าใช่มั้ย”

เปล่า...ก็ดีที่ได้รู้ว่าเธอยังจำเรื่องของฉันได้”

“...”

ฉันชะงักไปเล็กน้อย...รู้สึกอย่างกับโดนหลอกให้พูดออกมางั้นล่ะ ใจจริงก็อยากจะแก้ตัวว่าไม่ได้คิดจะจำเรื่องพวกนี้หรอก แต่...ฉันก็ดันจำได้จริงๆ น่ะสิ เหมือนมันอยู่ในสมองไปละ ไม่รู้วิธีการเอาออกด้วย

 ทำไมคนเราถึงชอบจำอะไรที่ไม่น่าจำด้วยนะ อีเกรดพวกนี้จำไปทำพระแสงอะไรเนี่ย

เอาจริงๆ มันเป็นเรื่องยากนะเนี่ย...”

มินท์แสร้งทำท่าลำบากใจในขณะที่กำลังปลดกระดุมเสื้อตัวเองออก ฉันกลอกตาแล้วก็ย่นจมูก คุยกันมาตั้งนานนม อีตานี่ก็ยังไม่ได้เอาผ้าที่พันหน้าไว้ออก ไม่ใช่ไปร้อยไหมแล้วสิวขึ้นหน้าแบบนางเอกนิยายอะไรสักเรื่องนั่นนะ ถึงต้องปิดหน้าปิดตาเอาไว้อยู่ได้ หรือว่านายอายฉัน...ขี้เหร่กว่าเดิมใช่มั้ยล่ะ เหอะๆ

ฉันไม่ใช่พวกชอบโชว์น่ะ ต้องมาถอดเสื้อกลางวันแสกๆ แบบนี้ เฮ้อ...”

โอ๊ย ประสาท ถ้าอายมากงั้นไม่ต้อง เดี๋ยวเอามือจับชายเสื้อที่ขาดเอาไว้ด้วยกันก็...”

ฉันบอกอย่างรำคาญเต็มทน แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ มินท์ก็โยนเสื้อมาใส่หัวฉัน วินาทีแรกที่เสื้อโดนหน้าฉันรีบกลั้นใจเพราะเกรงว่ามันจะเหม็นเปรี้ยวอะไรเงี้ย แต่พอลองสูดลมหายใจนิดๆ แล้วไม่ได้กลิ่นเน่าๆ ก็ค่อยโล่งใจ อันที่จริงเสื้อของมินท์มีกลิ่นหอมของน้ำยาปรับผ้านุ่มอีกต่างหาก แถมยังเป็นกลิ่นเดิมที่เคยใช้อยู่ประจำ...เอาละ น้ำยาปรับผ้านุ่มยี่ห้อนั้นลอยอยู่ในหัวฉันเรียบร้อย ที่ฉันรู้ก็เพราะเมื่อก่อนเวลาไปห้างกับมินท์ เขามักจะแวะซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วซื้อมันกลับไปให้แม่ของเขา...

เอ่อ พอเถอะ ในเมื่อเสื้อไม่เน่าก็ดีแล้ว ฉันรีบสวมทับอย่างรวดเร็ว

นายครับๆ! นายจะให้เปิดสปริงเกอร์เลยมั้ยครับ ผมจัดการซ่อมตรงจุดที่นายบอกเรียบร้อยแล้ว”

เปิดเลยก็ได้ ลองดูว่ามันหมุนแบบปกติหรือเปล่า ไม่งั้นน้ำมันไปไม่ทั่ว รดแต่ที่เดิมซ้ำๆ ต้นอ่อนได้ตายหมดพอดี”

ง่อออ เดี๋ยวนี้มีลูกน้องเรียก ‘นายครับๆ’ กับเค้าด้วยเว้ย ฉันส่ายหัวขำๆ พลางก้มหน้าติดกระดุมเสื้อต่อ นึกถึงยายสุดที่รักที่พูดชมนักชมหนาว่ามินท์น่ะวิเศษวิโสเหลือเกิน โอเค! มันก็ก้าวหน้าขึ้นกว่าแต่ก่อนนั่นล่ะ แต่ก็แค่หัวหน้าคนงานในสวนเองป๊ะ ไม่เห็นจะดีเด่อะไรเลย เฮ้อ...มาตรฐานของยายนี่ช่างไม่สูงเอาซะเลย

อย่าลืมตั้งเวลาปิดน้ำด้วย แล้วก็เตรียมสนใบพายเอาไว้ เพราะลูกค้าจะมาขนตอนเช้าวันจันทร์”

...

เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ภาพตรงหน้าฉันคือแผ่นหลังเปลือยเปล่าของมินท์ ในขณะที่เจ้าตัวกำลังยืนคุยงานกับลูกน้องอยู่ เอ่อ นี่รู้สึกแบบว่า...ประหลาดใจ...มากก...มากๆ และเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคอสองสามทีติดๆ กัน รีบละสายตาจากอีกฝ่ายราวกับทนมองไม่ได้เหมือนกลัวใครเห็นว่าฉันมองอยู่ หน้าร้อนจี๋ ท้องไส้ทำไมหมุนเป็นเกลียวเนี่ย นี่เธอกำลังขวยเขินสะเทิ้นอายเหรอบีบี หล่อนบ้าเหรอยะ! ฉันบังคับให้ตัวเองมองก้อนหินบนพื้นลูกรังประหนึ่งว่ามันช่างน่าสนใจก็มิปาน นับหนึ่งถึงร้อยในใจ โอม~ สติมา ปัญญาเกิด สตรองด้วยนะบีบี!

มินท์ตอนนี้นะ สุดยอดดด นี่ถ้ายายอ่อนกว่านี้สักห้าสิบปี หึๆ’

ในหัวได้ยินเสียงยายดังซ้ำอีกรอบ...และอีกรอบ ตอนแรกนึกว่ายายพูดเว่อร์ นึกว่าสเป็กยายตัวเองต่ำ ที่ไหนได้...

ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็สั่งเลิกงานวันนี้ได้เลย เจอกันอีกทีวันจันทร์”

ได้ครับนาย ขอบคุณมากครับ”

นึกถึงตอนตัวเองทำท่าหยิ่งผยองเยาะเย้ยว่ามินท์น่ะไม่มีวันได้เรื่องยังงั้นยังงี้ โธ่...ถ้ายายรู้ว่าฉันอึ้งตะลึงปานนี้ มีหวังได้หัวเราะจนฟันปลอมหลุดแหงๆ

นี่...บีบี”

เอ่อ ฮะ”

ฉันหันไปตามเสียงเรียก...แวบแรกคือฉันเพิ่งตระหนักว่าพระอาทิตย์ได้เลื่อนต่ำลงมาอยู่บนปลายเส้นขอบฟ้า ลำแสงนั้นส่องกระทบกับคนตรงหน้า เมื่อได้เห็นใบหน้าที่ปราศจากเครื่องบดบังนั้น ฉันก็แทบลืมหายใจไปเลยทันที...

เขามองฉัน ฉันมองเขา

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้เห็นเขาอย่างถนัดตา จึงอดไม่ได้ที่จะมองสำรวจใบหน้าที่คุ้นเคยนี่อย่างจริงจัง...สี่ปีแล้วสินะที่ไม่ได้เห็นใบหน้านี้ ดวงตาของเขาดูคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตาเรียวๆ สองชั้นแบบหลบในมักจะดูน่ารักเสมอเวลาเขายิ้ม ทว่าก็ดูเอาเรื่องสุดๆ เวลาโมโหใครสักคน จมูกโด่งเป็นสัน ปลายจมูกเชิดน้อยๆ แบบพวกดื้อรั้นและถือดี ริมฝีปากหยักได้รูปกระจับที่เขาได้มาจากแม่...ตอนนี้ไม่มีต่างหูเป็นสิบเป็นร้อยห้อยอีนุงตุงนังแบบเมื่อก่อน ไม่มีทรงผมเกรียนๆ สีทองอุบาทว์ๆ และไม่มีเด็กผู้ชายที่ผอมเก้งก้างใส่กางเกงยีนขาดๆ ขาเดฟเป็นตะเกียบอีกแล้วด้วย...

มีแต่ผู้ชายหล่อเหลา สูงสง่า รูปร่างสมส่วน มีกล้ามแขน ซิกซ์แพ็กส์ และวีเชฟสวยๆ ที่โผล่พ้นออกมาจากขอบกางเกงยีนเอวต่ำอย่างน่าใจหาย นั่นแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวดูแลสุขภาพตัวเองดีมากแค่ไหน แต่ผิวนอกร่มผ้าบางส่วนก็มีรอยแดงๆ แบบโดนแดดมาบ้าง บอกให้รู้ว่าเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องสีผิว ไม่ใช่ผู้ชายเจ้าสำอางเนี้ยบนิ้งแบบหนุ่มเก้งกวางที่หน้าขาวๆ ตัวแน่นๆ ตามฟิตเนส มันทำให้มินท์ดูเป็นผู้ชายจริงๆ ต่างหาก ผู้ชายที่ทำการทำงาน ตากแดด ตากลม ไม่กลัวร้อน ไม่กลัวฝน โฉมใหม่ของเขาทั้งหล่อเหลา เอาการเอางาน หนักแน่น ดูมั่นคงดั่งปราการที่คอยคุ้มร้อนคุ้มหนาวให้คนอื่นได้ พูดแบบไม่มีอคติเลยก็คือ...เขากลายเป็นผู้ชายที่สาวๆ ทุกคนในโลกอยากได้ไว้ทำสามีไปแล้ว

มอง...มองใหญ่ หล่อขนาดนั้นเลยเหรอไง”

“...”

อ่า สิ่งที่ฉันชอบที่สุดในตัวมินท์ออกมาแล้ว...ยิ่งทำให้ฉันไม่อาจละสายตาไปจากเขาได้ เจ้าลักยิ้มที่บุ๋มลงไปตรงข้างแก้มซ้ายนั่นทำให้เขาดูน่ารักมากแม้กระทั่งตอนที่ยังเป็นเด็กแว้นอยู่ สารภาพว่ามันคือสิ่งที่ล่อลวงให้ฉันยอมตกลงเป็นสก๊อยคู่ใจของเขาเลยล่ะ U_U ขนาดตอนนั้นยังดูน่ารักมากแล้ว นับประสาอะไรกับเวลานี้ล่ะ ลักยิ้มนั่นเลยทำให้มินท์ดูเป็นผู้ชายขี้เล่น รักเด็ก รักหมา โปรดสัตว์ ใจดี แล้วก็อบอุ่นสุดๆ

เฮ้ย มองพอแล้วมั้ง”

“...”

เออ! พอแล้วก็ได้ ฉันดึงสติกลับแล้วแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ รีบรักษาฟอร์มที่เหลืออยู่ก่อนจะบอกกับตัวเองว่า เขาดีขึ้น...ดีขึ้นแล้วยังไงล่ะ! ฉันก็ดีขึ้นเหมือนกันป่ะ ใช่ว่าฉันจะหน้าพัง ร่างเผละ เป็นพวกขี้แพ้ซะเมื่อไหร่ เอาเป็นว่ายกนี้เราสูสีกัน มีพัฒนาการด้วยกันทั้งคู่นั่นล่ะ!

ก็มองไปงั้นล่ะ ไม่ได้มองเพราะพิศวาทอะไรหรอกนะ แค่คิดว่านายเองก็เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเยอะมากเท่านั้นเอง...” เปลี่ยนไปจนไม่อยากจะเชื่อ เปลี่ยนได้สมราคาคุยของยายบัวทอง อวยโอเวอร์มาก อันที่จริงยายยังอวยได้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของความจริงด้วยซ้ำ

เอ๊ะ...ตลกมั้ยที่อยู่ดีๆ กลายเป็นฉันมากล่าวสรรเสริญเยินยอแฟนเก่าเกือบจะสิบบรรทัดได้แล้วมั้ง ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พูดสบประมาทเอาไว้ตั้งเยอะแยะ แหม อะไรดีบุ๋มก็ว่าดี เอ๊ย! บีบีก็ว่าดีไปตามเนื้อผ้านั่นล่ะ แต่เริ่มสงสัยอยู่หน่อยๆ ว่าทำไมมินท์ถึงมาไกลได้ขนาดนี้ อะไรเป็นจุดเปลี่ยนทำให้เขาลุกขึ้นมาพัฒนาปรับปรุงตัวเองชนิดที่ว่าจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้ขนาดนี้เนี่ย อุ๊ย! หรือเป็นเพราะฉันทิ้งเขา...เขาก็เลยฮึดสู้เพื่อหวังว่าจะได้กลับมาคบกันเหรอ

แอ๊กกก ไม่มั้ง...

ไหนว่าเอาขนมที่ยายทำมาให้”

เออ! จริงด้วย เพราะผมไปเกี่ยวกับลวดหนามอยู่ตั้งนานสองนาน ไหนจะมาเจอเรื่องเสื้อขาดอีก จนฉันลืมไปเลยว่าสาเหตุที่ต้องมาหามินท์คืออะไร ว่าแล้วก็เดินไปหยิบถุงขนมถ้วยที่ทิ้งไว้ตรงพื้นแถวๆ นี้ขึ้นมา

อ่ะนี่ ยังไม่สกปรกหรอก กินได้”

ยายบัวทำเองเหรอ”

อืม ทำแล้วยังบังคับให้ฉันเอามาให้นายกินอีก”

มินท์หัวเราะเบาๆ พร้อมกับเดินมารับถุงขนม (ที่คาดว่าน่าจะเละจนดูไม่ออกแล้วว่าเป็นขนมถ้วย ฉันมองแวบๆ นึกว่าอ้วกใครมาอยู่ในถุง) ฉันไม่ได้คิดที่จะมองหุ่นเขาหรอกนะ สาบานก็ได้! ซิกซ์แพ็กส์แบบนี้เห็นจนเบื่อแล้วเวลาไปฟิสเนต ก็งั้นๆ ล่ะ แต่ที่มองเนี่ยเพราะอยู่ดีๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าเขาเคยสักชื่อฉันกับคำว่า Forever เอาไว้ใต้ชายโครงข้างซ้าย ซึ่งฉันเองก็ (เคย) สักคำว่า Mint Forever เอาไว้ใต้ชายโครงข้างขวาของตัวเอง...

โอ้ ขอไว้อาลัยให้กับความประสาทของฉันแป๊บ...

อ่ะ มาต่อนะ คือคิดถึงเรื่องนี้ทีไรก็อยากจะเอาหัวกระแทกกำแพงทุกที ตอนนั้นนึกอะไรอยู่ก็ไม่รู้ถึงทำแบบนั้นลงไป คิดว่าโลกนี้มีผู้ชายชื่อมินท์คนเดียวเหรอจ๊ะบีบี ชื่อพ่อเธอยังไม่สักลงไปเลย แล้วอีตานี่มันเป็นใครถึงขนาดต้องคลั่งเอาชื่อมาสักไว้บนร่างกายตัวเอง ตอนนั้นหล่อนคงจะรักมันมากกกสินะ ถึงได้ทำอะไรสิ้นคิดไปแบบนั้น...แล้วเป็นไง สักไปสองพัน แต่ตอนลบโดนไปสามหมื่น คุ้มมั้ยล่ะจ๊า!

ใช่ ฉันลบทิ้งไปแล้ว ใครจะเก็บเอาไว้ประจานความไร้สมองของตัวเองกันล่ะ ถึงจะเป็นแค่ตัวหนังสือตัวเล็กๆ ก็เหอะ แต่ถ้าต่อไปได้เป็นดารามีงานต้องใส่เสื้อผ้าโชว์ผิวตรงส่วนนั้น อย่างเช่นพวกชุดว่ายน้ำอะไรเงี้ย ฉันจะตอบคำถามคนอื่นยังไง เดี๋ยวก็โดนขุดคุ้ยเรื่องสมัยอยู่ที่นี่แหงๆ หลังจากนั้นโลกก็ได้รู้พอดีว่าฉันคืออดีตนังสก๊อยน้อยจอมแสบ โฮ~ ถ้าคุณจะหาว่าฉันมโนไปไกล ดาราก็ยังไม่ใช่ เป็นแค่เน็ตไอดอลกะโหลกกะลาคนฟอลโลว์ไอจีแค่สามแสน (สามแสนก็ไม่น้อยป่ะ มากกว่าดาราบางคนอีกนะยะ!) โอเค้! แต่ถึงอย่างนั้นการสักชื่อผู้ชายคนอื่นไว้บนตัวเนี่ย ถ้าแฟนคนปัจจุบันเห็นเข้าก็คงไม่ชอบอยู่ดีใช่ป่ะ สักชื่อผู้ชายทั้งที สู้สักชื่อพ่อตัวเองดีกว่ามั้ย

ขอบใจ”

ฉันรีบมองหารอยสักที่ชายโครงข้างซ้ายของมินท์เมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ ผิวในส่วนใต้ร่มผ้าที่ไม่โดนแดดของมินท์มันขาวจนทำให้เห็นรอยสักนั้นได้แบบไม่ยากเย็นเลย

 

‘Be Forever’

 

และมันก็ยังอยู่ตรงนั้น มินท์ไม่ได้ลบมัน

ความรู้สึกแรกที่เห็นว่ามันยังอยู่บนตัวเขา บอกตรงๆ ว่าฉันอธิบายไม่ถูก มีคำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวว่าทำไมเขายังเก็บมันเอาไว้อีกยะ...นายต้องลบมันออกไปสิ ลบเหมือนที่ฉันทำไงมินท์ ยังเก็บไว้อยู่ทำไมเหรอ

ไหนๆ เธอก็กลับมาแล้ว แวะไปทักทายแม่ฉันบ้างสิ ตั้งหลายปีแล้ว แม่ก็บ่นคิดถึงเธออยู่บ่อยๆ”

ฮะ...อ๋อ แม่นายอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ”

ฉันเรียกสติกลับมา แสดงว่าแม่ของมินท์อาจจะย้ายมาอยู่ที่บ้านในสวนกับเขาก็ได้มั้ง

เปล่า แม่ก็อยู่บ้านใหญ่เหมือนเดิมนั่นล่ะ ฉันก็ค้างบ้านที่สวนบ้าง บ้านใหญ่บ้าง ไปๆ มาๆ”

พอฉันมองหน้ามินท์...ในสมองก็เอาแต่คิดถึงเรื่องรอยสักไม่หยุด ยิ่งเห็นก็ยิ่งรบกวนจิตใจชะมัด นี่เขาไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ มายืนให้แฟนเก่าดูรอยสักนั่นน่ะ (ถึงฉันจะเป็นคนจ้องมันเองก็เหอะ) แต่มันประหลาดนะเว้ย ถ้าเป็นฉัน...ฉันจะไม่ยอมให้เห็นเด็ดขาด เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเรายังตัดใจไม่ได้ เรายังคงอาลัย เอ๊ะ....หรือว่ามินท์จะยังชอบฉันอยู่เหรอ!

บ้า! ไม่หรอก…มั้ง!!

แต่ถ้าไม่ชอบแล้วจะเก็บรอยสักไว้ทำไมล่ะ ต้องรีบไปลบออกสิ...ก็แบบฉันนี่ไง! เลิกปุ๊บเก็บตังค์ไปลบปั๊บเลยค่ะ แบบว่าทนเห็นไม่ได้ ไม่อยากให้มันมาอยู่บนตัวเลย หรือถ้าไม่ใช่เพราะว่ายังชอบฉันอยู่ ก็เพราะไม่มีตังค์ไปลบนั่นล่ะมีอยู่แค่สองอย่าง (ฉันเข้าใจเขานะถ้าเป็นอย่างหลัง...ลบรอยสักทีนึงแพงจะตายชัก ต้องทำหลายครั้งกว่าจะจาง กว่าแผลจะหายอีก! ผู้อ่านก็คิดดีๆ ก่อนจะให้ช่างลงเข็มสักนะคะ ของแบบนี้พลาดแล้วพลาดเลย สักไม่เท่าลบจริงๆ ค่ะ)

จะไปวันนี้เลยมั้ยล่ะ ยังไงฉันก็ต้องแวะไปหาแม่เย็นนี้”

ฮะ อ๋อ...งั้นยังก่อนดีกว่า สภาพฉันตอนนี้ควรจะกลับบ้านไปจัดการกับเสื้อที่ขาดก่อน ไว้วันหลังฉันค่อยแวะไปทักทายแม่นายแล้วกัน”

เนี่ยยย...ฉันไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ย สายตาและท่าทางเขาเหมือนอยากจะให้ฉันไปเจอแม่ของเขา อยากจะยืนอ้อยอิ่งอยู่ด้วยกัน อยากจะชวนคุยสัพเพเหระอะไรต่ออีกสักพัก มันช่าง...เอ๊ะ...โอ๊ะ...

กรี๊ดดดด นี่มินท์ยังชอบฉันอยู่จริงๆ ด้วย!

หวายยย ฉันอยากจะเอาสองมือขึ้นมาวางประสานกันที่อกแล้วหลั่งน้ำตาให้กับคนตรงหน้า โธ่...มันตั้งสี่ปีแล้วนะมินท์ นายยังหลงเหลือความรู้สึกเหล่านั้นอยู่อีกเหรอตาบ้า ตายละ ฉันรู้สึกสงสารเขาอย่างบอกไม่ถูก แปลว่าที่เจ้าตัวเปลี่ยนตัวเองทั้งหมดนี่ก็เพื่อฉัน? โถ...มินท์ ฉันจะกล้าพูดกับเขาได้ยังไงว่ามันสายไปแล้ว ฉันมีชีวิตใหม่ มีแฟนใหม่ มีอนาคตสดใสรออยู่ ฉันไม่กลับมาคบกับเขาหรอก

แล้วแต่เธอละกัน แต่แม่คงดีใจถ้าได้เจอเธออีก ก็ตั้งแต่เราเลิ...“

เข้าใจ! ตั้งแต่ฉันย้ายไปอยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่ได้เจอแม่นายเลย”

ฉันรีบแก้ประโยคให้ฟังดูไพเราะขึ้น ใช้คำว่า ‘เลิกกัน’ มันอาจจะสะเทือนใจเขาเกินไป เฮ้อ...ฉันไม่น่ามาที่นี่เลยจริงๆ บางทีมินท์อาจจะทำใจได้แล้ว แต่พอมาเจอฉันแบบนี้...เขาก็ต้องนับหนึ่งอีกครั้งน่ะสิ โธ่...เขาสู้อุตส่าห์ถีบตัวเองขึ้นมาได้ขนาดนี้ ฉันก็ไม่ควรทำให้เขาต้องเสียใจซ้ำอีก รีบไปเถอะบีบี...

งั้นฉันกลับบ้านเลยละกัน ไว้เจอกันใหม่...”

เอ๊ะ พูดแบบนี้เหมือนให้ความหวังเกินไปหรือเปล่า โอ๊ย ไม่หรอกมั้ง...ยังไงฉันก็ต้องอยู่ที่บ้านยายไปจนกว่าน้ำที่กรุงเทพฯ จะเลิกท่วม (ซึ่งก็ยังไม่รู้เมื่อไหร่) ใกล้กันแค่นี้เดี๋ยวก็บังเอิญได้เจอกันอยู่ดี ไม่ถือว่าเป็นการให้ความหวังหรอกมั้ง

อืม”

เอ่อ ไม่ต้องไปส่งนะ เดินกลับเองได้”

ฉันรีบออกตัว เพราะกลัวว่าจะต้องได้ปฏิเสธความหวังดีของมินท์ คือไม่อยากให้เขาสะเทือนใจไปมากกว่านี้ หรือจริงๆ ยอมให้เขาไปส่งที่บ้านหน่อยก็ดี...ก็แบบเพื่อนกันใช่ป่ะล่ะ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง

เออ ไปเหอะ ไม่ได้บอกว่าจะไปส่งสักหน่อย”

ฉันรู้ว่านายอยากไปส่ง งั้นไปส่งมั้ยล่ะ”

ไม่อ่ะ”

โอ๊ย ปากแข็งทำไม ฟังแล้วมันขัดใจจริ๊งจริง!

อยากก็บอกว่าอยาก เนี่ย...ให้ไปส่งก็ได้”

โว้ นี่ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลย เป็นเธอต่างหากล่ะมั้งที่อยากให้ฉันไปส่งบ้าน เห็นพูดจังเลยเนี่ย”

อ้าว ดูมัน! ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่...ทำไมต้องแกล้งทำเป็นปากแข็งด้วยล่ะ

โอเคๆ เข้าใจละ ฉันควรเหลือที่ยืนให้นายไว้บ้างใช่มั้ย ก็ฉันเล่นแสดงออกว่าไม่ได้อาลัยอาวรณ์นายเลยสักกะติ๊ดดด นั่นคงทำให้นายเจ็บปวดอยู่มิใช่น้อย เฮ้องั้นจะยอมให้นายสักครั้งแล้วกันนะมินท์

ก็ได้ๆ ฉันเนี่ยล่ะเป็นคนอยากให้นายไปส่งเอง...งั้นก็ไปส่งฉันได้ละ เร็วเข้า!”

มินท์หัวเราะพรืดออกมาแล้วก็หรี่ตามองมา...

ตอนนั้นเองที่ความทรงจำเก่าๆ ระหว่างฉันกับเขาแวบเข้ามาในสมอง

มินท์เร็วดิ ไปส่งฉันได้ละ เร็วเข้า! เดี๋ยวไปซ้อมลีดไม่ทันพอดี’

มินท์ไปส่งที่บ้านหน่อย’

มินท์ไปส่งด้วยนะ ขี้เกียจเดิน’

รู้สึกเหมือนฉันกำลังย้อนเวลากลับไปตอนนั้นเลย...ตอนที่เราคบกัน

มินท์เหมือนคนขับรถส่วนตัวของฉันชัดๆ อยากให้พาไปไหนหรืออยากให้ไปส่งที่ไหนก็แค่บอก...แล้วตอนนี้นายก็จะยังเป็นคนขับรถให้ฉันอยู่อีกหรือเปล่ามินท์

เดินไปเองเหอะ ไม่ไกลหรอก”

ตั้งเป็นกิโลเหอะ! ฉันถ่อมาที่นี่เพื่อเอาขนมมาให้นายเลยนะ จะไม่มีน้ำใจไปส่งกันบ้างหรือไง”

ฉันตัดพ้อ ใส่ความออดอ้อนน่าสงสารลงไปเล็กน้อย รับรองคนตรงหน้าไม่มีทางปฏิเสธได้ลงคอหรอก เมื่อก่อนเขาก็ไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง...ครั้งเดียวก็ไม่เคย

บาย กลับดีๆ”

ฮะ!? มินท์โบกมือสองสามทีแล้วก็เดินไปอีกทาง ฉันแทบปรี๊ดแตก! เขาจะวางฟอร์มไปถึงไหนฮะ มันน่ารำคาญนะไม่รู้หรือไง ฉันอุตส่าห์ถอยให้ก้าวหนึ่งแล้วด้วย ทำไมนายไม่ทำบ้าง

นี่จะให้ฉันเดินกลับเองงั้นเหรอ”

ก็ใกล้แค่นี้ ถ้าเป็นร้อยกิโลก็ว่าไปอย่าง”

แต่ฉันไม่อยากเดิน!”

เอ้า งั้นก็คลานไปละกัน”

เฮ้ย อย่ามากวนกันดิ”

ไม่ได้กวน แต่ถ้าไม่อยากเดินก็คลานไปสิ แต่ถ้าไม่อยากคลานก็เลื้อยไปละกัน”

มินท์!”

“...”

เขาหันมาสบตาฉันแล้วก็ยิ้มเหยียดๆ มันสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าฉันไม่เคยถูกเขาทำสีหน้าแบบนี้ใส่มาก่อนเลยในชีวิต ทำไมดูร้ายกาจแบบนี้อ่ะ

เวลาเธอโมโหเนี่ย...เหมือนเดิมเลยนะ ขึ้นเสียงแล้วก็แว้ดๆ ไม่เปลี่ยนไปเลย นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงรีบวิ่งไปสตาร์ตรถกุลีกุจออาสาส่งเธอแล้ว แต่เธอลืมไปหรือเปล่าว่าฉันไม่ใช่แฟนเธอแล้ว ไม่ได้มีหน้าที่ไปรับไปส่งเธอตามคำสั่งแบบเมื่อก่อนแล้วนะ มันจบไปแล้วบีบี”

ฉันอยากจะสวนแบบทันควันว่าจริงเหรอ...นายจบแล้วจริงๆ เหรอ แต่ฉันคิดว่าไม่ใช่นะ

แต่ถ้าเธอขอร้องดีๆ ฉันอาจจะยอมไปส่งก็ได้...”

“...เหอะ”

ฉันทำเสียงแข็งเหมือนรู้ทัน จะมาไม้นี้นี่เอง...ก็ได้มินท์

ไปส่งหน่อย”

ไม่เอาดิ ลองพูดว่าพี่มินท์คะ ไปส่งน้องบีบีหน่อย หนูเดินไม่ไหว เจ็บหัว ปวดขา ไม่มีปัญญากลับบ้านเอง ต้องรบกวนพี่มินท์ให้ช่วยอนุเคราะห์หนูที”

“...”

ฉันจ้องเขาเขม็ง แต่อีกฝ่ายไม่สะทกสะท้านใดๆ ทำท่าเหมือนกำลังรอให้ฉันอ้อนวอนอยู่จริงๆ งั้นล่ะ

เอ้า พูดสิ”

นายฝันไปเหอะมินท์!

ไปกินขี้ไป!”

ฉันตอกกลับก่อนจะเดินไปที่ประตูรั้วแล้วกระชากมันเปิดออกอย่างโมโห คนอย่างฉันน่ะเหรอจะต้องไปอ้อนวอนใคร นายก็รู้ว่าฉันไม่มีวันทำหรอกเฟ้ย เหอะ! ทีนี้นายก็งานเข้าไปเต็มๆ เรียบร้อย รู้ใช่มั้ยว่าถ้าฉันโกรธเมื่อไหร่ ไม่หายง่ายๆ หรอกนะยะ!

เอ้า! จะเดินไปเองจริงเหรอ ถ้ายังไงก็เอาเสื้อมาคืนด้วยล่ะ ตัวนั้นเพิ่งซื้อนะ…ขอบใจ!”

ฉันทำเป็นไม่ได้ยินแล้วสาวเท้าฉับๆ ออกมาจากเขตสวนของเขา ตามมาสิ...ตามมาเลย! ฉันรู้ว่าอีกไม่เกินห้านาทีนายจะต้องวิ่งตามมา ไม่ก็ขี่มอเตอร์ไซค์บีบแตรแปร๊นๆ ตามง้อให้หายโกรธ ก็เหมือนทุกทีนั่นล่ะ...

เหมือนทุกที...

เหมือนทุกที...

ปรากฏว่าฉันเดินมาได้ครึ่งทาง ไม่ได้ยินเสียงบีบแตรอะไรทั้งนั้น แต่ในใจฉันก็ยังคิดว่ามินท์น่าจะแอบเดินตามหลังมาเงียบๆ เหมือนทุกที...ซึ่งพอหันกลับไปเมื่อไหร่ อีกฝ่ายก็จะส่งยิ้มหวานกวนๆ มาให้ก่อนจะก้มหน้าก้มตาแกล้งทำท่าเจี๋ยมเจี้ยมอยู่อย่างนั้น ไม่ก็ทำอะไรตลกๆ หลุดโลกให้ฉันระเบิดหัวเราะออกมา มินท์น่ะมีมุกในการง้อแสนแปดจนฉันจำแทบไม่หวาดไม่ไหวหรอก

เอาล่ะ ฉันตัดสินใจที่จะหันกลับไปดูว่าครั้งนี้เขาจะมาไม้ไหน บอกตัวเองให้ควบคุมการแสดงออกทางสีหน้าเอาไว้ล่ะ! ถ้าเห็นอีตาบ้านั่นทำท่าอะไรเพี้ยนๆ ก็ห้ามหลุดขำเชียว!

แต่พอหันกลับไป ฉันก็ได้แค่ยิ้มเหยียดให้กับตัวเอง…

...

ไม่มีมินท์ ไม่มีใครเดินตามมาทั้งนั้น มีแต่ความว่างเปล่า

วินาทีนี้ฉันเริ่มหน้าชา เขาไม่มาจริงๆ ด้วย

...มันจบไปแล้วบีบี’

จบจริงๆ ด้วย

แปลว่าทั้งหมดคือฉันเพ้อเจ้อไปเองทั้งนั้นเลยเหรอ ไอ้ที่คิดว่าอีกฝ่ายยังลืมไม่ได้ ยังรักยังมีเยื้อใยเหมือนเดิมอ่ะนะ แค่เห็นว่าเขาไม่ลบรอยสักก็คิดไปใหญ่โต โอ้โห คนอะไรทำไมหลงตัวเองได้ขนาดนี้เนี่ยบีบี

ฟู่...

ฉันพ่นลมไล่ความรู้สึกกระดากอายพวกนี้ออกไป แต่มันยังทิ้งรสชาติเฝื่อนๆ อย่างบอกไม่ถูกไว้ที่ปลายลิ้น ฉันตัดสินใจกลับหลังหันแล้วก็เดินต่อไปโดยลำพัง เมื่อได้เห็นเงาตัวเองบนพื้นถนน ฉันก็ตระหนักได้ว่าเวลาเปลี่ยน คนก็เปลี่ยนเช่นกัน

ผู้ชายที่เคยตะโกนเสียงดังไปทั่วทั้งหมู่บ้านว่ารักฉันมาก...มากขนาดว่ายอมตายแทนได้

คนที่เคยตามง้ออ้อนวอนขอความรักเมื่อโดนฉันทิ้งไป

มินท์คนนั้นไม่อยู่แล้ว พอใจหรือยังล่ะบีบี

 

 

 

 

To Be Continue…

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

989 ความคิดเห็น

  1. #989 sun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 15:14

    อิน ทุกตอนเมื่ออ่าน นั่งเขินไปบ้างยิ้มไปบ้าง

    #989
    0
  2. #985 Bunny JK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 13:24
    วิชามโนศาสตร์นี่ให้เกรด4เลยค่ะ5555
    #985
    0
  3. #978 Waranya_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 17:42
    บีบีจอมมโน เฮ้อ! อินเนอร์มาเต็มง่ะ 'ไปกินขี้ไป' นี่ฮากระจายจ้า ฟิน~ กำลังเก็บเงินซื้อแบบเป็นเล่มอยู่ค่าาา
    #978
    0
  4. #970 LOVE Ciel (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 11:44
    แล้วพี่โอ๊คล่าาา
    #970
    0
  5. #833 Mylina (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 23:56
    นางมานั่งคิดฟื้นฝอยหาตะเข็บถึงแฟนเก่าอะไรล่ะเนี่ยนางมีแฟนแล้วไม่รักแฟนนางหรอออออ
    #833
    0
  6. #640 Miki Pattarika (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 22:22
    ฮามากพี่เมย์พึ่งเข้ามาอ่านทขำจะแย่แล้ว 555555555
    #640
    0
  7. #273 jarawe (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 14:42
    หมั่นไส้นางนะ แต่ก็แอบสงสาร
    #273
    0
  8. #190 MYUNG♡ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 03:33
    รู้สึกสะใจค่ะ หมั่นไส้อีบีบีมาก555
    #190
    0
  9. #184 mouok. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 23:35
    พระเอกมีความลุงสูงมาก ตอนนางเอกเสื้อขาด ดุสุดๆ เลยแม่หัวใจจะวาย 55555555555+
    ชอบตอนท้ายๆ ง่ะนางเอกมโนถึงรอยสัก แล้วแบบตอนจบ โอ้ย ใจร้ายยยยยย U______U
    เพิ่งอ่านจบตอนวันนี้เย็นๆ ไม่คิดว่าจะอัพเร็ว แง สอยแน่อนอนค่าาาา
    #184
    0
  10. #164 MaiL-MelodY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 12:47
    พี่เม อัพเถอะค่ะ ออกเป็นเล่มมาเลยก็ได้ พลีสสสสสสสส
    #164
    0
  11. #163 จุงกิสามีเรา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 11:24
    มโนสูงมากหล่อน สงสารนางอ่ะ5555555 เข้าใจความรู้สึกนางเลย ไม่น่าคาดหวังเลยบีบีเอ้ยยยย มินท์เขาเปลี่ยนไปแล้วววว



    อินมากจริงๆ หน่วงแทน



    ปล. นิยายพี่เมย์นี่มีความเรียลสูงมาก ชอบอ่ะ
    #163
    0
  12. #160 namkang- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 14:29
    พี่เมย์มาต่อเถอะ พลีสสสสสส
    #160
    0
  13. #157 poohtyl8 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 20:28
    พี่เมย์ รีบๆมา รออออออออออออออ T T
    #157
    0
  14. #155 Yingying (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 00:12
    รออ่านอยู่นะคะพี่เมย์ อัพเถอะน้าาาา
    #155
    0
  15. #148 BBสอง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 19:23
    หน่วงมากกก อ่านละน้ำตาคลอเบาๆ😭 อย่าหาว่าอินเลยคนมันเคยเป็นบีบีก็อย่างงี้แหละ มันจบแล้วแกรรร

    #เอาพล็อตเราไปเขียนนิยายรึป่าว5555(มีน้ำตาซ่อนอยู่)
    #148
    0
  16. #130 Maya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 22:57
    ยัยบีบีขี้มโนมาก
    #130
    0
  17. #128 Scenery View (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2559 / 02:22
    ยัยบีบีมั่นหน้ามากเลยนะยะหล่อน555 หมั่นไส้มากๆๆๆๆๆ
    พอเจอมินท์ตอกกลับเงิบไปเลย????
    งานนี้เชียร์มินท์ฝุดๆ????
    #128
    0
  18. #127 Pneedsinspiration (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 15:00
    โอ้ยยยหน่วงแทนน ทำไมมินทร์ทำแบบนี้ ลุ้นๆๆ รอค่าา
    #127
    0
  19. #126 Muggle Gw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 20:47
    มันมีอารมณ์หน่วงๆในใจอย่างบอกไม่ถูกตอนท้ายเหมือนกับบางอย่างหายไป
    #126
    0
  20. #122 Kuran•~• (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 22:12
    สนุกมากกกกก~~~~~ ลุ้นอีกแล้ว อยากได้เล่มมากกกก~~~รีบมาต่อไวๆน้าาาา~~~~~
    #122
    0
  21. #120 fanciful_fluffy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 10:27
    ต่อๆๆๆ อ่านซำ้หลายรอบแล้วค่ะมาต่อเร็วๆน้า
    #120
    0
  22. #119 Momae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 02:46
    เปนผชที่น่ารักอ่ะ อยากดั๊ย อยากดั้ย ><
    #119
    0
  23. #118 คุณทิมทิม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 22:13
    ฮีใจร้าย
    ฮีไม่เหมือนเดิม!
    #118
    0
  24. #117 preaw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 21:38
    บีบี สตรองต่อนะลูกกกก ชอบนางเอกและหมั่นไส้นางเอกไปพร้อมๆกัน 55555

    พี่มิ้นท์จะเป็นคนมาฆ่าพี่เสือ เราชอบมากกกก

    แต่ฮีเเอบใจร้ายไปนะ ฮืออออออออออออออ
    #117
    0
  25. #116 мυиιch (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 20:30
    บีบีมโนหนักมาก 5555555
    โอ้ยอยากอ่านต่อแล้วพี่เมมม
    #116
    0