Mint To Be นายนั่นแหละ... คู่แท้ของฉัน

ตอนที่ 1 : BB

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    13 มี.ค. 59

1

BB

บีบี

 

“เสร็จยังบีบี แบมแบม สายแล้วนะลูก”

“หนูเสร็จตั้งนาน เหลือแต่อีแบ...”

“บีบี... แม่บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกน้องแบบนั้น ฟังแล้วน่าเกลียดมาก เหมือนคนไม่มีการศึกษายังงั้นล่ะ”

ฉันแอบเป้บากเมื่อโดนแม่ดุเรื่องนี้อีกแล้ว...มันก็ไม่ได้หยาบคายอะไรขนาดนั้นสักหน่อยปะ เรียกเอามันส์ในอารมณ์เฉยๆ ทีสมัยก่อนเจ้าขุนมูลนายเค้ายังใช้เรียกกันไม่ใช่เหรอ อีแย้ม อีเย็น อีบุญมี บลาๆๆ แล้วทำไมปัจจุบันถึงกลายเป็นคำหยาบไปได้ละ ใครกำหนดนะ

ฉันเดินหลบสายตาแม่ที่ยังคงจ้องเขม็งแบบดุๆ มาที่ตรงโซฟาแทน ทีวีกำลังเสนอข่าวน้ำท่วมครั้งใหญ่ของประเทศ ว่ากันว่านี่ไม่ใช่แค่อุทกภัยธรรมดา แต่เป็นมหาอุทกภัย เลยทีเดียว ท่วมจนถึงขนาดที่คนอยู่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แบบฉันต้องเก็บข้าวเก็บของระเห็จไปอยู่ที่อื่น เอ่อ...ที่จริงเราไม่ได้โดนน้ำท่วมจริงจังแบบเข้าไปในบ้าน นองถึงขาเตียงอะไรขนาดนั้น เพราะครอบครัวฉันอาศัยอยู่ในคอนโดชั้นสิบสอง ต่อให้น้ำมาแค่ไหนยังไงก็สูงไม่ถึงหรอก แต่ประเด็นคือโซนนี้กำลังจะท่วมในอีกไม่ช้า ทำให้โอกาสที่จะออกไปไหนมาไหนไม่ได้ก็มีสูง และเมื่ออกไปไหนไม่ได้...ก็ไม่มีข้าวกิน ไม่มีน้ำดื่ม ถ้าคิดว่าจะตุนของเอาไว้...ก็ช้าไปแล้วสิบก้าว เพราะเมื่อวานฉันแวะซุปเปอร์มาเก็ตแล้วก็ต้องตกตะลึงกับความเปล่าของชั้นวางของ มาม่าสักห่อ ไข่สักฟอง น้ำสักขวดก็ยังไม่มี! หนทางรอดของฉันดูเหมือนจะเหลือแค่...กลับไปอยู่บ้านนอกที่น้ำท่วมไม่ถึงตามไอเดียแม่เท่านั้นละ

“เสร็จแล้วค่ะแม่!

“เรียบร้อยใช่มั้ยแบมแบม งั้นก็ขนของลงไปที่รถกันได้แล้ว ไปๆ เราไม่มีเวลากันมากนะ อย่าลืมว่าแม่ไปส่งพวกเราเสร็จก็ต้องกลับมานี่เตรียมตัวบินไปนิวซีแลนด์อีก”

“โหย อิจฉาแม่จัง ได้ไปนิวซีแลนด์ตอนนี้”

“แม่ไปทำงานน่าอิจฉาตรงไหนจ๊ะ”

“ไปนิวซีแลนด์...ก็ดีกว่าต้องไปอยู่บ้านนอกกับพี่บีบีก็แล้วกัน”

ฉันหันไปมองยัยน้องสาวตัวดีที่กำลังพาดพิงถึง เหอะ! ทำยังกับฉันอยากอยู่กับแกตายล่ะ กลับไปบ้านนอกก็ว่าน่าเบื่อแล้ว ต้องไปติดอยู่กับเด็กติ่งอย่างแกนี่ก็ไม่ต่างอะไรกับการติดคุกกับคนบ้า

“แล้วนั่นแกหอบอะไรมาเยอะแยะน่ะ”

ฉันอดถามไม่ได้เมื่อเห็นนางหิ้วถุงขนาดใหญ่พะรุงพะรังน่ารำคาญ แต่ละถุงก็มีโปสเตอร์ม้วนๆ ยัดอยู่เต็มไปหมด อย่าบอกนะว่า....

“อ้อ...รูปโอป้าอ่ะ”

ฉันอ้าปากค้าง ก่อนจะมองน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ

“โอ๊ย อีบ้า! แกจะเอาทำพระแสงอะไรหะ ประสาทปะเนี่ย”

“บีบี อีกแล้วนะ! แม่บอกแล้วไงว่าให้เลิกเรียกน้องไอ้อีแบบนั้นซักที!

“แม่ก็ดูมันดิ มันบ้าไปเกินไปป่ะ น้ำท่วมใหญ่เค้าหนีตายกัน แทนที่มันจะหอบข้าวของสำคัญๆ ดันมาหอบรูปผู้ชายไปด้วยเนี่ยนะ”

“เอ้า! ก็นี่ละของสำคัญของเค้า”

“สำคัญบ้าอะไรล่ะ ถ้าน้ำท่วมบ้าน โอป้าแกจะช่วยได้มั้ยละ”

“ก็ช่วยเป็นกำลังใจให้เค้าไง เห็นหน้าก็รู้สึกว่าอยากมีชีวิตต่อไรเงี้ย”

แหวะ... ฉันมองบนแถมเบ้ปากหนักมาก เหนื่อยอ่ะ...ทะเลาะกับติ่งชนิดนี้ อยากรู้ว่าสมองมันมีแต่เมล็ดถั่วเขียวหรือไง อยากรู้ว่าถ้าน้ำท่วมบ้านจริงๆ มองหน้าโอป้าจะทำให้มันรอดตายได้มั้ย ตอบ!

“สถานการณ์บ้านเมืองเป็นแบบนี้ แกยังมีแก่ใจมาบ้าผู้ชายอีกเนอะ... นับถือจริงๆ ว่ะแบม”

“แล้วทีตัวเองล่ะ...”

“ฉันทำไม” ฉันถามสวนกลับ คิดยังไงฉันก็ไม่ได้บ้าเท่ามันแน่ๆ

“ดูสิ...! แต่งหน้าซะหนาซะยังกับจะไปงานกาล่าที่ไหน  แถมยังขนกล่องเครื่องสำอางอันบักเอ้กเงี้ย ถามจริงๆ...น้ำท่วมแบบนี้ พี่จะสวยไปให้ใครดูเหรอ”

โอ้โห....นี่แกจะเล่นใช้มั้ยฮะนังแบมแบม!

ถ้าแม่ไม่อยู่... ฉันคงโผเข้าไปตบมันสักพลัวะแล้ว แต่ในเมื่อแม่อยู่ฉันก็เลยทำได้แค่จิกตามองและคาดโทษมันเอาไว้ แล้วเหมือนมันจะรู้ว่าฉันยังไม่กล้าทำอะไรมันก็เลยลอยหน้าลอยตา อ้อนมืออ้อนเท้าเป็นที่สุด ฮึ่ยยย 

ทำไมฉันต้องมีน้องสาวแบบนี้ด้วย ไม่เข้าใจเลยยยย รู้มั้ยว่าฉันกับมันนี่เปรียบเสมือนสิ่งมีชีวิตคนละสปีชี่ย์ คนละสายพันธุ์อะไรแบบนั้นเลย เหมือนหมากับแมวที่เห็นกันเป็นไม่ได้ต้องฟัดต้องกัดกันให้ตายไปข้าง ทั้งที่เราเป็นพี่น้องกันแท้ๆ พ่อแม่เดียวกันด้วยนะ แต่ไม่ได้มีความเหมือนอะไรเลยสักอย่างเดียว ตั้งแต่หน้าตา ไปยันนิสัยใจคอ ความชอบ รสนิยม สไตล์การแต่งตัว การใช้ชีวิตและบลาๆๆ เอาเป็นว่าทุกสิ่งนั้นล่ะ แทนที่พี่สาวน้องสาวจะรักแล้วก็สนิทสนมกันตามประสาผู้หญิง...แต่นี่เปล่าเลยค่ะ อยู่ด้วยกันเหมือนจะขาดใจตาย ย้ำอีกครั้งนะคะว่าอยู่ด้วยกันแล้วเหมือนจะขาดใจตาย!  ถ้าไม่ได้ตีกันนี่ไม่ใช่สองพี่น้องบีบีกับแบมแบมแน่นอน ไม่แน่ว่าชาติที่แล้วฉันกับมันอาจจะเป็นคู่อาฆาตกันหรือเปล่า แต่เพราะความผิดพลาดของสวรรค์หรือไม่ก็นรกที่ส่งให้ฉันมาเกิดใหม่ แล้วก็มีมันมาเป็นน้องสาว

“พอๆ เลิกทะเลาะกันได้มั้ยสองคนนี้ หนวกหูจริงๆ เลย ไปกันได้แล้วไป!” 

แม่ปรามแล้วก็มองฉันกับน้องอย่างเหนื่อยๆ ก็น่าเหนื่อยอยู่หรอกที่มีลูกสาวรักใคร่กันปานนี้ (ประชด) พวกเราช่วยกันขนข้าวขนของขึ้นรถเตรียมไปบ้านนอก โอ๊ย! เลิกเรียกบ้านนอกได้ละบีบี ที่เราจะไปเป็นบ้านของยายนะ แล้วมันก็ไม่ได้บ้านนอกซักหน่อย อีกทั้งยังเป็นที่ที่ฉันเคยอาศัยอยู่ช่วงหนึ่งในชีวิตก่อนที่จะย้ายมาเรียนมหาลัยที่กรุงเทพเชียวนะ มันไม่ใช่บ้านนอก โอเค้? ฉันไม่ได้ไปบ้านนอก ฉันไปบ้านยาย

“ฉันจะนั่งด้านหลัง แกไปนั่งหน้ากับแม่”

ฉันรีบปิดประตูรถด้านหลังเป็นเชิงไล่แบมแบมให้ไปนั่งกับแม่ที่ด้านหน้า นางทำท่าจะขอเปลี่ยนแต่คงรู้ว่าฉันไม่มีวันยอมอยู่แล้ว เลยไม่เสียเวลาอ้าปากขอร้องให้เมื่อย

“จะไปแล้วนะ ไม่ลืมอะไรใช่มั้ยลูก” แม่ถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ

“ไปกันเลย ! เออ....หนูเปิดเพลงเกาหลีได้มั้ยอะ อุตส่าห์เอาใส่แฟลชไดรฟ์มาเลยนะเนี่ย เลือกเพลงมันส์ๆ มาเพื่อแม่โดยเฉพาะ รับรองขับรถไม่ง่วง”

โอ๊ย...อีกแล้วเหรอ! เพลงเกาหลีอีกแล้ว ฉันรีบค้านก่อนจะต้องทนนั่งฟังเพลงที่แปลไม่ออกไปอีกตลอดสามสี่ชั่วโมงกว่าจะถึงบ้านยาย

“โอ๊ย ไม่เอา อย่าเปิดนะ! ร้องโบ้ร้องเบ้อะไรก็ไม่รู้น่ะแกฟังออกหรือไง”

“ออก”

ฉันมองแรงมาก! กล้าบอกว่าฟังออกเนอะ... แล้วตอนดูซีรี่ย์แกอ่านซับไทยทำไมยะ

“บอกให้ปิด ไม่อยากฟัง”

“ฟังๆ ไปเหอะน่า ถ้าตัวเองไม่อยากฟังก็ใส่หูฟังไปดิ”

“...”

โว๊ยย ขี้เกียจเถียงกับมันแล้ว ใส่หูฟังเอาก็ได้วะ... แต่เดี๋ยว! ถ้ายอมให้มันง่ายๆ ก็เซ็งอะดิ ฉันเลยเอื้อมมือไปผลักหัวน้องเวร เอ๊ย น้องรักหนึ่งเพื่อความสำราญใจ พลั่ก!

“โอ๊ยยย! แม่ดูพี่บีบีดิ ตบหัวหนูอีกแล้ว”

“เว่อร์ แค่ผลักเบาๆเอง”

“เบาตรงไหน!

 “พอๆ ทะเลาะกันได้ตลอดเวลาจริงๆ นะสองคนนี้ เฮ้อออ! มีหวังยายได้ปวดหัวตายแน่ๆ ไม่รู้แม่คิดถูกหรือคิดผิดกันแน่เนี่ยที่พาเราสองคนไปหาท่าน”

“ไม่หรอกแม่ ยายชอบฟังหนูเถียงกับพี่บีบี ยายบอกว่าเพลินดี”

“ใช่เหรอ มีใครชอบฟังคนทะเลาะกันด้วยหรือไง”

“จริ๊งง จริง ยายชอบนะ”

แม่ทำหน้าประหลาดใจมาก แต่ที่แบมแบมพูดก็เป็นความจริงอยู่นิดๆ น่ะนะ เมื่อปีที่แล้วยายแวะมาอยู่ที่คอนโดกับเราตั้งเป็นเดือน ท่านก็ดูเพลิดเพลินเวลาฉันกับแบมแบมทะเลาะกันดีออก ท่านบอกว่าเหมือนได้ดูละครตลอดเวลาไม่ต้องรอให้ถึงหัวค่ำ ช่างสนุกจัง... ตอนแรกทีได้ฟังฉันก็ไม่คิดอะไรหรอก รสนิยมคนแก่มันสุดจะยากหยั่งถึง แต่ไม่นานหลังจากนั้นฉันก็ตะหนักได้ว่ายายเปรียบฉันกับน้องเป็นพวกนางอิจฉาเกรด C ที่เถียงกันแว๊ดๆ ไร้สาระอยู่ในละครนี่หว่า

“น้ำท่วมแบบนี้...ได้กลับไปบ้านยายก็ดีเหมือนกันนะแม่ แบมแบมไม่ได้ไปมาตั้งนานแล้ว ไม่รู้เปลี่ยนไปแค่ไหนแล้ว”

“เออ...นั่นสิ ไม่ได้กลับไปกี่ปีแล้วนะลูก”

“หนูย้ายมากรุงเทพตอนมอสอง ตอนนี้มอหกแล้ว...ก็สี่ปีแล้วค่ะแม่”

“ตั้งสี่ปีเลยเหรอ เวลาผ่านไปเร็วเนอะลูกเนอะ แล้วแบบนี้แบมแบมยังจำเพื่อนสมัยเรียนอยู่ที่นู่นได้บ้างหรือเปล่าเนี่ยลูก”

“จำได้ค่ะ มีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ใกล้บ้านยายด้วย เนี่ย...ถ้าได้เจอกันก็คงดีเนอะ”

“อื้อ การได้เจอเพื่อนเก่าเนี่ยมันดีมากๆ เลยล่ะ” แม่บอกแล้วก็เอื้อมมือไปลูบแบมแบมอย่างเอ็นดู...

ค่ะ! ดีแล้วที่ฉันนั่งอยู่ด้านหลัง เลยไม่ต้องไปปั้นหน้าซาบซึ้งถึงมิตรภาพและความงดงามของโลกใบนี้กับแม่ ใครอยากเจอเพื่อนเก่า เพื่อนแก่อะไรนั่นก็แล้วแต่เหอะ แต่ฉันไม่เอาด้วยหรอก บ๊ายย! สำหรับฉันชีวิตในปัจจุบันน่ะดีที่สุดแล้ว ส่วนอดีต...คิดทีไรก็อยากจะเอากระสอบทรายมาคลุมหัวแล้วก็เดินไปให้รถชนซะให้รู้แล้วรู้รอด บอกตรงๆ ว่าไม่อยากนึกถึงเลย มันคือจุดด่างพร้อยในชีวิตของบีบีเลยล่ะค่ะ

“แล้วบีบีล่ะลูก ได้ติดต่อเพื่อนสมัยมัธยมบ้างหรือเปล่า”

อ้าว ตาฉันแล้วเหรอ โลกสวยกับแม่ยังไงดีล่ะเนี่ย

“อ่อ...ก็ยังติดต่อกันบ้างอยู่ค่ะแม่...”

ฉันไม่ได้โกหก ก็ยังติดต่อบ้างเล็กๆ น้อยๆ แต่พูดตามตรงว่าไลฟ์สไตล์ของฉันกับพวกเพื่อนสมัยมัธยมมันต่างกันมาก ก็เลยไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่... โอเค ไม่โกหกแล้ว ฉันไม่ได้คุยเลยต่างหาก แต่ก็ยังมีเฟซบุ้คอยู่นะ... ถึงจะแค่สองสามคน... ก็นับว่ายังติดต่อปะ

“ได้กลับไปแบบนี้ก็ถือโอกาสไปเจอเพื่อนเก่าบ้างนะลูก”

“...”

ก็อย่างที่บอก... ว่าไลฟ์สไตล์ต่างกันเกินไป ทักไปก็ไม่รู้จะคุยอะไรอยู่ดี

“พี่บีบีคงไม่ไปคบเพื่อนมัธยมบ้านนอกๆ หรอกแม่ แม่พูดยังกับไม่รู้จักลูกสาวตัวเองงั้นล่ะ”

“นี่! แบมแบม อย่ามาสู่รู้ได้มั้ย”

“แหม...เค้าก็พูดไปตามที่เห็นเฉยๆ”

“แต่ฉันเสียหาย คนอื่นฟังเค้าจะหาว่าฉันเป็นคนนิสัยไม่ดี หยิ่ง เลือกคบคนอะไรแบบนั้น”

“อุ๊ยยย แล้วมันไม่ใช่เหรอ”

“อ้าว... นี่แกอยากโดนฉันตบใช่มั้ยเนี่ย”

ฉันไม่ว่าเปล่า มือถึงหัวน้องไปแล้วเรียบร้อยแล้ว

“อ๊ายยย แม่!!

“นี่ๆ เดี๋ยวเถอะ! คุยกันดีๆ ได้มั้ยสองคนนี้ บีบีก็เลิกขู่น้อง เลิกใช้กำลังด้วย เป็นอันธพาลหรือไงถึงเอะอะจะตีจะตบคนอื่นเนี่ย ส่วนแบมแบมก็เหมือนกัน เลิกเหน็บพี่เค้าได้แล้ว แม่รู้ทันเรานะ”

ฉันยอมลดมือลงตามคำสั่งของแม่ สูดลมหายใจแล้วก็อธิบายให้น้องสาวสุดที่รักฟัง

“ขอโทษละกันนะที่พี่แกมันสวย รวย เลิศ เรียนดี ชีวิตดี แฟนก็ดี คนฟอลโล่ไอจีสามแสน มีแต่คนเข้าหาตลอดเวลา... ก็เลยทำให้ใครต่อใครเข้าใจผิดว่าฉันหยิ่ง เลือกคบแต่คนรวยๆ อะไรแบบนั้น แต่ความจริงมันไม่ใช่ โอเค้”

อุ๊ยย ไม่คิดว่าจะพูดจายกยอตัวเองได้ขนาดนี้ ฟังดูน่าหมั่นไส้ปะ แต่เอาเถอะ...ฉันไม่ได้โกหกเลยสักคำ เป็นจริงตามนั้นทุกประการ

“แหว่ะ! ไม่อายมั้งเหรอ ชมตัวเองซะขนาดนี้”

“อายทำไม เรื่องจริง”

“ทารองพื้นหรือทาซีเมนต์เนี่ย”

“อีแบ...”

“บีบี!

“อุ๊ย ขอโทษค่ะแม่”

“เฮ้อ! จริงๆ เล๊ย ถ้าสวย รวย เลิศ แล้วก็ต้องพูดจาให้มันเพราะๆ ด้วยสิลูก”

“โอ๊ย ท่าจะยากแล้วแม่ นิสัยสก๊อยซ์เก่าก็เงี้ยละ ชอบเรียกใครจิกๆ ด้วยไอ้-อีตลอด ทำยังไงก็คงไม่หาย”

ดูมัน....

ฉันบอกตัวเองว่าอย่าไปทำมัน ยังไงมันก็น้อง...น้อง... น้องสาวแท้ๆ ฉันควรต้องรักมันสิ ใช่...ใช่...สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ นับหนึ่ง...สอง...

“นี่ถ้าพวกฟายคลับของพี่บีบีรู้ว่าไอดอลสุดชิคของตัวเอง เคยเป็นสาวสก๊อยซ์ซ้อนมอไซด์หนุ่มแว๊นซ์ประจำอำเภอ ขี่ตะลอนแบร๊นๆๆ ทั้งวันทั้งคืน สร้างความรำคาญให้ชาวบ้านเขาไม่เว้นแต่ละวันมาก่อน... มีหวังได้เงิบกันเป็นแถว ก๊ากๆๆ”

สาม!! กรี๊ดดด ไม่ไหวแล้ว! ฉันโผเข้าไปรัดคอน้องเวรอย่างสุดจทน

“อีแบมแบม แกตายเหอะวันนี้!

“แอ๊กกกกก แม่.... ช่วยด้วยยย”

“บีบี!! หยุดนะ อย่าบีบคอน้องได้แล้ว เดี๋ยวน้องก็ตายจริงๆ หรอก”

“แม่....แอ๊ก”

“บีบี!!

“ตายซะนังน้องเวร!!

“หยุดดดด! แม่บอกให้หยุด โอ๊ยยย เวรกรรมอะไรของฉันเนี่ย!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!

 

อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

ในที่สุดเราก็มาถึงบ้านยายโดยสวัสดิภาพ ไม่มีใครตาย... (แม่ต้องจอดรถข้างทางแล้วก็จับฉันแยกจากแบมแบม) แม่ลงโทษพวกเราด้วยการหักเงินค่าขนมที่จะทิ้งให้เอาไว้ใช้ตอนอยู่บ้านยาย สำหรับฉันไม่มีปัญหาหรอก...เดี๋ยวไปถ่ายรูปกับอาหารเสริมลดความอ้วนลงไอจีก็ได้เงินใช้แล้ว (ได้เยอะกว่าที่แม่ให้ด้วย) แต่คุณน้องสาวสุดที่รัก...อาจจะมีปัญหานิดหน่อย เพราะมันไม่มีรายได้พิเศษอย่างฉันไงละ แถมยังมีแต่รายจ่ายอีกต่างหาก! เพราะมันเป็นติ่งเดนตายไงล่ะ คือติ่งประเภทที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อโอป้า มอบกาย ถวายจตุปัจจัย พูดง่ายๆ ก็คือเงินนั่นล่ะ นางมอบให้ทุกบาททุกสตางค์ แม้ว่ามันไม่มีจะกิน แต่โอป้าต้องมีคนซัพพอร์ท มีคนไปให้กำลังใจนะ! ยิ่งช่วงไหนโอป้ามาเยอะ มาถี่ มาหลายคน มากันทั้งวง ช่วงนั้นแบมแบมน้องรักก็ต้องกินหญ้าไปทั้งเดือน ยอมอดมื้อกินมื้อ พอเข้าตาจนจริงๆ ก็มานั่งคุกเข่าขอเงินพี่สาวอย่างฉัน เหอะ! แล้วดูสิ มันสำนึกบ้างมั้ยว่าฉันมีบุญคุณกับมันแค่ไหน ถึงเงินที่ยืมไปจะต้องคืน (แน่นอนว่าของฟรีไม่มีในโลก) แต่ฉันก็ไม่เคยคิดดอกกับน้องกับนุ่งนะ น่ารักปะละ

“ยาย!!

“โอ้มากันแล้วเหรอ...”

เมื่อเรามาถึงก็เจอยายออกมาต้อนรับอยู่ที่หน้าบ้านด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ปีนี้ยายอายุครบเจ็ดสิบแล้วแต่ก็ยังดูแข็งแรง กระฉับกระเฉงมาก อันที่จริงดูไม่เหมือนคนอายุเจ็ดสิบเลยด้วยซ้ำ...บอกว่าสักห้าสิบห้าอะไรเงี้ย คนก็เชื่อนะ ฮ่าๆๆ พวกเราเข้าไปกราบยายแล้วก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันพอประมาณก่อนจะเข้าไปด้านใน ฉันมองรอบๆ บ้านไม้สองชั้นที่ตัวเองเคยอาศัยอยู่เมื่อสี่ปีก่อน มันแทบไม่ได้เปลี่ยนไปสักเท่าไหร่ อาจจะดูเก่าและโทรมลงไปบ้างตามกาลเวลา แต่ก็ยังเป็นบ้านที่น่าอยู่ ให้ความรู้สึกร่มรื่นและเย็นใจเหมือนเดิม... ใจจริงฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาคร่ำครวญถึงความหลังอะไรหรอกนะ แต่ตอนนี้มองไปทางไหนก็เห็นภาพเก่าๆ ลอยขึ้นมาในหัวอยู่เต็มไปหมด ช่วยไม่ได้ล่ะนะ...ก็ฉันโตและใช้ชีวิตเด็กวัยรุ่นบ้าๆ บอๆ อยู่ที่นี่มาตั้งหกปีนี่นา... นานเหมือนกันนะ ก็ตั้งแต่มอหนึ่งถึงมอหกเลยล่ะ

หลังจากพ่อเสีย แม่ก็พาฉันกับน้องมาฝากตายายให้เลี้ยงอยู่พักใหญ่ๆ (พักใหญ่ที่ว่าก็คือหกปีนั่นล่ะ) ส่วนตัวเองก็มุ่งหน้าสู่กรุงเทพเพื่อทำงานหาเงิน โชคดีที่งานของแม่ไปได้สวย พอตั้งตัวได้...แม่ก็รับฉันกับน้องกลับไปอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ เออ! นี่ฉันยังไม่ได้พูดถึงตาเลยใช่มั้ย... น่าเศร้าที่ต้องบอกว่าท่านจากไปเมื่อสองปีก่อน ยายต้องอยู่คนเดียวเพราะแม่ก็ทำงานไปๆ มาๆ ระหว่างไทยกับต่างประเทศ ส่วนฉันกับแบมแบมก็ยังเรียนหนังสือกันอยู่ เมื่อคิดว่ายายต้องอยู่ที่บ้านหลังใหญ่นี่คนเดียว กินข้าวคนเดียว นอนคนเดียว อยู่คนเดียว... ก็รู้สึกทั้งสงสารและเป็นห่วงยายจนน้ำตาเอ่อออกมาจนต้องแอบปัดทิ้ง

อะๆ อย่าเพิ่งคิดว่าบ้านฉันอกตัญญูนะยะ แต่เป็นเพราะพวกเราไม่สามารถไฟต์กับคนแก่ได้ต่างหากล่ะ เด็กว่าดื้อยังปราบได้ แต่ผู้ใหญ่ดื้ออ่ะต้องทำยังไง  เอาจับใส่รถเข็นแล้วก็ลากไปงั้นเหรอมันได้ที่ไหนเล่า! ถึงฉันและแม่จะพยายามขอร้องอ้อนวอน ทิ้งตัวลงคุกเข่ากอดขายายเอาไว้ พนมสองมือขึ้นกราบกรานขอให้ท่านไปอยู่คอนโดกับพวกเรา แต่ยายก็ไม่ยอม...!! ยายยืนยันว่ายายอยู่ที่นี่มาทั้งชีวิต ถ้าจะตายก็ขอตายที่นี่เท่านั้น! ถ้าจะให้ไปอยู่คอนโดก็รอเอาไปแต่อิฐก็แล้วกัน ฮือออ.... แต่เอาจริงๆ ฉันว่าฉันเข้าใจยายนะ ยิ่งได้กลับมาที่นี่ฉันก็ยิ่งเข้าใจ คนที่เคยได้อยู่ที่กว้างๆ เท้าเหยียบพื้น มือได้แตะหญ้า อยู่ในบ้านของตัวเอง สถานที่ของตัวเองแบบนี้... เรื่องอะไรจะไปอยู่ในตึกคอนกรีตสูงๆ น่าอึดอัดๆ ในความคิดของแกด้วยละ แต่เอาเถอะ! ยังไงพวกเราก็ไม่ยอมปล่อยให้ยายอยู่คนเดียวนานๆ หรอก ปีหน้าแม่มีแผนว่าจะลาออกจากงานแล้วก็กลับมาอยู่กับยายแล้ว คราวนี้ฉันกับแบมแบมก็จะได้ตีกันโดยไม่มีใครห้ามสักที ไม่สิ! พูดผิด... ยายก็จะได้มีเพื่อนอยู่ด้วยและมีคนคอยดูแลท่านต่างหาก

“แม่อยากมีเวลาอยู่ด้วยนานๆ กว่านี้จัง แต่เดี๋ยวต้องขับกลับกรุงเทพแล้วก็บินตอนเที่ยงคืนนี้แล้ว ซึ่ง...แม่ก็ควรจะต้องกลับได้แล้วล่ะนะ”

แม่บอกหลังพวกเรากินข้าวด้วยกันเสร็จ ฉันมองนาฬิกาแล้วก็เห็นด้วยว่าแม่ควรต้องกลับแล้ว เสียดายจัง...กำลังเม้าส์เรื่องน้ำท่วมประเทศอย่างเมามันส์ นี่ทุกคนยังไม่ลืมใช่มั้ยคะ น้ำท่วมประเทศไทยจ้า ยายเล่าว่าหลานข้างบ้างที่เรียนมหาลัยแห่งหนึ่งในพิษณุโลกถึงกับต้องพายเรือไปสอบแล้ว!! อีกไม่นานน้ำคงต้องไปถึงกรุงเทพอย่างที่นักวิชาการคาดการณ์เอาไว้แน่ๆ

“แม่จะไปแล้วนะ อย่าลืม...ช่วยทะเลาะกันให้มันน้อยๆ นะรู้มั้ย อย่าทำให้ยายรำคาญนักล่ะบีบี แบมแบม”

“ค่าๆ”

ฉันรับคำแล้วก็เดินไปกอดแม่ก่อนไป ยัยน้องตัวไม่พลาดมาออเซาะแม่ด้วย

“แม่...เดินทางดีๆ นะคะ แล้วก็...เอ่อ....แม่จะไม่เปลี่ยนเรื่องหักค่าขนมจริงๆ เหรอ”

“ไม่จ๊ะ”

“โห่.....แม่”

สมน้ำหน้า ฮิ! ฉันยิ้มอย่างสะใจแต่พอเห็นสายตาแม่ที่จ้อง ฉันก็รีบทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม ถ้าแม่รู้ว่าฉันไม่เดือดร้อนเรื่องถูกหักค่าขนม แม่อาจจะหาบทลงโทษใหม่ๆ มาแทนก็ได้ เพราะฉะนั้นแกล้งเล่นละครตีหน้าเศร้าไปดีกว่า

“ฝากหลานด้วยนะคะแม่ เสร็จงานแล้วหนูจะรีบกลับมา แต่ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นแล้วจะขับมาที่นี่ได้หรือเปล่า น้ำเยอะขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป”

“ไปเถอะลูก ไม่ต้องห่วง ถ้าน้ำท่วมขับมาไม่ได้ก็ยังไม่ต้องมา แม่อยู่กับหลานได้อยู่แล้ว”

แม่กับยาล่ำลาต่ออีกเล็กน้อย อึดใจต่อมาก็เหลือแค่ฉัน แบมแบม แล้วก็ยายที่ยืนส่งแม่ขับรถออกไป

“เอาละ ขึ้นเอาของไปเก็บที่ห้องนอนกันก่อนมั้ย ยายเตรียมห้องไว้ให้พวกเราแล้ว นอนด้วยกันได้ใช่มั้ย”

“ฮะ!!

“ล้อเล่นใช่มั้ยยาย!!

“โฮะๆ รักใคร่กลมเกลียวกันดีเหมือนเดิมเลยเนอะ พี่น้องคู่นี้”

ยายบอกพลางส่ายหัวอย่างกึ่งขำกึ่งระอา พอรู้ว่ายายหลอกฉันก็ค่อยสบายใจหน่อย ขืนให้ฉันนอนกับแบมแบมน่ะนะ เหอะ! ตีกันบ้านแตกแน่ๆ

ฉันลากกระเป๋าสัมภาระแล้วก็เดินตามยายขึ้นไปบนบ้านชั้นสอง โอ้โห....ทุกอย่างก็ยังคงสภาพเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้วไม่มีผิด ฉันได้นอนห้องเดิม เตียงเดิมของตัวเอง... ดูสิ ยังมีข้าวของของฉันวางไว้อยู่อีกหลายอย่างเลย โต๊ะ เตียง ตู้  เครื่องเขียนเก่าๆ เสื้อผ้าเดิมๆ พอมองแล้วก็รู้สึกสงสารพวกมันขึ้นมายังไงไม่รู้ มันจะคิดถึงเจ้านายอย่างฉันมั้ยนะ... สี่ปีที่ผ่านมามีใครหยิบพวกแกขึ้นมาใช้บ้างหรือเปล่า... พวกแกจะเหงามั้ยเนี่ย โอ๊ย! นี่ฉันท่าจะบ้าไปใหญ่แล้ว พวกมันไม่ใช้สิ่งมีชีวิตสักหน่อย

ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงแล้วก็มองไปรอบๆ ห้อง ความทรงจำเก่าๆ ก็พากันหลั่งไหลเข้ามาในหัวไม่หยุด ถึงจะมีเรื่องให้อายจนอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ แล้วก็ด่าตัวเองว่าโง่ชะมัดที่ทำลงไปได้ยังไง แต่ทว่าในช่วงที่เรียกว่าจุดตกต่ำที่สุดในชีวิต มันก็ยังมีช่วงเวลาดีๆ อยู่ในนั้นด้วยเหมือนกัน และเมื่อนึกถึงเรื่องพวกนั้นก็ทำให้ฉันยิ้มออกมาได้ เสียงยายปลุกตอนเช้า อาหารฝีมือตา งานวัด งานเทศกาลประจำปี...ไปเที่ยวเล่นกับ...

“เป็นยังไงบีบี อยู่ได้มั้ยลูก”

ฉันหยุดความคิดเมื่อเห็นยายเดินเข้ามาในห้อง ถามคำถามที่น่าน้อยใจชะมัด

“โธ่ยาย...พูดอะไรแบบนั้น นี่ห้องหนู หนูก็อยู่มาตั้งหกปีนะ”

“แหม่...ยายก็กลัวว่าไปเป็นสาวเมืองกรุงแล้ว จะอยู่บ้านนอกห้องเล็กๆ เก่าๆ แบบนี้ไม่ได้”

“โห....ยายอ่ะ! พูดแบบนี้หนูเสียใจนะ ต่อให้หนูจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่หนูก็ยังรักบ้านนี้ รักยายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนน้า” ว่าแล้วฉันก็เดินเข้าไปกอดยายอย่างที่เคยทำแบบเมื่อก่อน ฉันมักจะทำแบบนี้เวลาอ้อนขออะไรสักอย่างจากยาย เช่นขอตังค์เพิ่ม ขอออกไปเที่ยวข้างนอกกับเพื่อน ขอไปเจอมิน... พอๆ ฉันสะบัดหัวไล่ชื่อที่ไม่แม้แต่จะอยากเอ่ยถึงออกไป

“พูดให้คนแก่ดีใจล่ะสิ”

“เปล่าสักหน่อยยย บีบีรักยายที่สุดในโลกเลยจริงๆ นะ”

“ปากหวานจริงๆ ยายก็รักเราเหมือนกัน”

ฉันยิ้มกว้าง เวลากอดยายก็เป็นความรู้สึกทีคล้ายๆ กับกอดแม่ไม่มีผิดเลยล่ะ

“เออ... ยายคะ หนูว่าจะถามยายตั้งแต่ตอนอยู่ข้างล่างแล้วว่า มีใครมาทำสวน ทำไร่แถวๆ บ้านเราด้วยเหรอ หนูเห็นสวนอะไรสักอย่างตรงถนนก่อนลาดเข้ามาในหมู่บ้านเราด้วย สวนใครเหรอยาย”

ฉันถามอย่างสงสัย เพราะทุกสิ่งทุกอย่างรอบๆ ตัวแทบจะเหมือนเมื่อสี่ปีก่อน ไม่ว่าจะเป็นบ้ายของยาย ถนนหนทาง ร้านค้า ตึกแถว บ้านใกล้เรือนเคียงทั้งหลายแหล่ อะไรๆ ก็คุ้นหูคุ้นตาเหมือนเคย ยกเว้นที่ตรงนั้นที่กลายเป็นสวนหรือไร่อะไรสักอย่างไปแล้ว ยังจำได้ว่าเมื่อก่อนเป็นแค่ที่รกร้างว่างเปล่าเฉยๆ เท่านั้นเอง คนยังลือว่าเดินผ่านมืดๆ ต้องระวังเพราะอาจจะมีโจรซุ่มอยู่ก็ได้

“อ้อ...สวนของมินท์น่ะลูก”

“มินท์....?”

ทำไมฉันต้องขนลุกเมื่อได้ยินชื่อนี้ด้วยเนี่ย อาจจะเป็นมินท์อื่นก็ได้ ในเพชรบูรณ์ไม่ได้มีมินท์ที่เป็น...

“ก็แฟนเก่าของหนูไง”

“ยายยยย!

ฉันทำเสียงเครียดดด โอ๊ยย อยากจะบ้าตาย!

“เอ้า! ก็แฟนเราจริงๆ นี่นา”

“โธ่ เรื่องมันตั้งนมนาน ลืมๆ ไปเหอะยาย อย่าไปขุดคุ้ยเลย”

“นานที่ไหนเล่า ยายยังจำได้เลยว่าเราน่ะแอบหนีออกจากบ้านตอนกลางคืนไปหาเจ้ามินท์ ไปซ้อนท้ายมอไซด์แว๊นไปนั่นไปนี่จนมีเรื่องมีราวอยู่เรื่อยไงละ”

กรี๊ดดด ไม่จริงๆๆ นั่นไม่ใช่ฉัน ไม่! ไม่! ม่ายยยย TOT ทำไมยายต้องพูดถึงมันขึ้นมาด้วย ฉันอายจนอยากจะแทรกหน้าลงไปในตู้เสื้อผ้าแล้วนะ นี่แหละเหตุผลที่ฉันไม่อยากกลับมาที่นี่ไง

“เป็นไง จำได้หรือยัง”

“ไม่รู้...หนูจำไม่ได้หรอก แล้วก็ไม่อยากจะจำด้วย”

“ฮ่าๆๆ เรานี่ตลกเนอะบีบี”

ฉันมองยายอย่างเคืองๆ ดูเถอะ...หัวเราะเหมือนสะใจที่ได้ตอกย้ำถึงอดีตอันเส็งเคร็งของฉัน จุดมืดบอดที่สุดในชีวิตอันงดงามของน้องบีบี.... ยอมรับแบบแมนๆ ก็ได้ว่าเมื่อก่อนฉันมันแสบซ่าห์ ก๋ากั่นไม่เบาค่ะ เคยมีแฟนชื่อมินท์ ชอบซิ่งมอไซด์ คนก็พากันเรียกว่ามินท์แวนซ์กับบีบีสก๊อยซ์ประจำอำเภอ เก๋มั้ยละ.... อ๊วก! ฉันทำอะไรแบบนั้นลงไปได้ยังไง ฮือออ

“อย่าพูดถึงมันอีกเลยนะยาย... ดูสิ หนูเป็นคนใหม่แล้ว สวย รวย เก๋ เป็นไอดอลของยุค แถมเรียนก็ก็รุ่ง แฟนก็หล่อ! เนี่ย...หนูเปลี่ยนไปตั้งเยอะ ไอ้ที่ไม่ดีเมื่อก่อนน่ะก็ลืมๆ ไปเถอะ อย่าไปพูดถึงมันอีก”

“ตัวหนูเปลี่ยน...แต่อดีตมันก็ไม่ได้เปลี่ยนสักหน่อยนี่บีบี”

 “อ้าว... ยายพูดยังงี้ก็เหมือนกับยายจะบอกว่า มื่อก่อนหนูมันดื้อ ไม่เชื่อฟัง ทำตัวไม่ดียังไง ปัจจุบันก็คงจะเป็นยังงั้นใช่มั้ยอ่ะ ขอบอกว่ามันผิดนะคะยาย แบบนี้เค้าเรียกว่าตัดสินคนจากอดีตซึ่ง.... ”

“เปล่า... ยายแค่จะบอกว่าให้หนูยอมรับมันต่างหาก เพราะไม่ว่าจะดีหรือแย่...มันก็คือเราเองไม่ใช่เหรอบีบี”

...ฉันนิ่งไปนิด

ไม่เอาอ่ะ! จะให้ฉันยอมรับและประกาศตัวว่าเคยเป็นสก๊อยซ์เก่าอะไรเงี้ยเหรอ แหวะ! ฉันมาไกลแล้วนะ เรื่องอะไรจะไปฟื้นฝอยถึงเรื่องเก่าๆ เน่าๆ แบบนั้นด้วย ช่วยฝังกลบดินเอาไว้ไปเลยเถอะ ขืนใครรู้ว่าบีบีไอดอลผู้มีสามแสนฟอลโล่เคยนั่งมอเตอร์ไซด์นุ่งสั้น คบกับเด็กแวนซ์ประจำจังหวัด กรี๊ดดด บ้าๆๆ แกทำแบบนั้นลงไปทำไมเนี่ยบีบี

“เรื่องน่าอายแบบนั้น ไม่พูดถึงมันดีกว่ามั้ยยาย”

“แหม แล้วตอนทำน่ะไม่อาย”

“โอ๊ยยาย! ก็ตอนนั้นหนูยังเด็ก แล้วที่จริงว่าเป็นสก๊อยซ์ก็แรงเกินไปนะ แค่...นั่งซ้อนมอไซด์ผู้ชายเท่านั้นเอง จริงๆ ใครๆ ก็ซ้อนมอไซด์ทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ” ฉันพยายามพูดให้ดูดีขึ้น แต่ยายก็ได้กระทำการเห็นคนล้มแล้วก็เอาเท้ากระทืบซ้ำ

“ออกไปขี่ตะเวนดึกๆ ดื่นๆ ซ้อนมอไซด์เสียงดังแบร๊นๆ นั่นน่ะคนปกติเค้าไม่ทำกันหรอกแม่คุณ”

“ยายยยอ่ะ” ฉันหน้างอ นี่จะพูดซ้ำเติมกันไปถึงไหนเนี่ย

“เอาเถอะๆ อดีตมันก็คืออดีต... เดี๋ยวนี้เราก็ไม่ได้ทำตัวแบบนั้นแล้วก็ดีไป จำเอาไว้เป็นบทเรียนสอนใจล่ะว่าทำอะไรต้องรู้จักคิดเอาไว้มากๆ เพราะเราไม่รู้ว่ามันจะส่งผลยังไงต่ออนาคตนะเห็นมั้ย”

“ค่าๆๆ หนูนี่ซาบซึ้งไปถึงแก่นคำสอนเลยล่ะค่ะ นี่ถ้าย้อนเวลาได้จะยอมเดินไปเรียนหนังสือแทนซ้อนมอไซด์เลยนะเนี่ย จะทำตัวน่ารักๆ เชื่อฟังตายาย ไม่โดดไปเที่ยวดึกๆ ดื่นๆ แบบนั้น แล้วก็จะไม่คบกับมินท์ด้วย ดีมั้ยคะยาย”

ยายมองฉันพลางส่ายหัวอย่างกึ่งขำกึ่งระอา

“เมื่อก่อนไม่คบเจ้ามินท์นะดี...เพราะพากันตะลอนๆ หาสาระไม่ได้ แต่เดี๋ยวนี้ถ้าเป็นแฟนกันมินท์จริงๆ ละก็...ยายจะสนับสนุนเต็มที่เลยล่ะ”

“อี๋... ยาย! อย่ามาล้อเล่นอะไรแบบนี้ ขนลุกอะ! หนูอุตส่าห์หนีพ้นมาได้แล้ว เรื่องอะไรจะกลับไปคบกับเด็กแว๊นซ์อีก อ่อ นี่ยังดีนะที่รู้จักทำสวนทำไร่... นึกว่าจะไปเป็นวินมอไซด์อยู่หน้าหมู่บ้านไปแล้วซะอีก โอ๊ยยย!! หนูคบหมอนั่นลงไปได้ยังไงอ่ะ อายจนแทบบ้าแล้วเนี่ย ถ้ามันมาเจอหนูแล้วขอรื้อฟื้นความหลังล่ะยาย กรี๊ดดดดด!!

“ใจเย็นๆ แม่คุณเอ๊ย ยายเกรงว่ามินท์คงไม่มารื้อฟื้นความหลังอะไรกับเราหรอกบีบี”

ฉันหยุดทึ้งหัวตัวเองแล้วก็มองยายอย่างค้อนๆ เหอะ! ยายจะไปรู้อะไร ตานั่นน่ะรักหลานสาวของยายมากนะจะบอกให้ ขนาดฉันบอกเลิกไปแล้วก็ยังตามตื้อ ตามส่งข้อความไร้สาระอยู่ได้เป็นปี แหว่ะ! แล้วถ้ามันมีโอกาสได้มาเจอฉันอีกครั้ง... มีเหรอว่าจะไม่มาตามรังควานฉันน่ะ

“ท่าทางจะไม่ได้คุย ไม่ได้ติดต่อกับมินท์เลยใช่มั้ยเนี่ย”

“เรื่องอะไรจะต้องติดต่อด้วย”

“บีบี หนูคิดว่าสี่ปีที่ผ่านมาเนี่ย... มีแต่ตัวเองที่เปลี่ยนแล้วคนอื่นเค้ายังเหมือนเดิมเหรอ”

“แหมม ก็ไม่ใช่อย่างนั้น คนอื่นก็คงต้องเปลี่ยนมั้งละตั้งสี่ปี.... แต่ก็คงไม่เปลี่ยนไปมากนักหรอกมั้งยาย” 

นี่ไม่ได้มโนหรือตัดสินเอาเองนะ แต่เพื่อนจากเพชรบูรณ์ที่ยังมีติดต่อกันอยู่ในเฟซบุ้ค ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นมีใครเปลี่ยนอะไรสักเท่าไหร่เลย มีแต่ฉันคนเดียวที่เปลี่ยนไปชนิดหลังเท้าเป็นหน้ามือ อย่างเวลาฉันลงรูปทีไร นานๆ พวกนางก็จะมาโพส...

บีบีสวยขึ้นเยอะเลยจ้า กระโปรงแพงมั้ยอ่าา อยากด้ายบ้างงงง

จำแทบม่ายด้ายยยเลอออ ดีใจจังมีเพื่อนเป็นไอดอลล กลับมาเพชรบูนบ้างน้า

สวยจัง ใช้รองพื้นอารายหรอ ซื้อที่หนัยหรอจ๊ะ

อะไรแบบเนี่ยตลอด ฉันก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง นี่ไม่ใช่หยิ่งหรอกนะ แต่ถ้าบอกว่าใช้รองพื้นของ Sisley ขวดละสามสี่พัน มันแลดูขี้อวดปะละ จะให้โกหกแล้วตอบส่งๆ ไป ถ้าเกิดเค้าไปซื้อมาใช้ตามแล้วมันไม่ดีก็มาด่าฉันอีกน่ะสิ สรุปฉันเลยแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นข้อความบ้าง แกล้งลืมตอบบ้าง (แกล้งจนกลายเป็นลืมจริงไปละ) เข้าใจหรือยังที่ฉันเคยบอกว่าไลฟ์สไตล์มันต่างกันน่ะคืออะไร... พอไม่ได้อยู่ในสังคมเดียวกันมันก็คุยกันยากนะ

“มินท์ตอนนี้น่ะไม่เหมือนมินท์คนเก่าแล้วนะบีบีเอ๊ย”

“เหรอ...ก็ดีนี่คะ ยายบอกว่าทำสวน งั้นก็คงต้องเปลี่ยนไปเยอะนั่นล่ะ”

อาจจะดำขึ้น แต่คงจะผอมๆ แห้งๆ เหมือนเดิม ไม่รู้เลิกทำสีผมทองๆ หรือยัง แต่เห็นยายบอกว่าทำสวน งั้นก็แปลว่าไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยต่อน่ะสิ โธ่....

“เปลี่ยนไปในทางที่ดีมากกกกด้วยนะบีบี”

แหม ลากเสียงมากซะยาวเชียว ฉันอยากจะสวนกลับไปด้วยความหมั่นไส้ว่า มันจะดีได้สักแค่ไหนกันคะคุณยายขาาา ในฐานะแฟนเก่า (ไม่เต็มใจพูดหรอกนะ) ฉันรู้จักหมอนั่นดีที่สุด ทั้งขี้เกียจ ไม่มีความอดทน ไม่มีความตั้งใจอะไรสักอย่าง คนแบบนั้นน่ะนะ.... เหอะ!

“ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยนะบีบี”

“โอ๊ย ดูซิดู... เกิดอะไรขึ้นกับคุณนายบัวทองกันเนี่ย ทีเมื่อก่อนแค่เอ่ยชื่อมินท์ก็ด่าหนูจนไฟแล่บล่ะ แต่เดี๋ยวนี้พูดคำว่า มินท์ๆๆๆ ไม่ขาดปาก แถมยังชมนักชมหนาไม่หยุดอีก น่าหมั่นไส้จริ๊งจริง”

ขนาดหลานในไส้ที่ดีเลิศในทุกทางกับไม่เคยแม้แต่จะชมให้ชื่นใจสักนิด ตำแหน่งไอดอลแห่งยุคนี่ฉันไม่ได้สร้างขึ้นมาเองนะ คนอื่นมอบให้หนูนะยาย! ยายจะไม่ได้ยินดีกับหนูหน่อยเหรอ!

“ก็ใช่น่ะสิ ยายอยู่ที่นี่คนเดียวก็ได้ตามินท์นี่ละมาคอยเป็นหูเป็นตาให้ ช่วยนั่นนี่สารพัด ไม่เหมือนลูกหลานในไส้ที่อยู่ไกลเป็นร้อยๆ กิโล”

“นั่น! ยายมีสิทธิ์มาตัดพ้อด้วยเหรอ ก็หนูแทบจะกราบขอร้องให้ยายไปอยู่ด้วยแล้วนี่นาแต่ยายก็ดื้อจะอยู่ที่นี่คนเดียว รู้มั้ยว่าทำให้ทุกคนเป็นห่วงเนี่ยย”

“โอ๊ย ไม่เอาหรอก ไม่ใช่ที่ของยาย... เราก็กลับมาอยู่กับยายสิถ้าตอนเรียนจบแล้ว”

ถ้าฉันบอกว่าที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ของฉันเหมือนกัน... มันก็คงจะฟังดูโหดร้ายยายไปหน่อย ยังไงฉันก็โตที่นี่ ใช้ชีวิตอยู่มาตั้งหลายปีใช่ปะ แต่มันก็ไม่ใช่ที่ที่ฉันจะมาใช้ชีวิตทั้งชีวิตสักหน่อย ฉันยังมีความฝัน มีโอกาสอะไรอีกมากมายรออยู่ที่กรุงเทพนู่น

“ไว้หนูคิดดูก่อนนะ... แต่ถ้ามาอยู่นี่ แฟนหนูก็ต้องงอนๆ น่ะสิ อยู่ไกลกันตั้งสองสามร้อยกิโลแบบนี้”

ยังไม่นับงานอีเวนท์ งานโฆษนาที่ติดต่อเข้ามาอีก หนทางสู่การเป็นดารามันอยู่แค่เอื้อมแล้ว กรี๊ด!! เรื่องอะไรจะกลับมาอยู่ที่นี่ล่ะ หาเหตุผลมากล่อมยายไปอยู่กรุงเทพแทนดีกว่า

“เลิกๆ ไปเลยกับแฟนน่ะ เนี่ย...มินท์ก็ยังว่างอยู่นะ ยายเชียร์”

ภาพอดีตผุดทับซ้อนกับปัจจุบันรัวๆ เลยค่ะท่านผู้อ่าน เมื่อก่อนคุณนายบัวแก้วมักจะตะโกนด่าฉันทุกสามเวลาหลังอาหารว่า เลิกกับไอ้เด็กเปรตขี้ก้างนั่นเดี๋ยวนี้! แกตาบอดเหรอถึงชอบมันเข้าไปได้นะหะบีบี! 

หรือไม่ก็...

แกจะให้ยายอกแตกตายใช่มั้ยยย เลิกไปซ้อนมอเตอร์ไซด์กับไอ้มินท์ได้แล้ว! แกอยากเป็นสก๊อยซ์ใช่มั้ยห๊า

แล้วดูตอนนี้สิ...

“มินท์ตอนนี้นะ สุดยอดดด นี่ถ้ายายอ่อนกว่านี้สักห้าสิบปี หึ...หึ”

โอย อนาคตเป็นสิ่งที่ลี้ลับชะมัด... วันนี้เกลียด แต่อีกสิบปีข้างหน้าอาจจะกลายเป็นรักก็ได้ ดูจากยายฉันเป็นตัวอย่างได้เลยค่ะ

“ยายพูดจริงๆ นะบีบี ถ้าเรากลับไปคบกับเจ้ามินท์ละก็... ยายคงนอนตายตาหลับแน่ๆ”

“โอยยย ยาย พอๆ ตายเตยอะไร มโนไปถึงไหนแล้ว ส่วนเรื่องหนูกับมินท์นะจบไปตั้งนานแล้ว จะมาเชียร์อะไรเอาป่านนี้... แล้วหนูก็มีแฟนใหม่แล้วด้วย”

“ไอ้นั่นมันจะหล่อเท่าเจ้ามินท์หรือเปล่าเถอะ”

ฉันหลุดหัวเราะพรืดออกมา มองยายแล้วก็ยิ้มน้อยๆ แบบว่าไม่อยากจะอวดเลยนะเนี่ย

“พี่โอ๊คแฟนบีบีนะยาย... สูง ขาว หล่อ ฐานะทางบ้านก็ดี โคตรเพอร์เฟกต์เลยละยาย” ฉันร่ายข้อดีของพี่โอ๊คด้วยความภาคภูมิใจ นี่แค่คิดภาพเอาพี่โอ๊คกับมินท์มาเทียบกันแล้ว เอื๊อก! ฟ้ากับเหวชัดๆ

“ไปเจอมินท์ก่อนเถ๊อะ แล้วจะตกกะใจ”

“โอย ไม่เอาอะ”

“ไปเถอะน่า เชื่อยายสักครั้ง”

“ไม่เอาๆ หนูไม่อยากเจอมินท์อ่ะยาย ใครจะอยากเจอแฟนเก่าบ้าง มันน่าอึดอัดนะ”

แถมเผื่อโดนตื้อขอกลับไปคืนดีอีก ไม่ไหวแล้วนะ

“ยายไม่ได้ใช้ให้ไปเจอ ใช้ให้เอาขนมไปให้มินท์ต่างหาก”

“มันก็เหมือนกันนั่นล่ะยาย”

“เหมือนตรงไหน อ๋อ! เดี๋ยวนี้ยายไหว้วานอะไรไมได้แล้วสินะแม่เน็ตไอดอล อะไรนะ...สามแสนฟอลง ฟอโล่ คงไม่ทำอะไรตามที่ยายขอแล้ว”

“โอ๊ยยย ไม่ใช่ว่าใช้ไม่ได้แบบนั้น.

“งั้นก็เอาขนมไปให้มินท์แทนยายสิ!

“ใช้ไอ้แบมแบมไปแทนได้มั้ยอะ ข้างนอกร้อนจะตายเดี๋ยวหนูก็ดำหมดพอดี เน็ตไอดอลนะยาย ดำไม่ได้นะ”

“นี่เราเป็นพี่ประสาอะไรเนี่ย”

“เอ้าก็...”

“เสียแรงที่ยายเลี้ยงดูเรามา”

“ยายอ่ะ”

“ลำบากลำบนหาข้าวหาปลาให้กิน...”

“โอ๊ยยยย ทำไมต้องดราม่าด้วย”

“แค่ไหว้วานให้เอาของไปให้เพื่อนบ้าน...”

“ไปแล้วๆ!




To be continued...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

983 ความคิดเห็น

  1. #960 MARYMaryyou (@live-eviil) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 14:44
    ขำยายบัวทอง ดราม่าอะไรเบอร์น้าน5555 ปล.อ่านรอบสอง เสียใจที่มาไม่ทันตอนที่ลบไปTT
    #960
    0
  2. วันที่ 19 มิถุนายน 2559 / 19:38
    พี่เมเป็นอากาเซใช่มั้ย? 555
    #720
    1
  3. #292 Blue_River (@nam1997) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 เมษายน 2559 / 22:19
    ลุ้นบีบีเจอมินท์ 55555
    #292
    0
  4. #272 jarawe (@jaratrawee2544) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 เมษายน 2559 / 14:22
    ตกลงคุณนายบัวทอง หรือบัวแก้วคะ 555
    #272
    0
  5. #183 mouok. (@mukdarat1994) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 23:33
    โอ้ย ยายบิลท์ซะอยากเห็นหน้าพี่มินท์เลยอ่ะ TOT
    #183
    0
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #106 gorf (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 14:57
    รออ่านต่อค่าาา



    อิฐ -> อัฐิ ป่ะคะ
    #106
    0
  8. #70 Ngam555 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 15:00
    สนุกมากกกกกกกกกกเลยค่ะ อยากอ่านต่อไวๆจัง ^^
    #70
    0
  9. #68 Disk Nara (@DISKNARA) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 12:42
    บทยาวมากกกกกกกกกกกกกกก กว่าจะเข้าเนื้อ 55555555555555 แต่พล็อตน่าติดตาม สู้ๆค่ะ
    #68
    0
  10. #66 Kan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 02:35
    สนุกมากกกก รีบมาอัพต่อไวๆ
    #66
    0
  11. #65 Ai_Ichi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 23:17
    รอออออออออออออออ

    รอออออออออออออออ

    รอออออออออออออออ

    รอออออออออออออออ

    รีบอัพต่อนะคร้าาาาาาา
    #65
    0
  12. #63 Shirayuki>3< (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 20:58
    รอมินออกมา เมื่อไหร่กันน้าาาาา555

    รออออออออ อยากกกกกกอ่านนนนนนมากกกกกที่สุดดดดดดด มากกว่าหนังสือเรียนอีก 555
    #63
    0
  13. #62 &#8226;~&#8226;Nanoha&#9734; (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 20:56
    รออยู่นะคะ พี่เมสุดสวย ขอตอนต่อเร็วๆนะคะ
    #62
    0
  14. #61 >&#9633;<&#9734;Zero_o (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 20:54
    ค้างงงงงงงงงงงงงงง

    อยากอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    หนูรอมาหลายวันละอะพี่เม

    มาอัพตอนต่อไวๆน้าาาาาาา
    #61
    0
  15. #60 Nanoha_JB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 20:52
    รออออออออออออออออออออ

    อยู่น้าาาาาาาาาาาาา
    #60
    0
  16. #59 'SisFray' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 20:50
    พี่เมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม

    อยากอ่านนนนนนนนนนนนนนนนนน

    รีบมาอัพเร็วๆน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #59
    0
  17. #58 Yuki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 10:46
    รอนะคะ รอๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ รออยู่จริงๆนะพี่เม

    รีบอัพน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #58
    0
  18. #57 Yuki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 10:33
    รีบอัพน้าาาาาาาาาาาา ใจจะขาดแล้ววววววววววว555

    อยากอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ&#128513;&#128513;&#128513;
    #57
    0
  19. #56 Luzy_< (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 10:31
    รออออออออออออออน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

    ขอให้เปิดตัวมินท์หล่อๆนะคะอิอิ อยากอ่าน อยากเห็นหน้าปกกับหน้าตัวละคร สรุปแล้วก็อยากได้หนังสือดีๆนี่เอง555
    #56
    0
  20. #55 Ritsuka (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 10:29
    O^O พี่เม~ หนูรออยู่นะ รีบอัพตอนเพิ่มนะคะ

    หนูจะรอซื้อเล่มของพี่ด้วยยยยยยยยยย>3<
    #55
    0
  21. #54 Marina^w^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 10:23
    >< พี่เมคะ อยากอ่านต่อแล้วอะ หนูมารอหน้าเว็บทุกวันเลยยยยยยย ถ้าพี่เมว่างช่วยรีบมาอัพต่อเถอะนะคะ มันค้างงงงงงมากกกกกกก ขอบคุณล่วงหน้านะคะ&#128513;
    #54
    0
  22. วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 18:19
    โอป้าาา พี่เมเป็นติ่งหรอออ น้องแบมแบม ถถถถถ
    #52
    0
  23. #51 preaw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 00:19
    ชอบบบบบบบบบบบ ขอกรี๊ดดดดดดดดดังๆ รอมานานนนนน เรียลอีกแล้วจ้าาา ชอบพี่น้องคู่นี้ ทะเลาะมันดี 5555555 จะรอซื้อ จะรอคุณมินท์ เอ้ยยยยย ต้องหล่อขึ้นมากเเน่ๆเลย บีบีนางดูเเซ่บ ป่วน ร้าย ดี รอนะคะพี่เมย์ รอๆๆ รีบมาน้าาา
    #51
    0
  24. #49 aom_sun (@aom_sun) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 22:09
    ทำไมต้องค้างงงงงงง
    #49
    0
  25. #48 Why. (@yuinenesc) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 21:54
    อยากอ่านต่อแล้วค่ะ อยากรู้ว่า ถ้าบีบีเจอกับมินท์แล้วจะเป็นยังงัย ป.ล.ในมโนของนักอ่านคือตรงข้ามกับที่บีบีได้พูดไว้ทั้งหมดเลยค่ะ ^^ #ชอบตั้งแต่ยังไม่โผล่มานี้คือสุดยอดของการมโน อิอิ
    #48
    0