Perfect Match แฟนฉัน! รับประกันความเพอร์เฟ็กต์

ตอนที่ 6 : เด็กหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23,567
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    9 ธ.ค. 56

5

เด็กหอ


 

#หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป

ใครเป็นคนบัญญัติไว้เหรอว่านิสิตใหม่ต้องแต่งตัวแบบนี้อ่ะ... ต้องใส่เสื้อติดกระดุมจนถึงคอปก กระโปรงก็ต้องทรงเอยาวปิดเข่าห้ามผ่า ห้ามแหวกหน้า หลังหรือด้านข้าง รองเท้าคัดชูสีดำไม่มีลวดลาย =_= เอ่อ...ฉันถามตามตรงนะ...นี่มัน พ.. ไหนแล้วอ่ะ ไอ้ที่ว่าแต่งกายถูกระเบียบเนี่ย มันควรเหมาะกับยุคและสมัยหน่อยดีมั้ย ลองจินตนาการดิว่าถ้าฉันแต่งตัวแบบนี้ไปเดินห้าง... ไม่ต้องห้างก็ได้ เอามันแค่ตลาดนัดเนี่ยละ!! คนอื่นจะมองฉันแล้วจะรู้สึกว่าแต่งตัวถูกระเบียบน่าชื่นชม สมควรน่าเอาเยี่ยงอย่างหรือดูเฉิ่มเชยประหนึ่งหลุดมาจาก พ.. 2504 ที่ผู้ใหญ่ดีตีกลองประชุมกันแน่! ฉันหาเหตุผลไม่ได้เลยว่าทำไมฉันควรแต่งตัวแบบนี้

คิดออกอย่างเดียวว่าเด็กปีหนึ่งเหมือนโดนแกล้งอ่ะ รุ่นพี่บล็อคความเป็นเปล่งประกายของเด็กใหม่แน่ๆ ฉันรู้นะ!! (ถึงตอนนี้ฉันจะไม่มีประกายความสวยเลยก็เหอะ) ฉันต้องทนแต่งตัวเฉิ่มๆ เชยๆ แบบนี้มาเป็นอาทิตย์แล้ว กระโปรงทรงเอที่ห้ามผ่าแม้แต่นิด ทำให้ฉันเดินเหินลำบากยากยิ่ง (มันแคบอ่ะ เข้าใจปะคะ) การขึ้นบันไดแต่ละทีนี่ทรหดยิ่งกว่าปีนเขาเอเวอเรสต์ บางทีฉันก็อยากเป็นผีกองกอยซะให้รู้แล้วรู้รอด เพราะ ณ จุดนี้กระโดดเป็นผีจีนน่าจะง่ายกว่าเดินเยอะค่ะ

เอาล่ะ มาดูเรื่องทั่วไปของเซเลปบริตี้หน้าแหกแอบหนีมารักษาตัวที่ต่างจังหวัดกันบ้างนะคะ ตอนนี้ฉันกำลังอยู่ในช่วงปรับตัวและเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกวันค่ะ เรื่องใครวิจารณ์ว่าฉันหน้าผี หน้ากลัว หน้าแย่ คือบอกตรงๆ ว่าไม่แคร์แล้ว ด่าเท่าไหร่ฉันก็ไม่สะเทือน แกร่งเหมือนใส่หน้ากากไอรอนแมนไว้ตลอดเวลาจ้ะ ที่จริงก็ไม่มีใครจ้องจะด่าฉันขนาดนั้นหรอก หรือเพราะทุกคนเริ่มชินก็ไม่รู้มั้ง =_=; ก็มันเห็นกันอยู่ทุกวันอ่ะ อย่างเพื่อนในเอกของฉันก็ดูเป็นห่วงเป็นใยเหลือเกินประหนึ่งหน้ามีหนองซะเอง พอรู้ว่าฉันต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลมหาลัย ก็เสนอตัวไปเป็นเพื่อนบ้างอะไรบ้าง เวลาคุยกันพวกนางก็ทำเหมือนไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมที่อยู่บนหน้าฉันค่ะ ทำเหมือนนี่เป็นเรื่องธรรมดา (ตรงไหน) ไม่ก็เลี่ยงไม่พูด ไม่ใช้คำที่กระทบกระเทือนจิตใจ (ฉันเลยเกือบนึกว่าตัวเองกลับมาสวยอยู่บ่อยๆ)

แปลกเนอะที่คนเหล่านี้ส่วนใหญ่จะเป็นคนหน้าตาธรรมดาๆ จืดๆ แต่จิตใจดีเหลือเชื่อ บางคนดีเสียจนฉันนึกว่าหล่อนเป็นแม่ชีใส่วิกอยู่หรือเปล่า กลับกันที่พวกสวยๆ ประจำเอก พวกนางก็จะไม่ค่อยมายุ่งเกี่ยวกับฉันค่ะ ไม่ใช่ไม่คุยเลยนะเพราะนั่นก็ออกจะเกินไปหน่อย คือเป็นคนสวยแล้วจิตใจหยาบ ประชาชนก็จะเบ้ปากไง กลับกันถ้าสวยแล้วต้องโปรดมนุษย์หน้าปลวกอย่างฉัน...พวกเธอก็ไม่ไหวจะแอ็คติ้งอ่ะนะ เลยเลือกที่จะไม่เข้ามาคุยฉอเลาะ แบบชวนไปกินข้าว ดูหนังอะไรประมาณนั้น ให้คุยก็คุยได้แต่ไม่เอาเป็นพวกไง อีกทั้งพวกนางจะจับกลุ่มกันเองเหมือนสวยจะอยู่กับสวย ธรรมดาก็จะอยู่กับธรรมดา ไม่มีการซับเซ็ทหรือถอดรากอะไรทั้งนั้น เพราะเมื่อหน้าไม่สวยเท่าเขา เราก็จะรู้สึกไปโดยอัตโนมัติว่าจงเจียมตัวและอย่างสะเออะไปยืนอยู่ใกล้เด็ดขาด นี่คงเป็นสัจจธรรมของโลกนั่นล่ะนะ ฉันเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเรื่องแล้ว ฮ่าๆ

ต่อมาก็เรื่องเพื่อน... หึหึ อย่าคิดว่าฉันไม่มีคบเชียว ไม่มีทาง! แต่เรื่องของเรื่องมันมาจากความโชคดีต่างหาก คือเมื่อสองวันหลังค่ายรับน้อง พี่เสือกับพี่หนุงหนิงก็เลี้ยงต้อนรับน้องรหัสพร้อมกัน น้องรหัสของพี่หนุงหนิงคือหญิงบี้ นางประธานเอกท่องเที่ยวที่ฉันเรียนอยู่พอดิบดิบดีเลย (ที่จริงเพื่อนชื่อบี้เฉยๆ นะ เหมือนพี่บี้ เดอะสตาร์อ่ะ แต่เป็นตุ๊ดเลยเรียกกันว่าหญิงบี้แทนเพราะสงสารพี่บี้ ไม่อยากให้เขามาแปดเปื้อน) หญิงบี้เป็นคนแบบพาวเวอร์ฟูลลลสุดๆ คือประมาณว่าพลังงานล้นเหลือ ท่าทางเฮฮา ร่าเริง พูดเก่ง เจ้าไอเดีย เพื่อนๆ ก็เลยโหวตให้นางเป็นประธานเอกไปซะเลย และด้วยเหตุที่พี่รหัสของเราสองคนเป็นแฟนกัน ฉันกับหญิงบี้เลยพลอยสนิทสนมกันไปด้วย ยะฮู้วว ^O^ ถึงฉันจะหน้าเละเป็นผีแต่เรื่องแบ็คอัพนี่แน่นยิ่งกว่าสิวและหลุมบนหน้า ได้เพื่อนเป็นถึงประธานเอกเลยนะ ไหนพี่รหัสจะเป็นพี่เสือผู้โด่งดังเป็นตำนานของมหาลัยอย่างงี้ (พี่เสือเป็นเดือนมหาลัยปีที่แล้ว!! ชนะทุกคณะแบบถล่มทลายคร่าาา~~) ชีวิตในนาม จุนิตา อยู่เสือก ก็ไม่ต้องกลัวใครหน้าไหนอีกแล้ว

ปล. ทุกวันนี้นามสกุลฉันยังเป็น อยู่เสือก อยู่เลย ไม่แก้ให้ฉันแล้วมั้ง =_=

เรื่องการเรียนก็ไม่มีอะไรลำบากเท่าไหร่ ออกจะง่ายเกินไปด้วยซ้ำเพราะฉันไม่ได้เรียนอินเตอร์อีกต่อไปแล้ว พอมาเรียนภาคปกติธรรมดาๆ ที่ครูพูดภาษาไทย อะไรๆ ก็เข้าสมองได้เลยไม่ต้องแปลอีกรอบ ฉะนั้นการเรียนเลยการเป็นของกล้วยๆ เฉยเลยแต่พวกเรื่องชีวิตความเป็นอยู่น่ะสิ... ยากยิ่งกว่าเดินบนน้ำทะเลซะอีก ฉันต้องโทรหาพี่น้ำอ้อยทุกวัน เพราะไม่เข้าใจว่าคนปกติเขาอยู่กันแบบไหน เขาแก้ปัญหากันอย่างไร อาทิเช่น..

- เครื่องทำน้ำอุ่นพัง

ชั่วชีวิตฉัน... ไม่เคยเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน ของในบ้านฉันไม่มีอะไรพัง ฉันโทรหาพี่น้ำอ้อย เธอบอกให้ฉันรีบไปบอกผู้จัดการหอโดยด่วน ฉันทำตาม...แต่...แต่

'เดี๋ยวมะรืนพี่ให้ช่างไปดูให้'

นั่นคือคำตอบ... =_=

มะรืน?? อะไรคือมะรืนคะ เสียวันนี้แต่ซ่อมมะรืนเหรอ ทำไมเสียแล้วไม่ซ่อมตอนนี้ ฉันไม่เข้าใจ... ซื้อใหม่สิ ถูกจะตาย ฉันไม่เก็ทว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้อ่ะ แล้ววันนี้ พรุ่งนี้...ฉันเอาน้ำอุ่นที่ไหนอาบเอ่ย

'น้องทนอาบน้ำเย็นไปก่อนวันสองวันนะ'

ฉันเดินกลับห้องมาอย่างงงๆ เครื่องทำน้ำอุ่่นพังเป็นความผิดของใคร แล้วทำไมฉันต้องทนอาบน้ำเย็น ช้านไม่เข้าใจโลกก TOT


 

- เครื่องซักผ้า

คือฉันไม่ได้โง่ถึงขั้นไม่เข้าใจว่าเครื่องซักผ้ามันใช้ยังไง พี่น้ำอ้อยบอกว่าเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญใช้งานง่ายมาก ยัดๆ ใส่ถัง ใส่ผงซักฟอก หยอดเงิน ปิดฝา อีกชั่วโมงก็ลงมาดูได้ แต่...แต่...แต่ ถ้าฉันไม่อยากให้มันปั่นแรงล่ะ แบบว่าอยากให้มันปั่นถนอมผ้า อยากให้มันล้างน้ำสามรอบ อยากเห็นว่ามันทำงานยังไง อยากรู้ว่าซักสะอาดหรือเปล่า น้ำพอมั้ย ฟองเยอะไปเปล่า น้ำหนักผ้าเกินที่กำหนดม้ายย...เหล่านี้ ฉันต้องทำยังไงเหรอ (' ');

'เอางี้ละกันค่ะคุณหนู ส่งซักดีมั้ยคะ ที่ใต้ตึกหน้าหอของคุณหนูมีร้านซักรีดอยู่นะคะ หรือจะให้พี่น้ำอ้อยซักให้แล้วเอาไปส่งที่หอก็ได้'

ฉันเลือกอย่างแรก เพราะฉันรู้สึกว่าการให้พี่น้ำอ้อยซักเสื้อผ้ามันดูประหลาดยังไงไม่รู้ (เพิ่งจะรู้สึกเหรอ) ฉันเห็นคนอื่นเขาซักเอง ทำเองกันทั้งนั้น แล้วฉันล่ะ...เป็นง่อยเหรอ ทำไมทำเองไม่ได้ -_- วันต่อมาฉันเลยเอาเสื้อผ้าไปส่งซักที่หน้าหอ ตอนจ่ายเงินฉันยิ่งงงมาก เขาบอกราคาแค่...สี่ร้อยบาท... สี่ร้อบบาทเองเหรอ! พระเจ้า! คนซักนี่เขาซื้อข้าว ซื้อน้ำ ผ่อนบ้าน ส่งรถคันแรกกันบ้างหรือเปล่าเรี่ย เอากำไรจากไหน ทำไมมันถูกแบบนี้อ่ะ ซักเสื้อผ้าให้ใครหน้าไหนก็ไม่รู้ เหนื่อยจะตายไป ทำไมคิดถูกจัง ฉันอยากจะทิปเพิ่มให้เป็นเดือนละห้าร้อยเลยด้วยซ้ำ

แต่...แต่ เสียงคนเม้าดังเข้ามาในหูแว่วๆ

'ส่งผ้าซักเดือนละตั้งสี่ร้อย'

แหม แค่สี่ร้อยเองนะเธอ ถูกแบบนี้ก็ช่วยๆ เขาไปเหอะ

'เราก็ว่าซักเองดีกว่า หยอดครั้งละยี่สิบ ซักแค่อาทิตย์ละครั้ง ตกเดือนละแปดสิบบาทเองเนอะ'

=[]= แปดสิบบาท!!

โอมายก๊อด! แค่แปดสิบบาทของคนปกติซักผ้าได้ทั้งเดือน!! แปลว่าที่ฉันส่งผ้าซักเดือนละสี่ร้อยถือว่าเป็นการฟุ้งเฟ้อ สุรุ่ยสุหร่ายเอามากๆ เลยดิ กรี๊ดด!! แต่สี่ร้อยบาทนี่คือแพงเหรอ แล้วเมื่อก่อนที่ฉันใช้เงินวันละห้าพันเป็นอย่างต่ำนี่....อ่อม...U__U

ฉันงง ฉันสับสน ฉันไม่เข้าใจเลยอ่ะว่าคนปกติทำไมใช้เงินกันน้อยจังเลย นี่ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมากมายที่ฉันสาธยายไม่หมดนะ เดี๋ยวนิยายเรื่องนี้จะเป็นหนังสือชื่อ 'งงจังใช้เงินน้อย' แล้วยิ่งเรื่องราคาของกินนี่ทำให้ฉันตื่นเต้นได้ทุกวัน ข้าวจานละสามสิบบาทเงี้ย น้ำขวดละห้าบาทงั้น อะไรกัน... โลกมีของถูกแบบนี้ด้วยเหรอ ที่ผ่านมานี่ฉันไปกินอะไรจานละสองสามพันบาทเนี่ย

'โห ทำไมอีป้าร้านนี้ขายข้าวแพงจัง'

'เท่าไหร่เหรอหญิงบี้'

'พิเศษสี่สิบ!! ขายมาได้ ใช้กระทะทำจากโคตรเพชรเหรอฟะ'

สะ...สี่...สิบบาท หญิงบี้ก็บอกว่าแพง!! สี่สิบบาทนี่แพงเหรอ!

อ๋อยย +_+ แล้วเท่าไหร่ถึงจะถูกวะเนี่ย

ทุกวันนี้ฉันจะใช้เงินซื้อของแต่ละอย่างนี่มีข้อสงสัยในใจอยู่ตลอดเวลาว่า... 'มันถูกหรือแพง(วะ)' คือฉันกลัวหลุดอ่ะ แบบจับจ่ายใช้สอยฟุ่มเฟ้อเกินตัว 'จุนิตา อยู่เสือก' หลานสาวชาวสวนมีน้าชื่อน้ำอ้อย สักวันต้องโดนจับได้แน่ๆ ถ้ายังใช้เงินไม่ยั้งคิดแบบนี้ เมื่อวันก่อนฉันเลยต้องทำตัวให้เนียนหน่อย เรียนรู้จากหญิงบี้เพื่อนใหม่เอาเนี่ยล่ะ

'ป้า สลัดถุงละเท่าไหร่คะ'

'สี่สิบจ้า'

'โห ทำไมแพงจัง ยี่สิบได้มั้ยคะ'

อุ้ย อู๊ยยยย!! ฉันขอเรียนลัดอ่ะ มีต่อราคาด้วย กรี๊ดดด! พัฒนาอีกขั้นแล้วนะจูเนียร์ ขอไปจดไดอารี่เก๋ๆ แป๊ป ที่จริงต่อราคานี่มันก็ไม่ยากเลยนะเนี่ย ทำไมฉันไม่เคยลองทำในช้อปปราด้าดูนะ ฉันว่าเขามีส่วนลดอ่ะ แต่ฉันไม่ถามปะวะ โง่จัง

'ยี่สิบเหรอหนู'

'ใช่ค่ะ'

'ไปปลูกกินเองเหอ-'

'อ้าว ปลูกเองนี่ถูกกว่าเหรอคะ'

'-_-'

ฉันไม่เก็ทจนกระกระทั่งแม่ค้าเท้าเอว จ้องเขม็งเป็นเชิงบอกว่า...มึงจะไป...หรือไม่ไป!!

'ลาล่ะค่ะ'

แงงง ฉันวิ่งพันเมตรออกจากร้านสลัดเลยค่า เดชะบุญที่ไม่โดนเขาเอาผักตบหน้าก่อนออกมา แงๆๆ เขาคงคิดว่าฉันไปกวนประสาทเขาแน่ๆ เลย ฉันอยากจะบอกว่าไม่ใช่นะ ฉันแค่ไม่รู้จริงๆ ฉันซื่อ... TOT

เปรี้ยง!!

กรี๊ด!!”

ฉันหลุดออกจากห้วงความคิดแล้วก็สะดุ้งโหยงกับเสียงฟ้าร้องที่ดังสนั่นชนิดที่ดังไปถึงอีกซีกโลกแล้วมั้ง คิดถึงห้องคุณหนูพันล้านที่มีหน้าต่างและผนังเก็บเสียงชั้นดี อยู่หอที่นี่... เอาแค่เพื่อนร่วมห้องเดินไปออกขี้ในส้วม เสียงตดยังดังทะลุมาถึงในห้องได้เลย -_-' ภาษาอะไรกับเสียงฝนตกฟ้าร้องกันเล่า

เออนี่แก... ได้ยินเรื่องแปลกเมื่อวันก่อนยัง เค้าลือกันให้แซ่ดดด"

อ๋อ... ที่เค้าบอกว่า รปภ เห็นเด็กกระโดดลงมาจากชั้นสี่หอเราใช่มั้ย แล้วพอยามวิ่งไปดู ปรากฏว่าไม่มีใครกระโดดลงมาทั้งนั้น! แต่ยามบอกเห็นจริงๆ โดดลงมาจากชั้นสี่แน่ๆ TOT"

อึ๋ย!! มาเล่าเรื่องผีอะไรกันตอนนี้ อากาศวิปริตฝนตกฟ้าร้องงยังน่ากลัวไม่พอหรือไง งั้นมาดูหน้าฉันเพิ่มมั้ยยะ จะได้กลัวให้พอ

วิญญาณที่อยู่ชั้นนี่แน่ๆ เลยแก"

กรี๊ด!! ฉันขนลุกหมดแล้วเนี่ย ตอนได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรกฉันแทบไม่กล้ากลับหอ ขอนอนอยู่ที่อาคารเรียนได้มั้ยจ้า

แงง น่ากลัวจังเลย T^T ทำไมต้องเป็นชั้นเราด้วย"

ต้องเอาพระซุกไว้ใต้หมอนแล้วคืนนี้ บรื้ยยย~~”

อ้าว ฉันไม่มีพระอ่ะ แงๆๆ เอากระเทียมแทนได้มั้ย ผีไทยจะกลัวหรือเปล่าเนี่ย กรี๊ดดด ฉันเริ่มรู้สึกผิดเหลือเกิน ทำไมเป็นคนไกลศาสนาขนาดนั้น พระหรือเจ้าก็ไม่มีติดตัวเลย เป็นพุทธศาสนิกชนแบบไหนกัน

ครื่ดดดด~~

เสียงอะไรอ่ะ ทำไมหลังคากระเผื่อมได้

ผะ...ผีมาเหรอ"

อย่าพูดสิ!!”

เปรี้ยงง!!!

"กรี๊ดดด"

ทุกคนต่างร้องกันเป็นเสียงเดียวกัน ฉันรู้สึกว่ามีลมวูบๆ วิ่งผ่านหัวไม่หยุด

นะโมตัสสะ ภัค... ภัคอะไรอ่ะ แงๆๆ ช่วยด้วย TOT

ฟิ้ววว~~

ผีดุเหลือเกินที่นี่ ไม่ไหวแล้วๆๆ คนด่ายังทนไหว แต่ผีมาพร้อมอภินิหารแบบนี้ฉันอยู่ไม่ไหว

ซ่า~~

อ้าว เฮ้ย ทำไมมีน้ำแถมมาด้วย อิทธิฤทธิ์อะไรจะเยอะขนาดนี้ ขอดูหน้าผีเป็นบุญตาสักที อยากรู้ว่าระหว่างฉันกับมันอะไรจะน่ากลัวกว่ากันวะ ถ้าฉันชนะมันจะได้รีบหนีไป อย่ามาหลอกมาหลอนกันอีกเลย

ฮึบบ!! เอ๊ะ...โอ๊ะ... เอ่อ

OoO

ซ่า~~

โอ้โห้!!! ไม่ใช่ผี ไม่ใช่ใคร ไม่ใช่สิ่งเหนือธรรมชาติ แต่เป็นเพดานหายไปครึ่งแถบต่างหากจ้า มีรูโหว่เบอเร้อจนมองทะลุขึ้นไปข้างบนเลยอ่ะ ฝนที่กำลังเทกระจาดลงมาก็ตกลงมาที่พื้นห้องไม่หยุด ไหนจะลมที่พัดเข้ามาจนข้าวของกระจายไปทั่ว

หลังคาพังเหรอ"

โธ่ นึกว่าผีซะอีก"

เปียกหมดแล้ว T^Tใครก็ได้ ลงไปตามผู้จัดการหอที”


 

#ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ไม่มีใครทำอะไรได้ทั้งนั้น ต้องรอช่างมาซ่อมพรุ่งนี้ T_T เรื่องที่ทำได้ตอนนี้คือเก็บข้าวของใส่ถุงพลาสติกไม่ให้โดนน้ำฝน ผู้จัดการหอพยายามหาที่นอนให้ฉันกับเพื่อนร่วมห้อง แต่ไม่ว่าจะโทรไปหอไหนๆ ห้องก็ไม่ว่างสักที่ ผู้จัดการหอเลยแนะนำว่าให้ลองโทรหาคนรู้จักแล้วขอไปค้างด้วยสักคืนสองคืนแก้ขัดไปก่อน เพราะไม่งั้นต้องนอนโดนยุงหามที่ห้องนั่งเล่นของตึกแน่

ตอนแรกฉันว่าจะโทรไปหาหญิงบี้ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่านางก็อยู่หอใน แถมยังเป็นหอชายด้วย ฉันคงขึ้นไปนอนค้างด้วยไม่ได้อยู่แล้ว รายที่สองคือพี่น้ำอ้อย แต่บ้านพี่เลี้ยงฉันอยู่ที่อำเภอวังทองนู้นจ้าา กว่าจะมาถึงก็ตั้งกี่ชั่วโมง แล้วจะให้ขับรถฝ่าสายฝนมารับฉันไปค้าง พรุ่งนี้ก็ต้องมาส่งฉันไปเรียนอีก มันก็ดูจะเป็นการทรมานพี่น้ำอ้อยและตัวฉันเองอยู่ไม่น้อย =_=


 

'ถ้าจูมีอะไรก็โทรหาพี่กับเสือได้ตลอดเลยนะ'


 


 

เสียงของพี่หนุงหนิงดังขึ้นมาในหัว เออ... ฉันยังมีพี่เสือกับพี่หนุงหนิงนี่นา เย่ะ! นี่ล่ะมีอะไรของจริง ปัญหาหลังคาพัง เพดานผุแบบนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแล้ว งั้นขอโทรหาไปรบกวนหน่อยนะคะ T^T ฉันต่อสายหาพี่หนุงหนิงอย่างไม่รอช้า ไม่ถึงสี่ติ๊ดเธอก็กดรับสาย

[ว่าไงจู มีอะไรหรือเปล่า โทรมาซะดึกเลย]

พี่หนุงหนิงช่วยด้วยยยย ห้องหนูหลังคาระเบิด"

[หา ระเบิดเลยเหรอ]

เอ่อ.. ก็ไม่ได้ระเบิดหรอก คือมันพังลงมาอ่ะค่ะ แล้วเพดานก็ทะลุด้วย ตอนนี้ฝนตกน้ำทะลักลงมาเต็มเลย นอนไม่ได้แล้ว ฮือๆๆ"

[เฮ้ย จริงดิ งั้นมานอนห้องพี่ก่อนมั้ย]

ได้ใช่มั้ยคะ คือหนูไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้ว T_T”

[ได้อยู่แล้ว! เดี๋ยวพี่กับเสือจะไปรับนะ ลงมารอที่หน้าหอได้]

ขอบคุณค่าพี่หนุงหนิง"

[ไม่มีปัญหาจ้ะ]

ฉันวางสายด้วยความโล่งอก เฮ้อ~ มีที่นอนแล้วคืนนี้ พี่หนุงหนิงนี่น่ารักแล้วก็ใจดีจังเนอะ! เมื่อบอกผู้จัดการหอว่าจะไปค้างกับรุ่นพี่เรียบร้อย ฉันก็รีบเดินกางร่มออกไปรอพี่หนุงหนิงกับพี่เสือที่หน้าหอใน อึดใจเดียวฉันก็เห็นมอเตอร์ไซด์คันหนึ่งวิ่งมาจอดตรงหน้า พี่เสือเป็นคนขับส่วนพี่หนุงหนิงกางร่มซ่อนท้ายอยู่ด้านหลัง

สวัสดีค่ะพี่ๆ"

ฉันรีบยกมือไหว้รุ่นพี่ แอบเกรงใจที่ต้องให้เขาขี่มอไซด์ฝ่าฝนกันมาแบบนี้ แล้วทำไมถึงไม่ใช่รถนะ

เป็นไงเรา ได้ข่าวหอหลังคาทะลุเหรอ ฮ่าๆๆ ตลกว่ะ"

พี่เสือทักก่อนพร้อมกับหัวเราะฮ่าๆ ประหนึ่งสาแก่ใจมากที่ฉันประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้

ไม่ตลกนะพี่เสือ ของหนูเปียกหมดเลยเหอะ ฮืออ"

คิดให้ฮาดิ จะมีสักกี่คนละที่ได้เจอประสบการณ์นี้"

แหม คิดบวกดีเนอะ อยากให้พ่อคุณโดนเองบ้างจังเลย จะได้เข้าใจว่ามันตลกไม่ออก ฮึ่มม ดีนะที่ข้างนอกมันมืดมาก พี่เสือเลยไม่เห็นว่าแอบยิงฟันใส่

งั้นรีบมาขึ้นรถเร็วจู จะได้ไปหอพี่กัน"

พี่หนุงหนิงบอก แต่ฉันยังยืนค้าง... ขึ้นรถ... ไหนรถ ฉันไม่เห็นมีรถอย่างที่พี่หนุงหนิงพูดเลย มีแต่มอเตอร์ไซด์อ่ะ =_=

เอ้า มาดิ!”

เสียงพี่เสือเร่งแต่ฉันยังยืนกางร่มอยู่ที่เดิมแล้วก็มองหารถที่พวกพี่ๆ ว่า

ไหนรถอ่ะพี่เสือ หนูจะไปยังไงอ่ะ"

ก็รถมอไซด์นี่ไง -_-”

เปิดเทอมมาเป็นอาทิตย์ ฉันพยายามหลีกเลี่ยงการใช้อีรถมอไซด์อะไรนี่มาตลอด คือหญิงบี้มีมอไซด์ส่วนตัวของตัวเองหนึ่งคัน แล้วก็ชวนให้ไปเรียนพร้อมกันอะไรเงี้ย แต่ฉันไม่ไปด้วยค่ะ ไม่เอาหรอกเนื้อหุ้มเหล็กแบบเนี่ย เสี่ยงตายและเสียโฉมตลอดเวลาชัดๆ (คือหน้าเละแล้ว อย่าให้ต้องมีแผลเพิ่มเลยเหอะ) ฉันขอบายยยย

ไม่ดีมั้งพี่"

ดีดิ ไม่ดีแล้วจะให้ใช้อะไร"

รถไงพี่เสือ"

แล้วที่ขับอยู่นี่ไม่ใช่รถเหรอ"

รถ..รถยนต์อ่ะ!!”

ฉันไม่เคยต้องพูดคำว่า 'รถยนต์' เลย เพราะปกติบอกแค่รถมันก็ต้องเข้าใจอยู่แล้วปะวะว่าคือรถยนต์สี่ล้อ

มีแต่มอไซด์ จะไปไม่ไป"

...”

เวร ทำอย่างกับฉันมีทางเลือก เฮ้ย..นี่ฉันต้องขึ้นไอ้เหล็กสองล้อนี่จริงๆ เหรอ ไม่ได้กระแดะ แต่มันเหมือนเอาชีวิตไปเสี่ยงเลยนะเนี่ย ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาล่ะ... O_O ฉันคิดอย่างเคร่งเครียด แต่พอพี่เห็นพี่เสือทำหน้าเหมือนเริ่มรำคาญ ฉันก็จำใจก้าวไปข้างด้วยความเกรงใจ แต่ก็ต้องชะงัก... เอี๊ยดดด

จะนั่งไปยังไงหมดอะพี่เสือ ให้ซ้อนสามเหรอ"

เออ =_= เกิดมาไม่เคยซ้อนสามเหรอ เป็นคุณหนูไงเจ๊"

บ้าาาาา เปล่าาาาา ไม่ได้เป็น!! กะ...แค่คิดว่ามันอันตราย..."

มาก!! ฉันเคยเห็นคลิปรถมอไซส์โดนชน คนกระเด็นลิ่วอย่างกับหมอนข้าง แถมซ้อนสามมันผิดกฏหมายด้วยไม่ใช่เหรอ T_T เข็มขัดนิรภัยก็ไม่มี หมวกกันน็อคกก็ไม่ใส่ จ่าเฉยทำไมไม่มาจับบ้าง!

ขึ้นมาเถอะจ้ะจู เสือขับมอไซด์แข็งนะ ไม่เป็นอะไรหรอก"

พี่หนุงหนิงช่วยพูดอีกแรง แต่ฉันยังอึกอึกอยู่นั่นล่ะ ทำไมแลดูเป็นคนมีปัญหาเยอะจัง จ้ะ พอมองรุ่นพี่สองคนที่กำลังทอดสายตาเหมือนรอให้ฉันขยับก้นมาขึ้นมอไซด์ รอบตัวก็มีฝนที่ตกแหมะๆ หนาวก็หนาว โฮ~ ชะนีพันล้านอย่างฉันจะทำอะไรได้อีก...

ฟึบ!

ฉันปีนขึ้นไปนั่งบนมอไซส์อย่างทุลักทุเล แต่พอไปนั่งจริงๆ ก็ไม่ได้ยากสักเท่าไหร่ พี่หนุงหนิงนั่งตรงกลางถือร่มกันฝนให้ทุกคนแลดูลำบากอะ เออ...มอไซด์มันไม่มีที่กันฝนซินะ T_T ฉันแอบรู้สึกว่าก้นของตัวเองเลยเบาะนั่งออกมาตั้งคืบ ฉันจะตกรถตายมั้ยเนี่ย ฮือๆๆ

บรื้นนนน~

กรี๊ดดดดด หนูกลัวววว พี่เสืออย่าขับเร็วซิ"

ฉันกรี๊ดแปดหลอด หลับตาแล้วก็กอดพี่หนุงหนิงไว้แน่น

แอะๆๆ แค่กๆๆ"

พี่หนุงหนิงไอไม่หยุดจนต้องเอามือตบขาฉันสองสามที ฉันเลยเพิ่งรู้ตัวว่าฉันกำลังรัดคอพี่หนุงหนิงอยู่ เอื้อกกก... นี่จิตใต้สำนึกของฉันอยากฆ่านางหรือเปล่า แงๆๆ

ขะ..ขอโทษค่ะ หนะ...หนูกลัว"

แฮ่ก...มะ...ไม่เป็นไร กอดเอวเสือไว้สิถ้าจูกลัวละก็...”

บรื้นนน~

กรี๊ดดดด อย่าเร็วสิพี่เสือ! พี่จะฆ่าหนูเหรอ หนูจะไหลตกรถอยู่แล้วนะ!”

'งั้นขยับเข้ามาอีกซิจู"

เร็วบ้าอะไร เข็มเพิ่งขึ้นไปยี่สิบเองโว้ย"

บรื้นน~

กรี๊ดดดดด หนูกลัว ช้าๆๆ หน่อยซิพี่"

เอาช้าขนาดไหนฟ่ะ เอาแบบนี่มั้ย"

บะ...บึ...บรื้นนน~

เออดีๆ พี่ แบบนี้ล่ะ"

ฉันขานตอบ ค่อยรู้สึกโล่งใจหน่อย แต่พอลืมตาขึ้นมา... ดูเหมือนว่ารถแทบจะไม่ขยับไปข้างหน้าเลย

"ขับแบบนี้ลงไปเดินดีกว่ามั้ย ถึงหอหนิงชาติหน้ามั้งเนี่ย"

จริง ฉันว่าเดินกางร่มยังไวกว่าเลย แต่ฉันไม่สนับสนุนประโยคพี่เสือหรอก ฉันกลัว แต่ฉันก็ไม่อยากเดินด้วย T^T ค่อยๆ ไปแบบนี้ก็ปลอดภัยดีนี่นา

ถามหน่อย เกิดมาไม่เคยนั่งมอไซด์ไง แหกปากกรี๊ดๆ กลัวบ้ากลัวบออะไรจะขนาดนั้น"

ฉันอึกอัก จะให้สารภาพว่าไม่เคยนั่งมาก่อนเลยก็คงจะเว่อร์เกิน คนปกติที่ไหนเขาก็ต้องนั่งมอไซส์กันทั้งนั้นแหล่ะ วินมอไซส์มีอยู่ทุกหน้าซอยในประเทศไทย แต่คุณหนูพันล้านอย่างฉันเป็นข้อยกเว้นอ่ะ ไอ้เหล็กสองล้อแบบนี้ไม่เคยอยู่ในสารบบของฉันมาก่อนเลย ลูกสาวคนเดียวแถมสวยประหนึ่งนางฟ้าด้วย (อย่านับตอนนี้) มีหรือท่านพ่อจะปล่อยให้ฉันขึ้นมอไซด์ ฝันไปเหอะ

อ๊ะ!! คิดออกแล้วว่าควรจะตอบยังไงดี แบบนี้ละสมเหตุสมผล

หนูเคยประสบอุบัติเหตุ... หนูก็เลยกลัวมอไซด์ค่ะ"

เป็นไงล่ะ เนียนป่ะล่ะ เท่านี้ทุกคนก็จะสงสารและเห็นใจฉันแล้ว ยอดเยี่ยมกระเทียมสิบบาท

อ่อ...แบบนี้นี่เอง เสือ..งั้นขับช้าๆ ไม่ต้องรีบมากหรอก จูคงกลัวจริงๆ"

คร้าบบบบบ"

บรื้นนนน~

เขารับคำนะ แต่ไอ้ที่ทำอยู่มันช้าตรงไหนวะ

บรื้นนน~

กรี๊ดดดด ช่วยด้วยยยย ไม่เอาแล้วววว จะลงๆๆ"

เสือ!! พอแล้ววว!!”

ย้ากกกก ว้ากกกกก หยุดดดด"

เสือ!!”

แม่จ๋าาา TTOTT”

เอี๊ยด!!

รถหยุดแล้ว หยุดจริงๆ แล้วใช่มั้ย ฉันตายไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย ฟืดดด~ฟาด~~ ฉันหายใจเข้า หายใจออก มองแขน มองขายังอยู่ครบดีมั้ยเนี่ย พอเห็นว่าตัวเองรอดแล้วฉันก็บรรเลงงิ้วทันที

พี่เสือทำไมทำแบบนี้!! หนูกลัวขนขี้จะราดแล้วรู้มั้ย ฮือ!! หนูไม่นั่งแล้วมอไซด์ หนูจะเดิน"

ฉันตะโกนสุดเสียง เตรียมจะโดดออกจากมอเตอร์ไซส์ท้านรกนี่ ฉันไม่เอาชีวิตมาเสี่ยงเด็ดขาด ถ้าล้มถ้าชนอะไรขึ้นมา หน้าฉันมิต้องแหกไปมากกว่าเดิมเรอะ

เดินทำไม ถึงแล้ว -_-”

หะ"

ถึงแล้ว เชิญคุณนายทั้งสองขึ้นห้องได้"

อ้าว ถึงละเหรอ เหมือนเพิ่งแหกปากเมื่อกี้เอง ไวเนอะ แถมไม่ตายด้วย -_-;


 


 

#หอหนุงหนิง

ห้องของพี่หนุงหนิงเป็นห้องแนวสตูดิโอ (คือพยายามพูดให้ดูดีที่สุด) ประมาณว่ามีทุกอย่างรวมอยู่ในห้องเดียวตั้งแต่ห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัวอะไรเทือกนั้น แต่โดยรวมแล้วก็ยังดีกว่าหอที่ฉันอยู่ อย่างน้อยที่นี่ก็มีแอร์ มีตู้เย็นและทีวีอยู่ในห้อง ไม่ต้องไปใช้ร่วมกับใครในหอแบบฉันอ่ะนะ ฉันแอบสำรวจห้องเล็กน้อยแล้วก็พบชุดนิสิตชาย (คงเป็นของพี่เสือนั่นล่ะ) แขวนอยู่ที่ราวข้างๆ ของนิสิตหญิง (ซึ่งก็คงเป็นของพี่หนุงหนิง) ไหนจะเสื้อผ้าไปรเวทธรรมดาอื่นๆ โต๊ะหนังสือก็มีชีท เอกสารประกอบการเรียนและการ์ตูนผู้ชายวางเหลื่อน หันไปเห็นที่นอนหมอนมุ้งก็จัดวางเหมือนห้องนอนคู่ กระทั่งโต๊ะแป้งเล็กๆ ก็ยังมีทั้งเครื่องสำอางของผู้หญิงและสเปย์โลออนของผู้ชายด้วย ดูยังงั้ย...ยังไง ก็เหมือนห้องของคนที่ใช้ชีวิตร่วมกันแบบสามีภรรยา แต่เอ่อ... พี่เสือกับพี่หนุงหนิงเป็นแค่แฟนกันไม่ใช่เหรอ ทะ...ทำไมเหมือนพวกเขาสองคนถึงอยู่ด้วยกันแล้วล่ะ!! O_O

เสือลงไปนอนพื้นละกันคืนนี้"

พี่หนุงหนิงว่าแล้วก็โยนหมอนลงไปที่พื้น พี่เสือบู้ปากท่าทางเซ็งใหญ่ ตายละหว่า! ฉันมาแย่งที่นอนเขาใช่มั้ยเนี่ย เริ่มรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก คลับคล้ายคลับคลาว่าตัวเองกำลังเป็นมารผจญยังไงไม่รู้

เอ่อ เดี๋ยวหนูนอนพื้นก็ได้พี่หนุงหนิง ให้พี่เสือนอนบนเตียงเถอะค่ะ หนูเกรงใจ"

บ้า ได้ไงเล่า ให้เสือนอนที่พื้น จูนอนกับพี่บนเตียงเนี่ยละ... ว่าแต่เราอาบน้ำอะไรเรียบร้อยหรือยัง"

อะ..อาบแล้วค่ะ เอ่อ...หนูนอนพื้นดีกว่า เกรงใจพี่ๆ ด้วย มาขออยู่แล้วยังมาแย่งที่นอนอีก"

เออ ไหนๆ น้องมันก็เกรงใจแล้ว งั้นเรานอนกับหนิงนั่นล่ะ"

เสือ!”

แหม่ๆๆ ล้อเล่น -_-; ดุจังวุ้ยเมียตู"

กรี๊ดดด!! ฉันรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินอ่ะ ฉันเหมือนเนื้องอกที่ขึ้นมาขวางคู่รักที่เขาอยู่ด้วยกันสงบราบรื่นมาแล้วพันปี โฮกก~~ ถ้ารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ฉันยอมนอนตากยุงอยู่ที่ห้องนั่งเล่นของหอก็ได้ ไม่มาเป็น กขค ของใครอย่างนี้หรอก

จริงๆ นะพี่หนุงหนิง พี่เสือ เดี๋ยวหนูนอนพื้นเอง"

เฮ้ยๆๆ พี่ล้อเล่น จูนอนกับหนิงนั่นล่ะ พี่นอนพื้นได้"

ไม่เป็นไรพี่ หนูเกรงใจ T^T;”

ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังไงเดี๋ยวพี่ก็จะออกไปทำงานล่ะ กว่าจะกลับก็ตั้งตีห้านู้นนน ถึงตอนนั้นเดี๋ยวค่อยปลุกลงมานอนพื้นละกัน ดีป่ะ"

ได้ค่ะๆๆ งั้นตีห้าปลุกหนูนะพี่เสือ"

พี่เสือไม่ตอบ เขาแค่มองฉันแล้วก็หัวเราะร่วนจากนั้นก็เดินไปหยิบแจ๊คเก็ตในตู้มาสวมทับ มันเป็นเสื้อแจ๊คเก็ตที่ปักตราสัญลักษณ์ของสาขาการจัดการการท่องเที่ยวซึ่งก็คือรูปเข็มทิศนั่นเอง ฉันเห็นรุ่นพี่ในเอกส่วนใหญ่ใส่เสื้อแจ๊คเก็ตแบบนี้ทับเวลามาเรียน แลดูเป็นกลุ่มเป็นก้อน น่ารักดี

เอากุญแจห้องไปแล้วใช่มั้ย เราขี้เกียจลุกขึ้นมาเปิดประตูให้นะ"

เอามาแล้วครับคุณนาย โอเค งั้นไปละนะ"

อือ"

นี่มันอย่างกับสามีลาภรรยาไปทำงานเลย ถ้ามีจูบลานี่ใช่แน่ๆอันที่จริงปกติพวกพี่เค้าอาจจะมีจุ้บก่อนจากก็ได้ แต่ฉันนั่งแสล๋นอยู่ตรงนี้ไง ใครจะไปกล้าทำT_Tยิ่งคิดฉันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเป็นตัวเจือกอ่ะ เหมือนวัชพืชที่ผุดขึ้นมากลางห้อง ถ้าฉันเป็นลูกของพวกเขาได้ก็ดีสิ จะได้ไม่ต้องรู้สึกประดักประเดิดแบบนี้ (ลูกอะไรจะโตเป็นควายขนาดนี้) อ๊ะ! ว่าแต่นี่มันจะห้าทุ่มแล้วนะ ทำไมสามีถึงไปทำงานเวลานี้ล่ะ ธรรมดามันต้องตอนเช้าไม่ใช่เหรอ

พี่เสือจะไปทำงานเหรอคะ งานอะไรเหรอ"

นอกจากเข้ามาแทรกอยู่ในห้องคู่เลิฟแล้ว ฉันยังสาระแนซะด้วยนะจ้า -_- แหม สมกับชื่อ 'จุนิตา อยู่เสือก' มากเลย ณ จุดนี้ คือมาอยู่เพื่อเสือกจริงๆ โฮ~

พี่ทำที่เซเว่นหน้าประตูห้ากะดึกอ่ะ ว่างๆ ก็แวะไปดิ เดี๋ยวแถมซอสมะเขือเทศให้เป็นพิเศษเวลาซื้อสโมกกี้"

จะ..จริงเหรอคะ แล้วพี่เสือจะไม่โดนว่าเหรอ เอาซอสมะเขือเทศมาแถมอะคะ"

อุบ...ฮ่าๆๆๆ"

ทั้งพี่เสือแล้วก็พี่หนุงหนิงหัวเราะออกมาพร้อมกัน ตลกอะไรอ่ะ =_=

จู... ซอสมะเขือเทศมันฟรีอยู่แล้ว เสือก็พูดไปงั้นล่ะ"

อะ อ้าว เหรอคะ ฮ่าๆๆ"

เอาตรงๆ นะ คือฉันไม่รู้ไง ถึงฉันจะเคยกินสโมกกี้ของเซเว่น ฉันก็ให้พี่เลี้ยงไม่ก็คนขับรถไปซื้ออ่ะ ส่วนฉันรออยู่ในรถตลอดนี่นา แล้วแบบนี้ฉันจะไปรู้ได้ไงว่าซอสมะเขือเทศมันฟรีหรือไม่ฟรีเล่า

จู.. พี่ว่าเราเป็นคนซื่อบื้อๆ แบบฮาๆ ว่ะ "

-_-'”

ฉันไม่อยากจะแก้ตัว เชอะ! เกิดมารวยเลยอิโนเซนส์ไปนิดก็แค่นั้นเอง

โอเค พี่ไปล่ะ สาวๆ อยู่กันสองคนก็ล็อคห้องให้ดีล่ะ"

บาย"

พี่หนุงหนิงกับฉันโบกมือให้พี่เสือ พอเขาออกไปพี่หนุงหนิงก็หยิบมือถือมาเล่นทันทีประหนึ่งคนติดแคนดี้ครัชขั้นสาหัส

พี่เสือขยันเนอะพี่หนุงหนิง ทำงานกะดึกแบบนี้ไม่ง่วงแย่เหรอคะ"

เห็นว่าพรุ่งนี้ไม่มีคลาสเช้าอ่ะนะ"

เออแฮะ ฉันลืมไปว่าพอเราเรียนระดับมหาลัยแล้ว ตารางเรียนมันก็ไม่ใช่แปดโมงเลิกบ่ายสามตลอดจันทร์ถึงศุกร์อีกต่อไปแล้วเนอะ

ยังไงก็ขยันสุดยอดอยู่ดี เป็นคนอื่นคงไม่ออกไปทำงานดึกๆ อย่างงี้หรอกค่ะ หนูละนับถือพี่เสือจริงๆ"

อือก็คงงั้น... เดี๋ยวพี่ออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกระเบียงก่อนนะ จูง่วงก็นอนได้เลย ถ้าอยากดูทีวี...นี่ก็รีโมท"

อะ..ค่ะๆ ขอบคุณมากๆ นะคะพี่หนุงหนิงสำหรับวันนี้ ไม่ได้ได้พวกพี่หนูแย่แน่ U_U"

ไม่เป็นไรจ้ะ ตามสบายเลยนะ"

พี่หนุงหนิงเดินออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกแล้ว ฉันไม่รู้จะทำอะไรดีก็เลยมองสำรวจในห้องไปเรื่อยเปื่อย นี่สินะหอที่เด็กมหาลัยทั่วๆ ไปอยู่กัน มันไม่มีอะไรหรูหรามากมายนักแต่ก็มีของใช้ที่จำเป็นครบถ้วน จริงๆ ถ้าฉันได้อยู่ห้องแบบนี้ก็พอใจแล้วมั้ง ไม่ต้องหรูหราฟูฟ่าปูพรมติดโคมไฟระย้าอะไรสักนิด พอเทียบกันแล้วชีวิตเมื่อก่อนของฉันมันช่างฟุ่มเฟือยอย่างกับคนบ้างั้นล่ะ แต่เซอไพรส์เป็นบ้าที่ได้มารู้ว่าพี่เสือกับพี่หนุงหนิงอยู่ด้วยกันแบบนี้ เอ... หรือพวกเขาอาจจะแค่แชร์ห้องกันเฉยๆ ก็ได้มั้ง *O* บ้า! เลิกอินโนเซนต์ย่ะจูเนียร์ ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว

ฉันก็พอจะรู้อยู่ว่าวัยรุ่นเดี๋ยวนี้น่ะไวไฟจะตาย เพื่อนแก๊งชะนีล่าฝันนั่นก็ใช่ย่อย แต่ฉันยังไม่เจอเพื่อนหรือคู่รักคู่ไหนมาอยู่กินด้วยกันแบบคนแต่งงานแล้วแบบนี้เลย อาจจะเพราะตอนนั้นฉันยังเป็นเด็กมัยมอยู่ละมั้ง ส่วนใหญ่เด็กวัยนี้ก็ต้องอยู่กับพ่อแม่ทั้งนั้นล่ะ การจะมาอยู่กับแฟนแบบนี้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่พอขึ้นระดับมหาลัย...พอมาอยู่หออะไรเงี้ย เราก็ห่างไกลจากสายตาพ่อแม่ล่ะ คราวนี้ก็เลยอิสระ ไม่มีคนมาจ้ำจี้จำไช อยากทำอะไรก็ทำละมั้ง

ฉันกวาดสายตาจนมาถึงรูปคู่ของพี่เสือและพี่หนุงหนิงที่อยู่บนหัวเตียง พี่เสือกอดคอพี่หนุงหนิงจากทางด้านหลังแล้วก็ยิ้มกวนๆ เท่ๆ ส่วนอีกฝ่ายหัวเราะร่าท่าทางมีความสุข.... ด้วยความสัตย์จริง!! ฉันขอพูดนิดนึงนะ... ฉันว่าพี่เสือหล่อมาก หล่อชนิดที่ว่าหาแฟนได้สวยกว่าพี่หนุงหนิงล้านเท่า แต่สุดท้ายเขาก็มาหยุดที่ผู้หญิงน่ารักแบบบ้านๆ แทนที่จะเป็นผู้หญิงเปรี้ยว สวย รวย เลิศ อะไรพรรค์นั้น ฉันรู้สึกเหมือนเข้าใจอะไรขึ้นมานิดหน่อย...

บางทีความรักมันก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมายเลยจริงๆ อาจจะแค่คนที่เราอยู่ด้วยแล้วมีความสุข ไม่ทุกข์ร้อนใจ แค่นั้นก็น่าจะพอแล้วละเนอะ


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

คุยกันเล่นๆ


 

ทั้งตอนนี้คือสิ่งที่เมประสบพบเจอมาสมัยตอนอยู่ปีหนึ่งหมดเลย 55 ได้เอาประสบการณ์ตัวเองมาใช้เยอะมาก เคสหนุงหนิงกับเสืออยู่ด้วยกันนี่... เยอะมาก ตอนเขียนก็ยังรู้สึกว่าเออ..มันเรียลไปป่ะวะ แต่ตอนส่งต้นฉบับ บ.. ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ แล้วนี้เป็นความจริงของเด็กมหาลัยสมัยนี้ ไม่ได้แต่งเติม และห้ามเลียนแบบนะ ไม่ดี๊ ไม่ดี

ตอนนี้ลงยาวหน่อย เพราะว่าเมกำลังออนเดอะทัวร์อีกแล้วจ้า!!! (เหนื่อยมาก เที่ยวอะไรไม่รู้นักหนา T_T) คราวนี้ไปสก๊อตแลนดด์ค่า กลับอีกทีวันเสาร์ นิยายก็จะมาอัพไม่ได้ตามนั้นอะนะ 555 ยังไงฝากเม้นเป็นกำลังใจให้ด้วยนะก๊ะ เรื่องเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว อยากรู้ตอนต่อไป ต้องส่งกำลังใจมาแลกกันนะ จุ๊กกรู้วววว ไม่แน่ว่าถ้าหาคอมมาอัพได้ จะรีบลงให้อ่านต่อเลย


 

เม112


 

ปล. ชื่อนิยาย ขอบคุณมากๆ นะคะที่ช่วยกันเสนอเข้ามา คือไม่รู้ว่าเอาจริงหรือแกล้งแซว แต่เสนอมาสิบชื่อ เป็นอะไรเกี่ยวกับหน้าผี หน้าหนอง หมดเลยอ่ะ แงๆๆ ไม่กะให้ขายเป็นหนังสือเลยใช่มั้ยเนี่ย 55555 มีชื่อเข้าตาเรียบร้อยแล้วค่ะ เสนอ บ.. ไปล่ะ คิดว่าพอกลับจากเที่ยว น่าจะมาอัพเดตได้ว่าเป็นชื่อไหน 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9,949 ความคิดเห็น

  1. #9723 dsfsdf (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 18:44
    อันที่จริงตอนนี้ที่ มน. มีตรวจหมวกกันน็อกคนเข้า-ออกแล้วนะค่ะ

    หนูไม่มีหมวกยังโดนดุอยู่เลย T___T 5555555555555555555555555555555555
    #9,723
    0
  2. #8481 N'nin Ka (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2557 / 19:47
    พี่เสือเท่ห์อ่ะ สุดท้ายจูก็รู้ใจตัวเองสักที
    #8,481
    0
  3. #8460 lingju (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2557 / 19:38
    พี่เสือ อย่าใจร้ายกะน้องจูดิ. มาเอาน้องจูไปด้วย. รูปภาพประกอบสวยจังเลยคับ
    #8,460
    0
  4. #8383 ladymewmew (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2557 / 09:56
    เอื๊อก อยู่ห้องเดียวกันจริงหรอ แล้วพระเอกเรื่องนี่เป็นใครกันล่ะ
    #8,383
    0
  5. #8238 Channapass Nakju (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 14:24
    สรุปแล้วใครเปงพระเอกอะเรื่องนี้!!!
    #8,238
    0
  6. #8216 Mew Chanantida (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 05:21
    คนหล่อ ทามไรก็ไม่น่าเกลียด อ่ะนะ คริคริ
    #8,216
    0
  7. #8188 Princess_of_Devil ( NJ ) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 00:49
    เงิบอีกรอบ

    พี่ับพี่หนุงหนิงอยู่ห้องเดียวกัน นอนด้วยกัน ทุกคืน 

    กรี๊ดดดดดดด ม่ายย ไม่จริงใช่มั้ยย

    แบบนี้มัน มัน มันจะเป็นยังไงต่อเนี่ย !
    #8,188
    0
  8. #8159 ไฮดร้า009 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มกราคม 2557 / 17:24
    พี่หนุงหนิงนอกใจเฮียเสือแหงเลย กรี๊ดๆๆๆดีใจง่ะ
    #8,159
    0
  9. #7908 Hsinny (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2557 / 23:02
    เฮ้ยย คือบั่บ คืออยู่ด้วยกันจริงๆลือออออ
    งื้ออ แล้วแบบนี้อีพี่เสือจะเป็นพระเอกยังไง งืมๆ โปรดติดตามตอนต่อไปปปป
    #7,908
    0
  10. #7577 munggg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 มกราคม 2557 / 12:51
    ไม่เคยอ่านนิยายแจ่มใสพล็อตแบบนี้เลย สนุกค่ะ ว่าแต่พี่เสือนี่เป็นพระเอกรึจะมีพระเอกมาอีกคะ ดูเขารักกับพี่หนุงหนิงมาก
    #7,577
    0
  11. #7521 MUK_MIKI (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 12:55
    อ่านแล้วมันก็ดีอ่ะน่ะ (ดีมวากกกก) แต่ติดใจอยู่ที่พี่เสือมีแฟนเสียนี่!!! แอนตี้อย่างแรง!!
    #7,521
    0
  12. #7369 GooDYeaR =) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มกราคม 2557 / 00:14
    หนุงหนิงมีคนอื่นแน่ๆเลย
    #7,369
    0
  13. #6975 by tam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 14:37
    อ่าาา เสียดายพี่เสือ แงะ
    #6,975
    0
  14. #6958 Thankyou (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 12:24
    พี่เสือมีแฟน ไม่เจรงงงงงงงง T^T
    #6,958
    0
  15. #6930 '▽' อ.ซ.ฟ'น้อย '▽ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 02:12
    '[]' นางเอกรันทดได้อีก  นั่งมอเตอร์ไซค์ไม่เป็น 5555+
    #6,930
    0
  16. #6891 ไร้ตัวตน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2557 / 21:38
    เห็นจะๆเต็มๆตา 555
    #6,891
    0
  17. #6877 JENNYHA (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2557 / 20:30
    ถ้ามันจิงก็ดีเนอะ
    #6,877
    0
  18. #6871 ❝ FR. ( fr/gn `) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2557 / 19:39
    เรื่องนี้เรียลจริงเลยค่ะ สุดยอดดด
    พี่็ฮาร์ดคอมาก อิ๊อิ๊ <3
    #6,871
    0
  19. #6866 ღ~Mr.เน่ฮุน~ღ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2557 / 19:18
    กรี๊ดดดดดด สงสารนางเอกนะ 55555 ฮาอ่ะตรงที่เสียงตดยังได้ยิน โฮะๆ
    เค้าว่านิยายเรื่องนี้เหมือนส่อถึงนักศึกษาจริงๆเลยน้าา เหมือนสัมผัสได้แม้ตอนนี้จะอยู่มัธยม ฮ่าๆ
    แอบเดา หนุงหนิงนี้นอกใจพี่เสือของเราเปล่าหว่า? O^O สงสัยๆๆๆ
    #6,866
    0
  20. #6827 5day (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2557 / 10:41
    ยายเรื่องนี้ดูเหมือนชีวิตจริง ไม่เพ้อฝันเกินไปจริงๆ หน้าแพ้สารเคมีเหวอะบวมนี่ก็จริง ประสบการณ์ตรง 5555

    ชอบพี่เมก็ตรงแต่งนิยายแบบนี้เนี่ยแหละค่ะ>
    #6,827
    0
  21. #6818 litterrabbitza (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มกราคม 2557 / 09:32
    โอย~ อิจฮา พี่หนุงหนิง คนดีจริงๆพี่เสือ
    #6,818
    0
  22. #6762 เเมวดำ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 20:28
    รู้สึกเหมือนเเบบว่าพี่ับพี่หนุงหนิงเเบบดูมีความสุขรักกันอะไรเเบบนี้ เเล้วนางเอกเราไปเเทรกเหรอ
    #6,762
    0
  23. #6618 หิวเข้าจังเรย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 22:38
    เชื่อแล้วจร้าว่าสองคนนั้นเป็นแฟนกัน แล้วแบบนี้พี่เสือจะมาชอบจูแบบไหนเนี่ย เพราะดูพี่เสือก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้อะไร หรือเลิกกับพี่หนุงหนิงก่อนนะ เห้อออ
    #6,618
    0
  24. #6610 PHANTOM (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 22:26
    จูเนียร์ซื่อน่ารักมาก5555  จี้กง แถมซอสแล้วเค้าไม่ว่าหรอคะ5555
    #6,610
    0
  25. #6530 Yokbearboo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 มกราคม 2557 / 20:47
    ติดตามค่า
    #6,530
    0